Masukบทที่ 2 กงเกวียนกำเกวียน
ใบหน้าหล่อร้ายกับดวงตาสีดำสนิทเหม่อลอยจดจ้องมองเพดาน และแสงไฟสลัวที่กำลังกะพริบไปตามเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มรอบด้าน ทว่ากลับไม่มีสิ่งใดส่งผ่านเข้าไปในความรู้สึกของผู้ชายที่เหมือนจะมีเพียงร่างกายแต่ไร้วิญญาณ
เกือบสามปีแล้วที่เขากลายเป็นคนไม่มีหัวใจ ตั้งแต่คืนนั้น คืนที่เขาปล่อยให้อารมณ์ฝ่ายต่ำทำลายทุกอย่างที่มีอยู่เพียงน้อยนิด ความไว้วางใจเพียงหยิบมือจากเจ้าของดวงตาหวานโศกคู่นั้นสูญสลายกลายเป็นเพียงอากาศเมื่อเขาลืมตาตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ และตั้งแต่วันนั้นเขาก็ไม่เคยได้พบเธออีกเลย
“ไอ้จิณณะ” เสียงห้าวจาก ‘อารักษ์ หรือเจท’ เพื่อนสนิทที่คบหากันมาร่วมสิบปีทำให้สติที่กำลังดำดิ่งจมปลักกับอดีตอันมืดมนหวนคืน ชายหนุ่มสะบัดศีรษะแรงๆ สองสามครั้ง ก่อนพยักหน้าตอบรับเพื่อน
“ว่าไงวะ”
“มึงเป็นอะไรวะ กูเห็นนั่งเหม่อมาร่วมชั่วโมงแล้ว”
‘จิณณวัตร’ ทำเพียงถอนหายใจยาวเหยียดแทนการตอบคำถาม ชายหนุ่มเองก็ไม่รู้ว่าตนเองเป็นอะไร รู้สึกอะไร และคิดอะไรอยู่กันแน่
ท้อแท้ สิ้นหวังหรือ… คงใช่ เขากำลังหมดเรี่ยวแรงที่จะตามหาเจ้าของดวงตาหวานโศกที่อยู่ในหัวใจมาตลอด 17 ปี เธอหายไป หายไปเลยเหมือนไม่เคยมีตัวตนบนโลกใบนี้ เขาเฝ้าตามหาตัวเธอจนแทบพลิกแผ่นดินก็ไม่พบ ไม่แม้กระทั่งรู้ว่าหลังจากคืนนั้นเธอหายไปไหน พี่ชายเพียงคนเดียวของเธอที่เขาเคยสนิทชิดเชื้อก็กลายเป็นคนอื่น เก็บตัว และไม่เคยปริปากถึงน้องสาวบุญธรรมอีกเลยคล้ายอีกฝ่ายไม่ต้องการให้คนนอกถามไถ่ ไม่ต้องการพบปะใครอีก เขาหมดสิ้นทุกอย่าง ความหวังเลือนรางในอดีตจางหายลงไปในความมืดมิดจนหมดสิ้น
ลิลลาจากไปแล้ว จากไปโดยไม่ล่ำลาเขา และไม่ฟังความจริงจากปากของผู้ชายที่ครั้งนึงเธอเคยเกลียดชังบ้างเลย
‘หนูเกลียดพี่ เกลียด เกลียดจนอยากจะฆ่าให้ตาย!’
นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาและเธอได้พูดคุยกัน และนั่นก็เป็นเหมือนมีดเล่มใหญ่ที่คอยทิ่มแทงหัวใจของเขาเรื่อยมา
“มึงโอเคไหมวะ” เสียงทุ้มจากใบหน้าหวานเรียบนิ่งของ ‘หนึ่งบดินทร์ หรือมายด์’ ยิ่งกระแทกหัวใจของผู้ชายที่กำลังหมดหวัง
โอเคหรือ… ทุกวันนี้เขาไม่รู้จักคำว่าความสุขอีกเลยตั้งแต่คืนนั้น สิ่งเลวร้ายที่ทำลงไปมันย้อนกลับมาทำให้หัวใจดวงนี้ชอกช้ำ และด้านชาจนไม่อาจเปิดรับใครได้อีก
เขาต้องจมอยู่กับความทุกข์ทรมานจากความรู้สึกผิดทุกค่ำคืน ไม่เคยมีวันไหนที่จะข่มตาหลับได้โดยไม่ฝันเห็นใบหน้าเปื้อนน้ำตากับคำพูดตัดรอนจากริมฝีปากบางได้เลย มันยังคงตามหลอกหลอน และเหมือนจะเป็นการย้ำเตือนให้เขารู้ว่าตนเองเลวระยำแค่ไหน ที่สำคัญยังเป็นแรงผลักดันให้เขายังคงเฝ้าตามหาเธอตลอดมา
“หรือว่ามึงยังคิดเรื่องนั้นอยู่ แต่นี่…” ใบหน้าหล่อทะเล้นกับดวงตารีเรียวของอารักษ์ไหววูบ ที่ผ่านมาเขารับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นบ้าง แต่ไม่ทั้งหมด ทว่าสิ่งที่สำคัญคือการที่จิณณวัตรเฝ้าตามหาผู้หญิงคนหนึ่งมาร่วมสามปี แต่ไม่ว่าจะหาอย่างไรก็หาไม่พบ ขนาดว่าแทบพลิกแผ่นดินก็ยังไม่พบ เขา และหนึ่งบดินทร์เคยพยายามออกปากจะช่วย แต่ดูเหมือนความต้องการของจิณณวัตรคือการเก็บเงียบ และตั้งหน้าตั้งตาตามหาหญิงสาวคนนั้นเพียงลำพัง
“จะสามปีแล้วนะ” หนึ่งบดินทร์เป็นคนต่อประโยคเมื่อครู่ด้วยตัวเอง ใบหน้าหวานละมุนกับดวงตากลมหวานมองเพื่อนรักด้วยความเห็นใจ
การรอคอย… แม้เพียงวันสองวันก็เหมือนสิบปี นี่เพื่อนของเขารอคอยมา 17 ปีไม่ต่างจากเขาด้วยซ้ำ แต่ที่ต่างกันคือเขาไม่ต้องพบการสูญเสีย แต่จิณณวัตรพบเจอยิ่งกว่าคำว่าสูญเสีย เพราะมันคือการสูญสิ้นจนแทบไม่เหลือชิ้นดีอะไรเลย
“ยังไม่เจอเหรอ”
คำถามของเพื่อนเหมือนหอกแหลมที่แทงทะลุหัวใจ จิณณวัตรก้มหน้า มือที่ถือแก้วเครื่องดื่มสีอำพันสั่นเกร็ง ใบหน้าหล่อร้ายที่ครั้งนึงเคยมีแต่ความมั่นใจกลายเป็นความหดหู่จนไม่กล้าสู้หน้าใคร
“ยัง” เขาเหนื่อยเหลือเกิน อ่อนล้าจนแทบหมดแรงกับการพยายามตามหาผู้หญิงคนหนึ่ง แม้จะพยายามทุ่มเทอย่างไร แต่คนที่ต้องการหนีก็ย่อมทำได้ดีกว่าคนที่พยายามตามหา เมื่อสองปีก่อนหลังจากที่เขาพลิกแผ่นดินตามหา ‘ลิลลา’ แต่ไม่พบ เช้าวันที่ฝนตกหนักเขาตั้งใจไปพบ ‘กีรติ’ พี่ชายบุญธรรมของลิลลาด้วยความคาดหวัง ทว่าเพียงแค่กีรติเห็นใบหน้าของเขาอีกฝ่ายก็ออกปากไล่ และบอกว่าไม่ต้องการพบใครทั้งนั้น เขาไม่เข้าใจ ไม่เคยเข้าใจเลยว่าเหตุใดพี่ชายที่รักน้องสาวยิ่งกว่าสิ่งใดถึงปล่อยให้ลิลลาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย กระทั่งเขาเริ่มสืบจากตัวกีรติเองจนพบว่าชายหนุ่มมีบางอย่างปิดบังเอาไว้ แต่อิทธิพล และอำนาจในมือของเจ้าของสโมสรฟุตบอลก็มากพอจะทำให้เขาไม่สามารถทำสิ่งใดได้ เขาเฝ้าบอกตัวเองว่าลิลลาคงอยู่ในการดูแลของกีรติ เพราะชายหนุ่มเป็นญาติคนเดียวที่หญิงสาวเหลืออยู่
ทุกคนเงียบโดยไม่ต้องบอกกล่าวด้วยรับรู้ได้ผ่านแววตาว่าเพื่อนกำลังทุกข์หนัก ยิ่งเวลาผ่านไป ความหวังลมๆ แล้งๆ ที่จิณณวัตรเฝ้าบอกตนเองยิ่งเลือนรางเข้าไปทุกที แม้จะพยายามบอกว่าอย่างน้อยลิลลาก็ยังมีชีวิตอยู่ และคงอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากตัวกีรติ ทว่าไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนเขาก็ไม่อาจตามหาตัวหญิงสาวได้เลย ไม่เคยเลยแม้กระทั่งข่าวว่าหลังจากคืนนั้นหล่อนเป็นเช่นไรบ้าง
อารักษ์เหลือบมองเพื่อนสนิทเพียงครู่ ก่อนถอนหายใจแล้วเอื้อมมือไปแตะบ่าอีกฝ่ายเบาๆ “เดี๋ยวก็เจอเว้ย”
เดี๋ยวหรือ… จิณณวัตรอยากจะหัวเราะกับกำลังใจของเพื่อน เพราะรู้ดีว่ามันไม่มีหวังเลย หากการหายไปของลิลลาเป็นความต้องการของเธอ และเป็นประสงค์สูงสุดของกีรติต่อให้เขาพลิกแผ่นดินตามหาจริงๆ ก็คงไม่มีวันได้เจอ อิทธิพลกับบารมีของกีรติมากพอๆ กับพี่ชายคนโตของเขา อาจมากกว่าด้วยซ้ำ ที่สำคัญแม้กระทั่งบิดาของเขาเองยังเกรงใจในตัวบิดาของอีกฝ่าย นับหน้าถือตากันเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ ดังนั้นเขาจึงไม่กล้ากระโตกกระตากทำอะไรให้ใครสงสัย
เขากลัว… กลัวว่าหากเรื่องราวเลวระยำของตนเองเข้าหูกีรติหรือบิดา แม้แต่ใบหน้าของหญิงสาวเขาอาจไม่มีโอกาสได้เห็นอีกเลยตลอดชีวิต…
“ถึงที่ทำงานแล้วใช่ไหม”
(“ถึงแล้วค่ะ”) เสียงปรายสายรายงานตอบกลับมาก่อนที่จะขอตัววางสายไป
กีรติจึงเก็บโทรศัพท์มือถือก่อนหันมาสนใจเจ้าตัวแสบที่กำลังนอนมองตาแป๋วอยู่บนคาร์ซีท ดวงหน้ากลมป่องนั้นมีร่องรอยของความเหมือนใครสักคนจนเขาเริ่มสับสน ถ้ายังคงสงสัยอยู่เช่นนี้ต่อไปเขาคิดว่าตัวเองอาจเป็นบ้าไปในสักวัน
“ทำไมเราหน้าคุ้นแบบนี้ฮึ” กล่าวทีเล่นทีจริงก่อนจะโน้มตัวไปปลดเข็มขัดให้เจ้าตัวแสบแล้วโอบอุ้มร่างอวบป้อมลงจากรถ
“ทูนหัวของป้ามาแล้วเหรอคะ” ป้าสายใจแม่บ้านวัยชราผู้เป็นคนเก่าคนแก่ของครอบครัววิ่งออกมารับ ‘ทูนหัว’ ของแกด้วยแววตาเปี่ยมรัก ตามหลังมาด้วยน้อยกับนิดสองเด็กสาวฝาแฝดหลานของนายธนูคนสวนที่อยู่ดูแลกันมานาน
กีรติคลี่ยิ้ม ก่อนเดินนำคนในบ้านของตัวเองเข้ามายังห้องรับแขก ข้าวของเครื่องใช้ รวมไปถึงของเล่นของกานต์รักถูกนำออกมาเตรียมพร้อม คอกกั้นสำหรับเด็กที่อีกไม่กี่เดือนคงไม่สามารถป้องกันการปีนป่ายของ ‘ไอ้แสบ’ ได้อีกต่อไป เพราะนับวันกานต์รักจะตัวสูงขึ้น รูปร่างก็ดูจะอวบขึ้นไปด้วย กระทั่งเขามานั่งมองหลานดีๆ จึงเห็นว่าแขนขาเป็นปล่องจนแทบจะเป็นก้อนกลมๆ นั่นแหละ ถึงได้ตั้งใจจะหยุดตามใจหลานชายไปสักพัก
“วันนี้นายเจตเอาเอกสารมาให้ผมหรือยังครับ” ชายหนุ่มถามหาเอกสารของหุ้นส่วนที่เจ้าตัวแจ้งว่าเช้านี้จะนำมาฝากไว้ให้
“ยังเลยค่ะ ป้าไม่เห็นเลยนะคะ นังน้อยนังนิดแกสองคนเห็นคุณเจตพลเอาอะไรมาฝากไว้ไหม”
“ไม่เห็นเลยค่ะ”
ใบหน้าของกีรติส่ายไปมาเมื่อได้คำตอบ แม้จะปลงได้บ้างว่า ‘หุ้นส่วน’ ของตนเองไม่ใช่คนมีความรับผิดชอบสูงขนาดนั้น ทว่าก็ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะไว้วางใจไม่ได้ขนาดนี้ เพราะเอกสารดังกล่าวเป็นรายละเอียดสัญญาซื้อขายนักฟุตบอลของสโมสร แม้เจตพลจะเป็นเพียงแค่หุ้นส่วนลับ แต่ก็ควรจะมีความสนใจในธุรกิจมากกว่านี้
“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมโทรไปทวงเอง ฝากป้าสายใจดูแลเจ้าแสบทีนะครับ” ใบหน้าของหญิงชราพยักรับในทันที ก่อนจะเดินเข้าไปรับร่างป้อมมาอุ้มแนบอก สองสาวฝาแฝดเห็นดังนั้นก็กรูเข้ามาหยอกล้อคนตัวเล็กด้วยความเอ็นดู
กีรติปล่อยหลานให้ป้าสายใจดูแลเรียบร้อย เมียงมองเห็นเจ้าตัวแสบของเขาหัวเราะชอบใจกับการหยอกล้อของนิดและน้อยจึงเดินขึ้นไปที่ห้องทำงานส่วนตัวเพื่อพูดคุยธุระให้เสร็จ ชายหนุ่มกดเบอร์ส่วนตัวของหุ้นส่วนโดยไม่ต่อสายหาเลขาของอีกฝ่ายเพราะร้อนใจในเรื่องงาน เอกสารเหล่านั้นเขาต้องตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะการซื้อขายนักเตะของสโมสรจะมีเรื่องผิดพลาดไม่ได้ รอสายอยู่นานปลายสายจึงกดรับพร้อมกรอกเสียงถามด้วยความงัวเงีย
(“หือ ว่าไงไอ้กี้”)
กีรติถอนหายใจยาวเหยียด ให้เดาคงหนีไม่พ้นคำว่า ‘ลืม’ อีกเป็นแน่
“ไหนเอกสารของฉัน”
“ตายห่า! โอ๊ย” เสียงตุบตับเหมือนอะไรหล่นพื้นทำให้คิ้วของชายหนุ่มเลิกสูง นั่นคงไม่ใช่ว่าตกเตียงหรอกนะ “โทษที อูย เอ่อ โทษทีลืมว่ะ”
คนที่เกือบสงสารคนตกใจจนตกเตียงส่ายหน้า ถอนหายใจยาวเหยียดอีกรอบด้วยความระอาใจ
“ฉันต้องการอ่านเอกสารวันนี้ก่อนเที่ยง ทำยังไงก็ได้ให้เอกสารมาถึงมือฉัน ไม่งั้นแกกับฉันเราเห็นดีกันแน่!”
ชายหนุ่มตัดสายทันทีที่กล่าวจบ ก่อนถอนหายใจแรงๆ อีกสักครั้งให้นิสัยของหุ้นส่วนซึ่งพ่วงตำแหน่งเพื่อนสนิทของตน เจตพลเป็นเพื่อนรักที่เขาสนิทสนมมาตั้งแต่ชั้นอนุบาล เหตุเพราะบิดามารดารู้จักมักคุ้นกัน ที่สำคัญรั้วบ้านก็อยู่ห่างกันสองสามหลังคาเรือน แม้จะเป็นคนไม่เอาอ่าว แต่ก็ไม่ใช่คนเหลวไหล กีรติเชื่อเสมอว่าเพื่อนไม่ใช่คนเชื่อถือไม่ได้ หากแต่อีกฝ่ายเพียง ‘ขี้เกียจ’ ทำตัวให้น่าเชื่อถือ เพราะไม่อยากรับหน้าที่ดูแลงานในบริษัทช่วยพี่ชายคนโตเท่านั้นเอง
“ชิบหายแล้ว สงสัยไอ้กี้โกรธจริง” คนโดนเพื่อนโกรธลุกพรวดจากพื้นห้องขึ้นยืน สายตาเหลือบมองร่างแน่งน้อยเปลือยเปล่าที่นอนขดตัวบนเตียงแล้วเงยมองนาฬิกาบนพนัง
“เก้าโมง!” เข็มสั้นชี้เลข 9 บอกเวลาเก้าโมงเช้าทำให้ใบหน้าของคนโดนเพื่อนโกรธซีดเผือด ตอนนี้เขาอยู่อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะเวลาในการเดินทางกลับกรุงเทพฯ ก็สามชั่วโมง หากเขาเร่งรีบหน่อยก็สองชั่วโมงนิดๆ ทว่ากว่าจะขับรถไปที่ทำงาน กว่าจะหาเอกสาร กว่าจะเอาไปส่งคงกินเวลาเป็นชั่วโมง ที่สำคัญตอนนี้สภาพเขายังเมาขี้ตาหน้าไม่ได้ล้าง กว่าจะแต่งตัวอาบน้ำ ปลุกหญิงสาวก็คงใช้เวลาอีกเกือบสามสิบนาที
“บรรลัยแล้วตู ไอ้กี้เอาตายแน่ ทำไงดีวะ ทำไงดี!”
วินาทีที่คนตื่นตกใจกำลังหัวหมุนใบหน้าของน้องชายคนสุดท้องก็ผุดแทรกขึ้นโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของคนรอดตายปรากฏชัดก่อนมือหนาจะเร่งควานหาเครื่องมือสื่อสารเพื่อโทรขอความช่วยเหลือจากน้องชายสุดที่รักด้วยความรีบเร่ง
รอสายเพียงไม่นาน ปลายสายก็กดรับพร้อมกรอกเสียงตามสายถามมาด้วยอาการแปลกใจ
(“ว่าไงพี่เจต”)
เจตพลยิ้มกว้าง ดวงหน้าหล่อร้ายฉายแววเจ้าเล่ห์พลางกระแอมตอบ “อะแฮ่ม แกว่างอยู่ไหม”
“ว่าง?” หัวคิ้วคนถูกถามว่าว่างไหมแทบจะชนกัน ความแปลกใจในน้ำเสียง และคำถามทำให้น้องชายที่ร้อยวันพันปีพี่ชายไม่เคยโทรหาเกิดอาการระแวงระวังขึ้นมา
“แหม ทำไมทำเพียงประทับใจขนาดนั้นวะ” พี่ชายผู้ไม่ค่อยโทรหาน้องหัวเราะร่า พลางส่ายหน้าให้ความรู้ใจกัน “พี่โทรหาน้องมันแปลกตรงไหน”
แปลกตรงนี้แหละ!
“เอาดีๆ พี่โทรหาผมเพื่อ?”
เจตพลหยุดหัวเราะ ด้วยน้องชายรู้ใจยิ่งกว่าผู้หญิงเสียอีก ชายหนุ่มเลิกลีลาเพราะจะเสียเวลามากไปกว่าเดิม
“ไปเอาเอกสารที่บริษัทให้พี่หน่อย”
“เอกสารอะไร?”
ตอนพิเศษ 4เดทแรก“ทานข้าวก่อนกลับไหม” จิณณวัตรหันไปถามคนที่นั่งข้างๆ ด้วยรอยยิ้มลิลลาหันมองก่อนพยักหน้าตอบรับ “ก็ดีค่ะ พี่กี้กับพี่เจตจะได้มีเวลาคุยกัน”ความจริงเรื่องการมาของเจตพลได้รับความร่วมมือจากคุณลุงปรัชญ์ซึ่งเป็นคุณลุงของสามพี่น้อง ท่านเห็นว่าช่วงนี้เจตพลดูเซื่องซึมจึงอยากให้หลานคืนดีกับเพื่อนจะได้กลับมาร่าเริงเหมือนเดิม“ลินคิดว่าพี่กี้จะหายโกรธพี่เจตไหม” ความจริงเขาไม่มั่นใจว่ากีรติโกรธหรือไม่โกรธเจตพล แต่ความน้อยใจคงมีอยู่บ้าง ทว่าลิลลากับเห็นต่าง หล่อนมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นว่าพี่ชายไม่ได้โกรธอะไรเจตพลแม้แต่นิดเดียว“ลินรู้จักพี่กี้ดีค่ะ” เพราะหล่อนมองแววตาของพี่ชายออก“พี่กี้ไม่ได้โกรธพี่เจตหรอกค่ะ พี่เจตก็รู้ดี เพียงแค่สองคนนั้นต้องการเวล
ตอนพิเศษ3ความหนักใจของหลานรัก“แกจะมาโกรธฉันไม่ถูกนะเว้ย”ใบหน้ากลมอิ่มเอียงคอมองการสนทนาของคุณลุงทั้งสองด้วยความสงสัย มือข้างนึงอุ้มเจ้าราฟฟี่เอาไว้แน่น มืออีกข้างเกาแก้มอวบพลางครุ่นคิด“ไอ้กี้ได้ยินที่ฉันพูดไหมวะ” กานต์รักนึกสงสัย เหตุใดเด็กตัวเล็กๆ เช่นตนต้องมานั่งมึนงงกับการสนทนาของผู้ใหญ่ด้วย หากไม่เพราะแม่ถาไปข้างนอก พ่อถาไปทำงาน ป้าสายใจไปตลาด ส่วนชัยต้องไปส่ง เขาก็คงไม่ต้องมานั่งกลางวงสนทนาน่าเวียนหัว“ถ่อ” เจ้าตัวแสบร้องออกมาเป็นคำเมื่อทนไม่ไหว หากสองคุณลุงกลับยังนิ่งเฉย ลุงกี้นั่งอยู่บนโซฟาเขม็งมองหน้าลุงเจตที่ยืนเท้าสะเอวบริภาษราวกับตนเองเป็นผู้ถูกทำร้าย ส่วนเขา… เด็กชายวัยสองขวบเศษนั่งจมปุกอยู่บนพื้นพร้อมราฟฟี่ในอ้อมแขน“ไอ้เหี้ยกี้ มึงได้ยิ
ตอนพิเศษ2ปัญหาของคุณลุงรุ่งเช้าร่างสูง ใบหน้าหล่อเหลาติดหวานเล็กๆ คล้ายมารดาเดินผิวปากสบายใจพร้อมหอบผักผลไม้จากจังหวัดจันทบุรีเข้ามาในบ้าน ทว่าเพียงก้าวขายังไม่ทันพ้นประตู สายตาก็เหลือบไปเห็นร่างของเพื่อนที่ไม่ได้พบหน้ามาเป็นเดือนนั่งไขว่ห้างอ่านหนังสือพิมพ์อยู่บนโซฟาในห้องรับแขก“คุณเจต!” เจตพลสะดุ้ง ก่อนหันไปยกมือไหว้ป้าสายใจ“สวัสดีครับป้าสายใจ” ชายหนุ่มมองรอบกาย ก่อนขมวดคิ้วแน่น“ทำไมบ้านเงียบจัง เมื่อคืนไอ้จิณณะไม่ได้ค้างที่นี่หรือครับ แล้วลินละ ปกติต้องออกมารับผมด้วย”ปกติถ้าเขาจะมามักจะโทรมาถามว่าพี่ชายของลิลลาอยู่ด้วยไหม แต่เมื่อวานนี้ได้ยินว่าหลานคิดถึงเขาเลยตรงดิ่งกลับกรุงเทพฯ ทันทีโดยไม่ถามว่ากีรติอยู่หรือไม่“อ่อ วันนี้
ตอนพิเศษ 1เริ่มต้นความสัมพันธ์หลังจากได้รับโอกาสจากทั้งลิลลา และกีรติ จิณณวัตรก็ทำหน้าของพ่อ และ (ว่าที่) สามีอย่างดีที่สุด เขายังคงขับรถไปกลับไซต์งานที่ปทุมธานี-กรุงเทพฯ ทุกๆ วันเพื่อมาพบลูกชาย และร่วมทานมื้อเย็นกับลิลลา ความสัมพันธ์ที่เพิ่งเริ่มต้นดำเนินไปอย่างเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความรู้สึกดี จิณณวัตรเรียนรู้ที่จะอดทน เอาใจคนอื่นมาใส่ใจตน และที่สำคัญเขารู้จักยอม ยอมในทุกๆ เรื่องที่ทำให้คนที่เขารักมีรอยยิ้ม ทุกวันนี้ลิลลาพูดคุยกับเขามากกว่าแค่คำว่า ค่ะ หล่อนอาจไม่ได้ชวนคุย ไม่ได้ยิ้มหัวร่าเริงเหมือนสาวๆ คนอื่นที่เคยเข้าหาเขา แต่สำหรับจิณณวัตรเพียงแค่หล่อนยิ้มให้ ไม่ต้องหวานหยดย้อย ไม่ต้องฉอเลาะ เขาก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเจ้าชาย“วันนี้พี่กลับเร็วนะ วันสุดท้ายแล้ว ลินกับลูกอยากได้อะไรไหมครับ”ครบสองสัปดาห์สำหรับช่วงเวลาของการลงโทษจากบิดาแล้ว แต่
“ไอ้จิณณะ” ใบหน้าของ‘พี่เมีย’ ไม่ได้ยิ้มหัว หากก็ไม่บึ้งตึงจนจิณณวัตรทำตัวไม่ถูก แต่ไหนแต่ไรมากีรติเดาใจยากยิ่งกว่ายากเสียอีก มีไม่กี่คนที่รู้ใจกันดี หนึ่งในนั้นก็คือเจตพล หากเขาไม่ใช่เจตพลจึงไม่รู้จะเริ่มยังไง“ครับพี่กี้”กีรติเห็นสายตาที่จิณณวัตรมองไปรอบๆ ห้องก็รู้ได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายมองหาใคร“ลินไปคุยกับหมอ”สายตาที่กำลังกวาดมองรอบๆ ถูกดึงกลับมาที่ร่างคนป่วยอีกครั้ง“อ่อ ครับ”บรรยากาศระหว่างทั้งสองเริ่มอึดอัดขึ้นมาทีละนิด กระทั่งคนที่นอนมองตาไม่กะพริบกระแอมเสียงดัง“อะแฮ่ม”จิณณวัตรสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนถาม“พี่กี้อยากได้อะไรไหมครับ”กีรติส่ายหน้า มองเข้าไปในดวงตาคู่คมของอีกฝ่ายพักใหญ่ ก่อนถอนหายใจออกมา เขาปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้ชายคนนี
บทที่ 19 ให้โอกาสรุ่งเช้าลิลลาตื่นแต่เช้าตรู่ช่วยปาริมาทำอาหารเช้าไปเยี่ยมกีรติที่โรงพยาบาล หลังจากทานมื้อเช้าเสร็จจิณณวัตรก็อาสาพาหญิงสาวไปส่ง และตั้งใจจะไปเยี่ยมพี่ชายของหญิงสาวด้วย บิดามารดาเห็นว่าเป็นการดีที่ลูกชายจะได้ทำคะแนนจึงช่วยกันสนับสนุน ส่วนกานต์รักปู่กับย่าอาสาจะช่วยดูแลให้จนกว่าทั้งคู่จะกลับ“ไม่ต้องห่วงนะจ๊ะลิน ป้าสายใจก็อยู่ รักไม่งอแงหรอกจ๊ะ”ใบหน้ากลมพองในอ้อมแขนของปาริมาพยักหงึกหงักตอบรับ ในมือมีกล้วยผลโตที่ถูกแทะไปแล้วเกินครึ่ง“เห็นไหม เจ้าตัวแสบเห็นด้วยกับย่า” ไม่รู้เพราะกำลังห่วงกินหรือเพราะเห็นด้วยกับย่าจริงๆ กันแน่ หากลิลลาก็คลายกังวลใจได้ กานต์รักเป็นเด็กเลี้ยงง่าย หากมีคนที่แกคุ้นตาอยู่ใกล้ๆ ต่อให้แม่ไม่อยู่ แกก็ไม่งอแงง่ายๆ“คุณลินไม่ต้องห่วงค่ะ ป้าจะช่วยดูแลคุณรักเอง” ป้าสายใจช่วยส
บทที่ 3 กานต์รัก“ไอ้จิณณะ!”ใบหน้ากลมพองที่ห่างไปแค่คืบต้องห่างไกลออกไปอีกมากโข เมื่อร่างสูงใหญ่ก้าวฉับๆ เข้ามาแย่งร่างน้อยในอ้อมอกของเขาไป ใบหน้าของพี่ชายข้างบ้านถมึงทึงดุดันราวกับจงอางหวงไข่ ชายหนุ่มก้าวถอยหลังด้วยเกรงใจในตัวเพื่อนพี่ชายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก่อนยกมือไหว้ด้วยใบหน้าเจื่อนสี“สวัสดี
“ไปเอาเอกสารที่บริษัทให้พี่หน่อย”“เอกสารอะไร?”“เอกสารเรื่องสัญญาซื้อขายนักเตะของอินทรีเหล็กไงเจอแล้วเอาไปส่งให้ไอ้กี้ด้วย แท้งกิ้วมากน้องชาย อ่อ ก่อนเที่ยงของวันนี้นะ อย่าลืมล่ะ บาย”ตัดสายทันทีที่สั่งงานจบ ไม่เหลือเวลาให้น้องตั้งตัวหรือกล่าวปฏิเสธ ด้วยรู้ดีว่าหากจิณณวัตรได้ยินชื่อกีรติไม่ว่าเรื่
(ต่อ)“ลินอยู่ที่นี่สบายดีค่ะ”สบายที่ว่าคือจิตใจ อย่างน้อยก็ไม่ต้องคอยหวาดระแวงว่าจะได้พบเขาโดยบังเอิญหรืออาจพบคนที่รู้จักเขา กลัว… หล่อนรู้ตัวเองดีว่าหวาดกลัวการพบกันในวันข้างหน้าอย่างที่สุด“ตามใจเรา” ในที่สุดกีรติก็พ่ายแพ้จนต้องล้มเลิกความต้องการของตัวเองเป็นครั้งที่เท่าไหร่เขาก็ไม่อาจแน่ใจ แต่
บทที่ 1 ฝันร้ายสามปีต่อมาตึก ตึก ตึกเสียงฝีเท้าที่ก้าวเดินดังก้องในโสตประสาทจนร่างบอบบางที่นอนนิ่งบนเตียงสั่นเกร็ง ร่างกายแข็งค้างทว่าสั่นเทาจากความหวาดกลัว ดวงตากลมโศกหลับแน่น กัดริมฝีปากจนเลือดซิบ มือที่แนบข้างลำตัวกำเข้ากันจนเส้นเลือดปูดโปน หัวใจเต้นแรง และเร็วจนลมหายใจเข้าออกแทบขาดห้วง กลัว…