Share

บทที่ 4

last update Tanggal publikasi: 2025-08-18 21:25:38

ตอนที่ 3

ข้ายินดีแต่งกับเจ้า

ย้อนกลับไปเมื่อครึ่งชั่วยามก่อน

กู้ซืออันเดินทางไปทำการค้าที่นอกเมืองสามวันกลับมาถึงจวนกลับถูกผู้เป็นมารดาเรียกพบในทันทีที่เหยียบเข้าประตูจวน

“ท่านแม่เรียกพบลูกมีเรื่องใดหรือขอรับ” ชายหนุ่มเอ่ยถามขึ้นทันทีหลังจากที่เขาทำความเคารพมารดาของตนเสร็จและนั่งลงที่เก้าอี้ตัวหนึ่งในห้องโถงเรียบร้อยแล้ว

“สามวันก่อนมีคนมาทวงสัญญาแต่งงานที่สกุลกู้เรา”

“ข้าไม่เคยได้ยินว่าสกุลกู้เราเคยทำสัญญาแต่งงานเอาไว้ด้วย” เขาเอ่ยอย่างไม่เชื่อหู นึกคิดไว้ในใจว่าอาจจะเป็นเรื่องที่มารดาของเขากุขึ้นมาเป็นอุบายก็เท่านั้น

“เจ้าไม่เคยได้ยินก็ไม่แปลก สัญญานี้ทำเอาไว้นานกว่าสิบปีแม่กับบิดาเจ้าก็เกือบจะลืมไปแล้วเช่นกัน ตอนนั้นเพราะบุญคุณช่วยชีวิตของบิดาเจ้าเอาไว้จึงได้มีสัญญานี้ขึ้น….” กู้ฮูหยินเล่าเรื่องราวในอดีตให้บุตรชายของนางฟังทั้งหมด

“ยามนี้ผู้มีคุณช่วยชีวิตจากไปแล้ว เหลือเพียงหลานสาวของเขาเพียงคนเดียว เด็กสาวผู้นี้ดูใสซื่อน่าเอ็นดูนักนางอุตส่าห์มาถึงสกุลกู้เพื่อทวงถามสัญญาเก่าก่อน”

“ท่านแม่กล่าวมามากมายเช่นนี้ แท้จริงก็คือต้องการให้ข้าแต่งงานกับสตรีผู้นั้นสินะขอรับ” ชายหนุ่มเอ่ยถามออกมาเสียงเรียบ ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้จุดประสงค์ของมารดาว่าที่แท้จริงแล้วนางต้องการสิ่งใดกันแน่

“เจ้าเป็นบุตรชายคนโตของสกุลกู้ให้เจ้าแต่งกับนางก็ยิ่งแสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าสกุลกู้เรายึดมั่นในคำสัญญาแค่ไหน มิใช่เพียงผู้มีคุณล่วงลับไปแล้วสัญญาก็ไม่อาจยึดถือเอาไว้ดังเดิมได้อีก” กู้ฮูหยินกล่าวต่อ “อีกอย่างลูกก็ควรจะแต่งงานได้แล้ว ข้างนอกข่าวลือเกี่ยวกับเจ้าฟังเข้าทีเสียที่ไหนกัน”

“ข่าวลือไร้สาระเช่นนั้นข้าหาได้ใส่ใจไม่”

“มารดาเช่นข้าไม่ใส่ใจไม่ได้” นางกลัวว่าจะไม่ใช่เพียงข่าวลืออีกต่อไป ในอนาคตหากกลายเป็นจริงขึ้นมานางย่อมไม่อาจรับได้แน่ อย่างไรนางก็ต้องให้งานแต่งนี้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด “มื้อเย็นที่จวนวันนี้อย่างไรที่โต๊ะอาหารต้องมีเจ้าร่วมด้วยข้าจะแนะนำคู่หมั้นให้เจ้ารู้จัก เสียดายเจ้ากลับมาช้าไปนางออกไปเที่ยวเล่นนอกจวนแล้วไม่เช่นนั้นข้าจะให้คนไปเรียกนางมาเจอเจ้าเสียเดี๋ยวนี้เลย”

“ท่านแม่ต่อให้ท่านบอกว่านางคือคู่หมั้นของข้า ต่อให้เจอกันถ้าข้าไม่อยากแต่งกับนางต่อให้เป็นสัญญาเก่าก่อนท่านก็ไม่อาจบีบบังคับข้าได้ มากน้อยเพียงใดมอบเงินมอบที่ดินให้นางเป็นการตอบแทนในกาลก่อนก็คงเพียงพอแล้วกระมัง”

เอ่ยจบเขาก็คำนับมารดาตนอย่างรวดเร็วก่อนจะเดินจากมาในทันที ท่ามกลางเสียงไล่หลังของมารดาที่ดังตามาให้ได้ยิน

“รั้นไม่เข้าเรื่องสัญญาแต่งงานนี้อย่างไรก็ไม่อาจบิดพลิ้วได้!!!”

กลับมาสู่เหตุการณ์ปัจจุบัน

ยามนี้กู้ซืออันนั่งอยู่บนรถม้าสกุลกู้พร้อมกับคู่หมั้นของตน ซึ่งเขาก็เพิ่งรู้ว่าสตรีตัวน้อยที่ตนได้พบที่เพิงน้ำชาเมื่อหลายวันก่อนจะคือคู่หมั้นที่มาทวงถามสัญญาแต่งงานถึงจวนที่ท่านแม่เอ่ยถึง

“ที่แท้ก็เป็นเจ้าเองที่มาทวงสัญญาแต่งงานถึงจวน” เจ้าของเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบในรถม้าที่แม้ภายนอกจะมีฝนตกลงมาบางเบาไม่ขาดสายแต่ก็ไม่อาจทำให้เสียงของเขาฟังดูเบาลงหรือไม่ชัดเจนเลย

“ดูเกินตัวไปมากใช่หรือไม่ ความจริงข้าก็รู้ตัวเองดีอยู่ว่าเป็นเพียงสตรีบ้านป่าจะไปเหมาะสมกับคุณชายได้อย่างไร แต่ข้าก็มาเพราะคำสั่งเสียสุดท้ายเลี่ยงไม่ได้น่ะ” หญิงสาวเอ่ยพร้อมกับยิ้มเจื่อนๆ “ข้าเคยบอกกับท่านป้ากู้ไปแล้วอย่างชัดเจนว่าหากต้องการยกเลิกสัญญาเก่าก่อนข้าก็ยินดี”

“ท่านแม่เองก็บอกกับข้าอย่างชัดเจนเช่นกันว่าสัญญาเก่าก่อนจะไม่อาจยกเลิกได้อย่างแน่นอน”

“.....” เจ้าของใบหน้าเล็กได้ฟังก็เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้น “เช่นนั้นข้าจะไปพูดกับท่านลุงท่านป้าอีกครั้งดีหรือไม่ รอบนี้ยกเรื่องไม่เหมาะสมกันอย่างถึงที่สุดและทุกด้านของพวกเราให้พวกท่านฟังว่าแตงที่ฝืนเด็ดจากต้นย่อมไม่หวาน[1]”

“มารดาข้าหากเป็นเรื่องที่นางต้องการแล้วย่อมไม่มานั่งสนใจอยู่ว่าแตงจะหวานหรือไม่หวาน” ใบหน้าของเขาและน้ำเสียงเรียบเฉยเมื่อกล่าว

“คุณชายกู้ไม่ว่ารูปสมบัติทรัพย์สมบัติของท่าน ข้าล้วนไม่อาจเทียบหากรู้ก่อนหน้าว่าเป็นท่านและสกุลกู้ที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองข้าย่อมไม่กล้ามาแสดงตัวทวงสัญญาอะไรนั่นแน่” นางเอ่ยอย่างจริงใจ

“เช่นนี้ดีหรือไม่ หากว่าท่านให้เงินข้าสักเล็กน้อยเอาไว้ใช้ตั้งตัว ข้ายินดีที่จะจากไปอย่างเงียบๆ สัญญาเก่าก่อนไม่ถือว่านับเป็นอะไรอีก ไม่ถือว่ามีสิ่งใดติดค้างกัน”

“หากทำอย่างที่เจ้าว่ามา เจ้าจะไปที่ไหนมีเรื่องที่อยากทำอยู่ก่อนแล้วหรือ” เขาเอ่ยถามนาง หญิงสาวผู้นี้ตั้งแต่แรกก็ไม่ได้มีท่าทีต้องการฝืนหรือหลงใหลในทรัพย์สินของสกุลกู้เลย หากตั้งแต่แรกใจจริงนางหมายจะมาตกถังข้าวสารย่อมต้องยื่นกรานที่จะต้องตบแต่งเข้าจวนมาให้ได้ มิใช่หวังเพียงเงินเล็กน้อยซึ่งคล้ายว่านางจะคิดเอาไว้ในใจอยู่แล้วว่าจะจากไป

“ท่านปู่ไม่อยากให้ข้ากลับไปอยู่บนเขาอีก ข้าอาจจะเดินทางไปที่เมืองใกล้ๆ แล้วหาอะไรทำเลี้ยงชีพกระมัง” คำตอบของนางช่างใสซื่อนัก สตรีผู้นี้ตั้งแต่เจอกันครั้งแรกและเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นสตรีก็มีเพียงความหวังดีจากใจจริงมอบให้มาเสมอแถมไม่หวังสิ่งตอบแทน

“ที่จริงแล้วก็ไม่ใช่ว่าพวกเราจะแต่งงานกันไม่ได้”

“คุณชายใหญ่จะแต่งงานกับข้าหรือ?” นางถามอย่างไม่เชื่อหู

“อย่างไรในสักวันข้าก็ต้องแต่งงานกับสตรีสักคน แต่งงานเร็วหน่อยตามความต้องการของท่านแม่ให้จบๆ ไปเสียก็ไม่ถือว่าเป็นอะไร”

ตอนนี้ในสายตาของเขา สตรีตัวน้อยนี้ถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในฐานะภรรยาของเขา อย่างน้อยๆ นางก็ใสซื่อและไม่น่ารำคาญเท่าสตรีอื่นและที่สำคัญไม่มีความโลภในแววตาสุกสกาวไร้ซึ่งมารยาซึ่งนับว่าหาได้ยากยิ่ง “แต่มีเรื่องหนึ่งที่เจ้าต้องรู้ ที่จริงเหตุผลสำคัญที่ท่านแม่ของข้านางอยากให้พวกเราแต่งงานกันนั้นไม่ใช่เพราะว่านางอยากยึดหมั้นต่อคำมั่นสัญญาแต่อย่างไร แต่เป็นเพราะว่าตอนนี้ทั่วทั้งเมืองต้าไห่นี้ต่างก็ลือกันไปทั่วว่าข้าเป็นบุรุษตัดแขนเสื้อ[2] หากเจ้ารับได้ข้าก็ยินดีแต่งงานกับเจ้า”

“ข้าย่อมยินดีอยู่แล้ว” อย่างน้อยเขาก็กล้าจะบอกความจริงกับนาง ที่แท้คุณชายใหญ่กู้ก็น่าสงสารถึงขนาดนี้

เขาเป็นในสิ่งที่ตนเองอย่างเป็นไม่ได้ ซ้ำยังถูกทางบ้านกดดันให้ต้องแต่งงานกับสตรีบ้านป่าเช่นนางซึ่งไม่มีอะไรดีเลยเพื่อปกป้องชื่อเสียงของสกุล หลิงฉงหลงรู้สึกสงสารบุรุษโฉมสะคราญผู้นี้มากจนอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปกุมมือของเขาเอาไว้อย่างต้องการปลอบโยน

“ข่าวลือพวกนั้นต่อไปเจ้าไม่ต้องไปใส่ใจอีก พอพวกเราแต่งงานกันแล้วใครกล้าลือเรื่องเจ้าในทางไม่ดีอีกข้าจะตีคนพวกนั้นให้เจ้าเอง”

ท่าทางและน้ำเสียงขึงขันของนางทำเอากู้ซืออันนึกเอะใจอยู่เล็กน้อย หรือว่าสตรีผู้นี้อาจเข้าใจอันใดผิดไปหรือไม่จึงแสดงท่าทีเช่นนี้ออกมา แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้เอ่ยถามสิ่งใดออกไปประจวบเหมาะกับรถม้ามาถึงสกุลกู้พอดีจึงพากันเข้าจวนไปพบท่านแม่เพื่อแจ้งข่าวดี

แน่นอนว่าเมื่อกู้ฮูหยินได้ฟังว่าบุตรชายของนางยอมแต่งงานแต่โดยดีแล้วก็เก็บสีหน้าเอาไว้ไม่อยู่ นางสั่งการให้คนตามแม่สื่อ ซื้อของเตรียมงานมงคล รวมไปถึงหาวันไปดูฤกษ์มงคลอย่างกระตือรืนเป็นอย่างมาก ทั่วทั้งจวนชุลมุนวุ่นวายนับตั้งแต่วันนี้และคงจะยาวไปถึงวันมงคลที่กำลังจะมาถึงอย่างแน่นอน

[1] "แตงที่ฝืนเด็ดจากต้นย่อมไม่หวาน" หมายถึง การบังคับหรือฝืนใจผู้อื่นให้ทำในสิ่งที่เขาไม่อยากทำ ย่อมไม่เกิดผลดีหรือความสุขได้ เปรียบได้กับการเด็ดแตงโมทั้งๆ ที่ยังไม่สุกเต็มที่ ก็ย่อมไม่มีรสชาติหวานอร่อย

[2] ต้วนซิ่ว (断袖)” แปลว่า “ตัดแขนเสื้อ” เป็นสำนวนที่ใช้เรียก “ชายรักชาย”
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • โฉมสะคราญผู้นี้คือสามีข้า   บทที่ 53

    “น้องเป็นของข้า! ใครก็ห้ามแย่ง!”ทำเอาฮูหยินผู้เฒ่าหัวเราะจนตาหยี รีบคว้าหลานสาวตัวเล็กจากอกหลานชายคนโตมาอุ้มเล่น“โอ๋ ๆ เจ้าตัวเล็กเอ๋ย หลานสาวของย่าคือแก้วตาดวงใจ คนทั้งบ้านต้องยอมเจ้า”บ่าวไพร่ทั้งเรือนพากันหัวเราะชอบใจ เมื่อเห็นตั้งแต่ท่านพ่อ ท่านพี่ ไปจนถึงย่าต่างก็แย่งกันเอาใจคุณหนูตัวน้อยหลา

  • โฉมสะคราญผู้นี้คือสามีข้า   บทที่ 52

    ตอนพิเศษ : ข่าวดีครั้งใหม่เรือนใหญ่สกุลกู้ในยามเช้าอากาศปลอดโปร่ง แสงแดดอุ่นสาดต้องใบไม้เขียวชอุ่ม ด้านในเรือนหรู หลิงฉงหลงนั่งพิงหมอนอิงอยู่บนตั่ง ดวงหน้าอิ่มเอิบแฝงรอยแดงระเรื่อเพราะอาการแพ้ท้อง มือบอบบางลูบหน้าท้องแบนราบที่เพิ่งเริ่มมีกำลังจะมีชีวิตใหม่เติบโตอยู่ในนั้นกู้ซืออันก้าวเข้ามาด้วยสีห

  • โฉมสะคราญผู้นี้คือสามีข้า   บทที่ 51

    ทายาทคนใหม่แห่งสกุลกู้ได้ถือกำเนิดแล้วตอนพิเศษ : ครบหนึ่งเดือนดวงใจน้อยแสงแดดอุ่นส่องลงบนเรือนใหญ่สกุลกู้ บรรยากาศวันนี้คึกคักผิดจากทุกวัน บ่าวไพร่วุ่นวายจัดเตรียมโต๊ะอาหาร ตกแต่งโถงใหญ่ด้วยแพรผ้าไหมสีแดงสด และพวงดอกไม้หอมตลบอบอวลวันนี้คือ วันครบหนึ่งเดือนของบุตรชายคนแรกแห่งสกุลกู้เสียงพิณบรรเลง

  • โฉมสะคราญผู้นี้คือสามีข้า   บทที่ 50

    หลิงฉงหลงสะอื้นเบา ๆ ก่อนจะซุกใบหน้าเข้ากับอกกว้าง ปล่อยให้น้ำตาไหลเงียบ ๆ แต่หัวใจกลับอบอุ่นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนกู้ซืออันลูบเส้นผมภรรยาแผ่วเบา ราวกับปลอบโยนทั้งฝันร้ายและความหวาดหวั่นในใจนางให้สลายไป“หากวันใดเจ้ากลัว…จงจำเอาไว้เพียงว่า ข้ายังคงอยู่ตรงนี้ เคียงข้างเจ้าเสมอ ไม่ว่าเมื่อใดก็ตาม”คืน

  • โฉมสะคราญผู้นี้คือสามีข้า   บทที่ 49

    ตอนพิเศษ : ความฝันที่ไม่อยากฝันยามราตรีเงียบสงัด แสงจันทร์ลอดเข้ามาผ่านหน้าต่างบานเล็ก กู้ซืออันนอนหลับตาพริ้มเคียงข้างภรรยาอย่างที่เคยทุกคืน แต่คืนนี้…กลับต่างออกไปภายในความฝัน เขาพบว่าตนเองยืนอยู่ในเรือนว่างเปล่า ทุกสิ่งที่เคยอบอุ่นกลับเย็นเยียบไร้ผู้คน เสียงหัวเราะที่คุ้นหูหายไปจนหมดสิ้น เขาเดิ

  • โฉมสะคราญผู้นี้คือสามีข้า   บทที่ 48

    หลิงฉงหลงยืนอยู่เบื้องหน้าร้านใหม่ แววตาเต็มไปด้วยความตื้นตัน นางสวมชุดผ้าไหมสีอ่อนปักลายดอกเหมยพลิ้วไหวตามสายลม ออร่าสง่างามจนผู้คนที่ผ่านไปมาต่างกระซิบชื่นชมไม่หยุด“ในที่สุด…ฮวาเซียงของข้าก็กลับมาแล้ว” เสียงนางพรูลมหายใจแผ่วเบากู้ซืออันยืนเคียงข้าง ดวงตาคมทอดมองภรรยาด้วยรอยยิ้มอบอุ่น มือใหญ่โอบเ

  • โฉมสะคราญผู้นี้คือสามีข้า   บทที่ 17

    มุมปากของกู้ซืออันเผยรอยยิ้มน้อยๆ ปรากฏขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เฉาหมิงเองก็สังเกตเห็นรอยยิ้มนี้ของสหายตนเขาพอดีจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ย แหย่ขึ้น“หลายวันที่เจ้าบาดเจ็บฮูหยินของเจ้าคงแอบใส่ยาเสน่ห์ลงไปให้ เจ้าดื่มด้วยเป็นแน่"“ก็อาจจะเป็นไปได้” หลิงฉงหลงเดินมาถึงศาลารับพร้อมด้วยรอยยิ้มที่พยายามคงเอาไว

  • โฉมสะคราญผู้นี้คือสามีข้า   บทที่ 10

    ตอนที่ 9เจ้าบ่าว...เต่าตัวหนึ่ง?ภายใต้ผ้าคลุมเจ้าสาวนั้นไม่มีใครรู้ว่าหญิงสาวภายใต้ผ้าปิดหน้ามงคลนั้นกำลังรู้สึกอย่างไรแต่ก็คงคาดเดากันได้ไม่ยากเจ้าสาวที่กำลังจะเข้าพิธีกับเต่าตัวหนึ่งจะไปมีสีหน้าแบบใดได้อีก...“เริ่มพิธีได้” เสียงของผู้นำพิธีดังขึ้นเมื่อเจ้าสาวและตัวแทนเจ้าบ่าวอย่างเต่ามงคลเข้าถึ

  • โฉมสะคราญผู้นี้คือสามีข้า   บทที่ 9

    ตอนที่ 8มงคลคู่หลิงฉงหลงในฐานะเจ้าสาวแน่นอนว่าย่อมถูกปลุกให้ตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสางเพื่อมาแต่งตัวเตรียมให้พร้อมสำหรับงานพิธีมงคลในวันนี้หญิงสาวให้ความร่วมมือกับอาจินและเหล่าสาวใช้น้อยใหญ่ที่ในวันนี้ต่างก็เข้ามารุมล้อมรอบกายของนางเต็มไปหมดเรียกได้ว่าทุกคนช่วยกันจัดแจงนางอย่างพร้อมเพรียงเป็นงานอ

  • โฉมสะคราญผู้นี้คือสามีข้า   บทที่ 8

    ตอนที่ 7ข่าวลือหรือเรื่องจริง“อาจินนอกจากเจ้า ข้าก็ไม่มีผู้ใดให้ถามได้อีกแล้ว” นางเอ่ยขึ้น ทันทีเมื่อกลับมาถึงเรือนพักเรียกร้อยแล้วและทำการบอกให้สาวใช้คนอื่นๆ แยกย้ายกันไปพักผ่อนได้ไม่ต้องอยู่รอเรียกใช้อีก “คุณชายใหญ่กู้กับคุณชาย เฉาหมิงพวกเขาสองคนเป็นคู่รักกันใช่หรือไม่ นี่ข้ากำลังเป็นมือที่สามขอ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status