เข้าสู่ระบบ‘ว๊าาาาก โต๊ยแม่ญิง! งูค๊บเปิ้น! ขะใจ๋โวย ๆ!’
เสียงแหกปากด้วยความตื่นตระหนกของมนุษย์ลุงคำปันทำเอายักษิณีสาวปั้นหน้าไม่ถูก รีบกระโดดลงจากโขดหินด้วยความรวดเร็วก่อนจะมีมนุษย์มากมายแห่กันมาเพราะเสียงร้องโหวกเหวกของคำปัน
“ลุงใจเย็นก่อน...ฉันไม่ได้เป็นไร ๆ มันแค่เลื้อยมารัดแล้วไป ๆ”
แสนหลงรีบอธิบายด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะกลายเป็นเรื่องยุ่งไปมากกว่าเดิมเพราะมีเจ้าหน้าที่อุทยานวิ่งหน้าตื่นมาทางเธอและคำปัน
“จะอั้นก่อ...”
คำปันกวาดตาสำรวจร่างระหงที่เปียกปอนแต่ยังดูแข็งแรงดี ค่อยถอนใจเฮือกใหญ่
“เฮ้อ! ซว่างอ๊กซว่างใจ๋”
“ไปบอกเจ้าหน้าที่เถอะลุง วิ่งตาลีตาลานกันไปหมดแล้วนั่นนะ”
“...”
ยักษิณีสาวเหลือบมองเจ้าหน้าที่อุทยานหลายคนที่เข้ามารุมล้อมรอบตัวมนุษย์ลุงคำปันอย่างกับแฟนคลับขอลายเซ็นดาราแล้วค่อยโล่งอก ฉวยกระเป๋าใบเล็กแล้วเดินเข้าไปในป่าทึบกว่าเดิมนิดหน่อยเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่ก็ยังไม่วายเงี่ยหูฟังบทสนทนาของพวกเจ้าหน้าที่อุทยาน...ฟังแล้วเหมือนกำลังพยายามหาทางติดสินบนลุงคำปัน เพื่อให้มาขอเบอร์โทรศัพท์เธอมากกว่าจะเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย?
มนุษย์ก็แบบนี้ละนะ เห็นสวยหน่อยไม่ได้เลย...
อยากจะรู้นัก ว่าถ้ารู้ว่าเธอเป็น ‘ยักษ์’ จะยังเหลืออารมณ์พิศวาสแบบนี้อยู่หรือเปล่า?...แต่เธอว่า คงวิ่งป่าราบกันหมดแน่ ๆ
แสนหลงรอจนเสียงพูดคุยเลือนหายไป ค่อยกลับออกมาจากพุ่มไม้ด้านหลังด้วยท่าทางผ่อนคลาย มือบางยังคงใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดผมที่ใกล้แห้งเต็มทีไปเรื่อย ๆ โดยไม่สนใจเครื่องหมายคำถามบนใบหน้าของคำปัน
“ฉันบอกลุงแล้วไง ว่าในกระเป๋าเป้ที่พกมามีทุกอย่าง”
ช่วยขยายความให้นิดหน่อย
“ออ ๆ”
“ลุงมีอะไรอุ่น ๆ ให้กินไหม? แช่น้ำนานไปเลยเหมือนจะหนาวขึ้นมา”
ยักษิณีสาวที่เล่นน้ำติดต่อกันอยู่นานหลายชั่วโมงบอกเสียงอ่อน อันที่จริงเธอก็ไม่ได้รู้สึกหนาวอะไรหรอก แค่พูดไปตามที่พี่สาวทั้งสองเคยสั่งสอนไว้เท่านั้นเอง...
‘เวลาที่ทำอะไรเป็นเวลานาน ๆ ให้บอกไปว่าเหนื่อยแล้ว อยากพัก...พูดอะไรก็ได้ที่ฟังดูอ่อนแอ ๆ’
‘เพื่อ?’
‘เดี๋ยวจะโดนจับได้ว่าไม่ใช่มนุษย์นะสิ!’
‘อืม ๆ จะจำไว้’
มนุษย์ลุงคำปันขมวดคิ้วไปกับคำพูดของเธอ ก่อนจะทำท่าเลิกลักเหมือนจะทำตัวไม่ถูกไปชั่วขณะ จนยักษิณีสาวชักจะกังวลไปกับท่าทางนั้น ทึกทักเอาเองว่าตัวเองอาจจะยังทำตัวแข็งแรงเกินไป โดยไม่รู้เลยว่าที่คำปันออกอาการกระวนกระวายให้เห็นเป็นเพราะกังวลว่าเธอจะป่วย!
อืม หรือว่าต้องอ่อนแอกว่านี้หว่า?
แสนหลงเม้มปากอย่างยักษ์ใช้ความคิด ก่อนจะตัดสินใจว่าตัวเองจะต้องทำตัวให้น่าสงสารมาก ๆ หน่อย ลุงคำปันจะได้ไม่สงสัย
“แค๊ก ๆ ฉันหนาวมากจริง ๆ นะลุง...พอจะมีอะไรที่ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นได้บ้างไหม?”
คำปันหน้าเสียทันที ก่อนจะบ่นไฟแลบเป็นภาษาพื้นเมืองที่เธอฟังแล้วไม่เข้าใจสักนิด จับใจความได้แค่ว่า...บอกให้เธอไปนั่งรอที่ศาลา? ส่วนตัวเองก็วิ่งตัวปลิวไปเอาของที่รถ
ฮึฮึ! เราก็เล่นละครเก่งเหมือนกันแฮะ
ไหนใครบอกว่าโลกมนุษย์อยู่ยาก? แค่นี้ถือว่าจิ๊บจ๊อยมาก!
แล้วนางยักษ์นามว่าแสนหลงก็เริ่มเข้าใจว่า ‘อยู่ยาก’ มันเป็นยังไง เมื่อมนุษย์ลุงคำปันกลับมาพร้อมเครื่องดื่มสูตรพิเศษที่มีสรรพคุณในการช่วยให้ร่างกายอบอุ่น...เหล้าเถื่อนขวดใหญ่!
แสนหลงเบ้หน้าเมื่อได้กลิ่นฉุนของน้ำสีขาวในขวด แต่จะปฏิเสธว่าหายหนาวแล้วก็กลัวจะโดนจับได้ว่าตัวเองไม่ใช่มนุษย์ เลยจำใจต้องกระดกเหล้าเถื่อนสูตรพิเศษของคำปันเข้าไปอึกใหญ่
“อุ่นขึ้นแม่นก่อ?” คำปันถามอย่างกระตือรือร้น
“อือ”
อาการร้อนวาบที่กลางอกทำให้แสนหลงพยักหน้าหงึกหงัก
“...เป็นจะได ไป๋โฮงยาก่อ?” คำปันถามด้วยความกังวล
“ดีขึ้นแล้ว ๆ แต่ฉันว่ากลับที่พักเลยดีกว่า...ลุงไปส่งฉันเลยก็ได้ ไม่เที่ยวแล้ว”
แสนหลงบอกไปแบบนั้นเพราะเธอเริ่มมึน ๆ กับแอลกอฮอล์ดีกรีแรงที่ตัวเองกระดกไปเกือบครึ่งขวด
“บ่ไป๋โฮงยาแท้ก๊า?”
“อยากกลับไปพักมากกว่า ๆ”
ประโยคสนทนาของสองแม่ลูกทำเอาข้ามสมุทรนึกอยากกุมขมับขึ้นมาเสียเฉย ๆ ชักสงสัยว่าตัวเองคิดถูกหรือผิดที่ตามใจภรรยายักษา ด้วยการทำเรื่องขออนุญาตนำบุตรสาวกลับมาอยู่บนโลกมนุษย์ในช่วงปิดเทอมฤดูหนาวในตอนแรกก็เหมือนจะติดปัญหาอยู่บ้าง เพราะชาวโลกบรรพกาลนั้นไม่ได้รับอนุญาตให้ออกมายังโลกมนุษย์ก่อนบรรลุนิติภาวะ แต่เพราะว่าเป็นเด็กเลือดผสมที่เกิดจากมนุษย์และยักษา ลูก ๆ ของเขาจึงได้รับการอนุญาตมาเป็นกรณีพิเศษ...“แดดดี๊ ๆ ทำไมหม่ามี๊ถึงสอนซนแบบนั้นล่ะ?”เสียงเล็ก ๆ ของเด็กอีกคนที่มีใบหน้าเหมือนกับแสนซนทุกประการ เงยหน้าขึ้นจากการทำการบ้านแล้วเอ่ยถาม“แสบไม่เห็นเข้าใจเลย?”ข้ามสมุทรลูบหัวบุตรสาวอีกตนที่มีนามว่า...แสนแสบ เบา ๆ คล้ายจะเอ็นดู ก่อนจะหยิบคุกกี้ชิ้นโตขึ้นมาหักเป็นชิ้นพอดีคำแล้วป้อนใส่ปากเล็กจิ้มลิ้มของเด็กหญิงที่นั่งอยู่ข้างกาย“ไม่เข้าใจก็ดีแล้ว...”จุมพิตกระหม่อมเล็กได้รูปหนัก ๆ ค่อยเปลี่ยนหัวข้อสนทนา“แล้วแสบทำการบ้านถึงไหนแล้วลูก?”“เกือบเสร็จแล้วค่ะ ทำการบ้านเสร็จแล้วเราไปเล่นวิ่งไล่จับกันนะคะ”แสนแสบบอกความต้องการของตนทันที ก่อนจะก้มลงเขียนหนังสืออีกครั้งเมื่อเป็นข้ามสมุทรระบายยิ้มเอ
วันนี้สวนกุหลาบที่อยู่ติดกับบ้านท้ายสวนของไร่ฟ้าครามเหมือนจะคึกคักเป็นพิเศษ ด้วยเพราะมีร่างเล็กป้อมและสองขาสั้น ๆ ของเด็กหญิงวัยห้าขวบเศษกำลังวิ่งตามร่างบางระหงที่เอาแต่วิ่งหนีอย่างไม่ลดละ ดวงตาสีดำอมน้ำตาลคู่สวยส่องประกายสดใสยามตัดสินใจกระโดดตะครุบข้อเท้าบางของอีกฝ่ายไว้!อืม ผลคือล้มคะมำหน้าคว่ำไปกับพื้นหญ้าทั้งคู่“หม่ามี๊...ซนเจ็บ!”เด็กน้อยร้องบอกหน้าเบ้ แต่ก็เหลียวซ้ายแลขวาคล้ายหาใครบางคนเหมือนนึกขึ้นได้ พอเห็นว่าร่างสูงของ ‘แดดดี๊’ ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่ศาลาริมน้ำก็ถอนใจเฮือกใหญ่ ค่อยรีบปัดเศษหญ้าที่ติดตามตัวออกด้วยตัวเอง ปัดเสร็จก็หันมาเขย่า ‘หม่ามี๊’ ที่นอนแผ่หลาอยู่บนพื้นอีกรอบ เห็นอีกฝ่ายทำเป็นไม่สนใจก็เขย่าซ้ำ“มี๊! ซนเจ็บ”“...เจ็บแล้วไง?”เจ้าของชื่อ ‘มี๊’ ที่หันมานอนตะแคงท้าวค้างมองเด็กน้อยที่นั่งเบ้หน้าอยู่ข้าง ๆ ร้องถาม ใบหน้าหวานสวยเหมือนจะเคร่งครึมขึ้นกว่าปกติหลายเท่า“...ซนหกล้ม เจ็บ”“ซนไม่ได้หกล้ม แต่ซนวิ่งมาตะครุบขามี๊ก็เลยล้มต่างหากละ”แสนหลงบอกพลางหรี่ตามองบุตรสาวคล้ายคาดโทษ มีอย่างที่ไหน? เล่นวิ่งแข่งแต่คว้าข้อเท้าเธอล้มซะหน้าคะมำเสียอย่างนั้น! คิดแล้วก็ได้แต่ส
“จริงเหรอพี่รัก!?”เสียงหวานเหมือนกังสดาลแก้วร้องถามด้วยความตื่นเต้นตกใจ มือบางที่กอดถังคุกกี้ด้วยความหวงแหนแทบจะกลายเป็นโยนฉลอง ทำเอาพี่สาวทั้งสองตนที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ต้องเบี่ยงตัวหลบตามสัญชาตญาณ แสนหลงฉีกยิ้มจนปากแทบฉีกถึงใบหู ก่อนจะปล่อยมือจากถังคุกกี้แล้วเขย่าร่างบางของแสนรักจนหัวสั่นหัวคลอนไปหมด“เออ! จริงสิ พี่จะโกหกเธอไปเพื่ออะไ...”ยังพูดไม่ทันจบประโยคยักษาตนน้องก็วิ่งตึงตังออกไปไวปานพายุหมุน“...?”“พี่รัก ๆ น้องมันไปตั้งแต่คำว่า ‘จริง’ แล้วละ”ผู้พิทักษ์ประตูกาลหยิบคุกกี้ที่เหลือในกระป๋องขึ้นมากินแล้วดูทีวีต่อไปราวกับไม่คิดใส่ใจ แต่ก็ยังมีน้ำใจแวะตบบ่ามนพี่สาวที่นั่งมองตาปริบ ๆ คล้ายปลอบใจ“...”แสนหลงวิ่งตึงตังตามหาข้ามสมุทรอยู่สักพัก พอเห็นว่าชายหนุ่มกำลังยืนรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้านก็พุ่งเข้าใส่ทันที“นายคราม!”เล่นเอามนุษย์เพียงหนึ่งเดียวในเมืองยักษาต้องถลาตัวเข้าไปรับแทบไม่ทัน เคราะห์ยังดีที่ปฏิกิริยาของชายหนุ่มค่อนข้างดี เลยสามารถช้อนรับร่างบางระหงไว้ได้...แถมยังอยู่ในท่าอุ้มเจ้าหญิงอีกด้วย!“...อย่าทำแบบนี้อีกนะ ใจหายใจคว่ำหมด!”ข้ามสมุทรเอ็ดเสียงเข้ม ก่อนจะกระชับวงแขนขึ
สองสามวันหลังจากที่ข้ามสมุทรและคนงานในไร่ต้องตื่นมาเก็บส้มตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสาง แสนหลงค่อยรู้ว่าออร์เดอร์มากมายที่ไหลทะลักเข้ามาในไร่แบบเร่งด่วนนั้น มีที่มาที่ไปจากเทศกาล...ตรุษจีน? และคงเห็นว่าเธอสนใจใคร่รู้เกี่ยวกับเทศกาลที่ไม่คุ้นเคยนี้อยู่มากพอสมควร ข้ามสมุทรเลยใจดีอธิบายเพิ่มเติมให้อีกเล็กน้อยว่า...วันตรุษจีนนั้นเป็นวันขึ้นปีใหม่ของมนุษย์ในอีกเขตพื้นที่หนึ่ง แต่เพราะจำนวนคนที่มีมากมายของพวกเขากระจัดกระจายกันไปอยู่ทั่วทุกมุมโลก วันตรุษจีนจึงจัดเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่มีอิทธิพลมาก ๆซึ่งส้มจากไร่ฟ้าครามก็น่าจะได้รับผลดีจากเทศกาลนี้มากพอสมควร เพราะส้มจัดว่าเป็นผลไม้มงคลชนิดหนึ่งที่พวกมนุษย์นิยมใช้กราบไหว้เทพเจ้า อืม...เทพเจ้าอย่างนั้นเหรอ?เสือขาวตัวน้อยเอียงคอคล้ายครุ่นคิด เธอก็ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องแบบนี้เท่าไร...คงเพราะวัฒนธรรมของสองโลกต่างกันอยู่พอสมควร และชาวโลกบรรพกาลก็เคารพนับถือแค่เพียงธรรมชาติเป็นหลักกระมัง?“คิดอะไรอยู่?”เสียงทุ้มของคนที่กำลังหยิบเงินใส่ซองสีแดงตั้งคำถาม‘คิดว่านายเอาเงินใส่ซองเพื่ออะไร?’ แสนหลงตอบกลับด้วยคำถาม นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่สงสั
งานเทศกาลของพวกมนุษย์นั้นมีเยอะมากจนแสนหลงจำได้ไม่หมด แต่ก็มีบางเทศกาลที่จำได้ค่อนข้างแม่น อาทิเช่น ประเพณีสงกรานต์ของมนุษย์แถบนี้ (จำได้เพราะรู้สึกว่ามันประหลาดที่พวกมนุษย์เอาน้ำมาสาดใส่กันในวันขึ้นปีใหม่?) หรือวันคริสมาสต์ของพวกมนุษย์อีกฟากโลก (ไก่งวงอบซอสอร่อยมากเลยจำได้แม่น) แล้วก็ยังมีเทศกาลยิบย่อยอีกเยอะแยะที่มีเอกลักษณ์...ก็จำได้บ้างไม่ได้บ้างตามประสาจะว่าไปแล้วเหมือนจะมีเทศกาลของพวกมนุษย์แถบใกล้ ๆ ที่เรียกว่า ‘วันตรุษจีน’ อยู่ด้วยหรือเปล่านะ?ดวงตากลมโตสีดำอมม่วงของเสือขาวที่นอนหมอบอยู่บนเบาะรถกอล์ฟเหลือบมองภาพเบื้องหน้าคล้ายสงสัย ตอนนี้คนงานหลายสิบคนกำลังเร่งรีบเก็บส้มผลโตใส่ตะกร้าจนดูวุ่นวายไปหมด แต่พอได้ยินเสียงซุบซิบของพวกคนงานที่ดังแว่วมาตามสายลมค่อยเข้าใจ ว่าถ้าเก็บผลส้มไม่ได้ตามออร์เดอร์ที่มีเข้ามา...น่าจะโดนค่าปรับอยู่มากโขมิน่าเล่า! วันนี้ข้ามสมุทรถึงลุกจากเตียงนอนมาทำงานตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสาง? แถมยังใจดีหิ้วพาเสือขาวตัวน้อยที่กำลังนอนหลับอุตุมาด้วยแบบไม่บอกกล่าว...รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกส้มนี่ละ!“ตื่นนานหรือยัง?”เสียงทุ้มของคนที่แอบหิ้วพาแสนหล
แสนหลงเพิ่งรู้ว่าพ่อของเธอเคยใช้ชีวิตเป็นชาวสวนอยู่ในโลกมนุษย์ช่วงหนึ่ง? แต่พอทำไปสักพักรู้สึกว่าไม่ใช่ทางของตัวเอง ก็เลยย้ายกลับเข้ามาอยู่ในโลกบรรพกาล นานจนลืมไปเลยว่าตัวเองมีที่ดินติดกับไร่ส้มของข้ามสมุทรเพราะรู้จักนิสัยใจคอมาตั้งแต่ข้ามสมุทรยังเด็ก สุดท้ายเลยตัดสินใจขายที่ดินตรงนั้นให้ชายหนุ่มไปเมื่อหลายปีก่อน เพราะเชื่อว่าเด็กหนุ่มอนาคตไกลและค่อนข้างมีวิสัยทัศน์ดีจะสามารถต่อยอดไร่ฟ้าครามได้อีกมากจากตอนแรกกลัวว่าพ่อจะไม่ชอบ ‘ว่าที่ลูกเขย’ ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าเธอนี่ละ! ยักษ์หัวเน่าที่แท้จริง!?“นึกไม่ถึงเลยนะครับ ว่าจะเป็นคนรู้จักกันทั้งนั้น”เขยขวัญของพ่อยักษาว่าด้วยรอยยิ้ม“จริง! ตอนแรกลุงก็นึกว่าไอ้ตัวแสบไปคว้ามนุษย์นี่ไหนมา? พอเห็นว่าเป็นคราม...ลุงก็คิดได้เลยว่าครามนี่ซวยจริง ๆ”แสนหลงที่นั่งกินขนมดูทีวีอยู่กับพี่สาวทั้งสองตนแอบมองค้อนจนตาแทบกลับ ต่างจากบรรดาพี่สาวที่กำลังกลั้นขำอย่างสุดความสามารถ“ไม่หรอกครับ ผมโชคดีมากกว่าที่ได้เจอลูกสาวคุณลุง”“อย่ามั่นใจไปนะตาคราม ป้าเป็นแม่แท้ ๆ ก็ยังไม่กล้ารับประกันเลย”คราวนี้แสนเสน่ห์ก็เหมือนจะย้ายข้างไปเชียร์เขยขวัญอีกตน“ผมมั่นใจครับ







