Masuk6 - เดี๋ยวเฮียทำให้
“อ้าว มา ๆ หนูโปรด วันนี้แม่ตรึงใจทำไข่กระทะของขึ้นชื่อไว้รอหนูโดยเฉพาะเลยนะ”
โปรดปรานมองอาหารบนโต๊ะทานข้าว นี่! ทำเลี้ยงคนทั้งกองทัพหรือไง เธอได้แต่คิด แล้วพิงร่มลงข้างเก้าอี้ทว่าสิวากรแย่งออกไปจากมือ
“เอาไปเก็บข้างนอก ถ้าลงบ้านค่อยใช้”
“แต่ว่า”
“อยู่บ้านคนอื่นควรทำตามกฎบ้านคนอื่น”
ริมฝีปากเต็มอิ่มเม้มแน่นทันที เธอเป็นใครกัน เจ้โปรดค่ายศรเพชร ไม่เคยมีใครใช้น้ำเสียงตำหนิกับเธอเช่นนี้
“มา ๆ หนูโปรด อย่าใส่ใจเจ้าเสือเลย เจ้านั่นมันเป็นคนเจ้าระเบียบ เห็นอะไรผิดที่ผิดทางเป็นไม่ได้ ลงมือทานกัน”
“หนูรอโต้งอยู่ค่ะ”
“ไม่ต้องไปรอ ขึ้นมาเดี๋ยวก็เห็นเอง” น้ำเสียงเฮียเสือคล้ายหงุดหงิดขณะเลื่อนเก้าอี้ด้านข้างเธอออกแล้วพาร่างโชกเหงื่อนั่งลง
“นี่มันที่ของโต้ง เฮียเสือไปนั่งเก้าอี้ถัดไปสิ”
“ทำไม” สิวากรเอี้ยวหน้าไปมองครู่เดียวแล้วหยิบไข่กระทะไปวางไว้ตรงหน้าโปรดปราน “ไอ้โต้งมันสลักชื่อจองเป็นเจ้าของไว้เหรอ ไม่ยักรู้”
“เสือ!” เป็นแม่ตรึงใจที่เป็นคนร้องแทรกขึ้นเพื่อห้ามศึก “ทานเถอะหนูโปรด ถ้าโต้งขึ้นมาแล้วให้นั่งข้างน้า”
โปรดปรานละสายตาอาฆาตออกจากเฮียเสือแล้วส่งรอยยิ้มฝืดอย่างคนอารมณ์เสียให้แม่ตรึงใจ
“ทาน ๆ มีแต่ของอร่อย เสือเอาขนมปังญวนให้หนูโปรดสักหน่อย”
พ่อครูรีบแทรกขึ้นช่วยแม่ตรึงใจห้ามทัพสองหนุ่มสาว เขารู้ดีทีเดียวว่าเฮียเสือชอบหนูโปรดปรานมานานแล้ว ทว่าลูกสาวไอ้ปลื้มเหมือนไม่ชอบขี้หน้าเท่าไร
โปรดปรานมองไข่ในกระทะสองฟอง มีกุนเชียงหั่นเฉียงและหมูยอรสดั้งเดิมชิ้นเล็กโรยมาด้วย กินเนยหอมจนฟุ้งขึ้นจมูก เอี้ยวหน้าไปทางขวาชำเลืองมองเฮียเสือ กำลังเยาะพริกไทยกับซอสถั่วเหลือง แถมด้วยขนมปังสองก้อน ยังกาแฟร้อน อีกข้างมีน้ำส้มคั้นสดหนึ่งแก้ว
“ไม่กินล่ะเจ้โปรด”
เธอตวัดตาขึ้นมองเขา “มันเยอะไป” เธอเลื่อนสายตาไปตรงกลางยังมียำหมูยอ ปาท่องโก๋ซึ่งดูเหมือนว่าพ่อครูจะชอบเป็นพิเศษ ส่วนแม่ตรึงใจทานเป็นโจ๊ก
“กินไม่เป็นหรือเปล่า ของดีอร่อยนะ เดี๋ยวเฮียทำให้”
เธอยังนั่งนิ่งก้มมอง ‘เดี๋ยวเฮียทำให้’ คือการเยาะพริกไทยและซอสถั่วเหลืองในไข่กระทะ จากนั้นบีบซอสมะเขือเทศเล็กน้อย
“บีบซอสในขนมปังด้วยไหม”
เธอมองขนมปังญวนในจานแล้วพยักหน้า “อย่าใส่เยอะนะ”
เฮียเสือสังเกตว่าสายตาคมอย่างคนแขกจ้องขนมปังตาไม่กะพริบ จึงบีบซอสมะเขือเทศลงไปเล็กน้อยตามด้วยซอสพริก แล้วเลื่อนจานไปตรงหน้า
“ไม่เคยกินเหรอ”
โปรดปรานส่ายหน้าแทนคำตอบ จ้องขนมปังญวนรูปร่างคล้ายขนมปังฝรั่งเศสแต่อันเล็กไม่ถึงฝ่ามือ ตรงกลางผ่าออกยัดไส้ด้วยกุนเชียงและหมูยอหั่นเป็นเส้น
กินยังไงล่ะ เอาเข้าปากเลยหรือไง
เธอขมวดคิ้วแล้วหันไปมองทางเฮียเสือ เขาหยิบขนมปังขึ้นมากัดคำไม่ใหญ่มาก รอบปากไม่เลอะซอสเลยแม้แต่น้อย
คนอะไรกินเรียบร้อยชะมัด
เธอเลื่อนสายตาลงในจานกระทะ เขาตักคำเล็กพอประมาณ ไม่มีหกเลอะเทอะซ้ำยังไม่ได้ยินเสียงช้อนกระทบจานอีกด้วย แล้วสะดุ้งเบา ๆ เมื่อเฮียเสือหยิบช้อนเธอขึ้นตักไข่กระทะยื่นมาตรงหน้า
“อ้าปากชิม เร็ว”
โปรดปรานจำใจอ้าปากรับ ก็ในเมื่อเฮียเสือยื่นมาแทบจะกระแทกหน้าเธออยู่แล้ว เลื่อนสายตาไปเจอสองสามีภรรยาค่ายมวย ส อรุณที่นั่งยิ้มหน้าบานแฉ่งจึงผลักมือเฮียเสือออกจนช้อนหล่น
เคร้ง!
“นั่น เปื้อนเลย”
คราวนี้หนักกว่าป้อนไข่กระทะ เพราะเฮียเสือหยิบทิชชูขึ้นมาซับปากให้แล้วยังปกเสื้อคอโปโล เฉียดฉิวเนินทรวงไปนิดเดียว เธอรีบคว้ามือ
หมับ!
“พอไม่ต้องแล้ว โปรดทำเอง” เธอเค้นเสียงลงหนัก ดึงเสื้อออกจากมือเฮียเสือแล้วรีบก้มหน้าเช็ดโดยมีเสียงกระแอมกระไอดังขึ้นในฝั่งตรงข้าม เลยยิ่งพาลอารมณ์เสีย
“วันนี้หนูโปรดนอนห้องเดิมนะ แม่ตรึงใจเตรียมไว้ให้แล้ว”
“ขอบคุณค่ะ”
“แม่เตรียมห้องพระแสนไว้ให้โต้งด้วย” เฮียเสือโพล่งขึ้น
“โต้งต้องนอนกับฉัน”
“ไม่ได้หรอก” เฮียเสือเอี้ยวหน้ามา ไม่มีรอยยิ้มหลงเหลืออยู่ใบหน้าเลย “อยู่บ้านคนอื่นหัดเกรงใจเสียบ้าง จะมาทำตัวเอาแต่ใจเหมือนอยู่บ้านคงไม่ได้”
โปรดปรานมือยกค้างเมื่อได้ยิน แว่วเสียงสูดลมหายใจเข้าปอดเต็มเฮือกจากพ่อครู เธอหรี่ตาลง
“นี่ เฮียเสือกำลังสั่งสอนโปรดงั้นเหรอ”
“ฮึ”
เสียงแค่นที่พ่นออกมาทำให้โปรดปรานยิ่งกว่าโกรธ เดิมแต่แรกตั้งใจพูดดีด้วยเพราะมีเรื่องขอความช่วยเหลือ ทว่าในเวลานี้ทุกสิ่งที่เตรียมมาปลิวหายวับไปกับตา
“ถ้าอย่างนั้น โปรดขอไปนอนกับเด็กในค่าย”
“ไม่ได้ โปรดเป็นแขกของเฮีย ถ้าให้โปรดไปนอนรวม เฮียและพ่อครูจะเสียหน้า”
“เสียหน้าก็เรื่องของเฮีย!” เธอพูดเสียงแข็งแล้วพลันชะงัก นี่เธอกำลังอารมณ์เสียจนพูดจาเสียดกระแทกใส่เฮียเสือ เธอรีบตวัดสายตาชำเลืองไปทางพ่อครูสถิตคุณที่เหมือนว่าจะแสร้งก้มหน้ากินขนมปังญวนทั้ง ๆ ที่หูทั้งสองข้างแดงก่ำ เธอเม้มปากแน่น
“มาเฮียป้อนอีก ปากจะได้ไม่ว่าง” เฮียเสือยื่นช้อนมาตรงหน้า
ทว่าโปรดปรานตอนนี้ใบหน้าชาไปหมดแล้ว ทั้งโกรธ อาย และเหมือนโดนสิวากรตำหนิกลาย ๆ มือปัดช้อนออกอย่างแรง นั่นแหล่ะเฮียเสือถึงได้หยุดนิ่งจ้องเธอเขม็ง ก่อนจะขยับมุมปากขึ้นจนโค้งแล้วกลายเป็นเสียงหัวเราะ หันกลับไปจัดการมื้อเช้าของตัวเองต่อ
แค่เพียงเท่านี้ก็ทำให้โปรดปราน ผู้ซึ่งโดนพ่อปลื้มตามใจมาตั้งแต่เด็ก ซ้ำยังเป็นผู้กุมชะตาของทุกคนในบ้านรู้สึกเสียหน้าอย่างแรง
“หนูโปรด...” เสียงแม่ตรึงใจดังขึ้นจากฝั่งตรงข้าม
“คะ”
“ถ้าไม่ชอบไข่กระทะ รับเป็นข้าวต้มดีไหม”
เธอรู้ตัวว่าตนเองกำลังทำตัวงี่เง่า แสนจะงี่เง่า หยิ่งยโส เอาแต่ใจ แต่ไหน ๆ ทุกอย่างมันเลยเถิดจนยากจะแก้ไข เธอเลยคิดว่าเอาให้มันสุด ๆ ไปเลยแล้วกัน
“ค่ะ ขอข้าวต้มก็ดีค่ะ”
เธอตวัดตามองผ่านใบหน้าพ่อครูที่เหมือนตะลึงไปบ้าง ทว่าไม่ใช่กับเฮียเสือ
พรืด...
“เฮียหัวเราะ” เธอหันกลับไปเล่นงานเขาอีกครั้ง
“ทำไมกันเจ้โปรด เฮียจะหัวเราะในบ้านของตัวเองมันแปลกนักเหรอ” เฮียเสือยังโยนคำท้าทายเข้าใส่
“เฮีย...”
ก่อนที่โปรดปรานจะพวยพุ่งคำเผ็ดร้อนออกมาเสียงลากกระเป๋าใบโตของโต้งก็ขัดจังหวะ
ฟู่...
เสียงถอนหายใจดังเฮือกใหญ่มาจากฝั่งตรงข้ามเธอ แต่โปรดปรานไม่ต้องการหันไปมองแล้ว เธอผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที
“คุณน้าตรึงใจคะ จะรบกวนเกินไปไหมถ้าจะพาโปรดเข้าห้องพักผ่อน”
คำว่า ‘น้าตรึงใจ’ เล่นเอาคิ้วดกหนาพ่อครูสถิตโก่งสูงทีเดียว ขยับข้อศอกถองเฮียเสือเบา ๆ
“ไม่ต้องลุกหรอกแม่ เดี๋ยวเสือจัดการเอง” เฮียเสือพูดพลางลุกขึ้นเช่นกันทั้งที่ยังกินไม่เสร็จ หยิบกระดาษขึ้นเช็ดมุมปากแล้วเดินนำไปทางห้องพักโดยชำเลืองมองบิ๊กโต้งหางตา
“โต้ง ไปพักรวมกับเด็กในค่าย เดี๋ยวคืนพรุ่งนี้พระแสนจะมาค้าง”
“ไม่ต้องไปโต้ง” เธอเค้นเสียง มือดึงกระเป๋าลากออกจากมือเฮียเสือ “โต้งนอนห้องเดียวกับโปรด ไม่เกี่ยวกับพระแสนเสียหน่อย ว่าแต่.. ทำไมเรียกพระแสน แล้วเมื่อครู่เฮียยังบอกให้น้าตรึงใจเตรียมห้องพระแสนให้โต้งอยู่เลย”
“คำถามแรก พระแสนบวชเรียนสามเดือน คำถามสอง ตอนแรกว่าจะนิมนต์มาฉันเพล รดน้ำมนต์ทำบุญค่ายแล้วกลับ แต่เฮียเปลี่ยนใจแล้ว ให้นอนค้างที่บ้านสักคืนดีกว่า”
โปรดปรานมัวแต่ตะลึงจนไม่ทันยื้อกระเป๋าใบใหญ่ซึ่งเฮียเสือลากไปไกลจนถึงหน้าประตูห้อง เธอเอี้ยวหน้าไปมองทางโต้งซึ่งเหมือนว่ารีบร้อนลงจากเรือนไปทันทีเมื่อรู้ว่าเฮียเสือไม่ต้อนรับ
“ไอ้โต้ง!”
เธอเข่นเขี้ยวพูดลอดไรฟัน จำใจเดินตามเฮียเสือที่ยังยืนรอหน้าประตูห้อง เขาผลักบานประตูออกกว้าง
“นอนห้องเดิมนะ ไม่ต้องห่วงยังมีห้องพระแสนและห้องน้องส้มคั่นกลาง”
โปรดปรานรับกระเป๋ากลับมา
42 แต่งงาน จบบริบูรณ์เธอไม่เคยจินตนาการมาก่อนว่างานแต่งงานของตัวเองจะเป็นแบบไหนอาจสวยงามราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยายหรือธรรมดาสามัญมาก ๆ มีเพียงคนในครอบครัวแต่ที่แน่ ๆ วันแต่งงานของเธอต้องอบอวลด้วยความรักความรักของเธอและเจ้าบ่าว และที่สำคัญครอบครัวของเธอในทุกวันบนโลกใบนี้จะมีคู่รักเข้าพิธีแต่งงานกันนับล้านคู่ในวันเดียวกัน แต่ละประเพณีล้วนแตกต่างกันไปตามแต่วัฒนธรรม อย่างวันนี้ค่ายมวยศรเพชรกำลังจัดงานมงคลยิ่งใหญ่ รอยยิ้มเกลื่อนทั่วงาน เสียงหัวเราะสะท้อนอยู่ทุกมุมโถง กลิ่นดอกไม้ฟุ้งจนอบอวล และเหนือสิ่งอื่นใด ทุกคนเปี่ยมไปด้วยความสุข“ไอ้แสน กูเกิดมาก็เพิ่งจะเคยเห็นงานแต่งงานอลังการงานช้างอย่างกับมหาราชา”พ่อครูสถิตคุณพูดเบา ๆ เพราะอายกลัวคนอื่นได้ยินขณะที่เป็นหนึ่งในขบวนเจ้าบ่าว เดินบนถนนคอนกรีตทางขึ้นบ้านเจ้าสาว“พ่อครู พูดดังไปอายเขา เดี๋ยวจะหาพ่อครูมาจากบ้านนอก”“บ้านนอกอะไรว่ะ บ้านกูแค่ผูกขวัญก็เข้าหอแล้ว นี่อะไรจัดใหญ่โต วันนี้วันที่สามแล้วนะมึง”“พ่อ! มันงานแต่งแบบฮินดู” ตรึงใจเอ่ยทักเบา ๆ เอามือหยิกท่อนแขนพ่อครู“โอ๊ย! เจ็บนะแม่ เบามือหน่อย ไว้รอเข้าห้องค่อยหยิกพ่อ”พ่อครูสถิตค
41 ได้โปรดโปรดปรานหน้าซีดแล้วซีดอีกจนไร้สีเลือด ฝ่ามือเย็นเยียบทั้งเสื้อชุ่มโชกเหงื่อกาฬที่ไหลย้อยออกมาทั่งทั้งร่างทุกความโกรธที่ปะทุเดือดอยู่ภายในพุ่งตรงไปยังชายหนุ่ม สิวากร ที่ตอนนี้ยังดื้อแพ่งจะยื้อเกม ดึงร่างสะบักสะบอมเต็มทนขึ้นมาด้วยมาเอามือพาดเชือก จับแน่นพยุงตนเองจนนั่งพาดเชือกได้แล้ว“ไอ้คนบ้า เฮียเสือ ไอ้ผู้ชายเฮงซวย” โปรดปรานกัดฟันกรอดดังจนบิ๊กโต้งตกใจเธอสะบัดตัวอีกครั้งแรกกว่าเดิม แต่อ้อมแขนของอดีตนักมวยยังแน่นดั่งคีมเหล็ก เธอจึงใช้ปลายร่มกระแทกลงไปยังหลังเท้าของบิ๊กโต้งอย่างแรงปัก!! โอ๊ยยยยยบิ๊กโต้งปล่อยมือทันทีด้วยความเจ็บ เปิดโอกาสให้โปรดปรานสะบัดตัวได้อีกครั้งจนหลุด ทิ้งร่มแล้ววิ่งตรงไปทางบันไดขึ้นเวที คว้าเอาผ้าเช็ดหน้าของผู้ช่วยฝั่งสีแดงไปด้วยสิวากรเกร็งไปทั้งร่างอันเจ็บปวด ดึงตัวเองจนนั่งพาดคาดเชือก แล้วพยายามพยุงตัวลุกขึ้นยืน ขยับเดินสองก้าวแล้วพลันล้มลงอีกครั้งตึง!ร่างใหญ่โตหนาหนักล้มหงายลงไปอีกครั้งอย่างคนที่ไร้เรี่ยวแรงแล้วสิ้นเชิง ภายในหัวสมองปวดจนมึน มองเห็นทุกสิ่งพร่าเลือนซ้อนทับหลากหลาย หางคิ้วเจ็บจนชา รู้สึกถึงความเปียกชื้นอาบลงปลายคางคงเป็นเลือดเข
40 ชี้ชะตาเกร้ง ๆ"เริ่มเกมแล้วครับ! เกรียงไกรเดินหน้าดุดัน ไล่บี้เฮียเสือตั้งแต่หมัดแรก! โอ้โฮ้! หมัดซ้ายเข้าเต็มหน้าท้องเฮียเสือ! แต่เฮียเสือยังยืนได้! เขาพยายามวนหนี แต่เกรียงไกรไม่ปล่อยโอกาส ซ้ำหมัดฮุก ขวาอีกครั้ง!""เฮียเสือถอยกรูดครับ! พยายามยกการ์ดกัน แต่หมัดของเกรียงไกรหนักเหลือเกิน! ตอนนี้คนดูเริ่มตะโกนแล้วครับ ดูท่าจะเชียร์ฝั่งเกรียงไกร!"“ไม่น่าเชื่อนะครับ เฮียเสือลีลาไม่แพ้นักมวยดีกรีแชมป์ ตั้งรับได้อย่างดี”โปรดปรานเนื้อตัวอ่อนแรงขาแทบยืนไม่อยู่ต้องใช้บิ๊กโต้งเป็นหลักพิงไว้“เฮียเสือจะเจ็บหนัก ไม่ได้นะโต้ง”บิ๊กโต้งไม่ตอบ ยืนนิ่งเงียบและรัดร่างเจ้าของค่ายไว้แน่นตามคำสั่งของสิวากร เขาเองเมื่อเห็นลีลาของเฮียเสือยังคิดว่าพอมีลุ้น แต่หมัดของเฮียเสือไม่หนักเท่าไอ้เกรียงไกร ซ้ำลูกเล่นยังไม่เหลี่ยมเท่าเกร้ง ๆ“แหมหมดยกเสียก่อน ให้นักมวยเราได้พักเสียหน่อยนะครับก่อนจะเริ่มยกต่อไป”“ประเมินแล้วสูสีนะครับ”สิวากรคายยางกันกระแทกออกจากปากดื่มน้ำแล้วพ่นทิ้ง มีเลือดออกเล็กน้อยไม่มากนัก“เฮีย เฮียตัวสูงเกินไป ต้องระวังสีข้าง ปิดให้มิด” ชานนท์เอ่ยเตือนตอนที่ยื่นขวดน้ำไปตรงหน้าสิวากรพยั
39 นัดชิงแชมป์ณ สนามมวย"ใช่เลยครับ! นี่คือการเจอกันครั้งแรกของสองยอดฝีมือจากสองค่ายใหญ่ ศรเพชร ชลบุรี และ ส.อรุณ อุบลราชธานี บอกเลยว่า ดุเดือดแน่นอน!"เกร้ง ๆ"และแล้วเสียงระฆังก็ดังขึ้น! เริ่มต้นยกแรก! บิ๊กบอยเดินเข้าหา เปิดเกมเร็วด้วยหมัดแย็บซ้ายที่ไวเหมือนสายฟ้า! โอ้ย โอ้ย อีกฝ่ายตั้งการ์ดรับ""แต่ยอดเพชรไม่ยอมง่าย ๆ! โต้กลับด้วยหมัดขวาตรงที่แม่นยำอย่างกับจับวาง! โอ้โฮ้! นี่แค่เริ่มต้นก็ประเดิมดุเดือดแล้ว!"“เอาเล้ย เฮ้ย! โอ๊ย ตุบ เอ้า ต่อยเลย แย็บ แย็บ”โปรดปรานเงยหน้าเอียงไปด้านขวาจ้องพ่อปลื้ม วันนี้ดูขึงขังจริงจังและคึกคัก สงสัยลงเล่นไปหลายบาท เธอมองตรงไปทางฝั่งตรงข้าม ตอนนี้สิวากรอยู่ชิดขอบเวทีใกล้กับชานนท์ คอยก้มหน้าพูดคุยกันตลอดเกร้ง ๆ"ยกแรกจบลงอย่างดุเดือด! เอาสะเหงื่อตกทั้งคู่ บอกเลย...เกมนี้สูสี ไม่มีใครเหนือกว่าใคร!""ใช่ครับ และนี่แค่เริ่มต้น! ใครจะอยู่ ใครจะล้ม ต้องติดตามกันต่อยกหน้า ห้ามกระพริบตา!"โปรดปรานผุดลุกจากที่นั่ง พาร่างอวบอิ่มในชุดเดิมที่สวมใส่มาตลอดหลายปี ตรงไปยังมุมแดง ขึ้นบันไดไปยังข้างบนเวทีจนกลายเป็นจุดสนใจของทุกคนในสนามมวย เธอลอบยิ้มให้สิวากรแล้วโน้
38 พอใจณ บ้านค่ายมวยศรเพชรในช่วงเย็นของวันนี้ที่ห้องนั่งเล่นของครอบครัวศรเพชร นับว่าเกิดปรากฏการณ์แปลกประหลาด เมื่อทุกคนต่างพร้อมใจพากันมารวมตัวอยู่ในห้องนี้ นั่งเรียงลดหลั่นตาจดจ้องไปยังจอโทรทัศน์ขนาดห้าสิบสองนิ้ว ซึ่งในยามปกติมีเพียงแม่พลับพลึงใช้สำหรับร้องคาราโอเกะ“เริ่มแข่งแล้ว” ดาหลันพึมพำตื่นเต้นจนผุดตัวออกจากท่าเอนหลัง“แม่ว่ายังไงยอดเพชรก็ชนะ เฮียเสือเขาทุ่มเทมาก” แม่พลับพลึงกระซิบเบา ๆ“ใช่ค่ะ ณินได้ยินเสียงเฮียเสือทุกเช้าเลย”“ทุกเช้า?” แม่ปรียาหันไปมองลูกสาวตัวเองด้วยความสงสัย“ณินเขาไม่ได้นอนเพราะทำงานค่ะแม่ปรียา มลนอนห้องตรงข้าม ได้เสียงเพลงดังถึงเช้า”พิมลวรรณนั่งเอนตัวพูดงึมงำตอบออกไปแทน ดวงหน้าปิดทับไว้ด้วยแผ่นมาส์กหน้าสีขาวฉ่ำน้ำ“แต่เท่าที่รู้มายอดเพชรยังไม่เจนสนาม ชกแค่ไม่กี่ครั้ง”พอใจเอียงหน้าไปทางคนทั้งหมด พูดเสียงกร้าวขึ้น เพราะไม่พอใจที่ทุกคนเอาแต่พูดยกย่องเฮียเสือ“พี่พอใจเป็นอะไรไป” ดาหลันมือล้วงขนมปากพูดไปด้วย ทำให้ขนมกระเด็นจนเลอะออก“ยี้! ดาหลัน สกปรก กระเด็นโดนหน้าพี่” พิมลวรรณนั่งใกล้อีกข้างรีบขยับตัวลุกหนี“ขอโทษทีพี่มล พี่พอใจไม่เห็นตอบเลย” ดาหลันยั
37 วันชิงแชมป์ เธอเห็นคนต่อยกันมาตั้งแต่เด็กเธอได้ยินเสียงเวลาเนื้อกระทบกันจนชินชาเธอเห็นนักกีฬาทั้งหัวเราะและร้องไห้ตลอดเวลาเธอรู้ว่าคนที่ล้มนอนคว่ำลงกับพื้นเวทีคือผู้แพ้เธอจดจ้องมองด้วยดวงตาราบเรียบ ส่งเสียงแค่นดูถูกอยู่ข้างในทว่าวันนี้...ทุกสิ่งที่เธอกล่าวมาทั้งหมด ว่างเปล่าราวกับมันไม่มีอยู่จริง ราวกับว่าทุกสิ่งทั้งหมดคือจินตนาการอันฟุ้งเฟ้อ เมื่อคนที่ล้มคว่ำกลางเวทีคือ...สิวากรการแข่งขันชกมวยชิงแชมป์ถ้วยพระราชทานจัดอย่างยิ่งใหญ่อลังการด้วยสนามสร้างใหม่แบบชั่วคราวติดชายหาดพัทยา ศูนย์กลางนักท่องเที่ยว ใกล้เสียจนทุกคนได้ยินเสียงคลื่นสาดซัด ลมทะเลพัดพานำกลิ่นเค็มพื้นน้ำกรุ่นกำจายปะปนไปกับกลิ่นเหงื่อของผู้ชมนับพันในสนามแห่งนี้สิวากรนั่งอยู่ฝั่งน้ำเงิน ค่ายมวย ส อรุณ โดยหนนี้ชานนท์ลงมาเป็นโค้ชพิเศษให้บิ๊กบอย เขาจึงวางใจนั่งเงียบหามุมสงบให้ตนเองทำสมาธิ หางตามองเห็นพ่อครูสถิตคุณ สุดแสนและเทียนหอม กำลังเดินใกล้เข้ามาจากหัวมุมทางเดินขึ้นเวทีสำหรับนักมวย จึงโบกมือให้“เฮียเสือ สวัสดีค่ะ ทำไมวันนี้เฮียสวมเสื้อยืดคะ” เทียนหอมเอ่ยทักแปลกใจ ใช้ดวงตากลอกไปมาสำรวจสิวากรจนรอบ“ทำไมล่ะหอม







