เข้าสู่ระบบภาพที่เธอเห็นคือกลุ่มคนสี่คนกำลังเดินวนเวียนอยู่ในบ้าน ดวงตาสีแดงสะท้อนแสงในความมืด วรรณิภาได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อด้วยความหวาดกลัว จนกระทั่งดวงตาคู่หนึ่งหันมาเห็นเธอเข้าพอดี
คล้ายเป็นสัญญาณเข้าจู่โจม
วรรณิภารีบวิ่งขึ้นไปชั้นบน เมื่อเสียงการไล่ตามดังกระชั้นชิดเข้ามา จู่ ๆ เธอก็ถูกมือของใครบางคนกระชากตัวอย่างรุนแรง
“โรเบิร์ต”
สภาพร่างกายของโรเบิร์ตแม้จะดูย่ำแย่จนคิดว่าไม่น่าจะทรงตัวไหว แต่เขากลับใช้พละกำลังสุดท้ายที่พอมีเพื่อปกป้องผู้หญิงที่เขารัก
“คน...Those people”
“Vampire...”
โรเบิร์ตหันมาสบตากับวรรณิภา
กลิ่นหอมหวานของเลือดบริสุทธิ์ในคืนพระจันทร์เต็มดวงช่างเย้ายวนเขาเหลือเกิน แต่เขาไม่อาจทำร้ายนางได้ลงคอ แม้เขารู้อยู่แก่ใจว่าหากไม่ทำ เขาก็อาจจะต้องตาย
“Vampire...”
โรเบิร์ตพยักหน้าช้า ๆ
แม้จะไม่อยากเชื่อนักและเธอก็ไม่เคยรู้จักสิ่งนี้มาก่อน เป็นเพียงเรื่องเล่าที่เคยได้ยินผ่านหูมาบ้างแต่ไม่คุ้นชินเพราะไม่ใช่สิ่งที่พบเจอได้ทั่วไป แต่มันกลับดูคล้ายจะเป็นทางเลือกสุดท้ายที่มี
วรรณิภาคิดทบทวนถึงเรื่องที่โรเบิร์ตมักจะพูดกับเธอทุกครั้งเกี่ยวกับเลือด ซึ่งเธอไม่เคยเข้าใจมันเลยจนกระทั่งในตอนนี้ ตอนที่โรเบิร์ตจ้องมองเธอด้วยความกระหายในบางอย่าง
“My blood...”
วรรณิภาเกลี่ยผมที่ปรกต้นคอออก หากแต่โรเบิร์ตกลับส่ายหน้า
“Robert... You mustn't die, Let me help you.”
เสียงด้านนอกดังใกล้เข้ามา ถึงเวลาที่โรเบิร์ตต้องเลือก ถ้าเขาไม่ทำ ก็อาจจะต้องตายทั้งคู่ ถึงอย่างไรเสียพวกแวมไพร์ข้างนอกก็ไม่ปล่อยเขากับวรรณิภาไปแน่
เสี้ยววินาที วรรณิภากุมมือของโรเบิร์ตไว้แล้วพยักหน้าให้เขาอีกครั้ง เพื่อแทนคำพูดที่อยากจะบอกให้เขารู้ว่าเธอเชื่อมั่นในตัวเขามากแค่ไหน
โรเบิร์ตใช้มือข้างหนึ่งคว้าต้นคอขาวเนียนเข้ามาใกล้แล้วฝังคมเขี้ยวสีขาวลงไป
วรรณิภาเผลอส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่ร่างของเธอจะล้มลง
โรเบิร์ตอุ้มวรรณิภาขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนแข็งแรงและพาเธอกลับขึ้นไปนอนบนเตียง ก่อนจะรวบรวมพลังทั้งหมดที่ได้กลับคืนมาจากการดื่มเลือดแล้วออกไปจัดการพวกแวมไพร์ด้านล่าง จนพวกมันพ่ายแพ้หนีหายไปคนละทิศละทาง เหลือไว้เพียงเศษซากความเสียหายที่เกิดขึ้นในชั้นล่างของตัวบ้าน
เมื่อการต่อสู้จบลงโรเบิร์ตรีบกลับขึ้นมาดูอาการของวรรณิภา ในเวลานี้วรรณิภานอนหายใจแผ่วเบาหากแต่เธอยังมีชีวิตอยู่ เขาค่อย ๆ ขึ้นไปนอนเคียงข้างเธอแล้วรั้งตัวเธอมานอนอยู่ในอ้อมกอด เขาเฝ้าบอกกับตัวเองว่าเขาจะดูแลเธอให้ดีที่สุด
ไม่นานโรเบิร์ต อีแวนสันก็แต่งงานกับวรรณิภา จนกำเนิดลูกชายหัวแก้วหัวแหวนและตั้งชื่อให้ว่าภาคินทร์ ทั้งสองใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างราบรื่น
จนถึงวันที่วรรณิภาจะหมดอายุขัย เธอเฝ้ามองใบหน้าของโรเบิร์ต ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาหลายปี ตั้งแต่วันแรกจนวันนี้โรเบิร์ตไม่เคยเปลี่ยนไปเลย มีแต่เธอเท่านั้นที่ชราลงหากแต่ความรักอันมั่นคงของโรเบิร์ตไม่เคยลดน้อยลงไปเลยสักวัน
โรเบิร์ตมักพูดกับเธอเสมอว่าความรักของแวมไพร์ไม่เหมือนมนุษย์ แวมไพร์จะมีเพียงรักเดียวตลอดอายุขัยของตน
โรเบิร์ตและภาคินทร์นั่งอยู่ข้างเตียงนอนของวรรณิภาจนวินาทีสุดท้าย ไม่มีแม้แต่น้ำตาสักหยดปรากฏบนใบหน้าของสามีหากแต่ในใจแตกสลายจนไม่เหลือ
ใครว่าความเป็นอมตะคือความสุข มันไม่ใช่ความจริงเลยสักนิด
“ภาคินทร์ ...พ่อเองก็เหนื่อยแล้ว พ่อฝากลูกดูแลตัวเองและบ้านหลังนี้ของแม่เขาด้วยนะ”
โรเบิร์ตหันมากล่าวกับลูกชายก่อนจะล้มตัวลงนอนข้างภรรยา แล้วไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย...
เวลาผ่านไปนับร้อยปี ภาคินทร์ยังคงใช้ชีวิตอยู่ตามลำพังเขาไม่เคยกลับไปที่บ้านของพ่อและแม่อีกเลย หากแต่ส่งคนเข้าไปดูแลเพื่อให้มันยังสวยงามดั่งเช่นตอนที่ทั้งสองคนมีชีวิตอยู่
ร่างของโรเบิร์ตและวรรณิภาถูกฝังอยู่ข้าง ๆ กันในหลุมศพ พวกเขาจะได้อยู่ด้วยกันไปตลอดกาล
“คุณจะบอกว่า... คุณคือ”
“คุณเชื่อเรื่องแวมไพร์หรือยังครับคุณพระนาย”
พระนายพยายามดิ้นรนเอาตัวรอดเมื่อมองเห็นสิ่งที่เขาคิดว่าเป็นแค่เรื่องเล่าแต่กลับมีจริงอยู่ตรงหน้า นั่นหมายความว่าเขาอาจจะกำลังจะตายเพราะผีดูดเลือด!!!
“คุณกำลังหวาดกลัว อย่างนั้นเหรอ”
“ปล่อยผมไปเถอะ อย่าทำอะไรผมเลย”
พระนายร้องขอความเมตตาและหวังว่าจะได้รับมัน แต่คงไม่เป็นเช่นนั้น เพราะเลือดในตัวของเขาเป็นสิ่งล้ำค่าของแวมไพร์ในเวลานี้
“ผมยังไม่อยากตาย”
“หึ... นี่คุณกำลังคิดว่าผมจะตรงเข้าไปฝังเคี้ยวลงในคอคุณแล้วดูดเลือดจนหมดตัว เหมือนอย่างที่ในหนังสือเขาชอบเขียนกันเอาไว้เหรอครับ”
ภาคินทร์ขบขันกับท่าทางของพระนายที่มองเขาด้วยสายตาแห่งความหวาดกลัวราวกับเขาเป็นตัวประหลาด
“นั่นมันแวมไพร์ที่แสนจะล้าสมัย ผมไม่ทำอะไรโบราณคร่ำครึขนาดนั้นหรอกครับ คุณไม่ต้องกังวล แค่คุณอาจจะต้องเจ็บตัวนิดหน่อยแค่นั้นเอง”
บทส่งท้าย“เอาวะ ก็คิดซะว่ามาตรวจเลือดประจำปีแล้วกัน”ปลายเข็มแทงเข้าที่ต้นแขน เลือดสีแดงสดไหลออกมาตามสายก่อนที่จะยกขึ้นมาเทใส่ในแก้วพระพายประคองศีรษะของภาคินทร์ขึ้นมาแล้วกรอกเลือดของเขาใส่ปากภาคินทร์ไปจนหมด“คุณพระพายทำอะไรคะ”เพลงพรที่ตั้งใจมาเยี่ยมภาคินทร์เข้ามาเจอพอดีเธอมองดูอุปกรณ์เจาะเลือดที่ถูกทิ้งไว้ในถังขยะ แล้วหันมองหน้าพระพายอีกครั้ง“ผมก็แค่ช่วยคุณภาคินทร์”ทั้งสองคนจดจ้องไปที่ร่างบนเตียง แล้วปาฏิหาริย์ก็บังเกิดเมื่อภาคินทร์ค่อย ๆ ลืมตาฟื้นขึ้นมา“คุณท่าน!!!”“คุณภาคินทร์”“พระพาย เพลงพร...”พระพายกอดภาคินทร์เอาไว้จนแน่น น้ำตาแห่งความยินดีไหลอาบทั่วสองแก้มในที่สุดภาคินทร์ก็กลับมาหาเขาสักที“คราวหน้าอย่าทำแบบนั้นอีกรู้ไหมครับ มันอันตราย”“ก็ถ้าผมไม่ทำ คุณก็คงไม่มานั่งบ่นผมอยู่ตรงนี้หรอกนะ”หลังร่างกายฟื้นตัวเต็มที่ ภาคินทร์ก็กลับมาอยู่ที่คฤหาสน์อีแวนสัน พร้อมทั้งให้พระนายกับมีจันทร์มาพักอยู่กับเขาด้วยหลังจากที่กิ่งแก้วรู้ว่าเจ้านายของเธอไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป แต่เธอก็ยืนยันว่าจะขอรับใช้ภาคินทร์ต่อไปโดยมีพระนายที่อาสามาช่วยดูแลเธออีกที“สรุปคุณจะขออะไรฉัน คิดออกหรือยัง ถ้า
ตอนที่ 77เมฆาทนฝืนรวบรวมพลังเฮือกสุดท้าย ก่อนจะปัดร่างของมีจันทร์จนกระเด็นไปกองอยู่ที่พื้นข้าง ๆ กับเพลงพร“คุณนี่มันจริง ๆ เลยนะ”“อืม... สู้กับแวมไพร์ก็สนุกดี คุณไหวหรือเปล่า”“ไหว”มีจันทร์ค่อย ๆ ชันตัวเองให้ลุกขึ้น สายตาสอดส่องหาสร้อยแต่ก็ไม่พบ ส่วนกระเป๋าใบสีดำของเธอก็ตกอยู่ข้างพระพาย ด้านในมีของสำคัญอีกอย่างที่มันจะเป็นตัวเลือกสุดท้ายที่จะใช้จัดการเมฆาเมฆากระชากตัวพระพายออกจากภาคินทร์ ก่อนที่จะขึ้นไปคร่อมตัวของภาคินทร์ไว้ สองมือกดใบหน้าของภาคินทร์แนบไปกับพื้นเพื่อหมายจะฝังคมเขี้ยวของเขาลงไปภาคินทร์ที่หมดแรงขัดขืนหันไปสบตากับพระพายที่นอนเจ็บอยู่ไม่ไกล“คุณพระพายคะ ในกระเป๋า ตอกเข้าไปที่หัวใจมันเลยค่ะ”มีจันทร์ตะโกนเสียงดังจนทุกสายตาหันไปมองที่เธอ พระพายรีบคว้าลิ่มไม้ที่อยู่ในนั้นแล้วปักมันเข้าไปที่อกด้านซ้ายของเมฆาทันทีเสียงเมฆากรีดร้องด้วยความเจ็บปวดจนเขาต้องยอมปล่อยมือออกจากภาคินทร์ แล้วลงไปนอนดิ้นทุรนทุรายอยู่ที่พื้นภาคินทร์สบโอกาส ลุกขึ้นมาแล้วกดลิ่มไม้ซ้ำลงไปจนทะลุด้านหลัง พร้อมกับร่างของเมฆาที่แน่นิ่งไป“คุณภาคินทร์”และนั่นคือเรี่ยวแรงสุดท้ายที่ภาคินทร์ใช้มันเพื่อปกป้
ตอนที่ 76“กิ่งแก้วพาตัวพระนายออกไปก่อน”มีจันทร์หันไปบอกกิ่งแก้วพร้อมกับส่งไม้กางเขนศักดิ์สิทธิ์ให้ร่างของเพลงพรค่อย ๆ ทรุดลงกับพื้นพร้อมกับรอยเขี้ยวที่คอของเธอ“เลือดพวกอีแวนสันเนี่ย ไม่อร่อยเลยเนอะ ฉันจำได้นะว่าเลือดแวมไพร์มันเคยอร่อยกว่านี้”“แวมไพร์ไม่กินเลือดเผ่าพันธุ์ของตัวเอง”ภาคินทร์พูดลอดผ่านไรฟันด้วยความโกรธแค้น เขาจ้องมองเพลงพรที่นอนหายใจรวยรินอยู่ที่พื้นในตอนนั้นที่เขาตัดสินใจใช้เลือดตัวเองรักษาเพลงพรเพราะหวังจะให้เธอหายเร็วขึ้น และอยากตอบแทนเธอที่ดูแลเขามาเป็นอย่างดี “มันก็เป็นเรื่องปกติ ถ้าเราอยากเป็นใหญ่ จะเลือดของใครฉันก็ไม่สน”“พวกโรเจอร์มันน่ารังเกียจอย่างไรในครั้งอดีต จนมาถึงตอนนี้ก็ยังน่ารังเกียจเหมือนเดิม”“โรเจอร์เหรอ”มีจันทร์สะดุดในคำพูดของภาคินทร์เพราะตระกูลโรเจอร์เป็นคนที่ทำให้แม่บุญธรรมของเธอต้องตาย“เธอมีปัญหาอะไรกับนามสกุลฉันเหรอแม่มนุษย์ตัวน้อย”เมฆาย่างสามขุมเข้าไปหามีจันทร์ แต่ภาคินทร์ใช้ความว่องไว ดึงตัวมีจันทร์ให้มาอยู่ข้าง ๆ เขากับพระพายได้ทันเวลา“คุณมีจันทร์ใจเย็น ๆ ก่อนนะครับ”พระพายหันไปบอกเธอ“ฉันจะเย็นได้ยังไงคะ ในเมื่อมันเป็นคนฆ่าแม่ฉัน”
ตอนที่ 75“คุณพระนาย... ช่วยด้วย”“กิ่งแก้ว”“ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วย”“กิ่ง”“คุณพระนายอย่าออกไป”“ไม่ได้ผมต้องไปช่วยกิ่ง”กิ่งแก้วถูกเงาดำลากตัวหายออกไปจากหน้าร้าน พระนายรีบวิ่งตามไปในทันทีแม้ว่ามีจันทร์จะพยายามรั้งแขนไว้สุดแรงที่มี แต่พระนายก็สะบัดแขนหลุดแล้ววิ่งตามเงานั่นไป“คุณจันทร์ เสียงเอะอะอะไรกันคะ”“กิ่งแก้ว... แล้วเมื่อกี้”“คุณพระนายหายไปไหนคะ”“แย่แล้วแน่ ๆ ฉันต้องไปช่วยคุณพระนาย”มีจันทร์คว้ากระเป๋าสีดำบนโต๊ะแล้วรีบวิ่งออกไปโดยมีกิ่งแก้วตามไปติด ๆ เธอเองก็ห่วงพระนายไม่แพ้กัน“กิ่ง กิ่งอยู่ไหน ผมมาช่วยแล้ว ส่งเสียงหน่อย”“คุณพระนายช่วยด้วย”“กิ่ง!!”พระนายวิ่งตามเสียงของกิ่งแก้วไปเรื่อย ๆ สองข้างทางมีเพียงความมืดมิดเขาไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังวิ่งอยู่ที่ไหน เขารู้แค่เพียงว่าเขาต้องไปช่วยกิ่งแก้วให้เร็วที่สุด กว่าจะคิดได้ก็ในตอนที่เงยหน้าขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองมายืนอยู่ที่คฤหาสน์อีแวนสันเรียบร้อยแล้ว“ไงไอ้นายกว่าจะยอมออกมาได้นะ”“ไอ้เมฆ!!!!!”เมฆาโผล่มาจากด้านหลัง แล้วตรงเข้าไปจับตัวพระนายเอาไว้อย่างรวดเร็วโดยที่พระนายไม่ทันตั้งตัว เขาถูกจับมัดด้วยความรวดเร็วในชั่วพริบตาเพียง
ตอนที่ 74“คุณเพลงพรบอกว่าถ้าจบเรื่องนี้กิ่งจะได้รู้ทุกอย่าง แล้วพอถึงตอนนั้นคุณเพลงพรจะให้กิ่งเลือกว่ายังอยากจะทำงานให้ที่บ้านอีแวนสันต่อไปหรือเปล่า ฉันเองเป็นคนนอก อดทนรอหน่อยนะกิ่ง”เพียงละสายตา ผู้ชายรูปร่างคล้ายคลึงกับเมฆาก็หายตัวไป บริเวณโดยรอบเงียบลงอีกครั้ง เงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจ“ไอ้นายช่วยกูด้วย”“ทุกคนได้ยินเสียงอะไรไหมครับ”“ไม่นะคะ”“ไอ้นาย... ภาคินทร์มันทำร้ายกู ช่วยกูด้วย”“นี่ไงครับ เสียงมันชัดมากเลยนะครับ”“คุณพระนายคะ กิ่งกับคุณจันทร์ไม่ได้ยินเสียงอะไรจริง ๆ ค่ะ”กิ่งแก้วเอื้อมมือไปแตะที่แขนพระนายเบา ๆ สีหน้าแววตาพระนายตอนนี้ดูลังเล สับสนระคนตื่นตระหนกอยู่ในคราวเดียว “แต่ผมได้ยินจริง ๆ นะกิ่ง ผมต้องเป็นบ้าตายก่อนแน่ ๆ กว่าจะผ่านคืนนี้ไปได้”“ใจเย็น ๆ นะคะ คุณพระนาย”กิ่งแก้วมองพระนายด้วยความเป็นห่วงแล้วจู่ ๆ พายุด้านนอกก็เริ่มพัดโหมกระหน่ำอย่างไม่ลืมหูลืมตา ไฟในร้านติด ๆ ดับ ๆ บรรยากาศเริ่มใกล้เคียงหนังสยองขวัญมากเข้าไปทุกทีเพล้ง!!เสียงของบางอย่างที่ชั้นล่างแตกจนทุกคนหันมาสบตากัน แล้วไฟในร้านก็ดับลง“แบบนี้ไม่ดีแน่ ๆ”“หมายความว่ายังไงเหรอครับคุณมีจันทร์”“ฉัน
ตอนที่ 73คืนวันพระจันทร์เต็มดวงมาถึงแล้ว กิ่งแก้วถูกสั่งให้ออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้าโดยที่เพลงพรฝากมีจันทร์ให้ช่วยดูแลพระนายอีกแรง แม้ในตอนแรกพระนายจะไม่ยินยอมแต่พระพายก็ช่วยพูดจนยอมใจอ่อนทำตามที่เขาต้องการ“ถ้าผ่านคืนนี้ไปได้เห็นทีผมคงจะไม่ขอดื่มเลือดคุณอีกนะพระพาย”“ทำไมเหรอครับ”“ใครจะทนเห็นคนรักต้องมาเจ็บตัวซ้ำได้ล่ะ แต่ที่คืนนี้ผมต้องใช้เลือดจากคุณเพราะผมต้องการมีพลังให้มากที่สุด จะได้จัดการเรื่องเมฆาให้มันสิ้นซากสักที”“จำเป็นต้องถึงตายเลยเหรอครับ”“ก็ถ้าเขาไม่ตาย คนที่ตายก็คือผม”ภาคินทร์รู้ดีว่ามันเป็นเรื่องลำบากใจ ถึงจะรู้ว่าเมฆาคือแวมไพร์แต่ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อนกันมาก่อน การที่จะต้องมารับรู้ว่าวันนี้เพื่อนของตัวเองอาจจะต้องตายด้วยฝีมือของคนรัก มันก็รู้สึกหดหู่อยู่ไม่น้อย“ผมรู้ว่าคุณรู้สึกอย่างไรนะพระพาย แต่ถ้าจะให้ผมพูดมันคือเรื่องปกติที่พวกเราหนีไม่เคยพ้น หากคิดจะเผชิญหน้าก็ต้องยอมรับความสูญเสีย”“คุณท่านกับคุณพระพายไปรอที่ห้องพิธีก่อนดีกว่าค่ะ ใกล้จะได้เวลาแล้ว”เพลงพรพาทั้งสองคนไปที่ห้องสำหรับทำพิธีดื่มเลือดในเวลานี้ด้านนอกเงียบสงบ สายลมที่เคยพัดอยู่ก็นิ่งสนิท ไร้ความ
ตอนที่ 31“คุณกิ่งทำงานมาที่นี่นานหรือยังครับ”“อย่าเรียกคุณเลยค่ะ กิ่งเป็นแค่แม่บ้านเรียกว่ากิ่งเฉย ๆ ก็พอ”กิ่งแก้วบอกอย่างรู้สึกเกรงใจ ตั้งแต่เธอมาทำงานที่นี่เธอไม่เคยรู้สึกเหมือนตัวเองมาเป็นแม่บ้านเลยสักนิด เพราะเธอไม่เคยต้องทำงานหนัก ไม่ต้องมีเจ้านายมาคอยชี้นิ้วสั่ง เช้าตื่นมาก็แค่เตรียมอาหา
ตอนที่ 27พระพายเดินออกมาสูดอากาศข้างนอกรั้วสูงของบ้านหลังนี้ล้อมรอบตัวบ้านเอาไว้จนมองไม่เห็นด้านนอก ส่วนด้านนอกที่มองเข้ามาก็คงไม่อาจจะมองเห็นภายในตัวบ้านได้เช่นกัน ดูคล้ายกับที่นี่เป็นกรงขนาดใหญ่ที่กักขังคนในนี้เอาไว้ หรือในทางกลับกันคนในนี้เองต่างหากที่ใช้มันเพื่อกันตัวเองออกจากคนภายนอกพวกนั้น
ตอนที่ 23“คุณเองก็เชื่อเรื่องแวมไพร์ไม่ใช่เหรอครับ”“ก็ใช่ นี่คุณจะบอกว่าคุณคือแวมไพร์ทายาทรุ่นสุดท้ายของตระกูลอีแวนสันงั้นเหรอ”“ผมว่าถ้าคุณอยากรู้ขนาดนั้น คุณก็ลองอ่านมันดูแล้วกันนะครับ ผมขอตัว”แม้จะมีเสียงเรียกตามหลังมาแต่ภาคินทร์ก็ไม่ได้หันกลับไป เขาเพียงเดินออกจากห้องแล้วปิดประตูลงกลอนไว้เช่
ตอนที่ 19“ไงไอ้นาย ทำเอาเขาวุ่นวายไปกันหมด คราวหน้ามึงก็บอกกันหน่อยสิวะ ไอ้พายมันห่วงมึงมากนะ”“เออ พอดีทันกะทันหัน งานนู้นงานนี้ตีกันปวดหัวกูเลยไม่ทันได้บอกใคร” “แล้วไอ้พายมันว่าไงบ้าง ไม่บ่นมึงหูชาเหรอวะ”วันรุ่งขึ้นพระนายมาทำงานตามปกติ เมฆาที่กำลังจะไปโต๊ะทำงานของตัวเองหันไปเห็นเพื่อนสนิทที่เด





![แกรนด์ดยุกของข้าคลั่งรักไม่ไหว [YAOI] + [BDSM] + [PWP] + [NC](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

