Masuk“ปกติบ้านนี้มีรถกี่คันเหรอครับ”
“อะไรนะคะ”
“กิ่งแก้ว!!!”
เสียงเรียกของเพลงพรดังขึ้นจากด้านหลัง
“ใครมา”
“คือเขามาตามหาคนที่ชื่อพระนายค่ะ”
“สวัสดีครับ”
แววตาของเพลงพรตกตะลึงเมื่อได้เห็นใบหน้าของพระพายชัด ๆ
“สวัสดีค่ะ คุณพระพาย”
“คุณรู้จักชื่อผม...”
“รู้จักสิคะ วันก่อนคุณพระนายมาเซ็นสัญญาธุรกิจที่นี่ ก็ยังพูดถึงพี่ชายเขาอยู่ ไม่คิดว่าจะเป็นฝาแฝดกัน”
“ครับ น้องชายผมหายตัวไปตั้งแต่เมื่อคืน ผมคิดว่าบางทีเขาอาจจะมาที่นี่”
พระพายจับจ้องไปยังรถที่ถูกคลุมผ้าไว้ มีบางอย่างกำลังบอกเขาว่าภายใต้ผ้าคลุมนั่นอาจจะมีบางสิ่งที่เขาตามหา
“ทำไมคุณพระพายถึงคิดว่าน้องชายคุณถึงมาอยู่ที่นี่เหรอคะ”
“มันบอกผมว่ามันเจอหนังสือประวัติของตระกูลอีแวนสัน และก็บอกว่าจะเอากลับมาให้ผมอ่านเพราะมันรู้ว่าผมสนใจเรื่องพวกนี้ แต่ผมลองหาจาก internet ก็เห็นมีใครเคยพบหนังสือเล่มที่ว่ามาก่อน แปลว่าที่เดียวที่จะมีหนังสืออยู่ก็คือที่นี่”
“คุณก็เลยคิดว่าน้องชายคุณมาเอาหนังสือที่บ้านคุณท่านแล้วหลังจากนั้นเขาก็หายตัวไปเหรอคะ”
เพลงพรถามกลับ
ใบหน้าเรียบเฉยของหญิงสาวทำให้คนฟังไม่สามารถเดาใจเธอได้เลยว่าในเวลานี้เธอกำลังคิดอะไรอยู่
“ผมไม่ทราบครับ แค่มันเป็นเบาะแสเดียวที่ผมมี”
“คุณพระนายไม่ได้มาที่นี่หรอกค่ะ เมื่อวานที่นี่ไม่มีใครอยู่ ต่อให้เขามาจริงเขาก็คงไม่เจอใครอยู่ดี”
เพลงพรผายมือเดินนำพระพายมายังศาลาด้านข้างของตัวบ้าน
ส่วนกิ่งแก้วเมื่อเห็นว่า ณ ตรงนี้ไม่ได้มีสิ่งใดที่จะต้องให้เธอช่วยเหลือ จึงปลีกตัวเพื่อไปดูแลงานในส่วนอื่นต่อไป
“ที่นี่คือบ้านของคุณภาคินทร์ อีแวนสัน ใช่ไหมครับ”
“ใช่ค่ะ”
“อีแวนสัน ที่เป็นตระกูลเดียวกันกับที่มีประวัติว่าเป็นทายาทแวมไพร์ใช่ไหมครับ”
“จะว่าแบบนั้นก็ได้ค่ะ”
แม้จะไม่ได้ยอมรับแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธออกไป แต่ท่าทางที่ดูปกติของเพลงพรกำลังทำให้พระพายเริ่มลังเลและเชื่อว่าน้องชายของเขาอาจจะไม่ได้มาที่นี่จริง ๆ
แล้วพระนายหายตัวไปไหนกันแน่...
“ผมต้องขอโทษที่มารบกวนนะครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวกลับก่อน”
“ไม่เป็นไรค่ะ เอาเป็นว่าถ้าหากคุณพระนายติดต่อมาทางเราจะแจ้งคุณพระพายให้ทราบนะคะ”
“ขอบคุณมากจริง ๆ ครับ”
เพลงพรเดินมาส่งพระพายที่หน้าประตูบ้าน
สายลมพัดพากลิ่นฝนมาปะทะใบหน้า อีกไม่นานฝนก็คงจะตก เห็นทีเขาคงจะต้องรีบไปแจ้งความก่อนที่ฝนจะทำให้การเดินทางของเขาลำบากมากกว่าเดิม
พระพายกวาดตามองความสวยงามของบ้านหลังใหญ่ตรงหน้า เสี้ยววินาทีที่ลมพัดผ้าคลุมรถผืนนั้นเปิดออก แม้จะเป็นเพียงส่วนน้อยนิดของรถคันใหญ่เพราะกิ่งแก้ววิ่งมาจับผ้าได้ทันก่อนที่มันจะปลิวหลุดออกไป
แต่เลขทะเบียนที่เขาเห็น มันไม่ผิดแน่ รถในผ้าคลุมคือรถของพระนาย!!
“ขับรถกลับดี ๆ นะคะคุณพระพาย”
เสียงของเพลงพรเรียกคืนสติของพระนายกลับมา
มันต้องเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับพระนายแน่ ๆ และคนในบ้านต้องรู้เห็นเป็นใจอย่างไม่ต้องสงสัย
พระพายพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วขับรถออกมา ก่อนจะกดเบอร์โทร.ฉุกเฉินเพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาช่วยจัดการเรื่องที่เกิดขึ้น
“กูเจอรถไอ้นายอยู่ที่คฤหาสน์ของลูกค้าที่ชื่อภาคินทร์ ในซอยแวมไพร์ กูแจ้งตำรวจแล้วมึงรีบมาด่วน”
พระพายโทร.แจ้งข่าวกับเมฆาเพราะเขาคิดว่าเวลานี้เมฆาก็คงกำลังห่วงพระนายไม่ต่างจากเขา เพราะหลังรับสายไม่นานเมฆาก็เดินทางมาหาเขาทันที
“มึงมั่นใจเหรอวะว่าพระนายมันอยู่ที่นั่น”
“กูมั่นใจ กูเห็นรถพระนายจอดอยู่ในบ้าน ถ้ามันไม่มีอะไรทำไมเขาต้องเอาผ้ามาคลุมปกปิดไว้ด้วย”
“แล้วนี่มึงแจ้งตำรวจแล้วหรือยัง”
“แจ้งไปแล้ว เดี๋ยวคงมา...”
สองเพื่อนสนิทยืนอยู่หน้าคฤหาสน์หรูด้วยความร้อนใจ ด้วยกลัวว่าพระนายจะเป็นอะไรไปเสียก่อน
“มึง กูกลัวไอ้นายมันจะเป็นอะไรไปก่อน ทำไมตำรวจมันมาช้าแบบนี้วะ”
“ไอ้พายมึงใจเย็น ๆ ก่อน”
“กูไม่เย็นแล้วกูจะแอบเข้าไปก่อนเพื่อได้อะไรเพิ่มเติม”
“เดี๋ยวมึงก็โดนข้อหาบุกรุกหรอก ไอ้พาย... ไอ้พาย”
พระพายไม่รอฟังคำท้วงติงของเมฆา เขาเดินอ้อมไปอีกฝั่งของคฤหาสน์จนเจอกับประตูเล็กที่เป็นประตูไว้สำหรับเข้าออกของแม่บ้าน และเหมือนโชคชะตาช่างเป็นใจเสียเหลือเกินเมื่อกลอนของประตูบานไม่ได้ถูกใส่เอาไว้
ตอนที่ 58“พระพายได้ยินผมหรือเปล่า”ภาคินทร์ค่อย ๆ ประคองพระพายนอนลงบนเตียง แล้วก้มลงกระซิบข้างหูของพระพายเบา ๆไม่นานเขาก็รู้สึกตัว“คุณภาคินทร์ ผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”“ผมเป็นคนพาคุณมาเอง เกือบไปแล้วนะรู้หรือเปล่า”“เกือบอะไรเหรอครับ ผมจำได้ว่าตอนแรกผมอยู่ที่โรงพยาบาลกับเมฆ... แล้วหลังจากนั้น”พระพายพยายามนึกเหตุการณ์ที่โรงพยาบาลในตอนที่เขาคิดว่าตัวเองยังพอมีสติ แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก“แล้วพระนาย...”“น้องชายคุณจะไม่เป็นอะไร แต่เห็นทีเราคงต้องมาจัดการเรื่องของคุณสองคนกันใหม่”“หมายความว่ายังไงครับ”“คนสุดท้ายที่คุณอยู่ด้วยคือใคร คุณจำได้หรือเปล่า”“ก็ไอ้เมฆไงครับ”“คุณชอบศึกษาเรื่องแวมไพร์มากใช่ไหม คุณรู้จักตระกูลอีแวนสัน แล้วคุณเคยได้ยินเรื่องของตระกูลที่เป็นคู่แข่งของอีแวนสันหรือเปล่า”ภาคินทร์ถามกลับอย่างใจเย็น ถึงอย่างไรวันนี้พระพายก็ต้องรู้เรื่องของเพื่อนสนิทตัวเอง“หมายถึงตระกูลโรเจอร์เหรอครับ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเมฆ”“คุณลองปะติดปะต่อดูสิพระพาย คุณไม่ใช่คนโง่”“คุณภาคินทร์กำลังจะบอกผมว่าเมฆคือแวมไพร์ของตระกูลโรเจอร์เหรอครับ”เพียงแค่คิดขึ้นมาก็ชักจะเริ่มกลืนน้ำลายลงคอลำบากเต
ตอนที่ 57“คุณเมฆาหยุดเดี๋ยวนี้นะ คิดจะทำอะไร”“แกนี่มันจมูกไวเหมือนนะ แล้วทำไมมาคนเดียวล่ะ เจ้านายแกไปไหน...”“ฉันมาเจรจากับคุณดี ๆ ปล่อยตัวคุณพระพายมาให้เรา แล้วฉันจะถือเสียว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น”“ยโสเหมือนเจ้านายไม่มีผิด พระพายเป็นของฉันทำไมฉันต้องคืนให้เจ้านายแกด้วย”พระพายถูกมัดติดกับเก้าอี้อย่างแน่นหนาและยังไม่ได้สติ ส่วนเมฆา ในเวลานี้ไม่เหลือเค้าโครงเพื่อนที่แสนดีอีกต่อไป“คุณก็ทราบดีว่าพระพายไม่ใช่ของคุณ พระพายสมสู่กับคุณท่านแล้ว คุณจะมาครอบครองเขาไม่ได้”“แล้วใครบอกแกว่าฉันจะครอบครองมัน ฉันอุตส่าห์อดทนปกป้อง ดูแลมันมาจากแวมไพร์ตนอื่นมานานหลายปี แต่สุดท้ายมันกลับมอบทั้งเลือดอันบริสุทธิ์และพรหมจรรย์ให้เจ้านายของแก ก็ดีฉันจะได้ตัดสินใจอะไร ๆ ให้มันง่ายขึ้น”ปลายเล็บเกลี่ยลงไปที่แก้มเนียนของพระพายก่อนจะปรากฏเป็นรอยแผลเล็ก ๆ ที่มีเลือดไหลซึมออกมาเมฆาแลบลิ้นเพื่อลิ้มรสอันหอมหวานจากปลายนิ้วของตัวเอง“คุณท่านไม่ปล่อยให้มันเกิดขึ้นแน่ ๆ”“แล้วภาคินทร์มันจะทำอะไรได้ เพราะหลังจากที่ฉันดื่มเลือดของพระพายในคืนนี้แล้ว แม้แต่ร่างกายของพระพายก็คงจะไม่เหลือซากกลับไปหาภาคินทร์”เสียงขู่ค
ตอนที่ 56เธอรู้ว่าภาคินทร์กระวนกระวายใจมากแค่ไหนหากแต่สิ่งที่ต้องทำในวันนี้ ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน“คุณวางทุกอย่างไว้เดี๋ยวผมจัดการเอง ส่วนคุณรีบออกไปช่วยพระพาย อย่าให้เขาเป็นอันตรายเด็ดขาด”“คุณท่านแน่ใจเหรอคะ”“ผมทำมันมาเป็นร้อย ๆ ปี แค่นี้ทำไมผมถึงจะไม่แน่ใจ ตอนนี้สิ่งที่สำคัญคือพระพายต่างหาก”“ค่ะคุณท่าน ดิฉันจะรีบตามไปช่วยคุณพระพายให้เร็วที่สุด”เพลงพรวางถุงเลือดสำรองไว้ให้ภาคินทร์ ส่วนตัวเธอก็รีบออกจากคฤหาสน์ไปในทันที โชคไม่เข้าข้างเธอเพราะรถที่ซื้อเอาไว้จะมาถึงในอีกสองวัน เธอจึงจำเป็นต้องหารถสักคันที่พอจะพาเธอเดินทางไปตามตัวพระพายได้“อ้าว คุณคะมาทำอะไรแถวนี้ รถยังซ่อมไม่เสร็จเหรอคะ”“ฉันไม่มีเวลามาคุยกับคุณ”“คนอุตส่าห์ถามดี ๆ จะไปที่ไหนล่ะ ฉันไปส่งคุณได้นะ”มีจันทร์ขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมาพอดีเห็นว่าเป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตาเลยกล่าวทักทาย แต่ดูท่าทางตัวของอีกฝ่ายจะไม่อยากสนทนากับเธอสักเท่าไร“ว่าไงคะ ดูท่าทางรีบร้อนไม่ต้องเล่นตัวก็ได้ค่ะ ฉันไม่คิดเงิน จะไปที่ไหนก็บอก”“ต่อให้คุณคิดฉันก็มีปัญญาจ่าย คุณช่วยขับไปตามที่ฉันบอกทีได้ไหม แบบด่วนที่สุดฉันรีบ”“ได้ค่ะ งั้นขึ้นมาเลย”ทางเลือก
ตอนที่ 55“ไอ้พายทางนี้”“เออมึง นายมันเป็นบ้างวะ”“อยู่ในห้องฉุกเฉิน แล้วนี่มึงมายังไง”“คุณภาคินทร์ให้คนมาส่ง”เมฆามองไปด้านหลังเห็นชายชุดดำสองคนยืนเฝ้าพระพายอยู่ ภาคินทร์คงระวังตัวเอาไว้อยู่แล้ว เพราะเขารู้ดีว่าวันนี้อันตรายมากขนาดไหน แต่ที่ยอมให้ออกมาก็คงเพราะเห็นแก่พระพายที่เป็นห่วงน้องชายตัวเอง“หมอเข้าไปนานหรือยัง ปกตินายมันแข็งแรงมากนะ ทำไมจู่ ๆ ถึงมาป่วยหนักได้”“กูก็ไม่รู้เหมือนกัน จริง ๆ มันป่วยมาตั้งแต่ต้นสัปดาห์ หาหมอกินยาแล้วแต่ไม่ดีขึ้น จู่ ๆ วันนี้ก็มาทรุดอีก โชคดีกูแวะไปหามันที่บ้าน”เมฆาแสดงสีหน้าเป็นห่วง เขาเองรู้จักพระพายมานานหลายปี สองพี่น้องรักกันมาก เขาถึงได้มั่นใจว่าพระพายจะไม่มีทางปล่อยพระนายอยู่ที่โรงพยาบาลตามลำพังแน่นอน“มึงใจเย็น ๆ ก่อน มานั่งพักมา หมอเข้าไปสักพักแล้วเดี๋ยวก็คงออกมา”เมฆาพาพระพายมานั่งพักที่เก้าอี้หน้าห้องฉุกเฉิน โดยทุกการกระทำของทั้งคู่อยู่ในสายตาคนของภาคินทร์ตลอดเวลา“แล้วนี่คุณภาคินทร์เขาต้องส่งคนมาเฝ้ามึงขนาดนี้เลยเหรอวะ แค่มาโรงพยาบาล”“อืม ก็นิดหน่อย”“อย่างกับหนังมาเฟีย กูนึกว่ามึงเป็นผู้ร้ายหนีคดีซะอีก”“มึงก็เวอร์”“เอ้าก็ดูดิ จู
ตอนที่ 54เช่นนั้นเขาก็คงไม่จำเป็นต้องทนยอมดูเฉย ๆ อีกต่อไป“อีกไม่นานจะถึงคืนพระจันทร์เต็มดวงที่จะเวียนบรรจบมาอีกครั้ง เราจะไปพาตัวพระพายออกมาจากที่นั่น”“แล้วนายท่านจะทำยังไงครับ ผมว่าวันนั้นทางคนของอีแวนสันก็คงจะเตรียมรับมือเอาไว้แน่ ๆ”“ภาคินทร์มันแค่ห่วงว่าจะกันพระพายออกจากแวมไพร์ตัวอื่นได้ยังไง แต่อย่าลืมสิว่าฉันไม่ใช่แวมไพร์ที่พระพายรู้จักเพราะฉันเป็นเพื่อนสนิทของเขากับน้องชายเขาต่างหาก”ผงเครื่องดื่มที่เมฆาอ้างว่าซื้อมาจากเมืองจีน และอยากให้พระนายลองดื่มดูจะช่วยให้หลับสบายขึ้น ด้วยช่วงนี้เห็นเพื่อนรักทำงานจนดึกดื่นจึงนึกเป็นห่วงพระนายไม่รอช้าทันทีที่กลับมาบ้าน น้ำอุ่นในกาน้ำถูกเทใส่แก้วตามด้วยผงชาสีดำในคราวแรกที่เทลงไปสีน้ำดูน่ากลัวจนเขาไม่กล้ายกขึ้นดื่มแต่ด้วยกลิ่นหอมรัญจวนชวนให้อยากลิ้มลอง เขาจึงจิบมันเพียงเล็กน้อยและพบว่ารสชาติของมันแตกต่างจากภาพลักษณ์โดยสิ้นเชิง“สงสัยบ้านเขาจะชอบกินอะไรแบบนี้ แต่ก็อร่อยดีเหมือนกัน”พระนายยกดื่มเสียจนหมดแก้วก่อนจะอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอนในเวลานี้แอร์ที่ถูกเปิดไว้ก็ไม่ช่วยให้ร่างกายรู้สึกเย็นเลยสักนิดพระนายนอนเหงื่อไหลเต็มใบหน้า กลิ้งไปมา
ตอนที่ 53วันต่อมา พระนายโทร.มาในตอนบ่ายบอกว่า ช่วงเย็นอยากแวะมากินข้าวด้วย พระพายพยายามปฏิเสธแต่สุดท้ายก็จนมุมจำต้องยอมให้น้องชายมาหา“แกจะมาอะไรบ่อย ๆ วะไอ้นาย นี่มันบ้านคุณภาคินทร์เขานะ ยังไงก็เกรงใจเขาหน่อย”“ก็เขาเป็นคนบอกเองว่าอยากจะมาที่นี่เมื่อไหร่ก็ได้ตามที่ต้องการ”“เขาก็พูดตามมารยาทแล้วนี่ไอ้เมฆก็อีกคน ไม่ห้ามมันหน่อยวะ”“ขี้เกียจห้าม อีกอย่างบ้านนี้ก็เลี้ยงอาหารดีจะตาย กูจะพลาดได้ไง”และตลอดทั้งสัปดาห์พระนายกับเมฆาก็มาฝากท้องที่คฤหาสน์ของอีแวนสันแบบวันเว้นวัน โดยที่คนหนักใจดูเหมือนว่าจะเป็นพระพายเสียมากกว่าส่วนเจ้าของบ้านอย่างภาคินทร์ก็ดูไม่ได้ยี่หระกับความวุ่นวายของทั้งสองคน เพียงแต่เขาจับตาดูเมฆาเอาไว้เป็นพิเศษซึ่งจนถึงตอนนี้เมฆาก็ยังดูปกติดี ยังไม่ได้มีท่าทีใด ๆ“คุณภาคินทร์ไม่น่าไปบอกไอ้นายว่าให้มันมาที่นี่ได้ตามต้องการเลยครับ ดูสิ อีกนิดมันก็แทบจะขนข้าวของเข้ามาอยู่ด้วยแล้วนะครับ”“แต่มันก็ช่วยให้คุณรู้สึกเบื่อน้อยลงไม่ใช่หรือไง”“แต่ผมเกรงใจ”“บ้านผมก็เหมือนบ้านคุณ คุณต้อนรับคนของคุณได้ตามสบายแค่อย่าให้เขามาวุ่นวายในสิ่งที่มันไม่สมควรก็พอ”“นั่นแหละครับที่ผมกังวล







