LOGINท่ามกลางแสงตะวันที่ลาลับ หญิงสาวนอนแผ่หลาบนเตียงด้วยความเหนื่อยอ่อน ทั้ง ๆ ที่นางเป็นสตรีร่างบอบบ
ซีห่าวหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นเมื่อไป๋หลิ่งหงรายงานถึงสิ่งที่ได้รับรู้ เมื่อวานนางลักลอบหนีออกจากจวน เพื่อไปกระทำสิ่งนี้เองหรือ ยิ่งคิดซีห่าวยิ่งเผยรอยยิ้มร้าย เขาส่ายศีรษะเพียงเล็กน้อย ท่าทางที่แลดูสบายใจเช่นนี้เล่นเอาจิตใจของไป๋หลิ่งหงแทบดิ่งออกจากอก“นางอยากให้ข้ากลายเป็นคนเถื่อนเช่นนั้นรึ!” ซีห่าวเอ่ยขึ้นในที่สุด เขานึกขันนักที่คนเช่นนางกล้าคิดวางแผนต่ำช้าเช่นนี้ได้เป็นโชคดีของชายหนุ่มที่ได้ส่งคนไปสอดส่องถึงในโรงเตี้ยม แต่เดิมเขาตั้งใจไว้ว่าจะปล่อยวางเรื่องของนาง หญิงสาวอยากทำเช่นไรก็จะไม่ก้าวก่ายนางอีก แต่...“ถ้าเช่นนั้นก็ให้แผนของนางสำเร็จไปเลยดีหรือไม่ เจ้าว่าอย่างไรสหายสนิทของข้า” แม้รอยยิ้มร้ายของแม่ทัพหนุ่มจะยังไม่จางหายไป แต่น้ำเสียงของเขาช่างดูสุขสมนัก“ท่านชื่นชมในตัวแม่นางไท่งั้นรึ! ข้านึกว่าท่านแอบชอบแม่นางซินเสียอีก” ไป๋หลิ่งหงเบ้ปาก พลางบ่นพึมพำกับตัวเอง“ปากมากเสียจริง แม่นางไท่ก็ดูเป็นหญิงที่เพียบพร้อมอยู่หรอก แต่ข้าอยากเห็นความสิ้นหวังในดวงตาของหญิงเจ้าเล่ห์เสียยิ่งนัก ว่ายามที่เห็นตนเองตกอยู่ในหลุมพรางที่เป็นคนขุดขึ้น
ซีซวนวางกล่องไม้ขนาดเล็กไว้บนโต๊ะ พร้อมทั้งกระดาษแผ่นหนึ่งที่นางเป็นคนเขียนขึ้นมาด้วยตัวเอง “ภายในกล่องนี้คือยาเสน่หาไร้พัวพัน เป็นยาปลุกกำหนัดชั้นดีที่ไร้สี ไร้กลิ่น แม้แต่เข็มเงินก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ เพียงหยดเดียวก็สามารถทำให้ท่านแม่ทัพเฉิงโหยหาแต่เจ้าตลอดค่ำคืน เจ้าจะได้เสพสุขสมที่แม้แต่แม่นางซินก็ไม่ได้รับอย่างไรละ”“เจ้าจะให้ข้าใช้ยาปลุกกำหนัดกับท่านแม่ทัพเฉิงหรือ!” ซูลี่เบิกตากว้าง วิธีไร้คุณธรรมเช่นนี้ แม่นางผู้นี้ช่างหาญกล้านัก“เป็นอันใด เพียงวิธีนี้ท่านถึงจะได้แต่งงานกับท่านแม่ทัพเฉิง ท่านไม่สนใจหรือ” ซีซวนหัวเราะเสียงหวานแสนกังวาน นางเปิดกล่องเผยเห็นขวดยาสีขาวหิมะ “อีกสองวันแม่นางซินก็จะจัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ต้อนรับท่านแม่ทัพเฉิง ท่านก็นำสุราฤทัยไร้โศกของโรงเตี้ยมข้าไปเป็นของกำนัลเสียสิ เพียงผสมลงไปหนึ่งหยด ด้วยกลิ่นสุราอันหอมหวานคงกลบตัวยาได้แน่”“เจ้า” ซูลี่ขมวดคิ้วเพียงเล็กน้อย “เจ้าเอาจริงรึ” น้ำเสียงหวาดหวั่นเพียงน้อยของแม่นางไท่ แลดูแล้วเหมือนคนที่สนใจในข้อเสนอ“เห็นข้าเป็นคนพูดเล่นหรือ” ซีซวนหัวเราะขึ้นมาอีกครั้ง นางส่งกระดาษแผ่นในมือให้ซู
อาฟู่นวดคลึงนายสาวอย่างเอาใจ ในยามนี้แม้ต่อให้นางจะเป็นพระโพธิสัตว์ ก็คงไม่อาจปัดเป่าอารมณ์ขุ่นมัวของนายสาวได้ นางรู้ดีว่าข้อมูลที่ได้รับมาครานี้ ช่างเป็นข้อมูลที่หนักหนาเพียงใด“จะเอาอย่างไรดีเจ้าคะนายหญิงน้อย” อาฟู่ตัดสินใจถามในที่สุดซีซวนเพียงแค่หยิบกระดาษกับพู่กันออกมาบรรจงเขียนอย่างสวยงามเท่านั้น เมื่อตัวอักษรตัวสุดท้ายถูกบรรจงสรรสร้างขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว นางก็จัดการพับกระดาษแผ่นนั้นใส่ซองแล้วส่งให้บ่าวสาว“จงนำไปมอบให้ท่านแม่ทัพเฉิง บอกว่าข้ารู้สึกผิดในทุกเรื่องอย่างยิ่ง โปรดอ่านและตัดสินใจในเร็ววัน ข้าจะได้จัดเตรียมทุกสิ่งอย่างให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว”อาฟูมองซองจดหมายในมือ นางไม่เข้าใจแผนการครั้งนี้ของนายสาวตนยิ่งนัก ถึงกระนั้นหญิงสาวก็ตัดสินใจทำตามคำสั่งอย่างว่าง่ายซีซวนมองผลอิงเถาที่ถูกจัดวางอย่างสวยงาม พลางหวนนึกถึงวันวานที่เคยมีความสุขภายใต้ลมวสันต์ ใกล้ถึงวันเกิดนางไปทุกขณะ และความฝันของนางใกล้จะเป็นจริงแล้ว แต่มันจะยังต้องล่าช้าออกไป เพราะนางจำเป็นต้องจัดการกับคนที่ทำลายชีวิตตนให้สาสมนายท่านเฉิงมองตัวอักษรบนแผ่นกระดาษ พลางหัวคิ้วห
ซีซวนกลับมาถึงจวนในยามเซิน เท้ายังไม่ทันพ้นประตูจวน ท่านแม่ทัพหนุ่มก็ควบม้ามาถึงเช่นกัน เฉิงซีห่าวขมวดคิ้วเพียงเล็กน้อยเมื่อเห็นหญิงสาวไม่ทำตามคำสั่ง ถึงอย่างงั้นเขาเพียงแค่ลงจากหลังม้า ก่อนเดินตรงมาทางหญิงสาว“เจ้าไปที่ใดมา” ซีห่าวเอ่ยถามเสียงเรียบหญิงสาวถอนหายใจเล็กน้อย พลางตัดสินใจหมุนตัวทำความเครพอีกฝ่าย “เรียนท่านแม่ทัพเฉิง ข้าน้อยซินซีซวนอยากไปที่ใด ย่อมได้ไป ท่านคงไม่ถือสาเด็กร้ายกาจเช่นข้ากระมัง”ซีห่าวส่งเสียงในลำคอ แล้วส่งดาบคู่กายให้บ่าวรับใช้คนหนึ่ง “ข้าลืมไปว่าเจ้าไม่ใช่เสี่ยวกูเหนียงที่ไร้เดียงสาแล้ว ย่อมได้ เจ้าอยากไปที่ใดข้าล้วนไม่ยุ่งเกี่ยว แต่ข้าเพียงแค่กังวลว่าเจ้าจะนำเรื่องเสียหายมาสู่จวนข้า”ซีซวนหัวเราะขึ้นมาคำหนึ่ง นางระบายยิ้มหวานที่เจือแววดูแคลน “ข้าเป็นเพียงผู้อยู่อาศัย คงไม่สามารถทำจวนท่านเสียหายได้ ดังนั้นท่านคงไม่ต้องกังวลสิ่งใด ถ้าเช่นนั้นข้าคงต้องขอตัวไปพักก่อน หวังว่าท่านจะไม่ฉุดรั้งข้าไว้” ซีซวนโค้งตัวคำนับลงอย่างเชื่องช้า ในตอนที่กำลังจะหมุนตัวหันไปอีกทาง แม่ทัพหนุ่มก็เอื้อมมือคว้าแขนเรียว“ยามนี้แล้ว ท่านคงไม่คิด
“ท่านว่าอย่างไรนะ” นัยน์ตากลมโตเบิกกว้าง พร้อมหัวคิ้วมนขมวดเข้าหากันช้า ๆ ในใจนางเต้นรัวเร็วนัก แต่นางไม่สามารถเปิดเผยความรู้สึกต่อหน้าเจ้างูร้ายนี้ได้เลย“ภายใต้ชายคาเดียวกัน ภายใต้ความเป็นวีรบุรุษปกป้องหญิงงาม เจ้าไม่เคยนึกสงสัยคนผู้นี้เลยหรือ?” จางหมิ่นหัวเราะเสียงเบาหวิว ปลายนิ้วยาวลูบวนขอบแก้วชา โดยไม่ยกขึ้นดื่มเลยแม้แต่น้อย“เจ้าว่ามันแปลกหรือไม่ ทั้ง ๆ ที่ชิงชังเจ้านักหนา แต่ทำไมถึงได้รับเลี้ยงดูเจ้าล่ะ มิใช่เพราะรู้สึกผิดหรือหึ ๆ”ซีซวนข่มก้อนความรู้สึกที่พวยพุ่งอยู่ในท้อง พลางพยายามกลบอารมณ์ที่ก่อตัวขึ้นอย่างรุนแรง นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เจ้าหมายถึงเฉิงซีห่าวอย่างงั้นหรือ”“ไยไม่พูดกับข้าเยี่ยงลูกค้าแล้วล่ะหึ ๆ”“เจ้าคิดว่าข้าจะเชื่อหรือ! เฉิงซีห่าวเป็นผู้ช่วยข้าออกมาจากนรกขุมนั้น ต่อให้เขาจะลอบฆ่าข้าก็ช่างปะไร แต่เขาที่ยึดมั่นในคุณธรรมความกตัญญู ไม่มีทางทำร้ายพวกท่านทั้งสองแน่!”เวยจางหมิ่นหัวเราะขึ้นจมูก ก่อนยกแก้วชาขึ้นจิบ “น้องชายงั้นรึ? พ่อแม่เดียวกันหรือ ก็ไม่ใช่ ญาติรึ ก็ยังไม่ใช่อีก ก็แค่ทหารนายหนึ่งที
ซีซวนปรายสายตามองถุงเงินที่วางอยู่ไม่ห่าง ก่อนเคลื่อนนัยน์ตาเย็นมาทางคุณหนูไท่ ในใจนางนั้นมีคำตอบอยู่แล้ว ว่าไม่มีทางช่วยเหลือศัตรู ต่อให้อีกฝ่ายจะยกสมบัติลับประจำตระกูลมาให้ นางก็ไม่คิดจะใช้สายตามองยังไม่ต้องให้เถ้าแก่เนี้ยได้เอ่ยอันใด ซูลี่ก็หยิบภาพวาดเหมือนของนางผู้หนึ่งขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ “ข้าต้องการให้เจ้าไปสืบข้อมูลของซินซีซวนมาให้แก่ข้า ทั้งเรื่องที่จะส่งผลให้ชีวิตนางต้องย่อยยับ หรือเรื่องอันใดก็ได้ที่ข้าสามารถใช้ประโยชน์จากมันได้”ซีซวนถอนหายใจเสียงดัง พลางโน้มตัวดันถุงเงินใบนั้นกลับไปทางอีกฝ่าย “ท่านคงฟังมาผิดแล้วกระมัง ข้านั้นจะทำธุรกิจด้วยก็ต่อเมื่อ... ข้าได้ผลประโยชน์ทุกประการ การทำลายชีวิตของแม่นางผู้หนึ่งจะทำให้ข้าได้ผลประโยชน์อันใด”คิ้วทรงใบหลิวคู่งามขมวดเข้าหากันอีกครั้ง ในตอนที่นางกำลังจะโต้เถียงกลับคืนไปนั้น ซีซวนก็ปรบมือขึ้นเพียงเล็กน้อย ก่อนมีชายชุดดำสองสามคนเข้ามาภายในห้องรับรอง“เงินสองร้อยตำลึงทองท่านเก็บไว้ใช้เองเถิดคุณหนูไท่ แต่ถ้าหากข้ามองหาผลประโยชน์อันใดจากตัวท่านได้แล้ว ข้าค่อยส่







