Se connecterอาฟู่นวดคลึงนายสาวอย่างเอาใจ ในยามนี้แม้ต่อให้นางจะเป็นพระโพธิสัตว์ ก็คงไม่อาจปัดเป่าอารมณ์ขุ่นมั
ทั้งสามตกอยู่ภายในความเงียบงัน ฤทธิ์ของยาเป็นเช่นไร ทำไมซีซวนจะไม่รู้ หัวใจนางเริ่มเต้นแรงขึ้น พลางภาพในหัวขาวเบลอ หูอื้ออึงเสียจนแทบอยากวิ่งออกไปล้วงคอเสียให้ได้“ข้ารู้สึกคลื่นไส้นัก ขอตัวก่อน” ซีซวนรีบพูดรัวเร็วพลางก้าวยาว ๆ ออกไปจากจุดนี้โดยฉับพลัน เวยจางหมิ่นหันมายกยิ้มให้เฉิงซีห่าว ก่อนเดินตามหญิงสาวออกไปโดยเร็วซูลี่ที่อาการไม่แตกต่างกัน กลืนน้ำลายลงไปอย่างยากลำบาก นางไม่นึกว่าฤทธิ์ยาจะออกเร็วเพียงนี้ ใบหน้าหวานเริ่มแดงก่ำ ราวกับเห็นภาพหลอนเมื่อนางมองไปทางแม่ทัพเฉิงที่ราวกับมีหลายหน้าซีห่าวมองตามแผ่นหลังหญิงสาวที่ออกไปโดยเร็ว แม้จะขัดใจที่คุณชายเวยวิ่งตามแม่นางซินไป แต่เขาจะต้องส่งแขกให้เรียบร้อยเสียก่อน“วันนี้ก็ดึกมากแล้ว ขอเชิญทุกท่านเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพด้วย” ซีห่าวลุกขึ้นก่อนเอ่ยเสียงราบเรียบชายหนุ่มปรายตามาทางซูลี่ที่ก้มหน้าซ่อนความแดงก่ำ ก่อนหันไปเอ่ยกับเสนาบดีไท่ที่ยืนอยู่ไม่ไกล “ดูเหมือนสุราขวดนี้คงมีฤทธิ์แรงเกินไป ขอท่านเสนาบดีไท่พานางกลับไปพักผ่อนเสีย”เสนาบดีไท่มองไปทางลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน เขานึกย้อนไป
ซีซวนเมื่อเห็นใบหน้าแสนคุ้นเคย นางแทบด่าบรรพบุรุษอีกฝ่ายดังลั่น ถึงกระนั้นก็ทำได้เพียงกำหมัดแน่น แล้วปล่อยให้เรื่องราวดำเนินต่อไป โดยหวังว่าอรพิษร้ายตัวนี้จะไม่ทำแผนการนางพัง“คารวะท่านแม่ทัพเฉิง หวังว่าข้าจะไม่ได้มาช้าเกินไป” เวยจางหมิ่นเผยยิ้มกว้าง พลางกวาดสายตามองไปทั่วบริเวณ “บารมีท่านยิ่งใหญ่นัก ขุนนางแต่ละคนที่มาในวันนี้ต่างก็ช่างมีชื่อเสียงทั้งสิ้น นับถือ ๆ”“ข้าไม่นึกว่าคุณชายเวยได้รับเทียบเชิญด้วย มิเช่นนั้นคงได้รอต้อนรับด้วยตัวเอง” ซีห่าวเอ่ยเสียงราบเรียบ“ช่างปะไร ช่างปะไร~ ข้าไม่ถือสาอันใดอยู่แล้ว” เวยจางหมิ่นหัวเราะขึ้นมาอีกครั้ง “อันที่จริงของขวัญที่ข้าจะมอบให้แก่ท่าน ข้าอยากมอบในนามข้าและซีเอ๋อร์ โอ้!เจ้าอยู่เสียไกลเลยมาตรงนี้เสียสิ” จางหมิ่นส่งเสียงเรียกหญิงสาวที่กำลังขมวดคิ้วแทบเป็นปมความน่าหงุดหงิดเริ่มก่อตัวในความคิดซีซวนจนแทบจะกลืนกินนาง นางรินสุราเสียจนเต็มแก้ว ยังไม่ทันได้ยกขึ้นดื่มเพื่อดับความโมโห เจ้าตัวการอย่างอรพิษเช่นเวยจางหมิ่น ดันส่งเสียงบอกตำแหน่งที่นั่งของนางจนได้ มีหรือที่คนร้ายกาจเช่นเวยจางหมิ่นจะไม่เจ้าเล่ห์เสียจ
ซีห่าวหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นเมื่อไป๋หลิ่งหงรายงานถึงสิ่งที่ได้รับรู้ เมื่อวานนางลักลอบหนีออกจากจวน เพื่อไปกระทำสิ่งนี้เองหรือ ยิ่งคิดซีห่าวยิ่งเผยรอยยิ้มร้าย เขาส่ายศีรษะเพียงเล็กน้อย ท่าทางที่แลดูสบายใจเช่นนี้เล่นเอาจิตใจของไป๋หลิ่งหงแทบดิ่งออกจากอก“นางอยากให้ข้ากลายเป็นคนเถื่อนเช่นนั้นรึ!” ซีห่าวเอ่ยขึ้นในที่สุด เขานึกขันนักที่คนเช่นนางกล้าคิดวางแผนต่ำช้าเช่นนี้ได้เป็นโชคดีของชายหนุ่มที่ได้ส่งคนไปสอดส่องถึงในโรงเตี้ยม แต่เดิมเขาตั้งใจไว้ว่าจะปล่อยวางเรื่องของนาง หญิงสาวอยากทำเช่นไรก็จะไม่ก้าวก่ายนางอีก แต่...“ถ้าเช่นนั้นก็ให้แผนของนางสำเร็จไปเลยดีหรือไม่ เจ้าว่าอย่างไรสหายสนิทของข้า” แม้รอยยิ้มร้ายของแม่ทัพหนุ่มจะยังไม่จางหายไป แต่น้ำเสียงของเขาช่างดูสุขสมนัก“ท่านชื่นชมในตัวแม่นางไท่งั้นรึ! ข้านึกว่าท่านแอบชอบแม่นางซินเสียอีก” ไป๋หลิ่งหงเบ้ปาก พลางบ่นพึมพำกับตัวเอง“ปากมากเสียจริง แม่นางไท่ก็ดูเป็นหญิงที่เพียบพร้อมอยู่หรอก แต่ข้าอยากเห็นความสิ้นหวังในดวงตาของหญิงเจ้าเล่ห์เสียยิ่งนัก ว่ายามที่เห็นตนเองตกอยู่ในหลุมพรางที่เป็นคนขุดขึ้น
ซีซวนวางกล่องไม้ขนาดเล็กไว้บนโต๊ะ พร้อมทั้งกระดาษแผ่นหนึ่งที่นางเป็นคนเขียนขึ้นมาด้วยตัวเอง “ภายในกล่องนี้คือยาเสน่หาไร้พัวพัน เป็นยาปลุกกำหนัดชั้นดีที่ไร้สี ไร้กลิ่น แม้แต่เข็มเงินก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ เพียงหยดเดียวก็สามารถทำให้ท่านแม่ทัพเฉิงโหยหาแต่เจ้าตลอดค่ำคืน เจ้าจะได้เสพสุขสมที่แม้แต่แม่นางซินก็ไม่ได้รับอย่างไรละ”“เจ้าจะให้ข้าใช้ยาปลุกกำหนัดกับท่านแม่ทัพเฉิงหรือ!” ซูลี่เบิกตากว้าง วิธีไร้คุณธรรมเช่นนี้ แม่นางผู้นี้ช่างหาญกล้านัก“เป็นอันใด เพียงวิธีนี้ท่านถึงจะได้แต่งงานกับท่านแม่ทัพเฉิง ท่านไม่สนใจหรือ” ซีซวนหัวเราะเสียงหวานแสนกังวาน นางเปิดกล่องเผยเห็นขวดยาสีขาวหิมะ “อีกสองวันแม่นางซินก็จะจัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ต้อนรับท่านแม่ทัพเฉิง ท่านก็นำสุราฤทัยไร้โศกของโรงเตี้ยมข้าไปเป็นของกำนัลเสียสิ เพียงผสมลงไปหนึ่งหยด ด้วยกลิ่นสุราอันหอมหวานคงกลบตัวยาได้แน่”“เจ้า” ซูลี่ขมวดคิ้วเพียงเล็กน้อย “เจ้าเอาจริงรึ” น้ำเสียงหวาดหวั่นเพียงน้อยของแม่นางไท่ แลดูแล้วเหมือนคนที่สนใจในข้อเสนอ“เห็นข้าเป็นคนพูดเล่นหรือ” ซีซวนหัวเราะขึ้นมาอีกครั้ง นางส่งกระดาษแผ่นในมือให้ซู
อาฟู่นวดคลึงนายสาวอย่างเอาใจ ในยามนี้แม้ต่อให้นางจะเป็นพระโพธิสัตว์ ก็คงไม่อาจปัดเป่าอารมณ์ขุ่นมัวของนายสาวได้ นางรู้ดีว่าข้อมูลที่ได้รับมาครานี้ ช่างเป็นข้อมูลที่หนักหนาเพียงใด“จะเอาอย่างไรดีเจ้าคะนายหญิงน้อย” อาฟู่ตัดสินใจถามในที่สุดซีซวนเพียงแค่หยิบกระดาษกับพู่กันออกมาบรรจงเขียนอย่างสวยงามเท่านั้น เมื่อตัวอักษรตัวสุดท้ายถูกบรรจงสรรสร้างขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว นางก็จัดการพับกระดาษแผ่นนั้นใส่ซองแล้วส่งให้บ่าวสาว“จงนำไปมอบให้ท่านแม่ทัพเฉิง บอกว่าข้ารู้สึกผิดในทุกเรื่องอย่างยิ่ง โปรดอ่านและตัดสินใจในเร็ววัน ข้าจะได้จัดเตรียมทุกสิ่งอย่างให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว”อาฟูมองซองจดหมายในมือ นางไม่เข้าใจแผนการครั้งนี้ของนายสาวตนยิ่งนัก ถึงกระนั้นหญิงสาวก็ตัดสินใจทำตามคำสั่งอย่างว่าง่ายซีซวนมองผลอิงเถาที่ถูกจัดวางอย่างสวยงาม พลางหวนนึกถึงวันวานที่เคยมีความสุขภายใต้ลมวสันต์ ใกล้ถึงวันเกิดนางไปทุกขณะ และความฝันของนางใกล้จะเป็นจริงแล้ว แต่มันจะยังต้องล่าช้าออกไป เพราะนางจำเป็นต้องจัดการกับคนที่ทำลายชีวิตตนให้สาสมนายท่านเฉิงมองตัวอักษรบนแผ่นกระดาษ พลางหัวคิ้วห
ซีซวนกลับมาถึงจวนในยามเซิน เท้ายังไม่ทันพ้นประตูจวน ท่านแม่ทัพหนุ่มก็ควบม้ามาถึงเช่นกัน เฉิงซีห่าวขมวดคิ้วเพียงเล็กน้อยเมื่อเห็นหญิงสาวไม่ทำตามคำสั่ง ถึงอย่างงั้นเขาเพียงแค่ลงจากหลังม้า ก่อนเดินตรงมาทางหญิงสาว“เจ้าไปที่ใดมา” ซีห่าวเอ่ยถามเสียงเรียบหญิงสาวถอนหายใจเล็กน้อย พลางตัดสินใจหมุนตัวทำความเครพอีกฝ่าย “เรียนท่านแม่ทัพเฉิง ข้าน้อยซินซีซวนอยากไปที่ใด ย่อมได้ไป ท่านคงไม่ถือสาเด็กร้ายกาจเช่นข้ากระมัง”ซีห่าวส่งเสียงในลำคอ แล้วส่งดาบคู่กายให้บ่าวรับใช้คนหนึ่ง “ข้าลืมไปว่าเจ้าไม่ใช่เสี่ยวกูเหนียงที่ไร้เดียงสาแล้ว ย่อมได้ เจ้าอยากไปที่ใดข้าล้วนไม่ยุ่งเกี่ยว แต่ข้าเพียงแค่กังวลว่าเจ้าจะนำเรื่องเสียหายมาสู่จวนข้า”ซีซวนหัวเราะขึ้นมาคำหนึ่ง นางระบายยิ้มหวานที่เจือแววดูแคลน “ข้าเป็นเพียงผู้อยู่อาศัย คงไม่สามารถทำจวนท่านเสียหายได้ ดังนั้นท่านคงไม่ต้องกังวลสิ่งใด ถ้าเช่นนั้นข้าคงต้องขอตัวไปพักก่อน หวังว่าท่านจะไม่ฉุดรั้งข้าไว้” ซีซวนโค้งตัวคำนับลงอย่างเชื่องช้า ในตอนที่กำลังจะหมุนตัวหันไปอีกทาง แม่ทัพหนุ่มก็เอื้อมมือคว้าแขนเรียว“ยามนี้แล้ว ท่านคงไม่คิด







