Beranda / วาย / โคขัดดอก / บทที่ ๒ เกี่ยวพัน

Share

บทที่ ๒ เกี่ยวพัน

last update Tanggal publikasi: 2024-10-30 18:10:36

อิงตามกฎของธรรมชาติไล่จากผู้แข็งแกร่งสู่ผู้ที่อ่อนแอ เจ้าป่าย่อมมีชัยเหนือสัพพะสัตว์ทั้งปวง

บ้านเหมบำรุงขึ้นชื่อว่ามีทรัพย์สินมากมายเกินกว่าจะนั่งนับด้วยนิ้วของคนร้อยคน ด้วยผู้นำตระกูลสืบสายเลือดมาจากเสือดาวหิมะอันเป็นที่น่ายำเกรง

กระนั้นการส่งต่อเงินทองมากมายที่มีไปยังรุ่นสู่รุ่นจึงเป็นเรื่องยากเนื่องจากการหาแม่พันธุ์มาเป็นตัวกลางยากแสนยาก ทว่าสุดท้ายด้วยความพยายามไม่ว่าจะด้วยพลังเงินตราหรือพลังไสยศาสตร์จึงออกมาเป็นทายาทจำนวนสามคนซึ่งกุมอำนาจบริวารเอาไว้ไม่ให้ตกไปอยู่ในมือคนนอกตระกูล

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . 

“น้องสิน พี่มาหาแล้วนะจ๊ะ”

เสียงลั้นลาอย่างคุณชายอารมณ์ดีเปิดประตูตำหนักเข้ามาหาน้องแฝดคนรองอย่างไม่ถือตัว ภูวธรรศมองห้องโอ่โถงประดับประดาไปด้วยของขลังในโหลแก้ว เชิงเทียน บายศรีและสายสิญจน์พันรอบเสา

“ขนลุกว่ะ”

“กูก็พอกัน”

“แล้วพูดเพื่อ?”

“ได้ยินว่าน้องเปลวชอบคนพูดเพราะ”

เดินมือล้วงกระเป๋าเมียงมองข้าวของใช้แปลกตาต่อล้อต่อเถียงกับน้องรองซึ่งเป็นพ่อครูสืบวิชาของบิดามาเพื่อสืบทอดตำหนักหิรัณย์ หน้าตาไอ้หมอนี่เหมือนกันอย่างกับเขาและน้องอีกคนอย่างกับแกะ ถ้าไม่นุ่งห่มขาวหรือสักยันต์ทั่วตัวก็คงแยกไม่ออก

*แอ๊ด* เสียงบานประตูไม้เก่าแง้มเปิดชวนให้แขกที่ไม่ได้รับเชิญอย่างธรรศต้องชะโงกหน้าเอียงคอไปดูยังประตูข้างตู้เศียรครูจึงเห็นว่าวันนี้น้องชายอีกผู้หนึ่งก็มาด้วย

รุต น้องชายคนสุดท้อง สถานะเป็นเจ้าของห้างธนเลิศและหุ้นส่วนสถานบันเทิงยามราตรีร่วมกับพวกเขา

“พวกเอ็งจะมาทำไมวันนี้พร้อมกัน”

“กูจะมาดูดวง”

“กูจะมาเสริมเสน่ห์”

“พวกเอ็งเห็นตำหนักกูเป็นอะไรวะ”

ตำหนักหิรัณย์ขึ้นชื่อเรื่องทำเวทคุณไสยและของปลุกเสก ใครก็ตามที่ได้ไปล้วนกล่าวกันปากต่อปากว่าเรือนหลังนี้มีของชั้นดีซ่อนไว้ ยิ่งไปกว่านั้นพ่อครูยังคัดเลือกคนที่จะได้รับของชิ้นนั้น ๆ ไปกับตัว ดังนั้นคนที่มีโอกาสได้เข้ามาใกล้ชิดแล้วหยิบยืมความสามารถทางไสยศาสตร์ไปจากที่นี่นั้นมีน้อยเพียงหยิบมือ

แต่พวกมึงที่มีสิทธิ์เข้าออกตามใจกลับเข้ามาดูดวงกับเสริมเสน่ห์ต๊อกต๋อยเนี่ยนะ!

“กูอยากรู้ว่ากูกับน้องเปลวจะมีโอกาสเร็ว ๆ นี้ไหม”

“พ่อก็เคยบอกแต่เด็กแล้วไม่ใช่เหรอว่าได้แน่ เอ็งจะกังวลทำไมวะ”

แฝดพี่แฝดน้องต่อล้อต่อเถียงโดยมีพ่อครูแฝดคนรองนั่งขัดสมาธิกอดอกมองเจ้าสองตัวมันทะเลาะกันอย่างเอือมระอา เพราะแบบนี้เขาถึงไม่อยากให้มาพร้อมกันสองคน

“เอ้า! ไอ้รุต กูก็อยากเข้าหอเร็ว ๆ ไหมวะ”

“หวังเมียชาวบ้านมันคงเร็วนักหรอก!”

“เอ๊ะไอ้นี่! กะหรี่ชมว่าหล่อหน่อยทำเป็นเหลิงเหรอวะ!”

“พวกเอ็งสองตัวหยุดทะเลาะกันได้ไหม”

“ไอ้คนเมียไม่รักอยู่นิ่ง ๆ ไปเลย!”

“ถ้าพวกมึงยังไม่อยากโดนกุมารกูเล่นก็หุบปากแล้วไสตูดไปนั่งดี ๆ เดี๋ยวนี้”

“ครับ...”

จากการประสานเสียงด่ากลายเป็นพี่น้องเสือต้องมานั่งขด ๆ เก็บหูเก็บหางอยู่มุมห้องรอแฝดคนรองตระเตรียมสถานที่

พวกเขาใช่ว่าจะตีกันทุกครั้งที่เจอหน้าแต่มันแค่หมั่นไส้ขำขันตามประสาพี่น้องที่เกิดมาหน้าเหมือนกันเด๊ะ ทว่าอย่างไรพวกเขาก็คงไว้ซึ่งสำนวนยามศึกเรารบ ยามสงบเราตบกันเอง

ในตอนที่น้องรองมันหาเมียมาแต่งเข้าบ้านได้เป็นตัวเป็นตน แฝดพี่อย่างเขาก็เก็บความขุ่นเคืองเอาไว้ในใจถึงจะรู้ทั้งบ้านแล้วก็ตามถึงลำดับการได้เมียมาจากปากพ่อซึ่งเป็นอดีตพ่อครูก็ตาม แต่คนมีเมียเท่ากับคนน่าอิจฉา คนน่าอิจฉาเท่ากับคนน่าหมั่นไส้

เอาไว้เขาได้น้องเปลวมาเป็นเมียเมื่อไหร่นะ จะอวดตั้งแต่เช้ากลางวันเย็นเลยคอยดู

ธรรศมองข้าวของบนเรือนก็พลอยคิดถึงคำที่พ่อเคยบอกกับพวกเขาทั้งสามถึงเรื่องความรัก กล่าวคือชีวิตในทุกด้านจะดีเว้นเสียแต่อุปสรรคทางด้านความรักที่ต้องลำบากตรากตรำถึงจะได้เพชรเม็ดงามมาครอบครอง มันไม่เป็นการยากที่พ่อจะบอกวิธีการแก้เคล็ดหรือชี้แนะแนวทางอันโรยด้วยกลีบกุหลาบ กระนั้นทุกคนเกิดมามีกรรม การหลบเลี่ยงสิ่งที่ควรเผชิญในชาตินี้มีแต่จะไปส่งผลในภายภาคหน้า และพวกเขารู้กันดีว่าหากโชคชะตาเอาคืนเมื่อไหร่ มันหนักกว่าที่ควรเป็นร้อยเท่าพันเท่า

“ของไอ้รุตมันนาน ไอ้ธรรศมาก่อน”

เสียงแฝดรองเอ่ยเรียกพี่ชาย ธรรศจึงเชิดหน้าชูตาเหยียดมองน้องชายให้หมั่นไส้เล่น ๆ ก่อนจะไปนั่งหน้าเจ้าน้องรอคำทำนาย ด้วยว่าเป็นพี่น้องกันและมาบ่อยเป็นนิจ เจ้าสินมันจึงมีข้อมูลส่วนตัวครบทุกอย่าง แค่ยื่นมือไปให้มันดูและรอมันเขียนตรวจทานดวงดาวเพียงครู่ก็ได้แล้ว

“ทุกอย่างคล้ายเดิม”

“ไม่มีอะไรแนะนำหน่อยเหรอ?”

“เอ็งรีบประจบน้องเขาไปก็ดูไม่มีอะไรดีขึ้นใช่ไหมล่ะ”

ภูวธรรศเศร้าสร้อย ที่เขามาเพราะคิดว่าอยากจะรีบเร่งเขยิบความสัมพันธ์ขึ้นไปอีกก้าวแท้ ๆ เชียว

“แต่มีคำเตือน”

“หือ?”

“ระวังเจ้ากรรมนายเวรเอาไว้ ไม่ใช่ของเอ็งแต่เป็นว่าที่เมียเอ็ง รีบกำจัดออกไปได้ยิ่งดี”

“ต้องทำพิธีขับไล่ไหม?”

“มันมาในรูปคน จัดการด้วยวิธีทางโลกได้ สืบประวัติเมียเองดูแล้วจะรู้เองว่าเป็นใคร”

“ขอบใจ”

“จ่ายค่าครูด้วย ไปหยอดตู้ตรงนั้น”

ธรรศยิ้มแหยงไอ้นี่ก็มีเงินทองใช้เหลือเฟือยังจะมาขูดรีดพี่น้องร่วมสายเลือดอีก แต่ว่าไม่ได้ ตำหนักนี้ต้องแลกด้วยบางอย่างที่สมน้ำสมเนื้อ พี่ชายจึงไม่มีทางเลือกควักกระเป๋าเงินหยิบธนบัตรมายอดลงตู้

ต่อไปตาของเจ้ารุตที่มันไปหลงรักพ่อเล้าเจ้าของซ่องในเขตการดูแลตัวเอง กินในบ้านแบบนี้เค้าลางไม่ค่อยดีในสายตาเขาเท่าไรหรอก แต่เขาอย่าพึ่งไปห่วงคนอื่นเลย เอาตัวเองให้รอดก่อนดีกว่า

“ไอ้ธรรศ”

“มีอะไรอีกล่ะ?”

ไอ้สินมันเรียกขณะกำลังตวัดขาเดินลงจากตำหนัก ปกติมันไม่เคยเป็นแบบนี้นี่

“จะเอาคนนี้จริงเหรอวะ”

“ก็เออสิ”

“ตามใจ”

ภูวธรรศไม่ได้ใส่ใจกับคำทักมากนัก เพราะถึงจะไม่ได้ร่ำเรียนเป็นจริงเป็นจังแต่ก็พอรู้มาบ้างถึงไสยศาสตร์การทำนาย มันกำลังจะบอกว่าสิ่งที่สมบูรณ์แบบที่สุดย่อมได้มาอยู่กำมือยากเป็นธรรมดา และคำว่าสมบูรณ์แบบ ไม่ได้หมายถึงความบริสุทธิ์แต่คือคนที่เข้ากับดวงชะตา มีสิ่งที่เรียกว่าคู่ชีวิต และคำที่สูงส่งกว่าคืออีกครึ่งชีวิตซึ่งการจะได้มานั้นต้องผ่านบททดสอบมากมายเพื่อแลกมา

คิดแล้วนึกขำ ไอ้สินมันออกปากบอกเขาแต่ไม่ส่องกระจกดูตัวเองเลยว่ามันก็เลือกเดินในเส้นทางเดียวกัน

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . 

กิจวัตรของภูวธรรศในวัน ๆ หนึ่งนั้นคือการตื่นเช้ามาทำธุระส่วนตัวก่อนออกมาตรวจงานรับเหมาและตรวจสอบโครงการอื่น ๆ ในการดูแล เมื่อก่อนเขาชอบที่จะออกไปลงพื้นที่มากกว่าแต่พอน้องเปลวมาอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน ขาเจ้ากรรมมันดันอยากมานั่งไขว่ห้างตรวจเอกสารอยู่ยังโถงรับแขกเสียอย่างนั้น

อันที่จริงมีตลาดสามแห่งซึ่งเขาเป็นเจ้าของแต่เรื่องเก็บค่าแผงเขาจ้างลูกน้องไปดูแลแทน เพราะการได้นั่งจิบกาแฟร้อนในบรรยากาศลมเย็นสบายพร้อมมองแม่วัวน้อยปัดกวาดเช็ดถูเรือนไปนี่มันเจริญหูเจริญตาเป็นอย่างยิ่งเลยเชียว

เขารู้สึกว่าตัวเองลำบากมากในการดึงหน้าให้ตึงเปรี๊ยะอยู่ตลอดเวลา หากทำตัวเซ่อซ่าเข้าละก็น้องเปลวอาจนำเรื่องที่เขาจริง ๆ เป็นคนนิสัยขี้ใจอ่อนเหลวเป๋ว ไม่ได้เคร่งขรึมอย่างที่แสดงออกต่อหน้าไปบอกผัวละก็ตำแหน่งเจ้าหนี้อาจสั่นคลอน ลดอำนาจการต่อรองลงมาก็ได้

“คุณธรรศจ๊ะ มีตรงไหนที่อยากให้เช็ดอีกไหมจ๊ะ?”

เปลวเดินถือผ้าขี้ริ้วมาโน้มตัวถามด้วยความสุภาพ คนเป็นเจ้านายจึงตัวกระตุกกาแฟกระฉอกเล็กน้อย

“ไม่...ไม่มีแล้ว เอ็งไปพักเถอะ”

“จ้ะ”

เมื่อเห็นแม่โคน้อยเดินลงบันไดไปก็รีบวางแก้วกาแฟมานั่งก้มหน้าหวีดร้องอยู่ในใจคนเดียว

เมื่อสักครู่ในตอนที่เจ้าน้องโน้มตัวลงมาสายตาเขากลับไม่ได้สบตามองหน้าแต่ดันเผลอไปมองสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าเสียได้

*เพียะ!* ธรรศเลือกที่จะตบหน้าตัวเองเรียกสติที่ฟุ้งซ่านกลับคืนมา รู้ ๆ อยู่ว่าการไปมองแบบนั้นมันบัดสีแค่ไหน แต่...ก็สมกับที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่วัวจริง ๆ

*เพียะ!* สงสัยครั้งเดียวมันจะไม่พอ คุณชายภูวธรรศตบแก้มอีกครั้งจนมันแดงเสมอกันทั้งสองฝั่งพลางนั่งประสานมือมองออกไปยังท้องฟ้าโล่งกว้างให้จิตใจได้ซึมซับกับธรรมชาติ โดยหวังให้ความคิดดำมืดค่อย ๆ เจือจางลงจากเสียงนกร้องและเสียงลมพัด

“เฮ้อ...”

จากที่ไปดูดวงมาเมื่อเช้า เขาจึงเริ่มคิดเรื่องสืบประวัติน้องเปลวจริงจังอีกครั้ง เขารู้เรื่องราวชีวิตผ่านการทำนายของบิดามาล่วงหน้าหลายปี เรียกว่าได้เปรียบในหลาย ๆ ความหมาย เขามีเวลาเหลือเฟือในการเตรียมตัวเตรียมใจที่จะเผชิญหน้ากับอนาคต ทว่าทุกอย่างล้วนสมบูรณ์แบบมาจนกระทั่งเรื่องคู่ชีวิต

พลาดไปเพียงเสี้ยวจังหวะเดียว เอ็งก็กลายเป็นของคนอื่นเสียแล้ว

จนเมื่อพยายามข่มใจไม่ให้นึกย้อนถึงอดีตอันแสนหวานที่มีร่วมกันและกำลังจะยอมแพ้ เอ็งกลับมาหาอีกครั้งโดยไม่ทันได้ตั้งตัว เป็นเวลากว่าหกปีที่ไม่ได้เจอกัน พี่หวังว่าเอ็งจะยังจำกันได้แม้เพียงนิดแต่ไม่เลย...

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . 

“ธรรศลูก วันนี้ไม่ไปเล่นกับน้องเขาเหรอ?”

เสียงมารดาหูกระต่ายเอ่ยเรียกแฝดชายคนโตซึ่งคล้ายจะเดินกลับเข้าห้องนอนทันทีหลังทานมื้อเช้าเสร็จแทนที่จะลงไปวิ่งเล่นกับน้องข้างบ้านที่สนิทกันมาตั้งแต่ยังเล็ก

“น้องบอกอยากเล่นลูกข่าง เลยจะขึ้นไปเอาจ้ะ”

ภูวธรรศในวัยสิบเจ็ดยังไม่ผ่านพิธีซ่อนสังขารส่ายหางดุ๊กดิ๊กยิ้มดีใจขณะสนทนากับมารดา แล้วจึงรีบวิ่งขึ้นไปยังชั้นบนเพื่อค้นกรุของเล่นในกล่องเก่าเก็บ

บ้านหลังนี้ไม่ใช่เรือนไทยแต่เป็นบ้านสองชั้นอิงตามแบบโคโลเนียล ผนังมีสีอ่อนตัดกับพื้นไม้สีเข้ม บานประตูหน้าต่างประดับเส้นลูกฟักเรียบหรู ทรงหลังคาสีทรงจั่วปั้นหยาปูด้วยกระเบื้องว่าวประกอบกับไม้ฉลุลาย มองจากภายนอกไม่มีใครไม่รู้ถึงฐานะอันมั่งคั่งร่ำรวย

“ฉันว่าไอ้ธรรศมันออกหน้าออกตาเกินไปแล้วนะรุต”

“ก็เนื้อคู่เล่นมาเช่าที่อยู่ข้างบ้านเลยนี่”

มารุตเคี้ยวข้าวไข่เจียวในปากหงุบ ๆ กับพี่คนรองที่นั่งหรี่ตามองพี่ชายฝาแฝดตนวิ่งลงมาพร้อมลูกข่างเต็มมือประหนึ่งจะเอาไปเล่นกับคนทั้งหมู่บ้าน

พวกเขารู้มาก่อนว่าจะได้ใครรูปร่างลักษณะนิสัยแบบไหนมาเป็นคู่ชีวิต ต่างกันก็แค่ระยะเวลาการพบเจอ และคนที่มีโอกาสทำคะแนนเป็นคนแรกคือภูวธรรศพี่ใหญ่ของบ้าน พอวันหนึ่งที่บิดากลับจากการไปตกลงทำสัญญาเช่าที่ก็มาเรียกตัวแฝดคนโตออกไปดูหน้าบ้านพร้อมชี้ปลายนิ้วไปยังลูกวัวน้อยในชุดผ้าสีชมพูกลีบดอกบัวพลางกล่าว

‘คนคนนั้นแหละ คู่ของเอ็ง’ ทันทีเมื่อเด็กคนนั้นเหลือบตามามองเพียงแค่แรกพบก็พลอยทำให้รู้สึกเนื้อตัวเบาหวิวก่อนจะตามด้วยไอร้อนที่ค่อย ๆ ถูกปลุกปั้นจากกลางอกขึ้นมายังใบหูและหน้าแก้ม ในคืนนั้นเขาไม่อาจลืมภาพเมื่อครั้งสบตาได้เลย

ผิวสีน้ำผึ้งต้องแสงอาทิตย์ ลอนผมหยักศกถูกถักเป็นเปียยาว เครื่องหน้าจิ้มลิ้มน่ารักน่าเอ็นดู และการแต่งกายเรียบร้อยน่ามอง

นับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ผ่านมาเกือบสิบปีทั้งสองคนก็สนิทสนมกันมากกว่าพี่น้องแท้ ๆ เสียอีก วันหยุดหนึ่งวันของภูวธรรศคือการอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันลงมากินข้าวและไปเล่นไปคุยกับน้องวัวน้อยข้างบ้านก่อนจะกลับมาอาบน้ำนอนหลับฝันถึงน้องวัวน้อยต่อ หรือหากกลับมาจากโรงเรียนอย่างน้อยขอแค่ได้เห็นหน้าน้องวัวน้อยออกมาช่วยคุณแม่รดน้ำต้นไม้ ธรรศก็ชื่นใจไม่ต่างจากกอหญ้าในสวน

“พี่ธรรศจ๊ะ พี่ธรรศเป็นพิโดรใช่ไหมจ๊ะ?”

“ใช่ ทำไมเหรอ?”

น้องวัวน้อยนั่งมองเจ้าลูกข่างสีเข้มหมุนติ้วอยู่บนลานดินแห้งด้วยสายตาจดจ่อพลางถามด้วยความสงสัย

“แม่ฉันบอกว่าพี่ที่เป็นพิโดรจะรู้กลิ่นสุคนธ์ ฉันเลยอยากรู้ว่าตัวฉันมีกลิ่นอะไรน่ะจ้ะ”

สุคนธ์ พิโดร รดา สามเพศรองในโลกที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้นเพื่อให้เหล่าสิ่งมีชีวิตดำรงเผ่าพันธุ์ไปได้ยาวนานมากยิ่งขึ้น

สุคนธ์ มนุษย์ฐานพีระมิดนับเป็นเพศซึ่งมีอำนาจต่อรองน้อยที่สุดในบรรดาเพศทั้งหมด ด้วยรูปลักษณ์ที่ในสายตาใครก็ถูกมองว่าอ่อนแอ ตั้งแต่เกิดส่วนใหญ่จึงล้วนถูกประคบประหงมดูแลประหนึ่งไข่ในหิน ส่งกลิ่นหอมกำจายเมื่อเข้า ‘ฤดูพิสมัย’ ชักจูงพิโดรที่อยู่ใกล้ให้เข้ามามีสัมพันธ์ทางกายเพื่อก่อเกิดทายาท

พิโดร มนุษย์ยอดพีระมิด มีรูปร่างสูงใหญ่เป็นที่น่าเกรงขาม มิหนำซ้ำส่วนใหญ่มียศถาบรรดาศักดิ์และอำนาจต่อรองสูงที่สุดในบรรดาเพศทั้งหมด สามารถขับกลิ่นข่มเพศอื่นได้โดยเฉพาะสุคนธ์ ในทางตรงกันข้ามกลับถูกดึงดูดด้วยกลิ่นหอมของสุคนธ์ได้ง่ายในบางรายอาจคลุ้มคลั่งไม่อาจควบคุมสติสัมปชัญญะได้เลยเชียว

รดา เพศที่มีจำนวนมากที่สุดในสังคม เป็นคนธรรมดาดาษดื่นไม่สามารถรับรู้กลิ่นพิสมัยของสุคนธ์ได้กระนั้นในบางครั้งก็สามารถได้กลิ่นข่มจากพิโดรได้เช่นกัน

ภูวธรรศทราบเรื่องพวกนี้มาจากพ่อแม่ซึ่งเป็นคู่สุคนธ์พิโดรจึงได้เรียนรู้มาตั้งแต่เด็กถึงวิธีปฏิบัติกับเพศรองโดยเฉพาะเพศที่อ่อนแอที่สุดอย่างที่น้องเปลวเป็น

“ตอนนี้พี่ยังไม่ได้กลิ่นเราหรอก คงต้องรอโตกว่านี้ก่อน”

ตอนนี้น้องเจ้าอายุสิบสามย่างสิบสี่แม้ยังไม่ใช่วัยเจริญพันธุ์แต่ใบหน้ากลับกลมกลึงจิ้มลิ้มน่ารักฉายแววงดงามเมื่อเติบใหญ่ ไหนจะนิสัยน่ารักใสซื่อประหนึ่งดอกไม้ขาวบริสุทธิ์ยิ่งทำให้เขาเอื้อเอ็นดูเข้าไปอีก

เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่ากลิ่นกายของน้องวัวน้อยเมื่อได้สัมผัสมันจะหอมรัญจวนเพียงใด อยากให้วันที่เราได้เป็นครอบครัวเดียวกันมาถึงเร็ว ๆ แล้วสิ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • โคขัดดอก   บทพิเศษ ๘ จั่วหัว

    เฉลิม × ม่วงอีกไม่นานเด็ก ๆ ในการดูแลของเขาก็จะจบการศึกษาจากโรงเรียนประจำที่ส่งไปพระนคร โดยแต่เดิมตัวเขาเป็นเด็กที่มาจากสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า และเด็กพวกนั้นก็นับเป็นประหนึ่งน้องชายน้องสาวต่างสายเลือดที่อายุห่างจากเขาไปเยอะโข แต่อย่างไรเขาในฐานะพี่ใหญ่ก็อยากจะหาโอกาสมามอบให้เด็กเหล่านั้น ไม่ต้องให้มาตกระกำลำบากเช่นตัวเองเขาจับพลัดจับผลูจนได้มาทำงานในเครือเหมบำรุงและได้รับความช่วยเหลือจากคุณธรรศโดยการหยิบยืมเงินเพื่อส่งเด็ก ๆ ทั้งหมดเข้าโรงเรียนรวมถึงการบำรุงรักษาสถานรับเลี้ยงที่เขาเติบโตมา ส่วนคนไหนเป็นสุคนธ์ถึงเขาจะไม่สามารถจ้างครูสอนรายบุคคลได้แต่อย่างน้อยก็มีอาจารย์ช่วยกันสอนสั่งดูแลถึงสองคนต่อเด็กห้าสิบกว่าคนมันไม่เชิงว่าเขาเป็นหนี้เจ้านายอย่างคุณภูวธรรศ แต่เป็นเขาเองที่อยากให้เจ้านายหักเงินรายเดือนคืนกลับไป แม้มันจะเล็กน้อยเท่าหยิบมือแต่เขาในตอนนี้ก็คืนมันไปจนหมดแล้ว กระนั้นด้วยบุญคุณที่เจ้านายมอบให้ในตอนที่เขายังไม่มีอะไรเป็นของตัวเอง ตอนที่ยังคงแต่งตัวซอมซ่อเหมือนหนูข้างถนน เขาจึงตั้งมั่นตั

  • โคขัดดอก   บทพิเศษ ๗ ชนแก้ว

    วันนี้เนื่องจากเป็นวันเรียนจบของลูกเปรมซึ่งเข้าสู่วัยรุ่นอย่างเต็มตัว พ่อเสือจึงลางานละหน้าที่หนึ่งวันสำหรับพาครอบครัวมาทานมื้อค่ำในตัวเมืองซึ่งเป็นร้านอาหารที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ นับเป็นเรื่องปกติของที่บ้านที่จะพาเด็ก ๆ มาฉลองในแต่ละช่วงเวลาสำคัญของชีวิตแม้เปรมจะเป็นสุคนธ์ไม่สามารถเข้าเรียนในโรงเรียนทั่วไปได้อย่างพี่เปี่ยมพี่ปิ่นแต่ก็ถือว่าเรียนจบหลักสูตรตามที่อาจารย์ซึ่งจ้างมาครบหมดแล้วตอนนี้ลูก ๆ ของเขาโตขึ้นกันเร็วเสียน่าใจหายเผลอแป๊บเดียวปิ่นเปี่ยมก็อายุสิบหกเริ่มทำงานช่วยพ่อธรรศกันแล้ว กระนั้นผลลัพธ์กลับออกมาตรงกันข้ามเสียอย่างนั้น กลายเป็นว่าปิ่นที่เคยพูดจาเจื้อยแจ้วนั้นสุขุมขึ้น แต่อย่างไรความมั่นใจในตัวเองที่พ่อธรรศมอบให้ผ่านการใช้เวลาร่วมกันก็ยังคงฝังลึก มีหลายครั้งที่ลูกสาวคนนี้แสดงมุมตลก ๆ ออกมา ในขณะเดียวกันเปี่ยมซึ่งเคยเป็นเด็กขี้อายเมื่อโตเป็นหนุ่มกลับเป็นคนแสดงออกชัดเจนพูดจาเถรตรง และมั่นใจในการพูดมากขึ้นบนโต๊ะอาหาร“เปรมกินอันนี้ไหม เดี๋ยวพี่ตักให้”“กินจ้ะ”ภาพพี่น้องรักใคร่กลมเกลียวแบบนี้ช่าง

  • โคขัดดอก   บทพิเศษ ๖ กระโจมอก (NC)

    เนื่องจากปิ่นเปี่ยมก็โตขึ้นแล้ว สามีจึงเห็นว่าควรหาพื้นที่ส่วนตัวให้อย่างน้อยก็เป็นห้องนอนเล็ก ๆ ให้ฝึกใช้ชีวิตด้วยตัวเองส่วนเปรมด้วยว่าพึ่งคลอดได้ไม่กี่เดือนยังคงต้องนอนห้องเดียวกันกับพวกเขาอยู่ แต่ก็มีอยู่หลายวันเหมือนกันที่พวกเราห้าคนมานอนด้วยกัน จะนับเป็นส่วนใหญ่เลยก็ว่าได้ในตอนนี้ปิ่นเปี่ยมขึ้นป.๒ และก็มีบางวันที่เลิกเรียนกลับมาเย็นเนื่องจากมีกิจกรรมของทางโรงเรียนเขา ในขณะเดียวกันนี่ก็เป็นอีกครั้งที่มีกินเลี้ยงคนงาน ครัวจึงถูกใช้งานอย่างเต็มอัตราโดยมีพี่ม่วงพี่เฉลิมมาช่วยอย่างที่เคยเป็น กว่าจะวางมือจากตะหลิวเช็ดล้างทำความสะอาดพื้นครัวก็ปาไปเกือบหกโมง ลูก ๆ จึงอาบน้ำอาบท่าขึ้นไปทำการบ้านกันก่อนแล้ว ไหนจะได้ยินว่าง่วงเพราะเล่นกีฬามา สงสัยคงต้องขึ้นไปดูน้ำในเหยือกด้านบนเสียหน่อยว่าพอหรือเปล่า“ขอบคุณที่มาช่วยนะจ๊ะพี่ม่วง”“ผมต้องมาช่วยอยู่แล้วครับ”พี่ม่วงมอบยิ้มให้หลังพี่เฉลิมเดินมายกหม้อไปขึ้นท้ายรถ ส่วนพี่ธรรศตอนนี้พึ่งกลับมาจากการออกไปสะสางเรื่องหนี้กับผัวเมียสองคนนั้นนิดหน่อย จะว่าไปหลังจากวันนั้นเขาก็ไม่ได้เห็นหน้าพี่กอบกับคุณ

  • โคขัดดอก   บทพิเศษ ๕ ขิง

    เนื่องจากเขาสนิทกับพี่ม่วงเป็นทุนเดิมเพราะคุยกันถูกคอถึงเรื่องเด็ก ๆ ที่ได้โอกาสและเงินสนับสนุนจากพี่ธรรศให้ไปเรียนไกลถึงพระนครซึ่งใคร ๆ ต่างก็รู้ว่าที่นั่นการศึกษายอดเยี่ยมแค่ไหน จนตอนนี้เด็ก ๆ เหล่านั้นก็กลับมาช่วยงานของสามีภายใต้การดูแลของพี่ม่วงพี่หนูตัวเล็กเคยเล่าว่าเด็ก ๆ ตัวสูงกันมาก ซึ่งพอได้มาทำงานร่วมกันเขาจึงเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ทั้งเด็กพวกนั้นก็เป็นที่น่าเอ็นดู รับฟังคำแนะนำ ไหนจะขยันขันแข็งหนักเอาเบาสู้จนมีหลายครั้งที่หากกำไรงาม เขามักจะปันส่วนให้เด็ก ๆ เอาไปกินเลี้ยงหรือไม่ก็เก็บหยอดกระปุกเผื่ออยากจะเอาไปต่อยอดสานฝันเขาอยากหาเงินด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองจึงเก็บหอมรอมริบเงินเดือนในสมัยที่ยังทำงานประหนึ่งคนใช้ในช่วงเป็นหนี้มาซื้ออุปกรณ์ทำอาหาร และเอาเงินไปจ่ายค่าแผงของพี่ธรรศที่แม้ในเริ่มแรกเจ้าตัวจะอิดออดขอไม่รับแต่เขาก็บอกจุดประสงค์ชัดเจน จนในที่สุดเจ้าพี่ก็ยอมให้กันในช่วงแรกนั้นดำเนินไปได้ด้วยดี แม้มีชะงักไปบ้างเพราะมันคาบเกี่ยวตอนตั้งท้องน้องเปรมแต่สุดท้ายเขาก็พาตัวเองมาขายได้บ้างเป็นบางครั้งบางคราว เพราะพี่ธรรศเอาบทบาทสามีภรรยา

  • โคขัดดอก   บทพิเศษ ๔ สวนสัตว์น้ำ

    “ใต้ท้องทะเลอุดมไปด้วยชาวเมืองปลา...”ย้อนกลับไปในระยะเวลาก่อนที่เขาจะแต่งงาน มันเป็นช่วงที่กุมภีร์กำลังสอนเด็ก ๆ อ่านหนังสือโดยเริ่มจากการเรียนตัวอักษร สระ วรรณยุกต์ตามมาด้วยการคัดลายมือ และการฝึกอ่านต่าง ๆ โดยนอกจากแบบเรียนแล้ว ก็มีหนังสือภาพหนังสือนิทานที่ชักจูงความสนใจของสองแฝดได้เพราะมีภาพประกอบสวยงามคนเป็นแม่อย่างเปลวเมื่อลูก ๆ หยิบหนังสือมาให้อ่านก่อนนอนมีหรือจะปฏิเสธ ทั้งพี่ธรรศก็ให้การสนับสนุนการเรียนการสอน ออกไปตระเวนหาซื้อหนังสือนิทานมาตั้งไว้สูงชะลูด ไม่รู้ว่าจะอ่านพวกมันจบก่อนเด็กน้อยโตเลยวัยหรือเปล่าในทุกคืนสองแฝดจะทำข้อตกลงเลือกหนังสือนิทานเล่มใหม่หรือเล่มเดิมที่สนใจวิ่งดุ๊ก ๆ เอามาให้แม่วัวอ่าน ยอมรับเลยว่าช่วงเวลาที่ได้ใช้ไปกับลูกในทุกคืนแม้เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของวันแต่มันช่างมอบความสุขให้เขามากมายเหลือเกิน และวันนี้เด็ก ๆ ก็เลือกหนังสือนิทานเรื่อง ‘พระราชาใต้มหาสมุทร’ มาให้เขาอ่าน คงเพราะมีหน้าปกวาดแต่งแต้มสีฟ้าสดใสพร้อมเหล่าสัตว์ทะเลหน้าตาแปลก ๆ เต็มไปหมด อ่านไปเรื่อย ๆ เรื่องราวจะกล่าวถึงพระราชาที่เคยสั่งงานทุกค

  • โคขัดดอก   บทพิเศษ ๓ เที่ยงตรง (NC)

    ในขณะที่พี่ธรรศช่วงนี้ต้องออกไปทำงานต่างจังหวัดเป็นเวลาสามวัน เขาในฐานะที่ไม่ได้ออกไปไหนก็ต้องทำงานบ้านงานเรือน ทั้งเดี๋ยวนี้พี่ธรรศก็มักจะไหว้วานเขาให้ตรวจสอบบัญชีไปก่อนระหว่างรอรับสมัครพนักงานคนใหม่เข้ามา เป็นงานที่หนักเอาการเพราะระหว่างวันเขาต้องคอยดูแลเด็ก ๆ โดยเฉพาะเจ้าเปรมที่ร้องไห้งอแงอยู่แทบจะตลอด บางครั้งก็ร้อนเกิน หนาวเกิน ขับถ่าย หิวข้าว หิวนม แม้จะพยายามทำอาหารรสอ่อนให้ทานแต่ลูกชายคนนี้จนอายุได้สองขวบปีก็ยังต้องเอามาเข้าเต้าบ้างเปลวคิดจะให้ลูกเสือตัวน้อยหัดกินผักตั้งแต่เด็กจะได้ทานอะไรได้หลากหลายเหมือนพี่ ๆ คิดสะระตะไปมาตอนนี้ก็นอนหลับปุ๋ยกันไปหมดสามคน ในที่สุดความวุ่นวายในวันหยุดก็เพลาลงเสียทีคนเป็นแม่อย่างเปลวจึงได้เวลาหาอะไรกินเป็นมื้อเที่ยง แล้วจึงรีบมาเปลี่ยนผ้าปูเตียงประจำเดือนยังห้องพ่อแม่ เขาในตอนนี้ไว้ผมยาวลงมาจนสามารถถักเป็นเปียได้เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ทีแรกด้วยความไม่ชินจึงมีความคิดที่จะตัดสั้นดังเดิม ทว่าก็ทำได้แค่คิดเพราะงานอะไรล้วนยุ่งไปหมด อยู่ไปอยู่มาก็ชินเสียแล้ว*แกร๊ก* เสียงกลอนประตูเปิดออก เปลวที่กำลังวุ่นอย

  • โคขัดดอก   บทพิเศษ ๒ ฟูฟ่อง

    ผ่านมาหนึ่งปีถ้วนนับตั้งแต่คืนวันแต่งงาน ในช่วงเวลาที่ผ่านมาพี่ธรรศพาเขาไปพบสูติแพทย์อยู่เป็นประจำตามกำหนด หาหยูกยาบำรุงตามคำหมอมาต้มให้เขาดื่มทุกคืนก่อนนอน ไหนจะอาหารการกินอุดมสมบูรณ์เต็มตาเต็มโต๊ะยิ่งกว่าเก่า เขาที่ท้องสามแล้วจึงพอมีความคุ้นชินอยู่บ้าง และทราบว่าคนท้องพอทำอะไรเองได

  • โคขัดดอก   บทพิเศษ ๑ งานแต่ง (NC)

    กลิ่นหอมสดชื่นของพานพุ่มใบตองโชยมาจากท้ายขบวน เสียงพูดคุยของเหล่าเครือญาติและมิตรสหายแว่วมาพร้อมรอยยิ้มแห่งความยินดีปรีดา เหล่าพานมงคลไล่เรียงขึ้นมามีผลไม้ ขนม สินสอด และแหวนฝังเพชรเม็ดงามสองวงตั้งเด่นบนพานดอกไม้ใบน้อย เป็นสองแฝดน้องชายผู้ถือพานต้นกล้วยลอบมองเจ้าบ่าวในชุดผ้าไทยซึ่งระ

  • โคขัดดอก   บทที่ ๒๑ เด็กน้อย (จบบริบูรณ์)

    “อึก! อืออ...”ฝ่ามือสีน้ำผึ้งกำแน่นอยู่บนลาดไหล่กว้าง ส่งเสียงร้องครางอยู่ข้างใบหูพ่อเสือเมื่อสะโพกอวบกำลังถูกกดลงต่ำสวนทางกับแก่นกายยักษ์เต้นตุบที่เข้าปากทางย้อนขึ้นมากระทุ้งผนังอ่อนชวนให้รู้สึกจุกเสียว“เอ็ง...อึก...รัดแน่นเกินไปแล้ว”“อ๊ะ! พี่ อื้อ!”ภูวธร

  • โคขัดดอก   บทที่ ๒๐ คิดเลขบนเตียง (NC)

    กระนั้นเมื่อกลับมาน้องเปลวก็คล้ายจะงอนเนื่องจากเขาเรียกให้พนักงานจับกล้องถ่ายรูปพร้อมชูแหวนแต่งงาน สงสัยคงเขินจนโมโหกลบเกลื่อนกระมัง นึกย้อนกลับไปไม่ว่าจะมุมมองไหนน้องเปลวก็น่ารักจริง ๆตอนนี้ภูวธรรศกำลังนุ่งผ้าเตรียมตัวนอน มื้อเย็นก็เป็นอาหารที่ซื้อมาจากร้านเมื่อเที่ยง เห็นได้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status