Beranda / วาย / โคขัดดอก / บทที่ ๓ ผ่านไปเร็ว

Share

บทที่ ๓ ผ่านไปเร็ว

last update Tanggal publikasi: 2024-10-30 18:15:18

ภูวธรรศเปลี่ยนลูกข่างไปจนครบ เหวี่ยงเชือกแล้วไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบแต่น้องวัวน้อยก็ไม่มีทีท่าว่าจะเบื่อเลยสักนิด ยิ่งเป็นลูกข่างซึ่งวาดลวดลายสีสันยิ่งจ้องมองไม่วางตา เขาจำได้ว่าตัวเองเล่นแป๊บ ๆ ก็เบื่อแต่ไม่ใช่กับน้องเปลวเลย

บ้านของโคน้อยย้ายมาจากต่างจังหวัด เข้ามาเช่าหนึ่งในบ้านหลังที่เขาเป็นเจ้าของ บ้านหลังนั้นไม่ได้เล็กหรือใหญ่จนเกินไป พอดีกับขนาดครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูก จากการแต่งตัวน่าจะพึ่งมาเริ่มมีฐานะเมื่อไม่นานมานี้ จากการถามน้องเปลว น้องเจ้าเล่าว่าเมื่อก่อนปลูกกระท่อมทำเถียงนาอยู่กันเล็ก ๆ จนเมื่อมีคนมาขอซื้อที่ด้วยจำนวนเงินมากมายมหาศาลบ้านน้องเปลวจึงคิดย้ายเข้ามาเริ่มต้นใหม่ในตัวเมืองเหนือซึ่งเส้นทางก็ไปได้ดีไม่มีติดขัด

“วันนี้น้องขอไปเล่นบ้านที่ธรรศได้ไหมจ๊ะ?”

“ได้สิ แต่แม่จะไม่ว่าเอาเหรอ?”

ส่วนที่เขาเล่นอยู่ประจำคือลานดินหน้าบ้านน้องเปลว หากจะไปบ้านคนอื่นต้องขอผู้ใหญ่เสียก่อน แต่มาขอปุบปับแบบนี้ไม่รู้มารดาจะอนุญาตหรือไม่ยิ่งเป็นสุคนธ์เสียด้วย

“ฉันขอแม่ตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วล่ะจ๊ะ”

“แบบนี้น่าจะบอกพี่แต่แรกสิ จะได้พาไปนั่งกินขนม ตากพัดลมเย็น ๆ”

“น้องอยากเล่นข้างนอกก่อน มันปลอดโปร่งดีจ้ะ”

ภูวธรรศในวัยเยาว์มองน้องวัวน้อยลุกขึ้นเดินตามหางสีขาวขนฟูมาติด ๆ ยิ่งมองยิ่งหลงโดยเฉพาะตากลมแป๋วนั่นที่จ้องนาน ๆ ไม่เคยได้เลยสักครั้ง

“เอ็งชอบที่กว้าง ๆ เหรอ?”

“จ้ะ บางครั้งฉันก็คิดถึงบ้านเก่า”

ธรรศคิดตาม น้องเปลวที่เคยชินกับการได้วิ่งเล่นในทุ่งนาโล่งกว้างคงจะรู้สึกอึดอัดน่าดูเมื่อต้องย้ายสำมะโนครัวมาอยู่ในศูนย์กลางจังหวัดที่เต็มไปด้วยตึกรามบ้านช่องและถนนหนทางคับแคบ

หากเป็นไปได้สักวันเขาอยากจะพาเจ้าตัวไปเที่ยวหรือไม่ก็หาที่ดินผืนกว้างสักผืนปลูกเรือนท่ามกลางทุ่งดอกไม้ให้เป็นของขวัญแก่ว่าที่คู่ชีวิตในอนาคต

“แม่จ้ะ น้องเปลวมาเล่นที่บ้านนะ”

“ตายจริง เราไปนั่งรอที่ระเบียงได้เลยนะจ๊ะ เดี๋ยวแม่ยกเอาของว่างไปให้”

แม่บ้านหูกระต่ายตกใจที่จู่ ๆ เด็กน้อยก็มา เขายังไม่ทันได้เตรียมอะไรรอเอาไว้เลย รู้แบบนี้เมื่อเช้าน่าจะฝากพ่อออกไปซื้อขนมถาดมาสักหน่อย

“รุตกับสินก็ไปเล่นกับน้องเขาด้วยสิลูก”

“ไม่ล่ะจ้ะ ฉันว่าจะไปตำหนักพ่อ”

“ฉันก็จะไปด้วยคนจ้ะ!”

ที่สองหนุ่มไม่ไปเล่นกับน้องเปลวไม่ใช่อะไร เพราะไอ้ธรรศมันไม่อยากให้ใครเข้าไปยุ่มย่ามกับคู่มันแม้แต่พี่น้องน่ะสิ น้องเปลวก็นิสัยน่ารักจิตใจอ้อมอารีแท้ ๆ จะขอนั่งเล่นคุยด้วยไม่ได้เลยหรืออย่างไร เฮ้อ...ขี้งก

คุณแม่เดือนหูกระต่ายในผ้ากันเปื้อนมองลูกสองคนจูงมือพากันเดินไปตำหนักพ่อก็ถอนหายใจ เด็ก ๆ คิดเป็นจริงเป็นจังเรื่องคู่ครองตั้งแต่ยังอายุเลขหนึ่งแบบนี้มันดีแล้วหรือ แต่พี่ภาสก็บอกว่าลูก ๆ จะได้มีเวลาเตรียมใจ เขาก็กังวลว่าไอ้ตระเตรียมใจที่ว่านั่นจะมันจะหนักหนาสักแค่ไหนกันเชียว 

“แม่ออกไปซื้อขนมไม่ทัน ทานผลไม้ไปก่อนนะจ๊ะ”

“ขอบคุณมากเลยจ้ะ”

เสียงน้องโคน้อยกล่าวขอบคุณเป็นที่ชื่นใจของมารดากระต่ายป่า เขามองแล้วก็แสนจะเอ็นดูถ้ามีเด็กน่ารักแบบนี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในบ้านบรรยากาศคงอบอวลฟูฟ่องใช่ย่อย

ภูวธรรศมองน้องกินแตงโมแก้มพองเป็นก้อนกลมก็พึงพอใจ เขาอยากจะพูดออกไปว่าเราคือคู่กันแต่ยังทำไม่ได้ตามคำสั่งพ่อที่ต้องปล่อยทุกอย่างให้เป็นไปตามครรลอง การรู้ก่อนไม่ได้แปลว่าจะเข้าไปแทรกแซงได้ แต่ถ้าแค่นี้คงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง

“เปลว”

“จ้ะ?”

“ถ้าพี่...อยากจะขอ...หมายถึง...เอ่อ...”

ธรรศคิดว่าทำไมสิ่งที่อยู่ในหัวคิดวนมาเป็นร้อยรอบพันรอบมันถึงพูดออกมายากขนาดนี้กันนะ หรือการที่เขากล่าวออกมาแบบนี้จะดีจริงหรือเปล่า

เปลวผินหน้ามาสบตามองพี่ธรรศที่ใบหน้าดูจะขึ้นเป็นริ้วแดงประกอบกับหูหางที่ลู่ไปด้านหลัง เขาไม่รู้ว่าพี่ธรรศจะขออะไร แต่ถ้าเขาทำได้ก็ยินดีจะช่วยเหลือ

วัวน้อยยังคงจดจ้องพี่ชายเสือดาวหิมะ เขาตั้งแต่มาที่นี่ก็มีพี่ชายเสือคอยเป็นเพื่อนเล่นรวมไปถึงเป็นที่ปรึกษา เพราะเป็นสุคนธ์จึงไม่สามารถออกไปร่ำเรียนในโรงเรียนได้อย่างใครเขา ต้องเรียนทุกอย่างอยู่ที่บ้านโดยมีครูเข้ามาสอนตั้งแต่เรื่องในตำรารวมไปถึงเรื่องในครัวเรือน งานเย็บปักถักร้อยกรองมาลัย และพี่ธรรศก็มักจะเอาเรื่องสนุก ๆ จากที่โรงเรียนมาเล่าให้ฟังอยู่เสมอ

จนจากความรู้สึกสนิทอย่างพี่น้องเริ่มกลายเป็นอย่างอื่นที่เขาไม่สามารถอธิบายได้ชัดเจน เพียงแค่อย่างอยู่ด้วยกัน อยากฟังเสียงพูดไปเรื่อย ๆ หรือบางทีก็อยากเข้าไปใกล้ชิดมากกว่านี้

“พี่คือ...อีกสามปีข้างหน้า...”

หางขนขาวฟูตวัดมาอยู่ข้างหน้า โดยที่เด็กหนุ่มไม่ทันได้รู้ตัวปลายหางมันกลับไปวางอยู่บนตักน้องวัวน้อยที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เสียอย่างนั้น

“พี่ธรรศจ๊ะ”

เจ้าของชื่อในตอนนี้สั่นเกร็งเกินกว่าจะเอ่ยปากพูด เพราะสิ่งที่อยู่ในหัวมันน่าเขินอายเกินกว่าจะพูดออกมา ไหนจะหางเจ้ากรรมที่ดันยาวเหยียดจนมันส่ายไปวางบนผ้าถุงสั้นอย่างเป็นไปเอง ซ้ำยิ่งมีอาการตื่นตระหนกขนเขินอะไรล้วนพองฟูขึ้นกว่าเก่า

“ฉันขอลองจับได้ไหมจ๊ะ?”

“ดะ...ได้สิ”

เอาเป็นว่าธรรศในตอนนี้ขอพักในการพูดคำคำนั้นออกไปก่อน แล้วมาตั้งใจควบคุมหางไม่ให้มันกระดิกส่ายไปมากกว่านี้จะดีกว่า

ฝ่ามือสีน้ำผึ้งนุ่มนิ่มจับสัมผัสหางขนฟูอย่างแผ่วเบาก่อนจะตาลุกวาวเมื่ออุ้งมือจมลงไปกับขนยาวสีขาว มือเล็ก ๆ คู่นั่นละเมียดเกลี่ยขนอย่างเพลิดเพลิน ธรรศที่มองน้องวัวน้อยตาเป็นมันยิ่งใจสั่น คนเราจะน่ารักก็ให้มันมีขีดจำกัดบ้างสิ

เขาปล่อยให้หางตนเองอยู่บนตักนั้นตลอดช่วงเที่ยงจนตกบ่าย กินมื้อเที่ยงสนทนาเล่นกันบนโต๊ะเพื่อให้ตนเองผ่อนคลาย ต่อให้จะลุกไปเข้าห้องน้ำเมื่อกลับมาเขาก็เลือกจะวางหางเอาไว้บนตักน้องอยู่ดี ไม่ใช่แค่เห็นว่าวัวน้อยชอบแต่เขาก็ชอบไม่ต่างกัน

“เปลว”

มาจนตกเย็นตอนนี้เขาว่าตัวเองรวบรวมความกล้ามาได้มากพอจะสารภาพออกไปแล้วล่ะ

“จ้ะพี่?”

เปลวเงยหน้าขึ้นมามองเพราะตอนนี้พวกเขาย้ายเข้ามานั่งในบ้านกันสองคนเพราะแดดบ่ายส่องโดนระเบียง

“พี่รักเอ็ง”

ธรรศพูดมันออกไปได้แล้ว แต่ผลของมันคือไอร้อนผ่าวบนหน้าที่ทวีคูณขึ้นอย่างรวดเร็วจนเขาเดาได้เลยว่าภาพที่ออกมาคงจะตลกมากเป็นแน่จึงก้มหน้างุด ๆ หลบเลี่ยงการมอง

เปลวที่ได้ยินคำนั้นเข้าไปก็ตกใจใบหูกระตุก หันหน้าหนีไม่ต่างกัน เขาไม่คิดเป็นจริงเป็นจังมาก่อนว่าพี่ธรรศจะมาชอบคนบ้านนอกคอกนาอย่างเขา แม่เองก็บอกกับปากว่าบ้านเหมบำรุงที่เขามาเช่าที่อยู่นั้นรวยล้นฟ้า เขาจึงคิดไปว่าหากคนอย่างพี่ธรรศจะหาคู่ครองสักคนคงต้องเป็นคนระดับเดียวกันเป็นแน่...แต่...กับเขาน่ะเหรอ

“เอ็งไม่ต้องกังวล พี่จะทำทุกอย่างให้ถูกต้อง”

“พี่หมายถึง...”

เปลวยังคงอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ด้วยความตกใจ เขาจินตนาการไม่ออกว่ามันจะออกมาเป็นอย่างไร 

“ถ้าเอ็งอายุถึงเมื่อไหร่ พี่จะไปขอนะ”

มันเป็นคำสัญญาที่เปลวในวัยเด็กไม่รู้แน่ชัดว่ามันหนักแน่นเพียงใด พี่ชายที่โตกว่าถึงสี่ปีมาพูดให้คำมั่นแบบนี้ หากเขาโตพอและอยู่ในวัยเดียวกันจะรู้ถึงความลึกซึ้งของมันมากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้หรือไม่นะ

“จ้ะ ฉันจะรอนะจ๊ะ”

ในวันนั้นน้องวัวน้อยยิ้มแย้มแก้มขึ้นสีชมพูระเรื่อชวนน่ารักก่อนที่เขาจะอาสาเดินไปส่งเพราะมันเริ่มเย็นแล้ว

ไม่คิดมาก่อนเลยว่าการกระทำนั้นมันจะย้อนกลับมาแทงตัวเอง เมื่อจู่ ๆ เขากลับถูกโชคชะตาเล่นตลก ไม่กี่เดือนต่อมาข้างบ้านเขาไร้ซึ่งคนอาศัยอยู่พร้อมป้ายประกาศเช่าที่ถูกนำกลับมาตั้งไว้ตามเดิม

*ตึง! ตึง! ตึง! ปึง!* เสียงเดินขึ้นบันไดตึงตังไล่มาตั้งแต่หน้าบันไดจนเปิดประตูบ้านเข้ามา ภูวธรรศในชุดนักเรียนซึ่งได้ไปเห็นป้ายปล่อยเช่าข้างบ้านมาหมาด ๆ อารมณ์ฉุนเฉียวเดินไปทิ้งตัวนั่ง ณ โต๊ะทานข้าวข้างผู้เป็นบิดา

“พ่อรู้อยู่แล้วใช่ไหม?”

“พ่อพูดทุกอย่างที่รู้ไม่ได้”

“อย่างน้อยก็ใบ้มาหน่อยก็ได้นี่!”

ตอนนี้เขาโกรธมากแต่จะไปลงกับใครมากก็ไม่ได้อีก มันช่างน่าโมโหที่จู่ ๆ เจ้าน้องก็หายไปโดยไม่บอกไม่กล่าว แล้วเขากว่าจะตามหา ต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเจอ นานแค่ไหนกว่าเขาจะสร้างเนื้อสร้างตัวจนมีเงินจ้างนักสืบเอง อย่างไรหากจะยืมบิดาคงไม่ยอมให้หรอก

“พ่อก็เคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าพวกเอ็งจะได้คนมีตำหนิ

เอ็งนั่นแหละคิดยังไงไปสัญญาเขาเป็นมั่นเป็นเหมาะ”

ธรรศไม่มีคำจะโต้เถียง มันเป็นที่รู้กันดีว่าที่พ่อบอกพวกเขาล่วงหน้าแบบนี้คือให้เวลาทำใจถึงอนาคตที่ไม่ได้เป็นดั่งใจ รวมไปถึงเรื่องราวกะทันหันแบบนี้ด้วยเช่นกัน

“เอ็งไม่ต้องกลัว สุดท้ายสิ่งที่สมควรเป็นของเอ็งจะกลับมาโดยที่เอ็งไม่ต้องพยายามอะไรให้เปลืองแรง”

“...”

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . 

แน่นอนว่าคนอย่างภูวธรรศไม่มีวันตัดใจง่าย ๆ อย่างไรสิ่งที่พ่อพูดมันก็เป็นเพียงคำพยากรณ์ แม้มันจะจริงทุกครั้งแต่โอกาสพลาดใช่ว่าจะไม่มี

เมื่ออายุย่างยี่สิบซึ่งเขาได้รับสืบทอดมรดกและลูกน้องจำนวนหนึ่ง สิ่งแรกที่เขาทำคือการส่งคนออกตามหาตัวน้องเปลว ไม่ว่าใครที่มองมาก็คงคิดว่าการกระทำของเขามันไร้สาระ เลือกทุ่มเททั้งกายใจไปกับสิ่งที่หาความเอาแน่เอานอนไม่ได้อย่างความรักมันช่างโง่เขลาสิ้นดี แต่แล้วอย่างไร นี่มันชีวิตเขา หากที่ลงทุนลงแรงไปมันจะไม่ได้อะไรกลับมาเขาก็พร้อมยอมรับมัน

ภูวธรรศวัยแตกเนื้อหนุ่มสวมแว่นกันแดดลงมาจากเบาะคนขับเดินตรงเข้าไปยังอาณาเขตก่อสร้างห้างร้านของไอ้รุตซึ่งยืนหน้าแป้นแล้นอยู่ข้าง ๆ ดูท่าจะตื่นเต้นมากกับการลงทุนครั้งแรก

“เอ็งถือช่อดอกไม้มาทำไม?”

“จะเอาไปให้พี่ชาติ”

“กูได้ยินคนในนั้นพูดกันว่าเขาไม่ชอบดอกไม้นะ”

“แต่เมื่อวานเขาบอกกับกูเองเลยนะว่าชอบ”

“เอ็งโดนต้มแล้ว”

ไอ้รุตหน้าหมองในทันควันกับช่อดอกเบญจมาศสีขาวที่เหี่ยวหดตามอารมณ์คนถือ ผ่านมาจนถึงตอนนี้อีกสองคนเจอคู่ตัวเองหมดแล้วแต่ไอ้เขาที่จำหน้า จำน้ำเสียงได้แม่นกลับยังหาข่าวคราวไม่เจอ ไม่รู้ว่าย้ายไปไหนไกลหรือนั่งเรือออกนอกประเทศไปแล้วหรือเปล่า

เขารู้สึกขุ่นเคือง เขาแก้อะไรไม่ได้เลยเหรอ หรือต่อให้หาเจอก็ใช่ว่าเขาจะสามารถเข้าไปก้าวก่ายชีวิตได้มากมายนัก แต่เขาคิดจริง ๆ ว่าตัวเองอาจจะอดทนรอแบบนี้ต่อไปไม่ได้ บางทีเขาก็อยากลองฝืนชะตา เมื่อใดที่รู้ว่าน้องเปลวอยู่ไหนเขาจะรีบรุดหน้าไปหาทันที

“นายครับ”

“มีอะไร?”

ภูวธรรศซึ่งยืนมองอาคารก่อสร้างหันลงไปมองลูกน้องหูหนูที่เดินเข้ามาทักด้วยสีหน้าเรียบเฉย เสียงกระซิบแผ่วเบาท่ามกลางความวุ่นวายของคนงานกรรมกร ทว่าเมื่อแรกเสียงนั้นเข้าสู่โสตประสาทคล้ายว่าทุกอย่างจะหยุดนิ่งไป

เขาคิดเพียงว่าน้องเปลวย้ายออกไปด้วยเหตุบางประการ อาจเป็นเรื่องการเงินหรือเหตุผลส่วนตัวแต่ไม่คิดถึงขั้นนี้

แต่คนที่สมควรมายืนอยู่ข้างกายเขากลับถูกขายให้บ้านอื่นไปแล้ว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • โคขัดดอก   บทพิเศษ ๘ จั่วหัว

    เฉลิม × ม่วงอีกไม่นานเด็ก ๆ ในการดูแลของเขาก็จะจบการศึกษาจากโรงเรียนประจำที่ส่งไปพระนคร โดยแต่เดิมตัวเขาเป็นเด็กที่มาจากสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า และเด็กพวกนั้นก็นับเป็นประหนึ่งน้องชายน้องสาวต่างสายเลือดที่อายุห่างจากเขาไปเยอะโข แต่อย่างไรเขาในฐานะพี่ใหญ่ก็อยากจะหาโอกาสมามอบให้เด็กเหล่านั้น ไม่ต้องให้มาตกระกำลำบากเช่นตัวเองเขาจับพลัดจับผลูจนได้มาทำงานในเครือเหมบำรุงและได้รับความช่วยเหลือจากคุณธรรศโดยการหยิบยืมเงินเพื่อส่งเด็ก ๆ ทั้งหมดเข้าโรงเรียนรวมถึงการบำรุงรักษาสถานรับเลี้ยงที่เขาเติบโตมา ส่วนคนไหนเป็นสุคนธ์ถึงเขาจะไม่สามารถจ้างครูสอนรายบุคคลได้แต่อย่างน้อยก็มีอาจารย์ช่วยกันสอนสั่งดูแลถึงสองคนต่อเด็กห้าสิบกว่าคนมันไม่เชิงว่าเขาเป็นหนี้เจ้านายอย่างคุณภูวธรรศ แต่เป็นเขาเองที่อยากให้เจ้านายหักเงินรายเดือนคืนกลับไป แม้มันจะเล็กน้อยเท่าหยิบมือแต่เขาในตอนนี้ก็คืนมันไปจนหมดแล้ว กระนั้นด้วยบุญคุณที่เจ้านายมอบให้ในตอนที่เขายังไม่มีอะไรเป็นของตัวเอง ตอนที่ยังคงแต่งตัวซอมซ่อเหมือนหนูข้างถนน เขาจึงตั้งมั่นตั

  • โคขัดดอก   บทพิเศษ ๗ ชนแก้ว

    วันนี้เนื่องจากเป็นวันเรียนจบของลูกเปรมซึ่งเข้าสู่วัยรุ่นอย่างเต็มตัว พ่อเสือจึงลางานละหน้าที่หนึ่งวันสำหรับพาครอบครัวมาทานมื้อค่ำในตัวเมืองซึ่งเป็นร้านอาหารที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ นับเป็นเรื่องปกติของที่บ้านที่จะพาเด็ก ๆ มาฉลองในแต่ละช่วงเวลาสำคัญของชีวิตแม้เปรมจะเป็นสุคนธ์ไม่สามารถเข้าเรียนในโรงเรียนทั่วไปได้อย่างพี่เปี่ยมพี่ปิ่นแต่ก็ถือว่าเรียนจบหลักสูตรตามที่อาจารย์ซึ่งจ้างมาครบหมดแล้วตอนนี้ลูก ๆ ของเขาโตขึ้นกันเร็วเสียน่าใจหายเผลอแป๊บเดียวปิ่นเปี่ยมก็อายุสิบหกเริ่มทำงานช่วยพ่อธรรศกันแล้ว กระนั้นผลลัพธ์กลับออกมาตรงกันข้ามเสียอย่างนั้น กลายเป็นว่าปิ่นที่เคยพูดจาเจื้อยแจ้วนั้นสุขุมขึ้น แต่อย่างไรความมั่นใจในตัวเองที่พ่อธรรศมอบให้ผ่านการใช้เวลาร่วมกันก็ยังคงฝังลึก มีหลายครั้งที่ลูกสาวคนนี้แสดงมุมตลก ๆ ออกมา ในขณะเดียวกันเปี่ยมซึ่งเคยเป็นเด็กขี้อายเมื่อโตเป็นหนุ่มกลับเป็นคนแสดงออกชัดเจนพูดจาเถรตรง และมั่นใจในการพูดมากขึ้นบนโต๊ะอาหาร“เปรมกินอันนี้ไหม เดี๋ยวพี่ตักให้”“กินจ้ะ”ภาพพี่น้องรักใคร่กลมเกลียวแบบนี้ช่าง

  • โคขัดดอก   บทพิเศษ ๖ กระโจมอก (NC)

    เนื่องจากปิ่นเปี่ยมก็โตขึ้นแล้ว สามีจึงเห็นว่าควรหาพื้นที่ส่วนตัวให้อย่างน้อยก็เป็นห้องนอนเล็ก ๆ ให้ฝึกใช้ชีวิตด้วยตัวเองส่วนเปรมด้วยว่าพึ่งคลอดได้ไม่กี่เดือนยังคงต้องนอนห้องเดียวกันกับพวกเขาอยู่ แต่ก็มีอยู่หลายวันเหมือนกันที่พวกเราห้าคนมานอนด้วยกัน จะนับเป็นส่วนใหญ่เลยก็ว่าได้ในตอนนี้ปิ่นเปี่ยมขึ้นป.๒ และก็มีบางวันที่เลิกเรียนกลับมาเย็นเนื่องจากมีกิจกรรมของทางโรงเรียนเขา ในขณะเดียวกันนี่ก็เป็นอีกครั้งที่มีกินเลี้ยงคนงาน ครัวจึงถูกใช้งานอย่างเต็มอัตราโดยมีพี่ม่วงพี่เฉลิมมาช่วยอย่างที่เคยเป็น กว่าจะวางมือจากตะหลิวเช็ดล้างทำความสะอาดพื้นครัวก็ปาไปเกือบหกโมง ลูก ๆ จึงอาบน้ำอาบท่าขึ้นไปทำการบ้านกันก่อนแล้ว ไหนจะได้ยินว่าง่วงเพราะเล่นกีฬามา สงสัยคงต้องขึ้นไปดูน้ำในเหยือกด้านบนเสียหน่อยว่าพอหรือเปล่า“ขอบคุณที่มาช่วยนะจ๊ะพี่ม่วง”“ผมต้องมาช่วยอยู่แล้วครับ”พี่ม่วงมอบยิ้มให้หลังพี่เฉลิมเดินมายกหม้อไปขึ้นท้ายรถ ส่วนพี่ธรรศตอนนี้พึ่งกลับมาจากการออกไปสะสางเรื่องหนี้กับผัวเมียสองคนนั้นนิดหน่อย จะว่าไปหลังจากวันนั้นเขาก็ไม่ได้เห็นหน้าพี่กอบกับคุณ

  • โคขัดดอก   บทพิเศษ ๕ ขิง

    เนื่องจากเขาสนิทกับพี่ม่วงเป็นทุนเดิมเพราะคุยกันถูกคอถึงเรื่องเด็ก ๆ ที่ได้โอกาสและเงินสนับสนุนจากพี่ธรรศให้ไปเรียนไกลถึงพระนครซึ่งใคร ๆ ต่างก็รู้ว่าที่นั่นการศึกษายอดเยี่ยมแค่ไหน จนตอนนี้เด็ก ๆ เหล่านั้นก็กลับมาช่วยงานของสามีภายใต้การดูแลของพี่ม่วงพี่หนูตัวเล็กเคยเล่าว่าเด็ก ๆ ตัวสูงกันมาก ซึ่งพอได้มาทำงานร่วมกันเขาจึงเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ทั้งเด็กพวกนั้นก็เป็นที่น่าเอ็นดู รับฟังคำแนะนำ ไหนจะขยันขันแข็งหนักเอาเบาสู้จนมีหลายครั้งที่หากกำไรงาม เขามักจะปันส่วนให้เด็ก ๆ เอาไปกินเลี้ยงหรือไม่ก็เก็บหยอดกระปุกเผื่ออยากจะเอาไปต่อยอดสานฝันเขาอยากหาเงินด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองจึงเก็บหอมรอมริบเงินเดือนในสมัยที่ยังทำงานประหนึ่งคนใช้ในช่วงเป็นหนี้มาซื้ออุปกรณ์ทำอาหาร และเอาเงินไปจ่ายค่าแผงของพี่ธรรศที่แม้ในเริ่มแรกเจ้าตัวจะอิดออดขอไม่รับแต่เขาก็บอกจุดประสงค์ชัดเจน จนในที่สุดเจ้าพี่ก็ยอมให้กันในช่วงแรกนั้นดำเนินไปได้ด้วยดี แม้มีชะงักไปบ้างเพราะมันคาบเกี่ยวตอนตั้งท้องน้องเปรมแต่สุดท้ายเขาก็พาตัวเองมาขายได้บ้างเป็นบางครั้งบางคราว เพราะพี่ธรรศเอาบทบาทสามีภรรยา

  • โคขัดดอก   บทพิเศษ ๔ สวนสัตว์น้ำ

    “ใต้ท้องทะเลอุดมไปด้วยชาวเมืองปลา...”ย้อนกลับไปในระยะเวลาก่อนที่เขาจะแต่งงาน มันเป็นช่วงที่กุมภีร์กำลังสอนเด็ก ๆ อ่านหนังสือโดยเริ่มจากการเรียนตัวอักษร สระ วรรณยุกต์ตามมาด้วยการคัดลายมือ และการฝึกอ่านต่าง ๆ โดยนอกจากแบบเรียนแล้ว ก็มีหนังสือภาพหนังสือนิทานที่ชักจูงความสนใจของสองแฝดได้เพราะมีภาพประกอบสวยงามคนเป็นแม่อย่างเปลวเมื่อลูก ๆ หยิบหนังสือมาให้อ่านก่อนนอนมีหรือจะปฏิเสธ ทั้งพี่ธรรศก็ให้การสนับสนุนการเรียนการสอน ออกไปตระเวนหาซื้อหนังสือนิทานมาตั้งไว้สูงชะลูด ไม่รู้ว่าจะอ่านพวกมันจบก่อนเด็กน้อยโตเลยวัยหรือเปล่าในทุกคืนสองแฝดจะทำข้อตกลงเลือกหนังสือนิทานเล่มใหม่หรือเล่มเดิมที่สนใจวิ่งดุ๊ก ๆ เอามาให้แม่วัวอ่าน ยอมรับเลยว่าช่วงเวลาที่ได้ใช้ไปกับลูกในทุกคืนแม้เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของวันแต่มันช่างมอบความสุขให้เขามากมายเหลือเกิน และวันนี้เด็ก ๆ ก็เลือกหนังสือนิทานเรื่อง ‘พระราชาใต้มหาสมุทร’ มาให้เขาอ่าน คงเพราะมีหน้าปกวาดแต่งแต้มสีฟ้าสดใสพร้อมเหล่าสัตว์ทะเลหน้าตาแปลก ๆ เต็มไปหมด อ่านไปเรื่อย ๆ เรื่องราวจะกล่าวถึงพระราชาที่เคยสั่งงานทุกค

  • โคขัดดอก   บทพิเศษ ๓ เที่ยงตรง (NC)

    ในขณะที่พี่ธรรศช่วงนี้ต้องออกไปทำงานต่างจังหวัดเป็นเวลาสามวัน เขาในฐานะที่ไม่ได้ออกไปไหนก็ต้องทำงานบ้านงานเรือน ทั้งเดี๋ยวนี้พี่ธรรศก็มักจะไหว้วานเขาให้ตรวจสอบบัญชีไปก่อนระหว่างรอรับสมัครพนักงานคนใหม่เข้ามา เป็นงานที่หนักเอาการเพราะระหว่างวันเขาต้องคอยดูแลเด็ก ๆ โดยเฉพาะเจ้าเปรมที่ร้องไห้งอแงอยู่แทบจะตลอด บางครั้งก็ร้อนเกิน หนาวเกิน ขับถ่าย หิวข้าว หิวนม แม้จะพยายามทำอาหารรสอ่อนให้ทานแต่ลูกชายคนนี้จนอายุได้สองขวบปีก็ยังต้องเอามาเข้าเต้าบ้างเปลวคิดจะให้ลูกเสือตัวน้อยหัดกินผักตั้งแต่เด็กจะได้ทานอะไรได้หลากหลายเหมือนพี่ ๆ คิดสะระตะไปมาตอนนี้ก็นอนหลับปุ๋ยกันไปหมดสามคน ในที่สุดความวุ่นวายในวันหยุดก็เพลาลงเสียทีคนเป็นแม่อย่างเปลวจึงได้เวลาหาอะไรกินเป็นมื้อเที่ยง แล้วจึงรีบมาเปลี่ยนผ้าปูเตียงประจำเดือนยังห้องพ่อแม่ เขาในตอนนี้ไว้ผมยาวลงมาจนสามารถถักเป็นเปียได้เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ทีแรกด้วยความไม่ชินจึงมีความคิดที่จะตัดสั้นดังเดิม ทว่าก็ทำได้แค่คิดเพราะงานอะไรล้วนยุ่งไปหมด อยู่ไปอยู่มาก็ชินเสียแล้ว*แกร๊ก* เสียงกลอนประตูเปิดออก เปลวที่กำลังวุ่นอย

  • โคขัดดอก   บทพิเศษ ๒ ฟูฟ่อง

    ผ่านมาหนึ่งปีถ้วนนับตั้งแต่คืนวันแต่งงาน ในช่วงเวลาที่ผ่านมาพี่ธรรศพาเขาไปพบสูติแพทย์อยู่เป็นประจำตามกำหนด หาหยูกยาบำรุงตามคำหมอมาต้มให้เขาดื่มทุกคืนก่อนนอน ไหนจะอาหารการกินอุดมสมบูรณ์เต็มตาเต็มโต๊ะยิ่งกว่าเก่า เขาที่ท้องสามแล้วจึงพอมีความคุ้นชินอยู่บ้าง และทราบว่าคนท้องพอทำอะไรเองได

  • โคขัดดอก   บทพิเศษ ๑ งานแต่ง (NC)

    กลิ่นหอมสดชื่นของพานพุ่มใบตองโชยมาจากท้ายขบวน เสียงพูดคุยของเหล่าเครือญาติและมิตรสหายแว่วมาพร้อมรอยยิ้มแห่งความยินดีปรีดา เหล่าพานมงคลไล่เรียงขึ้นมามีผลไม้ ขนม สินสอด และแหวนฝังเพชรเม็ดงามสองวงตั้งเด่นบนพานดอกไม้ใบน้อย เป็นสองแฝดน้องชายผู้ถือพานต้นกล้วยลอบมองเจ้าบ่าวในชุดผ้าไทยซึ่งระ

  • โคขัดดอก   บทที่ ๒๑ เด็กน้อย (จบบริบูรณ์)

    “อึก! อืออ...”ฝ่ามือสีน้ำผึ้งกำแน่นอยู่บนลาดไหล่กว้าง ส่งเสียงร้องครางอยู่ข้างใบหูพ่อเสือเมื่อสะโพกอวบกำลังถูกกดลงต่ำสวนทางกับแก่นกายยักษ์เต้นตุบที่เข้าปากทางย้อนขึ้นมากระทุ้งผนังอ่อนชวนให้รู้สึกจุกเสียว“เอ็ง...อึก...รัดแน่นเกินไปแล้ว”“อ๊ะ! พี่ อื้อ!”ภูวธร

  • โคขัดดอก   บทที่ ๒๐ คิดเลขบนเตียง (NC)

    กระนั้นเมื่อกลับมาน้องเปลวก็คล้ายจะงอนเนื่องจากเขาเรียกให้พนักงานจับกล้องถ่ายรูปพร้อมชูแหวนแต่งงาน สงสัยคงเขินจนโมโหกลบเกลื่อนกระมัง นึกย้อนกลับไปไม่ว่าจะมุมมองไหนน้องเปลวก็น่ารักจริง ๆตอนนี้ภูวธรรศกำลังนุ่งผ้าเตรียมตัวนอน มื้อเย็นก็เป็นอาหารที่ซื้อมาจากร้านเมื่อเที่ยง เห็นได้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status