Masuk“ผมก็คือภาคินทร์ อีแวนสัน”
ภาคินร์เดินมานั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
ทันทีที่เขานั่งลงฝูงค้างคาวก็พากันบินออกจากในห้อง เหลือทิ้งไว้แค่เจ้าของบ้านกับอีกหนึ่งชีวิตที่ไม่รู้ชะตากรรมตัวเอง
เสียงสัตว์ด้านนอกที่เคยร้องกันอย่างเซ็งแซ่กลับเงียบลงฉับพลัน เหลือเพียงเสียงลมหายใจจากมนุษย์ที่อยู่ในห้องนี้เท่านั้น
“ผมขอถามคุณอีกครั้งนะครับ คุณพระนาย คุณเชื่อเรื่องแวมไพร์ไหม”
พระนายสบตากับภาคินทร์
“ไม่ตอบก็ไม่เป็นไรครับ ระหว่างรอเวลาผมก็มีเรื่องจะเล่าให้คุณฟัง”
“รอเวลา ... เวลาอะไร”
“ไม่ต้องร้อนรนไปครับ ผมเองก็ไม่อยากรอสักเท่าไร แต่มันเป็นธรรมเนียมที่เราสืบทอดกันมาหลายพันปี”
“นี่คุณเป็นแวมไพร์... จริง ๆ เหรอ”
“ยังมีอีกหลายเรื่องราวบนโลกมนุษย์ ที่ทุกคนชอบคิดว่าตัวเองฉลาดแล้ว เรียนรู้มาแล้ว เก่งที่สุดแล้ว... แต่คุณพระนายรู้อะไรไหมครับ... ว่าจริง ๆ แล้วคนที่คิดว่าตัวรู้มากที่สุดอาจจะกำลังเป็นเหยื่อ ที่โง่ที่สุดก็ได้”
ภาคินทร์หยิบหนังสือประวัติของตระกูลอีแวนสันขึ้นมาวางบนโต๊ะ แล้วเปิดไปที่หน้าหนึ่งอันเป็นเรื่องราวของแวมไพร์หนุ่มที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล มาพบรักกับหญิงสาวชาวเอเชียอันเป็นหญิงสาวผู้มีเลือดบริสุทธิ์
ในคราแรกเขาตั้งใจเพียงตามหาตัวนาง หลังจากที่ได้ข่าวจากสหายคนสนิทว่ามีแวมไพร์ผู้ค้นพบหญิงสาวเลือดบริสุทธิ์ที่มิได้มีการพบเห็นมาหลายร้อยปี
เขาตั้งใจเดินทางมาตามหาตัวนางและดื่มเลือดซึ่งเป็นสิ่งที่แวมไพร์หลายตนพึงกระทำเป็นนิจในยามที่รับสารหรือพบเจอมนุษย์ดังกล่าว
หากแต่เมื่อได้พบนางกลับมีความรู้สึกที่มิอาจบรรยายได้ เขาตกหลุมรักนางตั้งแต่แรกเห็น วรรณิภา สาวสวยในวัยยี่สิบห้าปี อันมีรอยยิ้มชวนหลงใหล
และนั่นก็ทำให้ทุกอย่างที่ไม่เคยมีในบันทึกเล่มไหนกำลังเริ่มต้นขึ้น
จากที่ตั้งใจจะมาตามหามนุษย์คนนี้กลับกลายเป็นเขาคอยปกป้องและดูแลวรรณิภาจากการถูกคุกคามโดยแวมไพร์ตนอื่น
จนคืนหนึ่งแวมไพร์ตนนั้นพลาดท่าได้รับบาดเจ็บจนมาล้มลงอยู่ที่หน้าบ้านของวรรณิภา เขาคิดในใจว่าชีวิตอมตะของเขาอาจจะจบลงเพียงเท่านี้หากเขาไม่ดื่มเลือดนาง ทั้งพละกำลังและจิตใจของเขาในตอนนี้มันกำลังอ่อนแอเสียเหลือเกิน
ในช่วงเวลาที่ดูคล้ายสิ้นหวัง รั้วไม้ก็ค่อย ๆ เลื่อนเปิดออก วรรณิภาวิ่งมาประคองร่างของแวมไพร์หนุ่มเอาไว้
“คุณคะ... พอจะเดินไหวไหมคะ เดี๋ยวฉันพาไปส่งหาหมอ”
หญิงสาวตัวเล็กหน้าตาจิ้มลิ้ม มีผมสีดำขลับยาวสยายถึงกลางหลัง กำลังพยายามออกแรงพยุงชายแปลกหน้าที่มานอนบาดเจ็บให้ลุกขึ้นอีกครั้ง
“blood”
“ฮะ... คุณพูดว่าอะไรนะคะ”
“your blood”
วรรณิภาไม่เข้าใจในสิ่งที่ชายแปลกหน้ากำลังพูด ในยามนี้เธอคิดแค่เพียงว่าเธอต้องช่วยชีวิตเขา หากจะพาไปหาหมอมารักษาด้วยระยะทางห่างไกลเช่นนี้ก็เกรงว่าจะไม่ทัน
ไหนจะเป็นเวลาดึกที่เดินทางเคลื่อนย้ายกันไปไหนลำบาก ถึงอย่างไรการทำแผลเบื้องต้นนิด ๆ หน่อย ๆ จากที่ดูคงไม่ยากเกินไปที่พอจะทำให้ได้
วรรณิภาเรียกแม่บ้านให้ออกมาช่วยกันพาคนเจ็บเข้าไปข้างใน จากนั้นก็จัดการเช็ดเนื้อเช็ดตัว ทำแผล และให้นอนพักที่โซฟาชั้นล่างของบ้าน
“หยดไปพักก่อนได้เลยนะ
คงไม่มีอะไรแล้ว เดี๋ยวเขาอาการดีขึ้นก็คงจะฟื้นค่อยมาดูอีกทีว่าเป็นใครมาจากไหน ท่าทางจะไม่ใช่คนแถวนี้”วรรณิภาหันไปกล่าวด้วยน้ำเสียงฟังระรื่นหู สมกับที่เป็นลูกหลานตระกูลผู้ดี มีมารยาทที่แสนงดงามเพราะถูกปลูกฝังจากครอบครัว
เธอนั่งจ้องหน้าชายคนนั้นอยู่ชั่วครู่ด้วยความรู้สึกบางอย่าง
“blood...”
“เลือดใช่ไหม... คุณมีเลือดไหลตรงไหนเหรอคะ”
วรรณิภาพยายามมองสำรวจร่างกายของคนเจ็บให้แน่ใจว่าไม่ได้มีบาดแผลตรงไหนที่เธอมองข้ามไปแต่ก็ไม่พบ
“อาการดูไม่ดีขึ้นเลย หรือควรจะพาเขาไปโรงพยาบาลดี”
สามวันแล้วที่คนบาดเจ็บยังคงมีอาการน่าเป็นห่วง วรรณิภาให้คนช่วยพาเขามานอนให้ห้องพักรับรองแขก เพื่อจะได้สบายตัวกว่าการไปนอนขดอยู่ด้านล่าง
“คุณคะ”
“Robert...”
เสียงแหบพร่าดังออกมาจากริมฝีปากแห้งผาก
“โรเบิร์ต ชื่อโรเบิร์ตใช่ไหมคะ... เอ่อ your name is Robert??”
เขาพยักหน้าช้า ๆ
วรรณิภาพยายามสื่อสารจนพอเข้าใจกันได้นิดหน่อย แต่เมื่อเธอบอกว่าจะพาเขาไปโรงพยาบาลก็กลับปฏิเสธ เขาเพียงพูดถึงเลือดและคืนพระจันทร์เต็มดวง ซึ่งเป็นสิ่งที่วรรณิภาไม่เข้าใจ
คืนหนึ่งในขณะที่วรรณิภากำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องนอนของเธอ เธอก็ได้ยินเสียงเอะอะดังมาจากด้านล่าง เธอรีบคว้าไฟฉายแล้วค่อย ๆ ย่องลงมาช้า ๆ
ตอนที่ 58“พระพายได้ยินผมหรือเปล่า”ภาคินทร์ค่อย ๆ ประคองพระพายนอนลงบนเตียง แล้วก้มลงกระซิบข้างหูของพระพายเบา ๆไม่นานเขาก็รู้สึกตัว“คุณภาคินทร์ ผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”“ผมเป็นคนพาคุณมาเอง เกือบไปแล้วนะรู้หรือเปล่า”“เกือบอะไรเหรอครับ ผมจำได้ว่าตอนแรกผมอยู่ที่โรงพยาบาลกับเมฆ... แล้วหลังจากนั้น”พระพายพยายามนึกเหตุการณ์ที่โรงพยาบาลในตอนที่เขาคิดว่าตัวเองยังพอมีสติ แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก“แล้วพระนาย...”“น้องชายคุณจะไม่เป็นอะไร แต่เห็นทีเราคงต้องมาจัดการเรื่องของคุณสองคนกันใหม่”“หมายความว่ายังไงครับ”“คนสุดท้ายที่คุณอยู่ด้วยคือใคร คุณจำได้หรือเปล่า”“ก็ไอ้เมฆไงครับ”“คุณชอบศึกษาเรื่องแวมไพร์มากใช่ไหม คุณรู้จักตระกูลอีแวนสัน แล้วคุณเคยได้ยินเรื่องของตระกูลที่เป็นคู่แข่งของอีแวนสันหรือเปล่า”ภาคินทร์ถามกลับอย่างใจเย็น ถึงอย่างไรวันนี้พระพายก็ต้องรู้เรื่องของเพื่อนสนิทตัวเอง“หมายถึงตระกูลโรเจอร์เหรอครับ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเมฆ”“คุณลองปะติดปะต่อดูสิพระพาย คุณไม่ใช่คนโง่”“คุณภาคินทร์กำลังจะบอกผมว่าเมฆคือแวมไพร์ของตระกูลโรเจอร์เหรอครับ”เพียงแค่คิดขึ้นมาก็ชักจะเริ่มกลืนน้ำลายลงคอลำบากเต
ตอนที่ 57“คุณเมฆาหยุดเดี๋ยวนี้นะ คิดจะทำอะไร”“แกนี่มันจมูกไวเหมือนนะ แล้วทำไมมาคนเดียวล่ะ เจ้านายแกไปไหน...”“ฉันมาเจรจากับคุณดี ๆ ปล่อยตัวคุณพระพายมาให้เรา แล้วฉันจะถือเสียว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น”“ยโสเหมือนเจ้านายไม่มีผิด พระพายเป็นของฉันทำไมฉันต้องคืนให้เจ้านายแกด้วย”พระพายถูกมัดติดกับเก้าอี้อย่างแน่นหนาและยังไม่ได้สติ ส่วนเมฆา ในเวลานี้ไม่เหลือเค้าโครงเพื่อนที่แสนดีอีกต่อไป“คุณก็ทราบดีว่าพระพายไม่ใช่ของคุณ พระพายสมสู่กับคุณท่านแล้ว คุณจะมาครอบครองเขาไม่ได้”“แล้วใครบอกแกว่าฉันจะครอบครองมัน ฉันอุตส่าห์อดทนปกป้อง ดูแลมันมาจากแวมไพร์ตนอื่นมานานหลายปี แต่สุดท้ายมันกลับมอบทั้งเลือดอันบริสุทธิ์และพรหมจรรย์ให้เจ้านายของแก ก็ดีฉันจะได้ตัดสินใจอะไร ๆ ให้มันง่ายขึ้น”ปลายเล็บเกลี่ยลงไปที่แก้มเนียนของพระพายก่อนจะปรากฏเป็นรอยแผลเล็ก ๆ ที่มีเลือดไหลซึมออกมาเมฆาแลบลิ้นเพื่อลิ้มรสอันหอมหวานจากปลายนิ้วของตัวเอง“คุณท่านไม่ปล่อยให้มันเกิดขึ้นแน่ ๆ”“แล้วภาคินทร์มันจะทำอะไรได้ เพราะหลังจากที่ฉันดื่มเลือดของพระพายในคืนนี้แล้ว แม้แต่ร่างกายของพระพายก็คงจะไม่เหลือซากกลับไปหาภาคินทร์”เสียงขู่ค
ตอนที่ 56เธอรู้ว่าภาคินทร์กระวนกระวายใจมากแค่ไหนหากแต่สิ่งที่ต้องทำในวันนี้ ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน“คุณวางทุกอย่างไว้เดี๋ยวผมจัดการเอง ส่วนคุณรีบออกไปช่วยพระพาย อย่าให้เขาเป็นอันตรายเด็ดขาด”“คุณท่านแน่ใจเหรอคะ”“ผมทำมันมาเป็นร้อย ๆ ปี แค่นี้ทำไมผมถึงจะไม่แน่ใจ ตอนนี้สิ่งที่สำคัญคือพระพายต่างหาก”“ค่ะคุณท่าน ดิฉันจะรีบตามไปช่วยคุณพระพายให้เร็วที่สุด”เพลงพรวางถุงเลือดสำรองไว้ให้ภาคินทร์ ส่วนตัวเธอก็รีบออกจากคฤหาสน์ไปในทันที โชคไม่เข้าข้างเธอเพราะรถที่ซื้อเอาไว้จะมาถึงในอีกสองวัน เธอจึงจำเป็นต้องหารถสักคันที่พอจะพาเธอเดินทางไปตามตัวพระพายได้“อ้าว คุณคะมาทำอะไรแถวนี้ รถยังซ่อมไม่เสร็จเหรอคะ”“ฉันไม่มีเวลามาคุยกับคุณ”“คนอุตส่าห์ถามดี ๆ จะไปที่ไหนล่ะ ฉันไปส่งคุณได้นะ”มีจันทร์ขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมาพอดีเห็นว่าเป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตาเลยกล่าวทักทาย แต่ดูท่าทางตัวของอีกฝ่ายจะไม่อยากสนทนากับเธอสักเท่าไร“ว่าไงคะ ดูท่าทางรีบร้อนไม่ต้องเล่นตัวก็ได้ค่ะ ฉันไม่คิดเงิน จะไปที่ไหนก็บอก”“ต่อให้คุณคิดฉันก็มีปัญญาจ่าย คุณช่วยขับไปตามที่ฉันบอกทีได้ไหม แบบด่วนที่สุดฉันรีบ”“ได้ค่ะ งั้นขึ้นมาเลย”ทางเลือก
ตอนที่ 55“ไอ้พายทางนี้”“เออมึง นายมันเป็นบ้างวะ”“อยู่ในห้องฉุกเฉิน แล้วนี่มึงมายังไง”“คุณภาคินทร์ให้คนมาส่ง”เมฆามองไปด้านหลังเห็นชายชุดดำสองคนยืนเฝ้าพระพายอยู่ ภาคินทร์คงระวังตัวเอาไว้อยู่แล้ว เพราะเขารู้ดีว่าวันนี้อันตรายมากขนาดไหน แต่ที่ยอมให้ออกมาก็คงเพราะเห็นแก่พระพายที่เป็นห่วงน้องชายตัวเอง“หมอเข้าไปนานหรือยัง ปกตินายมันแข็งแรงมากนะ ทำไมจู่ ๆ ถึงมาป่วยหนักได้”“กูก็ไม่รู้เหมือนกัน จริง ๆ มันป่วยมาตั้งแต่ต้นสัปดาห์ หาหมอกินยาแล้วแต่ไม่ดีขึ้น จู่ ๆ วันนี้ก็มาทรุดอีก โชคดีกูแวะไปหามันที่บ้าน”เมฆาแสดงสีหน้าเป็นห่วง เขาเองรู้จักพระพายมานานหลายปี สองพี่น้องรักกันมาก เขาถึงได้มั่นใจว่าพระพายจะไม่มีทางปล่อยพระนายอยู่ที่โรงพยาบาลตามลำพังแน่นอน“มึงใจเย็น ๆ ก่อน มานั่งพักมา หมอเข้าไปสักพักแล้วเดี๋ยวก็คงออกมา”เมฆาพาพระพายมานั่งพักที่เก้าอี้หน้าห้องฉุกเฉิน โดยทุกการกระทำของทั้งคู่อยู่ในสายตาคนของภาคินทร์ตลอดเวลา“แล้วนี่คุณภาคินทร์เขาต้องส่งคนมาเฝ้ามึงขนาดนี้เลยเหรอวะ แค่มาโรงพยาบาล”“อืม ก็นิดหน่อย”“อย่างกับหนังมาเฟีย กูนึกว่ามึงเป็นผู้ร้ายหนีคดีซะอีก”“มึงก็เวอร์”“เอ้าก็ดูดิ จู
ตอนที่ 54เช่นนั้นเขาก็คงไม่จำเป็นต้องทนยอมดูเฉย ๆ อีกต่อไป“อีกไม่นานจะถึงคืนพระจันทร์เต็มดวงที่จะเวียนบรรจบมาอีกครั้ง เราจะไปพาตัวพระพายออกมาจากที่นั่น”“แล้วนายท่านจะทำยังไงครับ ผมว่าวันนั้นทางคนของอีแวนสันก็คงจะเตรียมรับมือเอาไว้แน่ ๆ”“ภาคินทร์มันแค่ห่วงว่าจะกันพระพายออกจากแวมไพร์ตัวอื่นได้ยังไง แต่อย่าลืมสิว่าฉันไม่ใช่แวมไพร์ที่พระพายรู้จักเพราะฉันเป็นเพื่อนสนิทของเขากับน้องชายเขาต่างหาก”ผงเครื่องดื่มที่เมฆาอ้างว่าซื้อมาจากเมืองจีน และอยากให้พระนายลองดื่มดูจะช่วยให้หลับสบายขึ้น ด้วยช่วงนี้เห็นเพื่อนรักทำงานจนดึกดื่นจึงนึกเป็นห่วงพระนายไม่รอช้าทันทีที่กลับมาบ้าน น้ำอุ่นในกาน้ำถูกเทใส่แก้วตามด้วยผงชาสีดำในคราวแรกที่เทลงไปสีน้ำดูน่ากลัวจนเขาไม่กล้ายกขึ้นดื่มแต่ด้วยกลิ่นหอมรัญจวนชวนให้อยากลิ้มลอง เขาจึงจิบมันเพียงเล็กน้อยและพบว่ารสชาติของมันแตกต่างจากภาพลักษณ์โดยสิ้นเชิง“สงสัยบ้านเขาจะชอบกินอะไรแบบนี้ แต่ก็อร่อยดีเหมือนกัน”พระนายยกดื่มเสียจนหมดแก้วก่อนจะอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอนในเวลานี้แอร์ที่ถูกเปิดไว้ก็ไม่ช่วยให้ร่างกายรู้สึกเย็นเลยสักนิดพระนายนอนเหงื่อไหลเต็มใบหน้า กลิ้งไปมา
ตอนที่ 53วันต่อมา พระนายโทร.มาในตอนบ่ายบอกว่า ช่วงเย็นอยากแวะมากินข้าวด้วย พระพายพยายามปฏิเสธแต่สุดท้ายก็จนมุมจำต้องยอมให้น้องชายมาหา“แกจะมาอะไรบ่อย ๆ วะไอ้นาย นี่มันบ้านคุณภาคินทร์เขานะ ยังไงก็เกรงใจเขาหน่อย”“ก็เขาเป็นคนบอกเองว่าอยากจะมาที่นี่เมื่อไหร่ก็ได้ตามที่ต้องการ”“เขาก็พูดตามมารยาทแล้วนี่ไอ้เมฆก็อีกคน ไม่ห้ามมันหน่อยวะ”“ขี้เกียจห้าม อีกอย่างบ้านนี้ก็เลี้ยงอาหารดีจะตาย กูจะพลาดได้ไง”และตลอดทั้งสัปดาห์พระนายกับเมฆาก็มาฝากท้องที่คฤหาสน์ของอีแวนสันแบบวันเว้นวัน โดยที่คนหนักใจดูเหมือนว่าจะเป็นพระพายเสียมากกว่าส่วนเจ้าของบ้านอย่างภาคินทร์ก็ดูไม่ได้ยี่หระกับความวุ่นวายของทั้งสองคน เพียงแต่เขาจับตาดูเมฆาเอาไว้เป็นพิเศษซึ่งจนถึงตอนนี้เมฆาก็ยังดูปกติดี ยังไม่ได้มีท่าทีใด ๆ“คุณภาคินทร์ไม่น่าไปบอกไอ้นายว่าให้มันมาที่นี่ได้ตามต้องการเลยครับ ดูสิ อีกนิดมันก็แทบจะขนข้าวของเข้ามาอยู่ด้วยแล้วนะครับ”“แต่มันก็ช่วยให้คุณรู้สึกเบื่อน้อยลงไม่ใช่หรือไง”“แต่ผมเกรงใจ”“บ้านผมก็เหมือนบ้านคุณ คุณต้อนรับคนของคุณได้ตามสบายแค่อย่าให้เขามาวุ่นวายในสิ่งที่มันไม่สมควรก็พอ”“นั่นแหละครับที่ผมกังวล







