Masuk5 การพบกันของโปรดปรานและเฮียเสือ...อีกครั้ง
ไม่ว่าแดดจะอ่อนแสง หรือเปรี้ยงจัด
ร่ม... คือสิ่งที่เธอขาดไม่ได้
หาใช่ว่ากลัวผิวคล้ำรักสวยรักงาม ทว่าความเย็นและแข็งในอุ้งมือทำให้เธอมั่นใจได้ว่า…
เธอคือผู้ควบคุม กุมโชคชะตาของทุกคน
รวบหัวรวบหางแล้วจะดีเอง
ประโยคเด็ดของพระแสนที่ทิ้งไว้ให้สิวากรขบคิดมาร่วมสองอาทิตย์ กระทั่งวันนี้ขณะที่เขายืนมองรถบัสคันใหญ่ สติ๊กเกอร์คำว่า ‘ค่ายศรเพชร’ สีเขียวสะท้อนแสงติดหราข้างตัวรถ แผ่กว้างจนครอบคลุมพื้นที่ปิดบังส่วนอื่นจนเกือบมิดคัน
รถของค่ายศรเพชรมาถึงแต่เช้ามืดเช่นเคย ดวงอาทิตย์ยังไม่ทันได้ส่องแสงเห็นเพียงรำไรตรงเส้นขอบฟ้า รถคันโตเลี้ยวจอดด้านหน้าโรงยิมค่ายมวย ส อรุณ
สิวากรเพิ่งเสร็จจากการวิ่งรอบเช้า แผ่นอกยังสะท้อนขึ้นลงเพราะแรงเต้นหัวใจ ยืนเท้าสะเอวมองนักมวยคณะศรเพชรลงมาจากรถทีละคนอย่างใส่ใจเป็นพิเศษ
“ขอบใจ”
เขารับขวดน้ำเย็นมาจากเด็กในค่ายทั้งที่สายตายังเพ่งมองทางประตูรถบัส ในที่สุดเขาก็เห็นเธอ โปรดปราน
เธอยังคงเป็นเหมือนที่เขาจำได้ไม่ผิดเพี้ยน แม้ว่าไม่ได้พบกันมาเกือบปี ครั้งสุดท้ายคงเป็นการแข่งแชมป์ระดับประเทศซึ่งนักมวยของเขาชนะน็อคเอาเสียนักมวยค่ายของเธอสลบเหมือดต้องหามลงเวที
รูปร่างของโปรดปรานไม่ได้บอบบางผอมดั่งนางแบบเช่นเทียนหอม ตรงกันข้ามเลยด้วยซ้ำ เรือนร่างของเธอเต็มอิ่มทรวดทรงนาฬิกาทราย หุ่นที่สามารถทำให้ใจของเขาอัดฉีดด้วยกระแสโลหิตโลดแรงมาหลายปี
มือเรียวเล็กสะบัดร่มคันโปรดแล้วยกขึ้นกางปิดบังดวงหน้าเสียครึ่งส่วน เห็นเพียงริมฝีปากอิ่มฉ่ำจากลิปสติกชาแนล
ดวงตาคมดุจเหยี่ยวดุดันของสิวากรเลื่อนสายตาลงกางเกงยีนส์ สกินนี่ อวดเรียวขาเพรียวแล้ววกขึ้นสู่เอวเล็กกิ่ว เลื่อนสูงขึ้นถึงสิ่งที่ดึงดูดใจเขารองลงมาจากริมฝีปาก - - อืม
วันนี้โปรดปรานมาด้วยมาดสาวสวยอย่างมารีลิน มอนโร ในยุคที่ภาพไปไวกว่าเสียง มัดผมรวบเป็นหางม้าเช่นเคย และเมื่อเธอเข้ามาใกล้ กลิ่นชาแนลนัมเบอร์ไฟน์ไม่ฉุนมากนักกระแทกเข้าจมูก แน่นอนว่ารวมไปถึงทรวงอกข้างซ้ายของเขาที่รัวแรงขึ้นอีกหลายจังหวะ
“ยินดีต้อนรับสู่ค่ายมวย ส อรุณ” เสียงทุ้มต่ำแฝงความยินดีปิดไม่มิดชะงักหยุดครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยต่อ “เจ้โปรด”
เขาเห็นมือเรียวเล็กขยับกำด้ามร่มแน่นขึ้น เปล่งเสียงแหบเสน่ห์ต่ำพร่าจนสิวากรต้องรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ใบหูร้อนผ่าว
“เฮียเสือ”
“มาแล้ว มากันแล้ว”
ยังไม่ทันที่คนทั้งคู่จะได้พูดกันมากเกินไปกว่าคำทักทาย เสียงพ่อครูสถิตคุณแทรกขึ้นมาแต่ไกล พร้อมร่างอย่างนักมวยเก่าในวัยหกสิบเดินสับขาเร็วจนเกือบวิ่งมาทางหน้าโรงยิม
“หนูโปรดมาถึงแล้ว ไป ขึ้นบ้านกัน แม่ตรึงใจเตรียมมื้อเช้าไว้ให้แล้ว”
โปรดปรานขมวดคิ้วมุ่นแต่คงไม่มีคนสังเกตเห็นเพราะร่มยังบังอยู่ เธอมองท่อนขาพ่อครูซึ่งยังแต่งกายวัยรุ่นเหมือนพ่อปลื้มด้วยกางเกงยีนส์ลีวายส์ 501 ริมแดง
“สวัสดีค่ะพ่อครูสถิต” เธอทักทายเบา ๆ ยกมือไหว้ใต้ร่มคันโต
“ไหว้พระ ๆ ไปกัน เสือพาหนูโปรดขึ้นบ้านกินข้าวเช้า” พ่อครูขยับไปทางซ้ายใกล้สิวากร “ว่าแต่ว่า หนูโปรดไม่คิดจะหุบร่มสักหน่อยหรือ แดดยังไม่ทันออกเลย”
“ค่ะ ถึงเรือนไทยค่อยเก็บร่มค่ะ”
“แต่ว่ากางร่มแบบนี้ พ่อมองไม่เห็นหน้าหนูโปรด”
พูดพลางโค้งลำตัวลงเล็กน้อยเอียงศีรษะเพื่อสอดสายตาลอดมองเข้าไปใต้ร่มก่อนจะส่งยิ้มให้เมื่อมองเห็นหน้าว่าที่ลูกสะใภ้ในที่สุด
ในรอบปีที่ผ่านมา โปรดปรานเพิ่งได้พบพ่อครูสถิตคุณจึงเห็นว่าพ่อครูไว้หนวดเหมือนพ่อปลื้มเพียงแค่ว่าคนละทรง หนวดของพ่อครูสถิตคุณเป็นทรงฉัตรกาง เหมาะกับรูปหน้าพ่อครูที่กลมกว่า
“ฮ่ะ แฮ่ม วันนี้พ่อครูตื่นเช้าเป็นพิเศษนะ” สิวากรแกล้งเย้าแทรกขึ้น
พ่อครูยืดกายกลับหลังตรงตามเดิม “แหม...ก็วันรวมค่าย นาน ๆ ทีจะจัดที่อุบล พ่อครูก็ตื่นเต้นเป็นธรรมดา แล้วนี่กระเป๋าล่ะหนูโปรดให้ใครยกไป” พูดพลางออกเดินนำอย่างคนใจร้อน
“โต้งค่ะ”
“อ้าว เจ้าโต้งมันไม่ได้เป็นนักมวยแล้วนี่ มาทำไม โค้ชวีระมาไหม พูดถึงแล้วเปรี้ยวปากอยากจะก๊งด้วยสักหน่อย” พ่อครูยกมือวาดปาก
“โต้งมาในฐานะเพื่อนค่ะ”
“งั้นให้นอนรวมกับเด็ก ๆ คงได้ เจ้าโต้งเขามาบ่อย”
“รอบนี้ โปรดตั้งใจให้โต้งนอนห้องเดียวกันกับโปรดค่ะ”
คนทั้งหมดหยุดชะงักกึกทันที ยกเว้นเพียงโปรดปรานที่ยังออกเดินไม่รู้ไม่ชี้นำหน้า ปล่อยให้สองพ่อลูกมองหน้ากัน
คนพ่อสีหน้าตกตะลึงไม่ค่อยดีนัก ส่วนคนลูกโปรดปรานไม่ทันได้เห็นแต่เสียงลมหายใจหนักฟืดฟาดดังขึ้น ทำให้เธอรู้สึกพึงพอใจไม่น้อย ไม่น้อยเลยจริง ๆ
“ค่าย ส อรุณ นี่เปลี่ยนไปเยอะนะคะ โปรดไม่ได้มาเสียนาน คงเกือบสิบปีแล้ว”
โปรดปรานยังพูดต่อเนื่องเพราะคิดว่ายังไงสองพ่อลูกต้องเดินตามเธอมาอยู่แล้ว
“สร้างบ้านใหม่เหรอคะ หลังใหญ่น่าดู”
“เรือนหอ” สิวากรตอบลอย ๆ แต่คนฟังชะงักเล็กน้อย
“ของใคร เฮียเสือจะแต่งงานแล้วเหรอคะ”
“ฮึ” เขาแค่นเสียงแล้วเดินจนทันเจ้โปรดค่ายศรเพชร “ไม่สุดแสนก็เฮียนั่นแหล่ะ แต่ดูท่าแล้วคงเป็นเฮีย”
“ใครกันนะ ผู้หญิงที่โชคดี โปรดอยากเห็นจังเลย”
เขาก้มหน้ามองเธอแต่เห็นเพียงร่มคันใหญ่ เลยวาดมือยกชายร่มขึ้นจนเอียงออกไปอีกด้าน แล้วจึงเห็นว่าเจ้โปรดกระฟัดกระเฟียดเล็กน้อย คงไม่ค่อยมีคนขัดใจ
“ส่องกระจกอยู่ทุกเช้า ยังไม่เห็นอีกหรือไง”
“พรืด..” พ่อครูสถิตคุณเกือบหลุดหัวเราะ เม้มปากแน่นกลั้นขำแล้วชิงหนีเดินขึ้นเรือนไปก่อน
“เฮียเสืออย่าทำเป็นพูดเล่นไป มีผู้หลักผู้ใหญ่อยู่ด้วยจะทำให้ท่านเข้าใจผิด”
โปรดปรานพูดเสียงแข็งกระชากร่มออกจากมือเขาแล้วสะบัดหุบ ใช้ปลายร่มทิ่มลงพื้นตรงหน้าคล้ายไม้เท้า เชิดปลายคาง
“ก็ไม่ได้พูดเล่น รอมาสิบปีแล้วเนี่ย ส่วนพ่อครู..” เขาไม่ทันได้พูดจบ เสียงแหบเสน่ห์แทรกขึ้น
“รอ... โปรดเคยพูดเหรอว่าชอบเฮียเสือ หรือโปรดเคยให้ความหวัง ไม่นะ เท่าที่สมองอันชาญฉลาดของโปรดจำได้ โปรดไม่เคยให้ท่าเฮีย”
“อืม...น่าคิดนะ แต่เอาไว้ปะทะคารมกันต่อแล้วกัน เฮียหิวแล้ว”
โปรดปรานแทบถลึงตาใส่เมื่อจู่ ๆ เฮียเสือผู้ซึ่งเป็นคนเปิดประเด็นกลับเดินหนีขึ้นบ้าน แล้วเธอจะทำเช่นไรได้นอกจากขยับปากบ่นพึมขณะเดินขึ้นบันไดตามเฮียเสือไป
42 แต่งงาน จบบริบูรณ์เธอไม่เคยจินตนาการมาก่อนว่างานแต่งงานของตัวเองจะเป็นแบบไหนอาจสวยงามราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยายหรือธรรมดาสามัญมาก ๆ มีเพียงคนในครอบครัวแต่ที่แน่ ๆ วันแต่งงานของเธอต้องอบอวลด้วยความรักความรักของเธอและเจ้าบ่าว และที่สำคัญครอบครัวของเธอในทุกวันบนโลกใบนี้จะมีคู่รักเข้าพิธีแต่งงานกันนับล้านคู่ในวันเดียวกัน แต่ละประเพณีล้วนแตกต่างกันไปตามแต่วัฒนธรรม อย่างวันนี้ค่ายมวยศรเพชรกำลังจัดงานมงคลยิ่งใหญ่ รอยยิ้มเกลื่อนทั่วงาน เสียงหัวเราะสะท้อนอยู่ทุกมุมโถง กลิ่นดอกไม้ฟุ้งจนอบอวล และเหนือสิ่งอื่นใด ทุกคนเปี่ยมไปด้วยความสุข“ไอ้แสน กูเกิดมาก็เพิ่งจะเคยเห็นงานแต่งงานอลังการงานช้างอย่างกับมหาราชา”พ่อครูสถิตคุณพูดเบา ๆ เพราะอายกลัวคนอื่นได้ยินขณะที่เป็นหนึ่งในขบวนเจ้าบ่าว เดินบนถนนคอนกรีตทางขึ้นบ้านเจ้าสาว“พ่อครู พูดดังไปอายเขา เดี๋ยวจะหาพ่อครูมาจากบ้านนอก”“บ้านนอกอะไรว่ะ บ้านกูแค่ผูกขวัญก็เข้าหอแล้ว นี่อะไรจัดใหญ่โต วันนี้วันที่สามแล้วนะมึง”“พ่อ! มันงานแต่งแบบฮินดู” ตรึงใจเอ่ยทักเบา ๆ เอามือหยิกท่อนแขนพ่อครู“โอ๊ย! เจ็บนะแม่ เบามือหน่อย ไว้รอเข้าห้องค่อยหยิกพ่อ”พ่อครูสถิตค
41 ได้โปรดโปรดปรานหน้าซีดแล้วซีดอีกจนไร้สีเลือด ฝ่ามือเย็นเยียบทั้งเสื้อชุ่มโชกเหงื่อกาฬที่ไหลย้อยออกมาทั่งทั้งร่างทุกความโกรธที่ปะทุเดือดอยู่ภายในพุ่งตรงไปยังชายหนุ่ม สิวากร ที่ตอนนี้ยังดื้อแพ่งจะยื้อเกม ดึงร่างสะบักสะบอมเต็มทนขึ้นมาด้วยมาเอามือพาดเชือก จับแน่นพยุงตนเองจนนั่งพาดเชือกได้แล้ว“ไอ้คนบ้า เฮียเสือ ไอ้ผู้ชายเฮงซวย” โปรดปรานกัดฟันกรอดดังจนบิ๊กโต้งตกใจเธอสะบัดตัวอีกครั้งแรกกว่าเดิม แต่อ้อมแขนของอดีตนักมวยยังแน่นดั่งคีมเหล็ก เธอจึงใช้ปลายร่มกระแทกลงไปยังหลังเท้าของบิ๊กโต้งอย่างแรงปัก!! โอ๊ยยยยยบิ๊กโต้งปล่อยมือทันทีด้วยความเจ็บ เปิดโอกาสให้โปรดปรานสะบัดตัวได้อีกครั้งจนหลุด ทิ้งร่มแล้ววิ่งตรงไปทางบันไดขึ้นเวที คว้าเอาผ้าเช็ดหน้าของผู้ช่วยฝั่งสีแดงไปด้วยสิวากรเกร็งไปทั้งร่างอันเจ็บปวด ดึงตัวเองจนนั่งพาดคาดเชือก แล้วพยายามพยุงตัวลุกขึ้นยืน ขยับเดินสองก้าวแล้วพลันล้มลงอีกครั้งตึง!ร่างใหญ่โตหนาหนักล้มหงายลงไปอีกครั้งอย่างคนที่ไร้เรี่ยวแรงแล้วสิ้นเชิง ภายในหัวสมองปวดจนมึน มองเห็นทุกสิ่งพร่าเลือนซ้อนทับหลากหลาย หางคิ้วเจ็บจนชา รู้สึกถึงความเปียกชื้นอาบลงปลายคางคงเป็นเลือดเข
40 ชี้ชะตาเกร้ง ๆ"เริ่มเกมแล้วครับ! เกรียงไกรเดินหน้าดุดัน ไล่บี้เฮียเสือตั้งแต่หมัดแรก! โอ้โฮ้! หมัดซ้ายเข้าเต็มหน้าท้องเฮียเสือ! แต่เฮียเสือยังยืนได้! เขาพยายามวนหนี แต่เกรียงไกรไม่ปล่อยโอกาส ซ้ำหมัดฮุก ขวาอีกครั้ง!""เฮียเสือถอยกรูดครับ! พยายามยกการ์ดกัน แต่หมัดของเกรียงไกรหนักเหลือเกิน! ตอนนี้คนดูเริ่มตะโกนแล้วครับ ดูท่าจะเชียร์ฝั่งเกรียงไกร!"“ไม่น่าเชื่อนะครับ เฮียเสือลีลาไม่แพ้นักมวยดีกรีแชมป์ ตั้งรับได้อย่างดี”โปรดปรานเนื้อตัวอ่อนแรงขาแทบยืนไม่อยู่ต้องใช้บิ๊กโต้งเป็นหลักพิงไว้“เฮียเสือจะเจ็บหนัก ไม่ได้นะโต้ง”บิ๊กโต้งไม่ตอบ ยืนนิ่งเงียบและรัดร่างเจ้าของค่ายไว้แน่นตามคำสั่งของสิวากร เขาเองเมื่อเห็นลีลาของเฮียเสือยังคิดว่าพอมีลุ้น แต่หมัดของเฮียเสือไม่หนักเท่าไอ้เกรียงไกร ซ้ำลูกเล่นยังไม่เหลี่ยมเท่าเกร้ง ๆ“แหมหมดยกเสียก่อน ให้นักมวยเราได้พักเสียหน่อยนะครับก่อนจะเริ่มยกต่อไป”“ประเมินแล้วสูสีนะครับ”สิวากรคายยางกันกระแทกออกจากปากดื่มน้ำแล้วพ่นทิ้ง มีเลือดออกเล็กน้อยไม่มากนัก“เฮีย เฮียตัวสูงเกินไป ต้องระวังสีข้าง ปิดให้มิด” ชานนท์เอ่ยเตือนตอนที่ยื่นขวดน้ำไปตรงหน้าสิวากรพยั
39 นัดชิงแชมป์ณ สนามมวย"ใช่เลยครับ! นี่คือการเจอกันครั้งแรกของสองยอดฝีมือจากสองค่ายใหญ่ ศรเพชร ชลบุรี และ ส.อรุณ อุบลราชธานี บอกเลยว่า ดุเดือดแน่นอน!"เกร้ง ๆ"และแล้วเสียงระฆังก็ดังขึ้น! เริ่มต้นยกแรก! บิ๊กบอยเดินเข้าหา เปิดเกมเร็วด้วยหมัดแย็บซ้ายที่ไวเหมือนสายฟ้า! โอ้ย โอ้ย อีกฝ่ายตั้งการ์ดรับ""แต่ยอดเพชรไม่ยอมง่าย ๆ! โต้กลับด้วยหมัดขวาตรงที่แม่นยำอย่างกับจับวาง! โอ้โฮ้! นี่แค่เริ่มต้นก็ประเดิมดุเดือดแล้ว!"“เอาเล้ย เฮ้ย! โอ๊ย ตุบ เอ้า ต่อยเลย แย็บ แย็บ”โปรดปรานเงยหน้าเอียงไปด้านขวาจ้องพ่อปลื้ม วันนี้ดูขึงขังจริงจังและคึกคัก สงสัยลงเล่นไปหลายบาท เธอมองตรงไปทางฝั่งตรงข้าม ตอนนี้สิวากรอยู่ชิดขอบเวทีใกล้กับชานนท์ คอยก้มหน้าพูดคุยกันตลอดเกร้ง ๆ"ยกแรกจบลงอย่างดุเดือด! เอาสะเหงื่อตกทั้งคู่ บอกเลย...เกมนี้สูสี ไม่มีใครเหนือกว่าใคร!""ใช่ครับ และนี่แค่เริ่มต้น! ใครจะอยู่ ใครจะล้ม ต้องติดตามกันต่อยกหน้า ห้ามกระพริบตา!"โปรดปรานผุดลุกจากที่นั่ง พาร่างอวบอิ่มในชุดเดิมที่สวมใส่มาตลอดหลายปี ตรงไปยังมุมแดง ขึ้นบันไดไปยังข้างบนเวทีจนกลายเป็นจุดสนใจของทุกคนในสนามมวย เธอลอบยิ้มให้สิวากรแล้วโน้
38 พอใจณ บ้านค่ายมวยศรเพชรในช่วงเย็นของวันนี้ที่ห้องนั่งเล่นของครอบครัวศรเพชร นับว่าเกิดปรากฏการณ์แปลกประหลาด เมื่อทุกคนต่างพร้อมใจพากันมารวมตัวอยู่ในห้องนี้ นั่งเรียงลดหลั่นตาจดจ้องไปยังจอโทรทัศน์ขนาดห้าสิบสองนิ้ว ซึ่งในยามปกติมีเพียงแม่พลับพลึงใช้สำหรับร้องคาราโอเกะ“เริ่มแข่งแล้ว” ดาหลันพึมพำตื่นเต้นจนผุดตัวออกจากท่าเอนหลัง“แม่ว่ายังไงยอดเพชรก็ชนะ เฮียเสือเขาทุ่มเทมาก” แม่พลับพลึงกระซิบเบา ๆ“ใช่ค่ะ ณินได้ยินเสียงเฮียเสือทุกเช้าเลย”“ทุกเช้า?” แม่ปรียาหันไปมองลูกสาวตัวเองด้วยความสงสัย“ณินเขาไม่ได้นอนเพราะทำงานค่ะแม่ปรียา มลนอนห้องตรงข้าม ได้เสียงเพลงดังถึงเช้า”พิมลวรรณนั่งเอนตัวพูดงึมงำตอบออกไปแทน ดวงหน้าปิดทับไว้ด้วยแผ่นมาส์กหน้าสีขาวฉ่ำน้ำ“แต่เท่าที่รู้มายอดเพชรยังไม่เจนสนาม ชกแค่ไม่กี่ครั้ง”พอใจเอียงหน้าไปทางคนทั้งหมด พูดเสียงกร้าวขึ้น เพราะไม่พอใจที่ทุกคนเอาแต่พูดยกย่องเฮียเสือ“พี่พอใจเป็นอะไรไป” ดาหลันมือล้วงขนมปากพูดไปด้วย ทำให้ขนมกระเด็นจนเลอะออก“ยี้! ดาหลัน สกปรก กระเด็นโดนหน้าพี่” พิมลวรรณนั่งใกล้อีกข้างรีบขยับตัวลุกหนี“ขอโทษทีพี่มล พี่พอใจไม่เห็นตอบเลย” ดาหลันยั
37 วันชิงแชมป์ เธอเห็นคนต่อยกันมาตั้งแต่เด็กเธอได้ยินเสียงเวลาเนื้อกระทบกันจนชินชาเธอเห็นนักกีฬาทั้งหัวเราะและร้องไห้ตลอดเวลาเธอรู้ว่าคนที่ล้มนอนคว่ำลงกับพื้นเวทีคือผู้แพ้เธอจดจ้องมองด้วยดวงตาราบเรียบ ส่งเสียงแค่นดูถูกอยู่ข้างในทว่าวันนี้...ทุกสิ่งที่เธอกล่าวมาทั้งหมด ว่างเปล่าราวกับมันไม่มีอยู่จริง ราวกับว่าทุกสิ่งทั้งหมดคือจินตนาการอันฟุ้งเฟ้อ เมื่อคนที่ล้มคว่ำกลางเวทีคือ...สิวากรการแข่งขันชกมวยชิงแชมป์ถ้วยพระราชทานจัดอย่างยิ่งใหญ่อลังการด้วยสนามสร้างใหม่แบบชั่วคราวติดชายหาดพัทยา ศูนย์กลางนักท่องเที่ยว ใกล้เสียจนทุกคนได้ยินเสียงคลื่นสาดซัด ลมทะเลพัดพานำกลิ่นเค็มพื้นน้ำกรุ่นกำจายปะปนไปกับกลิ่นเหงื่อของผู้ชมนับพันในสนามแห่งนี้สิวากรนั่งอยู่ฝั่งน้ำเงิน ค่ายมวย ส อรุณ โดยหนนี้ชานนท์ลงมาเป็นโค้ชพิเศษให้บิ๊กบอย เขาจึงวางใจนั่งเงียบหามุมสงบให้ตนเองทำสมาธิ หางตามองเห็นพ่อครูสถิตคุณ สุดแสนและเทียนหอม กำลังเดินใกล้เข้ามาจากหัวมุมทางเดินขึ้นเวทีสำหรับนักมวย จึงโบกมือให้“เฮียเสือ สวัสดีค่ะ ทำไมวันนี้เฮียสวมเสื้อยืดคะ” เทียนหอมเอ่ยทักแปลกใจ ใช้ดวงตากลอกไปมาสำรวจสิวากรจนรอบ“ทำไมล่ะหอม