تسجيل الدخولเอเนร่าส่งข้อความหากุ๊บกิ๊บบอกว่าวันนี้ไม่ไปเรียนนะเธอไม่สบาย ก่อนจะขึ้นไปอาบน้ำแล้วลงมารับประทานอาหารมื้อเช้าฝีมือพ่อ ระหว่างนั่งเล่นอยู่กับพ่อในห้องนั่งเล่นสายตาก็เหลือบไปเห็นยางรัดสีแดงซึ่งมันไม่ใช่ของวินอย่างแน่นอนและเธอก็ไม่ใช้ยางรัดผมสีแสบตาแบบนี้หรอก ต้องมีอะไรเกิดขึ้นในบ้านตอนที่เธอไม่อยู่
"พ่อคะ"
"ว่าไงลูกรัก" ปากก็พูดกับลูกสาว แต่สายตาไม่ได้สนใจจะหันมามองเธอเลย
"ยางรัดผมสีแดงนั่นของใครหรือคะ" เอเนร่าเอ่ยถาม สายตาของเธอจ้องจับผิดวินไม่ละสายตา วินรีบหันไปมองยางรัดผมที่ลูกสาวกล่าวถึงด้วยอาการเลิ่กลั่ก เขาจำได้ดีว่ามันเป็นของนานะ แต่ไม่เข้าใจว่านานะลืมไว้ได้อย่างไรเพราะเมื่อวานเธอไม่ได้ยุ่งกับศีรษะของตัวเอง เราอยู่ด้วยกันตลอดเวลา
"เอ่อ…." วินอึกอักไม่รู้จะหาคำแก้ตัวอย่างไร คำพูดของเขาเชื่อถืออะไรไม่ได้เลยยิ่งแก้ตัวยิ่งทำให้เอเนร่าสนใจเขามากขึ้นกว่าเดิม "พ่อ….ตั้งใจซื้อมาให้ลูก"
"พ่อรู้ใช่ไหมคะ ว่าหนูไม่ชอบให้ผู้หญิงคนไหนเข้ามาอยู่ในบ้านของแม่โดยเฉพาะผู้หญิงขายบริการพวกนั้นของพ่อ"
"เอเนร่า..."
วินร้องเรียกลูกสาวที่เดินหนีขึ้นไปชั้นบน เขารู้สึกผิดที่พานานะมาที่บ้านอีกครั้ง และเอเนร่าก็จับได้ว่าเขาพาผู้หญิงเข้าบ้าน เขาไม่น่าพานานะมาเลย ยางรัดผมสีแดงนั่นก็คงจะเป็นฝีมือของนานะที่จงใจเอามาวางไว้ให้เอเนร่าเห็น นานะต้องการมีตัวตนในชีวิตของเขา
และครอบครัว เธอพยายามแสดงตัวให้เอเนร่าหรือคนใกล้ชิดของเขารู้ นานะทำให้เอเนร่าโกรธเขา เอเนร่ารักแม่ของเธอมากและเธอก็หวงเขามากเช่นกัน วินจึงต้องโทร.ไปต่อว่าเธอ
'นานะกำลังคิดถึงพี่วินอยู่พอดีเลย เอ๊ะ! พี่วินไม่ทำงานหรือคะ'
"ทำแบบนี้ทำไม เธอจงใจเอายางรัดผมวางไว้บนโต๊ะให้เอเนร่ามาเห็น พี่บอกแล้วใช่ไหมว่าห้ามทำอะไรให้เอเนร่ารู้เด็ดขาดว่าพี่พาเธอมาที่บ้าน"
'พี่วิน พูดอะไรคะ ยางรัดผมของนานะอยู่บ้านพี่วินเหรอคะ นานะก็คิดอยู่ว่ามันหายไปไหน' นานะไม่ยอมรับความจริง เธอยังคงตีหน้าซื่อโกหกวินต่อ
"เราคงไม่เจอกันสักพัก"
'พี่วิน! ฮัลโหล ๆ'
เขาไม่น่าทำให้เอเนร่าโกรธเลย เธอยิ่งไม่สบายอยู่ลูกควรจะมีความสุขไม่เครียดและคิดมากกับเรื่องไร้สาระของเขาเช่นนี้เลย วินตัดสินใจเดินขึ้นบันไดไปยังห้องนอนของลูกสาว
ก๊อก ๆ ๆ
"เอเนร่าลูกรัก พ่อต้องการคุยกับลูก เปิดประตูให้พ่อหน่อยนะเด็กดี"
เงียบ....ไร้เสียงตอบรับ วินชั่งใจอยู่นานพอสมควรไม่รู้ว่าควรเริ่มพูดอะไรก่อนดี เมื่อครั้งที่เอเนร่าโกรธเพราะเขาพานานะมาที่บ้านครั้งแรก เอเนร่าพุ่งเข้าใส่นานะทันทีและนานะเองก็ไม่ยอม เธอบอกกับลูกสาวของเขาว่าเธอเป็นผู้หญิงของเขา นานะต้องการให้เอเนร่าเคารพเธอในฐานะที่เธอเป็นคนรักของพ่อ เอเนร่าในวัยสิบหกปีไม่ยอมแถมยังต่อว่าด่าทอนานะว่าเป็นผู้หญิงโสเภณีเป็นผู้หญิงที่ใช้ส่วนล่างหากินไม่สมควรที่จะได้รับความเคารพจากเธอและไม่สมควรที่จะมายืนอยู่ในบ้านหลังนี้ด้วย เอเนร่ายื่นคำขาดกับพ่อห้ามให้อีกะหรี่เข้ามาเหยียบบ้านแม่อีก แต่เขา...ก็ทำผิดต่อคำสัญญาที่ให้ไว้กับลูกสาว
"พ่อขอโทษที่โกหกและปิดบังลูกเรื่องเมื่อคืน พ่อเสียใจเอเนร่า"
.......
"อย่างน้อยลูกก็ควรออกมากินข้าวและกินยาหน่อยนะ พ่อเตรียมไว้ให้ข้างล่างนะลูก หรืออยากให้พ่อยกขึ้นมาให้"
แอด... เสียงเปิดประตูออกมา เอเนร่ามองหน้าวินด้วยแววตาว่างเปล่า วินทำสีหน้าไม่ถูกไม่รู้ว่าตนนั้นควรยิ้มหรือเศร้า
"พ่อเลิกกับมันได้ไหม" ผู้เป็นพ่อมองหน้าลูกสาวอย่างลำบากใจ เขาไม่คิดว่าลูกสาวจะพูดแบบนี้เพราะเธอไม่เคยเข้ามาก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเขาเลย "ผู้หญิงคนนั้นต้องการมาแทนที่แม่ของหนู และมันไม่มีวันเป็นไปได้ หนูไม่ต้องการให้มันฝันกลางวันและพยายามมีตัวตนในบ้านของเรา"
"ใจเย็นลูกรัก พ่อเข้าใจความรู้สึกของลูกดี พ่อสัญญาจะไม่ให้เขามาที่บ้านของเราอีก ครั้งนี้พ่อขอโทษจริง ๆ" แม้คำสัญญาของเขาจะเป็นคำสัญญาลม ๆ แล้ง ๆ ก็ตาม แต่เขาก็ยังอยากจะให้เอเนร่าเชื่อใจเขา
อีกครั้ง
วันนั้นเราบังเอิญเดินชนกันตรงมุมตึกสำนักงาน เป็นครั้งแรกที่ผมได้มองใบหน้าสดใสชัด ๆ และได้สัมผัสเรือนร่างนุ่มนิ่มของเธอ เธอน่ารักน่ามองไปเสียทุกส่วน แถมกลิ่นกายยังหอมกรุ่นจนใจผมแอบคิดอยากก้มลงไปสูดดมใกล้ ๆ“ขอโทษทีครับ เจ็บตรงไหนมั้ยครับ”“เอ่อ ไม่เป็นไรค่ะ”เธอทำท่าจะเดินจากไป แต่ผมรอช้าไม่ได้ ต้องหารับมือเพื่อรั้งเธอไว้ก่อน“เดี๋ยวก่อนครับ เราเคยเจอกันมาก่อนมั้ย คุณทำงานที่ตึกนี้เหรอครับ”“ใช่ค่ะ ทำงานที่นี่” เธอชะงักทักทาย สายตาคู่โตมองหน้าผมนิ่งอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะประหม่าจนต้องหลบสายตาไปทางอื่น“ผมก็ทำงานที่นี่เหมือนกันครับ ผมชื่อวินนะ คุณชื่ออะไรเหรอครับ”“นิรดาค่ะ... คงต้องขอตัวก่อนนะคะ”“เรา... พอจะมีโอกาสได้เจอกันอีกมั้ยครับ”........ ร่างบางเดินหายเข้าไปในตึก ทิ้งให้ผมยืนอยู่อย่างคนไม่รู้อะไรเลย นอกจากชื่อของเธอ... นิรดาเธอทำงานอยู่แผนกไหนกันแน่? ผมเฝ้าหาข้อมูลจนสืบรู้มาว่าเธอเป็นพนักงานธนาคารอยู่ชั้นสาม หลังจากนั้น เราสองคนก็ได้เจอกันบ่อยขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งก็มาจากความตั้งใจของผมเองที่พยายามพาตัวเองไปวนเวียนใกล้ ๆ เธอ จากได้สบตา ก็เริ่มได้พูดคุย จากทำความรู้จัก ก็เลื่อนสถานะมา
ส่วนคนสุดท้ายเด็กชายฟาร์เดลวัยแปดเดือน ช่วงที่ตั้งท้องคนนี้เธอบอกเลยว่าแพ้ท้องหนักมาก กินอะไรเข้าไปคืออาเจียนออกมาหมด แต่พอถึงเวลาคลอดคุณหมอกลับมาบอกว่าเด็กตัวโต ไม่สามารถคลอดธรรมชาติได้จะต้องผ่าคลอด กว่าจะผ่านพ้นช่วงเวลานั้นมาได้ เล่นเธอขลาดเรื่องการมีลูกไปอีกนานเลย“ตาตามา” เสียงน้องเดมี่เรียกคุณตาวิน พร้อมกับชี้มือไปหน้าบ้าน จนทุกคนในบ้านต้องมองตามวินกับภรรยามาเยี่ยมหลาน ๆ นั่นเอง นิรดาเองก็เพิ่งคลอดลูกสาวได้ไม่นาน หลังจากที่เอเนร่าคลอดน้องฟาร์เดลได้ไม่ถึงสามเดือน วินก็ส่งข่าวมาบอกว่าแม่เลี้ยงคลอดน้องแล้วนะ ลูกสาวของนิรดากับวินมีชื่อว่าน้องญาดา น่ารักน่าชังเหมือนแม่มาก เป็นน้องสาวที่ห่างกับเธอยี่สิบเก้าปีเลย“สวัสดีค่ะพ่อ สวัสดีค่ะพี่นิ่ม นึกว่าจะมาวันอาทิตย์ นี่นั่งเครื่องมาไม่บอกหนูเหรอคะพ่อ”“คุณวินคิดถึงหลาน ๆ ค่ะ อยากจะมาตั้งแต่วันจันทร์ที่แล้วอีกค่ะ แต่งานไม่เสร็จจึงต้องมาวันศุกร์แทน”“เจ้าอ้วนของตา โอ้ ตาอุ้มหนูไม่ไหวแล้วนะเนี่ย” คุณตาวินเดินไปหอมแก้มหลานสาวทั้งสองคนก่อนจะรับร่างหลานชายมาอุ้ม“ซื้ออะไรมาเยอะแยะครับพี่”“ของฝากจากกรุงเทพฯ น่ะ นี่เหล้าอิตาลีเชียวนะได้มาจากลูก
น้องชายทั้งสองของเอเนร่าถูกเชิญมานำขบวนถือแหวนให้พี่สาวและช่อดอกไม้ และแน่นอนว่าเพื่อนเจ้าสาวจะเป็นใครไม่ได้เลยนอกจากกุ๊บกิ๊บเพื่อนสนิทสาวที่รู้ใจเอเนร่าที่สุด ขณะที่เจ้าสาวกำลังเดินผ่านแขกเหรื่อนั้นเธอหันไปสบตากับอริส แม่ส่งยิ้มอบอุ่นมาให้ มันทำให้เธอน้ำตาคลอ ใบหน้าของบรู๊คลินเปื้อนยิ้มขณะมองมาที่หญิงสาว เขาในลุคนี้ดูหล่อเท่กว่าทุกวัน ทรงผมที่ถูกจัดแต่งมาอย่างเนี๊ยบเอเนร่าไม่เคยเห็นเขาในลุคนี้มาก่อน และนั้นคงจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอกับเขาต้องรู้จักกันมากขึ้น บรู๊คลินยื่นมือออกมารอรับ วินจับมือของลูกสาวไปวางทาบทับบนฝ่ามือใหญ่ ไม่มีใครพูดอะไรออกมามีเพียงรอยยิ้มเท่านั้น“นางสาวเอเนร่า สุขภักดี คุณจะรับนายบรู๊คลิน ลีเบิร์นเนอร์เป็นสามีของคุณหรือไม่” บาทหลวงถาม“รับค่ะ”“คุณบรู๊คลิน คุณจะรับนางสาวเอเนร่า สุขภักดีเป็นภรรยาของคุณหรือไม่” “รับครับ”“ข้าพเจ้าเอเนร่า สุขภักดีขอรับบรู๊คลิน ลีเบิร์นเนอร์เป็นสามี และขอสัญญาว่าจะถือความซื่อสัตย์ต่อคุณในยามสุขและยามทุกข์ ทั้งในเวลาป่วยและเวลาสบายเพื่อรักแลยกย่องให้เกียรติคุณจนกว่าชีวิตจะหาไม่” เอเนร่ากล่าวคำปฏิญาณ“ข้าพเจ้าบรู๊คลิน
“Yes or no” เขาถามย้ำอีกครั้ง“นี่มันเป็นวันเกิดฉันนะ” เอเนร่าสวนกลับไปทันที “ผมอยากเป็นของขวัญวันเกิดให้คุณ แต่งงานกับผมนะครับ” เขาพูดพร้อมทรุดกายนั่งคุกเข่ากับพื้นและหยิบกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มออกมาจากกระเป๋าเสื้อด้านใน แหวนเพชรเม็ดงามวงใหญ่กว่าที่เธอสวมอยู่“ทุกคนรู้เรื่องอยู่แล้วใช่ไหมค่ะ พ่อรู้ใช่ไหม” เอเนร่ายังเล่นตัวไม่ยอมตอบคำถามของบรู๊คลิน และหันไปจี้ถามทั้งสามคน นิรดาหลบตาเธอคนแรก นั่งหมายความว่าทุกคนรู้เรื่องหมดยกเว้นเธอ“พ่อรู้นิดเดียว บรู๊คบอกจะเซอร์ไพส์ลูก พ่อรู้แค่นั้น” “ใช่ฉันก็รู้แค่นั้น เพราะคุณอาบรู๊คไม่ยอมบอกอะไรเลย” กุ๊บกิ๊บรีบออกตัว“พี่ก็รู้เท่าที่คุณวินรู้แหละค่ะ” นิรดาตอบบ้าง“ผมวางแผนเองคนเดียวเลย หันมาตอบคำถามผมก่อน เร็ว!” บรู๊คลินรับผิดก่อนจะรบเร้าให้เอเนร่าตอบเขาก่อน“ค่ะ ตกลง”“เย้!!! รักคุณที่สุดเลยที่รักของผม วันนี้ผมเรียกพี่ว่าพ่อได้เต็มปากแล้วนะครับพ่อวิน” คำพูดของบรู๊คลินเรียกเสียงหัวเราะให้ทุกคนในบ้าน วันเกิดปีนี้เป็นวันที่สุดพิเศษและมีความสุขที่สุด วินได้เจอผู้หญิงที่รักเขาและเขาก็รักเธอแล้ว นั้นเป็นสิ่งที่เธอหมดห่วงและยอมตกลงแต่งงา
วันเสาร์ เป็นวันที่วินกับนิรดาหยุดงานทำให้ทั้งสองนัดเจอกันเพื่อไปเลือกซื้ออาหารมาจัดงานวันเกิดเล็ก ๆ ให้ลูกสาวสุดที่รัก ก่อนหน้านั้นสองวันวินชวนลูกสาวคุยถึงงานวันเกิดที่จะถึงว่าจะจัดแบบไหน หรือบรู๊คลินอยากพาไปเลี้ยงที่ไหนไหม“แล้วลูกคุยกับบรู๊คหรือยังว่าจะไปที่ไหน” “ไม่ต้องคุยหรอกค่ะพ่อ เราทำอาหารกินภายในครอบครัวเหมือนทุกปีก็พอ”เมื่อได้ยินสิ่งที่เอเนร่าพูดก็พอจะเดาได้ว่าระหว่างสองคนเกิดอะไรขึ้น จึงปล่อยเลยตามเลยเพราะว่าก่อนหน้านั้นหนึ่งเดือนบรู๊คลินยังคุยกับเขาอยู่เลยว่าจะทำเซอร์ไพส์ในงานวันเกิดของเอเนร่า ซึ่งเขาเองก็ไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติมจึงไม่รู้ว่าบรู๊คลินคิดจะทำอะไรงานวันเกิดปีนี้เอเนร่าไม่ได้เหงาอย่างที่คิด แม้วาในทุกปีจะมีเพียงพ่อกับเธอเท่านั้น แต่ทว่าปีนี้มันพิเศษกว่าทุกปีเพราะว่ามีนิรดา และยังมีกุ๊บกิ๊บมาร่วมงานวันเกิดเธอด้วย และที่สำคัญอริสวิดีโอคอลข้ามประเทศมาอวยพรวันเกิดให้ลูกสาว“สุขสันต์วันเกิดนะลูกรัก แม่ขอให้หนูมีความสุขและ ขอให้หนูประสบความสำเร็จในชีวิตในทุก ๆ เรื่องนะลูก เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต แม่รักลูกนะจ๊ะ” “ขอบคุณค่ะแม่ หนูก็รักแม่ค่ะ”“ส่วนของข
“พ่อยังไม่กลับหรือ” เป็นประโยคแรกที่เขาพูดกับเธอ เอเนร่าลอบถอนหายใจเมื่อทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง“กำลังกลับ” เธอตอบสั้น ๆ เพราะเธอไม่ค่อยจะสบอารมณ์เท่าไรนัก นับวันบรู๊คลินยิ่งดูหล่อเท่และเนี๊ยบตามฉบับนักธุรกิจหนุ่ม มันช่างแตกต่างจากบรู๊คลินคนที่เธอรู้จัก เขาดูดีในชุดสูทรองเท้าหนัง หากเป็นแต่ก่อนคงเห็นภาพเสื้อยืดตัวบางกับกางเกงสปอร์ตขายาวสะพายกระเป๋าใบใหญ่ เขาเดินมาหาและยกมือใหญ่ลูบศีรษะของแฟนสาวอย่างเอ็นดู ก่อนจะโอบรอบเอวหญิงสาวพาเดินเข้าบ้าน“งอนเหรอ……ช่วงนี้ผมงานยุ่งจริง ๆ ผมอยากให้คุณเข้าใจ” เขาพูดขณะทรุดกายนั่งก่อนฉุดร่างเพรียวบางลงไปนั่งตักหนาด้วย“เข้าใจค่ะ เพราะเข้าใจไงคะ ฉันถึงไม่ไปวุ่นวายกับคุณ”“บอกให้ไปอยู่ด้วยกันแต่แรก็ไม่ยอม ผมอยากตื่นเช้ามาเจอหน้าคุณคนแรกก่อนนอนก็อยากเห็นหน้าเมียเป็นคนสุดท้าย” น้ำเสียงเนือย ๆ บ่งบอกว่าเจ้าตัวน้อยใจแต่ปากแข็ง“ไม่ต้องพูดเลย จะให้ฉันทิ้งพ่องั้นเหรอ”“ไม่ใช่ยังงั้นซะหน่อย มีอะไรกินบ้างอะหิวมากเลย หิวจนจะกินคุณได้ทั้งตัวแล้ว” เขาเปลี่ยนเรื่องคุย แล้วแกล้งจู่โจมหญิงสาวด้วยการใช้ปากและจมูกซุกไซร้งาบงับซอกคอ จนคนในอ้อมแขนดิ้นข
จริงด้วย เขาลืมเสียสนิทเมื่อครู่เธอบอกว่าพ่อของเธออยู่บนทางด่วน นี่ก็ผ่านมาร่วมยี่สิบนาทีแล้วน่าจะเหลือเวลาไม่เกินสิบนาทีเขาต้องเร่งทำภารกิจนี้ให้สุขสมโดยเร็ว โดยเฉพาะสาวร่างเพรียวที่นอนหงายหายใจหอบเหนื่อยอยู่ที่เบาะรองออกกำลังกายของเธอเอง สายตาสื่ออารมณ์ยังคงแสดงฉายชัดออกมาถึงความต้องการอย่างชัดเจ
"ฮัลโหลกลับมาหรือยังคะ""เรียนสนุกมากเลยค่ะ จนไม่อยาก....หยุด...เลยค่ะ" เอเนร่าพูดกับปลายสายไปแต่ส่วนล่างของเธอบดขยี้ที่เป้าตุงของเขาจนบรู๊คลินต้องกำมือแน่นเพื่อข่มอารมณ์เอาไว้ เธอส่ายวนสะโพกงอนของตนเองเป็นวงกลมสายตาคมสวยจับจ้องใบหน้าคมเข้มที่บัดนี้บิดเบี้ยวเหยเกราวเจ็บปวดเจียนตาย"มาเร็ว ๆ นะคะหนู
ระหว่างที่เรียนโยคะเอเนร่าเปิดเพลงสากลจากโทรศัพท์มือถือฟังไปด้วย ช่วงที่เธอกำลังทำท่านี้อยู่เป็นจังหวะเพลงโปรดกำลังเล่นอยู่พอดีทำให้เอเนร่าโยกตัวไปมาตามจังหวะเพลง เธอหลับตาพริ้ม สิ่งที่เธอทำอยู่เดือดร้อนไปถึงอีกคน บรู๊คลินลอบกลืนน้ำลายลงคอเพื่อระงับอารมณ์บางอย่างของตนเองที่กำลังตื่นตัวขึ้น สายตาจ้อ
เอเนร่า สาวมหา'ลัยแสนสวยดีกรีดาวคณะ ด้วยหน้าตาที่สวยโดดเด่นทำให้มีหนุ่มต่างคณะแวะเวียนมาขายขนมจีบอยู่บ่อยครั้ง ไม่เว้นแม้แต่อาจารย์หนุ่มบางคนที่แสดงออกชัดเจนว่าสนใจเธอและอยากจะสานสัมพันธ์กับเธอ เอเนร่าเป็นลูกครึ่งไทย-อังกฤษ แม่ของเธอเป็นคนอังกฤษและจากเธอไปตั้งแต่เธออายุเพียงเก้าเดือนเท่านั้น เธอจึง







