Masukแพรวรุ้งตื่นขึ้นมาอาบน้ำแต่เช้าด้วยสภาพอิดโรยเต็มที วันนี้มีถ่ายแบบเครื่องเพชรอีกชุดใหญ่ๆ ให้ตายเถอะ! เมื่อวานเธอว่าจะขอให้ช่างแต่งหน้าโปะแป้งหนาๆ ที่ซีกแก้ม มันคงพอลบรอยฝ่ามือเขาได้ แต่ตอนนี้เธอคิดว่าควรยกเลิกงานไปเลยดีกว่า เพราะรอยคิสมาร์กที่เขาทำไว้มันเกลื่อนอยู่ทั่วเนื้อตัวของเธอจนยากจะทาแป้งปกปิด
“ตื่นแล้วหรือยะยัยคุณแพรว”
เสียงเจ๊แจงโผล่หน้ามาทักทาย เจ๊คนงามร่างถึกอยู่ในชุดเสื้อผ้าทะมัดทะแมงประหนึ่งกำลังจะเดินทางไกล แถมยังลากกระเป๋าเดินทางใบโตติดมือมาด้วย
“เจ๊! แต่งตัวจะไปไหน” แพรวรุ้งร้องถามอย่างใคร่รู้ อย่าบอกนะว่าจะย้ายกอง แต่ถ้าย้ายก็ดีนะ เธอไม่อยากอยู่ที่นี่ต่อแล้ว
“เอ้า? เจ๊ก็จะกลับกรุงเทพน่ะสิ เรื่องมากจริงๆ บริษัทนี้ เดี๋ยวให้ถ่ายที่ทะเล เดี๋ยวน้ำตก นี่ให้ยกกองกลับไปที่สตูดิโออีกรอบ แถมยัง...”
“อะไรเจ๊ บอกมาไวๆ”
“อ่า...คือว่า เขาเปลี่ยน...เปลี่ยนตัวนางแบบน่ะ เป็นเด็กใหม่ของเจ๊เอง แหะๆ” เจ๊แจงบอกอย่างเกรงๆ
“ได้ไง!? แล้วแพรวล่ะ!”
“โธ่...ก็คุณกวินบอกว่าหล่อนถ่ายแบบต่อไม่ได้ เลยขอให้เจ๊เปลี่ยนตัวนางแบบแล้วยกกองกลับไปถ่ายต่อที่กรุงเทพฯ” เจ๊แจงตอบอย่างหนักใจ
“ทำไม! ทำไมแพรวจะถ่ายต่อไม่ได้ แพรวไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อยดูสิ!” เธอกางแขนออกห่างตัวให้เจ๊แจงพิจารณาว่าเธอไม่เป็นอะไรจริงๆ ทว่าแขนที่เหยียดออกกลับทำให้เสื้อคลุมเปิดเผยร่อยรอยอัปยศ
“คุณพระ! อกกะเทยจะแตกตาย ยัยคุณแพรว! แม่หล่อนเอาฉันตายแน่! หล่อนไปโดนหมาที่ไหนฟัดมายะ”
เจ๊แจงเข้ามาดึงทึ้งเสื้อคลุมของแพรวรุ้งเพื่อดูให้ชัดๆ รอยช้ำเป็นจ้ำๆ อยู่ทั่วเนินอก ลำคอและท่อนแขนของสาวเจ้า
“เจ๊! เจ๊อย่าบอกแม่นะ แพรวขอ ห้ามบอกเด็ดขาด” แพรวรุ้งน้ำตาคลอ จับมือเจ๊แจงมาเกี่ยวก้อยสัญญาเพื่อความมั่นใจ
“เออๆ ไม่ต้องมาตีบทโศกหรอกน่า ฉันรู้ว่าคนมัน ‘คัน’ ห้ามกันไม่อยู่หรอก”
“เจ๊! แพรวเปล่าคันนะ!” แพรวรุ้งท้วง
“เหรอ...โดนข่มขืนมาว่างั้น”
แพรวรุ้งส่ายหน้า น้ำตาซึมเมื่อสำนึกได้ถึงความใจง่ายของตัวเอง หากว่าเธอขัดขืนจนถึงที่สุด เรื่องทั้งหมดก็คงไม่ลงเอยแบบนี้
“โธ่เอ๋ยเด็กน้อย มานี่มา อย่างนี้ละ เกิดเป็นผู้หญิงมันก็มีแต่เสียกับเสีย พวกผู้ชายน่ะเล่ห์เหลี่ยมรอบตัว ลูกคุณหนูอย่างหล่อนไม่ทันพวกมันหรอก ยัยคุณแพรวเอ๊ย!”
เจ๊แจงปลอบใจด้วยคำพูดและอ้อมแขนแมนๆ แกลืมไปด้วยซ้ำว่าตัวเองก็ยังเป็นผู้ชายทั้งแท่ง
แพรวรุ้งร้องไห้อย่างไม่อาย ไม่รู้ว่าน้ำตามาจากไหน แต่มันไหลรินจนอกเสื้อของผู้จัดการเปียกชุ่ม
“ถ้าไม่อยากโดน ‘ลงแขก’ ก็เอาแขนล่ำๆ ของพี่ออกไปจากตัวของแพรวรุ้ง เดี๋ยวนี้!”
เสียงเกรี้ยวกราดดังขึ้นที่หน้าประตู ผู้จัดการร่างยักษ์ขนลุกซู่ หันไปดูก็เจอเข้ากับคุณกวินรูปหล่อ คงไม่ต้องเดาแล้วละว่า ใครเป็นเจ้าของรอยคิสมาร์กบนเนื้อตัวแพรวรุ้ง
“เขาลืมไปหรือเปล่ายะ ว่าฉันเกลียดชะนี ขี้หวงชะมัด เช็ดน้ำตาซะสิ หล่อนดูไม่ได้เลย เดี๋ยวโดนฟันแล้วทิ้งจะหาว่าฉันไม่เตือนนะ” เจ๊แจงกระซิบกระซาบ
“พี่แจง!” กวินเรียกเสียงเขียว ดูเถอะขนาดเอาเรื่องผู้ชายมาขู่ เจ๊แกยังร่ำๆ กระซิบกระซาบใกล้เนื้อตัวแพรวรุ้งจนเกินเหตุ มันน่าให้คนงานทั้งเกาะลงแขกเสียจริง
“ค่าๆๆ ถ้าคนงานคุณกวินอยากจะลงแขกพี่ก็เชิญเถอะค่ะ พี่จะเปิดประตูหลังรอนะค้า”
เจ๊แจงประชดคนขี้หึง มือข้างหนึ่งฉวยเอากระเป๋าใบเล็กมาคล้องไหล่ ส่วนอีกข้างก็คว้ากระเป๋าเดินทางใบโต ก้าวออกจากห้องไปไม่รอฟังแม้เสียงทักท้วงของแพรวรุ้ง
“เจ๊! จะทิ้งกันเหรอ แล้วแพรวจะกลับกรุงเทพยังไง โธ่!” แพรวรุ้งโอดครวญ ลุกจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่เมื่อครู่ไปวุ่นวายกับกระเป๋าเดินทางของตัวเอง
“จะทำอะไร!?” กวินถามเสียงขุ่นเมื่อเห็นหล่อนจัดการยัดเสื้อผ้าในตู้ลงไปในกระเป๋า
“ถามได้ ก็จัดกระเป๋าสิ เขากลับกันหมดแล้ว จะให้ฉันอยู่ต่อทำไม” ตอบโดยไม่มองหน้าเขา ก้อนสะอื้นแล่นมาจุกที่ลำคอ เอื้อนเอ่ยลำบากนัก
“ปะป๊า! อยู่นี่เอง มินตามหาทั่วบ้าน น้าแพว!”
หนูน้อยอุทานเมื่อเห็นแพรวรุ้งจัดการเก็บกระเป๋า มือป้อมๆ ทิ้งกล่องนมในมือ ตรงเข้าไปหาน้าแพรวทันที
“น้าแพวจาไปหนาย ปะป๊าบอกว่าน้าแพวจาอยู่กับมิน อยู่เล่นกันก่อนนะ นะๆ เล่นกันก่อน ฮึบๆๆ”
หนูน้อยปีนขึ้นไปกระโดดโลดเต้นบนเตียง ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวราวกับว่ามีเด็กอยู่ในห้องนี้สักสามสี่คน
“มีน ปะป๊าจะคุยกับน้าแพรว มีนไปเล่นกับพี่แก้วก่อนลูก”
ผู้เป็นบิดาออกคำสั่ง แต่เจ้าตัวแสบส่ายหน้าดิก
“ม่ายยย...มินจาเล่นกับน้าแพว น้าแพวค้าบ...ไปจับปูลมเปนเพื่อนมินก่อนน้า” เจ้าหนูกระโดดลงไปด้านล่างแล้วจับข้อมือของแพรวรุ้งโยกแกว่งไปมา
นางแบบสาวไม่ได้อยู่ในอารมณ์ปกติ เลยเผลอสลัดข้อมืออย่างแรงจนเจ้าหนูมีนาเซไปด้านหลัง เธอตกใจ ทั้งรู้สึกผิด แต่ในเวลานี้ ความหม่นหมองในจิตใจทำให้เธอเลือกที่จะเฉยชาต่อผู้คนรอบข้าง
มีนาหน้าเสีย ก็แค่อยากเล่นกับน้าแพรว แต่ดูเหมือนน้าแพรวไม่ได้ต้องการเช่นนั้น
ตอนพิเศษลูกรัก ร้าย เดียงสา--------------“อืม...อา..แพรว...”สองผัวเมียกำลังแลกจูบกันอย่างดูดดื่มภายใน ตู้เสื้อผ้า ใช่! ตู้เสื้อผ้านั่นละ แม้ว่ามันจะร้อนแต่ถ้ามันทำให้ทั้งสองบรรลุธรรมราคะขั้นสูงได้ ทั้งคู่ยอม!“กรี๊ดดด!!!”เสียงกรีดร้องของนายน้อยคนรองดังมาจากที่ในสักแห่งของคฤหาสน์ มันดังเสียจนคนที่อยู่ในตู้เสื้อผ้ายังได้ยิน“แพรว....ลูกร้องแล้วที่รัก”สามีเป็นคนกระซิบบอกขณะพยายามทำรักกับเมียกลางวันแสกๆ“อ๊ากกก! ซี้ดดด!”หลายคงคนคิดว่าเป็นเสียงพ่อหรือไม่ก็แม่ที่คงบรรลุธรรมราคะขั้นสูง แต่ความจริงมันยิ่งใหญ่มากกว่านั้น!“พี่มีน! เอาของเค้าคืนมาน้า”นายน้อยคนรองวัยห้าขวบ เค้นเอาของบางอย่างจากพี่ชาย ด้วยสองมือน้อยๆ ของแม่หนู“อ๊ากกก! ซี้ดดด! เจ็บนะยัยมิว! ปล่อยผมพี่ก่อน!”มีนาโอดโอย เขากำลังถูกนัมเบอร์ทูของบ้านนั่งคร่อม สองมือน้อยขยุ้มหัวเขาจนหนังมันแทบจะหลุดติดมือออกมา แน่นอนว่าเขาทำอะไร พราวรุ้ง ไม่ได้ เพราะว่าพราวรุ้งคือนัมเบอร์ทู (ร้ายนัมเบอร์ทู)ขณะเดียวกัน...ในตู้เสื้อผ้า“อ๊ะ! ก้องขา....”คนที่ถูกเรียกยิ่งได้ยินเสียงหวานยิ่งได้ใจ บรรเลงเพลงกามาในตู้เสื้อผ้าอย่างเมามันประหนึ่งว่าพ
เขาก้าวไปช้าๆ เคลื่อนตัวเข้าหาเป้าหมายด้วยเกรงว่าเขาจะทำเสียงดังจนหล่อนตกใจและหายไปในที่สุด แค่เพียงแผ่นหลังเขายังคุ้นตาเหลือเกิน ได้โปรดเถอะสวรรค์ ใช่หล่อนทีเถิด“มาแล้วหรือแก้วตา ช่วยพยุงฉันที เจ้าตัวน้อยโจมตีจนลุกไม่ขึ้นแล้ว”กวินรีบเข้าไปประคองหล่อนให้ลุกยืน แพรวรุ้งรับรู้ถึงความผิดปกติ ไม่ใช่แก้วตา แต่เป็น...“กวิน!? มาแล้วเหรอ...นานจังเลย รู้ไหมว่าฉันรอนายตั้งนาน”แพรวรุ้งก้มบอกคนที่นั่งคุกเข่ากอดเอวเธออยู่ ลมทะเลที่พัดสะบัดโบก ยังไม่ไหวโยกเท่าหัวใจในตอนนี้“แพรว...ไม่มีงานแต่งที่นี่ แต่เธอ...ก็..ยัง...มา มาหาฉัน มา...อยู่กับเราใช่ไหม”กวินถามทั้งน้ำตา เพราะเข้าใจผิดเรื่องเจ้าสาวของทัศเทพ เขาจึงไม่กลับมาที่นี่ และเมื่อรู้ความจริงหลังจากนั้น เขาก็ตะลอนหาหล่อนในทุกๆ ที่ที่คิดว่าหล่อนจะไป แต่ไม่เคยเจอ ที่ไหนได้ หล่อนมารอเขาที่นี่ และอาจมารอนานแล้ว นานจนลูกในท้องจะลืมตาขึ้นมาดูโลก และถ้าเขามาช้ากว่านี้ เขาคงไม่ได้เห็นหน้าลูกตอนคลอด“ฉะ...ฉัน อ่า...แพรว....แพรวมาอยู่กับคุณ แพรวกลับมาหาพ่อของลูก แพรวรู้ว่ามันฟังดูโง่เหลือเกิน แต่แพรวยอมเป็นคนโง่ถ้าครอบครัวเราจะได้อยู่กันพร้อมหน้า”แพร
“ฉัน...ฉัน จะ...จะเปิดแล้วนะ” เขาบอกเสียงสั่น ชมจันทร์ใจเต้นระรัวเมื่อเจ้าบ่าวของเธอค่อยๆ เปิดผ้าคลุมหน้า แล้วดวงตาสองคู่ก็ได้สานสบกันนิ่งนาน มือสองข้างที่สั่นระริกของทัศเทพเลื่อนขึ้นประคองใบหน้าของเจ้าสาวเอาไว้ เขาทำทุกอย่างด้วยสัมผัสบางเบาราวปีกผีเสื้อ เขากลัวว่าหากทำรุนแรง ชมจันทร์ที่อยู่ตรงหน้าจะหายไป“จันทร์...จันทร์! เธอจริงๆ ด้วย จันทร์!”ทัศเทพกอดร่างเจ้าสาวเนิ่นนาน ราวกับอยากสัมผัสร่างนี้เพื่อให้ชัดแก่ใจว่าเขาไม่ได้ฝันไปจริงๆ“ฉันคงฝันไปแน่ๆ” ทัศเทพกระซิบชิดริมฝีปากเจ้าสาว เขาช้อนร่างอรชรตรงดิ่งไปที่เตียงนอน วางหล่อนลงอย่างเบามือก่อนจะขึ้นไปนอนเคียงข้าง เฝ้าพร่ำพูดคำว่ารักจนหนำใจจึงได้เปลี่ยนท่ามาสวมกอดหล่อนไว้หลวมๆ“ฉันดีใจที่สุดที่เจ้าสาวเป็นเธอ” ทัศเทพสารภาพ“จันทร์ก็ดีใจ ที่...ที่ได้ไหว้ฟ้าดินกับคุณเทพ เพราะฉะนั้นตอนนี้ เราเป็นสามีภรรยากันแล้วนะ” เธอบอกเสียงเครือ น้ำตาคลอเบ้า“ครับคุณแม่เลี้ยง ถ้าอย่างนั้นตอนนี้ สามีจะเข้าหอได้หรือยัง” เขาพูดจบก็กดจูบบนพวงแก้มหล่อนแรงๆ“คุณสามีเข้าหอไปหลายรอบแล้ว ทำเป็นลืม”ทัศเทพหน้าเง้างอเมื่อโดนย้อน“แต่วันนี้มันเป็นหน้าที่ พรุ่งนี้ต้อ
[19]คืนใจให้กัน------------ปัง! ปัง! ปัง!“เปิดประตู! เปิดสิวะ!”บทโศกของทัศเทพถูกเบรกด้วยเสียงโวยวายที่ดังขึ้นหน้าห้องหอ เจ้าบ่าวเจ้าสาวจ้องไปที่บานประตู พวกเขาคิดตรงกันว่าเวลานี้มันยังไม่ถึงเวลางานเลี้ยงช่วงค่ำ แต่ทำไมมีคนมาเรียกได้ล่ะ แต่เอ...จะเรียกว่ามาเรียกได้หรือเปล่า ในเมื่อส่งเสียงโหวกเหวกโวยวายอย่างนั้น“เดี๋ยวฉันไปดูเอง แกนั่งรอตรงนี้นะ” เขาสั่งความเจ้าสาวชมจันทร์ได้ยินเสียงเขาสูดน้ำมูกแรงๆ คงกำลังเช็ดน้ำมูกน้ำตากระมังปัง!ทัศเทพยังไม่ทันได้เดินจนถึงประตูด้วยซ้ำ คนที่อยู่ด้านนอกก็พังประตูเข้ามา วินาทีแรกที่เขาได้เห็นบุรุษร่างหนา เขาอยากรู้เหลือเกินว่าไอ้บ้าหน้ายับคนนี้มันเป็นใคร!?“แกเป็นใคร เข้ามาในบ้านฉันได้ยังไง!?”เจ้าบ่าวรูปหล่อพยายามถามไถ่ทั้งที่ใจก็อยากฝากรอยหมัดบนหน้ายับๆ อีกซักรอย มันไม่รู้หรือไงว่านี่มันห้องหอ ห้ามคนนอกเข้า“แพรวรุ้งอยู่ไหน!?”กวินถามไปหอบไป เขาเพิ่งฝ่าด่านการ์ดข้างล่างขึ้นมาได้ และเขาจะไม่กลับไปหากไม่ได้ตัวเจ้าสาว“ทำไม? หรือว่าแกคือไอ้สารเลวที่ทำเพื่อนฉันท้องแล้วไม่ยอมรับ”ทัศเทพเริ่มตั้งสติ แต่เหมือนสติจะไม่ยอมให้เขาจับมันมาตั้ง มันคอยแต่จ
“ถ้าจะขับช้าเป็นเต่าอย่างนี้นะ! ฮึ่ม! น้องมีน! บอกพ่อเราซิว่าเราเก็บช็อกโกแลตไว้ให้ใคร เผื่อพ่อเราจะตาสว่างขึ้นมาบ้าง”เกล็ดมุกหาตัวช่วย พ่อหนูที่นั่งอยู่ข้างคนขับส่ายหน้าดิก“นั่นสิหนูเล็ก ตกลงเก็บไว้ให้ใคร เฮียอยากรู้”เมฆาที่นั่งเงียบมานานเอ่ยถามน้องสาวบ้าง“ไม่บอก! อยากให้ใครบางคนแถวนี้กินหญ้าต่อไป สะใจดี!”“ไม่บอกจริงเหรอ อ่า...ทำไมวันนี้พวกแม่ๆ ดุจัง เข้าหน้าไม่ติดเลยแฮะ ถามเจ้ามีนดีกว่า” เมฆาหาทางเค้นหาความจริงกับเจ้าตัวเล็กที่นั่งอยู่เบาะหน้า“ตกลงมีนาเก็บขนมเจ้าปัญหาไว้ให้ใครครับ บอกลุงเมฆหน่อยเร็ว”“ว่าไงลูก? มีนเก็บขนมพวกนั้นไว้ทำไม”กวินพูดกับลูกชาย แต่เจ้าหนูไม่สน ยังสมัครใจเล่นสงครามเงียบโดยการทอดสายตาออกไปกินลมชมวิวนอกหน้าต่าง“มีนา”กวินส่งเสียงต่ำกว่าปกติเพื่อปรามลูกชาย เขาชอบใช้วิธีนี้ก็จริง แต่เขาไม่ชอบให้มีนาใช้วิธีเดียวกันมากดดันเขา“ม่ายบอก หมั่นไฉ้!”“มีน! ใครสอนเนี่ย!” กวินตกใจที่บุตรชายพูดจาเกินเด็ก“ไม่มีใครสั่งสอนหรอก เด็กมันจำเอาแถวๆ นี้ละ มันหัวดีไม่เหมือนพ่อมัน!”เกล็ดมุกไม่วายเสริม ยิ่งเห็นหน้าคุณกวินที่เธอรักและนับถือเหมือนพี่ชายแล้วมันยิ่งมีอารมณ์ โง่ไ
กวินลุกพรวดเมื่อเห็นเกล็ดมุกและวารินทร์ลุกเดินมาทางนี้ ใบหน้าเขาบอบช้ำเพราะหมัดหนักๆ แต่หัวใจเขา มันบอบช้ำเพราะผู้หญิงที่ชื่อแพรวรุ้ง“ทุกคนไปขึ้นรถเดี๋ยวนี้! คุณวาเอากุญแจรถมา เดี๋ยวมุกขับเอง”วาคิมไม่พูดพร่ำทำเพลง เขารีบส่งกุญแจให้เมีย ถ้าเกิดแม่ศรีภรรยาสั่งความเป็นงานเป็นการและใจร้อนขนาดต้องขับรถเองอย่างนี้ แสดงว่าเรื่องดังกล่าวคงใหญ่เอาการ“นายเหมืองอุ้มหลานทีเร็วเข้า!” วารินทร์ออกคำสั่งแล้วค่อยๆ เดินไปขึ้นรถ มันทุลักทุเลเพราะมือข้างหนึ่งต้องประคองท้องนูนเด่น ส่วนอีกข้างต้องจับจูงหลานชายเมฆาอุ้มเจ้าหนูขึ้นมาอย่างไว มือข้างที่ว่างก็ประคองภรรยาไม่ห่าง“นี่คุณ! ตกลงมันเรื่องอะไร ทำไมน้องเล็กถึงได้รีบขนาดนั้น”เมฆาถามภรรยา แต่ได้คำตอบเพียงสั้นๆ ว่า“หุบปากแล้วไปขึ้นรถ!”เกล็ดมุกสตาร์ตเครื่องยนต์รอสมาชิก ทว่าพอทุกคนมาขึ้นรถแล้วเธอกลับไม่เห็นหัวเจ้าตัวต้นเรื่อง“คุณวา! แล้วน้องชายคุณไปไหน!?”วาคิมแบะมือออกบอกให้รู้ทางภาษากายว่า ไม่ทราบ และนั่นทำให้เกล็ดมุกโกรธจนควันออกหู“ไปลากคอกวินมาเดี๋ยวนี้! ถ้าเอาเขาขึ้นรถไม่ได้วันนี้นอนนอกห้อง!”วาคิมแทบจะกระโดดลงจากรถ มันเรื่องอะไรที่เขาจะต้องระ







