LOGIN“คือผมบ่นกับกิ่งว่าอยากกินอาหารข้างถนนบ้างครับ เธอก็เลยไปหามาให้”
พระพายรีบช่วยกิ่งแก้วแก้ต่างเพราะกลัวว่าภาคินทร์จะเข้าใจผิดจนไปตำหนิเธอได้
“แต่คุณควรกินอาหารที่สะอาด และมีประโยชน์ต่อร่างกายเพื่อความแข็งแรงและสมบูรณ์นะครับ”
ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะกลายเป็นพระพายเสียเองที่กำลังถูกภาคินทร์ตำหนิ
“คุณภาคินทร์ครับ
เมื่อก่อนผมทำงาน กินข้าวข้างทางมาตั้งไม่รู้เท่าไร พอมาเจออาหารดี ๆ หลาย ๆ วันติดกันเข้าผมก็เบื่อนะครับ ผมขออาทิตย์ละมื้อก็ได้ที่ให้กิ่งช่วยเตรียมอาหารให้ผม”ภาคินทร์มองแววตาออดอ้อนคู่นั้นแล้วถอนหายใจออกมา เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกพ่ายแพ้ให้แก่มนุษย์
“ก็ได้ครับ แต่ผมให้คุณสัปดาห์ละหนึ่งวันเท่านั้นนะครับ”
“แค่วันเดียวก็ดีมากแล้วครับ งั้นผมขอตัวไปกินข้าวก่อนนะครับ คุณภาคินทร์จะไปกินพร้อมกันเลยไหมครับ”
เมื่อได้รับอนุญาตแววตาของพระพายก็เป็นประกายราวกับเด็กน้อยที่กำลังจะได้ของเล่นชิ้นใหม่
“ไม่ครับ เดี๋ยวผมจะกลับขึ้นไปพัก เชิญคุณพระพายตามสบาย ส่วนกิ่งแก้ว...”
“ค่ะ คุณท่าน”
“ก็ดูแลอาหารของคุณพระพายดี ๆ แล้วกัน”
ภาคินทร์เอ่ยเตือนหน้าที่สำคัญของกิ่งแก้วที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ดั่งที่เคยรับปากเพลงพรเอาไว้
“รับทราบค่ะคุณท่าน”
“ถ้าอย่างนั้นเชิญพวกคุณตามสบาย ส่วนผมก็จะขึ้นข้างบนแล้วเช่นกัน”
ภาคินทร์ไม่อยากขัดใจพระพายถึงแม้เขาจะไม่ต้องการให้พระพายกินอาหารพวกนั้น แต่ก็เข้าใจว่าพระพายคงเบื่อเมนูที่เพลงพรจัดไว้ให้ถึงขนาดเอ่ยปากบอกกิ่งแก้วด้วยตัวเอง ทั้ง ๆ ที่ปกติเป็นคนขี้เกรงใจ
เขาจึงเลือกที่จะอนุญาตให้กิ่งแก้วจัดการได้ตามที่พระพายขอ และมันก็ดูเหมือนจะคุ้มค่าเมื่อพระพายก็ดูยิ้มดีใจจนออกนอกหน้า ถึงแม้จะได้รับสิทธิ์เพียงอาทิตย์ละวันก็ตาม
“คิดว่าจะโดนคุณท่านดุแล้วนะคะ”
พระพายนั่งกินส้มตำ ข้าวเหนียว ไก่ย่างราวกับอดอยากมานาน ทั้ง ๆ ที่เขาก็ได้กินอิ่มกับเมนูอาหารดี ๆ อยู่ทุกวัน
“ปกติคุณภาคินทร์เป็นคนดุเหรอครับ”
“ไม่หรอกค่ะ แต่คุณท่านพูดนิ่ง ๆ เงียบ ๆ ก็เลยดูน่ากลัว”
“ก็จริงนะครับ แต่ผมว่าคุณภาคินทร์เขาใจดีนะ”
พระพายพูดไปตามที่คิด
ภาคินทร์อาจจะมีนิสัยนิ่ง ๆ พูดเสียงเรียบแบบที่กิ่งแก้วบอกก็จริง แต่การกระทำตรงข้ามกับบุคลิกพวกนั้นโดยสิ้นเชิง
“พรุ่งนี้เป็นวันหยุดของกิ่ง คุณพระพายอยากกินอะไรก็แจ้งทางคุณเพลงพรแทนนะคะ”
“อ๋อ ครับ กิ่งหยุดทุกวันเสาร์เหรอ”
“เปล่าค่ะ กิ่งจะมีวันหยุดเดือนละครั้งแล้วแต่ว่าทางคุณเพลงพรจะแจ้งมา แต่กิ่งก็ไม่ได้อยู่ในบ้านหรอกค่ะคุณเพลงพรให้กิ่งไปข้างนอก ห้ามไม่ให้กิ่งมาวุ่นวายวันหยุด”
พระพายไม่ได้พูดอะไรออกไป เพราะสิ่งที่เป็นความจริงภาคินทร์กับเพลงพรคงไม่ต้องการให้กิ่งมารับรู้ถึงเลือกที่จะบอกเธอแบบนั้น
“แล้วแบบนี้วันหยุดกิ่งต้องไปพักข้างนอกเหรอครับ”
“ค่ะ กิ่งโชคดีบังเอิญไปรู้จักเจ้าของร้านขายเครื่องรางที่อยู่ซอยถัดไป คุยไปคุยมาเขามีห้องว่างก็เลยให้กิ่งไปพักได้แลกกับช่วยทำความสะอาดร้านค่ะ”
เมื่อเห็นว่าพระพายไม่ได้ต้องการอะไรเพิ่มเติม กิ่งแก้วจึงขอตัวกลับไปทำงานในส่วนอื่น ๆ ต่อ
[อาทิตย์หน้าผมปิดโพรเจกต์ ผมจะแวะไปหาพี่ที่บ้านอีแวนสัน]
หลังอาหารมื้อเย็น น้องชายฝาแฝดของพระพายก็โทร.เข้ามาพร้อมกับแจ้งข่าวเรื่องที่เขาจะมาหาพระพายตามที่เคยบอกเอาไว้
จนถึงตอนนี้พระนายก็ไม่เชื่ออยู่ดีว่าพี่ชายของเขาจะได้ทำงานกับทางดิไอเทม
“เออ จะมาตอนไหนก็มาฉันอยู่ที่บ้านนี้ตลอดแล้วเดี๋ยวจะบอกคุณภาคินทร์ไว้ให้”
[ถ้าผมไปแล้วมันไม่ดีแบบที่พี่คุยโม้ไว้นะ ผมจะลากคอพี่กลับบ้าน]
ก๊อก ๆ ๆ
“พูดมากมีอะไรอีกไหม”
[ไม่มี แค่นี้แหละ]
แล้วพระนายก็กดวางสายไป
ก๊อก ๆ ๆ
ตอนที่ 58“พระพายได้ยินผมหรือเปล่า”ภาคินทร์ค่อย ๆ ประคองพระพายนอนลงบนเตียง แล้วก้มลงกระซิบข้างหูของพระพายเบา ๆไม่นานเขาก็รู้สึกตัว“คุณภาคินทร์ ผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”“ผมเป็นคนพาคุณมาเอง เกือบไปแล้วนะรู้หรือเปล่า”“เกือบอะไรเหรอครับ ผมจำได้ว่าตอนแรกผมอยู่ที่โรงพยาบาลกับเมฆ... แล้วหลังจากนั้น”พระพายพยายามนึกเหตุการณ์ที่โรงพยาบาลในตอนที่เขาคิดว่าตัวเองยังพอมีสติ แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก“แล้วพระนาย...”“น้องชายคุณจะไม่เป็นอะไร แต่เห็นทีเราคงต้องมาจัดการเรื่องของคุณสองคนกันใหม่”“หมายความว่ายังไงครับ”“คนสุดท้ายที่คุณอยู่ด้วยคือใคร คุณจำได้หรือเปล่า”“ก็ไอ้เมฆไงครับ”“คุณชอบศึกษาเรื่องแวมไพร์มากใช่ไหม คุณรู้จักตระกูลอีแวนสัน แล้วคุณเคยได้ยินเรื่องของตระกูลที่เป็นคู่แข่งของอีแวนสันหรือเปล่า”ภาคินทร์ถามกลับอย่างใจเย็น ถึงอย่างไรวันนี้พระพายก็ต้องรู้เรื่องของเพื่อนสนิทตัวเอง“หมายถึงตระกูลโรเจอร์เหรอครับ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเมฆ”“คุณลองปะติดปะต่อดูสิพระพาย คุณไม่ใช่คนโง่”“คุณภาคินทร์กำลังจะบอกผมว่าเมฆคือแวมไพร์ของตระกูลโรเจอร์เหรอครับ”เพียงแค่คิดขึ้นมาก็ชักจะเริ่มกลืนน้ำลายลงคอลำบากเต
ตอนที่ 57“คุณเมฆาหยุดเดี๋ยวนี้นะ คิดจะทำอะไร”“แกนี่มันจมูกไวเหมือนนะ แล้วทำไมมาคนเดียวล่ะ เจ้านายแกไปไหน...”“ฉันมาเจรจากับคุณดี ๆ ปล่อยตัวคุณพระพายมาให้เรา แล้วฉันจะถือเสียว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น”“ยโสเหมือนเจ้านายไม่มีผิด พระพายเป็นของฉันทำไมฉันต้องคืนให้เจ้านายแกด้วย”พระพายถูกมัดติดกับเก้าอี้อย่างแน่นหนาและยังไม่ได้สติ ส่วนเมฆา ในเวลานี้ไม่เหลือเค้าโครงเพื่อนที่แสนดีอีกต่อไป“คุณก็ทราบดีว่าพระพายไม่ใช่ของคุณ พระพายสมสู่กับคุณท่านแล้ว คุณจะมาครอบครองเขาไม่ได้”“แล้วใครบอกแกว่าฉันจะครอบครองมัน ฉันอุตส่าห์อดทนปกป้อง ดูแลมันมาจากแวมไพร์ตนอื่นมานานหลายปี แต่สุดท้ายมันกลับมอบทั้งเลือดอันบริสุทธิ์และพรหมจรรย์ให้เจ้านายของแก ก็ดีฉันจะได้ตัดสินใจอะไร ๆ ให้มันง่ายขึ้น”ปลายเล็บเกลี่ยลงไปที่แก้มเนียนของพระพายก่อนจะปรากฏเป็นรอยแผลเล็ก ๆ ที่มีเลือดไหลซึมออกมาเมฆาแลบลิ้นเพื่อลิ้มรสอันหอมหวานจากปลายนิ้วของตัวเอง“คุณท่านไม่ปล่อยให้มันเกิดขึ้นแน่ ๆ”“แล้วภาคินทร์มันจะทำอะไรได้ เพราะหลังจากที่ฉันดื่มเลือดของพระพายในคืนนี้แล้ว แม้แต่ร่างกายของพระพายก็คงจะไม่เหลือซากกลับไปหาภาคินทร์”เสียงขู่ค
ตอนที่ 56เธอรู้ว่าภาคินทร์กระวนกระวายใจมากแค่ไหนหากแต่สิ่งที่ต้องทำในวันนี้ ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน“คุณวางทุกอย่างไว้เดี๋ยวผมจัดการเอง ส่วนคุณรีบออกไปช่วยพระพาย อย่าให้เขาเป็นอันตรายเด็ดขาด”“คุณท่านแน่ใจเหรอคะ”“ผมทำมันมาเป็นร้อย ๆ ปี แค่นี้ทำไมผมถึงจะไม่แน่ใจ ตอนนี้สิ่งที่สำคัญคือพระพายต่างหาก”“ค่ะคุณท่าน ดิฉันจะรีบตามไปช่วยคุณพระพายให้เร็วที่สุด”เพลงพรวางถุงเลือดสำรองไว้ให้ภาคินทร์ ส่วนตัวเธอก็รีบออกจากคฤหาสน์ไปในทันที โชคไม่เข้าข้างเธอเพราะรถที่ซื้อเอาไว้จะมาถึงในอีกสองวัน เธอจึงจำเป็นต้องหารถสักคันที่พอจะพาเธอเดินทางไปตามตัวพระพายได้“อ้าว คุณคะมาทำอะไรแถวนี้ รถยังซ่อมไม่เสร็จเหรอคะ”“ฉันไม่มีเวลามาคุยกับคุณ”“คนอุตส่าห์ถามดี ๆ จะไปที่ไหนล่ะ ฉันไปส่งคุณได้นะ”มีจันทร์ขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมาพอดีเห็นว่าเป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตาเลยกล่าวทักทาย แต่ดูท่าทางตัวของอีกฝ่ายจะไม่อยากสนทนากับเธอสักเท่าไร“ว่าไงคะ ดูท่าทางรีบร้อนไม่ต้องเล่นตัวก็ได้ค่ะ ฉันไม่คิดเงิน จะไปที่ไหนก็บอก”“ต่อให้คุณคิดฉันก็มีปัญญาจ่าย คุณช่วยขับไปตามที่ฉันบอกทีได้ไหม แบบด่วนที่สุดฉันรีบ”“ได้ค่ะ งั้นขึ้นมาเลย”ทางเลือก
ตอนที่ 55“ไอ้พายทางนี้”“เออมึง นายมันเป็นบ้างวะ”“อยู่ในห้องฉุกเฉิน แล้วนี่มึงมายังไง”“คุณภาคินทร์ให้คนมาส่ง”เมฆามองไปด้านหลังเห็นชายชุดดำสองคนยืนเฝ้าพระพายอยู่ ภาคินทร์คงระวังตัวเอาไว้อยู่แล้ว เพราะเขารู้ดีว่าวันนี้อันตรายมากขนาดไหน แต่ที่ยอมให้ออกมาก็คงเพราะเห็นแก่พระพายที่เป็นห่วงน้องชายตัวเอง“หมอเข้าไปนานหรือยัง ปกตินายมันแข็งแรงมากนะ ทำไมจู่ ๆ ถึงมาป่วยหนักได้”“กูก็ไม่รู้เหมือนกัน จริง ๆ มันป่วยมาตั้งแต่ต้นสัปดาห์ หาหมอกินยาแล้วแต่ไม่ดีขึ้น จู่ ๆ วันนี้ก็มาทรุดอีก โชคดีกูแวะไปหามันที่บ้าน”เมฆาแสดงสีหน้าเป็นห่วง เขาเองรู้จักพระพายมานานหลายปี สองพี่น้องรักกันมาก เขาถึงได้มั่นใจว่าพระพายจะไม่มีทางปล่อยพระนายอยู่ที่โรงพยาบาลตามลำพังแน่นอน“มึงใจเย็น ๆ ก่อน มานั่งพักมา หมอเข้าไปสักพักแล้วเดี๋ยวก็คงออกมา”เมฆาพาพระพายมานั่งพักที่เก้าอี้หน้าห้องฉุกเฉิน โดยทุกการกระทำของทั้งคู่อยู่ในสายตาคนของภาคินทร์ตลอดเวลา“แล้วนี่คุณภาคินทร์เขาต้องส่งคนมาเฝ้ามึงขนาดนี้เลยเหรอวะ แค่มาโรงพยาบาล”“อืม ก็นิดหน่อย”“อย่างกับหนังมาเฟีย กูนึกว่ามึงเป็นผู้ร้ายหนีคดีซะอีก”“มึงก็เวอร์”“เอ้าก็ดูดิ จู
ตอนที่ 54เช่นนั้นเขาก็คงไม่จำเป็นต้องทนยอมดูเฉย ๆ อีกต่อไป“อีกไม่นานจะถึงคืนพระจันทร์เต็มดวงที่จะเวียนบรรจบมาอีกครั้ง เราจะไปพาตัวพระพายออกมาจากที่นั่น”“แล้วนายท่านจะทำยังไงครับ ผมว่าวันนั้นทางคนของอีแวนสันก็คงจะเตรียมรับมือเอาไว้แน่ ๆ”“ภาคินทร์มันแค่ห่วงว่าจะกันพระพายออกจากแวมไพร์ตัวอื่นได้ยังไง แต่อย่าลืมสิว่าฉันไม่ใช่แวมไพร์ที่พระพายรู้จักเพราะฉันเป็นเพื่อนสนิทของเขากับน้องชายเขาต่างหาก”ผงเครื่องดื่มที่เมฆาอ้างว่าซื้อมาจากเมืองจีน และอยากให้พระนายลองดื่มดูจะช่วยให้หลับสบายขึ้น ด้วยช่วงนี้เห็นเพื่อนรักทำงานจนดึกดื่นจึงนึกเป็นห่วงพระนายไม่รอช้าทันทีที่กลับมาบ้าน น้ำอุ่นในกาน้ำถูกเทใส่แก้วตามด้วยผงชาสีดำในคราวแรกที่เทลงไปสีน้ำดูน่ากลัวจนเขาไม่กล้ายกขึ้นดื่มแต่ด้วยกลิ่นหอมรัญจวนชวนให้อยากลิ้มลอง เขาจึงจิบมันเพียงเล็กน้อยและพบว่ารสชาติของมันแตกต่างจากภาพลักษณ์โดยสิ้นเชิง“สงสัยบ้านเขาจะชอบกินอะไรแบบนี้ แต่ก็อร่อยดีเหมือนกัน”พระนายยกดื่มเสียจนหมดแก้วก่อนจะอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอนในเวลานี้แอร์ที่ถูกเปิดไว้ก็ไม่ช่วยให้ร่างกายรู้สึกเย็นเลยสักนิดพระนายนอนเหงื่อไหลเต็มใบหน้า กลิ้งไปมา
ตอนที่ 53วันต่อมา พระนายโทร.มาในตอนบ่ายบอกว่า ช่วงเย็นอยากแวะมากินข้าวด้วย พระพายพยายามปฏิเสธแต่สุดท้ายก็จนมุมจำต้องยอมให้น้องชายมาหา“แกจะมาอะไรบ่อย ๆ วะไอ้นาย นี่มันบ้านคุณภาคินทร์เขานะ ยังไงก็เกรงใจเขาหน่อย”“ก็เขาเป็นคนบอกเองว่าอยากจะมาที่นี่เมื่อไหร่ก็ได้ตามที่ต้องการ”“เขาก็พูดตามมารยาทแล้วนี่ไอ้เมฆก็อีกคน ไม่ห้ามมันหน่อยวะ”“ขี้เกียจห้าม อีกอย่างบ้านนี้ก็เลี้ยงอาหารดีจะตาย กูจะพลาดได้ไง”และตลอดทั้งสัปดาห์พระนายกับเมฆาก็มาฝากท้องที่คฤหาสน์ของอีแวนสันแบบวันเว้นวัน โดยที่คนหนักใจดูเหมือนว่าจะเป็นพระพายเสียมากกว่าส่วนเจ้าของบ้านอย่างภาคินทร์ก็ดูไม่ได้ยี่หระกับความวุ่นวายของทั้งสองคน เพียงแต่เขาจับตาดูเมฆาเอาไว้เป็นพิเศษซึ่งจนถึงตอนนี้เมฆาก็ยังดูปกติดี ยังไม่ได้มีท่าทีใด ๆ“คุณภาคินทร์ไม่น่าไปบอกไอ้นายว่าให้มันมาที่นี่ได้ตามต้องการเลยครับ ดูสิ อีกนิดมันก็แทบจะขนข้าวของเข้ามาอยู่ด้วยแล้วนะครับ”“แต่มันก็ช่วยให้คุณรู้สึกเบื่อน้อยลงไม่ใช่หรือไง”“แต่ผมเกรงใจ”“บ้านผมก็เหมือนบ้านคุณ คุณต้อนรับคนของคุณได้ตามสบายแค่อย่าให้เขามาวุ่นวายในสิ่งที่มันไม่สมควรก็พอ”“นั่นแหละครับที่ผมกังวล