Beranda / รักโบราณ / แรงรักลมหวน / บทที่ 5 นางอิจฉา!

Share

บทที่ 5 นางอิจฉา!

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-08 16:35:30

บรรยากาศในห้องครัวของฝูท่านไจ่เสียง กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เมื่อคนรับใช้ ต่างรับรู้ถึงการฟื้นไข้ของคุณหนูฟางเฟย

“พวกเจ้ารู้ไหม ข้าเฝ้าสวดมนต์ภาวนา ให้คุณหนูฟางเฟยหายจากอาการไข้ทุกเช้า-เย็น” หลิวซู หัวหน้าแม่ครัวกล่าวกับคนรับใช้ในครัวด้วยความตื้นตันใจ

“คุณหนูฟางเฟยเป็นคนดี อ่อนน้อมถ่อมตน กริยามารยาทเรียบร้อย มิเคยดุด่าคนรับใช้สักครา แถมยังเป็นหญิงสูงศักดิ์ที่มีพรสวรรค์ในการแต่งบทกวีนิพนธ์ จนยากที่จะหาผู้ใดมาเสมอเหมือน” หลิวซูเสริม

“เจ้าว่าอะไรนะหลิวซู คุณหนูฟางเฟยฟื้นจากอาการไข้แล้วงั้นหรือ?” ไท่โป๋ แม่นมของสนมเอกเฉิงเต๋อเสียน แห่งท่านไจ่เสียง เอ่ยถาม

“ใช่ ท่านไจ่เสียงให้ซู่หยางนำข่าวมาบอกทุกคนในฝู อีกทั้งยังสั่งให้เตรียมงานฉลองสุขภาพดีให้แก่คุณหนูฟางเฟย     อีกด้วย” หลิวซูกล่าวเสริม

“เป็นไปได้อย่างไร! ไท่โป๋กล่าวออกมาด้วยความสงสัย

“ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ คุณหนูฟางเฟยเป็นคนดี อีกทั้งยังได้รับการรักษาจากหมอหลวงที่เก่งที่สุดในหัวโจว คุณหนูจึงหายไข้ในเร็ววัน” หลิวซูเสียงเข้ม

“ข้า...ข้าแค่สงสัย ข้าได้ยินมาว่าคุณหนูผอมโซราวกับหนังหุ้มกระดูกถึงเพียงนั้น เหตุใดถึงฟื้นตัวได้เร็วถึงเพียงนี้” ไท่โป๋ตอบ

“ข้าก็บอกไปแล้วไง เจ้าควรดีใจและยินดีกับคุณหนู มิใช่มาตั้งข้อสงสัยเช่นนี้ และอย่าลืมนำข่าวนี้ไปเรียนท่านสนมเอกด้วยล่ะ เผื่อท่านจะได้เตรียมตัวรับขวัญคุณหนู” หลิวซูกล่าวเสริม

“ข้าจะไปเดี๋ยวนี้ล่ะ ว่าแต่...สำรับที่ข้าบอกให้จัดให้ท่านสนมเอก เสร็จหรือยัง มื้อกลางวันนี้ ท่านคงไม่ไปร่วมรับประทานอาหารด้วย” ไท่โป๋ถาม

“เรียบร้อยแล้ว รับไปสิ” หลิวซูพูดพลางยื่นถาดอาหารให้

“ข้าขอบใจเจ้ามาก หลิวซู” ไท่โป๋กล่าวเสียงหวาน และเดินจากไป

“ถ้าท่านสนมเอกรู้ว่า คุณหนูฟางเฟยยังไม่ตาย ท่านจะทำอย่างไร” ไท่โป๋กล่าวพึมพำ

ณ ตำหนักของสนมเอก

เฉิงเต๋อเสียน สนมเอกแห่งท่านไจ่เสียง ถือเป็นหนึ่งในหญิงรูปงามที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมคนหนึ่งจากเมืองกวางโจว นางได้กลายมาเป็นสนมเอกแห่งท่านไจ่เสียง เนื่องจากท่านไจ่เสียงได้ทำความดีความชอบให้แก่แผ่นดิน องค์จักรพรรดิ จึงได้มอบนางให้มาเป็นสนมเอกแก่ท่าน ซึ่งในขณะนั้น พ่อของเฉิงเต๋อเสียนก็เป็นถึงท่านฉี๋ซื่อ หรือ ผู้ว่าการเมืองกวางโจว

แต่โชคก็มิได้เข้าข้างนางมากนัก ความงามของนางมิได้ทำให้ท่านไจ่เสียงหลงไหลในตัวนางเลยแม้แต่น้อย ท่านมอบสิ่งของ ข้ารับใช้ในฝูให้นางมากมาย มีชีวิตที่แสนสุขสบายในฝูแห่งนี้ แต่กลับมิได้มอบความรักให้นางเลยสักนิด เพราะในหัวใจของท่านไจ่เสียง มีเพียงท่านหญิงเอกเพียงคนเดียวเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ นางจึงมีจิตคิดริษยาต่อท่านหญิงเอก และพยายามหากลอุบายต่างๆเพื่อลอบทำร้ายนางอยู่เสมอ แต่ทว่า นางก็ทำไม่สำเร็จสักที

ส่วนไท่โป๋ แม่นมของเฉิงเต๋อเสียน ที่ติดตามนางมาจากกวางโจว ด้วยความสงสารในตัวนายหญิง อยากให้นายหญิงสมหวังในความรัก จึงได้ร่วมคิดกลอุบายต่างๆร่วมกับนางด้วย

เสียงฝีเท้าของไท่โป๋ปลุกให้เฉิงเต๋อเสียนตื่นจากการงีบหลับ

“คุณหนูเจ้าขา แย่แล้ว!” ไท่โป๋พูดเสียงหลง

“เกิดอะไรขึ้น?” เฉิงเต๋อเสียนถามด้วยความตกใจ

“คุณหนูฟางเฟยฟื้นแล้วเจ้าค่ะ”

“เป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อธนูอาบยาพิษของตระกูล...” ไท่โป๋นำมือมาปิดปากเฉิงเต๋อเสียน

“อย่าเอ็ดไปเจ้าค่ะ เดี๋ยวมีคนได้ยินเข้า พวกเราจะแย่นะเจ้าคะ”

“เอ่อ...ข้าลืมไป เอามือของเจ้าออกไปได้แล้ว” เฉิงเต๋อเสียนกล่าวเสียงขุ่น

“ข้าขอโทษเจ้าค่ะคุณหนู” ไท่โป๋กล่าวเสียงสั่น

ถึงแม้ว่าไท่โป๋ จะเป็นแม่นมของเฉิงเต๋อเสียนมาตั้งแต่แบเบาะ แต่เฉิงเต๋อเสียนกลับไม่มีความรู้สึกผูกพันธ์กับนางเลยแม้แต่น้อย นางมักจะจิกหัวใช้ไท่โป๋ให้ทำในสิ่งที่นางต้องการ วาจาที่ใช้ก็หยาบกระด้าง และนางมักจะแสดงออกให้ไท่โป๋เห็นอยู่เสมอว่า นางคือเจ้านาย ไท่โป๋คือคนรับใช้

“ใครบอกเจ้า?” เฉิงเต๋อเสียนถามเสียงเข้ม

“ข้าได้ยินหลิวซูคุยกับคนรับใช้ในครัวเจ้าค่ะ นางบอกว่าท่านไจ่เสียง ให้ซู่หยางมาบอกข่าวกับทุกคน เพื่อจะเตรียมตัวจัดงานฉลองสุขภาพดีให้แก่คุณหนูฟางเฟยเจ้าค่ะ”

“จัดงานฉลองงั้นรึ?” เฉิงเต๋อเสียนพูดย้ำ ทำท่าทีไม่พอใจ

“เหตุใด ท่านพี่จึงมิมาบอกข้าด้วยตัวเอง”

ด้วยความโมโห นางปัดสำรับที่ไท่โป๋เพิ่งจะนำมาวางไว้ที่โต๊ะอาหารทิ้งในทันที

“ตายยากตายเย็นนักนะ!” เฉิงเต๋อเสียนกล่าวด้วยความเครียดแค้น

“ข้าทำอะไรแม่ไม่ได้ นี่ข้ายังจะทำร้ายลูกไม่สำเร็จอีกหรือนี่ เหตุใด ฟ้าดินถึงไม่เข้าข้างข้าบ้าง แล้วถ้านางไม่ตาย เมื่อไหร่ ท่านพี่จะยอมใจอ่อนมีลูกชายให้กับข้า?”

“คุณหนูเจ้าคะ ฟังข้าน้อยหน่อยเถิดเจ้าค่ะ ข้าคิดว่า พวกเราสมควรยุติกลอุบายต่างๆได้แล้ว ข้ามั่นใจว่าท่านไจ่เสียงต้องกำลังสืบหาความจริงเรื่องธนูอาบยาพิษอยู่เป็นแน่ หากท่านไจ่เสียงรู้เข้าว่า...

“หยุดพูดพล่ามได้แล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าก็จะต้องทำลายนังสองคนแม่ลูกนี้ให้จงได้!”

และบรรยากาศในห้องก็กลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 11 คิดทบทวน

    ฟางเสียงสะดุ้งตื่นขึ้นมาจากความฝัน เหงื่อออกทั่วร่าง หัวใจเต้นแรงดั่งกลองเพลิง“คุณหนูเจ้าคะ ฝันร้ายรึเจ้าคะ?” ซู่หยางเอ่ยถามด้วยความห่วงใย“ใช่...ข้าฝันว่าข้าจมน้ำตาย” ฟางเฟยตอบ“จริงรึเจ้าคะ!...วันก่อน พวกเราเพิ่งจะไปไหว้พระมาที่วัด เหตุใด คุณหนูจึงฝันร้าย?” ซู่หยางเอ่ยถามด้วยความสงสัย“พระท่านคงเมตตามาเตือนให้ข้าระวังตัวกระมัง” ฟางเฟยตอบ พลันหายใจแรงด้วยความเหนื่อยหอบ“นั่งก่อนนะเจ้าคะคุณหนู เดี๋ยวข้าไปชงชาให้” ซู่หยางพูดจบ ก็รีบเดินจากไปฟางเสียงพนมมือกล่าวขอบคุณที่พระท่านได้เปิดนิมิตให้นางได้รับรู้ถึงสาเหตุแห่งการตาย“นี่คุณหนูชิงเยียนฆ่าข้าเพราะความอิจฉางั้นรึ? ถึงว่า...พักหลัง...นางมิยอมให้ข้าเข้าไปปรนนิบัติ”ฟางเสียงกล่าวพึมพำแล้วพ่อแม่ของข้าล่ะ จะเป็นเช่นไรบ้างเพลานี้ อีกทั้งท่านแม่ทัพ...“ดี...ถ้านางอยากได้ท่านแม่ทัพซงเฟิงมาเป็นคู่ล่ะก็ ข้านี่ล่ะ...จะขัดขวางนางทุกทาง มิให้นางได้สมหวัง ด้วยฐานะของข้า ณ เพลานี้ นางมิอาจจะต่อกรกับข้าได้เป็นแน่!” ฟางเสียงกล่าวด้วยความโกรธคุณหนูชิงเยียนกับท่านแม่ทัพซงเฟิง มีโอกาสจะได้เป็นคู่ร่วมหอลงโลง เหตุเพราะพ่อของทั้งสอง เป็นเพื่อนรักกันมาต

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 10 นิมิตของฟางเสียง

    ฟางเสียงหมดเรี่ยวแรงจะว่ายน้ำต่อไป พลันปล่อยดอกบัวออกจากอ้อมแขนทีละดอกๆ นางยอมรับชะตากรรม ปล่อยตัวเองจมดิ่งสู่ก้นบึง ร่างกายอันผอมบางชักกระตุกอยู่หลายครา พร้อมกับเลือดที่ไหลออกมาจากทั้งทางปากและทางจมูก ส่งสัญญาณว่าจบสิ้นแล้ว…ฟางเสียง“คุณหนูเจ้าคะ!” ซู่หยางเรียกคุณหนูของเธอด้วยความตกใจ หลังจากเห็นฟางเฟยชักกระตุกฟางเสียงยังคงมิตื่นจากความฝัน ภาพการตายของนางถูกตัดไปที่ภาพของชาย-หญิงคู่หนึ่งกำลังมองตากันอย่างหวานซึ้งณ จวนของท่านฉีซื่อ“ชาเขียวต้นฤดูของเจ้าชั่งหอมแลรสชาติดียิ่งนัก” แม่ทัพซงเฟิงกล่าวชมฟางเสียง ที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดดอกไม้ให้คุณหนูชิงเยียนของเธอ โดยมิทันได้สนใจต้นเสียงนั้น“ขอบพระคุณท่านฉีซื่อเจ้าค่ะ ข้าคิดว่า ข้าจะชงไปให้คุณหนูชิงเยียนด้วยเจ้าค่ะ หากคุณหนูได้ลิ้มลองชาเขียวต้นฤดูอ่อนๆ คุณหนูคง...” พูดยังมิทันจบ นางก็เหลือบไปเห็นปลายรองเท้าหนังสัตว์สีดำ พลันตกใจ“นี่มิใช่ท่านฉีซื่อนี่!” ฟางเสียงคิดในใจนางค่อยๆเงยหน้าขึ้นมา ดวงตากลมโตสดใสประสานกับดวงตาเรียวยาวคมกริบ แต่แฝงไปด้วยความอ่อนโยน คิ้วดกดำพาดเฉียง จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากสีชมพูบางได้รูป เส้นผมดำขลับถูกรวบม

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 9 ขอพร

    ซู่หยางกำลังหวีผมยาวสลวยของฟางเฟยอย่างแผ่วเบา ผมของเธอพริ้วไหวราวกับน้ำตกยามต้องแสงจันทร์เมื่อกระทบกับหวี ซู่หยางซึ่งกำลังชื่นชมกับความงามตรงหน้า พลันนึกขึ้นได้ว่ามีเรื่องราวอยู่ในใจที่ใคร่อยากจะรู้“คุณหนูเจ้าคะ เหตุใดครานี้ คุณหนูจึงเชื่อคำของเติ้งจ้าวล่ะเจ้าคะ?” ซู่หยางเอ่ยถาม“เพราะข้าไม่เชื่อเขานี่ไง ข้าจึงป่วยหนักถึงเพียงนี้”“จริงด้วยเจ้าค่ะ” ซู่หยางใคร่ครวญ“ข้านึกไม่ถึงจริงๆเจ้าค่ะ ว่าเหตุใดท่านหญิงรองจึงต้องกระทำการอุกอาจเช่นนั้น?” ซู่หยางเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย“เป็นไปได้รึไม่ ที่ท่านพ่อมิยอมมีบุตรสืบสกุลให้กับนาง นางจึงรู้สึกโกรธแค้น แลคิดกำจัดข้า?”“คุณพระ! เหตุใดใจคอท่านหญิงรองจึงโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้!” ซู่หยางตะโกนออกมาด้วยความตกใจ“อย่าเอ็ดไปพี่หยาง เรามิรู้ได้ว่า ณ เพลานี้ ผู้ใดไว้ใจได้ ผู้ใดไว้ใจมิได้” ฟางเฟยเตือนสติ“ข้าขอโทษเจ้าค่ะคุณหนู”“แล้วพี่คิดเห็นอย่างไรเล่า กับข้อสันนิษฐานของข้า?” ฟางเฟยเอ่ยถาม“ข้าคิดว่ามีความเป็นไปได้ที่สุดเจ้าค่ะ เหตุเพราะท่านไจ่เสียง รักและให้เกียรติท่านหญิงใหญ่มาก ท่านมักจะพูดอยู่เสมอว่า ท่านดีใจเหลือเกินที่มีเพียงคุณหนูสืบตระกูลหานเจ้าค่

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 8 จากปากเติ้งจ้าว

    หลังสำรับกลางวัน ขุนนางทั้งสี่ก็ได้กลับเข้าเรือนของตนเป็นที่เรียบร้อย แต่จะมีอยู่หนึ่งคนที่ออกมาจากเรือนรับประทานอาหารด้วยอารมณ์ที่แสนจะขุ่นมัว“ก๊อก ก๊อก” เสียงเคาะประตูสองครั้งเช่นนี้ มักจะเป็นเติ้งจ้าว“มีอะไรนะท่านองครักษ์” ซู่หยางบ่นพึมพำ“คุณหนูเจ้าคะ เดี๋ยวข้าไปเปิดประตูให้ท่านองครักษ์ก่อนนะเจ้าคะ” พูดจบนางก็เดินออกไป“แม่นมซู่หยาง ข้าขอเข้าพบคุณหนูสักครู่ได้รึไม่?” เติ้งจ้าวเอ่ยถาม“ได้สิเจ้าคะ เชิญเจ้าค่ะ” ซู่หยางหลีกทาง“ข้าขอคำนับคุณหนูฟางเฟย” พูดจบพลางยืนตรงและก้มศรีษะให้“มีเหตุอันใดรึท่านองครักษ์” ฟางเฟยเอ่ยถาม“เมื่อสักครู่ ข้าได้เฝ้าสังเกตการณ์อยู่นอกเรือนรับประทานอาหาร พลันได้ยินท่านสนมเอกเอ่ยถึงเหตุการณ์วันขี่ม้าที่ทุ่งราบฝูผิง ข้าจึงอยากกล่าวชี้แจงเพิ่มเติมขอรับ”“ว่ามาเถิด” ฟางเฟยเอ่ยขึ้น“ในวันนั้น ข้าได้เดินผ่านไปสังเกตการณ์ความเรียบร้อยอยู่บริเวณหน้ากระโจมอุ่นสำรับ แม่นมซู่หยางและแม่นมไท่โป๋กำลังอุ่นสำรับสำหรับทุกคนด้วยอารมณ์เบิกบาน แต่กลับมิเห็นคุณหนูอยู่บริเวณนั้นด้วย จึงได้ออกตามหาห่างออกไปประมาณหนึ่งลี้ ข้าเห็นคุณหนูกับท่านสนมเอกกำลังยืนคุยกันด้วยท่าทีสนุกส

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 7 พร้อมหน้าพร้อมตา

    เช้านี้ ท่านไจ่เสียงมิได้ออกไปว่าราชการ จึงได้ชวนท่านหญิงจางมาเยี่ยมลูกสาวถึงเรือนนอน“ก๊อก ก๊อก ก๊อก” เสียงเคาะประตูดังขึ้นจากด้านนอก “พ่อเข้าไปได้รึไม่?” เต๋อหมิงเอ่ยถามลูกสาวอย่างอ่อนโยน“ท่านไจ่เสียงมาเจ้าค่ะ เดี๋ยวข้าไปเปิดประตูก่อนนะเจ้าคะ” ซู่หยางกล่าว“เชิญเจ้าค่ะ” พูดจบพลางโค้งคำนับ“ข้าน้อยขอคารวะท่านไจ่เสียงและท่านหญิงใหญ่เจ้าค่ะ”ทั้งสองยิ้มให้ซู่หยางอย่างเป็นมิตร ก่อนที่จะเดินตรงไปหาลูกสาวที่เตียงนอน“ลูกเป็นอย่างไรบ้าง อาเฟย?” เต๋อหมิงเอ่ยถามพลางลูบหัวลูกสาวอย่างแผ่วเบา“ลูกดีขึ้นมากแล้วเจ้าค่ะ เมื่อวาน ลูกขอให้พี่หยางพาไปชมสวนด้านนอกด้วยเจ้าค่ะ ขออภัยท่านพ่อที่มิได้แจ้งล่วงหน้า”“มิเป็นไรหรอกลูก สวนแห่งนี้พ่อกับแม่ได้สร้างไว้เพื่อให้ลูกได้ออกไปชื่นชมเมื่อไหร่ก็ได้ตามที่ใจปรารถนา แต่...ซู่หยาง ลูกข้าดีขึ้นถึงเพียงนี้ เหตุใดเจ้าจึงมิไปแจ้งต่อข้า?” เต๋อหมิงถามเสียงเข้ม“ข้าน้อยผิดไปแล้วเจ้าค่ะ” ซู่หยางก้มโค้ง“ช่างเถอะ ที่อาเฟยดีขึ้นมาก ส่วนหนึ่งก็เพราะการดูแลของเจ้า ข้ามิโกรธเคืองเจ้าแต่อย่างใด”คุณหญิงใหญ่เอ่ยขึ้นอย่างใจดีฟางเฟยค่อยๆลุกขึ้นจากเตียง พลางยกมือทั้งสองข้างป

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 6 สืบหาความจริง

    แสงแรกของวันค่อยๆ ลอดผ่านช่องหน้าต่างกระดาษสีงาช้าง ทำให้ห้องนอนสว่างขึ้นอย่างนุ่มนวล ก่อนที่ลมเย็นยามรุ่งอรุณจะพัดกลิ่นไม้จันทน์จากแท่นธูปลอยลอดเข้ามา เสียงนกกระจิบ ที่เกาะอยู่บนกิ่งท้อหน้าลานเริ่มส่งเสียงเจื้อยแจ้ว เป็นจังหวะแผ่วเบาราวกับจะปลุกให้ผู้คนทั้งฝูตื่นจากนิทราหลายวันมานี้ ฟางเสียงรู้สึกได้ว่าซู่หยาง ปรนนิบัติเธอในร่างของฟางเฟยเป็นอย่างดี ทั้งจัดสำรับอาหาร เสื้อผ้าอาภรณ์ จัดหายาสมุนไพรบำรุงกำลัง เช็ดเนื้อเช็ดตัว บีบนวดทั่งร่าง อีกทั้งยังคอยเล่าเรื่องมากมายในฝูให้เธอฟัง ฟางเสียงเก็บข้อมูลไปเรื่อยๆ ในใจก็พลันคิดไปว่า “ข้าจะไว้ใจซู่หยางผู้นี้ได้มากน้อยเพียงไหน? ”ในขณะที่ซู่หยางกำลังจัดห้อง ฟางเสียงก็ลองใจเอ่ยถามขึ้นว่า“พี่หยาง พี่จะบอกทุกสิ่งที่ข้าอยากรู้ได้หรือไม่?”“ได้สิเจ้าคะ ทุกเรื่องที่คุณหนูอยากรู้ และถ้าข้าไม่รู้ ข้าจะไปหาข่าวมาให้เจ้าค่ะ” ซู่หยางยืนกรานเสียงเข้ม“ต่อไปนี้ เรื่องในฝู ข้าคงจะได้รู้ทุกอย่างจากซู่หยาง แต่ข้าจะสืบหาความจริงเพื่อคุณหนูฟางเฟย ว่าเกิดอะไรขึ้นกับนาง เพราะเหตุใดนางถึงเป็นไข้ จนต้องจบชีวิตลงเช่นนี้ ฝูแห่งนี้ แท้จริงแล้วคงจะมิได้สงบสุขนักสินะ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status