ログインหลังวันโลกาวินาศ ในโลกเหลือแผ่นดินเพียงหนึ่งในสิบส่วน ที่เหลือเป็นน้ำ สงครามชิงดินแดนของมนุษย์กับปีศาจจึงเกิดขึ้น มนุษย์ต้องเผชิญกับสงครามล้างเผ่าพันธุ์ ช่วงกลียุคยังมีเด็กหนึ่งคนที่ฝันอยากเป็นจอมยุทธ์
もっと見るตอนที่ 30: การแข่งขันเมืองซานหยินเปลี่ยนโฉมในพริบตา นครโบราณแหล่งนักโบราณคดี ที่ปรกติเต็มไปด้วยเสียงท่องจำอักษรรูนและการสำรวจซากปรักหักพัง บัดนี้กลับถูกแต่งแต้มด้วยสีสันจากธงของราชวงศ์ ป้ายสมาคมการค้า อักษรสีทองของภาคีโอสถ และสัญลักษณ์อันเกรียงไกรของหอวิญญาณยุทธ์ตอนนี้เรือเหาะของแต่ละสำนักทยอยมาจอดที่นอกเมือง มีรถม้าหลายคันไปรอรับนักเรียน ส่วนเหล่าคณาจารย์บ้างเหาะไปที่จัตุรัส บ้างขี่สัตว์พาหนะบินไป ในเมือง ชาวเมืองก็คึกคัก ยี่สิบปีแล้วกว่าสำนักเย่วจีจะวนมาเป็นเจ้าภาพ ผู้คนต่างเริ่มหลั่งไหลไปที่จัตุรัสกลางเมืองณ. จัตุรัสกลางเมือง เจดีย์สมบัติเทพ ถูกย้ายมาตั้งตระหง่านที่กลางเมือง แผ่พลังอำนาจอันลี้ลับอย่างเงียบงัน มันคือสิ่งก่อสร้างจากแดนสวรรค์ สมบัติลับของหอคอยวิญญาณยุทธ์ ซึ่งจะถูกเปิดใช้งานทุกๆ ห้าปีเท่านั้น"ข้ารู้สึกได้...เจดีย์นั่นระดับสวรรค์"เสียงเรโซ่พูดเบา ๆ ขณะจ้องมองยอดเจดีย์ที่สูงทุกคนทยอยเข้าไปที่โถงชั้นล่างของเจดีย์ โถงนี้เป็นสนามรับชมแข่งขันขนาดใหญ่ ที่รองรับผู้คนได้มากมายภายในสนามแข่งขันมีเด็กหนุ่มสาวจากสี่สำนักใหญ่ รวมทั้งหมดแปดทีม แยกเป็นทีมชาย ทีมหญิงจากแต่ละสำนั
ตอนที่ 29: ศึกฝ่ายในเปิดเทอมวันแรก ฤทธาวัยสิบห้าปีถูกสำนักประกาศ ว่าเป็นคนคัดลอกคัมภีร์หมื่นโอสถ ที่ไม่มีใครสามารถเปิดได้ สร้างคุณูปการมากมายให้สำนัก ฤทธาเองก็ตกใจกับประกาศนี้อีกหกเดือน ก่อนการแข่งศึกสี่สำนักจะเริ่มขึ้น การแข่งขันที่จัดขึ้นทุกห้าปี โดยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพระหว่างสี่สำนักใหญ่ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเยาวชน และเปิดโอกาสให้ศิษย์ระดับหัวกะทิได้แสดงฝีมือ รวมถึงแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันในระดับทวีป ปีนี้สำนักเย่วจีเป็นเจ้าภาพ และมอบหมายให้หอคอยวิญญาณยุทธ์ดูแลแต่ก่อนถึงวันนั้น ทางสำนักเย่วจีก็จัดให้มีการคัดเลือกทีมตัวแทนขึ้นภายในก่อน โดยแบ่งเป็นสองทีมจากฝ่ายใน คือบ้านขาวและบ้านดำ ทำการแข่งขันกันในสนามประลองของสำนัก ทีมอันดับหนึ่งจะได้เป็นตัวแทนเข้าสู้ศึกสี่สำนักณ. เวลานี้อันดับของศิษย์ในสำนักมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก หลังจากเด็กปีสี่เดิมขึ้นปีห้าก็ถูกส่งไปฝึกงานที่เมืองซีไห่เมืองหน้าด่านของทวีปใต้ที่ตั้งอยู่ริมแนวป่าเขตอสูร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีสัตว์อสูรปรากฏตัวบ่อยครั้ง และเป็นสนามรบสำคัญในการฝึกประสบการณ์จริงหลังการเปลี่ยนแปลง จิมมี่ปีสี่ขึ้นมาอยู่อันดับ
ตอนที่ 28: สร้างรากฐานลมพัดเอื่อยเฉื่อยผ่านยอดไม้ ในสวนสมุนไพรเล็กๆ ที่ฤทธาปลูกไว้ด้านหลังหอพักของศิษย์ฝ่ายใน กลิ่นหอมอ่อนของดอกไม้ป่ากับใบสมุนไพรชั้นดีลอยคลุ้งไปทั่วมีคลื่นพลังสีทองกระจายออกมาจากเรือนพักเล็กๆ หลังสวนนั้นในเรือนฤทธาลืมตาจากการนั่งบ่มเพาะ เขาเพิ่งเลื่อนระดับ เข้าสู่ระดับห้า ระดับหลอมวิญญาณสำเร็จแล้วฤทธาเดินมานั่งยองๆ พลิกดูใบของสมุนไพรแต่ละต้นอย่างตั้งใจจู่ๆ ฤทธาก็รู้สึกร้อนที่ข้อมือขวา มือข้างที่สวมกำไล กำไลก็เปล่งแสงแล้วหายไป“กำไลหายไป แต่ข้ารู้สึกว่ามันยังอยู่”ฤทธาถามชีต้าร์“ไม่ได้หายไปไหนหรอก ตอนนี้มันหลอมรวมกับเจ้าแล้ว ถ้าเจ้าจะให้มันปรากฏ ก็แค่คิดเท่านั้น”ชีต้าร์อธิบายฤทธาลองทำตามคำแนะนำ กำไลก็ปรากฏขึ้นมา เขารู้สึกถูกใจมาก ฤทธารู้สึกแปลกๆ ที่ดวงตา“ฤทธา ดวงตาเจ้าวิวัฒนาการจากดวงตาประเมินสิ่งของ ตอนนี้สามารถพินิจและวินิจฉัยสิ่งมีชีวิตได้ด้วย ข้าตั้งชื่อมันว่าเนตรพินิจ เจ้าคิดว่าอย่างไร?”ไค่หยงบอกความสามารถใหม่พร้อมชื่อ“ดีเลยครับท่านปู่”เหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งสัปดาห์ก่อนเปิดภาคเรียน ฤทธารู้ดีว่าเขาต้องเตรียมวางรากฐานสำหรับอนาคต ทั้งสำหรับตัวเอง และโดยเฉ
ตอนที่ 27: วางเดิมพันช่วงปิดเทอมก่อนขึ้นปีสาม ฤทธาและเพื่อนๆ อย่างซูคิม จิมมี่ เรโซ่ และยอนมิน นัดกันซ้อมทีมเบาๆ เพื่อเตรียมรับภารกิจจากหอวิญญาณยุทธในอนาคต แม้จะเริ่มวางโครงสร้าทีมกันไว้บ้าง แต่ฤทธายังไม่เร่งรีบ เพราะในใจเขามุ่งเป้าไปที่สนามประลองกลาง ซึ่งกำลังจะเปิดศึกในไม่ช้าพวกเด็กๆ รวมตัวกันไปล่าสัตว์ เพื่อฝึกการต่อสู้ร่วมกัน แบ่งหน้าที่กันทำ เสร็จแล้วมาประชุมกัน เพื่อพูดคุยถึงการทำหน้าที่แต่ละคน“ข้าว่าตำแหน่งอย่างตอนนี้ก็ดีนะ ข้ากับซูอยู่หน้า ฤทธากับเรโซ่คุมปีกซ้ายและขวา ยอนมินอยู่กลางคอยสนับสนุน” จิมมี่บอกกับทุกคนทุกคนมองตากันพร้อมพยักหน้าเห็นด้วย“ว่าแต่เราจะใช้ชื่อทีมว่าอะไรดี” เรโซ่ถามคำถามนี้ทำให้ทุกคนหยุดคิดแล้วมองหน้ากัน แต่แล้วสายตาทุกคนก็มาหยุดอยู่ที่ฤทธา เหมือนจะขอความคิดเห็น“อ่า..ข้าชอบอะไรแบบที่เป็นสองอย่างแต่ขัดแย้งกันน่ะ อย่างเช่น กลางวันกลางคืน ขาวและดำ พิษกับยาถอนพิษอะไรแบบเนี้ย แต่ข้าตั้งชื่อไม่เก่งนะ แฮะๆ”ฤทธาตอบแบบไม่ให้ความหวัง“น่าสนใจ อะไรสองอย่างที่คู่กันแต่ต่างกัน”ซูคิมเกาคางใช้ความคิด“มืดกับสว่าง เป็นไง” ยอนมินลองเสนอสิ่งที่คิดออก“มืดกับสว่าง หน
ตอนที่ 24: คัมภีร์หมื่นโอสถหนึ่งพันปีก่อน แผ่นดินไร้ซึ่งความสงบหลังสงครามใหญ่ ระหว่างมนุษย์กับปีศาจและอสูรผ่านพ้นไป ความเสียหายที่เกิดขึ้นบนโลกเกินกว่าจะนับได้ ใต้หล้าเต็มไปด้วยคราบเลือดและเปลวเพลิงหยาง เย่วจี บุรุษผู้ใช้ชีวิตในสนามรบตั้งแต่อายุยี่สิบจนถึงห้าสิบหก ปีนป่ายจากทหารธรรมดา จนกลายเป็น
ตอนที่ 22: ทำสัญญาภาพในอดีตเมื่อสองพันปีก่อนในยุคแรกของสงคราม ภาพแสดงให้เห็นการต่อสู้ในสงครามของมหาจักรพรรดิฉู่หลง ในวัยสี่สิบห้าปี และคู่หนุ่มสาววัยประมาณสามสิบปี ได้พากองกำลังฝั่งมนุษย์เข้าโรมรันฝ่ายศัตรู ตอนนั้นจอมมารอสูรและสมุนได้เข้าสู้กับมหาจักรพรรดิฉู่หลงจอมมารอสูรที่ยังไม่หายบาดเจ็บ จากม
ตอนที่ 21: พิธีเลือกสัตว์พาหนะ“ในยุคแห่งสงคราม เมื่อความหวังแทบไม่หลงเหลือ ทว่ายังมีผู้สังเกตฟ้าเพื่อหาเส้นทางแห่งอนาคต...”เมื่อครั้งสงครามเทพอสูร ในสงครามกลางเมืองของชาวสวรรค์ มิติแห่งหนึ่งได้ร่วงหล่นลงมาอย่างไม่ตั้งใจ เป็นมิติสวนสัตว์วิญญาณ อันเป็นที่พำนักของเหล่าสัตว์พาหนะที่มีวิญญาณสูงส่ง ไม่
ตอนที่ 20: ภารกิจหลังกลับจากเรือนของเจ้าสำนักมาบ้านพัก ฤทธาเจอเพื่อนๆ ถามถึงการบาดเจ็บ ก็เลยรู้ว่ารองเจ้าสำนักบอกทุกคนว่าเขาได้รับบาดเจ็บตอนฝึก เลยต้องนอนรักษาตัวหลังถามไถ่กันเสร็จ ฤทธาก็นั่งอ่านตำราประวัติศาสตร์ของสำนักเย่วจี มันบันทึกเรื่องราวเมื่อพันปีก่อน…ภาพในอดีตก็ปรากฏขึ้น“เมื่อโลกมนุษย์ต