Masukหนึ่งอาทิตย์ต่อมา
เป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์แล้วที่บิวมาอยู่กับธาวิน ตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ ตื่นเช้ามาทั้งสองก็ต่างออกไปทำงานกัน ตอนเช้าก่อนที่ทั้งคู่จะออกไปทำงานก็ได้เห็นหน้ากันบ้าง บางวันก็ไม่ได้เห็นกันเลย เจอกันอีกทีก็ตอนเย็น มีบางวันที่เขากับเธอจะทานข้าวเย็นด้วยกัน ตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมานี้นับคำได้ว่าทั้งสองพูดอะไรกันบ้าง เพราะทั้งคู่ไม่รู้สึกสนิทสนมกัน จึงไม่รู้ว่าจะคุยอะไรกันดี ส่วนมากจะคุยกันตอนที่กินข้าวนั่นแหละ บ่อยครั้งที่เขาจะเป็นฝ่ายชวนเธอกินข้าว และบางทีเธอก็เป็นฝ่ายชวนเขากินข้าวเช่นกัน 'ฉันซื้อของกินมาแล้ว มากินด้วยกันสิ' 'ค่ะ' 'คุณธาวินคะ วันนี้บิวซื้อของกินมาด้วย มากินด้วยกันสิคะ' 'อืม' 'ปกติคุณจ้างคนมาทำความสะอาดคอนโดใช่ไหมคะ' 'อืม ฉันจ้างคนมาทำงานบ้านอาทิตย์ละสองครั้ง' 'ต่อไปนี้คุณไม่ต้องจ้างแล้วนะคะ บิวจะทำงานบ้านเองค่ะ' 'อืม' จนกระทั่งวันนี้ บิวที่กลับมาจากทำงานเปิดประตูเข้ามาในคอนโดก็เจอกับร่างสูงที่นั่งอยู่บนโซฟาในห้องรับแขก เมื่อเห็นอย่างนั้นหญิงสาวก็เดินไปยังห้องนอนของตัวเองอย่างเช่นตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา เจ้าของนัยน์ตาคมที่นั่งอยู่จ้องมองไปยังร่างสวยที่ก้าวเดินไป ก่อนที่เรียวปากหยักได้รูปจะขยับเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่ง "คืนนี้เธอเตรียมตัวเอาไว้ด้วย" "คะ?" เธอชะงักฝีเท้าแล้วหันถามด้วยสีหน้างงๆ "ที่เธอมาอยู่กับฉันที่นี่ก็เพราะมาทำหน้าที่เป็นแม่อุ้มบุญให้ลูกฉันไม่ใช่เหรอ" "ค่ะ" "คืนนี้ฉันจะเข้าไปนอนกับเธอ" "..." เธอนิ่งพร้อมกับกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบาก พลางใจเต้นระส่ำคร่อมจังหวะ เหมือนกับว่ามันจะทะลุออกมานอกอกเสียให้ได้ ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่านั่นคือหน้าที่ที่เธอจะต้องทำ แต่พอถึงเวลาที่ต้องทำจริงๆก็รู้สึกวิตกกังวลเหมือนกัน "ทำไม กลัวเหรอ" "ปละ เปล่าค่ะ ไม่ได้กลัว" บอกออกไปว่าไม่กลัว ทว่าตอนนี้มือเรียวทั้งสองข้างเย็นเฉียบ และชื้นไปด้วยเหงื่อเต็มฝ่ามือ "เธอเข้าห้องไปสิ เดี๋ยวฉันจะเข้าไปอาบน้ำก่อนแล้วจะตามเข้าไป" "ค ค่ะ" เธอพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น แต่ก็สั่นอยู่ดี จากนั้น คนตัวเล็กก็สาวเท้าเข้าห้องนอนไป ก่อนที่ร่างสูงจะลุกจากโซฟาแล้วเดินไปเข้าห้องนอน เวลาต่อมา หลังจากที่ธาวินอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ออกจากห้องนอนและไปเปิดประตูห้องนอนของแม่อุ้มบุญ ซึ่งตอนนี้เธอออกมาจากห้องน้ำพอดี โดยหญิงสาวสวมใส่ชุดนอนกางเกงขาสั้นเผยให้เห็นเรียวขาขาวนวลเนียน คนตัวสูงเดินมาหย่อนตัวนั่งลงบนเตียง พลางดวงตาคมจ้องมองไปยังร่างบอบบางที่อยู่ในชุดนอนกางเกงขาสั้นซึ่งตอนนี้เธอมีท่าทีกระอักกระอ่วน ก่อนเสียงทุ้มนุ่มน่าฟังจะเอ่ยออกไป "มานี่สิ" "คะ?" "มานั่งตรงนี้" พูดพร้อมฝ่ามือหนาตบไปบนที่นอนข้างตัวเอง "ค่ะ" เธอรับคำพร้อมกับก้าวเดินไปอย่างช้าๆแล้วหย่อนสะโพกนั่งลงบนที่นอนหนานุ่ม ซึ่งห่างจากเขาไปเป็นวา "ขยับมาอีก" สิ้นเสียงทุ้มบอก หญิงสาวก็ขยับเข้ามาอีกหนึ่งศอก "ขยับมาใกล้ๆฉัน" จากนั้น เธอจึงขยับมานั่งชิดกับเขาจนขาของเธอเบียดกับขาของเขา ก่อนเจ้าของใบหน้าหล่อจะหันถามยังคนตัวเล็กที่นั่งเบียดขาของเขาอยู่ "ฉันรู้ว่าอันที่จริงเธอก็ไม่ได้อยากอุ้มบุญให้ลูกฉันใช่ไหม" "ในใจลึกๆบิวคิดแบบนั้นค่ะ แต่บิวสงสารคุณป้าที่ท่านอยากมีหลาน บิวก็เลยตกลงและเต็มใจจะอุ้มบุญค่ะ และที่สำคัญที่สุดคือคุณป้าเป็นผู้มีพระคุณของบิวค่ะ บิวจึงอยากตอบแทนบุญคุณของคุณป้าที่อุปการะเลี้ยงดูบิวมาตลอดยี่สิบสี่ปีแล้ว" เธอตอบแต่ไม่ได้หันไปมองเขาที่กำลังมองเธออยู่ "แม่คงเล่าเรื่องของฉันให้เธอฟังหมดแล้วใช่ไหม" "เล่าแล้วค่ะ คุณป้าเล่าว่าคุณเคยถูกแฟนที่คบกันมาสี่ปีบอกเลิกแล้วไปแต่งงาน หลังจากนั้นคุณก็ไม่คิดจะมีแฟนอีกเลย" "ตอนนั้นฉันก็ไม่คิดเหมือนกันว่าฉันกับแนนจะต้องเลิกกัน" ดวงตาคมผละจากเจ้าของใบหน้าเรียวใสที่นั่งอยู่ข้างตัวเองแล้วเอ่ยออกมาด้วยสีหน้ามัวหมอง "คุณยังไม่ลืมเธอเหรอคะ" เธอหันถามยังร่างสูงที่ตอนนี้เขามีสีหน้าสลดลงอย่างเห็นได้ชัด "อืม ฉันยังไม่ลืมแนน" "..." "ที่ฉันไม่อยากมีแฟน เพราะฉันกลัวว่าจะต้องเจอกับความผิดหวังอีก ดังนั้นฉันจึงไม่อยากรักใครอีกแล้ว" "บิวว่าอยู่เป็นโสดก็ดีไปอีกแบบนะคะ" "เธออยากอยู่เป็นโสดด้วยเหรอ ถึงได้พูดแบบนั้น" "ถ้าไม่เจอคนที่ใช่และคนที่ดีก็ขออยู่เป็นโสดดีกว่าค่ะ อยู่ตัวคนเดียวก็ดีไปอีกแบบนะคะ" "ดียังไงเหรอ" "ดีคือเราไม่ต้องมีใครให้ห่วงไงคะ" "แต่ถ้าเธอท้อง ฉันก็ต้องมีลูกที่ต้องให้ห่วง" "อันที่จริงคุณก็ไม่ได้อยากมีลูกใช่ไหมคะ" "ตอนที่ฉันคบกับแนนน่ะอยากมี แต่หลังจากเลิกกับแนนแล้วฉันก็ไม่อยากมี" "แล้วถ้าเกิดว่าบิวท้องขึ้นมา คุณจะรักลูกของคุณไหม" "มีใครไม่รักลูกตัวเองบ้างล่ะ" "คงมีบ้างแหละค่ะคนที่ไม่รักลูกตัวเอง" "แต่ไม่ใช่ฉันแน่นอน" "..." เธอมองหน้าเขาแล้วยิ้มบางๆด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจเมื่อได้ยินเขาบอกว่ารักลูก "ต่อให้ลูกฉันเกิดจากแม่อุ้มบุญ แต่ฉันก็รักเขา" "คุณอยากได้ลูกผู้หญิงหรือลูกผู้ชายคะ" "หญิงหรือชายก็ได้ ขอให้เขามีร่างกายแข็งแรงก็พอ" "บิวอยากรู้จังว่าลูกของคุณจะหน้าเหมือนบิวหรือหน้าเหมือนคุณ" เรียวปากเล็กเอ่ยพร้อมระบายยิ้มตาหยี "ถ้าอยากรู้ว่าลูกของฉันจะออกมาหน้าเหมือนเธอหรือหน้าเหมือนฉัน งั้นเราก็มาเริ่มกันเลย" พูดจบ ธาวินก็หันไปจับไหล่บางของแม่อุ้มบุญตัวเล็ก แล้วผลักให้นอนลงไปบนที่นอนหนานุ่มขนาดคิงไซส์"ฉันขอถอดเสื้อผ้าเธอออกนะ" "ค่ะ" รับคำด้วยแววตามีความกังวล "กลัวไหม" "กลัวนิดหน่อย แต่บิวจะพยายามไม่กลัวค่ะ" "ครั้งแรกเธออาจจะกลัว แต่ครั้งต่อๆไปความกลัวก็จะหายไปเอง" "ค่ะ" สิ้นเสียงใสรับคำ มือหนาก็จัดการถอดเสื้อกับกางเกงของเธอออก เหลือไว้แต่เสื้อชั้นในกับกางเกงชั้นในเอาไว้ปกปิดส่วนสงวนของเธอ เพื่อไม่ให้เธอรู้สึกกระดากอายจนเกินไป ดวงตาคมมองสำรวจเรือนร่างสวยไร้ที่ติตั้งแต่สองเต้าอวบอิ่ม เอวบางคอดกิ่ว และเนินเนื้อนูนที่มีแพนตี้สีขาวเนื้อผ้าบางปกปิดอยู่อย่างหลงใหลไปชั่วขณะหนึ่ง ก่อนเรียวปากหนาจะขยับเอ่ย "ฉันจะทำให้เธอเสร็จข้างนอกก่อน" "ยังไงเหรอคะ" เธอเอ่ยถามพลางคิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากัน "เราจะทำกันโดยไม่ต้องถอดกางเกงใน" "ค่ะ" ว่าแล้ว ชายหนุ่มก็จัดการถอดเสื้อและกางเกงออกไป เหลือไว้แต่กางเกงชั้นในปิดแก่นกายใหญ่ที่ตุงกางเกงในแบรนด์ดังออกมา ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจนว่าขนาดของท่อนเอ็นที่ตุงออกมานั้นมันไม่ได้เล็กเลย บิวนอนมองคนตัวสูงที่กำลังถอดเสื้อผ้าออกตาแป๋วโดยไม่ได้นึกหวาดหวั่นแม้แต่น้อย เพราะการที่เธอได้พูดคุยกับเขาเมื่อครู่นั้น มันทำให้ความประหม่าที่เธอเคยมีต่อเขาลดลงไปไม่น้อยเ
หนึ่งอาทิตย์ต่อมาเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์แล้วที่บิวมาอยู่กับธาวิน ตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ ตื่นเช้ามาทั้งสองก็ต่างออกไปทำงานกัน ตอนเช้าก่อนที่ทั้งคู่จะออกไปทำงานก็ได้เห็นหน้ากันบ้าง บางวันก็ไม่ได้เห็นกันเลย เจอกันอีกทีก็ตอนเย็น มีบางวันที่เขากับเธอจะทานข้าวเย็นด้วยกันตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมานี้นับคำได้ว่าทั้งสองพูดอะไรกันบ้าง เพราะทั้งคู่ไม่รู้สึกสนิทสนมกัน จึงไม่รู้ว่าจะคุยอะไรกันดี ส่วนมากจะคุยกันตอนที่กินข้าวนั่นแหละ บ่อยครั้งที่เขาจะเป็นฝ่ายชวนเธอกินข้าว และบางทีเธอก็เป็นฝ่ายชวนเขากินข้าวเช่นกัน'ฉันซื้อของกินมาแล้ว มากินด้วยกันสิ''ค่ะ''คุณธาวินคะ วันนี้บิวซื้อของกินมาด้วย มากินด้วยกันสิคะ''อืม''ปกติคุณจ้างคนมาทำความสะอาดคอนโดใช่ไหมคะ''อืม ฉันจ้างคนมาทำงานบ้านอาทิตย์ละสองครั้ง''ต่อไปนี้คุณไม่ต้องจ้างแล้วนะคะ บิวจะทำงานบ้านเองค่ะ''อืม'จนกระทั่งวันนี้บิวที่กลับมาจากทำงานเปิดประตูเข้ามาในคอนโดก็เจอกับร่างสูงที่นั่งอยู่บนโซฟาในห้องรับแขก เมื่อเห็นอย่างนั้นหญิงสาวก็เดินไปยังห้องนอนของตัวเองอย่างเช่นตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาเจ้าของนัยน์ตาคมที่นั่งอยู่จ้องมองไปยังร่างสวยที่ก
หนึ่งอาทิตย์ต่อมาคอนโดบิว ตอนเย็นในขณะที่บิวกำลังจัดกระเป๋าเสื้อผ้าเพื่อเตรียมจะไปอยู่กับลูกชายของคุณป้าที่คอนโดของเขา อยู่ๆโทรศัพท์ของเธอก็มีเสียงเรียกเข้ามา มือเรียวหยิบขึ้นมาดูแล้วกดรับสายทันที'ค่ะคุณป้า''จัดกระเป๋าเสื้อผ้าเสร็จหรือยัง''เสร็จแล้วค่ะ''อืม งั้นแค่นี้นะบิว''ค่ะ' จากนั้น นิ้วเรียวก็กดวางสายแล้วรูดซิปกระเป๋า ก่อนจะลงชั้นล่างไปขึ้นรถหรู และขับมุ่งหน้าไปยังคอนโดของธาวินอีกด้านครืด~'ครับแม่''ลูกกลับมาถึงคอนโดหรือยัง''กลับมาแล้วครับ''บิวเข้าไปวันนี้ ลูกลงมารับบิวด้วย''ครับ'คอนโดธาวินบิวลงจากรถแล้วลากกระเป๋าเข้ามาในล็อบบี้ของคอนโดขนาดใหญ่และหรูหรา ร่างสูงที่นั่งรอเธออยู่ เมื่อเห็นว่าเจ้าของร่างบอบบางของแม่อุ้มบุญลากกระเป๋าเดินเข้ามา เขาก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วก้าวเข้ามาหาเธอ พร้อมกับเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง บิวที่เห็นก็รู้สึกประหม่าไม่น้อย"ตามฉันมา" ว่าจบ คนตัวสูงก็หมุนตัวสาวเท้าเดินไปยังลิฟต์ที่อยู่ไม่ไกล นิ้วชี้เรียวยาวของธาวินกดปุ่มลิฟต์ ทันใดนั้นประตูลิฟต์ก็เปิดออกทันที เรียวขายาวก้าวเข้าไปข้างใน ก่อนที่ร่างเล็กจะลากกระเป๋าก้าวตามชายหนุ่มเข้าลิฟ
คอนโดบิวเมื่อบิวกลับมาถึงคอนโด เธอก็ทิ้งตัวนั่งบนโซฟาในห้องโถงแล้วนึกไปถึงเรื่องที่คุณป้าพูดกับเธอ'ป้ามีลูกชายอยู่คนเดียว ชื่อธาวิน ตอนนี้เขาอายุยี่สิบเก้าปีแล้ว''ค่ะ'ตั้งแต่คุณป้าอุปการะเธอมายี่สิบสี่ปี คุณป้าไม่ได้เล่าเรื่องส่วนตัวให้เธอฟังมากนัก คุณป้าบอกแค่ว่าสามีเสียชีวิตมาหลายปีแล้ว เธอก็เพิ่งรู้วันนี้แหละว่าคุณป้ามีลูกชายด้วย'ธาวินเคยมีแฟนอยู่คนนึง ซึ่งพวกเขาคบกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัยโน่นแหละ ธาวินคบกับแฟนมาสี่ปี แล้วทีนี้อยู่ๆแฟนก็มาบอกว่าพ่อแม่บังคับให้แต่งงานกับคนที่พ่อแม่หาให้ เพราะฉะนั้นทั้งสองจึงต้องเลิกกัน ธาวินกับแฟนเลิกกันมาสี่ปีแล้วล่ะ''อ๋อค่ะ''หลังจากนั้นธาวินก็ไม่คิดจะมีใคร และไม่คิดจะรักใครอีกเลย เพราะเขากลัวว่าจะผิดหวังเหมือนเมื่อสี่ปีก่อนอีก ธาวินบอกกับป้าว่าเขาจะอยู่เป็นโสดไปตลอด''...''ป้าอยากมีหลานน่ะ แล้วทีนี้ป้าจึงคิดว่าอยากหาผู้หญิงมาอุ้มบุญ แต่พอคิดไปคิดมา ถ้าป้าจะให้คนอื่นที่ป้าไม่รู้จักมาอุ้มบุญให้หลานป้า ป้าก็ไม่ไว้ใจ''ดังนั้นป้าจึงคิดไตร่ตรองดีแล้วว่า บิวเหมาะสมที่จะมาเป็นแม่อุ้มบุญให้ลูกของธาวิน''...' เธอชะงักอึ้งจนพูดไม่ออก เมื่อได้ยินใน
บ้านอมรา ตอนเย็นรถหรูของธาวินเคลื่อนตัวเข้ามาจอดยังหน้าบ้านหลังใหญ่ในเนื้อที่สิบไร่ ก่อนที่ร่างสูงจะก้าวขาลงจากรถแล้วสาวเท้าเข้าไปข้างในก็เจอกับผู้เป็นแม่ที่นั่งคุยอยู่กับหญิงสาวคนหนึ่ง"แม่ครับ" เรียวปากหนาเรียกผู้เป็นแม่ พลางดวงตาคมชำเลืองไปมองยังเจ้าของใบหน้าเรียวใสที่นั่งก้มหน้าอยู่บนโซฟา"อ้าวธาวิน แม่ไม่คิดว่าวันนี้ลูกจะเข้ามา""วันนี้งานไม่ยุ่งมากครับก็เลยมา เพราะผมกลัวว่าแม่จะเหงา" เขาละสายตาจากเจ้าของใบหน้าเรียวเล็กที่นั่งอยู่แล้วหันไปพูดกับคนเป็นแม่ พร้อมกับทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ ก่อนที่บิวจะเงยหน้าบอกกับอมรา โดยดวงตากลมสวยเหลือบไปมองยังเจ้าของใบหน้าหล่อนิดหนึ่งอย่างไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งเขาเองก็จ้องมองเธอมาเหมือนกัน"งั้นวันนี้บิวขอตัวกลับก่อนนะคะคุณป้า สวัสดีค่ะ" เธอยกมือไหว้พร้อมบอกลาหญิงวัยกลางคนที่นั่งอยู่ข้างคนตัวสูง จากนั้นเธอก็ลุกออกจากโซฟาแล้วออกจากบ้านไปขึ้นรถเก๋งคันหรูที่อมราซื้อให้ตอนเธอเรียนจบใหม่ๆ"ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครเหรอครับ" ธาวินเอ่ยถามทันทีเมื่อหญิงสาวขับรถออกไปแล้ว"บิวคือเด็กที่แม่เขาเอามาให้สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเลี้ยง เพราะแม่เขาไม่สามารถเลี้ยงได้ วันนั้นแม่ไปทำ
บริษัท วันต่อมาเมื่อร่างสูงของธาวินก้าวขาออกจากลิฟต์มา เลขาสาววัยสี่สิบปีก็เอ่ยถามขึ้นด้วยท่าทีนอบน้อม"ไม่ทราบว่าผู้หญิงที่ดิฉันหามาให้เมื่อคืน เป็นยังไงบ้างคะ ถูกใจท่านประธานหรือเปล่า""ก็เหมือนกับคนก่อนๆที่คุณหามาให้นั่นแหละครับ" เรียวปากหยักสวยตอบออกไปด้วยสีหน้าราบเรียบคำว่าเหมือนกับคนก่อนๆที่เรียวปากหนาบอกออกมา อัจฉราพอจะรู้ได้ว่าเจ้านายของเธอไม่ประทับใจผู้หญิงที่เธอหามาให้"อ๋อค่ะ ครั้งต่อไปดิฉันจะพยายามหาให้เด็ดๆเลยค่ะ""ครับ" เขารับคำ ก่อนจะเปิดประตูเข้าห้องทำงานไปอัจฉราเป็นเลขาของธาวินมาสี่ปีแล้ว นอกจากเธอจะทำงานเป็นเลขาของเขาแล้ว เธอยังต้องคอยจัดหาและคัดสรรค์ผู้หญิงให้กับเจ้านายของเธออีกด้วย เธอจะหาผู้หญิงที่หน้าตาดี หุ่นดีมาให้เจ้านายได้ผ่อนคลายอัจฉราเข้าใจเจ้านายของเธอดี เพราะเธอรู้ว่าเจ้านายไม่มีแฟน ซึ่งมันเป็นเรื่องธรรมดาของหนุ่มโสดที่เวลามีความต้องการเรื่องนั้น มันจึงจำเป็นจะต้องหาผู้หญิงมาเป็นที่ระบายด้านบิวครืด~ในขณะที่บิวกำลังนั่งทำงานอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะก็มีเสียงสั่นขึ้น ดวงตากลมโตเหลือบไปมองยังหน้าจอโทรศัพท์ที่มีแสงสว่างจ้า เมื่อเห็นว่าเป็น







