Masuk"โธ่...คุณนี่ใจร้ายซะมัดเลย เอ้า ก็ได้ ไม่หวงไม่หึงก็ได้และก็ไม่ให้เลิกคบเป็นเพื่อนด้วย" ไมค์ยอมอ่อนให้เธอ สาวฮอตอย่างเอเนร่า มีแต่ผู้ชายหมายปองต่างอยากอยู่ในสถานะเพื่อนอย่างเขาทั้งนั้น ดังนั้นไมค์ไม่มีทางยอมยกสถานะนี้ให้ใครได้ง่าย ๆ เด็ดขาด
เมื่อปรับความเข้าใจกันได้แล้ว ไมค์จึงขอถ่ายรูปเดี่ยวของเอเนร่าก่อนโดยเอเนร่าอยู่ในท่าหันหน้าเข้าหากล้องแล้วหลับตา มือเรียวเล็กทั้งสองกอบกุมเต้างามเอาไว้แม้จะล้นมือมากไปหน่อย แต่มันเป็นรูปที่เซ็กซี่มาก ๆ เลย เขาพยายามซูมกล้องให้เห็นรอยจ้ำแดงบนเนินอกของเธอ จะได้ติ๋งต่างได้ว่าเขานี่ล่ะเป็นเจ้าของรอยนั้น
ไมค์ยอมปล่อยให้เอเนร่ากลับบ้านได้ เอเนร่าขอร้องให้ไมค์ขับรถมาส่งเธอที่ห้างฯ ดังใกล้ที่พักของบรู๊คลิน โดยที่ไมค์ไม่รู้ว่าทำไมเอเนร่าถึงขอร้องให้เขามาส่งที่นี่ แม้ไมค์จะอ้อนวอนขอเดินเที่ยวกับเธอต่อเพียงใดเอเนร่าก็ปฏิเสธโดยเธอให้เหตุผลว่าอยากอยู่คนเดียว ก่อนออกจากคอนโดของไมค์เอเนร่าส่งข้อความหาบรู๊คลินว่าเธออยู่ที่ห้างฯ คนเดียว เธอโกหกบรู๊คลินว่าออกมาเดินซื้อของกับเพื่อนแต่เพื่อนดันพาผู้ชายมาด้วย จึงปลีกตัวออกมาเดินคนเดียว ถ้าเขาว่างช่วยมารับเธอหน่อย
แน่นอนว่าเมื่อบรู๊คลินได้รับข้อความเขารีบลุกออกจากเตียง ฯ ดังกล่าวทันที โดยไม่ยอมปริปากบอกเอเนร่าว่าเขาได้มาถึงที่ห้างแล้ว ทำให้บรู๊คลินได้เห็นเหตุการณ์ตอนที่เอเนร่าอยู่กับผู้ชายอีกคน เธอและผู้ชายคนนั้นมีความใกล้ชิดสนิทสนมเกินคำว่าเพื่อนแม้เอเนร่าจะพยายามเว้นระยะห่างก็ตาม
"ไหนบอกว่ามากับเพื่อน แล้วเพื่อนเอาแฟนมาด้วยไงวะ" บรู๊คลินบ่นพึมพำกับตนเอง เขามองดูทั้งคู่อยู่ห่าง ๆ จนกระทั่งไมค์เดินแยกห่างออกไป
แต่เขาก็ไม่ได้เดินเข้าไปทักเธอในทันที เขาปล่อยให้เธอรอเขาต่อไปอีกครู่ใหญ่ จนเอเนร่ารอไม่ไหวโทร.มาตามเขาเองเหมือนครั้งนั้น
"ฮัลโหล ผมเพิ่งถึงห้างฯ โทษที" เขาพูดปด
และเอเนร่าก็เชื่อสนิทว่าเขาเพิ่งถึงห้างฯ จริง ๆ เอเนร่าเดินมายืนรอเข้าที่ประตูทางเข้าห้างฯรึ ฝั่งลานจอดรถ เธอยืนชะเง้อคอมองหาเขาโดยไม่รู้ว่าเขาเดินมาหาเธอจากด้านหลัง นิ้วเรียวยาวของบรู๊คลินจิ้มที่ไหล่ของเธอเบา ๆ สองที เอเนร่าหันมามองด้วยสายตาไม่พอใจ และดูเหมือนว่าเธอกำลังอ้าปากจะพูดอะไรสักอย่าง เมื่อเธอเห็นว่าคนที่สะกิดไหล่เธอเป็นใคร ก็ฉีกยิ้มดีใจ กระโดดกอดคอเขาอย่างไม่สนใจสายตานับสิบคู่ที่กำลังจ้องมองอยู่
"คุณอา!"
"เฮ้ย!" บรู๊คลินอุทานออกมาด้วยความตกใจ เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าเอเนร่าจะกล้าทำแบบนี้ในที่สาธารณะเขาที่พยายามแกะมือเรียวเล็กของเธอออกจากคอของเขา
"ทำอะไรไม่อายคนอื่นเลยหรือไง" เขาตำหนิอย่างไม่จริงจังนัก
"ทำไมต้องอาย ก็ฉันดีใจนี่นา นึกว่าจะไม่มาหากันซะแล้ว" เธอเองก็ลุ้นไม่น้อย เมื่อบรู๊คลินบอกว่าจะเจอกันอีกทีวันเสาร์ เธอกลัวว่าเขาจะไม่ยอมมาเจอเธอทั้งที่เธออุตส่าห์มาอยู่ใกล้ ๆ เขาแล้ว
แต่เธอก็ดีใจจนลืมตัวเมื่อหันมาเจอเขาที่ยืนอยู่ด้านหลังของเธอ และเธอก็กระโดดกอดเขาทันที พอนึกมาถึงตอนนี้ก็เริ่มหน้าบางขึ้นมา เธอไม่น่าทำแบบนี้เลย เธอแอบได้ยินเสียงซุบซิบนินทาเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อครู่ ประมาณว่าทำตัวน่าเกลียด เป็นผู้หญิงแต่ไปกระโดดกอดผู้ชาย ทำตัวง่ายจังเด็กสมัยนี้ พ่อแม่คงไม่รู้สินะว่าแรดขนาดนี้
และอีกสารพัด
"แล้วทำไมถึงมาที่นี่ได้ มันไกลจากที่เรียนแล้วก็บ้านเรามากนะ" บรู๊คลินตั้งข้อสงสัยขึ้นมาถามเธอ
"ความคิดถึงมั้งคะ" คนฟังต้องเกร็งหน้าไม่ให้แสดงอาการขัดเขินหรือยิ้มออกมาให้เด็กมันได้ใจ บรู๊คลินพยายามตีหน้าขรึมเข้าไว้
"อย่าเล่น แล้วไหนเพื่อน" ที่เขาถามหาเพื่อนของเอเนร่าทั้งที่รู้อยู่แล้ว แต่ก็ยังจะถามเพราะต้องการจับผิดคนชอบโกหก
"มันก็ไปกับผู้อ่ะสิ คงอยู่รอเจอคุณอาหรอก บ่ายสองแล้วอ่า เลี้ยงข้าวหน่อยสิ"
"ผมต้องกลับไปทำงานต่อนะ" เขาตื่นสาย และจะต้องกลับไปถ่ายคลิปสอนออกกำลังกายด้วย คงอยู่กับเธอได้ไม่นาน อาจจะส่งเอเนร่าขึ้นรถไฟฟ้าให้เธอกลับบ้านเอง
"งานถ่ายคลิปนั่นน่ะเหรอ งั้นเราสั่งข้าวไปกินที่คอนโดดีไหมคะ" เธอเสนอ บรู๊คลินตกใจรอบที่เท่าไหร่แล้วไม่อาจนับได้ เอเนร่าเป็นผู้หญิงบ้าดีเดือดไม่กลัวอะไรเลย แม้แต่เขาที่เป็นผู้ชาย เขาน่าจะชินกับพฤติกรรมของเธอได้แล้ว
ตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน เขายังจำมันได้ดี
วันนั้นเราบังเอิญเดินชนกันตรงมุมตึกสำนักงาน เป็นครั้งแรกที่ผมได้มองใบหน้าสดใสชัด ๆ และได้สัมผัสเรือนร่างนุ่มนิ่มของเธอ เธอน่ารักน่ามองไปเสียทุกส่วน แถมกลิ่นกายยังหอมกรุ่นจนใจผมแอบคิดอยากก้มลงไปสูดดมใกล้ ๆ“ขอโทษทีครับ เจ็บตรงไหนมั้ยครับ”“เอ่อ ไม่เป็นไรค่ะ”เธอทำท่าจะเดินจากไป แต่ผมรอช้าไม่ได้ ต้องหารับมือเพื่อรั้งเธอไว้ก่อน“เดี๋ยวก่อนครับ เราเคยเจอกันมาก่อนมั้ย คุณทำงานที่ตึกนี้เหรอครับ”“ใช่ค่ะ ทำงานที่นี่” เธอชะงักทักทาย สายตาคู่โตมองหน้าผมนิ่งอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะประหม่าจนต้องหลบสายตาไปทางอื่น“ผมก็ทำงานที่นี่เหมือนกันครับ ผมชื่อวินนะ คุณชื่ออะไรเหรอครับ”“นิรดาค่ะ... คงต้องขอตัวก่อนนะคะ”“เรา... พอจะมีโอกาสได้เจอกันอีกมั้ยครับ”........ ร่างบางเดินหายเข้าไปในตึก ทิ้งให้ผมยืนอยู่อย่างคนไม่รู้อะไรเลย นอกจากชื่อของเธอ... นิรดาเธอทำงานอยู่แผนกไหนกันแน่? ผมเฝ้าหาข้อมูลจนสืบรู้มาว่าเธอเป็นพนักงานธนาคารอยู่ชั้นสาม หลังจากนั้น เราสองคนก็ได้เจอกันบ่อยขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งก็มาจากความตั้งใจของผมเองที่พยายามพาตัวเองไปวนเวียนใกล้ ๆ เธอ จากได้สบตา ก็เริ่มได้พูดคุย จากทำความรู้จัก ก็เลื่อนสถานะมา
ส่วนคนสุดท้ายเด็กชายฟาร์เดลวัยแปดเดือน ช่วงที่ตั้งท้องคนนี้เธอบอกเลยว่าแพ้ท้องหนักมาก กินอะไรเข้าไปคืออาเจียนออกมาหมด แต่พอถึงเวลาคลอดคุณหมอกลับมาบอกว่าเด็กตัวโต ไม่สามารถคลอดธรรมชาติได้จะต้องผ่าคลอด กว่าจะผ่านพ้นช่วงเวลานั้นมาได้ เล่นเธอขลาดเรื่องการมีลูกไปอีกนานเลย“ตาตามา” เสียงน้องเดมี่เรียกคุณตาวิน พร้อมกับชี้มือไปหน้าบ้าน จนทุกคนในบ้านต้องมองตามวินกับภรรยามาเยี่ยมหลาน ๆ นั่นเอง นิรดาเองก็เพิ่งคลอดลูกสาวได้ไม่นาน หลังจากที่เอเนร่าคลอดน้องฟาร์เดลได้ไม่ถึงสามเดือน วินก็ส่งข่าวมาบอกว่าแม่เลี้ยงคลอดน้องแล้วนะ ลูกสาวของนิรดากับวินมีชื่อว่าน้องญาดา น่ารักน่าชังเหมือนแม่มาก เป็นน้องสาวที่ห่างกับเธอยี่สิบเก้าปีเลย“สวัสดีค่ะพ่อ สวัสดีค่ะพี่นิ่ม นึกว่าจะมาวันอาทิตย์ นี่นั่งเครื่องมาไม่บอกหนูเหรอคะพ่อ”“คุณวินคิดถึงหลาน ๆ ค่ะ อยากจะมาตั้งแต่วันจันทร์ที่แล้วอีกค่ะ แต่งานไม่เสร็จจึงต้องมาวันศุกร์แทน”“เจ้าอ้วนของตา โอ้ ตาอุ้มหนูไม่ไหวแล้วนะเนี่ย” คุณตาวินเดินไปหอมแก้มหลานสาวทั้งสองคนก่อนจะรับร่างหลานชายมาอุ้ม“ซื้ออะไรมาเยอะแยะครับพี่”“ของฝากจากกรุงเทพฯ น่ะ นี่เหล้าอิตาลีเชียวนะได้มาจากลูก
น้องชายทั้งสองของเอเนร่าถูกเชิญมานำขบวนถือแหวนให้พี่สาวและช่อดอกไม้ และแน่นอนว่าเพื่อนเจ้าสาวจะเป็นใครไม่ได้เลยนอกจากกุ๊บกิ๊บเพื่อนสนิทสาวที่รู้ใจเอเนร่าที่สุด ขณะที่เจ้าสาวกำลังเดินผ่านแขกเหรื่อนั้นเธอหันไปสบตากับอริส แม่ส่งยิ้มอบอุ่นมาให้ มันทำให้เธอน้ำตาคลอ ใบหน้าของบรู๊คลินเปื้อนยิ้มขณะมองมาที่หญิงสาว เขาในลุคนี้ดูหล่อเท่กว่าทุกวัน ทรงผมที่ถูกจัดแต่งมาอย่างเนี๊ยบเอเนร่าไม่เคยเห็นเขาในลุคนี้มาก่อน และนั้นคงจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอกับเขาต้องรู้จักกันมากขึ้น บรู๊คลินยื่นมือออกมารอรับ วินจับมือของลูกสาวไปวางทาบทับบนฝ่ามือใหญ่ ไม่มีใครพูดอะไรออกมามีเพียงรอยยิ้มเท่านั้น“นางสาวเอเนร่า สุขภักดี คุณจะรับนายบรู๊คลิน ลีเบิร์นเนอร์เป็นสามีของคุณหรือไม่” บาทหลวงถาม“รับค่ะ”“คุณบรู๊คลิน คุณจะรับนางสาวเอเนร่า สุขภักดีเป็นภรรยาของคุณหรือไม่” “รับครับ”“ข้าพเจ้าเอเนร่า สุขภักดีขอรับบรู๊คลิน ลีเบิร์นเนอร์เป็นสามี และขอสัญญาว่าจะถือความซื่อสัตย์ต่อคุณในยามสุขและยามทุกข์ ทั้งในเวลาป่วยและเวลาสบายเพื่อรักแลยกย่องให้เกียรติคุณจนกว่าชีวิตจะหาไม่” เอเนร่ากล่าวคำปฏิญาณ“ข้าพเจ้าบรู๊คลิน
“Yes or no” เขาถามย้ำอีกครั้ง“นี่มันเป็นวันเกิดฉันนะ” เอเนร่าสวนกลับไปทันที “ผมอยากเป็นของขวัญวันเกิดให้คุณ แต่งงานกับผมนะครับ” เขาพูดพร้อมทรุดกายนั่งคุกเข่ากับพื้นและหยิบกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มออกมาจากกระเป๋าเสื้อด้านใน แหวนเพชรเม็ดงามวงใหญ่กว่าที่เธอสวมอยู่“ทุกคนรู้เรื่องอยู่แล้วใช่ไหมค่ะ พ่อรู้ใช่ไหม” เอเนร่ายังเล่นตัวไม่ยอมตอบคำถามของบรู๊คลิน และหันไปจี้ถามทั้งสามคน นิรดาหลบตาเธอคนแรก นั่งหมายความว่าทุกคนรู้เรื่องหมดยกเว้นเธอ“พ่อรู้นิดเดียว บรู๊คบอกจะเซอร์ไพส์ลูก พ่อรู้แค่นั้น” “ใช่ฉันก็รู้แค่นั้น เพราะคุณอาบรู๊คไม่ยอมบอกอะไรเลย” กุ๊บกิ๊บรีบออกตัว“พี่ก็รู้เท่าที่คุณวินรู้แหละค่ะ” นิรดาตอบบ้าง“ผมวางแผนเองคนเดียวเลย หันมาตอบคำถามผมก่อน เร็ว!” บรู๊คลินรับผิดก่อนจะรบเร้าให้เอเนร่าตอบเขาก่อน“ค่ะ ตกลง”“เย้!!! รักคุณที่สุดเลยที่รักของผม วันนี้ผมเรียกพี่ว่าพ่อได้เต็มปากแล้วนะครับพ่อวิน” คำพูดของบรู๊คลินเรียกเสียงหัวเราะให้ทุกคนในบ้าน วันเกิดปีนี้เป็นวันที่สุดพิเศษและมีความสุขที่สุด วินได้เจอผู้หญิงที่รักเขาและเขาก็รักเธอแล้ว นั้นเป็นสิ่งที่เธอหมดห่วงและยอมตกลงแต่งงา
วันเสาร์ เป็นวันที่วินกับนิรดาหยุดงานทำให้ทั้งสองนัดเจอกันเพื่อไปเลือกซื้ออาหารมาจัดงานวันเกิดเล็ก ๆ ให้ลูกสาวสุดที่รัก ก่อนหน้านั้นสองวันวินชวนลูกสาวคุยถึงงานวันเกิดที่จะถึงว่าจะจัดแบบไหน หรือบรู๊คลินอยากพาไปเลี้ยงที่ไหนไหม“แล้วลูกคุยกับบรู๊คหรือยังว่าจะไปที่ไหน” “ไม่ต้องคุยหรอกค่ะพ่อ เราทำอาหารกินภายในครอบครัวเหมือนทุกปีก็พอ”เมื่อได้ยินสิ่งที่เอเนร่าพูดก็พอจะเดาได้ว่าระหว่างสองคนเกิดอะไรขึ้น จึงปล่อยเลยตามเลยเพราะว่าก่อนหน้านั้นหนึ่งเดือนบรู๊คลินยังคุยกับเขาอยู่เลยว่าจะทำเซอร์ไพส์ในงานวันเกิดของเอเนร่า ซึ่งเขาเองก็ไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติมจึงไม่รู้ว่าบรู๊คลินคิดจะทำอะไรงานวันเกิดปีนี้เอเนร่าไม่ได้เหงาอย่างที่คิด แม้วาในทุกปีจะมีเพียงพ่อกับเธอเท่านั้น แต่ทว่าปีนี้มันพิเศษกว่าทุกปีเพราะว่ามีนิรดา และยังมีกุ๊บกิ๊บมาร่วมงานวันเกิดเธอด้วย และที่สำคัญอริสวิดีโอคอลข้ามประเทศมาอวยพรวันเกิดให้ลูกสาว“สุขสันต์วันเกิดนะลูกรัก แม่ขอให้หนูมีความสุขและ ขอให้หนูประสบความสำเร็จในชีวิตในทุก ๆ เรื่องนะลูก เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต แม่รักลูกนะจ๊ะ” “ขอบคุณค่ะแม่ หนูก็รักแม่ค่ะ”“ส่วนของข
“พ่อยังไม่กลับหรือ” เป็นประโยคแรกที่เขาพูดกับเธอ เอเนร่าลอบถอนหายใจเมื่อทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง“กำลังกลับ” เธอตอบสั้น ๆ เพราะเธอไม่ค่อยจะสบอารมณ์เท่าไรนัก นับวันบรู๊คลินยิ่งดูหล่อเท่และเนี๊ยบตามฉบับนักธุรกิจหนุ่ม มันช่างแตกต่างจากบรู๊คลินคนที่เธอรู้จัก เขาดูดีในชุดสูทรองเท้าหนัง หากเป็นแต่ก่อนคงเห็นภาพเสื้อยืดตัวบางกับกางเกงสปอร์ตขายาวสะพายกระเป๋าใบใหญ่ เขาเดินมาหาและยกมือใหญ่ลูบศีรษะของแฟนสาวอย่างเอ็นดู ก่อนจะโอบรอบเอวหญิงสาวพาเดินเข้าบ้าน“งอนเหรอ……ช่วงนี้ผมงานยุ่งจริง ๆ ผมอยากให้คุณเข้าใจ” เขาพูดขณะทรุดกายนั่งก่อนฉุดร่างเพรียวบางลงไปนั่งตักหนาด้วย“เข้าใจค่ะ เพราะเข้าใจไงคะ ฉันถึงไม่ไปวุ่นวายกับคุณ”“บอกให้ไปอยู่ด้วยกันแต่แรก็ไม่ยอม ผมอยากตื่นเช้ามาเจอหน้าคุณคนแรกก่อนนอนก็อยากเห็นหน้าเมียเป็นคนสุดท้าย” น้ำเสียงเนือย ๆ บ่งบอกว่าเจ้าตัวน้อยใจแต่ปากแข็ง“ไม่ต้องพูดเลย จะให้ฉันทิ้งพ่องั้นเหรอ”“ไม่ใช่ยังงั้นซะหน่อย มีอะไรกินบ้างอะหิวมากเลย หิวจนจะกินคุณได้ทั้งตัวแล้ว” เขาเปลี่ยนเรื่องคุย แล้วแกล้งจู่โจมหญิงสาวด้วยการใช้ปากและจมูกซุกไซร้งาบงับซอกคอ จนคนในอ้อมแขนดิ้นข
“ถอดสิ” ไมค์พูดสั้น ๆ พร้อมเอื้อมมือเรียวรูดซิปกระโปรงลงแล้วดึงรั้งชายกระโปรงออกจากขาเรียวยาวกระทั่งหลุดออกจากปลายเท้าที่ฝ่าเท้าขาวอมชมพู เขาอดใจไม่ไหวโน้มหน้าจูบที่แข้งเนียนขาวทำให้เอเนร่าหัวเราะชอบใจในการกระทำของคู่นอน“แต่ชิ้นนี้ต้องถอดด้วยปากนะ” เอเนร่าออดอ้อนเอ่ยขอออกไป เธอรู้ว่าอย่างไรเสียไมค
“งั้นก็รีบไปแต่งตัวนะลูกแล้วลงมาทานข้าวด้วยกัน”“ค่ะ” เอเนร่าตอบรับก่อนจะก้าวเท้าขึ้นบันไดเธอเหลือบตามองคนที่นั่งอยู่ที่โซฟา เธอยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนเดินขึ้นห้องไปบนโต๊ะอาหารที่มีพาสต้า สเต๊กเนื้อ มันบด และสลัดผักทูน่า ซึ่งเป็นฝีมือของพ่อม่ายลูกติด เอเนร่าเลือกใส่เสื้อคอกว้างโชว์ให้เห็นร่องอกนั่งอยู่ต
“พ่อหาได้เร็วทันใจหนูจังค่ะ แถมยังถูกใจหนูด้วย” ประโยคท้ายเอเนร่าพูดเสียงเบา วินฟังไม่ถนัดว่าลูกสาวพูดอะไรเพราะเอเนร่าหันหลังให้เขาขณะพูด แต่บรู๊คลินได้ยินมันชัดเจน“ลูกรักอยากเรียน พ่อก็ต้องส่งเสริมสิ่งที่ดีและมีประโยชน์กับลูก ไปอาบน้ำแต่งตัวนะลูกจะได้ลงมาทานอาหารกัน ตามสบายนะบรู๊ค”“ครับ” บรู๊คลิ
เอเนร่าจับเสื้อของไมค์ถอดออกทางศีรษะ เมื่อเสื้อหลุดออกจากกายแล้วทั้งคู่ก็ประกบปากจูบกันอย่างดูดดื่มอีกครั้ง มือเรียวลูบไล้ไปทั่วตัวของเธอบีบขยำทรวงอกอิ่มที่ใหญ่โตเกินวัย เขาพยายามจับเธอถอดกางเกงออกแต่เอเนร่าไม่ยอมเธอพลิกตัวหันหลังให้ไมค์ หันหน้าไปหาโทรทัศน์“ดูหนังกันก่อนสิกำลังสนุกเลย” เอเนร่าถ่วง







