Masuk“ไงไอ้นาย ทำเอาเขาวุ่นวายไปกันหมด คราวหน้ามึงก็บอกกันหน่อยสิวะ ไอ้พายมันห่วงมึงมากนะ”
“เออ พอดีทันกะทันหัน งานนู้นงานนี้ตีกันปวดหัวกูเลยไม่ทันได้บอกใคร”
“แล้วไอ้พายมันว่าไงบ้าง ไม่บ่นมึงหูชาเหรอวะ”
วันรุ่งขึ้นพระนายมาทำงานตามปกติ เมฆาที่กำลังจะไปโต๊ะทำงานของตัวเองหันไปเห็นเพื่อนสนิทที่เดินเข้ามาในสภาพอ่อนแรงเข้าพอดี
“ไม่นะ พอกลับไปถึงบ้านมันก็ส่งข้อความมาบอกว่ามีงานพิเศษที่เขาจ้างให้มันไปทำที่ต่างจังหวัดสักระยะ เห็นว่าเงินดีก็เลยตกลงไปทำ”
“ไปเมื่อวานเลยเหรอวะ”
“เออ กะทันหันเลยแหละ
กูยังไม่ทันได้เจอหน้ามันเลย”เมฆาครุ่นคิดถึงเรื่องที่พระนายเล่าให้ฟังแล้วรู้สึกมีบางอย่างค้างคาในใจ
เมื่อวานพระพายดูเป็นห่วงน้องชายจนถึงขึ้นบุกเข้าไปในคฤหาสน์ของภาคินทร์ตามลำพัง แล้วจู่ ๆ กลับบอกน้องชายตัวเองว่ามีงานด่วนที่ต่างจังหวัด
ยิ่งคิดก็เหมือนจะยิ่งมีบางอย่างที่ดูไม่ปกติ เพียงแต่คิดไม่ออกว่าเรื่องอะไร
ตอนบ่ายเมฆาเลยลองโทร.ติดต่อหาพระพายอีกครั้งแต่สัญญาณมือถือแจ้งเตือนว่าไม่สามารถติดต่อได้ ยิ่งทำให้เขารู้สึกแปลกใจระคนเป็นห่วงเพื่อนมากขึ้นไปอีก
“ติดต่อไอ้พายไม่ได้เลยว่ะ”
“ต่างจังหวัดอาจจะไม่มีสัญญาณก็ได้ นี่มึงไม่สบายใจอะไรหรือเปล่าสีหน้าแปลก ๆ”
“กูก็แค่คิดว่าเมื่อวานมันบุกเข้าไปในบ้านนายภาคินทร์อะไรนั่นแบบไม่ห่วงชีวิตตัวเองเพื่อไปตามหามึง แต่จู่ ๆ ก็ส่งข้อความบอกมึงว่ามีงานด่วน มึงว่ามันไม่แปลกเหรอวะ”
พระนายฉุกคิดเล็กน้อยแล้วลองทบทวนตามคำบอกเล่าของเมฆาเกี่ยวกับเรื่องราวของพี่ชายตัวเอง
“พายมันก็ชอบทำอะไรแบบนี้อยู่แล้ว มึงยังไม่ชินอีกเหรอ”
แต่เพราะเขาคิดว่าเขารู้จักพี่ชายตัวเองดีกว่าใคร จึงมองว่าสิ่งที่เมฆากังวลเพียงเพราะเมฆาคิดมากไปเอง
ปกติพระพายก็ชอบทำอะไรแบบไม่มีเหตุผลอย่างนี้อยู่บ่อยครั้ง
“แต่กูว่า...”
“เมฆ มึงหยุดคิดเรื่องพี่ชายกูได้แล้ว มันไม่เป็นอะไรหรอกเชื่อกู มันก็แค่ไปทำงาน เดี๋ยวมันก็กลับมา โอเคไหม”
พระนายตัดบท
เมฆาเองเมื่อเห็นว่าขนาดน้องชายแท้ ๆ ยังดูไม่รู้สึกรู้สาอะไร บางทีเขาก็คงจะคิดมากเกินไปอย่างที่เพื่อนแฝดบอกจริง ๆ
เมื่อคิดได้แบบนั้นเมฆาจึงเลิกให้ความสนใจเรื่องของพระพาย และหมุนตัวเดินกลับไปโต๊ะทำงานของตัวเองเพื่อสะสางงานให้เสร็จก่อนเวลาเลิกงาน
นาฬิกาเดินผ่านไปอย่างเชื่องช้า จนเวลาล่วงเลยผ่านมาถึงตอนเลิกงานแล้ว พระนายขับรถกลับบ้านไปใช้ชีวิตตามปกติโดยไม่มีความทรงจำในคฤหาสน์ของภาคินทร์วันนั้นหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
ความทรงจำของพระนายที่มีคือ เขาออกจากที่ทำงานแล้วบังเอิญว่าเอกรินทร์หัวหน้างานส่งข้อความมาแจ้งว่ามีงานด่วนที่ชลบุรี ต้องรบกวนให้เขาช่วยไปจัดการอย่างเร่งด่วน
และเพราะงานที่วุ่นวายจนน่าปวดหัวจนไม่อยากเก็บมาใส่สมองให้หนัก พระนายจำแทบไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเขาทำงานสำเร็จตามเป้าหมายหรือไม่ และกลับมาถึงที่บ้านได้อย่างไร
เขารู้แค่เพียงว่าเขาลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงในห้องแล้ว
ตอนนั้นเขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูถึงได้เห็นว่ามีสายที่ไม่ได้รับรวมถึงข้อความจากทั้งเพื่อนสนิท เพื่อนสมัยเรียน ไปจนถึงเพื่อนที่ทำงาน รวมถึงพี่ชายของเขาเองที่รันขึ้นมาบนหน้าจอราวกับพายุ
พระนายกดอ่านข้อความทั้งหมดก็พอจะสรุปคร่าว ๆ ได้ว่าทุกคนคิดว่าเขาหายตัวไป แล้วพี่ชายฝาแฝดเขาก็เที่ยวโทร.ไปตามเบอร์เพื่อนคนอื่น ๆ เพื่อถามข่าว
เขาเลยต้องนั่งตอบข้อความทีละคนว่าเขาปลอดภัยดี เขาแค่ไม่ทำงานและพี่ชายของเขาตื่นตูมไปเองไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง
รวมถึงโทร.ไปหาเมฆาเพื่อยุติเรื่องราวทุกอย่างแล้วบอกว่าเขาปลอดภัยดี
ถึงแม้จะงง ๆ อยู่บ้างว่าทำไมพระพายกับเมฆาถึงสงสัยว่าเขาจะไปอยู่ที่คฤหาสน์สุดหรูของภาคินทร์ แต่เขาก็ไม่ได้ถามอะไรกลับไปให้มากความ
หลังจากวางสายที่สนทนากับเมฆาได้ไม่นานก็มีข้อความเด้งขึ้นมาบนหน้าจออีกครั้ง เป็นข้อความจากพี่ชายชองเขาเองที่บอกเรื่องไปทำงานต่างจังหวัดด่วน เพราะมีคนเสนอค่าจ้างที่ราคาจ่ายค่อนข้างสูงมาให้
แน่นอนว่าคนเห็นแก่เงินอย่างพระพายไม่เคยปฏิเสธ พร้อมกับบอกน้องชายเสร็จสรรพว่าไม่ต้องเป็นห่วง อยู่ที่นู่นอาจจะติดต่อไม่ค่อยได้เพราะค่อนข้างอับสัญญาณ
แต่เมื่อใดก็ตามที่งานสำเร็จก็จะรีบกลับมา พร้อมโอนเงินค่าผ่อนบ้านล่วงหน้ามาให้ถึงสามเดือน
ท่าทางคงจะเป็นงานที่ต้องไปในระยะยาวพอสมควร
แต่ก็อย่างที่รู้ ๆ กันว่าพระพายเป็นคนแบบไหน การเดินทางไปต่างจังหวัดนานติดต่อกันหรือเดินทางไปไหนแบบปุบปับมันเป็นเรื่องปกติ พระนายจึงไม่ค่อยเป็นห่วงพี่ชายสักเท่าไร
ครั้งนี้ก็คงไม่ต่างจากครั้งก่อน ๆ
ตอนที่ 58“พระพายได้ยินผมหรือเปล่า”ภาคินทร์ค่อย ๆ ประคองพระพายนอนลงบนเตียง แล้วก้มลงกระซิบข้างหูของพระพายเบา ๆไม่นานเขาก็รู้สึกตัว“คุณภาคินทร์ ผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”“ผมเป็นคนพาคุณมาเอง เกือบไปแล้วนะรู้หรือเปล่า”“เกือบอะไรเหรอครับ ผมจำได้ว่าตอนแรกผมอยู่ที่โรงพยาบาลกับเมฆ... แล้วหลังจากนั้น”พระพายพยายามนึกเหตุการณ์ที่โรงพยาบาลในตอนที่เขาคิดว่าตัวเองยังพอมีสติ แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก“แล้วพระนาย...”“น้องชายคุณจะไม่เป็นอะไร แต่เห็นทีเราคงต้องมาจัดการเรื่องของคุณสองคนกันใหม่”“หมายความว่ายังไงครับ”“คนสุดท้ายที่คุณอยู่ด้วยคือใคร คุณจำได้หรือเปล่า”“ก็ไอ้เมฆไงครับ”“คุณชอบศึกษาเรื่องแวมไพร์มากใช่ไหม คุณรู้จักตระกูลอีแวนสัน แล้วคุณเคยได้ยินเรื่องของตระกูลที่เป็นคู่แข่งของอีแวนสันหรือเปล่า”ภาคินทร์ถามกลับอย่างใจเย็น ถึงอย่างไรวันนี้พระพายก็ต้องรู้เรื่องของเพื่อนสนิทตัวเอง“หมายถึงตระกูลโรเจอร์เหรอครับ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเมฆ”“คุณลองปะติดปะต่อดูสิพระพาย คุณไม่ใช่คนโง่”“คุณภาคินทร์กำลังจะบอกผมว่าเมฆคือแวมไพร์ของตระกูลโรเจอร์เหรอครับ”เพียงแค่คิดขึ้นมาก็ชักจะเริ่มกลืนน้ำลายลงคอลำบากเต
ตอนที่ 57“คุณเมฆาหยุดเดี๋ยวนี้นะ คิดจะทำอะไร”“แกนี่มันจมูกไวเหมือนนะ แล้วทำไมมาคนเดียวล่ะ เจ้านายแกไปไหน...”“ฉันมาเจรจากับคุณดี ๆ ปล่อยตัวคุณพระพายมาให้เรา แล้วฉันจะถือเสียว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น”“ยโสเหมือนเจ้านายไม่มีผิด พระพายเป็นของฉันทำไมฉันต้องคืนให้เจ้านายแกด้วย”พระพายถูกมัดติดกับเก้าอี้อย่างแน่นหนาและยังไม่ได้สติ ส่วนเมฆา ในเวลานี้ไม่เหลือเค้าโครงเพื่อนที่แสนดีอีกต่อไป“คุณก็ทราบดีว่าพระพายไม่ใช่ของคุณ พระพายสมสู่กับคุณท่านแล้ว คุณจะมาครอบครองเขาไม่ได้”“แล้วใครบอกแกว่าฉันจะครอบครองมัน ฉันอุตส่าห์อดทนปกป้อง ดูแลมันมาจากแวมไพร์ตนอื่นมานานหลายปี แต่สุดท้ายมันกลับมอบทั้งเลือดอันบริสุทธิ์และพรหมจรรย์ให้เจ้านายของแก ก็ดีฉันจะได้ตัดสินใจอะไร ๆ ให้มันง่ายขึ้น”ปลายเล็บเกลี่ยลงไปที่แก้มเนียนของพระพายก่อนจะปรากฏเป็นรอยแผลเล็ก ๆ ที่มีเลือดไหลซึมออกมาเมฆาแลบลิ้นเพื่อลิ้มรสอันหอมหวานจากปลายนิ้วของตัวเอง“คุณท่านไม่ปล่อยให้มันเกิดขึ้นแน่ ๆ”“แล้วภาคินทร์มันจะทำอะไรได้ เพราะหลังจากที่ฉันดื่มเลือดของพระพายในคืนนี้แล้ว แม้แต่ร่างกายของพระพายก็คงจะไม่เหลือซากกลับไปหาภาคินทร์”เสียงขู่ค
ตอนที่ 56เธอรู้ว่าภาคินทร์กระวนกระวายใจมากแค่ไหนหากแต่สิ่งที่ต้องทำในวันนี้ ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน“คุณวางทุกอย่างไว้เดี๋ยวผมจัดการเอง ส่วนคุณรีบออกไปช่วยพระพาย อย่าให้เขาเป็นอันตรายเด็ดขาด”“คุณท่านแน่ใจเหรอคะ”“ผมทำมันมาเป็นร้อย ๆ ปี แค่นี้ทำไมผมถึงจะไม่แน่ใจ ตอนนี้สิ่งที่สำคัญคือพระพายต่างหาก”“ค่ะคุณท่าน ดิฉันจะรีบตามไปช่วยคุณพระพายให้เร็วที่สุด”เพลงพรวางถุงเลือดสำรองไว้ให้ภาคินทร์ ส่วนตัวเธอก็รีบออกจากคฤหาสน์ไปในทันที โชคไม่เข้าข้างเธอเพราะรถที่ซื้อเอาไว้จะมาถึงในอีกสองวัน เธอจึงจำเป็นต้องหารถสักคันที่พอจะพาเธอเดินทางไปตามตัวพระพายได้“อ้าว คุณคะมาทำอะไรแถวนี้ รถยังซ่อมไม่เสร็จเหรอคะ”“ฉันไม่มีเวลามาคุยกับคุณ”“คนอุตส่าห์ถามดี ๆ จะไปที่ไหนล่ะ ฉันไปส่งคุณได้นะ”มีจันทร์ขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมาพอดีเห็นว่าเป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตาเลยกล่าวทักทาย แต่ดูท่าทางตัวของอีกฝ่ายจะไม่อยากสนทนากับเธอสักเท่าไร“ว่าไงคะ ดูท่าทางรีบร้อนไม่ต้องเล่นตัวก็ได้ค่ะ ฉันไม่คิดเงิน จะไปที่ไหนก็บอก”“ต่อให้คุณคิดฉันก็มีปัญญาจ่าย คุณช่วยขับไปตามที่ฉันบอกทีได้ไหม แบบด่วนที่สุดฉันรีบ”“ได้ค่ะ งั้นขึ้นมาเลย”ทางเลือก
ตอนที่ 55“ไอ้พายทางนี้”“เออมึง นายมันเป็นบ้างวะ”“อยู่ในห้องฉุกเฉิน แล้วนี่มึงมายังไง”“คุณภาคินทร์ให้คนมาส่ง”เมฆามองไปด้านหลังเห็นชายชุดดำสองคนยืนเฝ้าพระพายอยู่ ภาคินทร์คงระวังตัวเอาไว้อยู่แล้ว เพราะเขารู้ดีว่าวันนี้อันตรายมากขนาดไหน แต่ที่ยอมให้ออกมาก็คงเพราะเห็นแก่พระพายที่เป็นห่วงน้องชายตัวเอง“หมอเข้าไปนานหรือยัง ปกตินายมันแข็งแรงมากนะ ทำไมจู่ ๆ ถึงมาป่วยหนักได้”“กูก็ไม่รู้เหมือนกัน จริง ๆ มันป่วยมาตั้งแต่ต้นสัปดาห์ หาหมอกินยาแล้วแต่ไม่ดีขึ้น จู่ ๆ วันนี้ก็มาทรุดอีก โชคดีกูแวะไปหามันที่บ้าน”เมฆาแสดงสีหน้าเป็นห่วง เขาเองรู้จักพระพายมานานหลายปี สองพี่น้องรักกันมาก เขาถึงได้มั่นใจว่าพระพายจะไม่มีทางปล่อยพระนายอยู่ที่โรงพยาบาลตามลำพังแน่นอน“มึงใจเย็น ๆ ก่อน มานั่งพักมา หมอเข้าไปสักพักแล้วเดี๋ยวก็คงออกมา”เมฆาพาพระพายมานั่งพักที่เก้าอี้หน้าห้องฉุกเฉิน โดยทุกการกระทำของทั้งคู่อยู่ในสายตาคนของภาคินทร์ตลอดเวลา“แล้วนี่คุณภาคินทร์เขาต้องส่งคนมาเฝ้ามึงขนาดนี้เลยเหรอวะ แค่มาโรงพยาบาล”“อืม ก็นิดหน่อย”“อย่างกับหนังมาเฟีย กูนึกว่ามึงเป็นผู้ร้ายหนีคดีซะอีก”“มึงก็เวอร์”“เอ้าก็ดูดิ จู
ตอนที่ 54เช่นนั้นเขาก็คงไม่จำเป็นต้องทนยอมดูเฉย ๆ อีกต่อไป“อีกไม่นานจะถึงคืนพระจันทร์เต็มดวงที่จะเวียนบรรจบมาอีกครั้ง เราจะไปพาตัวพระพายออกมาจากที่นั่น”“แล้วนายท่านจะทำยังไงครับ ผมว่าวันนั้นทางคนของอีแวนสันก็คงจะเตรียมรับมือเอาไว้แน่ ๆ”“ภาคินทร์มันแค่ห่วงว่าจะกันพระพายออกจากแวมไพร์ตัวอื่นได้ยังไง แต่อย่าลืมสิว่าฉันไม่ใช่แวมไพร์ที่พระพายรู้จักเพราะฉันเป็นเพื่อนสนิทของเขากับน้องชายเขาต่างหาก”ผงเครื่องดื่มที่เมฆาอ้างว่าซื้อมาจากเมืองจีน และอยากให้พระนายลองดื่มดูจะช่วยให้หลับสบายขึ้น ด้วยช่วงนี้เห็นเพื่อนรักทำงานจนดึกดื่นจึงนึกเป็นห่วงพระนายไม่รอช้าทันทีที่กลับมาบ้าน น้ำอุ่นในกาน้ำถูกเทใส่แก้วตามด้วยผงชาสีดำในคราวแรกที่เทลงไปสีน้ำดูน่ากลัวจนเขาไม่กล้ายกขึ้นดื่มแต่ด้วยกลิ่นหอมรัญจวนชวนให้อยากลิ้มลอง เขาจึงจิบมันเพียงเล็กน้อยและพบว่ารสชาติของมันแตกต่างจากภาพลักษณ์โดยสิ้นเชิง“สงสัยบ้านเขาจะชอบกินอะไรแบบนี้ แต่ก็อร่อยดีเหมือนกัน”พระนายยกดื่มเสียจนหมดแก้วก่อนจะอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอนในเวลานี้แอร์ที่ถูกเปิดไว้ก็ไม่ช่วยให้ร่างกายรู้สึกเย็นเลยสักนิดพระนายนอนเหงื่อไหลเต็มใบหน้า กลิ้งไปมา
ตอนที่ 53วันต่อมา พระนายโทร.มาในตอนบ่ายบอกว่า ช่วงเย็นอยากแวะมากินข้าวด้วย พระพายพยายามปฏิเสธแต่สุดท้ายก็จนมุมจำต้องยอมให้น้องชายมาหา“แกจะมาอะไรบ่อย ๆ วะไอ้นาย นี่มันบ้านคุณภาคินทร์เขานะ ยังไงก็เกรงใจเขาหน่อย”“ก็เขาเป็นคนบอกเองว่าอยากจะมาที่นี่เมื่อไหร่ก็ได้ตามที่ต้องการ”“เขาก็พูดตามมารยาทแล้วนี่ไอ้เมฆก็อีกคน ไม่ห้ามมันหน่อยวะ”“ขี้เกียจห้าม อีกอย่างบ้านนี้ก็เลี้ยงอาหารดีจะตาย กูจะพลาดได้ไง”และตลอดทั้งสัปดาห์พระนายกับเมฆาก็มาฝากท้องที่คฤหาสน์ของอีแวนสันแบบวันเว้นวัน โดยที่คนหนักใจดูเหมือนว่าจะเป็นพระพายเสียมากกว่าส่วนเจ้าของบ้านอย่างภาคินทร์ก็ดูไม่ได้ยี่หระกับความวุ่นวายของทั้งสองคน เพียงแต่เขาจับตาดูเมฆาเอาไว้เป็นพิเศษซึ่งจนถึงตอนนี้เมฆาก็ยังดูปกติดี ยังไม่ได้มีท่าทีใด ๆ“คุณภาคินทร์ไม่น่าไปบอกไอ้นายว่าให้มันมาที่นี่ได้ตามต้องการเลยครับ ดูสิ อีกนิดมันก็แทบจะขนข้าวของเข้ามาอยู่ด้วยแล้วนะครับ”“แต่มันก็ช่วยให้คุณรู้สึกเบื่อน้อยลงไม่ใช่หรือไง”“แต่ผมเกรงใจ”“บ้านผมก็เหมือนบ้านคุณ คุณต้อนรับคนของคุณได้ตามสบายแค่อย่าให้เขามาวุ่นวายในสิ่งที่มันไม่สมควรก็พอ”“นั่นแหละครับที่ผมกังวล