เข้าสู่ระบบพระนายลืมตาตื่นขึ้นมาก่อนจะพบว่าตัวเองนอนอยู่ในห้องขนาดใหญ่
เขารีบตั้งสติแล้ววิ่งไปที่ประตู หากแต่ว่าประตูนั่นถูกลงกลอนจากด้านนอกไว้อย่างแน่นหนา
“เปิด... ช่วยด้วย ใครอยู่ข้างนอก ช่วยด้วยครับ”
พระนายทั้งออกแรงกระชากประตู ทุบ ดึง และส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ แต่มีเพียงความเงียบและเสียงของตัวเขาเองเท่านั้นที่สะท้อนกลับมา
มือข้างหนึ่งกุมไปที่รอยเข็มบนแขน แวมไพร์ที่เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้เจอตัวเป็น ๆ และมันแตกต่างจากที่คิดไว้มาก แต่เขาไม่ดีใจเลยสักนิด เพราะเขามักพูดอยู่เสมอว่าต่อให้เชื่อหรือไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ก็ตาม ถ้าให้เลือกเขาก็ไม่อยากเจออะไรแบบนี้อยู่ดี
“ปล่อยผมไปเถอะ!!!!! ผมขอร้อง”
พระนายเอ่ยขึ้นอย่างหมดแรง แต่เสียงของเขาไม่แม้แต่จะเล็ดลอดออกมาจากห้องคุมขังได้ ด้วยห้องนั้นถูกสร้างขึ้นมาอย่างดี สามารถเก็บเสียงด้านในไม่ให้ดังออกมารบกวนด้านนอกเหมาะสำหรับการเก็บความลับที่ไม่อยากให้ใครล่วงรู้
บริษัทของพระนาย
“เมฆ ไอ้นายติดต่อมาบ้างไหม”
“ไม่มีนะมึง เมื่อวานมันก็รีบร้อนออกไป มันยังไม่กลับบ้านอีกเหรอ”
“เออดิ กูพยายามโทร.หามันทั้งคืนมันก็ไม่รับสาย ไม่รู้ว่ามันหายไปไหน”
พระพายบุกมาหาเมฆาตั้งแต่เช้าเพื่อตามหาข่าวคราวของน้องชายที่ยังหายตัวไปและติดต่อไม่ได้
เขาร้อนใจจนแทบจะเป็นบ้า เพราะปกติแล้วพระนายไม่เคยเงียบหายหรือขาดการติดต่อไปแบบนี้
“ไอ้พายมึงใจเย็น ๆ ก่อน”
“กูไม่เย็นแล้วกูจะไปแจ้งความ”
“ได้งั้นเดี๋ยวเย็นนี้เราไปแจ้งความด้วยกัน ระหว่างนี้มึงลองคิดดูดี ๆ ว่าไอ้นายมันมีที่ไหนที่มันเคยพูดถึงหรือคิดว่ามันจะไปอีกหรือเปล่า เผื่อมันจะอยู่ที่นั่น”
เมฆาเองก็ร้อนใจไม่ต่างกัน เขารับสายจากพระพายเมื่อคืนว่าพระนายหายตัวไปจากบ้าน เขาเองก็พยายามติดต่อคนที่คิดว่าพระนายอาจจะไปพบ แต่ก็ไม่ได้เบาะแสอะไรเลย
จนกระทั่งเช้านี้ที่พระพายมาถึงบริษัทแล้วบอกว่ายังคงไม่สามารถติดต่อพระนายได้ นั่นยิ่งทำให้เขาสังหรณ์ใจว่ากำลังเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับเพื่อนฝาแฝดคนสนิท
พระพายนั่งกดมือถือโทร.ออกหาน้องชายซ้ำ ๆ แต่ผลตอบรับก็ยังเป็นเช่นเดิมคือไม่มีคนรับสาย
'ผมจะเอาหนังสือตระกูลอีแวนสันไปฝากนะ พี่รีบกลับบ้านมาเร็ว ๆ ล่ะ'
จู่ ๆ พระพายก็คิดถึงข้อความที่น้องชายส่งมาอีกครั้ง
“ไอ้เมฆ บ้านคุณภาคินทร์ที่ว่ามาเซ็นสัญญาลงทุนกับบริษัทวันก่อนอยู่ที่ไหน”
“บ้านคุณภาคินทร์ ทำไมเหรอวะ”
“เออ มึงบอกกูมาเถอะน่า”
“อยู่ซอยแวมไพร์ เข้าไปจนสุดซอย มีคฤหาสน์หลังใหญ่ตั้งอยู่หลังเดียว มึงหาไม่ยากหรอก”
“เออ ขอบใจมึงมาก”
พระพายตบไหล่เมฆาเบา ๆ แล้วคว้ากุญแจรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจออกจากบริษัทที่ทำงานของน้องชายไปทันที
ซอยแวมไพร์
คฤหาสน์ของภาคินทร์ที่ว่าอยู่ในซอยแวมไพร์ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นหลังเดียวกันกับที่เขาเคยไปส่งอาหารเมื่อหลายวันก่อน
แม้จะไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองคิดมันจะถูกหรือผิด แต่เวลานี้หากมีเบาะแสเกี่ยวกับน้องชายของตัวเองจากจุดไหน ต่อให้เป็นข้อมูลอันน้อยนิดเขาก็พร้อมจะเข้าไปตามหาโดยไม่ลังเล
กริ๊งงงงง
พระพายกดกริ่งที่หน้าบ้าน ไม่นานแม่บ้านประจำคฤหาสน์ก็รีบวิ่งมาเปิดประตูทันที
“ไม่ทราบว่าพระนายน้องชายผมอยู่ที่นี่ไหมครับ”
“พระนาย...”
“ผมหมายถึงผู้ชายที่หน้าเหมือนผม”
พระพายถอดหมวกกันน็อกและผ้าคลุมหน้าออกเพื่อให้แม่บ้านได้เห็นใบหน้าของเขาชัด ๆ จะได้ระบุตัวตนน้องชายของเขาที่หายตัวไปและตอนนี้ที่นี่ก็เป็นเบาะแสเดียวที่มี
“น้องชายผมหายตัวไปตั้งแต่เมื่อวาน จากข้อความที่เขาส่งมาผมคิดว่าเขาจะมาที่บ้านนี้ก่อนหายตัวไป”
“ไม่มีนะคะ เมื่อวานเป็นวันหยุด กิ่งเองก็ไม่ได้อยู่บ้าน แต่ก็กลับมาตอนเช้าก็ไม่เจอใครนะคะ”
พระพายมองสำรวจไปรอบบ้าน
โรงจอดรถมีรถหรูหลายคันจอดเรียงรายอยู่ หากแต่มีคันหนึ่งที่ถูกคลุมผ้าเอาไว้ดูสะดุดตา เขารู้สึกว่ามันมีอะไรผิดปกติอย่างหาสาเหตุไม่ได้ในความรู้สึกของตัวเอง
อาจจะเป็นความเชื่อของเรื่องฝาแฝด ที่คนมักพูดว่าในเวลาเกิดเรื่องกับคนใดคนหนึ่งอีกคนก็จะมีความรู้สึกแปลก ๆ ไปด้วย และตอนนี้พระพายกำลังรู้สึกแบบนี้
ตอนที่ 58“พระพายได้ยินผมหรือเปล่า”ภาคินทร์ค่อย ๆ ประคองพระพายนอนลงบนเตียง แล้วก้มลงกระซิบข้างหูของพระพายเบา ๆไม่นานเขาก็รู้สึกตัว“คุณภาคินทร์ ผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”“ผมเป็นคนพาคุณมาเอง เกือบไปแล้วนะรู้หรือเปล่า”“เกือบอะไรเหรอครับ ผมจำได้ว่าตอนแรกผมอยู่ที่โรงพยาบาลกับเมฆ... แล้วหลังจากนั้น”พระพายพยายามนึกเหตุการณ์ที่โรงพยาบาลในตอนที่เขาคิดว่าตัวเองยังพอมีสติ แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก“แล้วพระนาย...”“น้องชายคุณจะไม่เป็นอะไร แต่เห็นทีเราคงต้องมาจัดการเรื่องของคุณสองคนกันใหม่”“หมายความว่ายังไงครับ”“คนสุดท้ายที่คุณอยู่ด้วยคือใคร คุณจำได้หรือเปล่า”“ก็ไอ้เมฆไงครับ”“คุณชอบศึกษาเรื่องแวมไพร์มากใช่ไหม คุณรู้จักตระกูลอีแวนสัน แล้วคุณเคยได้ยินเรื่องของตระกูลที่เป็นคู่แข่งของอีแวนสันหรือเปล่า”ภาคินทร์ถามกลับอย่างใจเย็น ถึงอย่างไรวันนี้พระพายก็ต้องรู้เรื่องของเพื่อนสนิทตัวเอง“หมายถึงตระกูลโรเจอร์เหรอครับ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเมฆ”“คุณลองปะติดปะต่อดูสิพระพาย คุณไม่ใช่คนโง่”“คุณภาคินทร์กำลังจะบอกผมว่าเมฆคือแวมไพร์ของตระกูลโรเจอร์เหรอครับ”เพียงแค่คิดขึ้นมาก็ชักจะเริ่มกลืนน้ำลายลงคอลำบากเต
ตอนที่ 57“คุณเมฆาหยุดเดี๋ยวนี้นะ คิดจะทำอะไร”“แกนี่มันจมูกไวเหมือนนะ แล้วทำไมมาคนเดียวล่ะ เจ้านายแกไปไหน...”“ฉันมาเจรจากับคุณดี ๆ ปล่อยตัวคุณพระพายมาให้เรา แล้วฉันจะถือเสียว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น”“ยโสเหมือนเจ้านายไม่มีผิด พระพายเป็นของฉันทำไมฉันต้องคืนให้เจ้านายแกด้วย”พระพายถูกมัดติดกับเก้าอี้อย่างแน่นหนาและยังไม่ได้สติ ส่วนเมฆา ในเวลานี้ไม่เหลือเค้าโครงเพื่อนที่แสนดีอีกต่อไป“คุณก็ทราบดีว่าพระพายไม่ใช่ของคุณ พระพายสมสู่กับคุณท่านแล้ว คุณจะมาครอบครองเขาไม่ได้”“แล้วใครบอกแกว่าฉันจะครอบครองมัน ฉันอุตส่าห์อดทนปกป้อง ดูแลมันมาจากแวมไพร์ตนอื่นมานานหลายปี แต่สุดท้ายมันกลับมอบทั้งเลือดอันบริสุทธิ์และพรหมจรรย์ให้เจ้านายของแก ก็ดีฉันจะได้ตัดสินใจอะไร ๆ ให้มันง่ายขึ้น”ปลายเล็บเกลี่ยลงไปที่แก้มเนียนของพระพายก่อนจะปรากฏเป็นรอยแผลเล็ก ๆ ที่มีเลือดไหลซึมออกมาเมฆาแลบลิ้นเพื่อลิ้มรสอันหอมหวานจากปลายนิ้วของตัวเอง“คุณท่านไม่ปล่อยให้มันเกิดขึ้นแน่ ๆ”“แล้วภาคินทร์มันจะทำอะไรได้ เพราะหลังจากที่ฉันดื่มเลือดของพระพายในคืนนี้แล้ว แม้แต่ร่างกายของพระพายก็คงจะไม่เหลือซากกลับไปหาภาคินทร์”เสียงขู่ค
ตอนที่ 56เธอรู้ว่าภาคินทร์กระวนกระวายใจมากแค่ไหนหากแต่สิ่งที่ต้องทำในวันนี้ ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน“คุณวางทุกอย่างไว้เดี๋ยวผมจัดการเอง ส่วนคุณรีบออกไปช่วยพระพาย อย่าให้เขาเป็นอันตรายเด็ดขาด”“คุณท่านแน่ใจเหรอคะ”“ผมทำมันมาเป็นร้อย ๆ ปี แค่นี้ทำไมผมถึงจะไม่แน่ใจ ตอนนี้สิ่งที่สำคัญคือพระพายต่างหาก”“ค่ะคุณท่าน ดิฉันจะรีบตามไปช่วยคุณพระพายให้เร็วที่สุด”เพลงพรวางถุงเลือดสำรองไว้ให้ภาคินทร์ ส่วนตัวเธอก็รีบออกจากคฤหาสน์ไปในทันที โชคไม่เข้าข้างเธอเพราะรถที่ซื้อเอาไว้จะมาถึงในอีกสองวัน เธอจึงจำเป็นต้องหารถสักคันที่พอจะพาเธอเดินทางไปตามตัวพระพายได้“อ้าว คุณคะมาทำอะไรแถวนี้ รถยังซ่อมไม่เสร็จเหรอคะ”“ฉันไม่มีเวลามาคุยกับคุณ”“คนอุตส่าห์ถามดี ๆ จะไปที่ไหนล่ะ ฉันไปส่งคุณได้นะ”มีจันทร์ขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมาพอดีเห็นว่าเป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตาเลยกล่าวทักทาย แต่ดูท่าทางตัวของอีกฝ่ายจะไม่อยากสนทนากับเธอสักเท่าไร“ว่าไงคะ ดูท่าทางรีบร้อนไม่ต้องเล่นตัวก็ได้ค่ะ ฉันไม่คิดเงิน จะไปที่ไหนก็บอก”“ต่อให้คุณคิดฉันก็มีปัญญาจ่าย คุณช่วยขับไปตามที่ฉันบอกทีได้ไหม แบบด่วนที่สุดฉันรีบ”“ได้ค่ะ งั้นขึ้นมาเลย”ทางเลือก
ตอนที่ 55“ไอ้พายทางนี้”“เออมึง นายมันเป็นบ้างวะ”“อยู่ในห้องฉุกเฉิน แล้วนี่มึงมายังไง”“คุณภาคินทร์ให้คนมาส่ง”เมฆามองไปด้านหลังเห็นชายชุดดำสองคนยืนเฝ้าพระพายอยู่ ภาคินทร์คงระวังตัวเอาไว้อยู่แล้ว เพราะเขารู้ดีว่าวันนี้อันตรายมากขนาดไหน แต่ที่ยอมให้ออกมาก็คงเพราะเห็นแก่พระพายที่เป็นห่วงน้องชายตัวเอง“หมอเข้าไปนานหรือยัง ปกตินายมันแข็งแรงมากนะ ทำไมจู่ ๆ ถึงมาป่วยหนักได้”“กูก็ไม่รู้เหมือนกัน จริง ๆ มันป่วยมาตั้งแต่ต้นสัปดาห์ หาหมอกินยาแล้วแต่ไม่ดีขึ้น จู่ ๆ วันนี้ก็มาทรุดอีก โชคดีกูแวะไปหามันที่บ้าน”เมฆาแสดงสีหน้าเป็นห่วง เขาเองรู้จักพระพายมานานหลายปี สองพี่น้องรักกันมาก เขาถึงได้มั่นใจว่าพระพายจะไม่มีทางปล่อยพระนายอยู่ที่โรงพยาบาลตามลำพังแน่นอน“มึงใจเย็น ๆ ก่อน มานั่งพักมา หมอเข้าไปสักพักแล้วเดี๋ยวก็คงออกมา”เมฆาพาพระพายมานั่งพักที่เก้าอี้หน้าห้องฉุกเฉิน โดยทุกการกระทำของทั้งคู่อยู่ในสายตาคนของภาคินทร์ตลอดเวลา“แล้วนี่คุณภาคินทร์เขาต้องส่งคนมาเฝ้ามึงขนาดนี้เลยเหรอวะ แค่มาโรงพยาบาล”“อืม ก็นิดหน่อย”“อย่างกับหนังมาเฟีย กูนึกว่ามึงเป็นผู้ร้ายหนีคดีซะอีก”“มึงก็เวอร์”“เอ้าก็ดูดิ จู
ตอนที่ 54เช่นนั้นเขาก็คงไม่จำเป็นต้องทนยอมดูเฉย ๆ อีกต่อไป“อีกไม่นานจะถึงคืนพระจันทร์เต็มดวงที่จะเวียนบรรจบมาอีกครั้ง เราจะไปพาตัวพระพายออกมาจากที่นั่น”“แล้วนายท่านจะทำยังไงครับ ผมว่าวันนั้นทางคนของอีแวนสันก็คงจะเตรียมรับมือเอาไว้แน่ ๆ”“ภาคินทร์มันแค่ห่วงว่าจะกันพระพายออกจากแวมไพร์ตัวอื่นได้ยังไง แต่อย่าลืมสิว่าฉันไม่ใช่แวมไพร์ที่พระพายรู้จักเพราะฉันเป็นเพื่อนสนิทของเขากับน้องชายเขาต่างหาก”ผงเครื่องดื่มที่เมฆาอ้างว่าซื้อมาจากเมืองจีน และอยากให้พระนายลองดื่มดูจะช่วยให้หลับสบายขึ้น ด้วยช่วงนี้เห็นเพื่อนรักทำงานจนดึกดื่นจึงนึกเป็นห่วงพระนายไม่รอช้าทันทีที่กลับมาบ้าน น้ำอุ่นในกาน้ำถูกเทใส่แก้วตามด้วยผงชาสีดำในคราวแรกที่เทลงไปสีน้ำดูน่ากลัวจนเขาไม่กล้ายกขึ้นดื่มแต่ด้วยกลิ่นหอมรัญจวนชวนให้อยากลิ้มลอง เขาจึงจิบมันเพียงเล็กน้อยและพบว่ารสชาติของมันแตกต่างจากภาพลักษณ์โดยสิ้นเชิง“สงสัยบ้านเขาจะชอบกินอะไรแบบนี้ แต่ก็อร่อยดีเหมือนกัน”พระนายยกดื่มเสียจนหมดแก้วก่อนจะอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอนในเวลานี้แอร์ที่ถูกเปิดไว้ก็ไม่ช่วยให้ร่างกายรู้สึกเย็นเลยสักนิดพระนายนอนเหงื่อไหลเต็มใบหน้า กลิ้งไปมา
ตอนที่ 53วันต่อมา พระนายโทร.มาในตอนบ่ายบอกว่า ช่วงเย็นอยากแวะมากินข้าวด้วย พระพายพยายามปฏิเสธแต่สุดท้ายก็จนมุมจำต้องยอมให้น้องชายมาหา“แกจะมาอะไรบ่อย ๆ วะไอ้นาย นี่มันบ้านคุณภาคินทร์เขานะ ยังไงก็เกรงใจเขาหน่อย”“ก็เขาเป็นคนบอกเองว่าอยากจะมาที่นี่เมื่อไหร่ก็ได้ตามที่ต้องการ”“เขาก็พูดตามมารยาทแล้วนี่ไอ้เมฆก็อีกคน ไม่ห้ามมันหน่อยวะ”“ขี้เกียจห้าม อีกอย่างบ้านนี้ก็เลี้ยงอาหารดีจะตาย กูจะพลาดได้ไง”และตลอดทั้งสัปดาห์พระนายกับเมฆาก็มาฝากท้องที่คฤหาสน์ของอีแวนสันแบบวันเว้นวัน โดยที่คนหนักใจดูเหมือนว่าจะเป็นพระพายเสียมากกว่าส่วนเจ้าของบ้านอย่างภาคินทร์ก็ดูไม่ได้ยี่หระกับความวุ่นวายของทั้งสองคน เพียงแต่เขาจับตาดูเมฆาเอาไว้เป็นพิเศษซึ่งจนถึงตอนนี้เมฆาก็ยังดูปกติดี ยังไม่ได้มีท่าทีใด ๆ“คุณภาคินทร์ไม่น่าไปบอกไอ้นายว่าให้มันมาที่นี่ได้ตามต้องการเลยครับ ดูสิ อีกนิดมันก็แทบจะขนข้าวของเข้ามาอยู่ด้วยแล้วนะครับ”“แต่มันก็ช่วยให้คุณรู้สึกเบื่อน้อยลงไม่ใช่หรือไง”“แต่ผมเกรงใจ”“บ้านผมก็เหมือนบ้านคุณ คุณต้อนรับคนของคุณได้ตามสบายแค่อย่าให้เขามาวุ่นวายในสิ่งที่มันไม่สมควรก็พอ”“นั่นแหละครับที่ผมกังวล







