LOGINในยุคที่การเป็นบุปผานั้นอันตรายจนถึงแก่ชีวิต บุปผาดอกน้อยนามว่า 'จิ่นไจ๋' จึงจำเป็นต้องเอาตัวรอดด้วยการใช้ชีวิตภายใต้หน้ากากของ 'บุษบา' สาวงามแห่งโรงน้ำชาฮวาอี้โหลว! แต่กงล้อแห่งโชคชะตาดันหมุนให้ 'ตันหยางตง' นั้นเข้ามาในชีวิต มาเฟียผู้คุมเยาวราชที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยม ทว่าไฉนกลับอ่อนโยนกับบุปผาดอกน้อยนี้เหลือเกิน ความรู้สึกที่แม้แต่เจ้าตัวก็ไม่สามารถอธิบายได้... หรืออาจเพราะอดีตที่มีร่วมกันเมื่อห้าปีก่อน! . . “ฟังหม่าม๊านะ ต่อไปนี้หนูต้องเรียกม๊าว่าเจ๊ ม๊าจะปั้นหนูเป็นดาวเด่นประจำร้าน ให้เป็นหญิงสาว... หญิงสาวที่ทุกคนต้องขนานนามว่า บุษบาเยาวราช สาวงามอันดับหนึ่งแห่งโรงน้ำชาฮวาอี้โหลว!” . . แม้ใบหน้าของเธอจะสวมผ้าคลุมปกปิด แต่กลิ่นกายยามเคลื่อนไหวเขากลับจำได้ดี หากแต่ความรู้สึกคุ้นเคยนี้ประหลาดนักเหมือนเคยพบกันที่ไหนมาก่อน ไม่รู้ว่าเกี่ยวข้องกับคนที่เขาตามหาหรือไม่ แต่คนที่เขาตามหาเป็นบุปผา…ไม่น่าจะเป็นหญิงสาวดาวเด่นประจำเยาวราชไปได้ ‘บุษบางั้นเหรอ...จบงานเลี้ยงแล้วค่อยส่งคนไปสืบให้กระจ่าง!’
View Moreหยางตงลืมตาตื่นขึ้นมาแต่เช้าตรู่อ้อมแขนแกร่งกำชับร่างบอบบางเอาไว้ เขาเหม่อมองเพดานหวนนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ทุกอย่างเป็นความตั้งใจของตัวเองทั้งสิ้น ไม่ได้มีสาเหตุมาจากอาการฮีทของจิ่นไจ๋เพียงอย่างเดียว“อื้อ” เสียงหวานครางแผ่วในลำคอ เนื้อตัวเมื่อยขบระบมไปทั้งร่าง กว่าคลื่นสวาทของเฮียตงจะจบลงก็ทำเขาร้องจนเสียงแหบแสบลำคอไปหมด“ตื่นแล้วเหรอ อาตี๋น้อย”จิ่นไจ๋เบ้หน้ามองเจ้าของดวงตาคมเข้มด้วยความรู้สึกเจ็บใจอยู่ลึก ๆ ที่ถูกเขาจับได้จนเรียกว่า อาตี๋ แบบนี้ นี่มันจงใจแกล้งกันชัด ๆ เขาไม่รู้ว่าจะต้องสนทนาเรื่องไหนก่อนจึงจะคลี่คลายปมในใจ“โกรธเหรอ?” ชายหนุ่มขยับกายลุกขึ้นเขาจ้องมองเจ้าของดวงหน้างามพยายามคาดเดาว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่“ไม่ถูกสิ ห้าปีก่อนหนูฮีทแล้วก็ดึงเฮียเข้าไปเอี่ยว รู้ไหมว่านั่นน่ะ...”เฮียตงเอามือลูบหน้าเหมือนคนจนปัญญา เขาไม่อยากบอกคนตรงหน้าว่านั่นเป็นครั้งแรกของตน หลายปีมานี้ชายหนุ่มส่งคนออกไปตามหาเด็กคนนั้นมาตลอด ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะปลอมเป็นหญิงได้แนบเนียนขนาดนี้“ตอน…ตอนนั้นไจ๋ฮีทครั้งแรก ไม่ได้ตั้งใจนะจ๊ะ” จิ่นไจ๋อ้อมแอ้มตอบ ถึงอย่างไรเขาก็เป็นคนผิด ส่วนพันธะ
“อ๊า เฮีย”“หึ!” เฮียตงตาลุกวาวมองเรือนร่างขาวโพลนตาเป็นมัน เนินเนื้อบริเวณหน้าอกนูนขึ้นเล็ก ๆ น่าจะมาจากฮอร์โมนบางอย่างที่ทำให้บุปผาตัวน้อยตรงหน้าเขาดูคล้ายผู้หญิง ชายหนุ่มก้มลงดูยอดอกนุ่มนิ่ม ละเลงลิ้นชิมความหวานจากร่างของอาไจ๋อย่างมูมมาม“อ๊า เฮียอย่าเล่นตรงนั้นจ้ะ อื้อ!”ร่างของจิ่นไจ๋สั่นสะท้าน หัวใจเต้นระรัว ลมหายใจขาดห้วงริมฝีปากร้อนระอุของเฮียตงกำลังครอบครองจุดสั่นไหวของเขา มือใหญ่ล้วงลงไปเบื้องล่างเจอกลุ่มก้อนป่องนูน ก็ยิ้มกริ่มสะโพกนุ่มกำลังแอ่นอ้ารับการปรนเปรอแตกต่างจากปากเล็ก ๆ ที่เอาแต่เอ่ยคำทัดทาน“อาไจ๋พร้อมเป็นของเฮียหรือยัง”“อึก”จิ่นไจ๋ขบเม้มริมฝีปากดวงตาหวานหยาดเยิ้มมองศีรษะทุยที่กำลังพรมจูบไปตามลำตัวของเขาอย่างนึกกระดากอายแต่ร่างกายกลับตอบสนองตามสัญชาตญาณ เรียวขาทั้งสองเกี่ยวสะโพกสอบเข้าหาราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะหนีไป‘ร่างกายทรยศ!’บุปผาคนสวยได้แต่ก่นด่าตัวเองอยู่ในใจ สมองของเขาเบลอไปหมด เมื่อลมหายใจอุ่นร้อนรินรดผิวเนื้อเย็นริมฝีปากของมาเฟียหนุ่มขบเม้มผิวเนื้อนุ่มด้วยปลายฟันเบา ๆ ทิ้งรอยจาง ๆ ที่ทำให้ร่างบางสะดุ้งเฮือก“อ๊า… อย่าจ้ะ…” เสียงสั่นเครือหลุดลอดริมฝีปาก
หยางตงเริ่มรู้สึกว่าร่างกายไม่ปกติ อาการร้อนวูบวาบแปลบปลาบไปทั้งตัวเช่นนี้ใช่ว่าสุริยาอย่างเขาจะไม่เคยเจอ เพียงแต่ร่างกายกลับไม่สามารถตอบสนองความต้องการนี้ได้ เนื่องจากหลวมตัวไปผูกพันธะกับบุปผาคนหนึ่งเข้าตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อน…จนถึงบัดนี้เขาก็ยังหาตัวคนผู้นั้นไม่เจอ“อาเชน แวะตึกเจ็ดชั้นข้างหน้า” ชายหนุ่มปลดกระดุมสองเม็ดบนสุดออกอย่างรำคาญ ใบหน้าคมคายหายใจถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ดวงตาพร่าเลือนเหมือนคนสายตาสั้นมองอะไรไม่ชัด“ไหวไหมครับเฮีย” เชนมือขวาของเขาถามพลางมองกระจกหลังดูอาการของผู้เป็นนายอย่างเป็นห่วง“ไม่ต้องสนใจอั๊ว กลับบ้านไปบอกอาม่าว่า คืนนี้อั๊วมีธุระนอนที่สำนักงาน”“ครับเฮีย”หยางตงตั้งใจหลบเลี่ยงผู้คนเพื่อเอาตัวรอดในสถานการณ์นี้โดยที่เขาไม่รู้เลยว่า นิสัยของเขาถูกฝ่ายตรงข้ามเดาออกอย่างทะลุปรุโปร่ง!ตึกเจ็ดชั้นเป็นโรงแรมแห่งเดียวที่ตั้งอยู่หัวมุมถนน หากผ่านมาทางนี้อย่างไรก็ต้องแวะพักที่นี่ แทนที่จะกลับไปพักที่บ้านอย่างแน่นอน“เฮียตง เปิดห้องใช่ไหมครับ” พนักงานต้อนรับวิ่งหน้าตั้งเข้ามารับแขกประจำ“เออ อั๊วขอห้องเดิม”“ครับ เดี๋ยวผมไปส่งนะครับ”“ไม่ต้อง ลื้อมีอะไรก็ไปทำเถอะ” ชายหนุ่มไ
ทางด้านจิ่นไจ๋ที่ถูกเรียกตัวให้ขึ้นแสดงกะทันหัน ก็เกิดอาการประหม่าขึ้นทันใด เวทีนี้ทั้งแสงสีและขนาดยิ่งใหญ่เสียกว่าร้านน้ำชาเล็ก ๆ ของเธอ ผู้ชมเบื้องล่างต่างก็เป็นคนสำคัญในย่านนี้ทั้งสิ้น หากวันนี้เกิดข้อผิดพลาดเห็นทีฮวาอี้โหลวของเธอคงสิ้นชื่อ“เสียงเพลงขึ้นแล้วแสดงเลยอย่าให้ผิดหวัง” ชายชุดดำสวมชุดสูทแบบฝรั่งกล่าวกับเขาก่อนขึ้นเวลา“ค่ะ” บุปผาตัวน้อยพยักหน้าก่อนเดินกรีดกรายขึ้นไปบนเวที“โฮ้ววว”เสียงอุทานดังขึ้นเมื่อเรือนร่างอรชรก้าวขึ้นบนเวที จิ่นไจ๋ในหน้ากากของบุษบานั้นสวมชุดเสื้อแขนยาวแบบกว้าง กับกระโปรงสีสันสดใสผูกช่วงเอวด้วยผ้าสีเดียวกันดูมีทรวงทรง ดวงหน้าหวานโผล่พ้นผ้าคลุมแค่ครึ่งหน้าก็ทำเอาหลายคนตกตะลึง“สวย ๆ อาตง อาบุดซาบาอีสวยมากจริง ๆ”กิมเฮียงชื่นชมบุษบาคนงามไม่หยุดปาก เสียงปรบมือยังคงดังก้องแข่งกับเสียงเพลง ร่างน้อยที่เริ่มกรีดกรายอยู่บนเวทีนั้นงดงามราวกับเทพเซียนจิ้งจอก เย้ายวนแต่ก็มิอาจละสายตาได้ทำได้เพียงดำดิ่งลงไปในห้วงเหวแห่งความสวยงามเท่านั้นในขณะที่ทุกคนกำลังอยู่ในภวังค์นั้น วาริทและรินลดาที่ได้รับสัญญาณจากมารดาจึงหาทางปลีกตัวออกไป“อาม่า ผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำสักค