Partager

บทที่ 5

Auteur: อี้ซัวเยียนอวี่
กลับถึงห้องหอ หัวหน้าหมัวมัวที่ตอนแรกก้มหน้าก้มตาท่าทางเข้มงวดก็สั่งให้คนเตรียมน้ำมาปรนนิบัติฮองเฮาอาบน้ำ

นางเบียดเหลียนซวงออก เข้ามายิ้มกว้างให้เฟิ่งจิ่วเหยียน

“ฮองเฮา หลายปีมานี้ นอกจากหวงกุ้ยเฟยแล้ว ฝ่าบาทยังไม่เคยโปรดปรานสนมคนอื่นมาก่อนเลยนะเพคะ ท่านนับเป็นคนแรก!”

เหลียนซวงยืนอยู่ข้าง ๆ รู้สึกไม่ใคร่พอใจหมัวมัวผู้นี้

ตอนแรกยังไม่เห็นว่านางจะปรนนิบัติด้วยความกระตือรือร้นปานนี้ ช่างเป็นพวกประจบผู้มีอำนาจเหยียบย่ำคนฐานะต่ำกว่าโดยแท้

ในวังหลวงแห่งนี้ ฐานะของสตรีล้วนพึ่งพาความโปรดปรานของฮ่องเต้ดังคาด มิฉะนั้น ต่อให้สูงส่งเป็นฮองเฮาก็ยังถูกเมินเฉยไม่ได้รับการเหลียวแล

หัวหน้าหมัวมัวพูดอะไรไปมากมาย เฟิ่งจิ่วเหยียนล้วนไม่ตอบ

นางสั่งความอย่างเย็นชา “ออกไปให้หมด ให้เหลียนซวงปรนนิบัติในตำหนักคนเดียวก็พอ”

……

หลังจากในตำหนักเงียบลงแล้ว เหลียนซวงก็ถามอย่างกังวลใจ

“ฮองเฮา ฝ่าบาทเสด็จมาย่อมเป็นเรื่องดี

“แต่ท่านทำเช่นนี้ จะมิเป็นการขัดแย้งกับหวงกุ้ยเฟยหรือเพคะ?

“นายหญิงบอกให้พวกเราอยู่ในวังหลวงอย่างเงียบ ๆ อย่าสร้างศัตรู โดยเฉพาะหวงกุ้ยเฟย...”

“ท่านแม่ก็สอนเวยเฉียงเช่นนี้หรือ” เฟิ่งจิ่วเหยียนพลันเอ่ยขึ้นมา น้ำเสียงเย็นชา แววตาคมปลาบ

นางไม่เห็นด้วยกับวิธีอบรมสั่งสอนเช่นนี้

เพราะสิ่งที่อาจารย์และอาจารย์หญิงสอนนางมาคือมีคุณต้องตอบแทน มีแค้นต้องชำระ ชีวิตนี้มีหนเดียวก็ต้องใช้ให้เต็มที่ จะได้ไม่นึกเสียดาย

ความจริง มารดาก็เพียงแต่อบรมสั่งสอนบุตรีตามแนวทางของตระกูลเฟิ่ง

ตระกูลเฟิ่งหวังให้บุตรีเป็นหงส์จึงอบรมอย่างเข้มงวดกวดขัน

ความสำเร็จด้านดนตรี การเดินหมาก วิชาความรู้และการวาดภาพของสตรีในตระกูลล้วนไม่แพ้คนนอก

ทั้งยังต้องรักษาคุณธรรมอันดีงาม มีชื่อเสียงอันดีงามอยู่ข้างนอก

เวยเฉียงเขียนจดหมายมาระบายความในใจมากกว่าหนึ่งครั้งว่า นางอิจฉาตนเองมากที่ได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรี นางไม่อยากเข้าวังไปเป็นฮองเฮา

ยามนี้มาคิดดูแล้ว หากเวยเฉียงได้เข้าวังมาเป็นฮองเฮาจริง จะทนรับการเคี่ยวกรำจากผู้คนในวังเหล่านี้ได้อย่างไร?

เหลียนซวงเป็นหนึ่งในไม่กี่คนในจวนตระกูลเฟิ่งที่ทราบตัวตนที่แท้จริงของเฟิ่งจิ่วเหยียน

นางมีไหวพริบยิ่งนัก ไปปิดหน้าต่างโดยไม่ต้องหยุดคิดเลยสักนิด

“ฮองเฮา! กำแพงมีหู สิ่งที่ควรลืม ท่านก็ลืมไปเถิดเพคะ อย่าพูดถึงอีกเลย”

เฟิ่งจิ่วเหยียนยังคงสงบเยือกเย็น

“พวกเขาอยู่ไกล ไม่ได้ยินหรอก”

นางเป็นผู้ฝึกวรยุทธ์ สามารถสัมผัสได้ถึงเสียงลมหายใจของคนอื่น

ถ้าความสามารถเล็กน้อยแค่นี้ยังไม่มี ช่วงเวลาสองปีที่ไปท่องยุทธภพก่อนจะเข้าร่วมกองทัพไม่รู้ว่าตายไปกี่ครั้งแล้ว

เฟิ่งจิ่วเหยียนมีนิสัยตรงไปตรงมา ไม่ถนัดพูดจาอ้อมค้อม

“วันนี้ที่ข้าไปตำหนักหลิงเซียว อ้างว่าไปส่งยา แท้จริงคือไปสำรวจการอารักขาของที่นั่น”

เหลียนซวงถามอย่างระมัดระวัง “การอารักขา? ฮองเฮา ท่านคิดจะทำอะไรเพคะ?”

“ข้าจะสังหารนางด้วยมือตัวเอง”

“อะไรนะ!” เหลียนซวงยกมือขึ้นปิดปากด้วยความตกใจ ป้องกันไม่ให้ตนเองพลุ่งพล่านใจจนหลุดร้องเสียงดังออกมา

ฮองเฮาคิดจะลอบสังหารหวงกุ้ยเฟย!

หลังสงบสติได้แล้ว เหลียนซวงก็รีบเกลี้ยกล่อมนาง “ไม่ได้นะเพคะ ฮองเฮา แบบนั้นเสี่ยงเกินไป!”

เฟิ่งจิ่วเหยียนพยักหน้าด้วยท่าทีจริงจัง

“เสี่ยงจริง ๆ นั่นแหละ สมกับที่เป็นสนมคนโปรด การอารักขาของตำหนักหลิงเซียวแน่นหนามาก สองฝั่งของชายคาทางเดินยังติดตั้งกลไกเอาไว้ ตอนนี้ยังหาจุดบอดไม่เจอ ข้าต้องไปอีกหลายรอบถึงจะหาพบ”

เหลียนซวงกลืนน้ำลายอย่างตื่นเต้น

“แต่ฮองเฮาเพคะ นายหญิงบอกว่า...”

แววตาเฟิ่งจิ่วเหยียนเปลี่ยนเป็นเย็นชา “คำพูดก่อนหน้านี้ของเจ้ากล่าวได้ถูกต้องยิ่งนัก สิ่งที่ควรลืมก็ต้องลืมไปเสีย”

เหลียนซวงคิด : ฮองเฮาของข้า บ่าวไม่ได้หมายความเช่นนั้นนะเพคะ!

เฟิ่งจิ่วเหยียนมองมาที่นาง

“ข้าไม่บังคับเจ้า ถ้าเจ้าอยากแก้แค้นให้เวยเฉียงก็มาร่วมมือกับข้า

“ถ้าเจ้ากลัว ไม่กล้าร่วมมือกับข้า ก็ทำเสมือนว่าข้าไม่เคยพูดมาก่อน แต่สิ่งที่ข้าต้องการทำ เจ้าก็ไม่อาจแพร่งพรายต่อคนอื่น ไม่อย่างนั้น ข้าจะฆ่าเจ้า”

คนข้างกายนางสามารถไม่ช่วยเหลือได้ แต่ไม่อาจเป็นตัวถ่วงนางได้

หน้าผากของเหลียนซวงมีเหงื่อผุดพราย หัวใจเต้นรัว

ต่อสู้กับตัวเองอยู่นาน ภาพใบหน้ายิ้มแย้มอ่อนโยนของเฟิ่งเวยเฉียงปรากฏขึ้นในหัว นางหลับตาลง

“ฮองเฮา คุณหนูเวยเฉียงปฏิบัติต่อบ่าวเสมือนพี่สาวน้องสาว นางถูกทำร้ายแสนสาหัสเช่นนั้น บ่าวเองก็เจ็บปวดใจเหมือนกัน ถ้าสามารถทำอะไรเพื่อนางได้ บ่าวก็ไม่เสียดายเพคะ!”

เฟิ่งจิ่วเหยียนเก็บสายตากลับมา แววตายังคงสงบดุจน้ำนิ่ง

“ในเมื่อตัดสินใจแล้วก็อย่าเสียใจทีหลัง”

หลังเหลียนซวงปรับสภาพอารมณ์ได้แล้วก็มีความกังวลใหม่ผุดขึ้นมา

“ฮองเฮา คืนเข้าหอคืนนี้ ฝ่าบาทจะต้องทราบแน่ว่าท่านยังบริสุทธิ์อยู่ หลังจากนั้นหวงกุ้ยเฟยก็คงจะได้รู้เช่นกัน แล้วก็คงจะสงสัยในตัวท่าน ควรทำเช่นไรดีเพคะ?”

เฟิ่งจิ่วเหยียนกลับไม่กังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้

“ข้อแรก ฝ่าบาทเป็นราชาของแว่นแคว้น ย่อมไม่พูดเรื่องบนแท่นบรรทมออกไปอยู่แล้ว โดยเฉพาะการพูดให้สนมคนโปรดของตัวเองฟัง มีแต่จะทำให้นางไม่พอใจเปล่า ๆ

“ข้อสอง ต่อให้ฝ่าบาทพูด กุ้ยเฟยก็ไม่มีทางเชื่อ มีแต่จะคิดว่าบุรุษรักศักดิ์ศรี ต่อให้ภรรยาไม่ใช่หญิงพรหมจารีก็จะต้องกล้ำกลืนความอัปยศนี้ลงไป หรือมิฉะนั้นก็คงจะสงสัยว่าพวกเราใช้เล่ห์กลอันใด

“ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นใด หวงกุ้ยเฟยก็ไม่มีทางสืบเรื่องนี้อย่างเอิกเกริก เพราะนั่นจะเป็นการตบหน้าฝ่าบาทอย่างเปิดเผย”

เหลียนซวงกล่าว “แต่ก่อนพิธีอภิเษกสมรส หวงกุ้ยเฟยก็...”

“ก่อนพิธีอภิเษกสมรส ข้ายังไม่ใช่ฮองเฮา หลังพิธีอภิเษกสมรส ฐานะของข้าก็เปลี่ยนไปแล้ว”

เหลียนซวงพลันเข้าใจถ่องแท้

“ถ้าแบบนี้ก็ไม่กลัวว่าฝ่าบาทจะเสด็จมาแล้วเพคะ”

ทว่าพวกนางรออยู่นานมาก เห็นว่าใกล้จะถึงยามจื่อ[1]แล้ว ฮ่องเต้ก็ยังไม่เสด็จมา

เฟิ่งจิ่วเหยียนสวมชุดนอนผ้าไหมสีแดงเข้ม นั่งอยู่บนขอบเตียงในห้องหอ สีหน้าไม่เปลี่ยนแปลงตั้งแต่ต้นจนจบ

“เขาคงไม่มาแล้ว พวกเราเข้านอนกันเถอะ”

“เพคะ ฮองเฮา” เหลียนซวงรู้สึกไม่พอใจ ฮ่องเต้ไม่รักษาคำพูดนี่!

เฟิ่งจิ่วเหยียนปรับตัวตามสถานการณ์มาจนชิน จึงนอนหลับไปอย่างรวดเร็ว

ช่วงครึ่งคืนหลัง คนผู้หนึ่งพลันทับโถมลงมา ลมหายใจหนักหน่วง สัมผัสหยาบกระด้าง หมายจะปลดสายรัดเอวของนาง

นางรู้สึกตัวตื่นขึ้นทันที ชักกริชออกมาจากใต้หมอนโดยสัญชาตญาณ...

ท่ามกลางความมืด คนผู้นั้นกดข้อมือนางไว้

นางกำลังจะตอบโต้ น้ำเสียงทุ้มต่ำดุร้ายเสียงหนึ่งพลันดังขึ้น

“ฮองเฮา คิดจะปลงพระชนม์สวามีงั้นรึ?”

----------------------------------------------

[1] ยามจื่อ คือ ช่วงเวลาระหว่าง 23:00-01:00 น.
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application
Commentaires (14)
goodnovel comment avatar
Joom
I love this novel.
goodnovel comment avatar
Atitan Srikul
สนุกมากน่าอ่านมาก
goodnovel comment avatar
เจนจิลา
สนุกครับ อยากอ่านต่อ
VOIR TOUS LES COMMENTAIRES

Dernier chapitre

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1737

    ไม่รู้จริง ๆ ว่าเสด็จแม่ทรงคิดเช่นไรวันที่ออกเดินทาง ข้าไปรับพี่จี๋เอ๋อร์ที่จวนรุ่ยอ๋อง ก็เห็นท่านอารุ่ยอ๋องดวงตาแดงก่ำ กำชับพี่จี๋เอ๋อร์ดูแลตัวเองให้ดีส่วนท่านอาสะใภ้อาอวี้กลับจับมือของข้า ให้ข้าพาพี่จี๋เอ๋อร์ไปเที่ยวให้สนุก ให้เขาเที่ยวไปนาน ๆข้าสงสัยอย่างมากพอออกจากจวนรุ่ยอ๋อง ข้าก็ถามพี่จี๋เอ๋อร์“ท่านมีน้องชายแล้ว พวกเขาก็ไม่ต้องการท่านแล้วหรือ?”บนใบหน้าหล่อเหลาของพี่จี๋เอ๋อร์ปรากฏความกลัดกลุ้ม“ไม่ใช่ พวกท่านพ่ออยากได้บุตรสาว”“หา? เพราะเหตุใด?”“เพื่อจะได้แต่งกับเสด็จพี่ของเจ้า ครอบครัวพวกเราจะต้องมีคนแต่งกับเสด็จพี่ของเจ้า นี่คือความมุ่งมั่นของท่านแม่”ข้าพูดโพล่งออกมา: “ท่านก็แต่งให้เสด็จพี่ของข้าได้แล้วนี่!”พี่จี๋เอ๋อร์ตกใจจนไอไม่หยุด เกือบจะตกจากหลังม้าข้าแสดงสีหน้าภูมิใจทันที“อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ ท่านพ่อของท่านชอบเสด็จพ่อของข้า หากไม่ได้พบกับท่านอาสะใภ้อาอวี้ ท่านพ่อของท่านก็คงเป็นสนมของเสด็จพ่อข้าไปแล้ว“ท่านดำเนินรอยตามท่านพ่อของท่านได้นี่!”ใบหน้าของพี่จี๋เอ๋อร์ซีดขาวไปหมด“องค์หญิง ท่านไม่ควรพูดเช่นนี้”ตอนที่พวกเราจะออกจากประตูเมือง พี่สามก็ตามม

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1736

    ข้าคือเซียวจื่อเหิงที่เกือบจะถูกพี่สามแย่งชื่อไป เป็นองค์หญิงน้อยที่เสด็จพ่อตั้งตารอคอยมานานหลังจากที่ข้าเกิดมา ก็ได้รับความโปรดปรานอย่างมากเสด็จพ่อยังทรงโปรดให้สร้างตำหนักมุกหลังหนึ่งสำหรับข้าโดยเฉพาะภายในตำหนักมีไข่มุกและสมบัติล้ำค่าต่าง ๆ นานา ซึ่งสื่อความหมายว่าข้าคือไข่มุกล้ำค่าในมือของเสด็จพ่อแม้ว่าเสด็จพ่อจะดีกับข้าที่สุดในใต้หล้า แต่คนที่ข้ารักที่สุดกลับเป็นเสด็จแม่ตอนที่เสด็จแม่ทรงอุ้มท้องข้า ต้องทนทุกข์ทรมานอย่างมากหมอหลวงพากันเกลี้ยกล่อมให้นางละทิ้งข้า แม้แต่เสด็จพ่อก็ไม่ต้องการข้า แต่เป็นเสด็จแม่ที่ยืนกรานจะให้กำเนิดข้าดังนั้นหากเสด็จแม่ทรงบอกให้ทำสิ่งใด ข้าจะไม่ทำสิ่งที่ตรงกันข้ามเด็ดขาดข้าอาจทำให้ผู้อื่นเสียใจหรือโมโหได้ แต่มีเพียงเสด็จแม่ที่ไม่สามารถทำร้ายจิตใจได้พอเสด็จพ่อได้ยินคำพูดนี้ ทรงเสียพระทัยในทันทีแน่นอนว่า ข้าก็รักเสด็จพ่ออย่างมากเช่นกันเพียงแต่ เสด็จพ่อมักจะคิดว่าตนเองทำสิ่งดี ๆ ให้ข้าเสมอ แต่ของบางอย่าง ก็หาใช่ว่าข้าจะพึงพอใจอย่างเช่นตำหนักมุกนั่นกลับเป็นพี่สามที่ชื่นชอบ และมักจะมาหาข้าที่นี่เพื่อ “ยืม” เครื่องประดับอยู่เสมอพูดถึง

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1735

    ข้าคือเซียวจื่อซูข้าต่างหากคือลูกที่เชื่อฟังที่สุดพี่ใหญ่เป็นรัชทายาท ดีไปหมดทุกอย่าง แต่ไม่ยอมอยู่ใต้การควบคุมพี่รองมีนิสัยรักอิสระ ชอบฝึกวรยุทธ์ แต่ยังควบคุมยากกว่าพี่ใหญ่เสียอีกมีแต่ข้าเท่านั้น ที่ทำตัวว่านอนสอนง่ายอยู่ข้างกายเสด็จพ่อและเสด็จแม่ ไม่มีทางสร้างปัญหาให้พวกเขาข้าชอบสิ่งสวย ๆ งาม ๆนี่คงไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตอะไรกระมังเสด็จพ่อไม่เข้าใจข้าแม้แต่น้อย ถึงได้ตั้งชื่อที่น่าเกลียดเช่นนั้นให้ข้าหากจริงอย่างที่เขาพูดว่า ชื่อเซียวอู๋หมิงนี้ดีมาก แล้วตอนนั้นที่ข้าเสนอจะเปลี่ยนชื่อกับน้องหญิง เหตุใดเสด็จพ่อถึงได้คัดค้านอย่างเต็มที่ด้วยเล่า?ดูเถอะ ชื่อเซียวจื่อเหิงยังไพเราะกว่าเซียวอู๋หมิงตามที่คิดไว้จริง ๆ!ภายใต้การหว่านล้อมทุกวิถีทางของข้า ในที่สุดข้าก็มีชื่อที่ไพเราะข้าชอบวาดภาพ อาจารย์ตงฟางซื่อของข้ายอดเยี่ยม เขาสอนข้าหลายอย่างข้าขยันและตั้งใจเรียน เสด็จพ่อและเสด็จแม่ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ชอบข้าพี่รองก็เพราะอิจฉาข้า จึงมักจะรังแกข้าอยู่เสมอวันนั้นเขามาที่ห้องนอนของข้า “นี่! เซียวอู๋หมิง! ข้าวของที่นี่ของเจ้าล้วนน่าเกลียด!”ระหว่างที่พูด มือของเขาก็ยังสัมผัสไป

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1734

    ข้าคือเซียวจื่อลี่ บุตรคนรองของเสด็จพ่อและเสด็จแม่แต่ข้ารู้สึกมาตลอดว่า ข้ากับพี่ชายหน้าตาเหมือนกัน ตอนที่เกิดมา หมอตำแยต้องผิดพลาดเป็นแน่ ข้าต่างหากคือคนที่เกิดก่อนก็ใครใช้ให้ข้าใจกว้างกันเล่าน้องชายก็น้องชายหลังจากเสด็จแม่ทรงคลอดน้องสาม ข้าก็มิใช่ว่าได้เป็นพี่ชายแล้วหรอกหรือจะเห็นได้ว่า การเป็นพี่ชายหรือน้องชาย ก็เป็นเพียงการเทียบเคียงเท่านั้นตั้งแต่เล็กข้าก็รู้ว่าจะเอาใจเสด็จพ่ออย่างไร อย่ามองว่าเสด็จพ่อทรงดุร้ายน่ากลัว แท้จริงแล้วกลับพระทัยอ่อนเสด็จแม่ต่างหากที่ทรงเข้มงวดแท้จริงไม่ว่าจะกับข้า หรือกับพี่ชายกระทั่งแม้แต่เสด็จพ่อก็ยังถูกเสด็จแม่บังคับให้ตื่นเช้ามาฝึกวรยุทธ์ทุกวันต่อมาข้าถูกส่งไปที่สถาบันทางการทหารอยู่ที่นั่น ข้าได้รู้จักสหายดี ๆ มากมายลูกหลานของขุนนางในราชสำนักจำนวนไม่น้อย ก็ถูกส่งไปที่สถาบันทางการทหารเช่นกันมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น อย่างเช่นบุตรคนโตของภรรยาเอกที่ถูกคาดหวังไว้สูง เหมือนกับพี่ชายข้า ก็จะถูกส่งไปที่ห้องเรียน เพื่อเป็นสหายร่วมเรียนของรัชทายาทหากเทียบกันแล้ว ข้าชอบสถาบันทางการทหารมากกว่าพวกเราสามารถเกลือกกลิ้งไปมา ทำให้เสื้อผ้

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1733

    ข้าคือเซียวจื่อหลิ่น บุตรคนแรกของเสด็จพ่อและเสด็จแม่แน่นอนว่า ข้ากับน้องชายคนที่สองเซียวจื่อลี่ แค่เกิดห่างกันไม่ถึงหนึ่งถ้วยชาเสด็จพ่อและเสด็จแม่ทรงพูดเสมอว่า นิสัยของพวกเราฝาแฝดนั้นแตกต่างกันอย่างมากข้าทำสิ่งต่าง ๆ อย่างจริงจัง ชอบไปห้องเรียน ชอบอ่านหนังสือ เสด็จพ่อยังทรงชอบพาข้าไปห้องทรงพระอักษรด้วยส่วนน้องชายคนที่สองชอบเล่นสนุก บางครั้งก็ขาดความสำรวมไปห้องเรียน? นั่นยิ่งเป็นไปไม่ได้เลยทุกครั้งที่ให้เขานั่งฟังบรรยายที่นั่น ก็ราวกับว่ากำลังลงโทษเขาเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนข้า เสด็จพ่อจึงปรึกษากับเสด็จแม่ว่า จะส่งน้องรองไปฝึกวรยุทธ์ด้วยเหตุนี้ พวกเขาสองคนยังพาน้องรองไปหาอาจารย์ปู่ที่ภูเขาหวูหยาโดยเฉพาะภูเขาหวูหยาอยู่ไกลเกินไป เสด็จแม่จึงคิดหาวิธีเจอกันครึ่งทาง โดยให้เหล่าอาจารย์ลุงและอาจารย์อาของภูเขาหวูหยาลงจากเขา มายังเมืองหลวง เพื่อรับหน้าที่สอนในสถาบันทางการทหารดังนั้น น้องรองจึงใช้ชีวิตโดยที่ทุกวันจะออกจากวังไปฝึกวรยุทธ์ในตอนเช้า และถูกส่งกลับเข้าวังในตอนเย็นหากเทียบกับไปห้องเรียน สถาบันทางการทหารมีคนเยอะกว่า และครึกครื้นกว่าเสด็จพ่อทรงกังวลว่าข้าจะมุ่งแต่ศึ

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1732

    นี่แตกต่างจากสิ่งที่ข้าเคยได้รับมาก่อนหน้านี้อย่างมาก!ข้าตัดสินใจแล้ว กลางดึกจะเลื้อยขึ้นเตียงของเขา ข้าจะทำให้เขาตกใจ!พอถึงกลางคืนข้าเลื้อยอย่างคืบคลานออกมาจากห้องเล็ก ๆ นั่นเดิมทีตั้งใจจะไปหาหลิวหวา ทว่า เลื้อยไปเลื้อยมา ข้าก็กลับมาถึงจวนอ๋องแล้วข้าตามกลิ่นของเจ้านายน้อยจี๋เอ๋อร์ จนมาถึงนอกประตูห้องข้าอยากเข้าไปดูเขาสักหน่อย กลับได้ยินภายในมีเสียงคุยกัน“อาอวี้ เจ้านำงูตัวโปรดไปทิ้งให้หลิวหวาจริงหรือ? เขาเป็นคนไม่ละเอียดรอบคอบ กลัวว่าจะดูแลไม่ดี...”“นั่นก็ไม่มีทางเลือก จี๋เอ๋อร์ขี้กลัว อีกอย่าง นี่ก็แค่ชั่วคราวเท่านั้น”“ไม่สู้ลองนำมันมาแต่งตัวดู? หากมันหน้าตาไม่น่าเกลียดนัก ก็คงไม่ทำให้จี๋เอ๋อร์ตกใจ”ข้าอยู่ด้านนอกได้ยินอย่างชัดเจนหากเทียบกับบอกว่าข้าน่ากลัวจนทำให้คนตกใจ ข้ายิ่งรับไม่ได้มากกว่าที่บอกว่าข้าน่าเกลียด!!!รุ่ยอ๋องที่อยู่ด้านในยังคงเสนอแนะ“อย่างเช่น ให้มันสวมเสื้อผ้า หรือทำเขามังกรให้มัน ถอนเขี้ยวมันออก... อืม ลิ้นก็ต้องดึงออกด้วย”ข้าถึงกับสั่นไปทั้งตัวอย่าพูดว่า “อย่างเช่น” อีกเลย! รุ่ยอ๋องช่างไม่ใช่คนจริง ๆ!นี่จะต่างอะไรกับการทรมาน?!ยังโชค

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1526

    ในดวงตาของหร่วนฝูอวี้ราวกับกระหายเลือด พร้อมกับเอ่ยด้วยความโมโห“เพื่อหนานเจียง? หรือว่าเพื่อบัลลังก์ของท่านเอง!”สีหน้าของหนานเจียงอ๋องเปลี่ยนไปอย่างมาก“เจ้า! เจ้ากล้าพูดกับเราเช่นนี้ได้อย่างไร!”หร่วนฝูอวี้ดึงผ้าโปร่งบางที่อยู่บนใบหน้าออก เผยให้เห็นใบหน้าที่น่ากลัว และน่าสลดใจเกินกว่าจะทนดูได

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1559

    เมืองหลวงแคว้นหนานฉีท่านผู้เฒ่าหยวนร้อนรนใจอย่างมาก จนไม่สามารถอยู่รอข่าวในโรงพักแรมเฉย ๆ ได้อีกต่อไปผ่านไปหนึ่งเดือนแล้ว ไม่รู้ว่าเสียวอู่ถูกพาไปยังที่ใด เป็นหรือตายเขาเหลือหลานชายแค่คนเดียว จะให้เป็นอะไรไปไม่ได้เด็ดขาด!องครักษ์ลับทั้งหมดถูกส่งออกไป เพื่อตามหาร่องรอยของเสียวอู่ยามนี้ เขาไ

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1564

    หร่วนฝูอวี้หันกลับไป มองบุตรชายเขายื่นแขนออกมา ท่าทางเหมือนอยากรั้งนางไว้ ส่งเสียงอ้อแอ้ออกมา ไม่รู้ว่าพูดอะไรหร่วนฝูอวี้ใจอ่อนไหวหากเคยได้อุ้มลูกแล้ว ก็ยากจะตัดความสัมพันธ์นั้นได้ลงสู้ไม่แตะตัวตั้งแต่แรกดีกว่า…ทว่าตอนนี้พูดอะไรก็สายเกินไปนางแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ หันเดินไปหาสองพ่อลูก

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1551

    ม้าห้อตะบึง พุ่งออกจากพระราชวังถานไถเหยี่ยนถูกย้ายออกจากคุกหลวงเมื่อหลายวันก่อน ขณะนี้ถูกคุมขังอยู่ที่คุกทางตะวันตกของเมืองคุกทางตะวันตกของเมืองแห่งนี้ก็มีทหารเฝ้ายามอย่างแน่นหนา ใช้คุมขังนักโทษคดีร้ายแรงโดยเฉพาะเมื่อเฟิ่งจิ่วเหยียนใกล้จะถึง ก็มองเห็นเปลวไฟพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเฉินจี๋ตะโกนลั

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status