Compartilhar

ตอนที่13.ปิดเทอม

last update Data de publicação: 2026-03-27 11:09:10

ตอนที่ 13: ปิดเทอม

เช้าวันแรกของการปิดเทอม ศิษย์บางคนกลับบ้านไปตั้งแต่ช่วงเย็นของเมื่อวาน บางคนเตรียมตัวไปในช่วงเช้า

ขณะที่ฤทธากำลังยืดเส้นยืดสายอยู่ที่สนามหญ้าเล็กๆ หน้าบ้านพัก อาจารย์เกา ศิษย์พี่ซู ศิษย์พี่จิมมี่เดินมาพร้อมกัน

“ไงฤทธาร่างกายฟื้นตัวเป็นปรกติหรือยัง ยินดีด้วยกับอันดับหนึ่งนะ”

อาจารย์แสดงความยินดีกับฤทธา

“ข้าหายดีแล้วครับ ขอบคุณครับอาจารย์” ฤทธาประคองหมัดขอบคุณอาจารย์

ยอนมินและเรโซ่หอบสัมภาระออกมาจากบ้านพัก เพื่อเตรียมกับบ้านกันพอดี

“ไปพักผ่อนกันให้สบายใจเถอะ อีกหนึ่งเดือนค่อยมาเจอกันนะโชคดีทุกคน”

อาจารย์เกาอวยพรลูกศิษย์แล้วเดินจากไป

ทั้งห้าคนคารวะอาจารย์ แล้วหันมาคุยกัน

“ศิษย์พี่กับอาจารย์ไปไหนกันมารึ” เร่โซ่ถาม

“ไปหาอาจารย์ข้าแล้วก็ไปบอกลาสัตว์พาหนะของพวกข้าน่ะ” จิมมี่บอก

“พวกมันยังโตไม่เต็มที่ ให้พวกมันอยู่กับฝูงไปก่อน”

ซูคิมเสริมอีกที

“ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็แยกกันก่อน อีกเดือนนึงค่อยเจอกันนะศิษย์พี่” ยอนมินกล่าวลา

“งั้นเราสามคนไปก่อนนะซู พวกข้าไปทางประตูเหนือเหมือนกันพอดี โชคดีเพื่อนอย่าลืมแวะไปหาข้าล่ะ” จิมมี่พาศิษย์น้องอีกสองคนไปด้วย

“เจ้านัดแม่ที่ค่ายกลเคลื่อนย้ายใช่มั้ย ไปเอาของมาสิ จะได้ไปกัน” ซูคิมบอกฤทธา

“ไปกันเลยข้าพร้อมแล้ว ศิษย์พี่” ฤทธาเดินไปกอดคอศิษย์พี่แล้วเดินไปด้วยกัน

“ข้ามีเสื้อผ้าอะไรนี่ไหนล่ะ มีชุดที่ใส่ กับชุดสำนักแค่นั้น” ฤทธาบอกศิษย์พี่ซู

“ฮ่า ฮ่า นั่นสินะ”

ศิษย์พี่กับศิษย์น้องเดินหัวเราะไปด้วยกันกัน

ที่จุดวงเวทเคลื่อนย้ายทางประตูใต้ มีแสงสีฟ้าเกิดขึ้นพอมันจางหายไป ก็เห็นฤทธากับซูคิมยืนอยู่

ทหารเฝ้าจุดสองคนแค่เหลือบมองแต่ไม่ได้สนใจอะไร เพราะรู้ว่าจุดนี้มาจากสำนักเย่วจีนั่นเอง

“ฤทธาลูก ฤทธาๆ” เสียงหญิงคนหนึ่งเรียกฤทธาอยู่

ฤทธาหันมองไปตามเสียง

“แม่ แม่ครับ” ทั้งคู่วิ่งเข้ากอดกัน

ซูคิมมองดูน้ำตารื้น เขานึกภาพที่ต้องจากครอบครัวไปเป็นปีไม่ออกเลยว่าจะรู้สึกยังไง

“พ่อล่ะแม่ พ่อไม่มาด้วยหรือครับ”

ฤทธาวิ่งมาคว้ามือศิษย์พี่

“พ่อเขารออยู่น่ะ” ผู้เป็นแม่บอกด้วยรอยยิ้ม

“ศิษย์พี่นี่ท่านแม่ข้า แม่นี่ซูคิมศิษย์พี่ของผม”

ฤทธารีบแนะนำ ซูคิมประคองหมัดคารวะ

“สวัสดีจ้ะ ไปกินข้าวด้วยกันก่อนนะ พ่อเขารออยู่ที่ร้าน”

เมิ่งเหยาบอกพวกเด็กๆ แล้วเดินนำไป

“ป่ะศิษย์พี่แวะไปกับข้าหน่อยนะ”

ซูคิมพยักหน้ารับคำฤทธา

ทั้งสามเดินไปได้สักพัก ฤทธาก็สังเกตเห็นชายร่างใหญ่มีพุงยืนอยู่หน้าร้าน ร้านหนึ่ง

“เชิญครับบะหมี่ชูกำลัง เปิดวันแรก เชิญมาชิม เชิญด้านในได้เลยครับ”

เจิ้งเทียนยืนเรียกลูกค้าอยู่หน้าร้าน

“พ่อ พ่อครับพ่อ” ฤทธาตะโกนเรียกพร้อมวิ่งไปกระโดดกอด

“โอ้ว..ไงไอ้ลูกชาย สูงขึ้นเยอะเลยนะ” เจิ้งเทียนกอดลูกชายด้วยความคิดถึง พร้อมใช้มือทั้งสองข้างจับบ่าลูก สำรวจความสูงและกล้ามเนื้อ

“พ่อๆ นี่ซูคิมศิษย์พี่ของผม” ฤทธารีบแนะนำให้พ่อรู้จักศิษย์พี่คนสนิท

ซูคิมประคองหมัดคารวะ

“สวัสดีครับท่านลุง ผมซูคิมครับ” ซูคิมแนะนำตัว

เจิ้งเทียนเดินมากอดคอซูคิม

“สวัสดีๆ มาๆ พ่อหนุ่มมาชิมบะหมี่ ฤทธามาลูกมา เข้ามาในร้านกันก่อน”

เจิ้งเทียนเดินนำทั้งหมดเข้าร้านไป เป็นร้านขนาดกลางติดริมถนนเมืองชั้นนอกใกล้ทางประตูใต้

ฤทธาเดินเข้าร้านไปพบชายหนุ่มอายุประมาณสามสิบต้นๆ ยืนรอต้อนรับอยู่

“สวัสดีครับนายน้อย” ชายหนุ่มคารวะ

“สวัสดีครับ” ฤทธาคารวะโดยทันทีด้วยท่าทางตกใจ

“นี่ อาหมิงผู้ช่วยพ่อ อาหมิงเอาบะหมี่มาสองชุดให้เด็กๆ ชิมหน่อย”

เจิ้งเทียนบอกลูกน้องเขา อาหมิงหันกลับเข้าทางครัวที่อยู่ตรงหน้าร้าน

ฤทธามองไปรอบๆ พอเดินเข้ามาด้านขวาเป็นครัวแบบเปิด มีหม้อน้ำซุป มีโต๊ะเตรียมของและเครื่องครัวต่าง

เดินเข้ามาด้านในมีโต๊ะอยู่สิบโต๊ะ ด้านนอกอีกสี่โต๊ะ ตอนนี้ด้านในมีคนนั่งห้าคน โต๊ะนึงสามคนอีกโต๊ะสองคน ลักษณะเป็นพวกคนงาน

แม่พาฤทธามานั่งที่โต๊ะด้านในสุด เจิ้งเทียนก็กอดคอซูคิมพามานั่งเก้าอี้ตรงข้าม ส่วนฤทธากำลังประมวลภาพต่าง

“นี่เป็นร้านเราลูก เดี๋ยวกินเสร็จให้แม่เขาพาไปดูห้องลูกข้างบนนะ”

เจิ้งเทียนอธิบาย พอดีกับอาหมิงนำบะหมี่มาพอดี

“มาๆ เด็กๆ ลองชิมดูซิว่าเป็นอย่างไรบ้าง”

เจิ้งเทียนขยับชามบะหมี่ให้เด็กๆ

“กินกันไปนะพ่อไปดูหน้าร้านก่อน” พูดเสร็จเขาก็เดินไป

“กินกันไปนะเดี๋ยวแม่ไปเอาน้ำมาให้”

เมิ่งเหยาลุกแล้วเดินเข้าไปด้านหลัง

ฤทธากับซูคิม ขยับชามมาใกล้ตัว

“ลองชิมดูศิษย์พี่ ข้าเคยกินครั้งนึงตอนปนะมาณเจ็ดขวบมั้ง อร่อยมากข้ารับรอง”

ฤทธาเชิญชวนพร้อมกับยกชามขึ้นมา

พอเข้าปากไปคำแรก เขารู้สึกถึงน้ำซุปที่กำลังลงไปที่กระเพาะ แล้วรู้สึกถึงพลังงานและความสดชื่น ความเหนื่อยล้าต่างๆ หายไป เขามองหน้าซูคิม พบว่าซูคิมทำตาโตมองเขาอยู่เช่นกัน

“นี่มันสุดยอดมากฤทธา นอกจากจะอร่อยแล้ว ยังรู้สึกถึงการฟื้นฟูพลังกายด้วย”

ซูคิมบอกกับฤทธา แล้วใช้ตะเกียบคีบบะหมี่คำต่อไป

เมิ่งเหยานำกาน้ำชามาให้เด็กๆ

“เป็นไงจ๊ะฤทธา ซู อร่อยใช่มั้ย” เมิ่งเหยาถาม

“อร่อยมากเลยครับคุณน้า แถมฟื้นพลังได้ด้วย มันยอดมากเลยครับ”

ซูคิมบอกเมิ่งเหยา

“ตกลงคือพ่อกับแม่ย้ายมาอยู่ที่นี่เลยเหรอครับ”

ฤทธาถามอย่างอดสงสัยไม่ได้

“ใช่จ้ะ พวกเรามาได้เกือบอาทิตย์แล้ว เตรียมร้านซื้อทาสสมัครใจ ซื้อของและจัดร้านกัน เป็นไงแปลกใจเลยใช่มั้ย” เมิ่งเหยาถามลูกชาย

“เดี๋ยวกินเสร็จแม่จะพาไปห้องของลูก ซูก็อยู่ก่อนสักพักค่อยกลับนะจ๊ะ เดี๋ยวน้าเอาผลไม้ไปให้ชิม”

เมิ่งเหยาบอกเด็กๆ

“ได้ครับผมอยู่เมืองนี้อยู่แล้ว ไม่ได้ไปไหนด้วยครับวันนี้” ซูคิมรู้สึกดีใจที่พ่อแม่ฤทธาย้ายมาอยู่ที่นี่ ทีนี้พวกเขาก็จะเที่ยวเล่นกันได้อย่างเต็มที่

เมิ่งเหยาพาเด็กๆ มาที่ห้องของฤทธาบนชั้นสอง ที่ร้านใหม่ของพ่อแม่ฤทธา ครึ่งด้านในของร้าน มีชั้นสองที่แบ่งเป็นที่พักอาศัย

ในห้องฤทธากว้างพอควร มีเตียงนอน โต๊ะอ่านหนังสือ ชั้นวางหนังสือและตู้ใส่เสื้อผ้า

“โห…นี่ห้องผมหรือครับแม่” ฤทธาถามด้วยความดีใจ

“ใช่จ้ะ พวกลูกก็กินผลไม้แล้วคุยกันไปก่อนนะ ทำความคุ้นเคยก่อน แม่จะลงไปดูพ่อเขาหน่อย”

เมิ่งเหยาปล่อยให้เด็กๆ ได้ทำความคุ้นเคย

“ดีจัง ตอนนี้เราก็อยู่เมืองเดียวกันแล้วสิ” ซูคิมกล่าวอย่างดีใจ

“อาทิตย์หน้าข้าว่าจะไปเที่ยวบ้านจิมมี่ เจ้าสนใจจะไปด้วยหรือไม่”

ซูคิมถามศิษย์น้องของเขา

“อืม..น่าสน ข้าขอดูสักวันสองวันค่อยให้คำตอบนะ ข้าอาจต้องช่วยที่ร้านและยังต้องขอพ่อกับแม่ก่อนน่ะ”

ฤทธายังไม่มั่นใจในสถานการณ์ของที่บ้าน

“ได้สิ ถ้างั้นข้าขอตัวกลับบ้านก่อนแล้วกัน ป่านนี้แม่ข้าคงรอแย่แล้ว”

ซูคิมขอตัวกลับก่อน

ฤทธามาส่งซูที่หน้าร้าน ซูคิมร่ำลาพ่อแม่ฤทธาแล้วจากไป

“ท่านพ่อ ท่านแม่มีอะไรให้ข้าช่วยบ้างครับ” ฤทธาถามพร้อมพับแขนเสื้อขึ้น

“ฮ่า ฮ่า ไม่มีหรอกเจ้าหนู คนไม่ได้เยอะอะไร เจ้ากับแม่เจ้า ไปคุยกันให้หายคิดถึงเถอะ แล้วเดี๋ยวตอนเย็นค่อยลงมากินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันอีกที ไปๆ ไปเถอะ”

เจิ้งเทียนโบกมือให้ทั้งคู่ไป

“เรื่องราวเป็นมายังครับท่านแม่”

ฤทธานั่งลงที่เตียงในห้องของตัวเองและสอบถามเรื่องราว

ผู้เป็นแม่นั่งลงข้างๆ ลูกพร้อมกับลูบหัวเบาๆ

“พ่อกับแม่ก็แค่อยากมาอยู่ใกล้ๆ ลูก พอวันหยุดจะได้เจอลูกบ้างก็แค่นั้น”

เมิ่งเหยาดึงลูกมากอดเบาๆ

“แล้วบ้านเรามีเงินมีทองพอหรือครับ ผมมีหินวิญญาณเยอะนะแม่”

ฤทธาเตรียมจะเอาแหวนมิติออกมา

เมิ่งเหยาเหมือนรู้ทันความคิดลูก ยกมือห้ามปรามลูกไว้พร้อมกับบอกว่า

“ลูกไม่ต้องห่วงพ่อกับแม่เรื่องนี้เลย ถ้าลูกขาดเหลือหรือต้องการอะไรก็บอกพ่อกับแม่ได้เลยนะ ม่ะๆ มาดูเสื้อผ้าที่แม่ซื้อให้ลูกกัน ถ้าใส่ไม่ได้พรุ่งนี้แม่จะได้เอาไปเปลี่ยน แต่จากที่ดูน่าจะใส่ได้หมดนะ”

เมิ่งเหยาลุกจากเตียงกำลังจะจูงมือลูกชายไป แต่ฤทธายั้งมือผู้เป็นแม่ไว้ก่อน

“เดี๋ยวครับแม่ ผมมีคนอยากให้แม่ได้รู้จักก่อนครับ”

ฤทธาบอกแม่พร้อมกับดึงมือให้นั่งลงก่อน

“ไหนใครอีกหรือลูก” เมิ่งเหยาถามลูกชายอย่างสงสัย

“ชีต้าร์ออกมา”

ฤทธาเรียกชีต้าร์

ทันใดนั้นชีต้าร์ก็ปรากฏตัว เมิ่งเหยาสะดุ้งเล็กน้อย

“ข้าชีต้าร์ คารวะนายหญิงแม่”

ชีต้าร์ยกอุ้งเท้าหน้าทั้งสองข้าง ทำท่าคารวะจริงจัง

“ชีต้าร์เป็นสัตว์วิญญาณของผมครับ”

ฤทธาบอกผู้เป็นแม่ ขณะที่เมิ่งเหยาก้มไปอุ้มชีต้าร์ขึ้นมา

“อุ้ย น่ารักจังเลย ไม่ต้องเรียกนายหยงนายหญิงอะไรหรอก เรียกแม่เฉยๆ ก็ได้”

เมิ่งเหยาลูบหัวและเกาคางชีต้าร์เป็นการใหญ่ ทำให้ชีต้าร์เคลิ้มเป็นพักๆ

“ท่ะท่านแม่ ท่านแม่ขอรับ ท่านแม่ ข้าเป็นสัตว์วิญญาณครับท่านแม่ ไม่ใช่สัตว์เลี้ยง”

ชีต้าร์บอกเมิ่งเหยา แต่ก็มีเสียงคราง ครืดๆ เพราะความฟินดังออกมา

เมิ่งเหยาหัวเราะ พร้อมกับวางชีต้าร์ลง

“ขอโทษๆ แม่อดใจไม่ได้ แล้วชีต้าร์หิวมั้ยลูก จะกินอะไรมั้ยเดี๋ยวแม่เอาขึ้นมาให้”

เมิ่งเหยาถามชีต้าร์

“ข้าไม่หิวขอรับท่านแม่ ไม่ต้องเป็นห่วงขอรับ”

ชีต้าร์บอกพร้อมคารวะขอบคุณ

“เอาล่ะถ้าอย่างนั้นพวกลูกก็พักผ่อนกันเถอะ แม่ซื้อหนังสือชีวประวัติคนสำคัญ กับประวัติศาสตร์ทวีปต่างๆ ที่ลูกยังไม่เคยอ่านมาให้หลายเล่มเลย ลูกลองดูเอาเองแล้วกันนะ ค่ำๆ ค่อยลงไปกินข้าว”

เธอบอกลูกชายเสร็จก็เดินออกจากห้องไป

“ท่านแม่เจ้าเป็นคนใจดีมาก”

ชีต้าร์กล่าวกับฤทธา ฤทธาได้แต่ยิ้มรับ พร้อมกับล้มตัวลงนอน

“ไม่คิดเลยว่าพวกท่านจะย้ายมา” ฤทธาบอกกับชีต้าร์

“อย่างนี้เรื่องไค่หยงจะทำอย่างไรดี” ชีต้าร์ถามอย่างร้อนใจ

“อืม…เดินทางไปกลับน่าจะสัปดาห์หนึ่ง แถมยังไม่รู้จะมีเรือเหาะลำไหนไปหรือเปล่า”

ขณะฤทธาใช้ความคิด

เขาก็หยิบกล่องไม้เล็กๆ ออกมาจากแหวนมิติ แล้วเอาใบไม้สีทองที่ไค่หยงเคยให้ออกมา

ชีต้าร์มีสีหน้าตกใจ กระโดดเข้าหาฤทธา

“ฤทธา เก็บๆๆ”

ชีต้าร์รีบเอาใบไม้เก็บเข้ากล่อง แล้วรีบใส่ไว้ในกำไลของฤทธา พร้อมกับหายใจหอบอย่างตื่นเต้น

“ถ้าพวกอสูรหรือปีศาจรู้ถึงการมีอยู่ของมัน เมืองนี้ได้วุ่นวายแน่”

ชีต้าร์ล้มตัวนอนหงายลงบนเตียง

“มันคืออะไรอย่างงั้นรึ ทำไมถึงจะเกิดเรื่องร้ายแรงขนาดนั้น”

ฤทธาถามอย่างสงสัยจับใจ

“เจ้ารู้ใช่มั้ยว่ามันทำอะไรได้” ชีต้าร์ถามฤทธา

“รู้สิ ใช้ช่วยชีวิตสัตว์วิญญาณที่ใกล้ตายได้” ฤทธาบอกกับชีต้าร์ถามที่ไค่หยงบอกมา

“ถ้าทำได้แค่นั้น ห้าร้อยปีก่อนพวกข้าคงไม่ถูกตามล่า ตามฆ่าขนาดนั้นแน่ มันยังช่วยรักษาจิตวิญญาณที่เสียหายได้”

ชีต้าร์อธิบายขณะที่ฤทธากำลังอึ้งกับสรรพคุณของมัน

“ตอนนั้นไค่หยงได้ใช้มันเพื่อช่วยนายเก่าข้า แล้วพวกอสูรเห็นเข้า มันเลยไปรายงานพวกนิกายมาร จอมมารอสูรที่รักษาตัวอยู่ก็ได้สั่งให้ตามล่าพวกข้า เพื่อจะแย่งชิงไค่หยงไป ไค่หยงเป็นเผ่าภูตโบราณลูกหลานต้นไม้แห่งชีวิตบนแดนสวรรค์ แต่ก็ถูกขับลงมาเพราะสงคราม ทุกพันปีจะมีใบไม้แห่งชีวิตออกมาได้ใบหนึ่ง เผ่าภูต

มีอายุขัยได้ประมาณสองพันปีเศษนี่คงเป็นใบสุดท้ายของไค่หยงแล้ว”

ชีต้าร์เล่าประวัติพร้อมกับท่าทางที่เศร้าลง

“เดี๋ยวข้าจะรีบไปถามเรื่องเรือเหาะให้”

ฤทธาก็เริ่มรู้สึกเป็นห่วงไค่หยง

“เดี๋ยวข้าขอไปคุยกับเขาก่อนถ้าเจ้าจะฟังก็แค่ใช้จิตรับรู้กับกำไลฟังด้วยก็ได้”

ชีต้าร์บอกพร้อมกับดีดตัวลุกแล้วกระโดดลงจากเตียง

“เจ้าคุยผ่านใบไม้นั่นได้รึ ไม่เป็นไรหรอกพวกเจ้าไม่พบกันนานคงมีเรื่องคุยกันมากมาย พวกเจ้าคุยกันก่อนเถอะ”

ฤทธาบอกพร้อมกับจับบ่าชีต้าร์เพื่อให้กำลังใจ

ชีต้าร์พยักหน้ารับคำ

“ได้ เดี๋ยวข้าจะออกมาเล่าให้ฟังแล้วกัน”

พูดเสร็จชีต้าร์ก็หายเข้าไปในกำไล

ฤทธาก็ล้มตัวนอนอีกครั้ง พลางคิดว่าพวกชีต้าร์นั้นผ่านอะไรมามากมายจริงๆ

มื้อค่ำฤทธาแนะนำชีต้าร์ให้รู้จักทุกคน

“ชีต้าร์แล้วเจ้ากินอะไรได้มั่งล่ะ จะได้ให้อาหมิงไปเตรียมให้” เจิ้งเทียนถามชีต้าร์

“พวกเนื้อสัตว์อสูรดิบหรือสุกก็ได้ขอรับนายท่าน” ชีต้าร์ยืนสองขาพร้อมก้มคำนับอย่างเกรงใจ

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า งั้นอาหมิงเอาเนื้อตุ๋นใส่ชามให้ชีต้าร์ชิมดูซิว่าชอบมั้ย แล้วก็ชีต้าร์เรียกข้าว่าท่านพ่อก็พอ ไม่ต้องเรียกนายท่านอะไรหรอกเข้าใจมั้ย”

เจิ้งเทียนกำชับชีต้าร์

“ก็ดีฤทธาจะได้มีน้องชายไว้แก้เหงา ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

เจิ้งเทียนหัวเราะอย่างสะใจ

“แต่ท่านพ่อ ข้าอายุห้าร้อยกว่าปีแล้วนะ ทำไมไม่ให้ข้าเป็นพี่ล่ะ”

ชีต้าร์ถามด้วยท่าทางสงสัย

“เจ้ากับฤทธามีศักดิ์เป็นนายกับบ่าวมันเกี่ยวกับอายุมั้ยล่ะ นี่ข้าเลื่อนยศขึ้นให้เป็นน้องชายเจ้ายังไม่พอใจอีกเหรอ เจ้านี่นะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

เจิ้งเทียนพูดพร้อมหยิบสุรามารินใส่แก้ว

ชีต้าร์ก็เริ่มรู้สึกว่าพ่อฤทธาพูดถูก

*เออใช่ ข้าได้เลื่อนยศขึ้นมาเยอะเลย จากเจ้านายกับลูกน้องมาเป็นพี่น้อง แต่เขาก็ยังรู้สึกตะขิดตะขวงใจยังไงอยู่*

“ท่านพ่อพูดถูก แต่ข้าขอเรียกเขาว่าลูกพี่ดีกว่า เรียกพี่เฉยๆ มันไม่ชิน”

ชีต้าร์บอกกับเจิ้งเทียนพร้อมกับเกาหัวแกร่กๆ

พาทุกคนในโต๊ะหัวเราะ พอดีกับอาหมิงยกเนื้อตุ๋นมาให้ชีต้าร์พอดี เจิ้งเทียนรินเหล้าให้อาหมิง

“มาอาหมิงแก้เหนื่อยกันสักหน่อย” เจิ้งเทียนบอกกับอาหมิง

ทุกคนพูดคุยกันอย่างเป็นกันเอง

“ฤทธาวางแผนปิดเทอมไว้หรือยัง จะไปเที่ยวไหนบ้าง” เมิ่งเหยาถามลูกชาย

ข้าว่าเช้าจะไปฝึกที่บ้านศิษย์พี่ แล้วจะมาช่วยที่ร้าน อาทิตย์หน้าจะขอไปเยี่ยมบ้านศิษย์พี่อีกคน ที่มณฑลหยวนหยางกับศิษย์พี่ซูน่ะครับ” ฤทธาบอกแผนการกับพ่อแม่

“เรื่องที่ร้านลูกไม่ต้องห่วงเลยไปฝึก ไปเที่ยวเล่นให้เต็มที่เลย ที่ร้านไม่ได้ยุ่งอะไรเลย แล้วมีหินวิญญาณมั้ย เดี๋ยวพ่อเอาให้ไว้ติดตัว”

เจิ้งเทียนถามลูกชาย

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงเลย ที่พ่อกับแม่ให้มายังอยู่ครบแถมมีเพิ่มมาอีกมากเลยครับ แต่ผมอยากช่วยอะไรบ้าง” ฤทธาอยากแบ่งเบาภาระพ่อกับแม่

“เมื่อวานอาจารย์เกาแวะมาน่ะ จริงๆ เขาก็ช่วยเป็นธุระเรื่องหาร้านให้นั่นแหละแกแวะมาคุยกับพ่อ แกว่าลูกฝึกหนักแถมยังได้ที่หนึ่งของชั้นปี พ่อแกนี่หน้าบานใหญ่เลย เลยอยากให้ลูกพักผ่อนเที่ยวเล่นเต็มที่ ร้านก็ไม่ได้ใหญ่ไม่ได้วุ่นวายอะไร พ่อกับอาหมิงสองคนก็เอาอยู่ ลูกไม่ต้องเป็นห่วงไป”

เมิ่งเหยาอธิบายให้ลูกชายฟังว่าทำไมผู้เป็นพ่อถึงอยากให้ไปเที่ยวเล่น

“นายน้อยเก่งจริงๆ นั่นแหละครับ อาจารย์เกาชมไม่ขาดปากเลย นายท่านก็ภูมิใจมาก ไม่ต้องห่วงทางร้านนะครับ นายท่านจัดการทุกอย่างเก่งมาก”

อาหมิงเสริม

“สมัยหนุ่มๆ เค้ายุ่งกว่านี้เป็นสิบเท่าเลยอาหมิง”

เมิ่งเหยาเสริมอีกคน

“ชีต้าร์สักแก้วมั้ย”

เจิ้งเทียนถามชีต้าร์

“ข้าก็รอให้มีคนถามอยู่เลยขอครับ”

ชีต้าร์ตอบพร้อมยกแก้วรอ

พาให้ทุกคนหัวเราะกันหมด ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า

ที่ห้องนอนฤทธา ชีต้าร์เล่าให้ฟังว่า ไค่หยงบอกว่าเขาคงเคลื่อนย้ายไปไหนไม่ได้แล้ว เพราะต้องถนอมแรงเฮือกสุดท้ายไว้ใช้กับใบไม้แห่งชีวิต ตอนฤทธาจะใช้ใบไม้นี้เขาถึงจะมาได้เองแล้วจะคุยกับฤทธาอีกที ตอนนี้ต้องเข้าสู่ภาวะจำศีล

กลางดึกฤทธานอนหลับอยู่ที่เตียง ชีต้าร์นั่งมองกล่องใส่ใบไม้ทอง แล้วนึกถึงตอนคุยกับไค่หยง

“เจ้าก็คิดซะว่าข้าได้ตายไปแล้วเถอะเจ้าเพื่อนยาก พอเจ้านายตายพลังชีวิตข้าก็หมดลงเหมือนกัน พลังที่เหลืออยู่ตอนนี้ เป็นพลังของเผ่าภูตไพรที่เลี้ยงประคองเสี้ยววิญญาณไว้ เพื่อใช้กับใบไม้แห่งชีวิตเท่านั้น ที่ผ่านมาได้พบเจ้าพบนายท่าน จนมาถึงเจ้าหนูคนนี้ ข้าพอใจมากแล้วหลังใช้พลังสุดท้าย จิตวิญญาณข้าก็ไม่เหลือแล้ว”

ชีต้าร์คิดถึงเสียงของไค่หยงจนมีน้ำตาออกมา

“โชคดีเจ้าเพื่อนยาก”

น้ำตาชีต้าร์หยดลงบนกล่องไม้

จบตอน13.

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • แม่ครับ...ผมอยากเป็นจอมยุทธ์   ตอนที่30.การแข่งขัน

    ตอนที่ 30: การแข่งขันเมืองซานหยินเปลี่ยนโฉมในพริบตา นครโบราณแหล่งนักโบราณคดี ที่ปรกติเต็มไปด้วยเสียงท่องจำอักษรรูนและการสำรวจซากปรักหักพัง บัดนี้กลับถูกแต่งแต้มด้วยสีสันจากธงของราชวงศ์ ป้ายสมาคมการค้า อักษรสีทองของภาคีโอสถ และสัญลักษณ์อันเกรียงไกรของหอวิญญาณยุทธ์ตอนนี้เรือเหาะของแต่ละสำนักทยอยมาจอดที่นอกเมือง มีรถม้าหลายคันไปรอรับนักเรียน ส่วนเหล่าคณาจารย์บ้างเหาะไปที่จัตุรัส บ้างขี่สัตว์พาหนะบินไป ในเมือง ชาวเมืองก็คึกคัก ยี่สิบปีแล้วกว่าสำนักเย่วจีจะวนมาเป็นเจ้าภาพ ผู้คนต่างเริ่มหลั่งไหลไปที่จัตุรัสกลางเมืองณ. จัตุรัสกลางเมือง เจดีย์สมบัติเทพ ถูกย้ายมาตั้งตระหง่านที่กลางเมือง แผ่พลังอำนาจอันลี้ลับอย่างเงียบงัน มันคือสิ่งก่อสร้างจากแดนสวรรค์ สมบัติลับของหอคอยวิญญาณยุทธ์ ซึ่งจะถูกเปิดใช้งานทุกๆ ห้าปีเท่านั้น"ข้ารู้สึกได้...เจดีย์นั่นระดับสวรรค์"เสียงเรโซ่พูดเบา ๆ ขณะจ้องมองยอดเจดีย์ที่สูงทุกคนทยอยเข้าไปที่โถงชั้นล่างของเจดีย์ โถงนี้เป็นสนามรับชมแข่งขันขนาดใหญ่ ที่รองรับผู้คนได้มากมายภายในสนามแข่งขันมีเด็กหนุ่มสาวจากสี่สำนักใหญ่ รวมทั้งหมดแปดทีม แยกเป็นทีมชาย ทีมหญิงจากแต่ละสำนั

  • แม่ครับ...ผมอยากเป็นจอมยุทธ์   ตอนที่29.ศึกฝ่ายใน

    ตอนที่ 29: ศึกฝ่ายในเปิดเทอมวันแรก ฤทธาวัยสิบห้าปีถูกสำนักประกาศ ว่าเป็นคนคัดลอกคัมภีร์หมื่นโอสถ ที่ไม่มีใครสามารถเปิดได้ สร้างคุณูปการมากมายให้สำนัก ฤทธาเองก็ตกใจกับประกาศนี้อีกหกเดือน ก่อนการแข่งศึกสี่สำนักจะเริ่มขึ้น การแข่งขันที่จัดขึ้นทุกห้าปี โดยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพระหว่างสี่สำนักใหญ่ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเยาวชน และเปิดโอกาสให้ศิษย์ระดับหัวกะทิได้แสดงฝีมือ รวมถึงแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันในระดับทวีป ปีนี้สำนักเย่วจีเป็นเจ้าภาพ และมอบหมายให้หอคอยวิญญาณยุทธ์ดูแลแต่ก่อนถึงวันนั้น ทางสำนักเย่วจีก็จัดให้มีการคัดเลือกทีมตัวแทนขึ้นภายในก่อน โดยแบ่งเป็นสองทีมจากฝ่ายใน คือบ้านขาวและบ้านดำ ทำการแข่งขันกันในสนามประลองของสำนัก ทีมอันดับหนึ่งจะได้เป็นตัวแทนเข้าสู้ศึกสี่สำนักณ. เวลานี้อันดับของศิษย์ในสำนักมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก หลังจากเด็กปีสี่เดิมขึ้นปีห้าก็ถูกส่งไปฝึกงานที่เมืองซีไห่เมืองหน้าด่านของทวีปใต้ที่ตั้งอยู่ริมแนวป่าเขตอสูร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีสัตว์อสูรปรากฏตัวบ่อยครั้ง และเป็นสนามรบสำคัญในการฝึกประสบการณ์จริงหลังการเปลี่ยนแปลง จิมมี่ปีสี่ขึ้นมาอยู่อันดับ

  • แม่ครับ...ผมอยากเป็นจอมยุทธ์   ตอนที่28.สร้างรากฐาน

    ตอนที่ 28: สร้างรากฐานลมพัดเอื่อยเฉื่อยผ่านยอดไม้ ในสวนสมุนไพรเล็กๆ ที่ฤทธาปลูกไว้ด้านหลังหอพักของศิษย์ฝ่ายใน กลิ่นหอมอ่อนของดอกไม้ป่ากับใบสมุนไพรชั้นดีลอยคลุ้งไปทั่วมีคลื่นพลังสีทองกระจายออกมาจากเรือนพักเล็กๆ หลังสวนนั้นในเรือนฤทธาลืมตาจากการนั่งบ่มเพาะ เขาเพิ่งเลื่อนระดับ เข้าสู่ระดับห้า ระดับหลอมวิญญาณสำเร็จแล้วฤทธาเดินมานั่งยองๆ พลิกดูใบของสมุนไพรแต่ละต้นอย่างตั้งใจจู่ๆ ฤทธาก็รู้สึกร้อนที่ข้อมือขวา มือข้างที่สวมกำไล กำไลก็เปล่งแสงแล้วหายไป“กำไลหายไป แต่ข้ารู้สึกว่ามันยังอยู่”ฤทธาถามชีต้าร์“ไม่ได้หายไปไหนหรอก ตอนนี้มันหลอมรวมกับเจ้าแล้ว ถ้าเจ้าจะให้มันปรากฏ ก็แค่คิดเท่านั้น”ชีต้าร์อธิบายฤทธาลองทำตามคำแนะนำ กำไลก็ปรากฏขึ้นมา เขารู้สึกถูกใจมาก ฤทธารู้สึกแปลกๆ ที่ดวงตา“ฤทธา ดวงตาเจ้าวิวัฒนาการจากดวงตาประเมินสิ่งของ ตอนนี้สามารถพินิจและวินิจฉัยสิ่งมีชีวิตได้ด้วย ข้าตั้งชื่อมันว่าเนตรพินิจ เจ้าคิดว่าอย่างไร?”ไค่หยงบอกความสามารถใหม่พร้อมชื่อ“ดีเลยครับท่านปู่”เหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งสัปดาห์ก่อนเปิดภาคเรียน ฤทธารู้ดีว่าเขาต้องเตรียมวางรากฐานสำหรับอนาคต ทั้งสำหรับตัวเอง และโดยเฉ

  • แม่ครับ...ผมอยากเป็นจอมยุทธ์   ตอนที่27.วางเดิมพัน

    ตอนที่ 27: วางเดิมพันช่วงปิดเทอมก่อนขึ้นปีสาม ฤทธาและเพื่อนๆ อย่างซูคิม จิมมี่ เรโซ่ และยอนมิน นัดกันซ้อมทีมเบาๆ เพื่อเตรียมรับภารกิจจากหอวิญญาณยุทธในอนาคต แม้จะเริ่มวางโครงสร้าทีมกันไว้บ้าง แต่ฤทธายังไม่เร่งรีบ เพราะในใจเขามุ่งเป้าไปที่สนามประลองกลาง ซึ่งกำลังจะเปิดศึกในไม่ช้าพวกเด็กๆ รวมตัวกันไปล่าสัตว์ เพื่อฝึกการต่อสู้ร่วมกัน แบ่งหน้าที่กันทำ เสร็จแล้วมาประชุมกัน เพื่อพูดคุยถึงการทำหน้าที่แต่ละคน“ข้าว่าตำแหน่งอย่างตอนนี้ก็ดีนะ ข้ากับซูอยู่หน้า ฤทธากับเรโซ่คุมปีกซ้ายและขวา ยอนมินอยู่กลางคอยสนับสนุน” จิมมี่บอกกับทุกคนทุกคนมองตากันพร้อมพยักหน้าเห็นด้วย“ว่าแต่เราจะใช้ชื่อทีมว่าอะไรดี” เรโซ่ถามคำถามนี้ทำให้ทุกคนหยุดคิดแล้วมองหน้ากัน แต่แล้วสายตาทุกคนก็มาหยุดอยู่ที่ฤทธา เหมือนจะขอความคิดเห็น“อ่า..ข้าชอบอะไรแบบที่เป็นสองอย่างแต่ขัดแย้งกันน่ะ อย่างเช่น กลางวันกลางคืน ขาวและดำ พิษกับยาถอนพิษอะไรแบบเนี้ย แต่ข้าตั้งชื่อไม่เก่งนะ แฮะๆ”ฤทธาตอบแบบไม่ให้ความหวัง“น่าสนใจ อะไรสองอย่างที่คู่กันแต่ต่างกัน”ซูคิมเกาคางใช้ความคิด“มืดกับสว่าง เป็นไง” ยอนมินลองเสนอสิ่งที่คิดออก“มืดกับสว่าง หน

  • แม่ครับ...ผมอยากเป็นจอมยุทธ์   ตอนที่26.ภารกิจใหม่

    ตอนที่ 26:ภารกิจใหม่สนามประลองใหญ่ของสำนักเย่วจี ในวันนี้เต็มไปด้วยเสียงเชียร์ของศิษย์หลายร้อยชีวิต พื้นสนามกลมขนาดใหญ่ถูกห้อมล้อมด้วยเวทีหินและอักขระค่ายกลที่สลักไว้รอบด้าน เสียงประกาศของหอจัดการดังขึ้นเหนือเวที"วันนี้มีศึกใหญ่สามคู่ ได้แก่ อันดับที่สี่สิบสองเจียงซิว ปะทะ จิมมี่ ผู้ท้าชิงอันดับที่สี่สิบห้า อีกคู่คืออันดับที่ห้าสิบ หานเฉา ปะทะ ซูคิม ผู้ท้าชิงอันดับที่ห้าสิบสี่ และอันดับที่สามสิบเจ็ด เฟิ่งหยู ปะทะ จ้าวหมิน! อันดับที่สามสิบเก้า”สวัสดิการแต้มของสำนักที่ให้ต่อเดือน ทุกคนต่างจ้องตาเป็นมัน ถูกปิดประกาศชัดถ้อยชัดคำไว้ตามหอภารกิจและหอพัก อันดับหนึ่งถึงสิบ ห้าพันแต้มแต้มต่อเดือน อันดับสิบเอ็ดถึงห้าสิบสามพันแต้ม อันดับห้าสิบเอ็ดถึงร้อยหนึ่งพันห้าร้อยแต้ม อันดับร้อยหนึ่งถึงสองร้อยแปดร้อยแต้มต่อเดือนและเมื่อใครติดหนึ่งในร้อยแล้ว จะสามารถประลองได้วันละสองครั้ง เดิมพันแต้มได้ตามอันดับสูงสุด อันดับห้าสิบเอ็ดถึงร้อย เดิมพันได้ไม่เกินหนึ่งพันแต้ม อันดับหนึ่งถึงห้าสิบ เดิมพันได้ไม่เกินสามพันแต้มเหล่าศิษย์ต่างหลั่งไหลมาที่สนามประลองใหญ่ เพื่อรอดูศึกอันดุเดือดจิมมี่ยืนบนเวทีด้วยท่า

  • แม่ครับ...ผมอยากเป็นจอมยุทธ์   ตอนที่25.หอวิญญาณยุทธ์

    ตอนที่ 25: หอวิญญาณยุทธ์แสงจันทร์จางหาย... ท้องฟ้ากลายเป็นผืนผ้ามืดมิดไร้ขอบเขตฤทธาตื่นขึ้นอีกครั้งในทะเลจิตวิญญาณของตนเองแต่สิ่งที่เขาเห็นตรงหน้ากลับทำให้ใจเต้นไม่เป็นจังหวะที่นี่...ไม่ใช่ทะเลจิตแบบเดิมคลื่นพลังลมปราณแผ่ซ่านรอบทิศ แต่ในความสงบกลับแฝงความยิ่งใหญ่ ดอกบัวห้าสีกลางสระที่เคยหมุนช้าๆ บัดนี้เบ่งบานเต็มที่ รัศมีสีสันสดใสดั่งอัญมณีเจิดจ้า...และมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมที่ฐานดอกบัวมีโลหะสีทองห่อหุ้ม มีลวดลายสวยงามท้องฟ้าเหนือหัวกลับแปรปรวน มีรอยแยกมิติขนาดต่างๆ กระจายตัวไปทั่วและที่น่าตกใจที่สุดคืออักษรรูนลอยอยู่เหนือดอกบัว เป็นอักษรบนกำแพงหินในห้องลับ… มันค่อยๆ เปล่งแสง แล้วไหลเข้าสู่กลางหน้าผากของเขา“เคล็ดมิติเจ็ดรอยแยก…”เสียงสะท้อนดังขึ้นในใจ"มันคือปราณธาตุอีกธาตุหนึ่งที่เจ้าได้มา ตอนนี้เจ้ามีไตรธาตุ"เสียงของไค่หยงดังขึ้นในใจ"กระดูกวิญญาณธาตุมิตินั้นมิใช่เพียงพลังของการควบคุมมิติ... มันยังขยายขอบเขตจิตวิญญาณของเจ้า ทำให้ที่แห่งนี้เติบโต และข้าก็พลอยแข็งแกร่งขึ้นไปด้วย"ไค่หยงอธิบายให้ฤทธาฟังฤทธาพึมพำเบาๆ"ทะเลจิต... ขยายขึ้น แล้วนี่มัน..."เขาใช้เวลาอีกพักเพื่อทำ

  • แม่ครับ...ผมอยากเป็นจอมยุทธ์   ตอนที่12.หอคอยทดสอบปีหนึ่ง

    ตอนที่ 12: หอคอยทดสอบปี 1หลังจากได้ป้ายเขียนยันต์มาเป็นอาชีพที่สาม ฤทธาเริ่มฝึกเขียนยันต์สายฟ้าด้วยความมุ่งมั่น วันแล้ววันเล่า จนในที่สุดก็สามารถเขียนยันต์สายฟ้าสำเร็จเป็นครั้งแรก เมื่อปลดปล่อยพลังออกมา สายฟ้าก็ฟาดลงไปตรงเป้าหมายได้อย่างแม่นยำในขณะเดียวกัน ฤทธาก็ฝึกหลอมโอสถบำรุงปราณขั้นสูง โดยใช้

  • แม่ครับ...ผมอยากเป็นจอมยุทธ์   ตอนที่11.ทำสัญญากับชีต้าร์

    ตอนที่ 11: ทำสัญญากับชีต้าร์ฤทธาเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของชีต้าร์ หลังจากผ่านการศึกษาเรื่องสัตว์วิญญาณมาระยะหนึ่งชีต้าร์เริ่มออกมาคุยกับเขาในตอนกลางคืนบ่อยขึ้น แต่ดูอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด บางครั้งเพียงแค่เดินไปเดินมาก็แทบหมดแรงฤทธาจึงตัดสินใจไปค้นคว้าในหอสมุดของสำนัก จนพบข้อมูลสำคัญที่ท

  • แม่ครับ...ผมอยากเป็นจอมยุทธ์   ตอนที่10.นักเชิดหุ่นขั้นต้น

    ตอนที่10.นักเชิดหุ่นขั้นต้น.ในยุคแห่งสงครามเผ่าพันธุ์ มนุษย์ต้องรวมพลังต่อสู้กับเผ่าพันธุ์อื่นๆ นอกจากพวกทหารและจอมยุทธแล้ว การคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ก็พัฒนาควบคู่กันไปสมาคมการค้าคือกลุ่มที่ประดิษฐ์สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อประโยชน์ในสงครามและชีวิตประจำวันของประชาชนทั่วไป ยุคนี้จึงเป็นยุคของก

  • แม่ครับ...ผมอยากเป็นจอมยุทธ์   ตอนที่9.าตุสายฟ้า

    ตอนที่9.ธาตุสายฟ้า.วันต่อมา ฤทธาและซูมาฝึกที่ลานฝึกซ้อมตั้งแต่เช้าตรู่ ฤทธาต้องการฝึกฝนเพิ่มเติมก่อนเข้าไปฝึกคนเดียวที่ห้องซ้อมของสำนัก"เจ้าพร้อมหรือยัง?" ซูถามพลางยืดเส้นยืดสาย"พร้อมเสมอ!" ฤทธายิ้มกว้างซูเป็นนักยุทธที่ใช้ปราณธาตุสายฟ้า ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องพลังโจมตีรุนแรงและความว่องไว แต่ก็มีข้

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status