LOGIN“แง๊ววววววววว!”
แสนหลงยืนมองแมวอ้วนที่ขาถูกพันไว้กับเชือกสีน้ำตาลอยู่ครู่หนึ่ง เห็นมันถลึงตามองเธออย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อที่ไม่ยอมให้ความช่วยเหลือ สุดท้ายก็ต้องถอนใจแล้วช่วยดึงเชือกที่มัดอยู่กับขาข้างหนึ่งของมันออก
‘เปรี๊ยะ!’
เสียงสั่นเหมือนมีกระแสไฟฟ้าสถิตและแสงสว่างวาบจนตาพล่ามัวไปชั่วขณะ แสนหลงพยายามฝืนลืมตามองภาพตรงหน้าก่อนจะคว้าคอเจ้าแมวอ้วนไว้! วินาทีของความสับสน ร่างอ้วนนุ่มนิ่มของเจ้าแมวสีส้มก็กลับกลายเป็นมนุษย์
ไม่ใช่? ดวงตาสีแดงสุกสกาวแบบนี้มัน...แม่มด!
ยักษิณีสาวต้องอ้าปากค้างไปกับเผ่าพันธุ์แห่งจิตวิญญาณที่สาบสูญ แม่มดนั้น...จัดอยู่ในสิ่งมีชีวิตชนิดพิเศษที่หาได้ยากยิ่งในโลกบรรพกาล แม้จะรู้ว่ามีตัวตนอยู่จริงแต่กลับไม่ค่อยมีใครได้พบเห็น
“เจ้าเป็นแม่มด!?” เสียงหวานอุทานออกมาอย่างตกตะลึง
“ส่วนเจ้าก็เป็นนางยักษ์” แม่มดที่มีขนาดตัวเล็กเท่าเด็กสิบขวบสวนกลับ “ยักษ์หน้าตาขี้เหร่!”
“เอ๊ะ” ยักษิณีสาวขมวดคิ้ว เธอค่อนข้างมั่นใจว่าตัวเองหน้าตาดีมาก! แล้วยายเด็กนี่กล้าดียังไงมากล่าวหาว่าเธอขี้เหร่ “พูดจากับผู้ใหญ่ให้มันดี ๆ หน่อย”
“ละเมออยู่หรือไง ข้าอายุมากกว่าเจ้าตั้งไม่รู้กี่รอบ” แม่มดตัวน้อยบอก
“ชิ! ตัวเท่าหมากระเป๋าทำไมกล้าพูด”
“นี่เจ้ากล้าด่าข้าเป็นหมาเหรอ! ข้าเป็นแมวต่างหาก”
“จะไปรู้เหรอ เห็นปากขยับด่าแว๊ด ๆ ก็นึกว่าหมา” แสนหลงต่อปากต่อคำอย่างไม่ลดละ
“หน๊อยยยย ข้าจะสาปเจ้าเป็น...”
“ข้าเป็นผู้ช่วยชีวิตเจ้าไว้!”
ยักษิณีสาวสวนกลับทันควัน ในรายงานหัวข้อล่าสุดที่ทำไปนั้นมีเรื่องของแม่มดรวมอยู่ด้วย และเธอก็จำได้ดีว่ามีเงื่อนไขบางอย่างที่แม้กระทั่งเผ่าพันธุ์แห่งจิตวิญญาณที่สาบสูญก็ไม่อาจต่อต้านได้
“ข้าเพิ่งช่วยชีวิตเจ้าไว้ ชีวิตต้องชดใช้ด้วยชีวิต...เจ้าไม่มีสิทธิทำร้ายข้า!”
“เฮอะ! เจ้าแค่ช่วยข้าที่ห้อยต่องแต่งเพราะโดนบ่วงรัดเท่านั้น”
แม่มดตัวน้อยเถียงเสียงขึ้นจมูก
“นั่นมันบ่วงดักขโมยนะ ถ้าข้าไม่ช่วยอีกสามวันขาเจ้าก็ขาดแล้ว!”
แสนหลงอธิบายตามความจริง เพราะเธอรู้ดีว่าเชือกที่ดึงขาดไปเป็นบ่วงดักขโมย
“ถึงเจ้าไม่ช่วย ข้าก็ส่งเสียงร้องให้ใครสักตนแถวนี้ช่วยก็ได้”
“เจ้าโง่หรือเปล่า? บ่วงดักขโมยแข็งแรงขนาดไหนใคร ๆ ก็รู้ ถ้าไม่ใช่ยักษ์แบบข้า...จ้างให้ก็ไม่มีทางดึงขาดได้หรอก!”
“...”
“อีกอย่างนะ แถวนี้มีแค่ร้านหนังสือร้านนี้เท่านั้น ร้านปิดตั้งเจ็ดวันเจ้าคิดว่าจะมีใครหน้าไหนโผล่มาหรือไง?”
“เออ ๆ ข้าจะยอมรับว่าเจ้าช่วยชีวิตข้าไว้ก็ได้” แม่มดตัวน้อยยอมรับเสียงสะบัดเพราะจนด้วยคำพูด “อยากได้อะไรละ? ข้าไม่ชอบผูกพันธะสัญญากับใคร รีบ ๆ ขอมาได้แล้ว!”
ยักษิณีสาวเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะหัวเราะออกมาดังลั่นกับคำพูดของยายแม่มดตัวเท่าหมากระเป๋าตรงหน้า
“ขออะไรก็ได้เหรอ?”
“ช่ายยยย” แม่มดเอ่ยเสียงหวาน ก่อนจะดีดนิ้วแล้วกลายร่างกลับเป็นแมวอ้วนสีส้มเช่นเดิม “เจ้าขอได้ทุกอย่าง ทุกอย่างแม้กระทั่งชีวิตหรือวิญญาณของใครก็ตามที่เจ้าต้องการ...”
คำพูดราบเรียบราวกับเป็นเรื่องธรรมดาสามัญและดวงตาสีแดงก่ำของแมวอ้วนสีส้ม ทำให้ยักษิณีสาวรู้สึกขนลุกชันไปทั้งตัวราวกับสัมผัสได้ถึงระดับความอันตรายของเผ่าพันธุ์แห่งวิญญาณที่สาบสูญตรงหน้า
“ข้าไม่ต้องการวิญญาณของใคร” แสนหลงบอกเรียบ ๆ
“ฮึฮึ...อย่าเพิ่งมั่นใจไปเลยนางยักษ์เอ๋ย” แมวอ้วนสีส้มที่เหมือนจะน่ารักในตอนแรกแต่กลับให้กลิ่นอายของสัตว์ร้ายในตอนท้าย เมื่อมันเดินนวยนาดรอบตัวแสนหลงราวกับพิจารณา ก่อนจะหัวเราะออกมาคล้ายจะขำขัน
“ตอนนี้เจ้าอาจไม่ต้องการขออะไรจากข้า แต่อีกไม่นานเจ้าจะต้องการมันอย่างแน่นอน...”
“หมายความว่าไง?”
“ถึงเวลาเจ้าก็จะรู้เอง” แม่มดในคราบแมวอ้วนสีส้มว่ายิ้ม ๆ ก่อนจะร่ายมนตร์บางอย่างออกมา
“หือ?” แสนหลงส่งเสียงประหลาด เมื่อบนหลังมือของตนเองปรากฏสัญลักษณ์แปลก ๆ ที่คล้ายกับตราประทับเวทมนตร์ แต่เพียงครู่เดียวสัญลักษณ์นั้นก็จางหายไป “หายไปแล้วแฮะ”
“มันจะปรากฏขึ้นเมื่อเจ้าต้องการความช่วยเหลือ” แม่มดว่ายิ้ม ๆ ดวงตาสีแดงก่ำจางลงจนดูไม่ต่างจากแมวทั่วไป ก่อนจะกระโดดพรวดขึ้นไปบนหลังคาแล้วเดินนวยนาดจากไป…
‘ยังไงก็ต้องขอบใจที่ช่วยนะ ยายยักษ์ขี้เหร่’
ประโยคสนทนาของสองแม่ลูกทำเอาข้ามสมุทรนึกอยากกุมขมับขึ้นมาเสียเฉย ๆ ชักสงสัยว่าตัวเองคิดถูกหรือผิดที่ตามใจภรรยายักษา ด้วยการทำเรื่องขออนุญาตนำบุตรสาวกลับมาอยู่บนโลกมนุษย์ในช่วงปิดเทอมฤดูหนาวในตอนแรกก็เหมือนจะติดปัญหาอยู่บ้าง เพราะชาวโลกบรรพกาลนั้นไม่ได้รับอนุญาตให้ออกมายังโลกมนุษย์ก่อนบรรลุนิติภาวะ แต่เพราะว่าเป็นเด็กเลือดผสมที่เกิดจากมนุษย์และยักษา ลูก ๆ ของเขาจึงได้รับการอนุญาตมาเป็นกรณีพิเศษ...“แดดดี๊ ๆ ทำไมหม่ามี๊ถึงสอนซนแบบนั้นล่ะ?”เสียงเล็ก ๆ ของเด็กอีกคนที่มีใบหน้าเหมือนกับแสนซนทุกประการ เงยหน้าขึ้นจากการทำการบ้านแล้วเอ่ยถาม“แสบไม่เห็นเข้าใจเลย?”ข้ามสมุทรลูบหัวบุตรสาวอีกตนที่มีนามว่า...แสนแสบ เบา ๆ คล้ายจะเอ็นดู ก่อนจะหยิบคุกกี้ชิ้นโตขึ้นมาหักเป็นชิ้นพอดีคำแล้วป้อนใส่ปากเล็กจิ้มลิ้มของเด็กหญิงที่นั่งอยู่ข้างกาย“ไม่เข้าใจก็ดีแล้ว...”จุมพิตกระหม่อมเล็กได้รูปหนัก ๆ ค่อยเปลี่ยนหัวข้อสนทนา“แล้วแสบทำการบ้านถึงไหนแล้วลูก?”“เกือบเสร็จแล้วค่ะ ทำการบ้านเสร็จแล้วเราไปเล่นวิ่งไล่จับกันนะคะ”แสนแสบบอกความต้องการของตนทันที ก่อนจะก้มลงเขียนหนังสืออีกครั้งเมื่อเป็นข้ามสมุทรระบายยิ้มเอ
วันนี้สวนกุหลาบที่อยู่ติดกับบ้านท้ายสวนของไร่ฟ้าครามเหมือนจะคึกคักเป็นพิเศษ ด้วยเพราะมีร่างเล็กป้อมและสองขาสั้น ๆ ของเด็กหญิงวัยห้าขวบเศษกำลังวิ่งตามร่างบางระหงที่เอาแต่วิ่งหนีอย่างไม่ลดละ ดวงตาสีดำอมน้ำตาลคู่สวยส่องประกายสดใสยามตัดสินใจกระโดดตะครุบข้อเท้าบางของอีกฝ่ายไว้!อืม ผลคือล้มคะมำหน้าคว่ำไปกับพื้นหญ้าทั้งคู่“หม่ามี๊...ซนเจ็บ!”เด็กน้อยร้องบอกหน้าเบ้ แต่ก็เหลียวซ้ายแลขวาคล้ายหาใครบางคนเหมือนนึกขึ้นได้ พอเห็นว่าร่างสูงของ ‘แดดดี๊’ ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่ศาลาริมน้ำก็ถอนใจเฮือกใหญ่ ค่อยรีบปัดเศษหญ้าที่ติดตามตัวออกด้วยตัวเอง ปัดเสร็จก็หันมาเขย่า ‘หม่ามี๊’ ที่นอนแผ่หลาอยู่บนพื้นอีกรอบ เห็นอีกฝ่ายทำเป็นไม่สนใจก็เขย่าซ้ำ“มี๊! ซนเจ็บ”“...เจ็บแล้วไง?”เจ้าของชื่อ ‘มี๊’ ที่หันมานอนตะแคงท้าวค้างมองเด็กน้อยที่นั่งเบ้หน้าอยู่ข้าง ๆ ร้องถาม ใบหน้าหวานสวยเหมือนจะเคร่งครึมขึ้นกว่าปกติหลายเท่า“...ซนหกล้ม เจ็บ”“ซนไม่ได้หกล้ม แต่ซนวิ่งมาตะครุบขามี๊ก็เลยล้มต่างหากละ”แสนหลงบอกพลางหรี่ตามองบุตรสาวคล้ายคาดโทษ มีอย่างที่ไหน? เล่นวิ่งแข่งแต่คว้าข้อเท้าเธอล้มซะหน้าคะมำเสียอย่างนั้น! คิดแล้วก็ได้แต่ส
“จริงเหรอพี่รัก!?”เสียงหวานเหมือนกังสดาลแก้วร้องถามด้วยความตื่นเต้นตกใจ มือบางที่กอดถังคุกกี้ด้วยความหวงแหนแทบจะกลายเป็นโยนฉลอง ทำเอาพี่สาวทั้งสองตนที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ต้องเบี่ยงตัวหลบตามสัญชาตญาณ แสนหลงฉีกยิ้มจนปากแทบฉีกถึงใบหู ก่อนจะปล่อยมือจากถังคุกกี้แล้วเขย่าร่างบางของแสนรักจนหัวสั่นหัวคลอนไปหมด“เออ! จริงสิ พี่จะโกหกเธอไปเพื่ออะไ...”ยังพูดไม่ทันจบประโยคยักษาตนน้องก็วิ่งตึงตังออกไปไวปานพายุหมุน“...?”“พี่รัก ๆ น้องมันไปตั้งแต่คำว่า ‘จริง’ แล้วละ”ผู้พิทักษ์ประตูกาลหยิบคุกกี้ที่เหลือในกระป๋องขึ้นมากินแล้วดูทีวีต่อไปราวกับไม่คิดใส่ใจ แต่ก็ยังมีน้ำใจแวะตบบ่ามนพี่สาวที่นั่งมองตาปริบ ๆ คล้ายปลอบใจ“...”แสนหลงวิ่งตึงตังตามหาข้ามสมุทรอยู่สักพัก พอเห็นว่าชายหนุ่มกำลังยืนรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้านก็พุ่งเข้าใส่ทันที“นายคราม!”เล่นเอามนุษย์เพียงหนึ่งเดียวในเมืองยักษาต้องถลาตัวเข้าไปรับแทบไม่ทัน เคราะห์ยังดีที่ปฏิกิริยาของชายหนุ่มค่อนข้างดี เลยสามารถช้อนรับร่างบางระหงไว้ได้...แถมยังอยู่ในท่าอุ้มเจ้าหญิงอีกด้วย!“...อย่าทำแบบนี้อีกนะ ใจหายใจคว่ำหมด!”ข้ามสมุทรเอ็ดเสียงเข้ม ก่อนจะกระชับวงแขนขึ
สองสามวันหลังจากที่ข้ามสมุทรและคนงานในไร่ต้องตื่นมาเก็บส้มตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสาง แสนหลงค่อยรู้ว่าออร์เดอร์มากมายที่ไหลทะลักเข้ามาในไร่แบบเร่งด่วนนั้น มีที่มาที่ไปจากเทศกาล...ตรุษจีน? และคงเห็นว่าเธอสนใจใคร่รู้เกี่ยวกับเทศกาลที่ไม่คุ้นเคยนี้อยู่มากพอสมควร ข้ามสมุทรเลยใจดีอธิบายเพิ่มเติมให้อีกเล็กน้อยว่า...วันตรุษจีนนั้นเป็นวันขึ้นปีใหม่ของมนุษย์ในอีกเขตพื้นที่หนึ่ง แต่เพราะจำนวนคนที่มีมากมายของพวกเขากระจัดกระจายกันไปอยู่ทั่วทุกมุมโลก วันตรุษจีนจึงจัดเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่มีอิทธิพลมาก ๆซึ่งส้มจากไร่ฟ้าครามก็น่าจะได้รับผลดีจากเทศกาลนี้มากพอสมควร เพราะส้มจัดว่าเป็นผลไม้มงคลชนิดหนึ่งที่พวกมนุษย์นิยมใช้กราบไหว้เทพเจ้า อืม...เทพเจ้าอย่างนั้นเหรอ?เสือขาวตัวน้อยเอียงคอคล้ายครุ่นคิด เธอก็ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องแบบนี้เท่าไร...คงเพราะวัฒนธรรมของสองโลกต่างกันอยู่พอสมควร และชาวโลกบรรพกาลก็เคารพนับถือแค่เพียงธรรมชาติเป็นหลักกระมัง?“คิดอะไรอยู่?”เสียงทุ้มของคนที่กำลังหยิบเงินใส่ซองสีแดงตั้งคำถาม‘คิดว่านายเอาเงินใส่ซองเพื่ออะไร?’ แสนหลงตอบกลับด้วยคำถาม นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่สงสั
งานเทศกาลของพวกมนุษย์นั้นมีเยอะมากจนแสนหลงจำได้ไม่หมด แต่ก็มีบางเทศกาลที่จำได้ค่อนข้างแม่น อาทิเช่น ประเพณีสงกรานต์ของมนุษย์แถบนี้ (จำได้เพราะรู้สึกว่ามันประหลาดที่พวกมนุษย์เอาน้ำมาสาดใส่กันในวันขึ้นปีใหม่?) หรือวันคริสมาสต์ของพวกมนุษย์อีกฟากโลก (ไก่งวงอบซอสอร่อยมากเลยจำได้แม่น) แล้วก็ยังมีเทศกาลยิบย่อยอีกเยอะแยะที่มีเอกลักษณ์...ก็จำได้บ้างไม่ได้บ้างตามประสาจะว่าไปแล้วเหมือนจะมีเทศกาลของพวกมนุษย์แถบใกล้ ๆ ที่เรียกว่า ‘วันตรุษจีน’ อยู่ด้วยหรือเปล่านะ?ดวงตากลมโตสีดำอมม่วงของเสือขาวที่นอนหมอบอยู่บนเบาะรถกอล์ฟเหลือบมองภาพเบื้องหน้าคล้ายสงสัย ตอนนี้คนงานหลายสิบคนกำลังเร่งรีบเก็บส้มผลโตใส่ตะกร้าจนดูวุ่นวายไปหมด แต่พอได้ยินเสียงซุบซิบของพวกคนงานที่ดังแว่วมาตามสายลมค่อยเข้าใจ ว่าถ้าเก็บผลส้มไม่ได้ตามออร์เดอร์ที่มีเข้ามา...น่าจะโดนค่าปรับอยู่มากโขมิน่าเล่า! วันนี้ข้ามสมุทรถึงลุกจากเตียงนอนมาทำงานตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสาง? แถมยังใจดีหิ้วพาเสือขาวตัวน้อยที่กำลังนอนหลับอุตุมาด้วยแบบไม่บอกกล่าว...รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกส้มนี่ละ!“ตื่นนานหรือยัง?”เสียงทุ้มของคนที่แอบหิ้วพาแสนหล
แสนหลงเพิ่งรู้ว่าพ่อของเธอเคยใช้ชีวิตเป็นชาวสวนอยู่ในโลกมนุษย์ช่วงหนึ่ง? แต่พอทำไปสักพักรู้สึกว่าไม่ใช่ทางของตัวเอง ก็เลยย้ายกลับเข้ามาอยู่ในโลกบรรพกาล นานจนลืมไปเลยว่าตัวเองมีที่ดินติดกับไร่ส้มของข้ามสมุทรเพราะรู้จักนิสัยใจคอมาตั้งแต่ข้ามสมุทรยังเด็ก สุดท้ายเลยตัดสินใจขายที่ดินตรงนั้นให้ชายหนุ่มไปเมื่อหลายปีก่อน เพราะเชื่อว่าเด็กหนุ่มอนาคตไกลและค่อนข้างมีวิสัยทัศน์ดีจะสามารถต่อยอดไร่ฟ้าครามได้อีกมากจากตอนแรกกลัวว่าพ่อจะไม่ชอบ ‘ว่าที่ลูกเขย’ ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าเธอนี่ละ! ยักษ์หัวเน่าที่แท้จริง!?“นึกไม่ถึงเลยนะครับ ว่าจะเป็นคนรู้จักกันทั้งนั้น”เขยขวัญของพ่อยักษาว่าด้วยรอยยิ้ม“จริง! ตอนแรกลุงก็นึกว่าไอ้ตัวแสบไปคว้ามนุษย์นี่ไหนมา? พอเห็นว่าเป็นคราม...ลุงก็คิดได้เลยว่าครามนี่ซวยจริง ๆ”แสนหลงที่นั่งกินขนมดูทีวีอยู่กับพี่สาวทั้งสองตนแอบมองค้อนจนตาแทบกลับ ต่างจากบรรดาพี่สาวที่กำลังกลั้นขำอย่างสุดความสามารถ“ไม่หรอกครับ ผมโชคดีมากกว่าที่ได้เจอลูกสาวคุณลุง”“อย่ามั่นใจไปนะตาคราม ป้าเป็นแม่แท้ ๆ ก็ยังไม่กล้ารับประกันเลย”คราวนี้แสนเสน่ห์ก็เหมือนจะย้ายข้างไปเชียร์เขยขวัญอีกตน“ผมมั่นใจครับ







