แม่ครับ...ผมอยากเป็นจอมยุทธ์

แม่ครับ...ผมอยากเป็นจอมยุทธ์

last updateآخر تحديث : 2026-04-18
بواسطة:  ดำชมพูمكتمل
لغة: Thai
goodnovel12goodnovel
لا يكفي التصنيفات
30فصول
156وجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

หลังวันโลกาวินาศ ในโลกเหลือแผ่นดินเพียงหนึ่งในสิบส่วน ที่เหลือเป็นน้ำ สงครามชิงดินแดนของมนุษย์กับปีศาจจึงเกิดขึ้น มนุษย์ต้องเผชิญกับสงครามล้างเผ่าพันธุ์ ช่วงกลียุคยังมีเด็กหนึ่งคนที่ฝันอยากเป็นจอมยุทธ์

عرض المزيد

الفصل الأول

ตอนที่1.แม่ครับ...ผมยากเป็นจอมยุทธ์

ปฐมบท

ท้องฟ้าสีเลือด มีเศษซากลุกไหม้ร่วงหล่นมาจากท้องฟ้า …

มนุษย์หนีตายกันอลหม่าน บ้านเมืองลุกไหม้ ผู้คนกรีดร้อง มีคนเสียชีวิตหลายสิบล้านคน

หลังจากนั้นทุกอย่างก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

นั่นคือเรื่องเล่าสั้นๆ ที่เหลืออยู่ ของวันโลกาวินาศ จากสงครามแดนเซียนเมื่อสองพันปีก่อน

สงครามครั้งนั้นเปลี่ยนวิถีของเหล่ามนุษยชาติอย่างสิ้นเชิง ปรกติมนุษย์จะฆ่าฟันกันเอง แต่เมื่อต้องเผชิญกับสงครามล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ก็ร่วมมือกันอย่างดีเพื่อความอยู่รอด

จากการเป็นเผ่าพันธุ์ที่เคยแบ่งแยกกันเอง กลายเป็นต้องรวมพลังกันอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน มิติแดนเซียนถูกปิด ผู้บำเพ็ญเพียรไม่สามารถบบรรลุขั้นปฐมเซียน และทะยานขึ้นไปโลกเบื้องบนได้อีกต่อไป

สงครามครั้งนั้นทำให้น้ำบนโลกเพิ่มขึ้นถึงเก้าส่วน แผ่นดินเหลือแค่ส่วนเดียว

มิติที่กั้นระหว่างมนุษย์กับปีศาจถูกทำลาย เผ่าอสูรที่ถูกขับมาจากแดนเซียนยึดครองแดนปีศาจ ผลักดันให้เผ่าปีศาจมาไล่ยึดครองแผ่นดินมนุษย์

มนุษย์จึงเริ่มทำสงครามกับปีศาจเรื่อยมา ด้วยสภาพแวดล้อมบนโลกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง บางที่สมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรณ์และพลังวิญญาณ บางที่ก็เสื่อมถอยและไร้ซึ่งทรัพยากร

เผ่าปีศาจและมนุษย์ต่างปกป้องดินแดนและหาโอกาสแย่งชิงดินแดนกันตั้งแต่นั้นมา กลียุคทำให้จิตวิญญาณของมนุษย์ถูกหล่อหลอมด้วยความหวาดกลัว และความมุ่งมั่นที่จะไม่ยอมสูญพันธุ์

มนุษย์ทำทุกวิถีทางเพื่อรีดศักยภาพของมนุษย์ออกมาให้ได้มากที่สุด ทรัพยากรมนุษย์จึงสำคัญมาก

แต่มนุษย์ก็คือมนุษย์ …

ผ่านไปไม่กี่ร้อยปี ก็เริ่มฆ่าฟันกันเองแย่งชิงอำนาจ ทำให้พวกปีศาจยึดดินแดนมนุษย์ได้อีกมาก

มนุษย์ถอยร่นมาจนเหลือแค่สี่ทวีป กระทั่งผ่านไปพันปีตั้งแต่มีสงครามกับปีศาจ จึงมีกลุ่มอัจฉริยะหกคนได้จัดรูปแบบการปกครอง การฝึกฝน และการทำสงครามกับพวกปีศาจ

จากการทดลองผิดถูกมากมาย เกือบร้อยปีจึงมีวิธีที่มั่นคงแน่นอนสำหรับการฝึกฝนของมนุษย์ และการคัดเลือกเด็กอัจฉริยะมาฝึก

เหล่าสำนักต่างๆหลายพันสำนัก ถูกยุบรวมเหลือแค่สี่สำนักใหญ่

วิชาต่างๆถูกเก็บและรวบรวมทำสำเนาแบ่งเท่ากันทุกสำนัก หลักสูตรการฝึกฝนการเตรียมตัวของมนุษย์จะเริ่มตอนอายุสิบสามปี ในวันที่สามารถปลุกพลังปราณได้

ก่อนหน้านั้นแค่เตรียมร่างกายกับการอ่านเขียน การปลุกพลังคือการชี้ชะตาของมนุษย์ทุกคน ดังนั้นการถือกำเนิดของ "อัจฉริยะรุ่นใหม่" จึงสำคัญต่อมนุษยชาติอย่างมาก เพราะพวกเขาจะต้องเผชิญชะตากรรมเหล่านี้ โดยไม่รู้เลยว่ามันจะพาไปในทิศทางใด เพราะสงครามยังคงดำเนินต่อไป…

 

ตอนที่1.แม่ครับผมอยากเป็นจอมยุทธ์.

ณ หมู่บ้านในชนบทอันห่างไกลที่หนึ่ง หมู่บ้านไถ้กั๋ว เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ติดทะเล มีประชากรราวสามสิบกว่าครัวเรือน ส่วนใหญ่เป็นพวกบาดเจ็บมาจากสงคราม และเกษียณก่อนกำหนด

มีทหารคอยดูแลไม่ถึงยี่สิบคน เสบียงหลวงมาส่งทุกสามเดือน เป็นดินแดนที่มีพลังวิญญาณน้อยมาก จึงมีแค่สัตว์อสูรระดับต่ำจำนวนไม่มาก

เหนือบ้านหลังหนึ่ง ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี สีท้องฟ้าสวยงามเหมือนอาทิตย์อัสดง ทว่าไม่มีใครจำได้แล้วว่าเป็นสีท้องฟ้าเดียวกับเมื่อสองพันปีก่อน ในวันโลกาวินาศ

ที่บ้านหลังนั้น ชายวัยกลางคนกำลังยืนกังวลกับภรรยาที่เตรียมคลอดของเขาอยู่ที่หน้าบ้าน

“เอ้า…เบ่ง…เบ่งอีก!”

เสียงหมอตำแยตะโกนให้กำลังใจผู้เป็นแม่อยู่ในเรือน ท้องฟ้าที่สวยงามเริ่มมีฟ้าแลบฟ้าร้อง

ณ. สวนสมุนไพรที่สำนักเย่วจี ชายสูงอายุคนหนึ่งที่กำลังดูแลสวนอยู่รู้สึกถึงท้องฟ้าแปลกประหลาด

“ทะเลใต้งั้นรึ…”

เขาพึมพำในลำคอ สายตามองไปที่ท้องฟ้าทางทิศใต้อันห่างไกล

“ผู้ชาย เจ้าได้ลูกชาย เมิ่งเหยา”

หมอตำแยวัยชราอุ้มทารกแรกเกิด พร้อมส่งให้เมิ่งเหยาผู้เป็นแม่

นอกบ้าน เจิ้งเทียนกำลังขอพรจากท้องฟ้า ที่ตอนนี้กลับมาเป็นสีปกติ

“ขอให้เมียและลูกของข้าปลอดภัยด้วยเถิด” เขากระวนกระวายใจอย่างมาก

หมอตำแยเดินออกมาบอกข่าวดีให้เขาเข้าไปดูลูก ภาพทั้งสองกอดกันด้วยความดีใจพร้อมกับดูหนูน้อยในอ้อมแขนภรรยาของเขา

เวลาผ่านไป ฤทธาในวัยหนึ่งขวบได้รับของขวัญจากพ่อแม่ ทั้งหนังสือและกระทะของเล่น ฤทธาคลานไปหยิบกระทะขึ้นมาก่อน แต่สุดท้ายเขาก็โยนทิ้งและหยิบหนังสือแทน

ทีแรกเจิ้งเทียนหัวเราะและปรบมือด้วยความดีใจ แต่เมื่อเห็นลูกเลือกหนังสือแทนกระทะ สีหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความเสียดาย

ในขณะที่เมิ่งเหยาอุ้มลูกขึ้นมาหอมแก้มด้วยความรัก

…เด็กน้อยค่อยๆ เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในตัวเขาเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นอยากลองเต็มไปหมด

เขาสนใจการอ่านการเขียน และเรียนรู้เรื่องสมุนไพรต่างๆ จากแม่ผู้เป็นแพทย์โอสถระดับสามได้ถ่ายทอดให้

พอเดินได้ เขาก็จะตามมารดาเขาไปทุกที่ ไม่ว่าจะไปหาสมุนไพร ไปรักษาคนตามบ้านต่างๆ และมีหน้าที่รดน้ำสวนสมุนไพรเล็กๆ ที่บ้าน

ตอนฤทธาสามขวบ ที่หมู่บ้านมีเสียงระฆังดังเตือน มีสัตว์อสูรประเภทหมาป่า หลงฝูงมาสามตัว

ฤทธากับแม่อยู่ตรงหน้าหมู่บ้านพอดี ก่อนทหารมาถึง หมาป่าได้ฆ่าไปแล้วสี่คน เป็นครั้งแรกที่ฤทธาได้เห็นสัตว์อสูรและการต่อสู้ ฉากที่สัตว์อสูรกำลังโจมตีหญิงที่ได้รับบาดเจ็บ จากการปกป้องลูกน้อยในอ้อมแขน แต่ทหารเข้ามาช่วยได้ทัน ทหารคนนั้นใช้หมัดที่มีไฟ ต่อยหมาป่าตายในหมัดเดียว ภาพนั้นติดตาฤทธามาตลอด หลังจากนั้นฤทธาก็สนใจหนังสือเกี่ยวกับสัตว์อสูร

ปัจจุบัน…

ฤทธาอายุเจ็ดขวบ ท่าทางกระสับกระส่าย เดินวนอยู่หน้าบ้าน

“จะทำยังไงดี จะบอกพ่อแม่ยังไงดี เฮ้อ…”

ฤทธากังวลใจ พึมพำอยู่ในลำคอ

“ท่านพ่อได้เสียท่านลุงไปในสนามรบ ท่านแม่เขาก็เสียน้องชายแถมตัวเองยังบาดเจ็บจนรากปราณเสียหาย จึงย้ายมาอยู่ที่นี่ ถ้าข้าบอกว่าข้าอยากฝึกยุทธ จะทำร้ายจิตใจพวกท่านมั้ยนะ”

ฤทธากำลังใช้ความคิดอย่างหนัก

“ตั้งแต่ที่ข้าเห็นการต่อสู้ตอนนั้น ข้าก็รู้ตัวมาตลอดว่าอยากฝึกยุทธ”

ฤทธาคิดถึงสิ่งที่ติดอยู่ในใจเขามาตลอด

มื้ออาหารค่ำในวันเกิดของฤทธา พ่อได้ให้ของขวัญเป็นหนังสือหนึ่งเล่ม

“อ่ะ หนังสือที่เจ้าอยากได้” ผู้เป็นพ่อบอกลูกชาย

ฤทธาตัดสินใจบอกความตั้งใจให้พ่อแม่ฟัง

“พ่อครับ แม่ครับ ผมอยากเป็นจอมยุทธ์ครับ”

หลิงเจิ้งเทียนหัวเราะออกมา

“เด็กทุกคนก็ฝันอยากเป็นจอมยุทธ์หรือแม่ทัพกันทั้งนั้นแหละ”

“แม่ว่าลูกรอปลุกพลังก่อนค่อยคิดเรื่องนี้ดีกว่าไหม?”

เมิ่งเหยาเสนอ

“ผมรู้ครับว่ามีโอกาสแค่สองในสิบส่วนจากทางตระกูลแม่ แต่ผมก็ยังอยากเตรียมตัวให้พร้อมก่อนปลุกพลังปราณ” ฤทธาพูดด้วยความมุ่งมั่น

“ตามใจลูก งั้นพรุ่งนี้ค่อยเอาของขวัญจากแม่นะ”

ผู้เป็นแม่บอกลูกชายด้วยรอยยิ้ม

เช้าวันรุ่งขึ้น….

“ฤทธา ฤทธา ตื่นลูก ตื่นได้แล้ว”

เมิ่งเหยาปลุกลูกชายที่นอนอยู่บนเตียง มีหนังสือวางอยู่บนที่นอนและหัวเตียง

“คร้าบบบ แม่… ผมคิดว่าวันนี้แม่จะพัก เลยนอนดึกไปหน่อย” ฤทธาลุกจากเตียงท่าทางงัวเงีย

“วันนี้แม่จะพาเจ้าไปหาลุงหม่า ให้เค้าช่วยฝึกเจ้า เพื่อเตรียมร่างกายให้แข็งแรง” เมิ่งเหยาบอกลูกชาย

“หา!…ลุงหม่า ที่แขนเค้าขาดน่ะเหรอครับแม่”

ฤทธาถามด้วยความสงสัย

“ใช่…เมื่อก่อนเขาเคยเป็นทหารอยู่แนวหน้า สู้กับปีศาจจนบาดเจ็บสาหัส ปราณยุทธเสียหาย เลยเกษียณแล้วมาอยู่ที่นี่” เมิ่งเหยาพูดขณะจัดเรียงข้าวของบนเตียงให้ลูกชาย

“โห…ผมดูไม่ออกเลย ว่าแกเป็นคนมีพลังยุทธ”

ฤทธาเริ่มรู้สึกตื่นเต้น

ที่หน้าบ้านหม่าจิ้งหลง บ้านใกล้เคียงจะเห็นบ้านดินรูปทรงคล้ายกันทั้งหมู่บ้าน แต่บ้านนี้จะมีลานหน้าบ้านและต้นไม้ใหญ่ หม่าจิ้งหลง นั่งจิบน้ำชาอยู่ที่โต๊ะใต้ต้นไม้

“อ้าว…มากันแล้วรึ มาๆ มากินน้ำชากันก่อน”

หม่าจิ้งหลง ชายกลางคนร่างกำยำที่แขนซ้ายขาด หน้าตามีหนวดเคราแต่ดูใจดี เรียกสองแม่ลูกเข้ามา

“สวัสดีพี่หม่า อย่างที่บอกไว้ ลูกชายอยากเป็นนักยุทธ์ เลยพามาฝากตัวกับพี่ให้ช่วยฝึกร่างกายให้เขาหน่อย”

“ฮ่า ฮ่า ไม่มีปัญหา”

หม่าจิ้งหลงหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

เมิ่งเหยากล่าวต่อ

“ช่วงบ่ายหลังจากพี่กลับมาล่าสัตว์ ก็ช่วยสอนหลานทีนะ”

เมิ่งเหยาหันมาทางลูกชาย

“เอ้าสวัสดีลุงหม่าสิ นี่แหละของขวัญวันเกิด”

เธอรู้มาตลอดถึงสิ่งที่ลูกอยากจะเป็น

เธอดันหลังลูกชายให้เดินขึ้นมาข้างหน้า

“สวัสดีครับลุงหม่า หรือให้เรียกอาจารย์ดีครับ”

ฤทธาถามดวงตาเป็นประกาย

“ฮ่าๆ ไม่ต้องๆ รอเจ้าปลุกพลังก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน ไม่ต้องห่วงนะเมิ่งเหยา”

เขากล่าวกับสองแม่ลูก…

หลังจากวันนั้น ทุกวันในตอนเช้าฤทธาจะไปวิ่งออกกำลังกายบนเขาท้ายหมู่บ้าน พร้อมกับหาสมุนไพร ตอนบ่ายก็จะไปฝึกกับลุงหม่าจนเกือบค่ำ

เขาเริ่มตั้ง หัดวิดพื้น เตรียมท่าม้าย่อง ฝึกตั้งการ์ด หัดชกลม…

“มนุษย์ทุกคนมีพลังสองอย่างอยู่ในตัว คือพลังยุทธและพลังเวทย์ ส่วนจะมากน้อยขึ้นอยู่กับพรสวรรค์ของแต่ละคน”

หม่าจิ้งหลง เริ่มสอนพื้นฐานคู่ไปกับความรู้

ผ่านไปหนึ่งปี หม่าจิ้งหลงก็เริ่มพาฤทธาไปล่าสัตว์ หัดแกะรอย ซุ่มสังเกตสัตว์อสูร และทุกเดือนแม่จะเตรียมน้ำสมุนไพรให้ฤทธาแช่

จนสามปีผ่านไป

ฤทธาวัยสิบขวบจากเด็กตัวไม่ถึงเอวของหม่าจิ้งหลง ตอนนี้เกือบถึงอกของเขาแล้ว เริ่มเห็นกล้ามเนื้อเล็กน้อยในหุ่นผอมเพรียว

“เอาล่ะพักได้”

หม่าจิ้งหลงบอกฤทธาที่อยู่ในท่าวิดพื้น บนหลังมีหินก้อนใหญ่อยู่ เขาตะแคงตัวเพื่อให้หินพ้นไปจากหลังของเขา แล้วลุกขึ้นมีเสียงหอบเล็กน้อยรอดออกมาทางจมูก

“ลุงครับ ที่ผมเคยบอกไว้…”

ฤทธาถามลุงหม่ายังไม่จบประโยค

“อ๋อ…ได้สิ พรุ่งนี้เจ้าไม่ต้องมาฝึก ไปเตรียมของขวัญให้แม่เจ้าเถอะ”

หม่าจิ้งหลงกล่าวอย่างอารมณ์ดี

“ขอบคุณครับลุง” ฤทธาวิ่งจากไปอย่างอารมณ์ดี

…วันต่อมา ที่หน้าผาบนยอดเขาหลังหมู่บ้าน เห็นฤทธากำลังมัดเถาวัลย์หลายเส้นต่อกันให้ยาว

“น่าจะได้ละ”

เขาก่ะระยะเถาวัลย์ในมือ

ฤทธาเอาปลายด้านหนึ่งไปผูกกับต้นไม้ แล้วมายืนมองแง่หินตรงหน้าผาลงไปราวสองเมตร ตรงนั้นมีกอหญ้าและมีไม้พุ่มทั่วไป มีพื้นที่ประมาณตารางเมตรกว่าๆ พอที่จะลงไปนั่งได้

ตรงนั้นถ้าสังเกตดีๆ จะมีหญ้าสีแดงต้นหนึ่ง หญ้าต้นนั้นอยู่ชิดมาทางผาด้านใน ถ้าอยู่ด้านบนไม่ชะโงกมองลงมาหรือสังเกตดีๆ คงไม่เห็น

ที่ตรงนี้ เป็นที่ที่ฤทธาชอบมานั่งพักชมวิวบ่อย จนเมื่อเดือนก่อนเขาเพิ่งสังเกตเห็นหญ้าต้นนี้ แต่ฤทธายังไม่แน่ใจว่าจะใช่สิ่งที่เขาคิดหรือไม่ จึงกลับไปที่บ้านแล้วหาหนังสือสมุนไพรมาดู

ฤทธาจำได้ว่าเขาเคยเห็นมาจากหนังสือ เมื่อตรวจสอบแน่ใจแล้วเขาก็ดีใจมาก ว่าหญ้าต้นนั้น คือหญ้าเลือดเซียน!!

ฤทธามีความคิดที่จะไปเก็บมัน แต่นึกขึ้นได้ว่าเดือนหน้าจะเป็นวันเกิดแม่ เขาเลยคิดว่าวันนั้นเขาจะมาเก็บมันไปให้แม่ของเขา

ขณะที่ฤทธาค่อยๆ ไต่ลงมาจนเกือบจะถึงที่หมายนั้น จู่ๆ เถาวัลย์ก็ขาด ทำให้เขาตกมากระแทกพื้น …

พลัก!!! เสียงตกกระแทกพื้นอย่างแรง

“โอ้ย..!” ฤทธารู้สึกเจ็บ ขณะพยายามดึงเท้าที่ตัวเองนั่งทับอยู่ออกมา เขารู้ตัวแล้วว่าตอนนี้ข้อเท้ามีอาการบาดเจ็บ ฤทธามองไปด้านบนแล้วกำลังคิดว่าจะกลับขึ้นไปด้านบนได้ยังไง

เถาวัลย์ส่วนที่ขาดก็อยู่สูงเกินกว่าเขาจะกระโดดไปจับได้ถึง ฤทธามองไปรอบๆ หาตัวช่วยที่จะทำให้เขากลับขึ้นไปได้ โดยไม่ได้คิดถึงสมุนไพรที่อยู่ใกล้เขาเลยในตอนนี้…

“เจ้าเป็นใคร?” ...

น้ำเสียงเย็นเยือกดังขึ้นมาเบาๆ ด้านหลังของเขา ทำให้ชั่วขณะหนึ่งเขาขนลุกซู่ขึ้นมา ก่อนจะหันหลังไปมองตามเสียง

ฤทธาเห็นเหมือนมีโพรงขนาดเล็กพอที่เขาจะคลานเข้าไปได้ แต่มีต้นไม้และกอหญ้าบังอยู่

“เสียงคน” ฤทธาคิด

“สวัสดีครับ ท่านอยู่ในนั้นรึ ข้าชื่อฤทธาครับ”

หนูน้อยตอบ ขณะกำลังคลานไปที่หน้าโพรงนั้น

“เจ้ามาลงมาทำอะไรที่นี่”

น้ำเสียงเย็นเหมือนน้ำเสียงชายสูงวัยดังขึ้นอีกครั้ง

“ข้าจะมาเก็บหญ้าเลือดเซียนน่ะครับ แม่ข้าเป็นแพทย์โอสถ วันนี้วันเกิดท่านข้าอยากทำให้ท่านแปลกใจ”

ฤทธาคลานมาถึงปากโพรง แต่เมื่อเขามองเข้าไปก็ต้องตกใจ แสงสีแดงกระทบดวงตา ทำให้รูม่านตาของเขาหดลง.

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
30 فصول
ตอนที่1.แม่ครับ...ผมยากเป็นจอมยุทธ์
ปฐมบทท้องฟ้าสีเลือด มีเศษซากลุกไหม้ร่วงหล่นมาจากท้องฟ้า …มนุษย์หนีตายกันอลหม่าน บ้านเมืองลุกไหม้ ผู้คนกรีดร้อง มีคนเสียชีวิตหลายสิบล้านคนหลังจากนั้นทุกอย่างก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปนั่นคือเรื่องเล่าสั้นๆ ที่เหลืออยู่ ของวันโลกาวินาศ จากสงครามแดนเซียนเมื่อสองพันปีก่อนสงครามครั้งนั้นเปลี่ยนวิถีของเหล่ามนุษยชาติอย่างสิ้นเชิง ปรกติมนุษย์จะฆ่าฟันกันเอง แต่เมื่อต้องเผชิญกับสงครามล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ก็ร่วมมือกันอย่างดีเพื่อความอยู่รอดจากการเป็นเผ่าพันธุ์ที่เคยแบ่งแยกกันเอง กลายเป็นต้องรวมพลังกันอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน มิติแดนเซียนถูกปิด ผู้บำเพ็ญเพียรไม่สามารถบบรรลุขั้นปฐมเซียน และทะยานขึ้นไปโลกเบื้องบนได้อีกต่อไปสงครามครั้งนั้นทำให้น้ำบนโลกเพิ่มขึ้นถึงเก้าส่วน แผ่นดินเหลือแค่ส่วนเดียวมิติที่กั้นระหว่างมนุษย์กับปีศาจถูกทำลาย เผ่าอสูรที่ถูกขับมาจากแดนเซียนยึดครองแดนปีศาจ ผลักดันให้เผ่าปีศาจมาไล่ยึดครองแผ่นดินมนุษย์มนุษย์จึงเริ่มทำสงครามกับปีศาจเรื่อยมา ด้วยสภาพแวดล้อมบนโลกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง บางที่สมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรณ์และพลังวิญญาณ บางที่ก็เสื่อมถอยและไร้ซึ่งทรัพยากรเผ่าปีศาจและ
last updateآخر تحديث : 2026-03-26
اقرأ المزيد
ตอนที่2.วัปลุกพลัง
ตอนที่ 2: วันปลุกพลังณ.หมู่บ้านไถ้กั๋ว บรรยากาศช่วงเย็น เห็นบางบ้านกำลังรดน้ำแปลงผัก นายพรานบางคนกำลังแบกสัตว์ที่ล่ามาได้ ชาวประมงได้ปลากลับมาบ้าน บรรยากาศหมู่บ้านเล็กๆ ที่สงบสุขสีหน้าตกใจของเจ้าหนูฤทธา“ท่ะ…ท่านคือ?…”ในโพรงเห็นภูตตนหนึ่งลอยอยู่ ภูตนั้นมีรูปร่างคล้ายมนุษย์แต่ร่างกายโปร่งใสสีแดง มีขนาดเท่านกพิราบและมีปีก4ปีกคล้ายแมลงปอ“ข้าคือภูตไพร” ภูตตนนั้นกล่าวกับเด็กน้อย“ภูตไพร…ข้าไม่เคยเห็นในหนังสือเลย สิ่งมีชีวิตประเภทภูตหรือขอรับ ข้ารู้จักแค่ มนุษย์ สัตว์ ปีศาจ สัตว์อสูรและสัตว์วิญญาณ สงสัยข้ายังอ่านไม่มากพอ”เขาบ่นพึมพำพร้อมทั้งท่าทางหงุดหงิดในความรู้อันน้อยนิดของตัวเอง“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าหนูเจ้าเพิ่งอายุแค่นี้เอง เจ้ารู้เยอะไม่เบานี่”ภูตไค่หยงหัวเราะชอบใจในความไร้เดียงสาของฤทธาฤทธาสังเกต ไม่เห็นท่าทีมุ่งร้ายหรือคุกคาม“ไม่ได้มาร้ายสินะ” เขานึกในใจ จึงถามต่อไป“ท่านมีเวทมนตร์ มีพลังยุทธ์หรือพลังวิญญาณมั้ยขอรับ แล้วท่านดุร้ายหรือไม่ คงไม่สิเมื่อกี้ท่านหัวเราะแบบอารมณ์ดี แล้วข้าควรเรียกท่านอย่างไรดีขอรับ”ฤทธาถามอย่างสงสัย เขามีคำถามอีกมากมายในหัว แต่ห้ามตัวเองไว้ก่อน“เจ้าน
last updateآخر تحديث : 2026-03-26
اقرأ المزيد
ตอนที่3ควมอัศจรย์ของพลังยุทธ์
ตอนที่ 3: ความอัศจรรย์ของพลังยุทธ์สองพันสิบปีผ่านไป หลังวันโลกาวินาศ ภูมิทัศน์บนโลกเปลี่ยนไปอย่างมากมาย พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทะเลบนเรือเหาะที่กำลังแล่นด้วยความเร็วอาจารย์เกาพาฤทธาเดินเข้ามาในห้องพักบนเรือเหาะ โดยฤทธายังถือสัมภาระของตนอยู่"เอาของวางไว้ แล้วมานั่งตรงนี้"อาจารย์เกาบอกพร้อมชี้ไปที่เบาะที่พื้นห้อง“ก่อนเข้ามาข้ารู้สึกว่าเรือแล่นเร็วมาก แต่เรือนิ่งมาก และห้องนี้ดูจากด้านนอกก็ไม่ได้กว้างขนาดนี้”ฤทธาสังเกตรอบๆ ตัวฤทธาวางของเรียบร้อยก่อนจะเดินมานั่งตรงหน้าอาจารย์เกา เขาสังเกตภายในห้อง มันกว้างกว่าที่เห็นจากข้างนอกมาก แถมยังมีประตูอีกหลายห้องอาจารย์เกาจับข้อมือของเขาแล้วเริ่มตรวจสอบชีพจรด้วยสัมผัสปราณ"ข้าชื่อเกาสง ทุกคนเรียกข้าว่าอาจารย์เกา เจ้าชื่อฤทธาสินะ อืม...ร่างกายแข็งแรงดี เตรียมตัวมาดีทีเดียว"อาจารย์เกาเผยรอยยิ้มขณะตรวจดูพลังในร่างกายของเด็กหนุ่ม ก่อนจะถามอย่างใคร่รู้"ไหนเล่าให้ข้าฟังซิ เจ้าเตรียมตัวมายังไงบ้าง?"ฤทธาตอบด้วยความภาคภูมิใจ แววตาเป็นประกาย"ครับอาจารย์ ข้าอ่านตำราสมุนไพรพื้นฐาน หนังสือความรู้ทั่วไปเรื่องพลังปราณ หนังสือแนะนำสัตว์อสูรเบื้องต้น รวมถ
last updateآخر تحديث : 2026-03-26
اقرأ المزيد
ตอนที่4.ปฐมนิเทศ
ตอนที่ 4: ปฐมนิเทศเสียงระฆังดังก้องไปทั่วพื้นที่ของสำนักเย่วจี ประกาศการมาของกลุ่มศิษย์ใหม่ที่เพิ่งเดินทางมาถึงโดยเรือเหาะฤทธายืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน มองไปรอบ ๆ อย่างตื่นเต้น ด้านหน้าคือจัตุรัสขนาดใหญ่ที่ปูด้วยหินขัดเงา กลางจัตุรัสมีแท่นสูงซึ่งมีชายวัยกลางคนยืนอยู่ บุคลิกของเขาดูสุขุมและสง่างาม ดูตามเครื่องแต่งกายแล้วน่าจะเป็นผู้อาวุโสของสำนักผู้ที่ยืนบนเวทีนั่นคือ หานเยว่ รองเจ้าสำนัก อาจารย์ฝ่ายนักวิญญาณ เชี่ยวชาญด้านยันต์และค่ายกลวิญญาณ ผมยาวมีผมขาวแซม เครายาวสวยงาม“ขอต้อนรับศิษย์ใหม่ทุกคนสู่สำนักเย่วจี” เสียงของชายผู้นั้นดังขึ้น แทรกผ่านความวุ่นวายของศิษย์ใหม่จำนวนมาก“จงจำไว้เสมอ ว่าที่พวกเรายังอยู่สงบสุขได้ทุกวันนี้ เพราะมีทหารและนักรบที่อยู่แนวหน้าคอยสู้รบเพื่อพวกเรา ปีศาจและอสูรจะไม่หยุดเข่นฆ่าจนกว่าพวกเราจะตายกันหมด แต่พวกเราไม่เคยยอมแพ้ มนุษย์ไม่เคยยอมแพ้ จนผ่านมาสองพันกว่าปีแล้วหาวิชาต่อสู้ที่เจ้าถนัด และหาอาชีพที่เจ้าชอบ แล้วพัฒนามัน สำนักแห่งนี้คือสถานที่ฝึกฝนวิถีแห่งพลังยุทธ์และพลังวิญญาณ ข้ามีเพียงข้อแนะนำสั้น ๆ จงตั้งใจฝึก และพิสูจน์ตนเองว่าสำนักคิดถูกแล้วที่ได้เลือก
last updateآخر تحديث : 2026-03-26
اقرأ المزيد
ตอนที่5.ผมชอบการฝึกฝน
ตอนที่ 5: ผมชอบการฝึกฝนเช้าวันรุ่งขึ้น ฤทธาตื่นก่อนรุ่งสาง เขาเห็นคนอื่นยังไม่ตื่นจึงออกไปข้างนอก“อยากออกไปวิ่งจัง แต่ข้ายังไม่ชินเส้นทาง นั่งบ่มเพาะต่อละกัน” ฤทธาหยิบขวดโอสถออกมา แล้วกินยาปฐมปราณไปหนึ่งเม็ดทันทีที่ยาเข้าปาก เม็ดยาก็แตกกระจายไปทั่วร่าง“กระจายตัวเร็วมากข้าต้องรีบดูดซับ”ฤทธาบอกกับตัวเองเสร็จก็รีบไปนั่งใต้ต้นไม้จากการเตรียมตัวมาอย่างดี พร้อมกับการเริ่มเข้าใจในพลังปราณ ทำให้ฤทธาก้าวหน้าเร็วมากในช่วงซึมซับนี้ เทียบกับคนทั่วไปหลังปลุกพลัง ต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์กว่าจะทะลวงแต่ละขั้น แต่ไม่ใช่กับศิษย์สำนักใหญ่“พลังมากมายเหลือเกิน ทำให้ข้ารู้สึกสดชื่นมาก เดี๋ยวนะ! เหมือนข้าจะทะลวงขั้นงั้นรึ” ขณะคิดอยู่ในใจฤทธาก็ได้ทะลวงถึงขั้นสาม มีละอองแสงสีทองระเบิดออกมาจากร่างกาย ฟุ้งกระจายรอบตัวแล้วหายไปเขาลองสำรวจตัวเองดูพบว่า “รอบตันเถียน มีกระแสลมปราณ อีกสามสาย นี่คงเป็นเส้นชีพจรสินะ” ฤทธาลืมตาขึ้นมา พบอาจารย์เกายืนมองอยู่ เขาจึงรีบลุกขึ้นคารวะอาจารย์“คารวะครับท่านอาจารย์”ฤทธาพูดพร้อมประคองหมัดคารวะ“ไม่ต้องคาราวะขนาดนั้น ทีหลังแค่ลุกขึ้นเฉยๆ ก็พอ เจ้าทะลวงถึงขั้นสามแล้วสินะ รู
last updateآخر تحديث : 2026-03-26
اقرأ المزيد
ตอนที่6.เพื่อนใหม่
ตอนที่ 6: เพื่อนใหม่แสงแดดยามเช้าสาดส่องไปทั่วบริเวณสำนัก เสียงนกส่งเสียงเจื้อยแจ้วอยู่บนกิ่งไม้พรุ่งนี้ก็จะครบเดือนแล้ว แถมยังเป็นวันหยุดประจำเดือนเช้านี้นักเรียนใหม่ทั้งสามคน ต่างพากันออกจากเรือนพักเพื่อมุ่งหน้าไปยังบ้านอาจารย์ วันนี้เป็นวันสำคัญ ที่อาจารย์เกาจะเรียกนักเรียนใหม่ทั้งสามคนเข้าพบ เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับแนวทางอาชีพที่พวกเขาสนใจฤทธา ยอนมิน และเรโซ่ เดินตามกันเข้าไปในห้องประชุมของอาจารย์เกา ภายในห้องเต็มไปด้วยตำรามากมายที่กองเรียงรายเป็นชั้นสูง กลิ่นกระดาษเก่าและหมึกยังคงอบอวลอยู่ในอากาศอาจารย์เกายิ้มบางๆ ขณะมองเด็กใหม่ทั้งสาม ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล“พวกเจ้าแต่ละคนมีแนวทางที่สนใจหรือยัง?”ยอนมินยกมือขึ้นก่อนใครเพื่อน“ข้าอยากเป็นนักหลอมโอสถครับ”เรโซ่พยักหน้าก่อนกล่าวตาม“ส่วนข้าเลือกนักสร้างยันต์และศึกษาอักขระโบราณ”ฤทธาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบ “ข้ายังไม่รู้เลยขอรับ”อาจารย์เกายิ้มอย่างเข้าใจ “ไม่เป็นไร เจ้าสามารถใช้เวลาสำรวจไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจออาชีพที่ชอบและอยากศึกษามันจริงๆ”เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนกล่าวเสริม “แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือ การสอบครั้งแรกขอ
last updateآخر تحديث : 2026-03-26
اقرأ المزيد
ตอนที่7.วันทดสอบ
ตอนที่ 7: วันทดสอบเช้าวันนี้อากาศแจ่มใสเป็นพิเศษ แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมายังสำนักใหญ่แห่งนี้พื้นลานกว้างของสนามประลองที่เคยใช้ฝึกฝนและฝึกต่อสู้ดูโล่งกว่าทุกวันวันนี้เป็นวันสอบครั้งแรกของเด็กปีหนึ่ง ทุกคนตื่นเต้นกันไม่น้อย เพราะการทดสอบครั้งนี้ไม่ใช่แค่การประเมินพลังปราณธรรมดา แต่มันเป็นการลงทะเบียนอย่างเป็นทางการหลังจากวันนี้ ทุกคนจะมีชื่ออยู่บนกระดานอันดับของชั้นปีหนึ่ง ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างชื่อเสียงภายในสำนัก แถมพวกศิษย์พี่และเหล่าคณาจารย์ก็สนใจมาดูด้วยการสอบครั้งแรกจะจัดขึ้นในสนามประลองของสำนัก ซึ่งอยู่ในอาคารตรงส่วนกลางของสำนัก มีอัฒจันทร์สำหรับผู้ชม ตรงลานมีค่ายกลและระบบป้องกันไม่ให้คนดูโดนลูกหลงฤทธาตื่นแต่เช้า หลังเตรียมตัวเสร็จ เขาเดินไปยังสวนสมุนไพรที่เงียบสงบ ที่แห่งนี้เป็นที่ที่เขาชอบมานั่งเล่นเวลาคิดถึงบ้าน วันนี้เขาก็ได้พูดคุยกับลุงดูแลสวนเป็นครั้งแรกลุงเป็นชายชราผมขาวในชุดผ้าป่านธรรมดาๆ เขามักจะนอนหลับใต้ต้นไม้ในช่วงบ่ายฤทธาจะถามรุ่นพี่เกี่ยวกับวิธีปลูกและดูแลสมุนไพร แต่ยังไม่เคยคุยกับลุงคนนี้มาก่อน วันนี้เป็นครั้งแรกที่เขาได้พูดคุยกัน“เจ้าหนู เตรียมตัว
last updateآخر تحديث : 2026-03-26
اقرأ المزيد
ตอนที่8.โรงประมูล
ตอนที่8:โรงประมูลหลังจากการทดสอบในวันก่อนผ่านไป พรุ่งนี้เป็นวันหยุด วันนี้ฤทธาและเพื่อน ๆ ทั้งห้าคนนัดรวมตัวกันที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งในเมืองหลวง เพื่อฉลองให้กับชัยชนะของฤทธาที่คว้าอันดับหนึ่ง รวมถึงเรโซ่และยอนมินที่ติดหนึ่งในสิบอันดับแรกของชั้นปี"ข้าขออวยพรให้เรามีเส้นทางยุทธที่รุ่งเรือง! หมดจอก"เรโซ่ยกจอกสุราที่เป็นเพียงน้ำสมุนไพรขึ้นดื่ม พร้อมกับเสียงหัวเราะของเพื่อน ๆ“ข้ารู้สึกเมามาก คงดื่มต่ออีกไม่ไหวแล้ว”ซูคิมท่าทางโงนเงนบอกกับกลุ่มเพื่อนทุกคนมองซูคิมแต่ไม่มีใครพูดอะไร บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบไปพักนึง“อ้าว…เงียบกริบ ข้าแค่อยากลองพูดแบบนี้สักครั้งน่ะ เห็นพวกผู้ใหญ่ชอบพูดกัน”ซูคิมอธิบายแล้วทั้งหมดก็หัวเราะพร้อมกัน หลังจากที่แกล้งไม่ขำในตอนแรก“ไว้มีโอกาสตอนที่โตกันแล้ว พวกเรามาดื่มด้วยกันนะ”ยอนมินยกแก้วน้ำชาขึ้นมา ทุกคนยกตามระหว่างที่กำลังกินอาหาร ฤทธาก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย"พี่ซู พี่จิมมี่... ข้ามีคำถาม อาจารย์เกาเคยบอกข้าว่า ข้ามี ปราณยุทธคู่ มันหมายความว่าอะไรหรือ?"ซูขมวดคิ้วก่อนจะส่ายหน้า"ข้าเองก็ไม่แน่ใจนัก..."จิมมี่คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบ"หมายถึงเจ้าสามารถใช้
last updateآخر تحديث : 2026-03-26
اقرأ المزيد
ตอนที่9.าตุสายฟ้า
ตอนที่9.ธาตุสายฟ้า.วันต่อมา ฤทธาและซูมาฝึกที่ลานฝึกซ้อมตั้งแต่เช้าตรู่ ฤทธาต้องการฝึกฝนเพิ่มเติมก่อนเข้าไปฝึกคนเดียวที่ห้องซ้อมของสำนัก"เจ้าพร้อมหรือยัง?" ซูถามพลางยืดเส้นยืดสาย"พร้อมเสมอ!" ฤทธายิ้มกว้างซูเป็นนักยุทธที่ใช้ปราณธาตุสายฟ้า ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องพลังโจมตีรุนแรงและความว่องไว แต่ก็มีข้อเสียคือใช้พลังปราณสูง ทำให้ยังใช้ได้เพียงไม่กี่ครั้งในระดับของเขาตอนนี้ขณะที่ฤทธาใช้ปราณธาตุแสง ซึ่งมีจุดเด่นด้านการป้องกันและฟื้นตัว แต่ระดับของทั้งคู่ก็ยังห่างกันมากอยู่ดี"มาเริ่มกันเลย!"ซูพุ่งเข้าหาฤทธาด้วยความเร็วสูง ร่างของเขาเหมือนเส้นแสงสีฟ้าม่วงที่แล่นเข้าหาฤทธาอย่างฉับพลันฤทธารีบเคลื่อนตัวหลบไปด้านข้าง และใช้พลังปราณแสงสร้างม่านพลังป้องกัน แต่ซูก็ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังเขาในพริบตา"เร็วจริงๆ!"ฤทธาอุทานก่อนจะยกแขนขึ้นรับหมัดที่เปี่ยมไปด้วยพลังสายฟ้าปัง!แรงปะทะทำให้ฤทธาถอยหลังไปหลายก้าว กระแสไฟฟ้าแผ่ซ่านไปทั่วแขนของเขา"เจ้าเก่งขึ้นนะ! ข้าจะเพิ่มระดับอีก!"ซูพูดพร้อมกับกระตุ้นพลังสายฟ้าให้รุนแรงขึ้นครั้งนี้เขาใช้เคล็ดวิขาหมัดอัสนี พุ่งเข้าใส่ฤทธาด้วยพลังที่รุนแรงกว่าเดิมฤทธาตัด
last updateآخر تحديث : 2026-03-26
اقرأ المزيد
ตอนที่10.นักเชิดหุ่นขั้นต้น
ตอนที่10.นักเชิดหุ่นขั้นต้น.ในยุคแห่งสงครามเผ่าพันธุ์ มนุษย์ต้องรวมพลังต่อสู้กับเผ่าพันธุ์อื่นๆ นอกจากพวกทหารและจอมยุทธแล้ว การคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ก็พัฒนาควบคู่กันไปสมาคมการค้าคือกลุ่มที่ประดิษฐ์สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อประโยชน์ในสงครามและชีวิตประจำวันของประชาชนทั่วไป ยุคนี้จึงเป็นยุคของการฝึกพลังและสิ่งประดิษฐ์ณ.สำนักเย่วจีปัจจุบันที่เรือนพัก ฤทธานั่งอ่านหนังสือหุ่นเชิดพื้นฐานการทำงานของหุ่นเชิดประเภทสัตว์อสูร ต้องมีหุ่นจำลอง ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับสัตว์ประเภทนั้นๆ มีแกนพลังงานและแก่นสัตว์อสูร ควบคุมสั่งการโดยนักวิญญาณระดับสองปรมาจารย์วิญญาณขึ้นไปจากภาพในหนังสือ สู่จินตนาการของฤทธาเขานึกภาพหมาป่าเขี้ยวเงินที่เขาสู้ในห้องฝึกซ้อม แล้ววาดภาพมันขึ้นมาในหัวตัวมันเริ่มโปร่งแสง ข้างในเห็นแกนพลังงานและแก่นสัตว์อสูรในนั้นฤทธาจินตนาการเสร็จนั่งคิดต่อหลังฝึกซ้อมจบ มันกลายเป็นหุ่นไม้ที่มีรูปร่างคล้ายสุนัข มีข้อต่อต่างๆ แค่พอขยับได้มีอักขระรูนบนตัวไม้กับอีกครั้งในห้องซ้อมเขาสู้กับเสือสามตาระดับสอง ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าหมาป่าเขี้ยวเงิน แต่พอซ้อมจบมันก็เป็นหุ่นไม้ตัวเท่าเดิม“แสดงว่
last updateآخر تحديث : 2026-03-26
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status