หน้าหลัก / โรแมนติก / โอบรักด้วยหัวใจ / ตอนที่ 7 เจอกันอีกครั้ง 2

แชร์

ตอนที่ 7 เจอกันอีกครั้ง 2

ผู้เขียน: จินต์พิชา
last update วันที่เผยแพร่: 2026-05-04 16:35:26

บรรยากาศงานฉลองวันเกิดของพิจิกาปีนี้ค่อนข้างคึกคัก อรรถพลและไมค์ยังไม่เดินทางกลับจึงขอมาร่วมงานวันเกิดด้วย เด็กสาวเจ้าของวันเกิดมาถึงบ้านของครูกัลยาตั้งแต่ฟ้ายังไม่มืด เธอมาช่วยหญิงสูงวัยเตรียมอาหารสำหรับมื้อเย็น มีทั้งกุ้งแม่น้ำและหมึกตัวโตที่เตรียมไว้สำหรับย่าง หอยแมลงภู่อบใบโหรพา หอยแครงลวก กุ้งอบวุ้นเส้น ปูผัดผงกะหรี่ ต้มยำทะเลรวมรสแซ่บ ไข่เจียวปู และแกงจืดเต้าหู้หมูสับสาหร่ายสำหรับไมค์ที่ไม่ค่อยจะชอบอาหารรสจัดมากนัก

“แม่จะมาทานข้าวด้วยไหมหนูดี” กัลยาชวนหนูดีคุยระหว่างเด็ดขั้วพริกขี้หนูสำหรับทำน้ำจิ้ม

“มาค่ะครู น่าจะอีกสักพักค่ะ หนูดีชวนน้าชายมาด้วย ครูจะว่าอะไรไหมคะ” เธอชวนน้าชายไปแล้วโดยที่ยังไม่ได้ถามเจ้าของบ้าน เพราะรู้ดีว่าคำตอบคงเป็นอย่างที่เธอคิด

“ได้สิลูก ดีเสียอีกจะได้ทำความรู้มากับโอปอด้วย ครูเคยเห็นน้าของเรามาตั้งแต่เด็ก นี่ก็ไม่ได้เจอกันนานแล้ว”

“ค่ะ น้าวิชญ์ไม่ค่อยได้กลับบ้านเท่าไหร่ เพราะทำงานที่กรุงเทพฯ”

“คนสมัยใหม่ก็อย่างนี้แหละหนูดี ส่วนใหญ่พอแยกไปมีครอบครัวแล้วก็จะไม่ค่อยได้กลับบ้านกันนัก เพราะในเมืองใหญ่มีความสะดวกสบายเยอะกว่าบ้านนอกอย่างเรา”

“น้าวิชญ์ยังโสดค่ะครู แต่ที่ไม่ค่อยได้กลับคงเพราะน้าวิชญ์เอาแต่ทำงาน” หนูดีรีบบอกเพราะไม่อยากให้ครูกัลยาเข้าใจผิด

“อ้าวเหรอ ครูขอโทษ ครูเห็นว่าน้าของเราอายุก็พอจะมีครอบครัวแล้วก็เลยนึกว่าแต่งงานแต่งการไปแล้วเสียอีก”

“สงสัยยังไม่เจอสาวที่ถูกใจมั้งคะครู อีกอย่างน้าวิชญ์ก็บ้างานค่ะ หนูดีไม่เคยเห็นน้าวิชญ์พาผู้หญิงที่ไหนมาบ้านเลย จะว่าแอบมีแฟนที่กรุงเทพฯ ก็ไม่น่าจะใช่นะคะ เพราะไม่เคยเห็นน้าวิชญ์คุยโทรศัพท์กับสาวที่ไหนเลย” พิจิกาบอกไปตามที่เธอสังเกตเห็น

“แล้วน้าชายของหนูดี นิสัยเป็นยังไงบ้างลูก” กัลยาชวนเด็กสาวคุย

“เท่าที่หนูดีสัมผัสก็นิสัยดีนะคะ ใจเย็น อบอุ่น ไม่เจ้าชู้ ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ สุขุม ดูเป็นผู้ใหญ่ มีเหตุผลที่สำคัญหล่อด้วยค่ะครู” เด็กสาวได้ที่เลยโฆษณาน้าชายเสียยกใหญ่

“โอ้โห อย่างนี้สเปกพี่โอปของหนูดีเลยนะนั่น” ครูกัลยาพูดไปโดยไม่ได้คิดอะไร แต่คนฟังมีสีหน้าตื่นเต้น

“เหรอคะ ถ้าสองคนได้เป็นแฟนกันคงดี” พิจิกาพูดกับตัวเองเบาๆ

“หนูดีคิดอย่างนั้นเหรอ” คนถูกถามสะดุ้งโหยงเพราะไม่คิดว่าคู่สนทนาจะได้ยินที่เธอพูด

“หนูดีแค่คิดค่ะครู หนูดีขอโทษ” เธอรีบแก้ตัวแล้วยกมือไหว้ขอโทษ เพราะเกรงว่าสิ่งที่พูดออกไปนั้นจะทำให้คนฝั่งขุ่นใจ

“ไม่ต้องขอโทษจ้ะหนูดี ครูเห็นด้วยกับความคิดนี้ ไหนๆ เย็นนี้น้าของหนูดีก็จะมาทานข้าวเย็นที่นี่ เราลองดูท่าทีของสองคนนั้นก่อนดีไหม จากนั้นเราค่อยมาคิดวางแผนกันอีกที” กัลยานึกสนุกที่จะจับคู่ให้กับลูกสาว หากท้ายที่สุดแล้วลูกสาวไม่ชอบน้าชายของพิจิกาเธอเองก็คงจะไม่บังคับ เพียงแต่อยากให้ลูกสาวเปิดใจคบเพื่อนต่างเพศดูบ้างก็คงไม่เสียหายอะไรมากนัก

บริเวณสวนหน้าบ้านตอนนี้มีโต๊ะพับขนาดยาว 120 ซม.สองตัววางต่อกัน บนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารหลากชนิด ทั้งที่กัลยากับพิจิกาช่วยกันทำและที่อรรถพลกับไมค์ไปซื้อมาจากตลาดอีกดูยังไงก็คงทานกันไม่หมด ขณะที่เด็กสาวเจ้าของวันเกิดกำลังจัดเก้าอี้ให้เข้าที่ เมษากับปุณณวิชญ์ก็เดินเข้ามาพอดี เมษานั้นทำบาร์บีคิวมาสมทบด้วย มีทั้งเนื้อ หมู ไก่ เป็นสูตรที่เธอมักจะทำทานกับลูกสาวเป็นประจำ

“วางบนโต๊ะเลยค่ะแม่ ครูกัลยาอยู่ในครัวค่ะ” เธอชี้ไปยังมุ่มที่มีเตาบาร์บีคิวที่ทำจากถังน้ำมันขนาดย่อมวางอยู่ บนโต๊ะมีกุ้งและหมึกเตรียมไว้อยู่ก่อนแล้ว

“แม่พาน้าวิชญ์ไปสวัสดีครูกัลยาก่อนนะ” เมษาพยักเพยิดให้ปุณณวิชญ์เดินตามเข้าไปในบ้าน

 “สวัสดีค่ะพี่กัลยา” เมษายกมือไหว้รุ่นพี่ร่วมอาชีพ ทั้งสองเคยสอนอยู่ที่โรงเรียนเดียวกัน จึงทำให้สนิทกันไม่น้อย

“สวัสดีครับ” ชายหนุ่มยกมือไหว้ผู้หญิงสูงวัยตรงหน้าอย่างอ่อนน้อม

“นี่ตาวิชญ์หรือนี่ หล่อเหลาเอาการ นี่ถ้าน้าไปเจอเราที่อื่นก็คงจะจำกันไม่ได้” กัลยาเอ่ยทักทายหนุ่มหล่อตรงหน้าที่เธอเคยเห็นตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็ก

เมษา กัลยา ปุณณวิชญ์ คุยกันอย่างถูกคอจนเสียงหัวเราะดังมาถึงข้างนอกบ้านเลยทีเดียว

“พี่โอปมาแล้ว” เสียงพิจิกาตะโกนอยู่ด้านนอกทำให้ทั้งสามคนเดินตามออกมาตามเสียง

ภาพเด็กสาวที่คุ้นตาเดินถือถุงน้ำแข็งเข้ามายังบริเวณรั้วบ้านทำให้ชายหนุ่มขมวดคิ้ว เพราะไม่นึกว่าจะเจอกับเธอที่นี่เขายืนมองเธอเอาน้ำแข็งใส่ถังและจัดวางเครื่องดื่มอย่างคล่องแคล่วแล้วก็อมยิ้ม โลกมันช่างกลมเหลือเกิน แต่ดูเหมือนคนที่ถูกจ้องจะยังไม่รู้ตัวเพราะเธอพูดคุยกับหลานสาวของเขา เสียงหัวเราะสดใสของสองสาวทำเอาเขาเองยิ้มตาม

“โอปอ มานี่หน่อยสิลูก มารู้จักกับน้าชายของหนูดีก่อน” กัลยาเรียกลูกสาวให้เดินเข้ามาใกล้ๆ

เสียงหัวเราะสดใสเมื่อครู่ต้องชะงักเมื่อเงยหน้าขึ้นมาแล้วเจอกับสายตาของผู้ชายคนหนึ่งที่ท่าทางคุ้นๆ เพื่อความแน่ใจเธอจึงเดินเข้ามาใกล้อีกนิด

“เฮ้ย ลุง” คำทักทายที่หลุดออกมาทำเอาคนอื่นมองหน้ากันอย่างสงสัย

“ลุงที่ไหนพี่โอป นี่น้าวิชญ์น้าชายหนูดีเอง”

“วิชญ์นี่โอปอ ลูกสาวน้าเอง” กัลยาแนะนำให้ทั้งสองรู้จักกันแม้จะไม่เข้าใจที่ลูกสาวเอ่ยคำทักทายออกไปแบบนั้น ชายหนุ่มสับสนไม่น้อยเพราะผู้หญิงตรงหน้าไม่ใช่คนที่เขาคิดไว้ เขาคิดว่าผู้ชายอีกคนที่เห็นในรูปคือพี่โอปที่หลานสาวชอบพูดถึง

“คนนี้แหละค่ะแม่ที่ปอเล่าให้ฟัง” กัลยณัฏฐ์หันไปบอกมารดาว่าผู้ชายคนนี้คือคนเดียวกับคนที่เธอเล่าให้ฟังไปเมื่อวันก่อน

“หนูโอปอเคยเจอตาวิชญ์แล้วเหรอ” เมษาถามอย่างสงสัยในท่าทีของทั้งสองคน

“ครับพี่ษา เคยเจอ แต่ไม่รู้ว่าคนนี้คือพี่โอปที่หนูดีชอบพูดถึง”

“เคยเจอค่ะ แต่ไม่ว่าเป็นน้าชายของหนูดี” หญิงสาวตีรวน

“ไม่เอาน่าลูก ยังไงเรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว หนูเองก็ได้ของที่ต้องการมาแล้ว ยังจะไปทำกิริยาแบบนั้นใส่พี่เขาอีก แม่ว่าปล่อยให้มันผ่านไปดีกว่านะลูก คนกันเองทั้งนั้น” กัลยามองลูกสาวของเธอแล้วก็ส่ายหัว เพราะดูท่าทางแล้วคงจะยังไม่หายเคืองชายหนุ่ม

“ค่ะแม่” เธอรับคำ เพราะรู้ว่าตัวเองทำกิริยาไม่เหมาะสมกับน้าของพิจิกา

“ไปทำอะไรน้องเค้าหรือเปล่าตาวิชญ์” เมษาถามน้องชาย เพราะเธอไม่เคยเห็นกัลยณัฏฐ์มีกิริยาแบบนี้มาก่อน ปกติแล้วทุกครั้งที่เจอหญิงสาวคนนี้จะพูดจาไพเราะและมีสัมมาคารวะมากกว่าที่เห็นตอนนี้

“เปล่าครับพี่ แค่เข้าใจผิดกันนิดหน่อยเองแค่เรื่อง....” ยังพูดไม่ทันจบหญิงสาวก็เดินเข้ามาพูดแทรก

“ไม่มีอะไรค่ะน้าษา แค่ปอเข้าใจผิดอะไรนิดหน่อยเองไม่ใช่เรื่องใหญ่” เขางงกับท่าทีของเธอไม่น้อยแต่ก็ต้องตามน้ำไปก่อน

“งั้นก็ดีแล้วจ้ะ ถ้าตาวิชญ์ทำอะไรหนูปอบอกน้าได้นะ น้าจะจัดการให้” เมษาทิ้งท้าย

“นี่คุณคะ มาช่วยจุดไฟหน่อยสิ..หนูดีพี่ฝากเดินไปตามคุณพลกับไมค์หน่อยสิ น่าจะอาบน้ำกันเสร็จแล้ว” หญิงสาวรีบดึงตัวน้าหลานให้แยกจากกัน

“จะบ้าหรือไงคะคุณ ถ้าเกิดเล่าเรื่องวันนั้นไป หนูดีก็รู้ล่ะสิว่าฉันซื้ออะไรให้เป็นของขวัญวันเกิด” เธอรีบออกเขาเพราะไม่อยากให้พิจิการู้ว่าของขวัญในกล่องคืออะไร

“อย่าบอกนะว่าคุณซื้อของขวัญชิ้นนั้นให้หนูดี”

“แหงล่ะสิคะ ฉันคงซื้อให้ตัวเองมั้ง” เธอพูดพร้อมกับใช้โบกพัดเบาๆ ให้ไฟติด

“ตายล่ะ” ชายหนุ่มอุทาน

“อะไร ใครตาย ทำไม ของขวัญของฉันมันไม่ดีตรงไหนถึงมาบ่นว่าตาย” คนฟังไม่จบหันมาต่อว่าทันที

“ใจเย็นก่อนได้ไหม ผมยังพูดไม่จบ ผมไม่รู้ว่าเราจะซื้อของขวัญให้คนๆ เดียวกัน ผมเลยซื้อลูกโลกจำลองใบที่มีไฟมาล่ะสิ”

“เฮ้อ” กัลยณัฏฐ์ถอนหายใจเพราะรู้สึกสงสารคนได้รับของขวัญ 2 ชิ้นแต่ลักษณะแทบไม่ต่างอะไรกันเลย

“เอาไงดี ช่วยผมคิดหน่อย” ตอนนี้เขามืดแปดด้านไปหมดเพราะถ้าไม่มีของขวัญให้หลานสาวในวันนี้ก็กลัวว่าหลานสาวจะโกรธ

“ไม่ล่ะ ตัวใครตัวมันนะลุง” เธอว่าพลางใช้เหล็กคีบกุ้งมาวางบนเตาที่ตอนนี้ไฟติดแดงพร้อมสำหรับย่างอาหารแล้ว

“ได้...ถ้าคุณไม่ช่วย ผมจะบอกหนูดีว่าในกล่องคืออะไร” ชายหนุ่มกำลังจะเดินตามพิจิกาไป

“อย่านะคะ!...ช่วยคิดก็ได้ค่ะ คนแก่นี่น้า...คิดช้า” หญิงสาวดึงเสื้อเขาไว้

ชายหนุ่มหันมองคนตัวเล็กที่ดึงชายเสื้อของเขาไว้แล้วก็อมยิ้ม แม้วันนี้เธอจะพูดว่าเขาแก่ แต่เขาก็คงต้องยอมเธอไปก่อนเพราะยังต้องการความช่วยเหลือจากเธอ

“คุณก็ให้วันหลังก็ได้นี่คะ ไม่เห็นเป็นไรเลย”

“คนอื่นให้ของขวัญกันวันนี้แล้วผมที่เป็นน้าชายแต่ไม่มีของขวัญคุณว่ามันจะน่าเกลียดไหมครับ” สีหน้าของชายหนุ่มตรงหน้าทำให้เธอเห็นใจไม่น้อย

“เอาอย่างนี้ไหมคะ พอถึงช่วงให้ของขวัญคุณก็แกล้งมีธุระออกไปข้างนอกแล้วไม่ต้องกลับมานอนบ้านนะ พรุ่งนี้ค่อยกลับพร้อมกับของขวัญดีไหมคะ” กัลยณัฏฐ์ช่วยชายหนุ่มหาทางออก

“ก็คงต้องตามนั้นครับ แล้วผมจะออกไปยังไงหนูดีคนอื่นถึงจะไม่สงสัย” เขาถามเพิ่ม

 “เดี๋ยวฉันจะบอกคุณเอง คุณเอาโทรศัพท์มาไหมคะ” เธอกระซิบ

ชายหนุ่มยื่นโทรศัพท์ให้หญิงสาว กัลยณัฏฐ์เอาโทรศัพท์ของตัวเองออกมายิงคิวอาร์โค้ดในโปรแกรมไลน์แล้วส่งคืนให้

“พอถึงเวลาฉันไลน์ไปบอกคุณนะคะ แล้วคุณก็แค่แกล้งทำเป็นรับโทรศัพท์แล้วเดินขอตัวเดินออกไป อย่าลืมทำหน้าเครียดด้วยนะคะ” เธอย้ำอีกครั้ง

“แล้วหนูดีจะไม่โกรธเหรอครับ” เขายังกังวล

“พอออกไปสักพักคุณก็โทรกลับมาบอกหนูดีว่ามีธุระด่วนต้องไปทำ หนูดีน่ะ เป็นเด็กที่มีเหตุผล เธอไม่โกรธคุณหรอกค่ะ” หญิงสาวสนิทกับพิจิกาและรู้นิสัยเด็กสาวคนนี้ดี

ยังนัดแนะกันไม่ค่อยกระจ่างเท่าไร พิจิกาก็เดินนำหน้าชายสองคนเข้ามายังบริเวณบ้าน ชายคนแรกคือคนที่เขาคิดว่าชื่อโอปส่วนอีกคนเป็นชาวต่างชาติที่เขาเคยเห็นในรูป

“มากันแล้ว นั่งเลยค่ะ เดี๋ยวปอบริการเอง” ท่าทางที่หญิงสาวต้อนรับสองหนุ่มทำให้เขาเองรู้สึกขัดใจไม่น้อย เพราะดูแล้วทั้งสองหนุ่มท่าทางจะสนิทสนมกันดีกับทั้งหลานสาวของเขาและหญิงสาวที่พึ่งเดินผละจากเขาไป

ชายหนุ่มคนที่เขาคิดว่าชื่อโอปนั้นที่แท้เป็นเพียงคนที่มาพักที่โอบรักโฮมสเตย์เท่านั่น เขาเข้าใจผิดไปเยอะที่เดียว เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ชายหนุ่มได้แต่อมยิ้มกับความเข้าใจผิดของตัวเองอยู่คนเดียว

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • โอบรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 60 ตอนจบ

    กัลยณัฏฐ์เงียบหายไปตั้งแต่เช้าวันจันทร์ เขารีบตื่นแต่เช้าเพื่อจะมาส่งเธอและอยากเจอเพื่อนของเธอด้วยแต่พอมาถึงน้ากัลยาก็บอกว่าเพื่อนเธอมารับไปตั้งแต่เช้าปุณณวิชญ์ทำงานอยู่ที่บ้านตามที่หญิงสาวขอร้อง เขาแวะไปคุยกับมารดาของแฟนสาวทุกวัน เพราะกลัวเธอจะเหงา“เหงามากไหม” กัลยาถามชายหนุ่มที่นั่งมองเรือสัญจรไปมาอยู่หน้าระเบียง ชายหนุ่มพึ่งจะรดน้ำต้นไม่เสร็จ ยิ่งมองต้นพิทูเนียในกระถางเขาก็ยิ่งคิดถึงเจ้าของ“ครับน้า ปอไม่ติดต่อมาเลย” ใบหน้าเศร้าสร้อยของชายหนุ่มทำให้เธอยิ้มดีใจที่ลูกสาวได้พบเจอคนดีๆ อย่างเขา ระหว่างที่กัลยณัฏฐ์ไม่อยู่ชายหนุ่มจะแวะมาเธอทุกวัน บางวันก็มาทานอาหารเย็นด้วยอย่างวันนี้เขาก็มานั่งเล่นที่โอบรักโฮมเสตย์ตั้งแต่เช้า“เดี๋ยววันศุกร์ก็คงได้เจอกัน น้าเองก็ไม่เคยห่างกันนานแบบนี้มาก่อน แต่ก็ต้องอดทน” “ครับ” เขาตอบแบบหงอยๆ แล้วนั่งอยู่ที่เดิมจนพระอาทิตย์เริ่มแตะขอบฟ้า ท้องน้ำเบื้องหน้ากลายเป็นสีส้ม ก่อนจะค่อยๆ หายไปกับความมืดยามค่ำคืนเช้าวันศุกร์ปุณณวิชญ์ตื่นแต่เช้าเพราะวันนี้แล้วที่กัลยณัฏฐ์จะกลับมา เขานั่งทำงานอย่างกระสับกระส่ายรอเวลาที่เธอจะโทรหา จนเลยเวลาอาหารกลางวันไปแล้ว ชา

  • โอบรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 59 เราจำเป็นต้องห่างกันสักพัก

    กว่าสัปดาห์ที่ปุณณวิชญ์นอนอยู่ที่โรงพยาบาล กัลยณัฏฐ์เฝ้าดูแลไม่ห่าง และระหว่างนี้เธอก็ได้มีโอกาสช่วยเขาจัดการกับไฟล์เอกสารต่างๆ ที่ไม่ค่อยเป็นระเบียบ เธออาศัยช่วงที่เขาทานยาแล้วนอนพักในตอนบ่าย จัดเรียงข้อมูลที่อยู่ในโน้ตบุ๊กของเขา ชายหนุ่มดูจะพอใจเป็นย่างมากเพราะช่วยให้เขาทำงานได้เร็วขึ้น และการที่ไม่ต้องอยู่เฉยๆ ทำให้เธอจะลืมเรื่องร้ายๆ ที่ผ่านมาได้อย่างรวดเร็วคงเพราะมีเขาอยู่ใกล้ๆ กลางคืนเธอก็นอนเป็นเพื่อนเขาทุกคืน และจะกลับไปบ้านบ้างในตอนเย็นที่พี่สาวของเขามาเยี่ยมโดยมีพิจิกานั่งรถไปด้วยทุกครั้ง เพราะชายหนุ่มยังไม่ยอมให้เธอไปไหนมาไหนคนเดียว วันนี้เขาได้รับอนุญาตให้กลับไปพักที่บ้านได้เพราะแผลหายดีแล้ว โดยเธอเป็นคนพาขากลับมาที่บ้าน“คืนนี้พี่นอนไม่หลับแน่เลย” ปุณณวิชญ์พูดในระหว่างที่เธอกำลังช่วยเขาจัดโต๊ะทำงาน “ไม่ได้แปลกที่เสียหน่อยจะนอนไม่หลับได้ยังไงคะ”“ก็คืนนี้พี่ต้องนอนคนเดียวนี่ครับ คงเหงาน่าดูเลย”“ให้หนูดีมานอนด้วยไหมคะ เผื่อมีอะไรจะได้เรียกใช้ได้”“ไม่เอาหรอก ใครมานอนด้วยก็ไม่เหมือนมีปอมานอนด้วย”“พี่วิชญ์พูดแบบนี้ ถ้าเกิดคนอื่นมาได้ยินปอเสียหายแย่เลยนะคะ” กัลยณัฏฐ์ต่อว่า

  • โอบรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 58 ผลของการกระทำ

    มุกไหมนั่งมองตัวเองในกระจกภายในห้องนอนของบ้านไม้สักหนังใหญ่ ตั้งแต่เธอมาอยู่กับพ่อเลี้ยงมงคล หญิงสาวมีความสุขมาก พ่อเลี้ยงเอาใจเธอทุกอย่าง ทุกคืนเขามานอนที่ห้องของเธอและไม่เคยสนใจภรรยาของเขาอีกเลย เวลาไปงานเลี้ยงหรือไปติดต่อธุรกิจต่างๆ เขาก็จะพามุกไหมไปด้วยทุกครั้งจนใครๆ ก็ต่างก็พากันเอาอกเอาใจเธอในฐานะคนรักคนใหม่ของพ่อเลี้ยงมงคล เธอมีชีวิตหรูหราชีวิตประจำวันส่วนใหญ่ก็เข้าร้านเสริมสวย ช้อปปิ้ง แต่งตัว พ่อเลี้ยงเองก็ไม่เคยว่าอะไรเธอเลยสักนิด แต่เขามีข้อแม้ว่าไม่ให้เธอไปยุ่งเกี่ยวกับเขมิกาภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น “พ่อเลี้ยงไปไหนเหรอป้าชื่น” มุกไหมตื่นนอนมาตอนเกือบเที่ยงถามขึ้น “ป้าก็ไม่รู้เหมือนกัน เห็นรีบขับรถอออกไปหลังจากที่รับโทรศัพท์” ป้าชื่นตอบโดยไม่มองหน้าหญิงสาวเลยเพราะนางไม่พอใจที่หญิงสาวมาแย่งความรักไปจากนายหญิงของนาง มุกไหมไม่สนใจว่านางจะปฏิบัติกับเธอยังไง เพราะเธอมีแค่พ่อเลี้ยงก็พอแล้ว หญิงสาวนั่งจิบกาแฟอยู่ที่ระเบียงก็เห็นว่าป้าชื่นนั่งรถคนงานออกไปจากไร่ หญิงสาวไม่สนใจเพราะคนที่คอยรับใช้เธอในบ้านหลังนี้คือชบาคนเดียว “คุณมุกคะ

  • โอบรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 57 อย่าเป็นอะไรเลยนะ 2

    พอหญิงสาวออกไปได้สักครู่ปุณณวิชญ์ก็เรียกตรีทิพย์เข้ามาถามเรื่องงานทันที“ไม่พักผ่อนก่อนเหรอคะพี่ เรื่องงานเอาไว้ทีหลังก็ได้งานไม่ได้หนักหนาอะไร”“พี่อยากรีบตรวจเอกสารให้เสร็จระหว่างที่นอนอยู่ที่นี่ เพราะถ้าออกจากโรงพยาบาลแล้วพี่คงต้องคอยรับส่งปอพี่ไม่กล้าไว้ใจให้อยู่ที่โรงเรียนคนเดียวอีกแล้ว”“ก็ดีนะคะ แต่ทำไมน้องปอถึงโชคร้ายอย่างนี้ก็ไม่รู้ ครั้งก่อนก็คุณมุกใหม่ครั้งนี้ก็อยากจะมาเจอคนใกล้ตัวจับไปอีก”“นั่นแหละสิพี่ใจหายหมดเลยตั้งแต่รู้เรื่อง นี่ก็ยังไม่รู้ว่าเรื่องจะจบลงจริงๆ หรือเปล่าเพราะคดีเก่าก็ยังจับตัวมุกไหมไม่ได้เลย”“นั่นสิค่ะ ตรีให้เครื่องช็อตไฟฟ้ากับสเปรย์พริกไทยน้องไว้แล้ว ช่วงไหนน้องปอว่าตรีว่างจะชวนไปเรียนศิลปะป้องกันตัวสักหน่อย ตรีเองก็อยากเรียนอยู่ด้วย”“ก็ดีเหมือนกันนะ ตรีลองไปหาที่เรียนดู เรื่องค่าใช้จ่ายพี่จะจัดการทั้งสองคนเลย”“ใจดีที่สุดเลยนะคะ ชวนหนูดีไปด้วยอีกคนดีไหมคะ”“ดีเลย พี่จะได้ไม่ต้องเป็นห่วงมาก อย่างน้อยก็ป้องกันตัวเองได้บ้าง” เขาเอ่ยจากใจจริง“แล้วตอนนี้พี่เจ็บตรงไหนอยู่หรือเปล่า”“ก็ยังเจ็บแผลอยู่ ขยับตัวมากไม่ค่อยได้”“อย่างนั้นก็นอนเล่นอยู่บนเตียงส

  • โอบรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 56 อย่าเป็นอะไรเลยนะ 1

    เสียงปืนที่ได้ยินในที่เกิดเหตุนัดแรกนั้นเป็นเสียงปืนที่คนร้ายยิงปุณณวิชญ์ส่วนอีกสองนัดที่เหลือเป็นเสียงจากปืนของขุนพลที่ยิงไปยังคนร้ายเขาไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุเพราะถ้าเขาไม่ยิง คนร้ายก็คงจะยิงปุณณวิชญ์ซ้ำอีกเป็นแน่ ส่วนปราณีเมื่อเห็นร่างของแฟนหนุ่มโดนยิงจนร่วงไปกองกับพื้นก็กรี๊ดร้องอย่างคนเสียสติแล้วเป็นลมไป ตอนนี้กำลังอยู่ในความดูแลของทางโรงพยาบาลไปก่อนขุนพลมาแจ้งข่าวเรื่องคนร้ายกับกัลยณัฏฐ์หญิงสาวต้องไปให้ปากคำเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย ระหว่างที่รอปุณณวิชญ์ฟื้น หญิงสาวรู้ว่าปราณีก็อยู่ที่โรงพยาบาลแต่เธอเลือกที่จะไม่ไปเยี่ยม ไม่ใช่เพราะเธอใจดำหรือโกรธ แต่เพราะเธอกลัวว่าจะใจอ่อนจนทำให้ไม่กล้าเอาผิดเธอ“ผมแค่แจ้งให้ทราบเท่านั้นครับ ส่วนเรื่องคดีก็คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของตำรวจเจ้าของคดี” ขุนพลบอกหญิงสาว“ค่ะ ขอบคุณมากๆ นะคะ” เธอยกมือไหว้และขอบคุณขุนพล“ไม่เป็นไรครับ ถ้านายวิชญ์ฟื้นแล้วรบกวนบอกผมด้วยนะครับ” ขุนพลบอกแล้วขอตัวกลับภายในห้องพักผู้ป่วยตอนนี้มีเมษาและกัลยณัฏฐ์นั่งรอให้ชายหนุ่มฟื้น ส่วนกัลยาและพิจิกากลับไปก่อนแล้ว เมษาให้ลูกสาวไปนอนที่บ้านของกัลยา ส่วนเธอจะรอกว่าน้องชายคนเดียวจ

  • โอบรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 56 อย่าเป็นอะไรเลยนะ 1

    เสียงปืนที่ได้ยินในที่เกิดเหตุนัดแรกนั้นเป็นเสียงปืนที่คนร้ายยิงปุณณวิชญ์ส่วนอีกสองนัดที่เหลือเป็นเสียงจากปืนของขุนพลที่ยิงไปยังคนร้ายเขาไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุเพราะถ้าเขาไม่ยิง คนร้ายก็คงจะยิงปุณณวิชญ์ซ้ำอีกเป็นแน่ ส่วนปราณีเมื่อเห็นร่างของแฟนหนุ่มโดนยิงจนร่วงไปกองกับพื้นก็กรี๊ดร้องอย่างคนเสียสติแล้วเป็นลมไป ตอนนี้กำลังอยู่ในความดูแลของทางโรงพยาบาลไปก่อนขุนพลมาแจ้งข่าวเรื่องคนร้ายกับกัลยณัฏฐ์หญิงสาวต้องไปให้ปากคำเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย ระหว่างที่รอปุณณวิชญ์ฟื้น หญิงสาวรู้ว่าปราณีก็อยู่ที่โรงพยาบาลแต่เธอเลือกที่จะไม่ไปเยี่ยม ไม่ใช่เพราะเธอใจดำหรือโกรธ แต่เพราะเธอกลัวว่าจะใจอ่อนจนทำให้ไม่กล้าเอาผิดเธอ“ผมแค่แจ้งให้ทราบเท่านั้นครับ ส่วนเรื่องคดีก็คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของตำรวจเจ้าของคดี” ขุนพลบอกหญิงสาว“ค่ะ ขอบคุณมากๆ นะคะ” เธอยกมือไหว้และขอบคุณขุนพล“ไม่เป็นไรครับ ถ้านายวิชญ์ฟื้นแล้วรบกวนบอกผมด้วยนะครับ” ขุนพลบอกแล้วขอตัวกลับภายในห้องพักผู้ป่วยตอนนี้มีเมษาและกัลยณัฏฐ์นั่งรอให้ชายหนุ่มฟื้น ส่วนกัลยาและพิจิกากลับไปก่อนแล้ว เมษาให้ลูกสาวไปนอนที่บ้านของกัลยา ส่วนเธอจะรอกว่าน้องชายคนเดียวจ

  • โอบรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 21 ลองเปิดใจ

    ปุณณวิชญ์ตื่นนอนแต่เช้าแม้จะนอนดึกแต่ก็รู้สึกสดชื่นกว่าทุกๆ วัน พอออกมาจากห้องพักก็เห็นแขกผู้เข้าพักท่านอื่นกำลังใส่บาตรกันอยู่ชายหนุ่มจึงเดินเลี่ยงไปอีกทาง“ใส่บาตรไหมคะ” เสียงหวานดังไล่หลังเขามา“ผมไม่ได้เตรียมของมาเลย” เขาหันไปยังเจ้าของเสียง ใบหน้าสวยหวานนั้นดูสดชื่นกว่าเมื่อวานมาก“นี่ค่ะ แม่

  • โอบรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 20 ขออนุญาต

    ปุณณวิชญ์ขับรถมายังร้านอาหารที่เธอบอกให้มารับ ร้านนี้เป็นร้านอาหารที่มีทั้งนั่งรับประทานเป็นโต๊ะ หรือถ้าเป็นหมู่คณะก็มีห้องแยกเป็นส่วนตัว ชายหนุ่มดูป้ายหน้าร้านเมื่อทราบว่าเธอและเพื่อนครูอยู่ห้องไหนเขาก็เลือกนั่งบริเวณที่เห็นประตูทางออก ชายหนุ่มสั่งอาหารทานเล่นมาสามอย่างกับน้ำมะพร้าวปั่นอีกหนึ่งแก้

  • โอบรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 19 เป็นห่วง

    ชายหนุ่มมาที่บ้านของตัวเองตั้งแต่เช้าเพื่อเขียนโน้ตทิ้งไว้ให้สิงหนาทเพราะวันนี้เขาจะไม่เข้ามาอีกแล้ว จากนั้นก็จัดของในรถที่กระจัดกระจายให้เข้าที่เพียงไม่นานหญิงสาวตัวเล็กก็เดินเข้ามา วันนี้เธอสวมกางเกงพละและเสื้อสีฟ้าคอปก ที่มีตราประจำโรงเรียนอยู่ที่กระเป๋าบนอกเสื้อด้านซ้าย ผมที่สั้นตอนนี้เริ่มยาวข

  • โอบรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 18 เชื่อแล้วว่าเธอไม่ใช่เด็ก 2

    ปุณณวิชญ์ขับรถออกจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่เช้าเพราะวันนี้มีนัดคุยกับอาธร เมื่อขับผ่านมาถึงหน้าโรงเรียนก็เห็นขบวนพาเหรดกีฬาสี มีนักเรียนบางส่วนเดินเข้าไปในรั้วโรงเรียนบ้างแล้ว ด้านหน้ารถติดยาวหลายร้อยเมตรชายหนุ่มจอดรถแล้วนั่งรอให้ขบวนผ่านไปช้าๆ สีสุดท้ายที่กำลังจะถึงรั้วโรงเรียนเป็นขบวนของนักกีฬาสีฟ้า นั

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status