LOGINรถสองแถวที่ผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นนักเรียนค่อยๆ จอดอย่างช้าๆ บริเวณหน้าปากซอยที่หน้าร้านขายของชำ นักเรียนต่างทยอยเดินลงมากันเรื่อยๆ ปุณณวิชญ์เคาะนิ้วกับพวงมาลัยรถอย่างร้อนใจเพราะยังไม่เห็นหลานสาวของเขาเดินลงมา จนกระทั่งรถโดยสารแล่นออกไป
เขาไม่เคยมารอรับหลานสาวลงจากรถโดยสารมาก่อนเพราะบ้านอยู่ไม่ไกลจากปากซอยมากนัก แต่วันนี้เขาอยากจะคุยกับเธอเรื่องเมื่อคืนที่ผ่านมา แต่ชายหนุ่มก็ไม่ค่อยแน่ใจสักเท่าไหร่นักว่าเด็กสาวจะมากับรถโดยสารคันไหน
‘คงไม่ใช่คันนี้’ ชายหนุ่มคิดในใจ
รถโดยสารผ่านไปแล้วอีก 2 คันพิจิกาก็ยังไม่มากับรถคันไหนเลย จนท้องฟ้าเริ่มจะเปลี่ยนเป็นสีส้ม พระอาทิตย์กำลังจะอำลาของฟ้าสิ้นสุดภารกิจของวัน
ครืด...ครืด....โทรศัพท์ที่วางอยู่บนเบาะนั่งข้างคนขับสั่นอยู่นานก็ไม่ทำให้เจ้าของหันมาสนใจเลยสักนิดเพราะขณะนี้เขากำลังร้อนใจที่หลานสาวยังไม่กลับบ้านทั้งๆ ที่เริ่มจะมืดแล้ว โทรศัพท์รุ่นใหม่ล่าสุดก็ยังคงสั่นไม่หยุดจนชายหนุ่มต้องเบนสายตามามองเพราะความรำคาญ
หนูดี คือชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอขนาด 5.8 นิ้วของ ไวเท่าความคิดชายหนุ่มรีบกดรับสายทันที
“หนูดี อยู่ไหนทำไมยังไม่กลับบ้านครับ” เขารีบกรอกเสียงไปตามสายโดยที่ไม่รอให้อีกฝ่ายได้พูดอะไรเลยสักนิด
“คะ?”
“น้ามารอหนูดีอยู่ที่หน้าปากซอยตั้งแต่สี่โมงเย็นแล้ว ไม่เห็นหนูดีมาสักทีเลย”
“อะไรนะคะน้าวิชญ์....” หญิงสาวไม่แน่ใจสิ่งที่ตัวเองได้ยิน
“น้าบอกว่า น้ามารอรับหนูดีที่หน้าปากซอย ตรงร้านขายของชำที่หนูดีเคยบอกว่าชอบมาลงรถโดยสารที่นี่ แต่รถผ่านไปหลายคันแล้วหนูดียังไม่มาสักที นี่น้าว่ากำลังจะไปตามหนูดีที่โรงเรียนอยู่เหมือนกัน แล้วตอนนี้หนูดีอยู่ที่ไหน น้าจะได้ไปรับถูก” ปุณณวิชญ์พูดเสียยืดยาวแทบลืมหายใจด้วยความเป็นห่วงหลานสาวคนเดียว
เสียงหัวเราะของหลานสาวดังมาตามสายแล้วเธอก็ต้องรีบพูดออกไปก่อนคนที่อยู่ปลายสายจะวิตกกังวลมากไปกว่านี้
“น้าวิชญ์ ใจเย็นๆ ค่ะ วันนี้ที่โรงเรียนมีกิจกรรมเลยหนูดีเลยกลับบ้านเร็วกว่าปกติ นี่หนูดีกลับมาถึงบ้านตั้งแต่บ่ายสามแล้ว” เสียงที่ตอบกลับมาทำให้ชายหนุ่มทั้งโล่งใจและนึกขำตัวเองไปพร้อมๆ กัน ถ้าเขาโทรศัพท์ไปถามตั้งแต่เธอไม่ลงมาจากรถโดยสารคันแรกก็ไม่ต้องมานั่งรออยู่ในรถเกือบสองชั่วโมงอย่างนี้
“ดื่มน้ำเย็นๆ ก่อนค่ะ” เด็กสาวรีบมาเอาใจเมื่อชายหนุ่มเดินขึ้นมาบนบ้าน ความรู้สึกอุ่นใจที่เห็นว่าน้าชายเป็นห่วงทำให้หัวใจดวงน้อยพองโต ‘นี่คงเป็นอาการพ่อหวงลูกสาวอย่างที่เพื่อนๆ มักจะเล่าให้เธอฟัง’ พิจิกาแอบคิดในใจ
“รอหนูดีนานเลย เมื่อยไหมคะ” ไม่เพียงแค่พูดแต่เธอนวดไหลให้เขาอย่างเอาใจ
“นิดหน่อย น้าไม่รู้ว่าหนูดีกลับมาแล้ว จะโทร. ถามก็ลืมสงสัยจะแก่แล้ว” ปุณณวิชญ์หัวเราะ
“ยังไม่แก่เลยค่ะ วัยอย่างน้าวิชญ์นี่แหละที่สาวๆ ชอบ”
“น้าไม่ยักรู้นะ ว่าเดี๋ยวนี้วัยรุ่นเค้าชอบคนมีอายุกัน” ชายหนุ่มฟังแล้วก็รู้สึกว่าเขาเริ่มจะตามวัยรุ่นไม่ค่อยทันแล้ว
“ก็คนอายุเยอะกว่า โตกว่าไม่ค่อยงอแงงี่เง่าเหมือนคนวัยเดียวกันไงคะน้าวิชญ์ เพื่อนหนูดีบางคนยังมีแฟนเป็นรุ่นพี่เรียนมหาลัยเลยค่ะ” คนพูดไม่ได้คิดอะไรเพราะแค่เล่าเรื่องไปตามปกติ แต่คนฟังเริ่มไม่สบายใจ เพราะวัยขนาดนี้ยังไม่สมควรที่จะคบหาเพื่อนต่างเพศ
“แล้วหนูดีล่ะ มีแฟนกับเขาหรือยังครับ” ในที่สุดปุณณวิชญ์ก็กล้าที่จะถามหลานสาวออกไปตรงๆ
พิจิกาหัวเราะตัวงอกับคำถามของน้าชาย “บ้าไปแล้วค่ะ ใครจะไปมีแฟนกันปวดหัวตายเลยค่ะ เดี๋ยวโกรธกัน เดี๋ยวงอนกันวันๆ มีอยู่แค่นี้ไม่ต้องทำอะไรกันพอดี หนูดีว่าแค่เรื่องเรียนเรื่องเดียวหนูดีก็ปวดหัวแล้วค่ะ”
คนเป็นน้ารู้สึกใจชื้นที่ได้ยินคำตอบของหลานสาว เขารู้ว่าพี่สาวของเขานั้นสอนลูกสาวมาอย่างดีเหมือนกับที่เคยสอนเขาตลอดหลายปีที่ผ่านมา
“แล้วพี่โอปล่ะ หนูดีไม่ได้คิดอะไรกับเขาใช่ไหม” เด็กสาวส่ายหน้า ขมวดคิ้วอย่างสงสัยในคำถามที่ออกมาจากปากของน้าชาย
“ไม่นี่คะ” เด็กสาวตอบไปแบบงงๆ เพราะยังเข้าใจสิ่งที่น้าชายถาม
“ก็ดีแล้ว เพราะเท่าที่น้าดูจากในรูป พี่โอปอะไรเนี่ย อายุก็น่าห่างจากหนูดีพอสมควร ดีแล้วที่หนูดีไม่คิดอะไรกับเขา เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นน้าคงไม่ค่อยชอบใจนัก ผู้ชายอายุขนาดนั้นน่าจะผ่านอะไรมาเยอะไม่เหมาะจะเป็นแฟนหนูดีหรอกและอีกอย่างหนูดีคงจะตามผู้ชายแบบนั้นตามไม่ทันหรอก” เมื่อได้พูดในสิ่งที่ตัวเองกังวลออกไปแล้วปุณณวิชญ์ก็เหมือนยกภูเขาลูกย่อมออกจากอก
“อ๋อ...ค่ะ” พิจิกาพยักหน้าหงึกๆ แล้วเดินเลี่ยงออกไปปล่อยให้น้าชายนั่งอยู่หน้าระเบียงบ้านคนเดียว
เมื่อเดินออกมาพ้นสายตาของน้าชายแล้ว พิจิกาก็หยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมากดไปดูรูปที่เคยส่งให้น้าชายอีกครั้ง ในรูปนั้นเธอนั่งติดกับคุณอรรถพล ส่วนพี่โอปนั่งกับไมค์ แล้วเธอก็ยิ้มกว้างเพราะเข้าใจแล้วว่าน้าชายทำไมต้องทำเสียงเหมือนไม่ค่อยพอใจพี่โอป
“แม่คะ” พิจิกานอนเอามือเท้าคางอยู่บนเตียง มองมารดาที่กำลังตรวจการบ้านเล่มสุดท้าย ด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
“มีอะไรหรือเปล่าหนูดี หรือว่าง่วงแล้ว” เมษาเก็บสมุดทั้งหมดเรียงกันอย่างเป็นระเบียบก่อนที่จะทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ลูกสาวที่นอนกลิ้งไปมาอยู่บนเตียง
“หนูดีมีเรื่องจะเล่าให้แม่ฟังค่ะ”
“แม่ก็นึกว่าหนูจะรอเข้านอนพร้อมแม่ที่ไหนได้ มีเรื่องมาเล่านี่เอง เรื่องอะไรล่ะท่าทางจะสนุกนะ” เมื่อเธอเห็นแววตาระยิบระยับของลูกสาวก็พอจะเดาได้ว่าคงเป็นเรื่องสนุกๆ อย่างที่เธอเคยทำ
“ก็น้าวิชญ์น่ะสิคะแม่” พิจิกาขยับเข้ามาใกล้ผู้เป็นแม่เพราะกลัวเสียงตัวเองจะดังไปถึงข้างนอก
“น้าวิชญ์?” เมษาเลิกคิ้วสงสัย
“ค่ะ เมื่อตอนเย็นน้าวิชญ์คุยกับหนูดีหลายเรื่องเลยค่ะแล้วอยู่ๆ ก็ถามหนูดีว่าคิดยังไงกับพี่โอป พอหนูดีบอกว่าไม่ได้คิดอะไร น้าวิชญ์ท่าทางโล่งใจแล้วบอกว่าดีแล้วเพราะหนูดีกับพี่โอปอายุห่างกันเยอะไม่เหมาะจะเป็นแฟนกัน”
“แม่ไม่เข้าใจ หนูจะเป็นแฟนกับหนูโอปอได้ยังไง มีอะไรเข้าใจผิดกันหรือเปล่า” เมษามองหน้าลูกสาวอย่างสงสัย
เด็กสาวส่ายหน้า “แม่ลองดูรูปนี้สิคะ” ว่าพลางยื่นโทรศัพท์มือถือที่มีรูปถ่ายของเธอกับพี่โอปและนักท่องเที่ยวอีก 2 คนบนเรือ
เมษามองดูรูปแล้วก็ยังไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่ลูกสาวพยายามจะเล่าให้ฟังอยู่ดี “เล่าต่อเถอะลูก”
“ค่ะแม่ ก็ในรูปหนูดีนั่งกับนักท่องเที่ยวเค้าชื่อคุณพลค่ะ เค้ามากับแฟนที่เป็นฝรั่งคนนี้” เธอชี้ไปที่รูป “แล้ววันนั้นหนูดีก็บอกกับน้าวิชญ์ว่า ไปเป็นเพื่อนพี่โอป พาคู่รักนักท่องเที่ยวไปดูหิ่งห้อย น้าวิชญ์น่าจะคิดว่าพี่โอปกับฝรั่งในรูปเป็นแฟนกัน แล้วคุณพลที่นั่งคู่กับหนูดีคือพี่โอป” เธอหยุดหายใจ
“ถึงว่าล่ะ เช้าวันถัดมาน้าชายเราถึงโทร. หาแม่แต่เช้า คงเพราะเป็นห่วง แล้วทำไมหนูดีไม่อธิบายน้าเค้าไปล่ะลูก ว่าพี่โอปที่หนูชอบเรียกน่ะคือหนูโอปอแล้วพี่เค้าก็เป็นผู้หญิงเป็นผู้หญิง”
“ก็หนูดีไม่กล้าบอกค่ะ หนูดีอยากให้แม่บอกน้าวิชญ์เอง เพราะน้าวิชญ์ต้องหน้าแตกแล้วคงอายหนูดีแน่ๆ”
“อ๋อ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าแม่จะบอกให้ แล้วหนูก็อย่าลืมพาน้าเค้าไปทำความรู้จักกับหนูโอปอด้วยนะลูกจะได้คุ้นเคยกันไว้”
“ค่ะแม่ เย็นพรุ่งนี้พี่โอปจะฉลองวันเกิดให้หนูดีที่บ้านนะคะ แม่ไปด้วยกันนะคะ ครูกัลยาว่าช่วงนี้ไม่ค่อยได้เจอกับแม่เลย เห็นครูว่าเปลือกส้มโอเชื่อมที่แม่ให้หนูดีเอาไปให้ลองชิมครั้งก่อน รสชาติอร่อยถูกใจเลยจะให้แม่ลองทำไปวางขายที่ร้านของฝากครูกัลยาในตลาดค่ะแม่” เปลือกส้มโอเชื่อมเริ่มมีคนทำมาวางขายกันหลายเจ้าตามร้านของฝากในตลาดน้ำ เมษาเลยลองนำเปลือกส้มโอมาทำบ้าง กว่าจะทำได้ก็เสียเปลือกส้มโอไปมากโขเพราะยังติดรสขมของเปลือกอยู่ครั้งที่แล้วรสชาติเริ่มอร่อยลงตัวไม่มีรสขมของเปลือก เธอจึงให้ลูกสาวเอาไปฝากให้ครูกัลยาได้ชิม ไม่นึกว่าครูกัลยาจะชอบถึงขนาดให้เธอทำไปวางที่ร้านขายของฝากในตลาดน้ำที่ครูเปิดไว้แล้วจ้างเด็กในหมู่บ้านที่ว่างจากงานสวนไปช่วยขายในวันที่ตลาดเปิด
“ที่บ้านใช่ไหมลูก” เมษาถามลูกสาวเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง
“ค่ะแม่ จัดที่บ้านค่ะ ตอนแรกจะจัดที่โฮมสเตย์แต่พอดีตรงกับวันศุกร์พี่โอปกลัวว่าจะไม่ค่อยสะดวกเพราะแขกที่มาพักอาจจะอยากได้ความเป็นส่วนตัว”
วันนี้เมษาต้องรีบไปทำงานที่โรงเรียนแต่เช้าเธอเลยไม่ได้บอกเรื่องที่น้องชายเข้าใจผิดเมื่อวานเพราะคิดว่ายังไงเย็นนี้ก็ได้เจอกันอยู่แล้ว
กัลยณัฏฐ์เงียบหายไปตั้งแต่เช้าวันจันทร์ เขารีบตื่นแต่เช้าเพื่อจะมาส่งเธอและอยากเจอเพื่อนของเธอด้วยแต่พอมาถึงน้ากัลยาก็บอกว่าเพื่อนเธอมารับไปตั้งแต่เช้าปุณณวิชญ์ทำงานอยู่ที่บ้านตามที่หญิงสาวขอร้อง เขาแวะไปคุยกับมารดาของแฟนสาวทุกวัน เพราะกลัวเธอจะเหงา“เหงามากไหม” กัลยาถามชายหนุ่มที่นั่งมองเรือสัญจรไปมาอยู่หน้าระเบียง ชายหนุ่มพึ่งจะรดน้ำต้นไม่เสร็จ ยิ่งมองต้นพิทูเนียในกระถางเขาก็ยิ่งคิดถึงเจ้าของ“ครับน้า ปอไม่ติดต่อมาเลย” ใบหน้าเศร้าสร้อยของชายหนุ่มทำให้เธอยิ้มดีใจที่ลูกสาวได้พบเจอคนดีๆ อย่างเขา ระหว่างที่กัลยณัฏฐ์ไม่อยู่ชายหนุ่มจะแวะมาเธอทุกวัน บางวันก็มาทานอาหารเย็นด้วยอย่างวันนี้เขาก็มานั่งเล่นที่โอบรักโฮมเสตย์ตั้งแต่เช้า“เดี๋ยววันศุกร์ก็คงได้เจอกัน น้าเองก็ไม่เคยห่างกันนานแบบนี้มาก่อน แต่ก็ต้องอดทน” “ครับ” เขาตอบแบบหงอยๆ แล้วนั่งอยู่ที่เดิมจนพระอาทิตย์เริ่มแตะขอบฟ้า ท้องน้ำเบื้องหน้ากลายเป็นสีส้ม ก่อนจะค่อยๆ หายไปกับความมืดยามค่ำคืนเช้าวันศุกร์ปุณณวิชญ์ตื่นแต่เช้าเพราะวันนี้แล้วที่กัลยณัฏฐ์จะกลับมา เขานั่งทำงานอย่างกระสับกระส่ายรอเวลาที่เธอจะโทรหา จนเลยเวลาอาหารกลางวันไปแล้ว ชา
กว่าสัปดาห์ที่ปุณณวิชญ์นอนอยู่ที่โรงพยาบาล กัลยณัฏฐ์เฝ้าดูแลไม่ห่าง และระหว่างนี้เธอก็ได้มีโอกาสช่วยเขาจัดการกับไฟล์เอกสารต่างๆ ที่ไม่ค่อยเป็นระเบียบ เธออาศัยช่วงที่เขาทานยาแล้วนอนพักในตอนบ่าย จัดเรียงข้อมูลที่อยู่ในโน้ตบุ๊กของเขา ชายหนุ่มดูจะพอใจเป็นย่างมากเพราะช่วยให้เขาทำงานได้เร็วขึ้น และการที่ไม่ต้องอยู่เฉยๆ ทำให้เธอจะลืมเรื่องร้ายๆ ที่ผ่านมาได้อย่างรวดเร็วคงเพราะมีเขาอยู่ใกล้ๆ กลางคืนเธอก็นอนเป็นเพื่อนเขาทุกคืน และจะกลับไปบ้านบ้างในตอนเย็นที่พี่สาวของเขามาเยี่ยมโดยมีพิจิกานั่งรถไปด้วยทุกครั้ง เพราะชายหนุ่มยังไม่ยอมให้เธอไปไหนมาไหนคนเดียว วันนี้เขาได้รับอนุญาตให้กลับไปพักที่บ้านได้เพราะแผลหายดีแล้ว โดยเธอเป็นคนพาขากลับมาที่บ้าน“คืนนี้พี่นอนไม่หลับแน่เลย” ปุณณวิชญ์พูดในระหว่างที่เธอกำลังช่วยเขาจัดโต๊ะทำงาน “ไม่ได้แปลกที่เสียหน่อยจะนอนไม่หลับได้ยังไงคะ”“ก็คืนนี้พี่ต้องนอนคนเดียวนี่ครับ คงเหงาน่าดูเลย”“ให้หนูดีมานอนด้วยไหมคะ เผื่อมีอะไรจะได้เรียกใช้ได้”“ไม่เอาหรอก ใครมานอนด้วยก็ไม่เหมือนมีปอมานอนด้วย”“พี่วิชญ์พูดแบบนี้ ถ้าเกิดคนอื่นมาได้ยินปอเสียหายแย่เลยนะคะ” กัลยณัฏฐ์ต่อว่า
มุกไหมนั่งมองตัวเองในกระจกภายในห้องนอนของบ้านไม้สักหนังใหญ่ ตั้งแต่เธอมาอยู่กับพ่อเลี้ยงมงคล หญิงสาวมีความสุขมาก พ่อเลี้ยงเอาใจเธอทุกอย่าง ทุกคืนเขามานอนที่ห้องของเธอและไม่เคยสนใจภรรยาของเขาอีกเลย เวลาไปงานเลี้ยงหรือไปติดต่อธุรกิจต่างๆ เขาก็จะพามุกไหมไปด้วยทุกครั้งจนใครๆ ก็ต่างก็พากันเอาอกเอาใจเธอในฐานะคนรักคนใหม่ของพ่อเลี้ยงมงคล เธอมีชีวิตหรูหราชีวิตประจำวันส่วนใหญ่ก็เข้าร้านเสริมสวย ช้อปปิ้ง แต่งตัว พ่อเลี้ยงเองก็ไม่เคยว่าอะไรเธอเลยสักนิด แต่เขามีข้อแม้ว่าไม่ให้เธอไปยุ่งเกี่ยวกับเขมิกาภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น “พ่อเลี้ยงไปไหนเหรอป้าชื่น” มุกไหมตื่นนอนมาตอนเกือบเที่ยงถามขึ้น “ป้าก็ไม่รู้เหมือนกัน เห็นรีบขับรถอออกไปหลังจากที่รับโทรศัพท์” ป้าชื่นตอบโดยไม่มองหน้าหญิงสาวเลยเพราะนางไม่พอใจที่หญิงสาวมาแย่งความรักไปจากนายหญิงของนาง มุกไหมไม่สนใจว่านางจะปฏิบัติกับเธอยังไง เพราะเธอมีแค่พ่อเลี้ยงก็พอแล้ว หญิงสาวนั่งจิบกาแฟอยู่ที่ระเบียงก็เห็นว่าป้าชื่นนั่งรถคนงานออกไปจากไร่ หญิงสาวไม่สนใจเพราะคนที่คอยรับใช้เธอในบ้านหลังนี้คือชบาคนเดียว “คุณมุกคะ
พอหญิงสาวออกไปได้สักครู่ปุณณวิชญ์ก็เรียกตรีทิพย์เข้ามาถามเรื่องงานทันที“ไม่พักผ่อนก่อนเหรอคะพี่ เรื่องงานเอาไว้ทีหลังก็ได้งานไม่ได้หนักหนาอะไร”“พี่อยากรีบตรวจเอกสารให้เสร็จระหว่างที่นอนอยู่ที่นี่ เพราะถ้าออกจากโรงพยาบาลแล้วพี่คงต้องคอยรับส่งปอพี่ไม่กล้าไว้ใจให้อยู่ที่โรงเรียนคนเดียวอีกแล้ว”“ก็ดีนะคะ แต่ทำไมน้องปอถึงโชคร้ายอย่างนี้ก็ไม่รู้ ครั้งก่อนก็คุณมุกใหม่ครั้งนี้ก็อยากจะมาเจอคนใกล้ตัวจับไปอีก”“นั่นแหละสิพี่ใจหายหมดเลยตั้งแต่รู้เรื่อง นี่ก็ยังไม่รู้ว่าเรื่องจะจบลงจริงๆ หรือเปล่าเพราะคดีเก่าก็ยังจับตัวมุกไหมไม่ได้เลย”“นั่นสิค่ะ ตรีให้เครื่องช็อตไฟฟ้ากับสเปรย์พริกไทยน้องไว้แล้ว ช่วงไหนน้องปอว่าตรีว่างจะชวนไปเรียนศิลปะป้องกันตัวสักหน่อย ตรีเองก็อยากเรียนอยู่ด้วย”“ก็ดีเหมือนกันนะ ตรีลองไปหาที่เรียนดู เรื่องค่าใช้จ่ายพี่จะจัดการทั้งสองคนเลย”“ใจดีที่สุดเลยนะคะ ชวนหนูดีไปด้วยอีกคนดีไหมคะ”“ดีเลย พี่จะได้ไม่ต้องเป็นห่วงมาก อย่างน้อยก็ป้องกันตัวเองได้บ้าง” เขาเอ่ยจากใจจริง“แล้วตอนนี้พี่เจ็บตรงไหนอยู่หรือเปล่า”“ก็ยังเจ็บแผลอยู่ ขยับตัวมากไม่ค่อยได้”“อย่างนั้นก็นอนเล่นอยู่บนเตียงส
เสียงปืนที่ได้ยินในที่เกิดเหตุนัดแรกนั้นเป็นเสียงปืนที่คนร้ายยิงปุณณวิชญ์ส่วนอีกสองนัดที่เหลือเป็นเสียงจากปืนของขุนพลที่ยิงไปยังคนร้ายเขาไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุเพราะถ้าเขาไม่ยิง คนร้ายก็คงจะยิงปุณณวิชญ์ซ้ำอีกเป็นแน่ ส่วนปราณีเมื่อเห็นร่างของแฟนหนุ่มโดนยิงจนร่วงไปกองกับพื้นก็กรี๊ดร้องอย่างคนเสียสติแล้วเป็นลมไป ตอนนี้กำลังอยู่ในความดูแลของทางโรงพยาบาลไปก่อนขุนพลมาแจ้งข่าวเรื่องคนร้ายกับกัลยณัฏฐ์หญิงสาวต้องไปให้ปากคำเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย ระหว่างที่รอปุณณวิชญ์ฟื้น หญิงสาวรู้ว่าปราณีก็อยู่ที่โรงพยาบาลแต่เธอเลือกที่จะไม่ไปเยี่ยม ไม่ใช่เพราะเธอใจดำหรือโกรธ แต่เพราะเธอกลัวว่าจะใจอ่อนจนทำให้ไม่กล้าเอาผิดเธอ“ผมแค่แจ้งให้ทราบเท่านั้นครับ ส่วนเรื่องคดีก็คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของตำรวจเจ้าของคดี” ขุนพลบอกหญิงสาว“ค่ะ ขอบคุณมากๆ นะคะ” เธอยกมือไหว้และขอบคุณขุนพล“ไม่เป็นไรครับ ถ้านายวิชญ์ฟื้นแล้วรบกวนบอกผมด้วยนะครับ” ขุนพลบอกแล้วขอตัวกลับภายในห้องพักผู้ป่วยตอนนี้มีเมษาและกัลยณัฏฐ์นั่งรอให้ชายหนุ่มฟื้น ส่วนกัลยาและพิจิกากลับไปก่อนแล้ว เมษาให้ลูกสาวไปนอนที่บ้านของกัลยา ส่วนเธอจะรอกว่าน้องชายคนเดียวจ
เสียงปืนที่ได้ยินในที่เกิดเหตุนัดแรกนั้นเป็นเสียงปืนที่คนร้ายยิงปุณณวิชญ์ส่วนอีกสองนัดที่เหลือเป็นเสียงจากปืนของขุนพลที่ยิงไปยังคนร้ายเขาไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุเพราะถ้าเขาไม่ยิง คนร้ายก็คงจะยิงปุณณวิชญ์ซ้ำอีกเป็นแน่ ส่วนปราณีเมื่อเห็นร่างของแฟนหนุ่มโดนยิงจนร่วงไปกองกับพื้นก็กรี๊ดร้องอย่างคนเสียสติแล้วเป็นลมไป ตอนนี้กำลังอยู่ในความดูแลของทางโรงพยาบาลไปก่อนขุนพลมาแจ้งข่าวเรื่องคนร้ายกับกัลยณัฏฐ์หญิงสาวต้องไปให้ปากคำเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย ระหว่างที่รอปุณณวิชญ์ฟื้น หญิงสาวรู้ว่าปราณีก็อยู่ที่โรงพยาบาลแต่เธอเลือกที่จะไม่ไปเยี่ยม ไม่ใช่เพราะเธอใจดำหรือโกรธ แต่เพราะเธอกลัวว่าจะใจอ่อนจนทำให้ไม่กล้าเอาผิดเธอ“ผมแค่แจ้งให้ทราบเท่านั้นครับ ส่วนเรื่องคดีก็คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของตำรวจเจ้าของคดี” ขุนพลบอกหญิงสาว“ค่ะ ขอบคุณมากๆ นะคะ” เธอยกมือไหว้และขอบคุณขุนพล“ไม่เป็นไรครับ ถ้านายวิชญ์ฟื้นแล้วรบกวนบอกผมด้วยนะครับ” ขุนพลบอกแล้วขอตัวกลับภายในห้องพักผู้ป่วยตอนนี้มีเมษาและกัลยณัฏฐ์นั่งรอให้ชายหนุ่มฟื้น ส่วนกัลยาและพิจิกากลับไปก่อนแล้ว เมษาให้ลูกสาวไปนอนที่บ้านของกัลยา ส่วนเธอจะรอกว่าน้องชายคนเดียวจ
ปุณณวิชญ์ตื่นนอนแต่เช้าแม้จะนอนดึกแต่ก็รู้สึกสดชื่นกว่าทุกๆ วัน พอออกมาจากห้องพักก็เห็นแขกผู้เข้าพักท่านอื่นกำลังใส่บาตรกันอยู่ชายหนุ่มจึงเดินเลี่ยงไปอีกทาง“ใส่บาตรไหมคะ” เสียงหวานดังไล่หลังเขามา“ผมไม่ได้เตรียมของมาเลย” เขาหันไปยังเจ้าของเสียง ใบหน้าสวยหวานนั้นดูสดชื่นกว่าเมื่อวานมาก“นี่ค่ะ แม่
ปุณณวิชญ์ขับรถมายังร้านอาหารที่เธอบอกให้มารับ ร้านนี้เป็นร้านอาหารที่มีทั้งนั่งรับประทานเป็นโต๊ะ หรือถ้าเป็นหมู่คณะก็มีห้องแยกเป็นส่วนตัว ชายหนุ่มดูป้ายหน้าร้านเมื่อทราบว่าเธอและเพื่อนครูอยู่ห้องไหนเขาก็เลือกนั่งบริเวณที่เห็นประตูทางออก ชายหนุ่มสั่งอาหารทานเล่นมาสามอย่างกับน้ำมะพร้าวปั่นอีกหนึ่งแก้
ชายหนุ่มมาที่บ้านของตัวเองตั้งแต่เช้าเพื่อเขียนโน้ตทิ้งไว้ให้สิงหนาทเพราะวันนี้เขาจะไม่เข้ามาอีกแล้ว จากนั้นก็จัดของในรถที่กระจัดกระจายให้เข้าที่เพียงไม่นานหญิงสาวตัวเล็กก็เดินเข้ามา วันนี้เธอสวมกางเกงพละและเสื้อสีฟ้าคอปก ที่มีตราประจำโรงเรียนอยู่ที่กระเป๋าบนอกเสื้อด้านซ้าย ผมที่สั้นตอนนี้เริ่มยาวข
ปุณณวิชญ์ขับรถออกจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่เช้าเพราะวันนี้มีนัดคุยกับอาธร เมื่อขับผ่านมาถึงหน้าโรงเรียนก็เห็นขบวนพาเหรดกีฬาสี มีนักเรียนบางส่วนเดินเข้าไปในรั้วโรงเรียนบ้างแล้ว ด้านหน้ารถติดยาวหลายร้อยเมตรชายหนุ่มจอดรถแล้วนั่งรอให้ขบวนผ่านไปช้าๆ สีสุดท้ายที่กำลังจะถึงรั้วโรงเรียนเป็นขบวนของนักกีฬาสีฟ้า นั
![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






