FAZER LOGINณ ตำหนักหลันฮวาของพระสนมจ้าวหรูเยียน จ้าวผินในชุดผ้าไหมทอดกายนั่งอยู่ด้วยท่วงท่าอันสง่างาม ตรงหน้
ในห้องหนังสือตำหนักเฟิ่งหลัว จางอวิ๋นเซียวในชุดสีขาวสะอาดตา ยังคงทำหน้าที่อบรมสั่งสอนกลยุทธ์การปกครองและตำราพิชัยสงครามให้แก่ซ่งเล่อคังอย่างต่อเนื่องและเข้มงวด เด็กน้อยตั้งใจเล่าเรียนด้วยแววตาเป็นประกาย โดยมีขุนนางหนุ่มคอยขัดเกลาปัญญาอย่างไม่รีบร้อน เพื่อเตรียมความพร้อมให้องค์ชายน้อยก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งรัชทายาทอย่างสง่างามในอนาคตในขณะเดียวกัน บรรยากาศภายในศาลาริมน้ำของตำหนักเฟิ่งหลัวกลับอบอวลไปด้วยความอาลัยอาวรณ์ ไป๋เมิ่งเทาขุนนางหนุ่มผู้สุขุมและเชี่ยวชาญด้านการโยธา ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งจากองค์ฮ่องเต้ให้เป็นหนึ่งในคณะขุนนางผู้ใหญ่ ร่วมเดินทางลงพื้นที่ทางเหนือเพื่อตรวจสอบโครงสร้างเขื่อนและบัญชีทุจริตทั้งหมดขององค์ชายรองร่างสูงโปร่งในชุดขุนนางเต็มยศก้าวเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าของซ่งซือหนิงที่กำลังนั่งเอนกายจิบชาอยู่กลางศาลา แววตาของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความอบอุ่นและอาวรณ์ยามที่ต้องเอ่ยปากลา“องค์หญิง กระหม่อมต้องออกเดินทางไปเมืองทางเหนือเพื่อตรวจเขื่อนตามพระบัญชาในอีกไม่กี่ชั่วยามข้างหน้านี้แล้ว ยามที่ต้องห่างไกลจากพระองค์เช่นนี้ ในใจของกระหม่อมช่างห่วงหาและกั
ท่ามกลางความเงียบสงัดยามวิกาล แม่ทัพหนุ่มสือซื่ออันก้าวเข้ามาคุกเข่ารายงานข่าวล่าสุดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม“ทูลองค์หญิง สายสืบของกระหม่อมที่วางเครือข่ายไว้รอบวังหลัง พบบันทึกการเคลื่อนไหวที่น่าสงสัยจากตำหนักหลันฮวาพ่ะย่ะค่ะ ยามนี้จ้าวผินกำลังลอบวางแผนการบางอย่างเพื่อชิงความโปรดปรานให้แก่องค์ชายหกซ่งเล่อเทียน และที่น่าแปลกคือ ในช่วงไม่กี่วันมานี้นางได้ส่งคนสนิทติดต่อเข้าออกตำหนักขององค์หญิงเจ็ดอยู่บ่อยครั้งอย่างผิดปกติพ่ะย่ะค่ะ”เมื่อได้ฟังคำรายงาน ซ่งซือหนิงที่กำลังเอนกายพิงตั่งไม้ก็พลันเลิกคิ้วขึ้น นัยน์ตาคู่หงส์ฉายแววขบขันก่อนจะหลุดสรวลออกมาเบาๆ อย่างนึกสมเพช“หึๆ ช่างน่าขันนัก บรรดาพระสนมในวังหลังแห่งนี้ วันๆ คิดแต่จะหาเศษหาเลยกับความโปรดปรานอันฉาบฉวยของเสด็จพ่อ” องค์หญิงสามส่ายหน้าพลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหยัน“เสวียนฮองเฮาตั้งชื่อโอรสทั้งสองโดยหยิบยืมพระนามของฮ่องเต้ซ่งเทียนเฟย เอาคำว่า ‘เทียน’ ไปตั้งชื่อองค์ชายใหญ่ซ่งเทียนหรง เอาคำว่า ‘เฟย’ ไปตั้งชื่อองค์ชายรอง ซ่งหยางเฟย หวังจะอวดอ้างความเป็นสายเลือ
“เสียสละงั้นหรือ รักษาพี่ใหญ่งั้นหรือ เสด็จแม่... ท่านช่างลำเอียงและเลือดเย็นยิ่งนัก”ซ่งหยางเฟยแผดเสียงหัวเราะอย่างคนเสียสติ ก่อนจะเริ่มอาละวาดขว้างปาแจกัน ตลอดจนโต๊ะเก้าอี้ไม้เนื้อดีภายในห้องจนล้มคว่ำเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ขันทีและนางกำนัลต่างพากันก้มหน้าด้วยความหวาดกลัวชายหนุ่มทั้งเสียใจและแค้นใจที่ตนเองทุ่มเททำทุกอย่างโกงกินแผ่นดินเพื่อตำหนักคุนหนิง ทว่ายามพ่ายแพ้ กลับถูกมารดาแท้ๆ และพี่ชายร่วมอุทรถีบหัวส่งให้เป็นแพะรับบาปอย่างไร้เยื่อใย“พี่ใหญ่... เจ้าช่างเหี้ยมโหดนัก วางแผนสลัดเบี้ยหลุดพ้นมลทินก้าวสู่บัลลังก์อย่างสง่างาม บนหยาดเหงื่อและรอยเลือดของข้า” ซ่งหยางเฟยกดเสียงต่ำ ทรุดกายลงนั่งกุมขมับแต่ก็ไม่แปลกใจนัก เพราะก่อนหน้านี้เขามีผลงานโดดเด่นกว่าพี่ใหญ่ มารดาก็ดูเหมือนจะเอนเอียงมาทางเขามากกว่า บัดนี้เมื่อถูกน้องชายเปิดโปงกลางท้องพระโรง หากนางจะเลือกข้างใหม่ก็คงไม่ผิด เพราะไม่ว่าใครระหว่างตนกับพี่ชาย หากได้เป็นรัชทายาท นางก็ล้วนได้ประโยชน์ทั้งสิ้นแม้ในใจจะเดือดดาลจวนเจียนจะระเบิด ทว่าเขาล่วงรู้ดีว่ายามนี้ตนเองไร้ซึ่ง
พระสนมจ้าวยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ขณะที่มององค์ชายหกของตน“ในเมื่อองค์ชายสี่เก่งกาจและมีสิทธิ์ชิงบัลลังก์มังกรได้ เหตุใดองค์ชายหกของข้าจะไม่มีสิทธิ์เล่า” จ้าวผินเค้นเสียงต่ำ แววตาฉายประกายละโมบ“สายเลือดมังกรเหมือนกัน อายุอานามก็ไล่เลี่ยกัน หากองค์ชายสี่ทำได้ เล่อเทียนของข้าก็ต้องทำได้เช่นกัน ก่อนจะถึงวันประกาศแต่งตั้งรัชทายาทอย่างเป็นทางการ ข้าในฐานะมารดา จะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อผลักดันดันเขาให้โดดเด่นเหนือกว่าผู้ใดให้จงได้”เสี่ยวซูได้ฟังก็ตาโต รีบกราบทูลถามด้วยความกระตือรือร้น “พระสนมทรงวางแผนการอันใดไว้แล้วหรือเพคะ พวกเราจะใช้กลยุทธ์ใดผลักดันองค์ชายหกให้โดดเด่นดีเพคะ”จ้าวผินไม่ได้เอ่ยวาจาตอบกลับในทันที นางเพียงแต่ยกถ้วยชาขึ้นแตะริมฝีปากอิ่ม คลี่ยิ้มลึกล้ำลึกลับดั่งนางจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ แววตาคู่สวยฉายประกายแผดเผาแฝงไปด้วยเล่ห์กลอุบายอันร้ายกาจที่ยังมิอาจเปิดเผยให้ผู้ใดล่วงรู้ในยามนี้“หึๆ เรื่องนั้นเจ้ามิต้องร้อนใจไปเสี่ยวซู หมากกระดานนี้ข้าขอมองดูหวงกุ้ยเฟยและฮองเฮาฟัดเหวี่ยงกันให้หนำใจเสียก่อน ส่วนแผนการของข้า
ครู่ต่อมา หลังจากหมอหลวงถวายการฝังเข็มจนเสร็จสิ้น เสวียนฮองเฮาก็ลืมพระเนตรฟื้นคืนสติขึ้นมาอีกครั้ง ทว่าครานี้นางสิ้นฤทธิ์เดช ไม่หลงเหลือคราบหงส์ผู้หยิ่งผยองอีกต่อไป พระนางซบพระพักตร์ลงกับหมอนอิง ร้องไห้สะอึกสะอื้นปานจะขาดใจดั่งคนที่สิ้นหวังในชีวิตทั้งปวง“เทียนหรง หมดสิ้นแล้ว เงินทองไม่มี ผลงานก็พังพินาศ ต่อไปนี้พวกเราจะเอาสิ่งใดไปสู้กับหวงกุ้ยเฟยและลูกๆ ของมันได้อีก” เสวียนเฟิงเหยาเอ่ยเสียงสั่นเครือ หยาดน้ำตาไหลอาบแก้มซ่งเทียนหรงเห็นพระมารดาฟื้น จึงรีบโบกมือไล่หมอหลวงและนางกำนัลให้ออกไปนอกห้องจนหมดสิ้น เมื่ออยู่กันตามลำพังสองคนแม่ลูก ชายหนุ่มก็ขยับเข้าไปทรุดกายลงนั่งข้างเตียง แววตาแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาและเด็ดขาดอย่างน่ากลัว“เสด็จแม่ ทรงฟังลูกให้ดีพ่ะย่ะค่ะ ในเมื่อยามนี้สถานการณ์บีบคั้น พวกเราจำเป็นต้องเลือกสลัดหมากบางตัวเพื่อรักษาหมากสำคัญไว้พ่ะย่ะค่ะ” องค์ชายใหญ่กระซิบเสียงต่ำฮองเฮาชะงัก ขมวดคิ้วมองโอรสองค์โตด้วยความไม่เข้าใจ “เจ้าหมายความว่าอย่างไร”“เสด็จแม่ทรงคิดดูเถิดพ่ะย่ะค่ะ ยามนี้อย่างไรเสียหยางเ
ภายในตำหนักคุนหนิง เสวียนฮองเฮาค่อยๆ ขยับพระวรกายฟื้นคืนสติขึ้นมาหลังจากเป็นลมล้มพับไป ทว่าทันทีที่ดวงตาเบิกกว้างและภาพความอัปยศอดสูในท้องพระโรงแล่นกลับเข้ามาในหัว นางก็เบิกตากว้าง เริ่มกรีดร้องและอาละวาดขว้างปาข้าวของเครื่องเคลือบราคาแพงลงพื้นจนแตกกระจาย“ซ่งเล่อคัง ไอ้เด็กนั่นกล้าดีอย่างไรมาเหยียบย่ำหน้าข้าและลูกๆ ของข้าเช่นนี้... ไม่สิ เด็กคนเดียวจะคิดอะไรแบบนี้ได้ หากไม่ใช่เพราะแม่และพี่สาวของมัน” ฮองเฮาตวาดลั่นจนเสียงแหบแห้งในยามนั้นเองซ่งเทียนหรงก็รีบก้าวเท้าเข้ามาในห้องบรรทมด้วยสีหน้าซีดเผือด ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความวิตกกังวลและหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด เขาคุกเข่าลงข้างเตียงพระมารดาทันที“เสด็จแม่ ทรงระงับโทสะก่อนพ่ะย่ะค่ะ” องค์ชายใหญ่เอ่ยเสียงสั่น“เทียนหรงเจ้าเข้ามาก็ดีแล้ว หยางเฟยเล่า น้องรองของเจ้าอยู่ไหน เหตุใดจึงไม่มาหาข้า” ฮองเฮากระชากแขนเสื้อโอรสองค์โตถามหาลูกชายคนโปรดทันทีซ่งเทียนหรงหน้าเสีย ยิ่งทวีความอึกอักจนฮองเฮาใจเสีย ก่อนที่เขาจะกัดฟันสารภาพความจริงอันโหดร้าย“ทูลเสด็จแม่ ยามน







