تسجيل الدخول42 แต่งงาน จบบริบูรณ์
เธอไม่เคยจินตนาการมาก่อนว่างานแต่งงานของตัวเองจะเป็นแบบไหน
อาจสวยงามราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยาย
หรือธรรมดาสามัญมาก ๆ มีเพียงคนในครอบครัว
แต่ที่แน่ ๆ วันแต่งงานของเธอต้องอบอวลด้วยความรัก
ความรักของเธอและเจ้าบ่าว และที่สำคัญครอบครัวของเธอ
ในทุกวันบนโลกใบนี้จะมีคู่รักเข้าพิธีแต่งงานกันนับล้านคู่ในวันเดียวกัน แต่ละประเพณีล้วนแตกต่างกันไปตามแต่วัฒนธรรม อย่างวันนี้ค่ายมวยศรเพชรกำลังจัดงานมงคลยิ่งใหญ่ รอยยิ้มเกลื่อนทั่วงาน เสียงหัวเราะสะท้อนอยู่ทุกมุมโถง กลิ่นดอกไม้ฟุ้งจนอบอวล และเหนือสิ่งอื่นใด ทุกคนเปี่ยมไปด้วยความสุข
“ไอ้แสน กูเกิดมาก็เพิ่งจะเคยเห็นงานแต่งงานอลังการงานช้างอย่างกับมหาราชา”
พ่อครูสถิตคุณพูดเบา ๆ เพราะอายกลัวคนอื่นได้ยินขณะที่เป็นหนึ่งในขบวนเจ้าบ่าว เดินบนถนนคอนกรีตทางขึ้นบ้านเจ้าสาว
“พ่อครู พูดดังไปอายเขา เดี๋ยวจะหาพ่อครูมาจากบ้านนอก”
“บ้านนอกอะไรว่ะ บ้านกูแค่ผูกขวัญก็เข้าหอแล้ว นี่อะไรจัดใหญ่โต วันนี้วันที่สามแล้วนะมึง”
“พ่อ! มันงานแต่งแบบฮินดู” ตรึงใจเอ่ยทักเบา ๆ เอามือหยิกท่อนแขนพ่อครู
“โอ๊ย! เจ็บนะแม่ เบามือหน่อย ไว้รอเข้าห้องค่อยหยิกพ่อ”
พ่อครูสถิตคุณพูดจบไม่ทันวินาทีพลันโดนแม่ตรึงใจตีเข้าต้นแขนไปหลายครั้ง
“ไม่ดีเหรอคะ ส้มชอบนะ ได้แต่งตัวสวยเชียว”
“ไม่แต่งเลยก็สวยนะ” สุดแสนโน้มตัวลงกระซิบข้างหูจนโดนเทียนหอมตีที่ต้นแขนแบบเดียวกับพ่อครูสถิตคุณ
“พอกันได้แล้วครับ เราถึงบันไดแล้ว” สิวากรเป็นคนพูดแทรก
งานแต่งงานตามประเพณีคนอินเดียคงคล้ายกับที่เราได้เห็นในภาพยนตร์ สวยงาม และบันเทิงเริงใจด้วยเสียงดนตรี
สิวากรแหงนดวงหน้าขึ้นไปบนบันไดขั้นบนสุด วันนี้ทุกคนแต่งกายด้วยสาหรี่หลากสีงดงาม น้องสาวของโปรดปรานทั้งหมดยืนรอเยื้องด้านหลังบรรดาแม่ ๆ และพ่อปลื้มที่วันนี้สวมชุดแขกเสื้อตัวยาวสีเหลืองสดใส
“เอาล่ะพ่อครู ขึ้นมาแลกพวงมาลัยกัน” พ่อปลื้มตะโกนเสียงดังทั้งที่ไม่จำเป็น ตื่นเต้นจนมือสั่น ขณะที่รับพวงมาลัยมาจากพอใจจากทางด้านหลัง
“เป็นทองแผ่นเดียวกันแล้วไอ้ปลื้ม”
พ่อครูเดินขึ้นบันไดไปพร้อมกับสิวากรและแม่ตรึงใจ ยื่นพวงมาลัยดอกสีแดงแลกกันเพื่อเป็นสัญลักษณ์การร่วมเครือญาติด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
ทั้งหมดพากันเดินเข้าสู่ตัวบ้านไปยังห้องนั่งเล่นตกแต่งสไตล์หลุยซ์ที่วันนี้ประดับประดาไปด้วยม่านพรมสีแดง ดอกไม้และกลิ่นกำยาน
“วันนี้วันดี มา ๆ นั่งเลยพ่อครู”
พ่อปลื้มขยับตัวพาชาคริยามานั่งเคียงข้างแล้วพยักเพยิกให้ลูก ๆ นำของหมั้นหมายเข้ามาเป็นขบวนยาวเหยียด
“ตามประเพณีนะ พ่อปลื้มดีใจที่ได้สิวากรเป็นเขย ดีใจจนไม่รู้จะแสดงออกยังไง เลยเตรียมสินสอดให้พวกเขามากสักหน่อย หวังว่าพ่อครูคงไม่ถือสา”
เสียงพ่อปลื้มหัวเราะลงลูกคอทำเอาพ่อครูสถิตคุณหมั่นไส้ เพราะเขาเองมันพวกเสียหน้าไม่ได้ เสียเงินนั้นเท่าไรเท่ากัน แต่วันนี้เป็นการแต่งงานแบบอินเดียจึงจำได้ยิ้มรับฝืดเล็กน้อย
“เริ่มจากเงินก่อนแล้วกัน จะแลกเป็นก้อนมาก็คงหนักเกินที่ลูก ๆ จะยกไหว เลยเขียนเป็นเช็คเงินสด ลงวันที่วันนี้ สามสิบล้าน พอเหมาะพอควรนะพ่อครู ฮ่ะ ฮ่า”
พ่อปลื้มเหมือนกับว่าได้ทีข่มพ่อครูได้ก็คราวนี้ จึงพูดไปกลั้วหัวเราะไปด้วย ยิ่งเห็นอาการหน้าบึ้งยิ่งชอบใจ
“แล้วทอง ดาหลัน พานทองล่ะลูก”
“อยู่นี่ค่ะ”
ดาหลันคลานเข่าเข้ามาพร้อมถาดทอง เปิดผ้าออกพลันทุกคนถึงกลับผงะ แสงสีทองอร่าอร้ามส่องกระแทกเข้านัยน์ตาทุกคู่ ทั้งกำไล แหวน สร้อย กอง ๆ ระเกะระกะพะเนินสูงท่วม
“ไม่ทันได้นับ เอาเป็นว่าหมดนี่ ให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวนับเองแล้วกัน แล้วถาดนี้เป็นโฉนด”
“ถามจริง” พ่อครูโพล่งขึ้น “ใจคอไม่เหลือสมบัติให้ลูกคนอื่นบ้างหรือไง”
“ฮ่ะ ฮ่า พ่อครูพูดตลกไปได้ มา ๆ ต่อ ๆ โฉนดที่ดินตรงแถบชายหาดพัทยา แล้วภาคใต้ และยังที่ต่างประเทศนิดหน่อยไม่มากเท่าไร และพ่อปลื้มยกค่ายมวยศรเพชรให้เฮียเสือเสียเลย”
“ฮะ! เฮ้ย! นี่ไม่ได้ตกลงกันไว้นะโว้ย ถ้ายกให้เฮียเสือแล้วใครจะดูค่ายมวย ส อรุณของกู” พ่อครูเค้นเสียง สะบัดหน้าไปทางแม่ตรึงใจ “ไม่ให้แต่งแล้วโว้ย ไม่แต่ง กลับ ๆ”
“พ่อครู” สิวากรเอ่ยเสียงทอดยาว
“ไอ้เสือ นี่เอ็งจะทิ้งค่ายมวยของพ่อหรือไง”
“พ่อครูอย่าโวยวาย ไอ้แสนมันก็ยังอยู่”
“ไอ้แสน! ไอ้แสน” พ่อครูหันไปทางลูกอีกคน “อย่างมันมีหวังไล่ต่อยเตะนักมวยอย่างเดียว”
“พ่อครู” สิวากรทอดเสียงเตือนพ่อครู แล้วหันไปทางพ่อปลื้มก้มลงกราบ “ผมขอบคุณพ่อปลื้มมากครับ ผมรับปากว่าจะช่วยเจ้โปรดดูแลค่ายมวยศรเพชรอย่างดีครับ”
“ฮ่ะ ฮ่า ต้องอย่างนี้ลูกเขยของพ่อ” พ่อปลื้มตบบ่าที่ก้มลงกราบอยู่ที่พื้น “พาเจ้าสาวมาได้แล้วลูก ๆ”
สิวากรแหงนหน้าขึ้นนั่งหลังเหยียดตรง เอี้ยวคอกลับไปด้านหลัง แม้ว่างานแต่งงานล่วงเลยมาถึงวันนี้วันที่สาม แต่ในทุกวันจะพูดคุยกันแค่ไม่กี่คำเท่านั้น
โปรดปรานพาร่างในชุดสาหรี่สีทองสุกสกาว ดีไซน์แบบใหม่เป็นกระโปรงพองยาวคล้ายกระโปรงเจ้าหญิง ทรงผมเก็บรวบใต้ผ้าคลุมสีทองฉลุลูกไม้ปักด้วยเพชรนิลจินดา ดวงหน้าผุดผาดด้วยแต่งหน้าสไตล์แขก กรีดอายไลเนอร์สีดำหนาขนตายาว ริมฝีปากอวบปกคลุมด้วยสีแดงสดเต็มอิ่ม
เธอหย่อนร่างลงนั่งข้าง ๆ สิวากรที่ยื่นมือออกมาจับกันไว้ สอดนิ้วให้เธอได้ขยับกำด้วยฝ่ามือชื่นเหงื่อ
“สวมแหวนให้น้องสิเฮียเสือ” แม่ตรึงใจกระซิบมาจากทางด้านหลัง
สิวากรรับกล่องแหวนมาจากสุดแสนแล้วเปิดออก เป็นแหวนวงเดิมที่โปรดปรานเคยเห็นแล้วบนเวทีมวย
“เฮียให้เขาแก้วงมาแล้ว”
สิวากรพูดขึ้นทั้งที่ไม่จำเป็น ทำให้โปรดปรานรู้ว่าเขาเองคงตื่นเต้นเช่นกัน
“เพชรมันใหญ่เกินไป”
“ไม่เลย เฮียอยากจะให้ใหญ่กว่านี้ด้วยซ้ำ”
สิวากรจับฝ่ามือโปรดปรานที่ระบายเฮนน่าจนเต็มพื้นที่งดงาม ค่อยบรรจงเลื่อนแหวนวงเขื่องเข้าไปอย่างที่เขาเคยวาดฝันไว้ นิ้วเขาสั่นเบาๆ ในขณะที่ดันแหวนกระทั่งสุดข้อจึงยกมือเธอขึ้นจูบหลังมือ
“มา ๆ ขยับมาจ๊ะหนูโปรดแม่จะคล้องพวงมาลัย”
โปรดปรานเอี้ยวตัวไปทางแม่ตรึงใจแล้วก้มศีรษะลงให้แม่ตรึงใจคล้องพวงมาลัยสีแดง จากนั้นก้มลงกราบแทบเท้า
“เป็นแม่ลูกกันแล้วนะหนูโปรด เป็นครอบครัวเดียวกัน” ตรึงใจกล่าวเสียงสั่นยกมือปาดหางตา
ในตอนนี้โปรดปรานไม่อาจหักห้ามทำนบน้ำตาแห่งความปลื้มปีติ ค่อยรินลงอาบแก้มจนเดือดร้อนสิวากรต้องหาผ้ามาเช็ดกันวุ่นวายเป็นครู่จึงค่อยเริ่มทำพิธีต่อ
โปรดปรานจูงมือสิวากรไปยังกองไฟที่ก่อขึ้นจากเตาเล็กทำอย่างง่าย ๆ พาออกเดินนำวนรอบกองไฟในขณะที่พราหมณ์ยังสวดอยู่
เธอเอี้ยวหน้ากลับไปหาสิวากร เสือตัวใหญ่ที่กำลังโดนหนูตัวน้อยจูงอยู่ด้านหน้า
“โปรดรักเฮียเสือ” เสียงเธอสั่นเล็กน้อย “วันนี้เป็นวันที่โปรดไม่เคยคิด ไม่เคยจินตนาการถึงมันมาก่อน นับตั้งแต่โปรดเจอเฮียเสือ โปรดชอบเฮียเสือมาก มากเสียจนไม่กล้า เฮียเสือรู้ใช่ไหม”
โปรดปรานเงียบลงไป ตอนนี้เธอและเขาเดินวนรอบที่สามแล้ว
“ที่จริงเขาให้โปรดกล่าวคำสาบาน คำสัตย์ที่โปรดต้องให้คำมั่นว่าจะซื่อสัตย์และรักเฮียไปตลอดชีวิต แต่สำหรับเฮียโปรดคิดว่าน้อยเกินไป”
โปรดปรานขยับมือกำฝ่ามือกร้านที่กำลังชื้นเหงื่อ
“ยิ่งกว่าชีวิต ยิ่งกว่าลมหายใจ ทั้งหมดของโปรด ไม่ว่าจะหัวใจ ชีพจรที่กำลังเต้นอยู่ในทรวงอก ลมหายใจ เนื้อหนังเรือนร่าง ทุกสิ่งที่เป็นโปรด โปรดขอยกให้เฮียเสือ โดยที่โปรดจะขอรับทั้งหมดของเฮียเสือไว้ด้วยเช่นกัน”
ครบเจ็ดรอบพอดีเมื่อเธอหยุดพูดอีกครั้ง และยืนนิ่งประสานสายตากันด้วยความรักลึกซึ้ง
“โปรดสัญญาว่าจะรักเฮียเสือจนกว่าชีวิตของโปรดจะหาไม่ จนกว่าโปรดจะหมดลมหายใจ จนกว่า...”
โปรดปรานชะงักหยุดเมื่อนิ้วชี้ของสิวากรวางลงบนริมฝีปากอวบอิ่มขยับเลื่อนแผ่วเบา
“จนกว่าชีวิตเฮียจะหาไม่เช่นกัน ดวงใจของเฮีย”
เส้นเสียงสิวากรทุ้มจนพร่า แหบต่ำยิ่งกว่าครั้งไหน เขาหลุบดวงตาลงมองเจ้าสาว คนที่เขารักมานาน ขยับมุมปากจนกลายเป็นยิ้มที่มีความสุขในชีวิต กระชับมือเธอแน่นยามที่พ่อกับแม่เอ่ยคำอวยพร แต่ภายในหูของเราทั้งคู่อื้ออึงด้วยเสียงของหัวใจ เสียงของความรักจนเสียงอื่นใดก็ไม่อาจแทรกซึมเข้าไป
ทั้งเธอและเขากำข้าวสารดอกไม้ในขันเงินเดียวกันแล้วโปรยไปด้านหลังสู่ตัวบ้านพร้อมกับเสียงหัวเราะ
ทั้งเขาและเธอต่างพากันออกวิ่ง พร้อมกับมือที่เกาะกุมกันไว้จนแน่น วิ่งเข้าสู่ลานเต้นรำตระกองกอดโอบรัดกัน ในขณะที่ทุกสิ่งอึกทึกด้วยเสียงแห่งความสุข ความยินดี เสียงเพลง เสียงหัวเราะ
ทว่า...ภายในของโปรดปรานมีเพียงเสียงเต้นของหัวใจกำลังกระหน่ำแรง และข้างใต้แผงอกอุ่นหนาที่ดวงหน้าของเธอกำลังแนบลงซบนิ่งโลดแรงเช่นกัน
เราทั้งคู่ต่างโอบรัดกันด้วยหัวใจเดียวกัน หัวใจที่เปี่ยมด้วยความรักเต็มจนล้นปรี่ เราทั้งคู่ต่างรับรู้โดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ยว่า
เราทั้งคู่จะอยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า
จนกว่า...ชีพจรของเราจะอ่อนแรง
และความตายจะพรากเราจากกัน
จบบริบูรณ์
Happy Ending
42 แต่งงาน จบบริบูรณ์เธอไม่เคยจินตนาการมาก่อนว่างานแต่งงานของตัวเองจะเป็นแบบไหนอาจสวยงามราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยายหรือธรรมดาสามัญมาก ๆ มีเพียงคนในครอบครัวแต่ที่แน่ ๆ วันแต่งงานของเธอต้องอบอวลด้วยความรักความรักของเธอและเจ้าบ่าว และที่สำคัญครอบครัวของเธอในทุกวันบนโลกใบนี้จะมีคู่รักเข้าพิธีแต่งงานกันนับล้านคู่ในวันเดียวกัน แต่ละประเพณีล้วนแตกต่างกันไปตามแต่วัฒนธรรม อย่างวันนี้ค่ายมวยศรเพชรกำลังจัดงานมงคลยิ่งใหญ่ รอยยิ้มเกลื่อนทั่วงาน เสียงหัวเราะสะท้อนอยู่ทุกมุมโถง กลิ่นดอกไม้ฟุ้งจนอบอวล และเหนือสิ่งอื่นใด ทุกคนเปี่ยมไปด้วยความสุข“ไอ้แสน กูเกิดมาก็เพิ่งจะเคยเห็นงานแต่งงานอลังการงานช้างอย่างกับมหาราชา”พ่อครูสถิตคุณพูดเบา ๆ เพราะอายกลัวคนอื่นได้ยินขณะที่เป็นหนึ่งในขบวนเจ้าบ่าว เดินบนถนนคอนกรีตทางขึ้นบ้านเจ้าสาว“พ่อครู พูดดังไปอายเขา เดี๋ยวจะหาพ่อครูมาจากบ้านนอก”“บ้านนอกอะไรว่ะ บ้านกูแค่ผูกขวัญก็เข้าหอแล้ว นี่อะไรจัดใหญ่โต วันนี้วันที่สามแล้วนะมึง”“พ่อ! มันงานแต่งแบบฮินดู” ตรึงใจเอ่ยทักเบา ๆ เอามือหยิกท่อนแขนพ่อครู“โอ๊ย! เจ็บนะแม่ เบามือหน่อย ไว้รอเข้าห้องค่อยหยิกพ่อ”พ่อครูสถิตค
41 ได้โปรดโปรดปรานหน้าซีดแล้วซีดอีกจนไร้สีเลือด ฝ่ามือเย็นเยียบทั้งเสื้อชุ่มโชกเหงื่อกาฬที่ไหลย้อยออกมาทั่งทั้งร่างทุกความโกรธที่ปะทุเดือดอยู่ภายในพุ่งตรงไปยังชายหนุ่ม สิวากร ที่ตอนนี้ยังดื้อแพ่งจะยื้อเกม ดึงร่างสะบักสะบอมเต็มทนขึ้นมาด้วยมาเอามือพาดเชือก จับแน่นพยุงตนเองจนนั่งพาดเชือกได้แล้ว“ไอ้คนบ้า เฮียเสือ ไอ้ผู้ชายเฮงซวย” โปรดปรานกัดฟันกรอดดังจนบิ๊กโต้งตกใจเธอสะบัดตัวอีกครั้งแรกกว่าเดิม แต่อ้อมแขนของอดีตนักมวยยังแน่นดั่งคีมเหล็ก เธอจึงใช้ปลายร่มกระแทกลงไปยังหลังเท้าของบิ๊กโต้งอย่างแรงปัก!! โอ๊ยยยยยบิ๊กโต้งปล่อยมือทันทีด้วยความเจ็บ เปิดโอกาสให้โปรดปรานสะบัดตัวได้อีกครั้งจนหลุด ทิ้งร่มแล้ววิ่งตรงไปทางบันไดขึ้นเวที คว้าเอาผ้าเช็ดหน้าของผู้ช่วยฝั่งสีแดงไปด้วยสิวากรเกร็งไปทั้งร่างอันเจ็บปวด ดึงตัวเองจนนั่งพาดคาดเชือก แล้วพยายามพยุงตัวลุกขึ้นยืน ขยับเดินสองก้าวแล้วพลันล้มลงอีกครั้งตึง!ร่างใหญ่โตหนาหนักล้มหงายลงไปอีกครั้งอย่างคนที่ไร้เรี่ยวแรงแล้วสิ้นเชิง ภายในหัวสมองปวดจนมึน มองเห็นทุกสิ่งพร่าเลือนซ้อนทับหลากหลาย หางคิ้วเจ็บจนชา รู้สึกถึงความเปียกชื้นอาบลงปลายคางคงเป็นเลือดเข
40 ชี้ชะตาเกร้ง ๆ"เริ่มเกมแล้วครับ! เกรียงไกรเดินหน้าดุดัน ไล่บี้เฮียเสือตั้งแต่หมัดแรก! โอ้โฮ้! หมัดซ้ายเข้าเต็มหน้าท้องเฮียเสือ! แต่เฮียเสือยังยืนได้! เขาพยายามวนหนี แต่เกรียงไกรไม่ปล่อยโอกาส ซ้ำหมัดฮุก ขวาอีกครั้ง!""เฮียเสือถอยกรูดครับ! พยายามยกการ์ดกัน แต่หมัดของเกรียงไกรหนักเหลือเกิน! ตอนนี้คนดูเริ่มตะโกนแล้วครับ ดูท่าจะเชียร์ฝั่งเกรียงไกร!"“ไม่น่าเชื่อนะครับ เฮียเสือลีลาไม่แพ้นักมวยดีกรีแชมป์ ตั้งรับได้อย่างดี”โปรดปรานเนื้อตัวอ่อนแรงขาแทบยืนไม่อยู่ต้องใช้บิ๊กโต้งเป็นหลักพิงไว้“เฮียเสือจะเจ็บหนัก ไม่ได้นะโต้ง”บิ๊กโต้งไม่ตอบ ยืนนิ่งเงียบและรัดร่างเจ้าของค่ายไว้แน่นตามคำสั่งของสิวากร เขาเองเมื่อเห็นลีลาของเฮียเสือยังคิดว่าพอมีลุ้น แต่หมัดของเฮียเสือไม่หนักเท่าไอ้เกรียงไกร ซ้ำลูกเล่นยังไม่เหลี่ยมเท่าเกร้ง ๆ“แหมหมดยกเสียก่อน ให้นักมวยเราได้พักเสียหน่อยนะครับก่อนจะเริ่มยกต่อไป”“ประเมินแล้วสูสีนะครับ”สิวากรคายยางกันกระแทกออกจากปากดื่มน้ำแล้วพ่นทิ้ง มีเลือดออกเล็กน้อยไม่มากนัก“เฮีย เฮียตัวสูงเกินไป ต้องระวังสีข้าง ปิดให้มิด” ชานนท์เอ่ยเตือนตอนที่ยื่นขวดน้ำไปตรงหน้าสิวากรพยั
39 นัดชิงแชมป์ณ สนามมวย"ใช่เลยครับ! นี่คือการเจอกันครั้งแรกของสองยอดฝีมือจากสองค่ายใหญ่ ศรเพชร ชลบุรี และ ส.อรุณ อุบลราชธานี บอกเลยว่า ดุเดือดแน่นอน!"เกร้ง ๆ"และแล้วเสียงระฆังก็ดังขึ้น! เริ่มต้นยกแรก! บิ๊กบอยเดินเข้าหา เปิดเกมเร็วด้วยหมัดแย็บซ้ายที่ไวเหมือนสายฟ้า! โอ้ย โอ้ย อีกฝ่ายตั้งการ์ดรับ""แต่ยอดเพชรไม่ยอมง่าย ๆ! โต้กลับด้วยหมัดขวาตรงที่แม่นยำอย่างกับจับวาง! โอ้โฮ้! นี่แค่เริ่มต้นก็ประเดิมดุเดือดแล้ว!"“เอาเล้ย เฮ้ย! โอ๊ย ตุบ เอ้า ต่อยเลย แย็บ แย็บ”โปรดปรานเงยหน้าเอียงไปด้านขวาจ้องพ่อปลื้ม วันนี้ดูขึงขังจริงจังและคึกคัก สงสัยลงเล่นไปหลายบาท เธอมองตรงไปทางฝั่งตรงข้าม ตอนนี้สิวากรอยู่ชิดขอบเวทีใกล้กับชานนท์ คอยก้มหน้าพูดคุยกันตลอดเกร้ง ๆ"ยกแรกจบลงอย่างดุเดือด! เอาสะเหงื่อตกทั้งคู่ บอกเลย...เกมนี้สูสี ไม่มีใครเหนือกว่าใคร!""ใช่ครับ และนี่แค่เริ่มต้น! ใครจะอยู่ ใครจะล้ม ต้องติดตามกันต่อยกหน้า ห้ามกระพริบตา!"โปรดปรานผุดลุกจากที่นั่ง พาร่างอวบอิ่มในชุดเดิมที่สวมใส่มาตลอดหลายปี ตรงไปยังมุมแดง ขึ้นบันไดไปยังข้างบนเวทีจนกลายเป็นจุดสนใจของทุกคนในสนามมวย เธอลอบยิ้มให้สิวากรแล้วโน้
38 พอใจณ บ้านค่ายมวยศรเพชรในช่วงเย็นของวันนี้ที่ห้องนั่งเล่นของครอบครัวศรเพชร นับว่าเกิดปรากฏการณ์แปลกประหลาด เมื่อทุกคนต่างพร้อมใจพากันมารวมตัวอยู่ในห้องนี้ นั่งเรียงลดหลั่นตาจดจ้องไปยังจอโทรทัศน์ขนาดห้าสิบสองนิ้ว ซึ่งในยามปกติมีเพียงแม่พลับพลึงใช้สำหรับร้องคาราโอเกะ“เริ่มแข่งแล้ว” ดาหลันพึมพำตื่นเต้นจนผุดตัวออกจากท่าเอนหลัง“แม่ว่ายังไงยอดเพชรก็ชนะ เฮียเสือเขาทุ่มเทมาก” แม่พลับพลึงกระซิบเบา ๆ“ใช่ค่ะ ณินได้ยินเสียงเฮียเสือทุกเช้าเลย”“ทุกเช้า?” แม่ปรียาหันไปมองลูกสาวตัวเองด้วยความสงสัย“ณินเขาไม่ได้นอนเพราะทำงานค่ะแม่ปรียา มลนอนห้องตรงข้าม ได้เสียงเพลงดังถึงเช้า”พิมลวรรณนั่งเอนตัวพูดงึมงำตอบออกไปแทน ดวงหน้าปิดทับไว้ด้วยแผ่นมาส์กหน้าสีขาวฉ่ำน้ำ“แต่เท่าที่รู้มายอดเพชรยังไม่เจนสนาม ชกแค่ไม่กี่ครั้ง”พอใจเอียงหน้าไปทางคนทั้งหมด พูดเสียงกร้าวขึ้น เพราะไม่พอใจที่ทุกคนเอาแต่พูดยกย่องเฮียเสือ“พี่พอใจเป็นอะไรไป” ดาหลันมือล้วงขนมปากพูดไปด้วย ทำให้ขนมกระเด็นจนเลอะออก“ยี้! ดาหลัน สกปรก กระเด็นโดนหน้าพี่” พิมลวรรณนั่งใกล้อีกข้างรีบขยับตัวลุกหนี“ขอโทษทีพี่มล พี่พอใจไม่เห็นตอบเลย” ดาหลันยั
37 วันชิงแชมป์ เธอเห็นคนต่อยกันมาตั้งแต่เด็กเธอได้ยินเสียงเวลาเนื้อกระทบกันจนชินชาเธอเห็นนักกีฬาทั้งหัวเราะและร้องไห้ตลอดเวลาเธอรู้ว่าคนที่ล้มนอนคว่ำลงกับพื้นเวทีคือผู้แพ้เธอจดจ้องมองด้วยดวงตาราบเรียบ ส่งเสียงแค่นดูถูกอยู่ข้างในทว่าวันนี้...ทุกสิ่งที่เธอกล่าวมาทั้งหมด ว่างเปล่าราวกับมันไม่มีอยู่จริง ราวกับว่าทุกสิ่งทั้งหมดคือจินตนาการอันฟุ้งเฟ้อ เมื่อคนที่ล้มคว่ำกลางเวทีคือ...สิวากรการแข่งขันชกมวยชิงแชมป์ถ้วยพระราชทานจัดอย่างยิ่งใหญ่อลังการด้วยสนามสร้างใหม่แบบชั่วคราวติดชายหาดพัทยา ศูนย์กลางนักท่องเที่ยว ใกล้เสียจนทุกคนได้ยินเสียงคลื่นสาดซัด ลมทะเลพัดพานำกลิ่นเค็มพื้นน้ำกรุ่นกำจายปะปนไปกับกลิ่นเหงื่อของผู้ชมนับพันในสนามแห่งนี้สิวากรนั่งอยู่ฝั่งน้ำเงิน ค่ายมวย ส อรุณ โดยหนนี้ชานนท์ลงมาเป็นโค้ชพิเศษให้บิ๊กบอย เขาจึงวางใจนั่งเงียบหามุมสงบให้ตนเองทำสมาธิ หางตามองเห็นพ่อครูสถิตคุณ สุดแสนและเทียนหอม กำลังเดินใกล้เข้ามาจากหัวมุมทางเดินขึ้นเวทีสำหรับนักมวย จึงโบกมือให้“เฮียเสือ สวัสดีค่ะ ทำไมวันนี้เฮียสวมเสื้อยืดคะ” เทียนหอมเอ่ยทักแปลกใจ ใช้ดวงตากลอกไปมาสำรวจสิวากรจนรอบ“ทำไมล่ะหอม







