LOGIN“ไม่รู้สิ มึงรอเป็นคุณอาได้เลยไอ้ดี แล้วเนี่ยไม่ไปทำงานเหรอ?”
“ไม่ครับ วันนี้ผมว่าจะไปหาพี่เลวที่อู่สักหน่อย เห็นว่าเมื่อคืนไปกินเหล้าเมาที่ผับชกต่อยกับคนในผับจนหัวแตก” แม้ไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อถึงบอกให้ตัวเองเตรียมตัวเป็นคุณอาก็เถอะ แต่เขาก็ไม่ได้ถามต่อ “อ้อ...เมื่อคืนออกไปประกันตัวมันน่ะสิ” “ครับ สร้างแต่เรื่อง เที่ยวโรงพักแทบวันเว้นวัน” “เฮ้อ! พี่ของลูกแต่ละคนเนี่ยสมชื่อจริงๆ เลย มีแต่ดีเนี่ยแหละค่อยเป็นที่น่าภูมิใจให้พ่อหน่อย ไปเถอะ มันเย็บกี่เข็มล่ะรอบนี้” “แปดเข็มครับ” “อือ...ไปเถอะ ไปดูมันเถอะ แล้วเนี่ยกินข้าวรึยัง” “ไปกินที่อู่พี่เลวได้ครับ” “อือ...ขับรถดีๆ ล่ะลูกดีของพ่อ ดีสมชื่อจริงๆ เลยไอ้คนนี้” หึหึ เขาทำเพียงยกยิ้มขำในลำคอกับคำพูดของพ่อแล้วเดินจากไปไม่พูดตอบความท่านอีก จังหวัดสุโขทัย ณ ไร่ส้มหฤทย์ที่เปลี่ยนชื่อไร่มาเป็นชื่อของเจ้าของคนปัจจุบัน เขาสั่งให้คนงานไปจัดห้องพักแม่เลี้ยงที่มาฝึกงานกับตนเองด้วย แน่นอนบ้านหลังใหญ่เขาไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายด้วย เขาชอบอยู่คนเดียว สั่งไอ้จ้อนคนสนิทที่วิ่งมารับให้พาณปภัชไปยังห้องพักคนงานที่อยู่ห่างจากบ้านของตัวเองไปเดินไปร้อยเมตรถึง ส่วนไอ้จ้อนก็รีบหิ้วกระเป๋าของหญิงสาวแล้วพาไปทันทีโดยไม่ถามนายหนุ่มด้วยกลัวจะโดนเตะอัดเข้ามุม เพราะสีหน้าของนายมันแสดงออกชัดเจนว่าพร้อมจะเตะทุกคนที่ถาม “เชิญครับคุณ...” “ไอซ์ค่ะพี่ เรียกฉันว่าไอซ์ก็ได้ค่ะ” เมื่อเห็นคนที่เดินนำตัวเองนั้นหยุดนิ่งไป จึงเอ่ยแนะนำบอกชื่อเล่นตัวเองกับชายหนุ่มร่างอ้วนที่ดูเหมือนจะอายุมากกว่าตัวเอง “อ้อ...ครับคุณไอซ์ ว่าแต่ทำไมมากับนายได้ล่ะครับ” จ้อนชวนคุยและถามขณะเดินไปยังห้องแถวที่เป็นที่พักของคนงานของไร่ส้ม ที่พักฟรี ข้าวฟรี ใครๆ ก็รักเจ้าของไร่ส้มหฤทย์ นายของมันไม่เคยเอาเปรียบลูกน้องมีแต่ให้ ใครขัดสนค่าเทอมลูกหรือเจ็บป่วยออกให้ฟรีตลอด สวัสดิการดีใครๆ จึงรักเคารพหฤทย์ “คือ...” จะให้ตอบยังไงดีล่ะว่าเธอมากับเขาในฐานะแม่เลี้ยง และเป็นแม่เลี้ยงที่ยังเด็กด้วย เด็กจนเป็นลูกสาวของเขาก็ยังได้ “ไม่เป็นไรครับ ถึงห้องแล้ว ทำความสะอาดเองได้นะครับ” เมื่อเดินมาถึงห้องแถวที่เป็นโซนของคนงานผู้หญิง ไอ้จ้อนก็ล้วงกุญแจในกระเป๋ากางเกงออกมาเปิดไขห้องพักที่เป็นห้องว่างให้ณปภัชดูในห้องทันที ห้องพักที่พามาเป็นห้องพักของคนงานหญิงที่ยังโสดยังไม่มีครอบครัว มีห้องน้ำในตัวสะดวกสบายต่างจากห้องพักของชายที่เป็นห้องน้ำรวมที่อยู่ห่างจากตรงนี้ไปห้าร้อยเมตร “ทำได้ค่ะ ขอบคุณนะคะพี่จ้อน” “ไม่เป็นไรครับ ด้วยความยินดี งั้นพี่ไม่กวนแล้วนะครับ ทำความสะอาดห้องได้เลยครับ” จ้อนเอ่ย “ค่ะพี่ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ แค่นี้สำหรับไอซ์ก็ดีมากแล้ว” ณปภัชเดินเข้าไปในห้องเพื่อเดินสำรวจพร้อมกับจ้อนเดินจากไป เธอมองเตียงเล็กขนาดสามฟุตครึ่งและโต๊ะเครื่องแป้งขนาดเล็กที่มุมห้อง และเดินไปยังตู้เสื้อผ้าขนาดเล็กกับเดินไปส่องดูห้องน้ำ แม้จะเล็กแคบ แต่มันก็สะดวกสบายสำหรับอยู่คนเดียวแบบเธอ “ทำไมเราต้องมาอยู่ตรงนี้ด้วยนะไอซ์” เธอพึมพำกับตัวเองพร้อมกับเดินไปนั่งลงบนเตียงนอนแข็งๆ แต่มันก็พอนอนได้ ใช่ว่าไม่เคยลำบาก ก่อนหน้านี้แทบจะไม่มีที่ซุกหัวนอน แต่โชคดีที่คุณท่าน เจ้านายเก่าของพ่อให้ความช่วยเหลือ แต่ก็มีสัญญาที่บอกใครไม่ได้ และสัญญาที่ว่านั้นก็ผลักดันให้เธอมาอยู่ที่นี่ในสภาพนี้ เฮ้อ! เธอถอนหายใจแล้วลุกขึ้นเดินไปหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าที่จ้อนวางไว้ที่หน้าประตูมาเปิดออกแล้วจัดเสื้อผ้าเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้าขนาดเล็ก เธอมีเวลาสามเดือนที่ไร่ส้มหฤทย์ เธอไม่รู้หรอกว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น เพราะตอนตัดสินใจลงนามในสัญญากับคุณท่านนั้น เธอก็ตัดสินใจดีแล้ว เพียงเพราะเห็นรูปถ่ายใบเดียวของหฤทย์“ครับพ่อ ผมจะไม่ทำให้น้องแตงเสียใจ ห้าวกว่านี้ผมก็รักครับ เพราะผมเกิดมาเพื่อรักน้องแตงคนเดียว ตอนนี้ไม่ห้าวแล้วนะครับป๊า น้องแตงพูดขามีหางเสียงหวานๆ แล้วครับตอนนี้”เขารับปากหนักแน่นพร้อมกับบอกท่านว่าตอนนี้แตงไทยนั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว เพราะว่าฮอร์โมนคุณแม่ทำให้คนดื้อของเขาเปลี่ยนไป และที่สำคัญเธอเสพติดเขาด้วยแหละ เขาชอบฮอร์โมนคุณแม่ของเธอที่สุด ก็เวลาไปทำงาน เธอก็ออกไปด้วย ไม่ได้ไปธรรมดา แต่ไปลวนลามเขา ซึ่งเขาชอบ“ป๊า...” แตงไทยเรียกพ่อตัวเองแล้วโถมตัวเข้าโอบกอดคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตรงหน้าแล้วผละออกมาหอมแก้มท่านแรงๆ ทั้งสองข้าง“แตงรักป๊านะ”“ป๊าก็รักแตง ต่อไปนี้ก็ดูแลตัวเองดีๆ นะไอ้แตง แกไม่ได้ตัวคนเดียวแล้ว แต่แกกำลังอุ้มท้องหลานป๊าถึงสองคนเชียวนะไอ้แตง”“ค่ะป๊า แตงจะห้าวให้น้อยๆ”“เอาล่ะเลว ได้เวลาขอบคุณญาติๆ บนเวทีแล้วนะ พาน้องไปได้แล้วลูก” ศิวดลก้มมองดูนาฬิกาที่ข้อมือแล้วบอกลูกชาย“ครับพ่อ” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วโอบกอดเอวกลมของแตงไทย“ไปกันเถอะทูนหัว” แล้วเขาก็โอบกอดประคองแม่ยอดรักพาเดินไปยังเวทีกลางลานกว้างของสวนหน้าบ้านกำเนิดกุลสี่ทุ่มเกือบห้าทุ่ม ลภัชดนย์แยกจากพี่ชา
หนึ่งเดือนต่อมา... งานแต่งงานของลภัชดนย์และแตงไทยถูกจัดขึ้นแบบเรียบง่าย แขกที่มาร่วมงานก็มีแต่คนในครอบครัว เพื่อน ญาติคนสนิทเท่านั้น ในมุมหนึ่งของงาน หฤทย์อุ้มลูกสาว เด็กหญิงณัฐชนนตัวน้อยวัยขวบกว่านั่งบนตักตัวเองและข้างๆ มีณปภัช ภรรยาคนสวยที่กำลังอุ้มท้องลูกน้อยคนที่สองอยู่ ซึ่งตอนนี้อายุครรภ์ได้สองเดือนกับหนึ่งสัปดาห์ อีกฝั่งตรงข้ามทั้งสองก็เป็นครอบครัวของดิฐากับจันทร์เจ้า บนตักของดิฐาก็มีเด็กชายดิฐากรนั่งอยู่เช่นกัน“ไม่อยากเชื่อว่าเลวจะแต่งงาน” หฤทย์เอ่ยและเกือบเผลอหลุดคำหยาบไปแล้ว แต่ดีที่หันมาสบตาภรรยาคนสวยที่นั่งข้างๆ ทันเลยเปลี่ยนคำพูดทัน“นั่นดิพี่ ผมก็ไม่อยากเชื่อว่าเจ้าบ่าววันนี้คือพี่เลว” ดิฐาเอ่ยเห็นด้วยกับพี่ชาย เพราะในบรรดาของพวกเขาสามคนพี่น้อง เปอร์เซ็นต์ของการแต่งงานมีครอบครัวของลภัชดนย์แทบเป็นศูนย์ เพราะลภัชดนย์ไม่เคยเชื่อในความรักและยากที่จะเชื่อ แต่วันนี้เขาและพี่ชายคนโตก็ได้เห็นแล้วว่าเจ้าบ่าวของงานแต่งงานวันนี้คือลภัชดนย์จริงๆ“พี่โหด น้องคลูตาจะปิดแล้วส่งลูกมาให้ไอซ์เถอะค่ะ ไอซ์จะพาลูกไปกินนมนอน” ณปภัชเอ่ยเมื่อมองเห็นลูกสาวตัวน้อยแก้มยุ้ยตาปรือและหัวเซไปเซ
“อ่า...สวยเหลือเกินแตงจ๋า...แตงของผัว คิดถึงมากรู้ไหม อยาก ‘เอา’ ทุกวันจนเช้าเลยทูนหัว อื้ม...”“อะ...อื้อ พี่เลว...” สาวเจ้าคนสวยครางกระเส่าไปกับปลายลิ้นสากที่ลากไล้ถูไถตั้งแต่โคนหูเลื้อยมายังเนินอกอวบยกเด้งตอบรับปลายลิ้นสาก ซึ่งลืมกลิ่นละมุดเน่าและกลิ่นบุหรี่ที่ลอยอบอวลในห้องไปเสียสนิทเมื่อเพลิงราคะได้เริ่มลุกโชนขึ้น สิ่งเดียวที่แตงไทยรับรู้ได้ตอนนี้คือกลิ่นกายกลิ่นสาบของคนเหนือร่างที่โหยหาคิดถึงมาตลอดหลายเดือนที่ไม่ได้คุกวงในชายหนุ่ม“อ่า...สวยเหลือเกิน เต็มไม้เต็มมือไปหมดแตงจ๋า อ่า...ไม่ไหวแล้ว ‘หิว’ เหลือเกินทูนหัว ซี้ด...อูว์” เขาดูดยอดอกอวบอูมสีระเรื่อที่ไม่ได้ดูดนาน คิดถึง อีกมือก็กอบกุมเต้าอวบใหญ่ล้นมือจากเมื่อก่อนขนาดพอดีมือ แต่ตอนนี้อาจเพราะเจ้าแฝดทั้งสองเลยทำให้หุ่นแม่มีน้ำมีนวลอวบอิ่มน่าฟัดคลอเคลียกว่าเดิมที่เคยแนบอิง“อ่า...พี่เลว อ่า...ไม่ไหวแล้ว อื้อ...เสียว” เธอร้องเสียวกดหัวทุยเล็กซบลงกลางหว่างอกพร้อมกับเรียวขาทั้งสองยกขึ้นมากอดเอวหนาแล้วถูไถเท้าตัวเองกับก้นของบุรุษ“อ่า...พี่รู้ทูนหัว อ่า...แต่พี่จะเบาๆ นะ จะได้เซฟลูกเราในท้องด้วย”“อือ...แต่อย่าช้าได้ไหมพี่เลว แตงไ
“แล้วทำไมต้องกอดด้วย รู้ไหมว่าวันนั้นเสียใจมากแค่ไหน นึกว่าแตงเลือกไอ้หน้าตี๋นั่น พี่เลยหายออกมาเงียบๆ และเห็นกระป๋องเบียร์ ขวดเหล้าและกลิ่นละมุดเหม็นๆ นี่ไหม กลิ่นบุหรี่ที่อบอวลในห้องด้วย คือผลมาจากวันนั้นทั้งนั้น รู้ไหมพี่เสียใจมากแทบไม่เป็นผู้เป็นคน ดื่มหนักทุกวัน” “คนโง่!” “ใช่ พี่มันโง่ โง่เพราะรักเรานั่นแหละ แต่งงานกันนะ พี่ไม่อยากเสียเวลาอีกแล้ว พี่อยากให้ทุกคนรู้ว่าแตงเป็นของพี่” “แล้วถ้าปฏิเสธล่ะคะ” “ไม่ยอม! จะจับมาขังไว้ในห้อง ไม่แต่งงานก็ได้ เพราะยังไงตอนนี้แตงก็อุ้มท้องลูกพี่แล้ว แถมลูกแฝดด้วย” “ร้ายกาจ!” “แน่นอน พี่มันร้ายกาจ ไม่ร้ายกาจไม่หลงรักแตงจนเป็นบ้าเป็นหลังขนาดนี้หรอก รู้ไหมว่าพี่ไม่เคยเชื่อในความรักและคิดว่าความรักเป็นเรื่องไร้สาระ อย่างพี่ชายของพี่และน้องชายของพี่ พี่มองพวกเขาทั้งสองมีความรักแล้วตลกและคิดว่าพวกเขาคิดผิดมากที่แต่งงานมีครอบครัว แต่ตอนนี้พี่รู้แล้วว่าพวกเขาทั้งสองไม่ได้คิดผิดแต่คิดถูก เพราะพี่ก็อยากมีครอบครัวแบบพวกเขา อยากให้ลูกของเราโตมามีพ่อมีแม่ เพราะชีวิตตอนเด็กของพี่ที่ขาดแม่ มันไม่ได้ดีหรอกนะแตง มันลำ
ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้มาบ้านหลังใหญ่ของลภัชดนย์ เธอถูกอุ้มลงจากรถพาเดินเข้าไปในบ้าน ดีที่ในบ้านไม่มีใครอยู่ มีเพียงสาวใช้ที่เห็นเธอตอนถูกคนตัวโตอุ้มขึ้นมาบนห้องเท่านั้น พอเข้ามาในห้องก็เห็นว่ามีกระป๋องเบียร์ทิ้งเกลื่อนกลาดเต็มพื้นห้อง ซึ่งเหม็นจนแสบจมูก และในห้องเต็มไปด้วยกลิ่นของควันบุหรี่ที่เขาดูดก่อนหน้า “เหม็น!” เธอบอกเขาเมื่อได้รับอิสระ “ไม่ได้ให้เด็กมาทำความสะอาดหลายวันแล้ว เหม็นมากไหมแตง” เขาถามด้วยความเป็นห่วงและเป็นห่วงเจ้าตัวเล็กในท้องด้วย “มาก! ถ้าจะคุยไปคุยที่อื่นเถอะ ในห้องนี้ไม่ได้จริงๆ มันเหม็น มีทั้งกลิ่นเหล้ากลิ่นบุหรี่ คุณอยู่ไปได้ยังไงกันคุณเลว” “จะเอาอะไรกับคนอกหักตรอมใจเมียไม่รักล่ะ” “คุณเลว คุณต่างหากที่ทิ้งแตงไม่ใช่แตงทิ้งคุณ” เธอบอกเขา “ไม่ทิ้งแล้วทำไมไม่บอกว่าถอนหมั้นแล้ว และทำไมไปยืนกอดกันกับไอ้หน้าขาวตี๋นั่นในร้านอาหาร” “เมื่อไหร่ที่แตงไปกอดกับเฮียโป้ง” “ก็ที่โรงเตี๊ยมเพทาย แตงเป็นคนโผเข้ากอดไอ้หน้าขาวนั่นเอง” “เดี๋ยวนะ กอด...” เธอทำหน้าครุ่นคิดนึกย้อนว่าตัวเองไปโรงเตี๊ยมเพทายวันไหน ช่วงไหน แ
“อือ... ‘รัก’ รักจริง” เขาพูดพร้อมรวบร่างอวบอิ่มตรงหน้าเข้ามากอดแนบแน่นพร้อมก้มหน้าลงจูบกระหม่อมสวย “ฝากดูแลน้องสาวผมด้วยนะ”เมื่อส่งแตงไทยให้ลภัชดนย์เสร็จ เขาก็เดินไปทางฝั่งคนขับรถแล้วเปิดประตูขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับเหมือนเดิมพร้อมติดเครื่องยนต์ และลภัชดนย์ก็ถอยออกห่างจากรถโดยที่กอดสาวเจ้ายอดทูนหัวไม่ปล่อยแล้วปิดประตูรถให้เตวิชแล้วเตวิชก็บังคับรถจากไป ทางด้านศิวดลที่ตามมาได้เห็นและได้ยินทุกอย่างก็อมยิ้มแล้วล้วงกระเป๋ากางเกงมากดต่อสายหาคนขับรถตัวเองให้มารอรับตัวเอง เพราะดูท่าแล้วคงถูกลูกชายลืมแล้วแน่แท้ พอคุยกับคนขับรถเสร็จก็เดินกลับเข้าไปในตัวตึกของโรงพยาบาลเพื่อพบหมอตามนัดของตัวเองต่อ “มีอะไรจะบอกพี่ไหม” เมื่อรถของเตวิชแล่นห่างออกไป เขาก็ก้มหน้าถามคนที่ตัวเองบังคับกอดในวงแขน “ปล่อยค่ะ!” เธอบอกคนตัวโตพร้อมกับดิ้นขัดขืนไม่ยอมให้เขากอด “ทำไมไม่บอกว่าถอนหมั้นกับไอ้หน้าตี๋นั่นแล้ว และทำไมไม่บอกพี่ว่าแตงท้องฮึ เรื่องสำคัญขนาดนี้ทำไมไม่บอกพี่แตง” เขาน้อยใจและเสียใจที่คนตัวเล็กไม่บอกเรื่องสำคัญกับตัวเอง เขาเกือบพลาดช่วงเวลาดีๆ ของลูกน้อยไปเสียแล้ว “
“ให้พ่อคุยกับหนูไอซ์ได้ไหม” เสียงแหบแห้งตามวัยส่งกลับมา “ก็คุยสิครับ คุยสิ พ่อฉันจะคุยด้วย” เขาตอบพร้อมหันไปสั่งเจ้าของโทรศัพท์ที่วางตรงหน้า และเมื่อเห็นเธอหยิบขึ้นจะปิดลำโพงคุย เขาก็สั่งอีก “เปิดลำโพงคุย ฉันจะฟังด้วย” ณปภัชพยักหน้าทำตามคำสั่ง แล้วก็กรอกเสียงเล็กหวานทักทายคนในสาย
เมื่อวานไอ้จ้อนไปซื้อของสดมาไว้ในตู้เย็นของบ้านนายมัน แม้จะไม่เข้าใจว่าทำไม แต่วันนี้เข้าใจแล้ว มันมาบ้านก็เห็นณปภัชตั้งโต๊ะอาหารรอนายของมัน เมนูอาหารแต่ละอย่างน่าทานทั้งนั้น กลิ่นหอมๆ หอมโชยไปถึงด้านนอกจนมันต้องเดินตามกลิ่นอาหารมาที่ห้องรับประทานอาหารที่ไม่ค่อยได้ใช้งานเนี่ยแหละ “มาทำอาหารใ
หลังจากทานมื้อเย็นกับคนงานคนอื่นๆ เธอก็มาอยู่ที่บ้านหลังใหญ่ของเจ้าของไร่ และจ้อนที่พามาก็ได้กลับไปแล้ว เธอยืนเคว้งอยู่กลางห้องโถงใหญ่ ไม่กล้าแม้แต่จะนั่งลงโซฟาราคาแพงของเจ้าของบ้านด้วยกลัวว่าเขาเข้ามาจะด่าว่าตัวเอง เธอยืนนิ่งก้มมองเท้าตัวเองรอให้คนที่เรียกมาลงมา“ไม่มีก้นรึไงถึงไม่นั่ง” เสียงห้าวด
“ไอซ์ทำได้ค่ะ เขาต้องการ ไอซ์ก็จะทำค่ะ”“อดทนหน่อยนะครับ ไม่รู้ว่านายเป็นอะไร ทำไมถึงใจร้ายผิดปกติแบบนี้”“เขาร้ายเฉพาะกับไอซ์เท่านั้นแหละค่ะ” เธอตอบแล้วเดินตามจ้อนไปยังที่คนงานกำลังช่วยกันผสมปุ๋ยหมักกวนปุ๋ยหมักในถัง แม้กลิ่นจะเหม็นแต่ก็พอทนได้จ้อนไม่ตอบกลับและเงียบ พาหญิงสาวมาแนะนำกับคนงานทุกคน แ







