เข้าสู่ระบบบริษัท วันต่อมา
เมื่อร่างสูงของธาวินก้าวขาออกจากลิฟต์มา เลขาสาววัยสี่สิบปีก็เอ่ยถามขึ้นด้วยท่าทีนอบน้อม "ไม่ทราบว่าผู้หญิงที่ดิฉันหามาให้เมื่อคืน เป็นยังไงบ้างคะ ถูกใจท่านประธานหรือเปล่า" "ก็เหมือนกับคนก่อนๆที่คุณหามาให้นั่นแหละครับ" เรียวปากหยักสวยตอบออกไปด้วยสีหน้าราบเรียบ คำว่าเหมือนกับคนก่อนๆที่เรียวปากหนาบอกออกมา อัจฉราพอจะรู้ได้ว่าเจ้านายของเธอไม่ประทับใจผู้หญิงที่เธอหามาให้ "อ๋อค่ะ ครั้งต่อไปดิฉันจะพยายามหาให้เด็ดๆเลยค่ะ" "ครับ" เขารับคำ ก่อนจะเปิดประตูเข้าห้องทำงานไป อัจฉราเป็นเลขาของธาวินมาสี่ปีแล้ว นอกจากเธอจะทำงานเป็นเลขาของเขาแล้ว เธอยังต้องคอยจัดหาและคัดสรรค์ผู้หญิงให้กับเจ้านายของเธออีกด้วย เธอจะหาผู้หญิงที่หน้าตาดี หุ่นดีมาให้เจ้านายได้ผ่อนคลาย อัจฉราเข้าใจเจ้านายของเธอดี เพราะเธอรู้ว่าเจ้านายไม่มีแฟน ซึ่งมันเป็นเรื่องธรรมดาของหนุ่มโสดที่เวลามีความต้องการเรื่องนั้น มันจึงจำเป็นจะต้องหาผู้หญิงมาเป็นที่ระบาย ด้านบิว ครืด~ ในขณะที่บิวกำลังนั่งทำงานอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะก็มีเสียงสั่นขึ้น ดวงตากลมโตเหลือบไปมองยังหน้าจอโทรศัพท์ที่มีแสงสว่างจ้า เมื่อเห็นว่าเป็นใครที่โทรเข้ามาเธอก็ระบายยิ้มออกมาอย่างเช่นทุกครั้ง ก่อนจะหยิบขึ้นมากดรับสายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล 'สวัสดีค่ะคุณป้า' 'บิวกินข้าวเที่ยงหรือยัง' 'กินแล้วค่ะ' 'บิวกำลังยุ่งอยู่หรือเปล่า' 'ไม่ยุ่งค่ะ คุยได้ค่ะคุณป้า' 'ช่วงนี้ป้ารู้สึกเหงามากเลย' 'งั้นวันเสาร์นี้บิวจะพาคุณป้าไปเที่ยวนะคะ' 'ป้าไม่ได้อยากไปเที่ยว' 'คุณป้าอยากให้บิวช่วยอะไรก็บอกบิวมาเถอะค่ะ ถ้ามันจะทำให้คุณป้าหายเหงา บิวยินดีช่วยคุณป้าทุกอย่างเลยค่ะ' 'ทุกอย่างเลยเหรอบิว' 'ใช่ค่ะทุกอย่าง' 'งั้นเย็นนี้บิวเข้ามาหาป้าที่บ้านหน่อยนะ ป้ามีเรื่องอยากจะคุยกับบิวหน่อย' 'ได้ค่ะคุณป้า เย็นนี้บิวจะเข้าไปหาคุณป้านะคะ' 'โอเค งั้นแค่นี้นะบิว' 'ค่ะ สวัสดีค่ะคุณป้า' จากนั้น นิ้วเรียวก็กดวางสาย พลางคิดในใจว่าคุณป้าอมราเป็นผู้มีพระคุณต่อเธอมาก ดังนั้นไม่ว่าคุณป้าอยากให้เธอช่วยเหลืออะไร เธอก็พร้อมและยินดีจะช่วยด้วยความเต็มใจ เมื่อยี่สิบสี่ปีก่อน อมราไปทำบุญวันเกิดโดยการเลี้ยงอาหารเด็กที่บ้านเด็กกำพร้า ซึ่งในวันเดียวกันนั้นแม่ของเธอก็อุ้มเธอในวัยหนึ่งเดือนมาที่บ้านเด็กกำพร้า และบอกกับหัวหน้าสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าว่า 'ฉันขอเอาลูกมาไว้ที่นี่ด้วยนะคะ ฉันไม่พร้อมที่จะเลี้ยงเขาค่ะ' แม่ของบิวเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าเศร้าหมอง ก่อนที่หัวหน้าสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงใจดี 'ขอโทษนะคะคุณแม่ คือฉันขอทราบเหตุผลที่คุณไม่พร้อมจะเลี้ยงเขาค่ะ' 'พอฉันคลอดได้สองวัน สามีของฉันก็โดนจับในข้อหาค้ายาเสพติดค่ะ ตอนนี้เขาอยู่ในคุก และฉันคิดว่าสามีของฉันน่าจะติดคุกตลอดชีวิต เพราะมียาอยู่ในครอบครองหลายพันเม็ดค่ะ' 'อ๋อค่ะ' 'และอีกอย่างตอนนี้ฉันก็ป่วยด้วย เมื่อสองอาทิตย์ก่อนฉันไปหาหมอมาค่ะ หมอบอกว่าฉันเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเอง จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้นฉันจึงคิดว่าวิธีนี้มันดีที่สุดแล้วที่จะให้ลูกฉันได้มีชีวิตรอดค่ะ' 'ทางเราจะเลี้ยงลูกของคุณให้เองค่ะ ไม่ต้องห่วง งั้นก็ส่งเด็กมาค่ะ' จากนั้น แม่ของบิวก็ส่งลูกน้อยที่ถูกห่อหุ้มด้วยผ้าอ้อมสีขาวให้กับหัวหน้าสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า พลางเอ่ยบอกไปด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น พร้อมกับหยาดน้ำตาที่ร่วงหล่นลงมาอาบทั้งสองแก้ม 'ฮึก ฮึก...ฉันฝากลูกด้วยนะคะคุณ ฉันลาก่อนค่ะ' บอกจบ แม่ของบิวก็หมุนตัวเดินออกไปจากหน้าสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าด้วยความจำใจ ก่อนที่หัวหน้าสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าวัยห้าสิบปีจะอุ้มบิวกลับเข้ามาข้างใน ซึ่งตอนนี้เด็กๆหลายสิบคนกำลังรับประทานอาหารทั้งคาวทั้งหวานกันอย่างมีความสุขและสนุกสนานกัน 'มีคนเอาเด็กมาส่งเหรอคุณมณฑา' อมราเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นมณฑาอุ้มเด็กทารกเข้ามา 'ใช่ค่ะคุณหญิง' 'ผู้หญิงหรือผู้ชายล่ะ' 'ผู้หญิงค่ะคุณหญิง' 'ไหนขอฉันดูหน่อยสิ' ว่าจบ อมราก็ชะโงกหน้ามองมายังทารกน้อยที่หลับอยู่ในอ้อมแขนของมณฑา เมื่อเห็นอย่างนั้นอมราจึงรับเด็กทารกผิวขาวอมชมพู หน้าตาน่ารักไปอุ้มแล้วจ้องมองใบหน้าเล็กของทารกน้อยด้วยความรู้สึกนึกเอ็นดู ก่อนที่อมราจะพูดขึ้น 'ฉันจะรับเด็กคนนี้ไปอุปการะเอง' วันนั้นหลังจากที่อมราเลี้ยงอาหารเด็กในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเสร็จแล้ว อมราก็พาบิวกลับมาด้วย ทว่าอมราไม่ได้พากลับมาบ้าน แต่อมราพาบิวมาไว้ที่คอนโดที่นางซื้อในวันเดียวกันนั้น และอมราก็จัดการหาพี่เลี้ยงที่ไว้ใจได้สองคนมาเลี้ยงบิว ซึ่งโชคดีมากที่พี่เลี้ยงสองคนที่อมราหามานั้นเป็นคนรักเด็กอยู่แล้ว ดังนั้นบิวจึงได้รับการเลี้ยงดูเป็นอย่างดีมาโดยตลอด ตอนเย็นหลังจากที่อมราออกจากบริษัท ซึ่งอมราเป็นผู้บริหารมาสามปีแล้วหลังจากสามีตาย อมราจะเข้าไปหาบิวเกือบทุกวัน ทุกครั้งที่ไปอมราจะอุ้มบิวและเล่นกับบิวก่อนจะกลับบ้านไปหาธาวินในวัยห้าขวบที่มีพี่เลี้ยงคอยดูแล อมราเล่นกับธาวินอยู่พักใหญ่ จากนั้นสองแม่ลูกก็พากันเข้าห้องนอน จนกระทั่งบิวเรียนจบมอหก อมราก็เลิกจ้างพี่เลี้ยงสองคนนั้น เพราะอมราคิดว่าบิวสามารถดูแลตัวเองได้แล้ว ก่อนที่พี่เลี้ยงจะออกไปจากคอนโด อมราก็ให้เงินพี่เลี้ยงทั้งสองคนอีกคนละหนึ่งแสนบาท เพื่อเป็นรางวัลที่เลี้ยงและดูแลบิวมาเป็นอย่างดี ทั้งที่สิบแปดปีที่ผ่านมา อมราก็ให้เงินเดือนพวกเธอแพงอยู่แล้ว อมราให้เงินเดือนพี่เลี้ยงคนละห้าหมื่นบาทต่อเดือน สามีของอมราซึ่งก็คือพ่อของธาวินได้เสียชีวิตด้วยโรคติดเชื้อในกระแสเลือด ตอนนั้นธาวินอายุได้สองขวบ หลังจากที่สามีเสียชีวิต อมราก็ต้องเป็นผู้บริหารธุรกิจเองทั้งหมดตั้งแต่นั้นมา จนกระทั่งธาวินเรียนจบ อมราก็ให้ธาวินเข้าไปบริหารแทน และอมราก็แต่งตั้งให้ธาวินเป็นประธานบริษัทตั้งแต่นั้นมาวันต่อมาด้านแนนหลังจากที่แนนกับชายหนุ่มหน้าตาดีที่เธอได้มีวันไนท์สแตนกันเมื่อคืนอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วก็พากันมานั่งกันบนโซฟาตัวยาว ก่อนชายร่างสูงจะเป็นฝ่ายถามเธอก่อน"ผมอยากรู้ว่าคุณชื่ออะไรครับ""ฉันชื่อแนนค่ะ""แนนเหรอ..." ปากหนาพึมพำชื่อของเธอ เมื่อชื่อของเธอบังเอิญไปเหมือนกับผู้หญิงคนหนึ่งที่เขายังไม่เคยลืม"แล้วคุณล่ะคะชื่ออะไร""ผมชื่อกายครับ""กายเหรอ..." เธอพึมพำชื่อของเขาออกมา เมื่อชื่อของเขาบังเอิญไปเหมือนกับผู้ชายคนหนึ่งที่เธอยังไม่ลืม'ผู้ชายที่ลูกจะต้องแต่งงานด้วยเขาชื่อกายนะลูก'กายที่สงสัยจึงเอ่ยถามเพื่อให้หายเคลือบแคลงใจ"คุณเป็นคนจังหวัดไหนครับ""ฉันเป็นคนอ่างทองค่ะ""เมื่อสี่ปีก่อนคุณเคยหนีงานแต่งงานใช่ไหมครับ""คุณรู้ได้ยังไงคะ" เธอถามด้วยสีหน้าตื่นตกใจ"ผมนี่แหละคือว่าที่เจ้าบ่าวของคุณที่ทำให้คุณต้องหนีงานแต่งงานเมื่อสี่ปีก่อน""ห๊ะ! ที่แท้ก็เป็นคุณเหรอคะเนี่ย" จุดใต้ตำตอชัดๆ แนนคิดในใจ"หึ โลกกลมจังเลยนะครับ" กายหัวเราะยิ้มเอ่ย"ใช่ค่ะ โลกกลมมาก ฉันไม่คิดว่าจะได้มาเจอคุณตัวจริงที่นี่""ทำไมคุณถึงหนีงานแต่งล่ะ""ตอนนั้นฉันมีแฟนอยู่แล้วค่ะ แล้วอยู่ๆพ่อกับ
หนึ่งชั่วโมงผ่านไปหลังจากที่ทั้งสามคนนั่งคุยกันจนเวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมง อมราก็ขอตัวกลับบ้าน"วันนี้แม่กลับก่อนนะบิว""ค่ะคุณแม่ เดี๋ยวบิวลงไปส่งนะคะ""ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวแม่ลงไปเองได้""ให้บิวลง..." ก่อนที่อมราจะพูดขึ้น"ไม่ต้องหรอกบิว บิวกำลังท้องกำลังไส้อยู่ อย่าลำบากเลย""งั้นก็ได้ค่ะ" ว่าแล้ว อมราก็ลุกจากโซฟาแล้วออกจากห้องไปคนเดียว ในขณะที่ร่างสูงยังนั่งไม่ยอมลุกออกไป"คุณแม่ออกไปแล้วค่ะ คุณก็กลับไปสิคะ""ใครบอกว่าพี่จะกลับล่ะ คืนนี้พี่จะนอนกับบิวที่นี่" พูดด้วยสีหน้าแช่มชื่น"แล้วคุณแม่จะกลับยังไงล่ะคะ""ก่อนออกจากบ้านแม่บอกให้คนขับรถมารับที่นี่""ถ้าคุณจะนอนที่นี่ คุณต้องนอนบนโซฟาตรงนี้นะคะ""ได้ไงล่ะบิว บิวให้พี่นอนด้วยสิ ตั้งอาทิตย์แล้วนะที่พี่ไม่ได้นอนกอดบิว พี่คิดถึงบิวจะแย่แล้วรู้ไหม" เขาทำหน้ามุ่ยออดอ้อน"บิวอยากนอนคนเดียวค่ะ""ให้พี่เข้าไปนอนกับบิวด้วยนะ บิวให้พี่นอนข้างเตียงก็ได้ แต่ขออย่างเดียวอย่าให้พี่นอนโดยที่ไม่มีบิวนอนด้วยเลยนะ""คุณจะนอนบนพื้นเหรอคะ""บนพื้นพี่ก็นอนได้ ขอแค่ให้พี่ได้นอนห้องเดียวกับบิวก็พอ""ถ้าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ" เธอพูดไปอย่างนั้น แต่ใครจะใจดำให้เข
คอนโดธาวินเมื่อร่างสูงของธาวินเปิดประตูเข้ามาในคอนโด แนนที่เปิดประตูออกจากห้องนอนมาพอดีก็เดินเข้ามาหาเขาพร้อมกับโผเข้าสวมกอดเอวสอบของเขาทันทีหมับ!"พี่ธาวินกลับมาแล้ว ไหนบอกว่าคืนนี้จะไม่กลับมายังไงล่ะคะ"ทว่าเขาไม่ได้กอดเธอกลับไป แต่กลับแกะมือของเธอแล้วดันร่างของเธอออก ดวงตาคมจ้องมองไปยังใบหน้าของอดีตคนรัก ก่อนเสียงทุ้มจะเอ่ยออกไป"พี่กับแนนคงกลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้วล่ะ""ทำไมล่ะคะพี่ธาวิน ก็ในเมื่อพี่ยังไม่มีใคร และแนนก็ยังไม่มีใคร ทำไมเราถึงกลับมาคบกันอีกไม่ได้ล่ะคะ""พี่ยอมรับว่าหลังจากที่เลิกกับแนน พี่ก็ไม่คิดจะมีใครอีก จนเมื่อสี่เดือนก่อนแม่ขอให้พี่มีหลานให้ท่าน โดยให้บิวมาเป็นแม่อุ้มบุญให้""เรื่องนั้นแนนรู้แล้วค่ะ เพราะแม่อุ้มบุญของพี่บอกแนนหมดแล้ว""อันที่จริงพี่กับบิวก็แค่ต่างคนต่างมาทำหน้าที่ของตัวเอง พอบิวคลอดพี่กับบิวก็ไม่มีอะไรต้องเกี่ยวข้องกัน แต่พอเอาเข้าจริงพี่ก็ต้องเป็นคนกลืนน้ำลายตัวเอง พี่ไม่ได้คิดกับบิวแค่แม่อุ้มบุญ แต่พี่คิดกับบิวมากกว่านั้น""พี่ธาวินรักเขาเหรอคะ""ใช่ พี่รักบิว พี่พยายามที่จะไม่รักใครอีกแล้วในชีวิตนี้ แต่พี่ก็ไม่สามารถห้ามใจไม่ให้รัก
คอนโดธาวิน ตอนเย็นเมื่อธาวินขับรถเข้ามาจอดยังที่จอดรถประจำแล้วไม่เห็นรถของบิวที่เคยจอดอยู่ข้างรถเขา เขาก็โทรหาเธอทันทีตู๊ด~~~เขากดโทรออกหาเธอหลายครั้งติดต่อกัน แต่เธอก็ไม่รับสาย เขาจึงรู้สึกแปลกใจ เพราะปกติเธอจะรับโทรศัพท์เร็ว ไม่เคยต้องให้เขาโทรซ้ำหลายครั้งแบบนี้ เมื่อเป็นอย่างนั้นเขาก็นึกเป็นห่วงเธอขึ้นมาทันที ก่อนที่เขาจะรีบสาวเท้าเข้าไปในคอนโดด้วยความร้อนใจ ในขณะที่อยู่ในลิฟต์เขาก็กดโทรหาเธอซ้ำๆอยู่อย่างนั้น แต่เธอก็ไม่รับสาย นั่นมันจึงทำให้หัวใจของเขาร้อนรุ่มและรู้สึกไม่สบายใจขึ้นอย่างฉับพลันเมื่อเข้ามาในคอนโดก็เจอกับแนนที่นั่งอยู่บนโซฟา เมื่อเห็นอย่างนั้นธาวินก็เอ่ยถามทันที"บิวกลับมาหรือยัง""กลับมาแล้วค่ะ แต่ออกไปแล้ว""บิวไปไหน""เห็นบอกว่ากลับไปอยู่คอนโดของเขาค่ะ" เมื่อได้ยินอย่างนั้นหัวใจของธาวินก็เหมือนกับว่าหล่นฮวบลงไปอยู่ข้างล่างยังไงยังงั้นเมื่อเป็นเช่นนั้นเรียวขายาวก็ก้าวฉับๆไปเปิดประตูห้องนอนที่เขานอนร่วมกับเธอมาสี่เดือนแล้วธาวินเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วไม่เห็นเสื้อผ้าของเธอแม้แต่ชิ้นเดียว ใจแกร่งก็กระตุกสั่นไหวและรู้สึกใจหายเป็นอย่างมากร่างสูงก้าวถอยหลังมาทิ้งตัวนั
เมื่อธาวินลองนึกย้อนเหตุการณ์ไปเมื่อหนึ่งเดือนก่อน ซึ่งเขายังจำได้ ตอนนั้นเขากับบิวไปนอนที่บ้าน เขาก็พอจะลำดับเหตุการณ์ถูกว่าจังหวะที่เขาเข้าห้องน้ำแล้วแนนโทรเข้ามา และบิวก็รับสายที่เขาเห็นบิวเหม่อลอยก็น่าจะเป็นเรื่องที่แนนโทรเข้ามานี่แหละ"ตอนนั้นทำไมพี่ถึงไม่พูดกับแนนเลยล่ะคะ พอแนนบอกว่าอยากกลับมาเริ่มต้นใหม่กับพี่ธาวินอีกครั้ง พี่ก็วางสายไปเลย""ตอนนั้นแบตหมดน่ะ" เขาจำต้องพูดแก้ต่างออกไป"อ๋อค่ะ แนนก็คิดว่าพี่ธาวินจะโกรธแนนจนไม่อยากพูดกับแนนซะอีก""เปล่าหรอก""พี่ธาวินยังไม่มีแฟนใช่ไหมคะ""..." เขาชะงักกึกเมื่อจู่ๆเธอถามคำถามนั้นออกมา เขามีความรู้สึกว่ายากในการตอบมาก"ที่เงียบแบบนี้ยังไม่มีใช่ไหมคะ""อืม" ตอบแบบส่งๆไปก่อน"ถ้าอย่างนั้นเรากลับมาเป็นแฟนกันเหมือนเดิมนะคะพี่ธาวิน""..." ประโยคนั้นยิ่งทำให้เขาชะงักหนักยิ่งกว่าเดิม"ในเมื่อแนนยังไม่มีใคร และพี่ก็ยังไม่มีใคร งั้นเราก็กลับมาเป็นเหมือนเดินเถอะนะคะ แนนรับรองว่าพ่อกับแม่จะไม่บังคับให้แนนแต่งงานกับใครก็ไม่รู้อีกแล้วค่ะ""..." เขามองหน้าคนรักเก่าและได้แต่เงียบไม่พูดอะไร พลางในใจคิดไปถึงคนตัวเล็กที่ทำงานอยู่อีกชั้น"พี่ธาวินยัง
สี่เดือนต่อมาโรงอาหารของบริษัท"ทำไมหลายวันมานี้เธอถึงไม่ค่อยอยากกินข้าวเลยล่ะบิว เธอเป็นอะไรหรือเปล่า" ครีมเอ่ยถามบิวที่รวบช้อนส้อมเข้าหากันทั้งที่ข้าวในจานยังเหลืออยู่อีกมาก"ช่วงนี้ฉันเบื่อข้าวน่ะ จึงไม่ค่อยอยากกินเท่าไหร่" เธอตอบออกไปด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย แววตาอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด"ทำไมถึงไม่ไปให้หมอตรวจล่ะบิว""ฉันก็กะว่าจะไปอยู่เหมือนกัน" จากนั้น ครีมก็ทานข้าวต่อจนเสร็จ ก่อนที่ทั้งสองจะพากันออกไปจากโรงอาหารแล้วไปยืนอยู่หน้าลิฟต์ แต่ทันใดนั้นก็มีหญิงสาวคนหนึ่งที่อยู่ในชุดเดรสสั้นเกาะอกสีสวย สวมแว่นตาดำสาวเท้าเดินเข้ามายืนรอลิฟต์ข้างๆบิวกับครีม พร้อมกับถอดแว่นตาดำออกบิวที่ยืนมองอยู่เมื่อเห็นหญิงสาวในชุดเดรสสั้นเกาะอกถอดแว่นตาดำออก ก็ถึงกับดวงตาเบิกกว้างเมื่อผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างเธอนั้นคือผู้หญิงที่ชื่อแนนแฟนเก่าของเขานั่นเอง ถึงเธอจะเคยเห็นในรูปถ่ายแค่ครั้งเดียว แต่เธอก็จำได้ว่าผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างเธอคือแฟนเก่าของเขาก่อนที่แนนจะหันมาทักทายแล้วถามบิวที่ยืนมองตัวเองอยู่"สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าคุณทั้งสองคนทำอยู่แผนกไหนเหรอคะ""ทำอยู่แผนกการเงินค่ะ" บิวตอบกลับไป"อ๋อค่ะ" ก่อนที่คร
หนึ่งอาทิตย์ต่อมาคอนโดบิว ตอนเย็นในขณะที่บิวกำลังจัดกระเป๋าเสื้อผ้าเพื่อเตรียมจะไปอยู่กับลูกชายของคุณป้าที่คอนโดของเขา อยู่ๆโทรศัพท์ของเธอก็มีเสียงเรียกเข้ามา มือเรียวหยิบขึ้นมาดูแล้วกดรับสายทันที'ค่ะคุณป้า''จัดกระเป๋าเสื้อผ้าเสร็จหรือยัง''เสร็จแล้วค่ะ''อืม งั้นแค่นี้นะบิว''ค่ะ' จากนั้น นิ้ว
คอนโดบิวเมื่อบิวกลับมาถึงคอนโด เธอก็ทิ้งตัวนั่งบนโซฟาในห้องโถงแล้วนึกไปถึงเรื่องที่คุณป้าพูดกับเธอ'ป้ามีลูกชายอยู่คนเดียว ชื่อธาวิน ตอนนี้เขาอายุยี่สิบเก้าปีแล้ว''ค่ะ'ตั้งแต่คุณป้าอุปการะเธอมายี่สิบสี่ปี คุณป้าไม่ได้เล่าเรื่องส่วนตัวให้เธอฟังมากนัก คุณป้าบอกแค่ว่าสามีเสียชีวิตมาหลายปีแล้ว เธอก็
บ้านอมรา ตอนเย็นรถหรูของธาวินเคลื่อนตัวเข้ามาจอดยังหน้าบ้านหลังใหญ่ในเนื้อที่สิบไร่ ก่อนที่ร่างสูงจะก้าวขาลงจากรถแล้วสาวเท้าเข้าไปข้างในก็เจอกับผู้เป็นแม่ที่นั่งคุยอยู่กับหญิงสาวคนหนึ่ง"แม่ครับ" เรียวปากหนาเรียกผู้เป็นแม่ พลางดวงตาคมชำเลืองไปมองยังเจ้าของใบหน้าเรียวใสที่นั่งก้มหน้าอยู่บนโซฟา"อ้า
ธาวิน อายุ29ปีเจ้าของธุรกิจนำเข้าเครื่องประดับเพชรที่ใหญ่ติดอันดับTop5ในเอเชียบิว อายุ24ปีทำงานธนาคาร แผนกการเงิน.....โรงแรม "นี่ค่าตัวของเธอ รับไปสิ" เสียงของธาวินเอ่ยขึ้น พร้อมกับยื่นเงินจำนวนหนึ่งให้กับหญิงสาว หลังจากที่เขาได้ทำเรื่องอย่างว่ากับเธอเสร็จแล้ว "ขอบคุณค่ะคุณธาวิน คราวหน้า







