เข้าสู่ระบบนอกประตูเมืองหลวง เหล่าทหารและข้าราชบริพารต่างวิ่งวุ่นจัดเตรียมม้าและจัดแจงข้าวของสร้างฉากขบวนเดิ
ภายในห้องอักษรของตำหนักเฟิ่งหลัว วันนี้เป็นวันแรกที่องค์ชายหกจะได้เริ่มต้นเรียนบทเรียนการอ่านปรัชญาเบื้องต้นอย่างเป็นทางการ โดยมีจางอวิ๋นเซียวคอยชี้แนะหลักการพื้นฐานให้อย่างเต็มที่นิ้วเรียวยาวพลิกหน้าตำราโบราณพลางเอ่ยอธิบายด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวล ทว่าทรงพลัง“การศึกษาปรัชญามิใช่เรื่องของการท่องจำเพื่อเอาชนะผู้ใด แต่อยู่ที่การทำความเข้าใจหลักการพื้นฐานเบื้องต้น... คุณธรรมปกครองแผ่นดิน เปรียบเสมือนดั่งสายน้ำที่ไหลรินอย่างนุ่มนวล ทว่าสามารถโอบอุ้มขุนเขาและพยุงเรือใหญ่ไว้ได้ หากผู้ปกครองไร้ซึ่งความเมตตา ต่อให้แข็งแกร่งปานใด สุดท้ายราษฎรก็จะตีจาก...”ซ่งเล่อเทียนในชุดฉลองพระองค์สีฟ้าอ่อน นั่งหลังตรง นัยน์ตากลมโตฉายแววตั้งอกตั้งใจเรียนรู้เป็นอย่างยิ่ง มือน้อยๆ คอยจับพู่กันจดบันทึกตามคำสอนอย่างระมัดระวัง แม้ในใจจะยังมีความหวาดกลัวตกค้างอยู่บ้าง ทว่าวิธีการสอนของใต้เท้าจางที่ค่อยเป็นค่อยไป มิได้ดุดันบีบคั้นดั่งเช่นที่เขาเคยเผชิญ ยิ่งทำให้เด็กน้อยผ่อนคลายและซึมซับความรู้ได้รวดเร็วอย่างน่าอัศจรรย์ข้างๆ กันนั้นมีซ่งเล่อคัง นั่งฟังอยู่ด้วยพลางส่งยิ้
หลังจากที่รับคำสั่งเรื่องการปลอมแปลงลายพระหัตถ์ของเสวียนฮองเฮา สีหน้าของจางอวิ๋นเซียวกลับเปลี่ยนไปเล็กน้อย แววตาคมปลาบฉายแววหม่นแสงลงคล้ายกำลังจมอยู่ในความลังเลใจ สายตาที่เคยมองนางด้วยความเทิดทูนบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความกังวลอย่างปิดไม่มิดซ่งซือหนิงไม่ปล่อยให้ความเปลี่ยนแปลงเพียงนิดนี้รอดพ้นสายตา นางเกรงว่าราชครูหนุ่มกำลังเกิดความลังเลใจที่จะปฏิบัติตามแผนการ ยามนี้หมากทุกตัวต้องเคลื่อนไปข้างหน้าห้ามหยุดชะงัก นางจึงขยับกายเข้าไปใกล้ น้ำเสียงหวานพลันแปรเปลี่ยนเป็นราบเรียบกดดัน“ใต้เท้าจาง... เหตุใดจึงทำหน้าเช่นนั้น หรือว่าท่านไม่อยากทำตามแผนการนี้ของข้าแล้ว”จางอวิ๋นเซียวลอบถอนหายใจยาว เขารีบประสานมือทูลด้วยน้ำเสียงจริงจัง แฝงความห่วงใยจากก้นบึ้งของหัวใจ ชายหนุ่มหาได้คิดทรยศไม่ เขายังคงจงรักภักดีต่อนางอย่างหมดหัวใจ ทว่าเรื่องนี้เขาเพียงแค่กังวลในฐานะกุนซือคู่คิด“องค์หญิงโปรดประทานอภัย กระหม่อมมิได้มีใจคิดบิดพลิ้ว เพียงแต่กระหม่อมมีความกังวล... เรื่องการดึงองค์ชายรองมาร่วมมือ องค์หญิงก็มิได้ปรึกษาผู้ใดนอกจากแม่ทัพสือ พอมาถึงเรื่องนี้ องค์ห
ซ่งซือหนิงนั่งเคาะปลายนิ้วเรียวงามลงบนโต๊ะไม้เป็นจังหวะเนิบนาบ สายตาจับจ้องกระบอกสารลับขององค์ชายใหญ่ที่ชิงมาได้อย่างใช้ความคิด แผนการสมคบคิดกับซย่งหนูของซ่งเทียนหรงช่างโง่เขลา ทว่าในความโง่เขลานั้นกลับจุดประกายความคิดบางอย่างที่แยบคายยิ่งกว่าให้แก่นางเมื่อตัดสินใจได้เด็ดขาด นางจึงสั่งให้นางกำนัลไปเชิญ จางอวิ๋นเซียวให้มาพบด่วนที่สุดไม่นานนักร่างสูงโปร่งในชุดขุนนางของขุนนางกรมพิธีการก็ก้าวเข้ามาในห้อง หัวใจของจางอวิ๋นเซียวเต้นผิดจังหวะไปเล็กน้อย ยามที่เขามองเห็นสตรีเลอโฉมเบื้องหน้าประทับอยู่ตามลำพัง คิดไปไกลว่าซ่งซือหนิงอาจจะเรียกเขามาเพื่อปรนนิบัติและมอบความโปรดปรานให้แก่เขาเช่นเดียวกันกับแม่ทัพสือ แววตาของเขาจึงทอประกายความปรารถนาและนุ่มนวลอย่างปิดไม่มิดทว่าเมื่อเขาก้าวเข้าไปใกล้ ซ่งซือหนิงกลับผุดลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางขรึมและจริงจัง นัยน์ตาคู่หงส์เยือกเย็นไร้แววเสน่หาชวนฝัน นางเดินไปหยิบแผนที่แคว้นต่างๆ ลงบนโต๊ะทันที“ใต้เท้าจาง ข้ามีเรื่องสำคัญจะหารือกับท่าน”คำพูดประโยคเดียวทำเอาความคิดฟุ้งซ่านของขุนนางหนุ่มหายไปสิ้น จางอวิ๋นเซียวรี
ณ จวนที่ประทับขององค์ชายใหญ่ซ่งเทียนหรง หลังจากที่เขาร่วมมือกับเสวียนฮองเฮาผู้เป็นมารดา คิดจะผลักคดีทุจริตเสบียงให้องค์ชายรองรับเคราะห์แทนได้สำเร็จ ก็มิคิดจะหยุดมือเพียงเท่านี้ บัลลังก์มังกรอยู่ใกล้แค่เอื้อม แผนการขั้นต่อไปเพื่อกำจัดน้องสาวที่เจ้าเล่ห์ คือการสมคบคิดกับคนนอกซ่งเทียนหรงกำลังหาช่องทางติดต่ออย่างลับๆ ไปยังชนเผ่าซย่งหนู แคว้นศัตรูทางชายแดนเหนือ แผนการของเขาคือการหยิบยื่นข้อมูลทางการทหารและตำแหน่งคลังเสบียงบางส่วนให้แก่พวกซย่งหนู เพื่อให้พวกมันยกทัพมาประชิดชายแดน จากนั้นตัวเขาจะอาสาเป็นแม่ทัพออกไปปราบปราม สร้างสถานการณ์เป็นวีรบุรุษผู้กอบกู้แผ่นดินเพื่อตอกฝาโลงตำแหน่งรัชทายาทให้มั่นคงและจะเสนอให้มีการสมรสเชื่อมสัมพันธ์ โดยส่งซ่งซือหนิงไปแต่งงานด้วย งานนี้หากสำเร็จก็ได้รับประโยชน์ถึงสองต่อ“จำไว้ สารลับฉบับนี้สำคัญเท่าชีวิตของพวกเจ้า จงส่งให้ถึงมือแม่ทัพขวาของซย่งหนูอย่างปลอดภัยที่สุด ห้ามพลาดเด็ดขาด” องค์ชายใหญ่เอ่ยเสียงต่ำพลางยื่นกระบอกไม้ไผ่ที่ประทับตราลับเฉพาะให้แก่สายลับในชุดดำทว่าซ่งเทียนหรงกลับประเมินสถานการณ์ในเมืองหลวงต่ำไ
ภายในห้องบรรทมส่วนพระองค์ของตำหนักเฟิ่งหลัวซ่งซือหนิงในชุดสีแดงบางเบาจนเห็นเนื้อหนังด้านใน เรือนผมยาวสลวยปล่อยสยายละแผ่นหลัง นัยน์ตาคู่หงส์จดจ้องไปยังร่างสูงใหญ่กำยำอันคุ้นตาสือซื่ออันในชุดรัดกุมสีทมิฬก้าวเข้ามาภายในห้อง แววตาคมปลาบดุดันลุกโชนไปด้วยเปลวไฟแห่งความเสน่หาและความทะเยอทะยานที่มิอาจเก็บกักไว้ได้อีกต่อไป ทันทีที่เขามาถึง ซ่งซือหนิงปรายสายตาเรียบเฉยทว่าทรงอำนาจไปยังเหล่านางกำนัลคนสนิทที่คอยรับใช้อยู่รอบข้าง“พวกเจ้าออกไปให้หมด ห้ามผู้ใดเข้ามารบกวนการหารือของข้ากับใต้เท้าสือเด็ดขาด”“เพคะองค์หญิง” นางกำนัลในห้องบรรทมค้อมกายลนลาน ถอยห่างออกไปพร้อมปิดบานประตูอย่างแน่นหนา ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัด และความปรารถนาอันร้อนแรงระหว่างคนทั้งสองสือซื่ออันไม่อาจหักห้ามใจที่เก็บกดมาเนิ่นนานได้อีกต่อไป เขาก้าวเท้าขยับเข้าหาตั่งประทับอย่างรวดเร็ว เขาทรุดเข่าลงข้างหนึ่งเบื้องหน้าสตรีอันเป็นที่รัก มือหนาที่กรำศึกจับอาวุธจนสากระคายเอื้อมออกไปจับข้อเท้าเล็กบางของนางอย่างทะนุถนอม ทว่าแฝงด้วยความต้องการอันหนักแน่น“กระหม่อมมาทวงส
ในยามเหม่าของวันรุ่งขึ้น ณ ตำหนักเฟิ่งหลัว แม่ทัพสือซื่ออันก้าวเข้ามาคุกเข่ารายงานผลการเจรจาต่อองค์หญิงสามตั้งแต่เช้าตรู่ ทว่าภายในห้องยามนี้หาได้มีเพียงนางไม่ หากแต่มีจางอวิ๋นเซียวในชุดขุนนางเต็มยศที่มารอเตรียมการสอนหนังสือ นั่งจิบชาอยู่เบื้องหลังโต๊ะอักษรใกล้ๆ กันการรายงานความคืบหน้าในครั้งนี้ ทำให้เขาได้รับรู้แผนการที่ซ่งซือหนิงใช้หนอนกู่คร่าวิญญาณบีบให้องค์ชายรองยอมสยบ และยินยอมกลายเป็นหมากตัวใหญ่ที่จะใช้ย้อนศรตลบหลังเล่นงานเสวียนฮองเฮากับองค์ชายใหญ่จางอวิ๋นเซียวมองลึกลงไปในดวงตาคู่หงส์ของหญิงสาวผู้เลอโฉม ในใจพลันเกิดความรู้สึกสลับซับซ้อน ทั้งทึ่งในความเด็ดขาดเฉียบคม และหวั่นใจในความเย็นชาไร้ความปรานีของนางที่เพิ่มพูนขึ้นทุกวันทว่ายังมิทันที่ผู้ใดจะได้เอ่ยวิเคราะห์สิ่งใดเพิ่มเติม เสียงฝีเท้าเล็กๆ จากภายนอกก็ดังขึ้น สัญญาณเตือนว่าหมดเวลาสำหรับความลับของแผนการใหญ่ ทั้งสามคนสบตากันแวบหนึ่งก่อนจะปรับเปลี่ยนสีหน้าและเรื่องที่สนทนาให้กลายเป็นเรื่องสัพเพเหระอย่างเป็นธรรมชาติในพริบตาเมื่อซ่งเล่อคังก้าวเข้ามาประสานมือคำนับ ทักทายเสด็จพี่ และหันไปใต้เท้าทั้
“ทูลฝ่าบาท จากการตรวจสอบราคาสินค้าในบัญชีนี้ ราคาวัสดุก่อสร้าง มีตัวเลขที่สูงเกินกว่าราคากลางของราชสำนักอยู่หลายส่วนพ่ะย่ะค่ะทว่า ในแง่การบริหารงานต่างมณฑล ราคาเหล่านี้ก็อาจจะดีดตัวสูงขึ้นได้ตามกลไกของพ่อค้าคนกลางและแหล่งผลิตในท้องที่นั้นๆ พ่ะย่ะค่ะ”คำตอบแรกของไป๋เมิ่งเทาทำให้
ท่าทีปกปิดขององค์หญิงสามยิ่งกระตุ้นความสนพระทัยขององค์ฮ่องเต้ พระองค์ทรงทอดสายพระเนตรมองโอรสตัวน้อยที่ดูเหมือนมีความนัยอัดอั้น จึงทรงโบกพระหัตถ์แล้วสั่งการเสียงเข้มอีกครั้ง“ซือหนิง เจ้าปล่อยมือเถอะ... เล่อคัง เจ้าก้าวออกมายืนต่อหน้าเราอีกครั้งซิ เจ้ามีความเห็นอันใด จงพูดมาตรงๆ&rdquo
ภายในท้องพระโรงใหญ่ที่ประดับประดาด้วยของตกแต่งที่งดงาม งานเลี้ยงฉลองต้อนรับองค์ชายใหญ่และองค์ชายรองถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เสียงดนตรีราชสำนักบรรเลงท่วงทำนองมงคลแผ่วเบาเคล้าคลอไปกับเสียงพูดคุยของเหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่ที่มาร่วมงานเสวียนฮองเฮาประทับอยู่บนแท่นสูงข้างบัลลังก์มังกร ใบหน้างดงามท
ณ จวนที่ประทับส่วนองค์ของซ่งหยางเฟย องครักษ์ข้างหายรีบเข้ามาคุกเข่ารายงานข่าวร้ายด้วยเนื้อตัวที่สั่นเทา ถึงเรื่องเพลิงที่เผาจวนลับทั้งหลังจนมอดไหม้เหลือเพียงกองเถ้าถ่าน ใบหน้าที่เคยหยิ่งผยองขององค์ชายรองพลันซีดเผือดลงในพริบตา ราวกับโลหิตทั้งร่างถูกสูบฉีดออกไปจนหมดสิ้น“เจ้า... เจ้าว่







