เข้าสู่ระบบ38 พอใจ
ณ บ้านค่ายมวยศรเพชร
ในช่วงเย็นของวันนี้ที่ห้องนั่งเล่นของครอบครัวศรเพชร นับว่าเกิดปรากฏการณ์แปลกประหลาด เมื่อทุกคนต่างพร้อมใจพากันมารวมตัวอยู่ในห้องนี้ นั่งเรียงลดหลั่นตาจดจ้องไปยังจอโทรทัศน์ขนาดห้าสิบสองนิ้ว ซึ่งในยามปกติมีเพียงแม่พลับพลึงใช้สำหรับร้องคาราโอเกะ
“เริ่มแข่งแล้ว” ดาหลันพึมพำตื่นเต้นจนผุดตัวออกจากท่าเอนหลัง
“แม่ว่ายังไงยอดเพชรก็ชนะ เฮียเสือเขาทุ่มเทมาก” แม่พลับพลึงกระซิบเบา ๆ
“ใช่ค่ะ ณินได้ยินเสียงเฮียเสือทุกเช้าเลย”
“ทุกเช้า?” แม่ปรียาหันไปมองลูกสาวตัวเองด้วยความสงสัย
“ณินเขาไม่ได้นอนเพราะทำงานค่ะแม่ปรียา มลนอนห้องตรงข้าม ได้เสียงเพลงดังถึงเช้า”
พิมลวรรณนั่งเอนตัวพูดงึมงำตอบออกไปแทน ดวงหน้าปิดทับไว้ด้วยแผ่นมาส์กหน้าสีขาวฉ่ำน้ำ
“แต่เท่าที่รู้มายอดเพชรยังไม่เจนสนาม ชกแค่ไม่กี่ครั้ง”
พอใจเอียงหน้าไปทางคนทั้งหมด พูดเสียงกร้าวขึ้น เพราะไม่พอใจที่ทุกคนเอาแต่พูดยกย่องเฮียเสือ
“พี่พอใจเป็นอะไรไป” ดาหลันมือล้วงขนมปากพูดไปด้วย ทำให้ขนมกระเด็นจนเลอะออก
“ยี้! ดาหลัน สกปรก กระเด็นโดนหน้าพี่” พิมลวรรณนั่งใกล้อีกข้างรีบขยับตัวลุกหนี
“ขอโทษทีพี่มล พี่พอใจไม่เห็นตอบเลย” ดาหลันยังส่งเสียงหวานคาดคั้น
“ทำไมพี่ต้องตอบด้วยดาหลัน พี่แค่ออกความคิดเห็น”
“อ้าว...ดาหลันเองก็แค่อยากจะรู้ว่าพี่พอใจเป็นอะไร ทำไมถึงไม่อยากให้ค่ายเราชนะ”
“ใครบอกว่าพี่ไม่อยากให้ยอดเพชรชนะ”
“ก็น้ำเสียงของพี่ไง” เป็นญาณินที่พูดแทรกขึ้น “พี่พูดเหมือนไม่อยากให้เราชนะ”
“พี่ไม่ได้คิดอย่างนั้น”
“ไม่รู้สิ ดาหลันว่าพี่พอใจไม่อยากให้ยอดเพชรชนะ หรือว่าพี่พอใจอยากเห็นเจ้โปรดแต่งกับไอ้เสี่ยเป๊ก”
“เปล๊า พี่แค่...”
“พี่แค่อะไร พี่แค่ไม่อยากให้เจ้โปรดชอบเฮียเสือใช่ไหม” ดาหลันนิ่วหน้าใส่ ในเมื่อเธอกำลังจะมีพี่เขยแสนดีทุ่มให้จนหมดตัว เรื่องอะไรที่จะยอมปล่อยให้หลุดมือ
“ดาหลัน! เกินไปแล้วนะ” พอใจถูกคำพูดแทงใจดำจึงร้อนตัวเผลอส่งเสียงดัง
“เอาล่ะ ๆ เด็ก ๆ จะเถียงกันไปทำไมกัน เจ้โปรดจะเลือกใครย่อมเป็นสิทธิของเจ้โปรด เราไปตัดสินใจแทนไม่ได้หรอก แม้แต่พ่อปลื้ม”
“แม่ชาคริยาพูดแบบนี้ หมายความว่าอะไรคะ” พอใจหันไปถามทันที
“มันก็แค่แผนของพ่อปลื้มน่ะลูก” แม่กนกวรรณเป็นคนพูดให้คำตอบ เมื่อเดินเข้ามาได้ยินตอนสำคัญพอดี
“แม่คะ แผนของพ่อปลื้ม? พอใจไม่เข้าใจ”
“ไม่ยากเลย อย่างพ่อปลื้ม จะไปคิดแผนซับซ้อนได้ยังไงกัน” พิมมาศนั่งฟังมาสักพักจึงเอ่ยขึ้นเป็นครั้งแรก “เสี่ยเป๊กน่ะ พ่อปลื้มเขาไม่ได้อยากได้เป็นลูกเขยหร๊อกก ต้องเฮียเสือ เขาอยากให้มาช่วยเจ้โปรดของเราดูแลค่ายมวย พ่อเขาไม่อยากให้เจ้โปรดเหนื่อย”
“จริงเหรอคะ” ดาหลันน้องเล็กเอี้ยวหน้าไปทางพิมมาศ “ไม่ใช่เพราะเห็นว่าเป็นลูกเพื่อนเก่าเพื่อนแก่หรือเปล่าคะแม่พิม”
“เพื่อนเก่าอาร๊ายยยย” ชาคริยาขึ้นเสียงสูงกลั้วหัวเราะ “เมื่อก่อนเจอหน้ากันได้ที่ไหนกัน ศัตรูคู่อาฆาต เป็นคู่แข่งกันมาตลอด”
“อ้าว!” เสียงใสของลูก ๆ ดังขึ้นพร้อมกัน
“แต่มันมีเหตุใช่ไหมพี่วรรณ” แม่ชาคริยาเอ่ยถามพลางอมยิ้ม
“อืม ปีนั้นเกิดเหตุค่ายมวยศรเพชรถึงขนาดเงินขาดมือ”
“เป็นไปได้ยังไงกันแม่วรรณ อย่างพ่อปลื้มเนี่ยนะ” พอใจทำเสียงแปลกใจ เพราะตัวเธอเองไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน
“ใช่ลูก อย่าลืมนะสมัยก่อนสักเกือบสามสิบปีที่แล้ว มันไม่ได้สมัยใหม่แบบนี้ จะชกแต่ละทีต้องใช้เงิน วิ่งหาสปอนเซอร์ พวกเราทำทุกอย่าง แล้วพ่อปลื้มเองก็เร่งขยายค่ายมวย จนลืมเรื่องเงินไป”
“มีเรื่องนี้ด้วยเหรอพี่วรรณ แสดงว่าก่อนที่พิมจะรู้จักกับพี่ปลื้ม”
“ก่อนพิมจะเข้ามาอยู่ที่บ้านสักห้าปีได้มั้ง จำรายละเอียดแน่ชัดไม่ค่อยได้แล้วนะ แต่ที่แน่ ๆ ถ้าไม่ได้ทางพ่อครูสถิตคุณ ปีนั้นพ่อปลื้มคงย่ำแย่”
“ทำไมคะ พ่อครูให้พ่อปลื้มยืมเงินเหรอคะ” พิมลวรรณเองแม้ว่าตั้งใจฟังบ้าง ไม่ตั้งใจบ้าง แต่พอถึงตอนนี้กลับลุกจากท่าเอนกาย ดึงแผ่นมาส์กออกเพื่อจะได้มองเห็นแม่ ๆ ให้ชัด
“เปล่าหรอกลูกมล ปีนั้นเหมือนปีนี้เลย ล้มมวย”
“ฮะ!”
“ห๊ะ!
“ห๊า!”
แต่ละเสียงขึ้นสูงจนหลงเมื่อได้ยินแม่กนกวรรณพูดคำว่า ‘ล้มมวย’ ทุกคนมองด้วยสายตาไม่น่าเชื่อ ว่าค่ายศรเพชรที่ขึ้นชื่อเรื่องนักมวยเก่งฉกาจ มีค่ายมวยอยู่หลายสาขาทั่วโลก จะเคยล้มมวย
“แม่อธิบายให้พอใจรู้เรื่องมากกว่านี้หน่อยได้ไหมคะ ล้มมวย ทำไม เกิดอะไรขึ้น”
“ชาคริยาอยากเล่าไหม” กนกวรรณหันไปทางชาคริยา
“ก็ได้ค่ะ เพราะมันเกี่ยวกับชาคริยาโดยตรง ปีนั้นสภาพการเงินย่ำแย่ พ่อเอาเงินทั้งหมดทุ่มไปกับการเดินสายตามที่โปรโมเตอร์มวยจะจัดขึ้น ไปทั่วประเทศเลยก็ว่าได้ แต่มันไม่ได้ชนะได้เงินทุกครั้ง ก็ผลัดกันแพ้ ชนะ กับค่าย ส อรุณ แต่ช่วงนั้นพ่อปลื้มเขารับปากบ้านแม่จะไปสู่ขอ วิ่งวุ่นหาเงินไปรับแม่แต่ไม่ได้ตามเป้า ประจวบเหมาะมีแข่งชิงแชมป์”
“แต่พอใจคิดว่า สมัยนั้นเงินรางวัลมันไม่น่าจะเยอะนะคะแม่ชาคริยา”
“ใช่จ๊ะ พ่อปลื้มเขาเลยคิดแผนล้มมวยขึ้นมา แล้วเอาเงินที่มีทั้งหมดเล่นพนัน เรียกได้ว่าทุบหม้อข้าวตัวเองจนหมดตัวเลย ฮ่ะ ฮ่า นึกแล้วก็ขำเหมือนกันนะคะพี่วรรณ”
“ขำอะไรชาคริยา พี่อยู่ที่บ้านหลังนี้มาตั้งแต่เด็ก ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ นะ แล้วในที่สุดพ่อครูสถิตคุณเขาเห็นใจเลยยอมล้มมวยให้ ไม่น่าเชื่อนะว่าจะประจวบเหมาะ ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิม”
“ชาคริยาว่า ไม่ประจวบเหมาะหรอกค่ะ พี่ปลื้มเขารู้อยู่แล้วว่าเจ้โปรดเราต้องไม่ยอมให้จับคลุมถุงชนแน่ ๆ แล้วก็เป็นจริง เจ้โปรดยอมไปเจรจากับเฮียเสือจริง ๆ เพียงแต่ว่าพี่ปลื้มคงไม่คิดว่าทั้งสองคนจะรวดเร็วสายฟ้าแลบขนาดนั้น ฮ่ะ ฮ่า” ชาคริยาพูดไปก็หัวเราะไป
“แล้วแม่ชาคริยาไม่รู้สึกโกรธเฮียเสือเหรอคะที่ ที่...” พอใจพูดไม่จบเพราะรู้สึกกระดากอายขึ้นมา แต่ชาคริยาเข้าใจจึงส่ายหน้าช้า ๆ
“ไม่เลย เฮียเสือรักลูกสาวแม่ขนาดนั้น มีแค่ว่าจะทำยังไงให้เจ้โปรดยอมแต่งงานด้วยต่างหาก”
“รักเหรอคะ? แม่ชาคริยารู้ได้ยังไง พอใจคิดว่าเขาแค่ต้องการใช้เจ้โปรดของเรามากกว่า”
“พอใจ... ไม่มีผู้ชายคนไหนหรอกนะลูกที่จะยอมทิ้งศักดิ์ศรี ทิ้งทุกอย่าง ตรงมาอยู่ที่นี่แล้วทำทุกวิถีทางให้ค่ายมวยของตัวเองต้องแพ้ รอเวลาแค่ว่าเจ้โปรดของเราเมื่อไรจะตาสว่างมองเห็นเสียที”
พอใจนิ่งอึ้ง เธอยังจ้องหน้าแม่ตัวเอง เธอไม่อยากเชื่อสิ่งนี้
“พอใจแค่ไม่คิดว่าเฮียเสือจะรักพี่สาวของพอใจจริง ๆ ถ้าวันหนึ่งเขาเกิดเปลี่ยนใจ แต่งงานผู้หญิงคนอื่นอีกหลายคน เหมือน...” เธอหยุดนิ่งแต่ดวงตายังจ้องหน้าแม่กนกวรรณ “เหมือนพ่อปลื้ม”
“นั่นมันอนาคตนี่นา” พิมมาศเป็นคนตอบคำถามนั่นเสียเอง “แล้วอีกอย่าง ถ้าเฮียเสือมีคนอื่น เจ้โปรดจะทิ้งเขาเมื่อไรก็ได้ ไม่เห็นยาก สมัยนี้แค่ดีดนิ้วก็แยกทางกันแล้วนะ”
“แต่ว่า...” พอใจแย้งเสียงเบาลง
“แล้วที่ผ่านมา เฮียเสือยังต้องพิสูจน์อะไรอีกหรือลูก ไม่ใช่แค่สี่เดือนที่เขามาอยู่กับเรานะพอใจ เฮียเสือเขาตามเจ้โปรดของเรามาถึงสิบปี แต่เจ้โปรดไม่เปิดโอกาสให้เขาเลยต่างหาก ตอนนี้โอกาสมันมาถึงตรงหน้า แม่คิดว่ายังไงเฮียเสือต้องรีบคว้าตะครุบไว้ก่อน”
“แม่...” พอใจทำเสียงอ้ำอึ้ง
“มีอะไรหรือเปล่าพอใจ”
“พอใจคิดว่าตัวเองทำผิดพลาด”
“ผิดพลาด? เรื่องอะไรกัน”
คราวนี้ทุกคนต่างจับจ้องไปทางพอใจเป็นตาเดียว ยิ่งทำให้พอใจอัดอึดทั้งรู้สึกผิด
“พอใจขอไปเล่าในรถได้ไหมคะ แต่ตอนนี้เราต้องไปที่สนามมวยก่อนค่ะ”
“มีอะไร เกิดอะไรขึ้นลูก”
“มีเรื่องหนึ่ง ที่พอใจกับเฮียเสือตกลงกันไว้ แต่เล่าตอนนี้มันเสียเวลา พอใจอยากจะไปที่สนามมวยเดี๋ยวนี้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป”
พูดจบพอใจพลันผุดลุกขึ้นทันที เธอเป็นคนจริงจัง ฉะนั้นเมื่อคิดทำอะไรแล้วมักทำทันที เรื่องเฮียเสือก็เช่นกัน ถ้าเธอคิดว่าตัวเองนั้นอาจตัดสินใจผิดพลาด เธอต้องรีบแก้ไขโดยด่วน
เจ้โปรด พอใจขอโทษ...
42 แต่งงาน จบบริบูรณ์เธอไม่เคยจินตนาการมาก่อนว่างานแต่งงานของตัวเองจะเป็นแบบไหนอาจสวยงามราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยายหรือธรรมดาสามัญมาก ๆ มีเพียงคนในครอบครัวแต่ที่แน่ ๆ วันแต่งงานของเธอต้องอบอวลด้วยความรักความรักของเธอและเจ้าบ่าว และที่สำคัญครอบครัวของเธอในทุกวันบนโลกใบนี้จะมีคู่รักเข้าพิธีแต่งงานกันนับล้านคู่ในวันเดียวกัน แต่ละประเพณีล้วนแตกต่างกันไปตามแต่วัฒนธรรม อย่างวันนี้ค่ายมวยศรเพชรกำลังจัดงานมงคลยิ่งใหญ่ รอยยิ้มเกลื่อนทั่วงาน เสียงหัวเราะสะท้อนอยู่ทุกมุมโถง กลิ่นดอกไม้ฟุ้งจนอบอวล และเหนือสิ่งอื่นใด ทุกคนเปี่ยมไปด้วยความสุข“ไอ้แสน กูเกิดมาก็เพิ่งจะเคยเห็นงานแต่งงานอลังการงานช้างอย่างกับมหาราชา”พ่อครูสถิตคุณพูดเบา ๆ เพราะอายกลัวคนอื่นได้ยินขณะที่เป็นหนึ่งในขบวนเจ้าบ่าว เดินบนถนนคอนกรีตทางขึ้นบ้านเจ้าสาว“พ่อครู พูดดังไปอายเขา เดี๋ยวจะหาพ่อครูมาจากบ้านนอก”“บ้านนอกอะไรว่ะ บ้านกูแค่ผูกขวัญก็เข้าหอแล้ว นี่อะไรจัดใหญ่โต วันนี้วันที่สามแล้วนะมึง”“พ่อ! มันงานแต่งแบบฮินดู” ตรึงใจเอ่ยทักเบา ๆ เอามือหยิกท่อนแขนพ่อครู“โอ๊ย! เจ็บนะแม่ เบามือหน่อย ไว้รอเข้าห้องค่อยหยิกพ่อ”พ่อครูสถิตค
41 ได้โปรดโปรดปรานหน้าซีดแล้วซีดอีกจนไร้สีเลือด ฝ่ามือเย็นเยียบทั้งเสื้อชุ่มโชกเหงื่อกาฬที่ไหลย้อยออกมาทั่งทั้งร่างทุกความโกรธที่ปะทุเดือดอยู่ภายในพุ่งตรงไปยังชายหนุ่ม สิวากร ที่ตอนนี้ยังดื้อแพ่งจะยื้อเกม ดึงร่างสะบักสะบอมเต็มทนขึ้นมาด้วยมาเอามือพาดเชือก จับแน่นพยุงตนเองจนนั่งพาดเชือกได้แล้ว“ไอ้คนบ้า เฮียเสือ ไอ้ผู้ชายเฮงซวย” โปรดปรานกัดฟันกรอดดังจนบิ๊กโต้งตกใจเธอสะบัดตัวอีกครั้งแรกกว่าเดิม แต่อ้อมแขนของอดีตนักมวยยังแน่นดั่งคีมเหล็ก เธอจึงใช้ปลายร่มกระแทกลงไปยังหลังเท้าของบิ๊กโต้งอย่างแรงปัก!! โอ๊ยยยยยบิ๊กโต้งปล่อยมือทันทีด้วยความเจ็บ เปิดโอกาสให้โปรดปรานสะบัดตัวได้อีกครั้งจนหลุด ทิ้งร่มแล้ววิ่งตรงไปทางบันไดขึ้นเวที คว้าเอาผ้าเช็ดหน้าของผู้ช่วยฝั่งสีแดงไปด้วยสิวากรเกร็งไปทั้งร่างอันเจ็บปวด ดึงตัวเองจนนั่งพาดคาดเชือก แล้วพยายามพยุงตัวลุกขึ้นยืน ขยับเดินสองก้าวแล้วพลันล้มลงอีกครั้งตึง!ร่างใหญ่โตหนาหนักล้มหงายลงไปอีกครั้งอย่างคนที่ไร้เรี่ยวแรงแล้วสิ้นเชิง ภายในหัวสมองปวดจนมึน มองเห็นทุกสิ่งพร่าเลือนซ้อนทับหลากหลาย หางคิ้วเจ็บจนชา รู้สึกถึงความเปียกชื้นอาบลงปลายคางคงเป็นเลือดเข
40 ชี้ชะตาเกร้ง ๆ"เริ่มเกมแล้วครับ! เกรียงไกรเดินหน้าดุดัน ไล่บี้เฮียเสือตั้งแต่หมัดแรก! โอ้โฮ้! หมัดซ้ายเข้าเต็มหน้าท้องเฮียเสือ! แต่เฮียเสือยังยืนได้! เขาพยายามวนหนี แต่เกรียงไกรไม่ปล่อยโอกาส ซ้ำหมัดฮุก ขวาอีกครั้ง!""เฮียเสือถอยกรูดครับ! พยายามยกการ์ดกัน แต่หมัดของเกรียงไกรหนักเหลือเกิน! ตอนนี้คนดูเริ่มตะโกนแล้วครับ ดูท่าจะเชียร์ฝั่งเกรียงไกร!"“ไม่น่าเชื่อนะครับ เฮียเสือลีลาไม่แพ้นักมวยดีกรีแชมป์ ตั้งรับได้อย่างดี”โปรดปรานเนื้อตัวอ่อนแรงขาแทบยืนไม่อยู่ต้องใช้บิ๊กโต้งเป็นหลักพิงไว้“เฮียเสือจะเจ็บหนัก ไม่ได้นะโต้ง”บิ๊กโต้งไม่ตอบ ยืนนิ่งเงียบและรัดร่างเจ้าของค่ายไว้แน่นตามคำสั่งของสิวากร เขาเองเมื่อเห็นลีลาของเฮียเสือยังคิดว่าพอมีลุ้น แต่หมัดของเฮียเสือไม่หนักเท่าไอ้เกรียงไกร ซ้ำลูกเล่นยังไม่เหลี่ยมเท่าเกร้ง ๆ“แหมหมดยกเสียก่อน ให้นักมวยเราได้พักเสียหน่อยนะครับก่อนจะเริ่มยกต่อไป”“ประเมินแล้วสูสีนะครับ”สิวากรคายยางกันกระแทกออกจากปากดื่มน้ำแล้วพ่นทิ้ง มีเลือดออกเล็กน้อยไม่มากนัก“เฮีย เฮียตัวสูงเกินไป ต้องระวังสีข้าง ปิดให้มิด” ชานนท์เอ่ยเตือนตอนที่ยื่นขวดน้ำไปตรงหน้าสิวากรพยั
39 นัดชิงแชมป์ณ สนามมวย"ใช่เลยครับ! นี่คือการเจอกันครั้งแรกของสองยอดฝีมือจากสองค่ายใหญ่ ศรเพชร ชลบุรี และ ส.อรุณ อุบลราชธานี บอกเลยว่า ดุเดือดแน่นอน!"เกร้ง ๆ"และแล้วเสียงระฆังก็ดังขึ้น! เริ่มต้นยกแรก! บิ๊กบอยเดินเข้าหา เปิดเกมเร็วด้วยหมัดแย็บซ้ายที่ไวเหมือนสายฟ้า! โอ้ย โอ้ย อีกฝ่ายตั้งการ์ดรับ""แต่ยอดเพชรไม่ยอมง่าย ๆ! โต้กลับด้วยหมัดขวาตรงที่แม่นยำอย่างกับจับวาง! โอ้โฮ้! นี่แค่เริ่มต้นก็ประเดิมดุเดือดแล้ว!"“เอาเล้ย เฮ้ย! โอ๊ย ตุบ เอ้า ต่อยเลย แย็บ แย็บ”โปรดปรานเงยหน้าเอียงไปด้านขวาจ้องพ่อปลื้ม วันนี้ดูขึงขังจริงจังและคึกคัก สงสัยลงเล่นไปหลายบาท เธอมองตรงไปทางฝั่งตรงข้าม ตอนนี้สิวากรอยู่ชิดขอบเวทีใกล้กับชานนท์ คอยก้มหน้าพูดคุยกันตลอดเกร้ง ๆ"ยกแรกจบลงอย่างดุเดือด! เอาสะเหงื่อตกทั้งคู่ บอกเลย...เกมนี้สูสี ไม่มีใครเหนือกว่าใคร!""ใช่ครับ และนี่แค่เริ่มต้น! ใครจะอยู่ ใครจะล้ม ต้องติดตามกันต่อยกหน้า ห้ามกระพริบตา!"โปรดปรานผุดลุกจากที่นั่ง พาร่างอวบอิ่มในชุดเดิมที่สวมใส่มาตลอดหลายปี ตรงไปยังมุมแดง ขึ้นบันไดไปยังข้างบนเวทีจนกลายเป็นจุดสนใจของทุกคนในสนามมวย เธอลอบยิ้มให้สิวากรแล้วโน้
38 พอใจณ บ้านค่ายมวยศรเพชรในช่วงเย็นของวันนี้ที่ห้องนั่งเล่นของครอบครัวศรเพชร นับว่าเกิดปรากฏการณ์แปลกประหลาด เมื่อทุกคนต่างพร้อมใจพากันมารวมตัวอยู่ในห้องนี้ นั่งเรียงลดหลั่นตาจดจ้องไปยังจอโทรทัศน์ขนาดห้าสิบสองนิ้ว ซึ่งในยามปกติมีเพียงแม่พลับพลึงใช้สำหรับร้องคาราโอเกะ“เริ่มแข่งแล้ว” ดาหลันพึมพำตื่นเต้นจนผุดตัวออกจากท่าเอนหลัง“แม่ว่ายังไงยอดเพชรก็ชนะ เฮียเสือเขาทุ่มเทมาก” แม่พลับพลึงกระซิบเบา ๆ“ใช่ค่ะ ณินได้ยินเสียงเฮียเสือทุกเช้าเลย”“ทุกเช้า?” แม่ปรียาหันไปมองลูกสาวตัวเองด้วยความสงสัย“ณินเขาไม่ได้นอนเพราะทำงานค่ะแม่ปรียา มลนอนห้องตรงข้าม ได้เสียงเพลงดังถึงเช้า”พิมลวรรณนั่งเอนตัวพูดงึมงำตอบออกไปแทน ดวงหน้าปิดทับไว้ด้วยแผ่นมาส์กหน้าสีขาวฉ่ำน้ำ“แต่เท่าที่รู้มายอดเพชรยังไม่เจนสนาม ชกแค่ไม่กี่ครั้ง”พอใจเอียงหน้าไปทางคนทั้งหมด พูดเสียงกร้าวขึ้น เพราะไม่พอใจที่ทุกคนเอาแต่พูดยกย่องเฮียเสือ“พี่พอใจเป็นอะไรไป” ดาหลันมือล้วงขนมปากพูดไปด้วย ทำให้ขนมกระเด็นจนเลอะออก“ยี้! ดาหลัน สกปรก กระเด็นโดนหน้าพี่” พิมลวรรณนั่งใกล้อีกข้างรีบขยับตัวลุกหนี“ขอโทษทีพี่มล พี่พอใจไม่เห็นตอบเลย” ดาหลันยั
37 วันชิงแชมป์ เธอเห็นคนต่อยกันมาตั้งแต่เด็กเธอได้ยินเสียงเวลาเนื้อกระทบกันจนชินชาเธอเห็นนักกีฬาทั้งหัวเราะและร้องไห้ตลอดเวลาเธอรู้ว่าคนที่ล้มนอนคว่ำลงกับพื้นเวทีคือผู้แพ้เธอจดจ้องมองด้วยดวงตาราบเรียบ ส่งเสียงแค่นดูถูกอยู่ข้างในทว่าวันนี้...ทุกสิ่งที่เธอกล่าวมาทั้งหมด ว่างเปล่าราวกับมันไม่มีอยู่จริง ราวกับว่าทุกสิ่งทั้งหมดคือจินตนาการอันฟุ้งเฟ้อ เมื่อคนที่ล้มคว่ำกลางเวทีคือ...สิวากรการแข่งขันชกมวยชิงแชมป์ถ้วยพระราชทานจัดอย่างยิ่งใหญ่อลังการด้วยสนามสร้างใหม่แบบชั่วคราวติดชายหาดพัทยา ศูนย์กลางนักท่องเที่ยว ใกล้เสียจนทุกคนได้ยินเสียงคลื่นสาดซัด ลมทะเลพัดพานำกลิ่นเค็มพื้นน้ำกรุ่นกำจายปะปนไปกับกลิ่นเหงื่อของผู้ชมนับพันในสนามแห่งนี้สิวากรนั่งอยู่ฝั่งน้ำเงิน ค่ายมวย ส อรุณ โดยหนนี้ชานนท์ลงมาเป็นโค้ชพิเศษให้บิ๊กบอย เขาจึงวางใจนั่งเงียบหามุมสงบให้ตนเองทำสมาธิ หางตามองเห็นพ่อครูสถิตคุณ สุดแสนและเทียนหอม กำลังเดินใกล้เข้ามาจากหัวมุมทางเดินขึ้นเวทีสำหรับนักมวย จึงโบกมือให้“เฮียเสือ สวัสดีค่ะ ทำไมวันนี้เฮียสวมเสื้อยืดคะ” เทียนหอมเอ่ยทักแปลกใจ ใช้ดวงตากลอกไปมาสำรวจสิวากรจนรอบ“ทำไมล่ะหอม