ログインแสนหลงจำไม่ค่อยได้แล้วว่าตัวเองฟุบหลับไปตอนไหน? แต่คิดว่าน่าจะเป็นหลังจากที่อาบน้ำเป่าขนเรียบร้อยแล้ว เหมือนจะคลับคล้ายคลับคลาว่ากำลังเคี้ยวสเต๊กอยู่...อืม น่าจะเป็นช่วงนั้นละที่วูบไป
โดยปกติแล้วพิษของสัตว์เลื้อยคลานบนโลกมนุษย์ไม่น่าจะมีผลกับยักษ์แบบเธอได้เลยแท้ ๆ แต่คงเพราะตอนนี้เธอยังอยู่ในร่างเสือขาวที่มีขนาดตัวเท่าหมากระเป๋า ร่างเล็กกระจิริดมันจะไปแบกรับปริมาณพิษขนาดนั้นไหวได้ยังไงล่ะ?
แถมไอ้งูบ้านั่น! มันก็พ่นพิษใส่เธอแบบกะเอาให้ตายในทันทีเลยนี่นะ
ยักษิณีสาวในคราบเสือน้อยบ่นพึมพำพร้อมก่นด่าเจ้างูวอนตายที่ตายไปแล้วไม่เลิก แค้นหนักจนนึกเสียดายที่ไม่ได้จับมันมาทรมานเล่นก่อนเชือดทิ้ง เธอนี่มัน...ช่างมีเมตตาซะเหลือเกิน! ที่ปล่อยให้มันได้ตายสบาย ๆ แบบไม่ต้องเจ็บปวดอะไรมากมาย
ความรู้สึกร้อนวูบเหมือนนั่งอยู่บนกองเพลิงเพราะพิษของงูจงอางกำลังแล่นไปทั่วร่าง แสนหลงส่งเสียงครางออกมาเบา ๆ รู้สึกปวดร้าวไปทั้งร่าง ทุกครั้งที่ขยับตัวร่างกายก็เหมือนจะแหลกสลายไปด้วย
‘ทรมานชะมัด! เกิดมาก็เพิ่งเคยป่วยนี่ละ’
พอป่วยไข้สติสตังของแสนหลงก็หล่นหายไปหลายส่วน แต่ก็พอจำได้ว่าตัวเองฝันอะไรที่มันแปลกประหลาดเอามาก ๆ
ในความฝันแสนหลงเห็นว่าตัวเองกลับคืนสู่ร่างของหญิงสาวแล้ว เธอสวมชุดสีขาวเหมือนตอนก่อนจะก้งเหล้าจนเมาหัวทิ่มอยู่กับมนุษย์ลุงคำปันเสียด้วย!? ยักษิณีสาวมองดูตัวเองวูบไปบนโต๊ะกินข้าว กะว่าน่าจะหงายหลังล้มตึงไปกองกับพื้นแน่ ๆ แต่กลายเป็นว่าข้ามสมุทรกลับถลาเข้ามารับร่างของเธอไว้ได้ทันท่วงที
“ทำไมถึงชอบทำให้เป็นห่วงอยู่ตลอดนะ”
เขาตำหนิเสียงเข้ม ก่อนจะถอนใจเฮือกใหญ่แล้วช้อนอุ้มเธอกลับขึ้นไปนอนบนห้อง พอวางลงบนเตียงก็ห่มผ้าให้ด้วยท่าทางปกติ...
ปกติ! ทั้ง ๆ ที่เธอเพิ่งกลายร่างเป็นคนต่อหน้าเขา!?
ยักษิณีสาวได้แต่คิดแล้วก็สงสัยในความฝันสุดเพ้อเจ้อของตัวเอง ก่อนความคิดจะสะดุดหยุดลงเมื่อมือหนาเย็นเฉียบยกขึ้นอังหน้าผากเธอเบา ๆ พอเห็นว่าร้อนจัดก็ขมวดคิ้วขุ่นแล้วเดินหายไปในห้องน้ำ ครู่เดียวก็กลับมาพร้อมอ่างล้างหน้ากับผ้าขนหนูผืนเล็ก ๆ
“เช็ดตัวหน่อยนะ ร่างกายจะได้เย็นลง”
เสียงของข้ามสมุทรเหมือนจะเจ็บป่วยมากกว่าเธอที่กำลังนอนตัวร้อนจี๋อยู่บนเตียงเสียอีก มันฟังดูปวดร้าวถึงขนาดที่ตัวเธอในฝันยังต้องลืมตามองหน้าเขา อดไม่ได้จนต้องเอื้อมมือไปลูบแก้มสากเบา ๆ แล้วคลี่ยิ้มให้บาง ๆ เพื่อหวังว่ามันจะช่วยให้เขารู้สึกสบายใจขึ้นมาสักนิดก็ยังดี
ในความฝันเธอยังจำประโยคที่พูดกับเขาได้ พูดไปว่า...
“อย่าทำหน้าทรมานแบบนั้นสินายคราม ฉันต่างหากที่ป่วย นายห้ามขโมยซีนนะ”
คนถูกกล่าวหาว่าขโมยซีนหัวเราะออกมาเบา ๆ
“อืม ไม่ขโมยซีนแล้วก็ได้”
แก้มสากแนบลงกับฝ่ามือของเธอด้วยความนุ่มนวล ตามด้วยจุมพิตลงบนฝ่ามือบางอย่างอ่อนหวานแต่กลับแฝงไปด้วยความรู้สึกหนักแน่น จนแสนหลงรู้สึกได้ว่าหัวใจของเธอกำลังฟูพองขึ้นมาได้กระทั่งในความฝัน...
“...เจ็บมากหรือเปล่า?”
ข้ามสมุทรถามขึ้นอีกครั้ง เมื่อใช้ผ้าชุบน้ำเย็นจัดบรรจงเช็ดตัวให้เธอ แล้วเห็นรอยเขี้ยวของงูฝังอยู่ที่ลำคอระหง
“เจ็บนิดหน่อย มันฝังเขี้ยวได้ตื้นนิดเดียวเอง”
เสียงหวานตอบกลับทั้งที่ยังสะลึมสะลือ ก่อนจะแตะที่คอของตัวเองเหมือนสำรวจ แล้วรับรู้ได้ในทันทีว่าปากแผลกำลังสมานตัวกันอย่างช้า ๆ
“ผิวหนังของยักษ์เหนียวจะตายไป ที่เขี้ยวของเจ้างูนั่นไม่หักหมดปากก็ถือว่ามันเก่งมากแล้ว...”
แสนหลงว่าติดตลก เอื้อมมือเปะปะจนอีกฝ่ายต้องจับมือไว้แน่น
“รู้แล้วว่าเก่ง...แต่ผมขอได้ไหม? วันหลังอย่าทำแบบนั้นอีกนะ”
น้ำเสียงราบเรียบแต่ร้าวลึก ทำให้ดวงตาสีดำอมม่วงคู่สวยที่เหมือนกำลังจะหลับมิหลับแหล่ของยักษิณีสาวต้องช้อนมองคนที่นั่งอยู่บนเตียงอีกหน แสนหลงอมยิ้มเมื่อเห็นความกังวลฉายชัดบนใบหน้าของข้ามสมุทร
“เข้าใจแล้ว ๆ” เธอตอบกลับเสียงอู้อี้
ค่อยขยับตัวขึ้นไปสวมกอดเอวสอบของคนที่นั่งพิงหัวเตียงอยู่อย่างออดอ้อน พอมือหนาลูบเรือนผมของเธอเบา ๆ อย่างเอาอกเอาใจ แสนหลงก็ซุกไซ้ใบหน้าไปกับลำตัวของข้ามสมุทรเหมือนแมวน้อยที่กำลังออเซาะเจ้าของก็ไม่ปาน
“เข้าใจแน่หรือเปล่าก็ไม่รู้?”
ในเสี้ยวสติสุดท้ายของห้วงฝันอันแสนยาวนาน แสนหลงได้ยินเสียงข้ามสมุทรค่อนขอดเธอเบา ๆ ก่อนจะถอนใจเฮือกใหญ่แล้วทิ้งตัวลงนอนข้างเธอด้วยท่าทางอ่อนล้าพอสมควร
ริมฝีปากหนาจุมพิตลงบนหน้าผากมนของเธอหนัก ๆ แล้วกระซิบอะไรสักอย่างที่เธอก็ฟังไม่ทันเพราะแบกสติต่อไปไม่ไหวแล้ว รู้แค่ว่าพอพูดจบข้ามสมุทรก็คลี่ยิ้มออกมา แล้วดึงเธอเข้าสู่อ้อมกอดของเขาก่อนจะผล็อยหลับไป
ประโยคสนทนาของสองแม่ลูกทำเอาข้ามสมุทรนึกอยากกุมขมับขึ้นมาเสียเฉย ๆ ชักสงสัยว่าตัวเองคิดถูกหรือผิดที่ตามใจภรรยายักษา ด้วยการทำเรื่องขออนุญาตนำบุตรสาวกลับมาอยู่บนโลกมนุษย์ในช่วงปิดเทอมฤดูหนาวในตอนแรกก็เหมือนจะติดปัญหาอยู่บ้าง เพราะชาวโลกบรรพกาลนั้นไม่ได้รับอนุญาตให้ออกมายังโลกมนุษย์ก่อนบรรลุนิติภาวะ แต่เพราะว่าเป็นเด็กเลือดผสมที่เกิดจากมนุษย์และยักษา ลูก ๆ ของเขาจึงได้รับการอนุญาตมาเป็นกรณีพิเศษ...“แดดดี๊ ๆ ทำไมหม่ามี๊ถึงสอนซนแบบนั้นล่ะ?”เสียงเล็ก ๆ ของเด็กอีกคนที่มีใบหน้าเหมือนกับแสนซนทุกประการ เงยหน้าขึ้นจากการทำการบ้านแล้วเอ่ยถาม“แสบไม่เห็นเข้าใจเลย?”ข้ามสมุทรลูบหัวบุตรสาวอีกตนที่มีนามว่า...แสนแสบ เบา ๆ คล้ายจะเอ็นดู ก่อนจะหยิบคุกกี้ชิ้นโตขึ้นมาหักเป็นชิ้นพอดีคำแล้วป้อนใส่ปากเล็กจิ้มลิ้มของเด็กหญิงที่นั่งอยู่ข้างกาย“ไม่เข้าใจก็ดีแล้ว...”จุมพิตกระหม่อมเล็กได้รูปหนัก ๆ ค่อยเปลี่ยนหัวข้อสนทนา“แล้วแสบทำการบ้านถึงไหนแล้วลูก?”“เกือบเสร็จแล้วค่ะ ทำการบ้านเสร็จแล้วเราไปเล่นวิ่งไล่จับกันนะคะ”แสนแสบบอกความต้องการของตนทันที ก่อนจะก้มลงเขียนหนังสืออีกครั้งเมื่อเป็นข้ามสมุทรระบายยิ้มเอ
วันนี้สวนกุหลาบที่อยู่ติดกับบ้านท้ายสวนของไร่ฟ้าครามเหมือนจะคึกคักเป็นพิเศษ ด้วยเพราะมีร่างเล็กป้อมและสองขาสั้น ๆ ของเด็กหญิงวัยห้าขวบเศษกำลังวิ่งตามร่างบางระหงที่เอาแต่วิ่งหนีอย่างไม่ลดละ ดวงตาสีดำอมน้ำตาลคู่สวยส่องประกายสดใสยามตัดสินใจกระโดดตะครุบข้อเท้าบางของอีกฝ่ายไว้!อืม ผลคือล้มคะมำหน้าคว่ำไปกับพื้นหญ้าทั้งคู่“หม่ามี๊...ซนเจ็บ!”เด็กน้อยร้องบอกหน้าเบ้ แต่ก็เหลียวซ้ายแลขวาคล้ายหาใครบางคนเหมือนนึกขึ้นได้ พอเห็นว่าร่างสูงของ ‘แดดดี๊’ ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่ศาลาริมน้ำก็ถอนใจเฮือกใหญ่ ค่อยรีบปัดเศษหญ้าที่ติดตามตัวออกด้วยตัวเอง ปัดเสร็จก็หันมาเขย่า ‘หม่ามี๊’ ที่นอนแผ่หลาอยู่บนพื้นอีกรอบ เห็นอีกฝ่ายทำเป็นไม่สนใจก็เขย่าซ้ำ“มี๊! ซนเจ็บ”“...เจ็บแล้วไง?”เจ้าของชื่อ ‘มี๊’ ที่หันมานอนตะแคงท้าวค้างมองเด็กน้อยที่นั่งเบ้หน้าอยู่ข้าง ๆ ร้องถาม ใบหน้าหวานสวยเหมือนจะเคร่งครึมขึ้นกว่าปกติหลายเท่า“...ซนหกล้ม เจ็บ”“ซนไม่ได้หกล้ม แต่ซนวิ่งมาตะครุบขามี๊ก็เลยล้มต่างหากละ”แสนหลงบอกพลางหรี่ตามองบุตรสาวคล้ายคาดโทษ มีอย่างที่ไหน? เล่นวิ่งแข่งแต่คว้าข้อเท้าเธอล้มซะหน้าคะมำเสียอย่างนั้น! คิดแล้วก็ได้แต่ส
“จริงเหรอพี่รัก!?”เสียงหวานเหมือนกังสดาลแก้วร้องถามด้วยความตื่นเต้นตกใจ มือบางที่กอดถังคุกกี้ด้วยความหวงแหนแทบจะกลายเป็นโยนฉลอง ทำเอาพี่สาวทั้งสองตนที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ต้องเบี่ยงตัวหลบตามสัญชาตญาณ แสนหลงฉีกยิ้มจนปากแทบฉีกถึงใบหู ก่อนจะปล่อยมือจากถังคุกกี้แล้วเขย่าร่างบางของแสนรักจนหัวสั่นหัวคลอนไปหมด“เออ! จริงสิ พี่จะโกหกเธอไปเพื่ออะไ...”ยังพูดไม่ทันจบประโยคยักษาตนน้องก็วิ่งตึงตังออกไปไวปานพายุหมุน“...?”“พี่รัก ๆ น้องมันไปตั้งแต่คำว่า ‘จริง’ แล้วละ”ผู้พิทักษ์ประตูกาลหยิบคุกกี้ที่เหลือในกระป๋องขึ้นมากินแล้วดูทีวีต่อไปราวกับไม่คิดใส่ใจ แต่ก็ยังมีน้ำใจแวะตบบ่ามนพี่สาวที่นั่งมองตาปริบ ๆ คล้ายปลอบใจ“...”แสนหลงวิ่งตึงตังตามหาข้ามสมุทรอยู่สักพัก พอเห็นว่าชายหนุ่มกำลังยืนรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้านก็พุ่งเข้าใส่ทันที“นายคราม!”เล่นเอามนุษย์เพียงหนึ่งเดียวในเมืองยักษาต้องถลาตัวเข้าไปรับแทบไม่ทัน เคราะห์ยังดีที่ปฏิกิริยาของชายหนุ่มค่อนข้างดี เลยสามารถช้อนรับร่างบางระหงไว้ได้...แถมยังอยู่ในท่าอุ้มเจ้าหญิงอีกด้วย!“...อย่าทำแบบนี้อีกนะ ใจหายใจคว่ำหมด!”ข้ามสมุทรเอ็ดเสียงเข้ม ก่อนจะกระชับวงแขนขึ
สองสามวันหลังจากที่ข้ามสมุทรและคนงานในไร่ต้องตื่นมาเก็บส้มตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสาง แสนหลงค่อยรู้ว่าออร์เดอร์มากมายที่ไหลทะลักเข้ามาในไร่แบบเร่งด่วนนั้น มีที่มาที่ไปจากเทศกาล...ตรุษจีน? และคงเห็นว่าเธอสนใจใคร่รู้เกี่ยวกับเทศกาลที่ไม่คุ้นเคยนี้อยู่มากพอสมควร ข้ามสมุทรเลยใจดีอธิบายเพิ่มเติมให้อีกเล็กน้อยว่า...วันตรุษจีนนั้นเป็นวันขึ้นปีใหม่ของมนุษย์ในอีกเขตพื้นที่หนึ่ง แต่เพราะจำนวนคนที่มีมากมายของพวกเขากระจัดกระจายกันไปอยู่ทั่วทุกมุมโลก วันตรุษจีนจึงจัดเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่มีอิทธิพลมาก ๆซึ่งส้มจากไร่ฟ้าครามก็น่าจะได้รับผลดีจากเทศกาลนี้มากพอสมควร เพราะส้มจัดว่าเป็นผลไม้มงคลชนิดหนึ่งที่พวกมนุษย์นิยมใช้กราบไหว้เทพเจ้า อืม...เทพเจ้าอย่างนั้นเหรอ?เสือขาวตัวน้อยเอียงคอคล้ายครุ่นคิด เธอก็ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องแบบนี้เท่าไร...คงเพราะวัฒนธรรมของสองโลกต่างกันอยู่พอสมควร และชาวโลกบรรพกาลก็เคารพนับถือแค่เพียงธรรมชาติเป็นหลักกระมัง?“คิดอะไรอยู่?”เสียงทุ้มของคนที่กำลังหยิบเงินใส่ซองสีแดงตั้งคำถาม‘คิดว่านายเอาเงินใส่ซองเพื่ออะไร?’ แสนหลงตอบกลับด้วยคำถาม นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่สงสั
งานเทศกาลของพวกมนุษย์นั้นมีเยอะมากจนแสนหลงจำได้ไม่หมด แต่ก็มีบางเทศกาลที่จำได้ค่อนข้างแม่น อาทิเช่น ประเพณีสงกรานต์ของมนุษย์แถบนี้ (จำได้เพราะรู้สึกว่ามันประหลาดที่พวกมนุษย์เอาน้ำมาสาดใส่กันในวันขึ้นปีใหม่?) หรือวันคริสมาสต์ของพวกมนุษย์อีกฟากโลก (ไก่งวงอบซอสอร่อยมากเลยจำได้แม่น) แล้วก็ยังมีเทศกาลยิบย่อยอีกเยอะแยะที่มีเอกลักษณ์...ก็จำได้บ้างไม่ได้บ้างตามประสาจะว่าไปแล้วเหมือนจะมีเทศกาลของพวกมนุษย์แถบใกล้ ๆ ที่เรียกว่า ‘วันตรุษจีน’ อยู่ด้วยหรือเปล่านะ?ดวงตากลมโตสีดำอมม่วงของเสือขาวที่นอนหมอบอยู่บนเบาะรถกอล์ฟเหลือบมองภาพเบื้องหน้าคล้ายสงสัย ตอนนี้คนงานหลายสิบคนกำลังเร่งรีบเก็บส้มผลโตใส่ตะกร้าจนดูวุ่นวายไปหมด แต่พอได้ยินเสียงซุบซิบของพวกคนงานที่ดังแว่วมาตามสายลมค่อยเข้าใจ ว่าถ้าเก็บผลส้มไม่ได้ตามออร์เดอร์ที่มีเข้ามา...น่าจะโดนค่าปรับอยู่มากโขมิน่าเล่า! วันนี้ข้ามสมุทรถึงลุกจากเตียงนอนมาทำงานตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสาง? แถมยังใจดีหิ้วพาเสือขาวตัวน้อยที่กำลังนอนหลับอุตุมาด้วยแบบไม่บอกกล่าว...รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกส้มนี่ละ!“ตื่นนานหรือยัง?”เสียงทุ้มของคนที่แอบหิ้วพาแสนหล
แสนหลงเพิ่งรู้ว่าพ่อของเธอเคยใช้ชีวิตเป็นชาวสวนอยู่ในโลกมนุษย์ช่วงหนึ่ง? แต่พอทำไปสักพักรู้สึกว่าไม่ใช่ทางของตัวเอง ก็เลยย้ายกลับเข้ามาอยู่ในโลกบรรพกาล นานจนลืมไปเลยว่าตัวเองมีที่ดินติดกับไร่ส้มของข้ามสมุทรเพราะรู้จักนิสัยใจคอมาตั้งแต่ข้ามสมุทรยังเด็ก สุดท้ายเลยตัดสินใจขายที่ดินตรงนั้นให้ชายหนุ่มไปเมื่อหลายปีก่อน เพราะเชื่อว่าเด็กหนุ่มอนาคตไกลและค่อนข้างมีวิสัยทัศน์ดีจะสามารถต่อยอดไร่ฟ้าครามได้อีกมากจากตอนแรกกลัวว่าพ่อจะไม่ชอบ ‘ว่าที่ลูกเขย’ ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าเธอนี่ละ! ยักษ์หัวเน่าที่แท้จริง!?“นึกไม่ถึงเลยนะครับ ว่าจะเป็นคนรู้จักกันทั้งนั้น”เขยขวัญของพ่อยักษาว่าด้วยรอยยิ้ม“จริง! ตอนแรกลุงก็นึกว่าไอ้ตัวแสบไปคว้ามนุษย์นี่ไหนมา? พอเห็นว่าเป็นคราม...ลุงก็คิดได้เลยว่าครามนี่ซวยจริง ๆ”แสนหลงที่นั่งกินขนมดูทีวีอยู่กับพี่สาวทั้งสองตนแอบมองค้อนจนตาแทบกลับ ต่างจากบรรดาพี่สาวที่กำลังกลั้นขำอย่างสุดความสามารถ“ไม่หรอกครับ ผมโชคดีมากกว่าที่ได้เจอลูกสาวคุณลุง”“อย่ามั่นใจไปนะตาคราม ป้าเป็นแม่แท้ ๆ ก็ยังไม่กล้ารับประกันเลย”คราวนี้แสนเสน่ห์ก็เหมือนจะย้ายข้างไปเชียร์เขยขวัญอีกตน“ผมมั่นใจครับ







