ANMELDENกริชดนัยสังเกตได้ถึงความแปลกบางอย่าง คือทุกครั้งที่เขาไปรับคริมาในตอนเย็นเพื่อกลับบ้าน ฟ้ารุ้งกับบิดาของหล่อนก็จะรออยู่ด้วย และมักจะชักชวนพวกเขาไปรับประทานอาหารเย็นด้วยกันเกือบทุกวัน บางวันขนาดว่าเขาปฏิเสธ สองพ่อลูกนั่นก็จะยังตามมาที่บ้านของพวกเขา
วีรพลดูสนิทสนมกับคริมามาก มากจนชักจะเกินไปในสายตาของเขา
ไอ้จะห้ามโต้งๆ ว่าไม่ต้องมาวุ่นวายกับเธอ เขาจะห้ามได้ที่ไหนกัน เพราะลูกสาวของวีรพลเป็นเพื่อนรักกับคริมา สองคนเรียนด้วยกันก็ต้องเจอกันเป็นปรกติ แต่ที่เริ่มไม่ปรกติ คือในวันหยุดสองพ่อลูกนั่นก็มารับคริมาของเขาออกไปข้างนอกเรื่อย
ยามสนทนากัน บางทีเขาลองเปรยถาม คริมาก็จะเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟังว่าไปทำอะไรมาบ้าง มันยิ่งทำให้เขายิ่งรู้สึกผิดปรกติ
ไอ้หมอนั่นคิดอะไรกับคริมาของเขาแน่นอน แถมเด็กฟ้ารุ้งดูจะสนับสนุนพ่อสุดตัวเสียด้วย
“นั่นสร้อยอะไรหรือวี่”
เขาทักขณะที่นอนกอดเธอ...ปรกติแล้วคริมาไม่ค่อยใส่เครื่องประดับ มีแค่แหวนที่นิ้วกลางวงเดียวและสร้อยแขนที่เป็นสร้อยทองเส้นเล็กติดตัวที่เขาเห็นตลอด วันนี้เธอมีสร้อยคอสีเงินและห้อยจี้เพชรเม็ดเล็กเป็นรูปหัวใจ ดูแล้วน่าจะเป็นของแท้อยู่บนลำคอขาวผ่องของเธอด้วย
“อ๋อ...ของขวัญจากยัยฟ้ากับคุณวีน่ะค่ะ”
“ของขวัญเนื่องในโอกาสอะไร...เหรอครับ”
เขาลองตะล่อมถาม ตอนนี้เขามองหัวใจดวงเล็กที่ส่องประกายจรัสบนลำคอเธอด้วยสายตาขุ่นๆ
“วัน...เอ่อ...”
ลังเลว่าจะพูดดีไหม จริงๆ แล้ววันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของคริมา ปีนี้ตรงกับวันหยุดพอดี ฟ้ารุ้งและวีรพลพาเธอไปฉลองวันเกิด และพาไปซื้อของขวัญเป็นสร้อยคอทองคำขาวพร้อมกับจี้เพชรแท้ ตอนแรกเธอจะไม่รับเพราะเห็นว่ามันราคาค่อนข้างแพง เพื่อนรักทำหน้างอใส่นั่นแหละ ถึงได้รับไว้และเธอก็ชอบดีไซน์ของมัน เป็นสร้อยเส้นเล็กไม่ใหญ่มากนัก แถมเป็นคนที่สำคัญให้คริมาเลยตั้งใจไว้ว่าจะใส่ติดคอเป็นเครื่องประดับประจำ
“วันอะไร วันเกิดของวี่เหรอ”
เขาลองเดา หน้าของคริมาบอกทุกสิ่ง ว่าที่เขาเดานั้นคือเรื่องจริง...วันนี้เขาติดธุระเรื่องเอกสารสำคัญกับทนายจารึกที่มาที่บ้าน พอคริมาขออนุญาตออกไปข้างนอกกับฟ้ารุ้งเขาจึงไม่ได้ถามและอนุญาตให้ไป
“อากริชรู้ด้วยหรือคะ?”
“ใช่จริงๆ หรือ ทำไมไม่บอกอาล่ะ ว่าวันนี้วันเกิดของวี่”
เขาขมวดคิ้ว สีหน้าของเขาดูเครียดน้อยๆ เขากำลังรู้สึกน้อยใจ และเสียใจ มันควบคุมไม่ได้ที่รู้สึกแบบนั้นแม้จะพยายามข่มใจตัวเองขนาดไหนก็ตามที
เขากำลังตกหลุมรักคริมาทั้งที่พยายามปฏิเสธ...หัวใจตัวเอง
“ก็...จำเป็นด้วยหรือคะ”
เสียงหวานดังอย่างออดอ่อย เธอรู้สึกเจียมตัวกับฐานะเมียเก็บของเขา เขาไม่จำเป็นจะต้องมาทำอะไรให้เธอสักหน่อย ก็เธอแค่เมียเก็บ
แค่ผู้หญิงที่เขาเคยบอกด้วยซ้ำว่าเกลียด...
“จำเป็นสิ” หน้าของเขาบึ้งตึงเลยล่ะตอนนี้
“วี่เป็นเมีย...ฉะนั้นอาก็จำเป็นจะต้องรู้ทุกอย่างของวี่ แล้วคนที่ควรจะพาวี่ไปฉลองวันเกิดก็คืออา...ไม่ใช่คนอื่นแบบนี้”
“ยัยฟ้ากับพ่อวีไม่ใช่คนอื่นสักหน่อย”
“พ่อวี...”
คำเรียกชื่อชายรุ่นพี่คนนั้นทำให้เขาใจชื้น น้องเรียกทางนั้นว่าพ่อ...ก็คงจะไม่คิดอะไรหรอก
“วี่นับถือพี่วี เป็นพ่อเลยหรือครับ”
เสียงของเขานุ่มขึ้นฟังไม่ได้ห้วนห้าวเพราะอารมณ์เสีย เล่นเอาคนในอ้อมแขนปรับตัวแทบไม่ทัน
“เอ่อ...”
คริมาเป็นฝ่ายขมวดคิ้วบ้างเพราะไม่ค่อยเข้าใจคำถามของเขา กับวีรพลเขาจะให้เธอคิดเป็นอะไรได้อีกล่ะ ก็เขาเป็นพ่อของฟ้ารุ้งเพื่อนรักของเธอ ดีกับเธอ เธอก็ต้องเคารพรักอีกฝ่ายคล้ายฟ้ารุ้งไม่ใช่หรือ
ความที่ยังไร้เดียงสา ไม่ทันเกมชาย ยังอ่อนวัยของคริมาทำให้เธอไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายไม่ได้คิดเอ็นดูเธอแค่ลูกเพื่อน
“แค่นั้นนะ...”
เสียงนั้นเข้ม เขาพรมจูบไปที่ลำคอของเธอ นึกหึงสร้อยเส้นนั้นที่มันเป็นของขวัญที่ได้อยู่บนร่างกายของคริมา
“ค่ะ อะ อืม อากริช”
เสียงขานรับกลายเป็นเสียงครางเมื่อปากและมือของเขาเลื่อนลงไปยังตรงที่ต่ำกว่าหัวใจเพชรดวงน้อยของคริมา
“พรุ่งนี้อาจะพาไปฉลองย้อนหลังให้”
เขาเอ่ยงึมงำกับอกอวบนุ่ม เขาน้อยหน้าเพื่อนรักและวีรภาพไม่ได้หรอก
“ไม่ต้องก็ได้ค่ะ อากริช อืม...”
มือของเธอจิกที่ผมของเขาแน่น เมื่อเขากำลังดูดกลืนปลายยอดอย่างเมามัน สัมผัสจากเขาเหมือนไฟร้อนที่เผาไหม้เธอทุกหน ตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาทำให้เธอเจ็บ ก็ไม่มีครั้งไหนอีกเลยที่เขาทำให้เธอเจ็บปวด มันมีแต่ความสุข...หฤหรรษ์ ทำให้เธอเสพติดเขา...เสพติดรสชาติรสรักจากเขา
“ต้องสิ วี่เป็นเมียอา...”
เขายังคงย้ำขณะที่เลื่อนไล้สัมผัสลงไปยังด้านล่าง...
คืนนั้นรสรักจากเขาเป็นสัมผัสละมุนปนเร่าร้อน ทำให้เธอถึงสรวงหนแล้วหนเล่า จนหลับไปด้วยความเพลียและความสุข
ราวกับว่าเขาให้ของขวัญกับเธอ...ด้วยสัมผัสอ่อนหวานนั้น
................................................................................................................................................................
“เอ่อ...อากริชคะ”
คริมามองเขาอย่างประหลาดใจเมื่อกริชดนัยพาเธอมายังร้านจิลเวอร์รี่แบรนด์หรูในห้างสรรพสินค้าระดับไฮเอน และสั่งให้พนักงานเอาถาดแหวนเพชรมาให้ดู
“ชอบวงไหนเลือกเอาได้เลย อาให้เป็นของขวัญวันเกิด”
กริชดนัยว่า เขารู้ว่าเธอรักฟ้ารุ้งมาก และน่าจะหวงของขวัญวันเกิดที่เพื่อนให้ เขาจะสั่งให้ถอดออกคริมาก็คงไม่ยอม และคงจะดูไม่ดี ฉะนั้นเขาก็มีวิธีเกทับอีกฝ่าย ด้วยการให้ของขวัญเป็นเครื่องประดับเหมือนกัน และจะต้องแพงกว่าด้วย
เขาเป็นคนขี้อิจฉาไปแบบไม่รู้ตัวเสียแล้วตอนนี้
“เอ....ให้วี่จริงๆ น่ะเหรอคะ”
หัวใจของคริมาพองฟูขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เขาพยักหน้า แล้วเลื่อนถาดให้เธอเลือก
“อืม เอาที่วี่ชอบได้เลยครับ”
“แต่มันแพงมากนะคะ วี่เอาแบบเล็กกว่านี้หน่อยได้ไหมคะ”
เธอหยิบแหวนมาดูเห็นราคาแล้วก็ย่นจมูกน้อยๆ ตอนนี้หน้าของเธอเป็นสีเรื่อด้วยความปลาบปลื้มใจที่เขากรุณาเธออย่างเหลือเกิน เมียบำเรอคนนี้ ทาสรักของเขาคนนี้ นายเอื้อเอ็นดูจนมอบของขวัญวันเกิดให้...อย่างน้อยเขาก็คงจะจางเกลียดเธอบ้างแล้วกระมัง
“เอาแบบนี้แหละ ไม่ต้องเกรงใจ เป็นเมียของกริชดนัย...ก็ต้องมีเครื่องประดับที่สมตัวหน่อย เลือกไปเถอะครับเอาวงที่วี่ชอบ อาจ่ายไหว ถาดนี้เพชรหนึ่งกะรัตใช่ไหมครับ”
เขาถามพนักงานทางนั้นกุลีกุจอเอ่ยอธิบายทันที
“ค่ะ ตัวเพชรเด่นของถาดนี้จะหนักราวๆ หนึ่งกะรัตค่ะ เป็นเพชรแท้จะคะคุณผู้ชาย ตัวเรือนเป็นทองคำขาวสั่งสลักข้อความได้นะคะ”
“ชอบแบบไหนครับ แบบนี้ดีไหม?”
เขาหยิบแหวนวงหนึ่งให้กับคริมาดู แล้วก็สั่งให้เธอเอามือมาให้เขา กริชดนัยเลือกสวมมันที่นิ้วนางข้างซ้ายมันพอดีเป๊ะกับนิ้วของคริมา
ตัวแหวนออกแบบเป็นเพชรสองเม็ดเกี่ยวกันหนักเม็ดล่ะครึ่งกะรัตดีไซน์ของมันดูเรียบหรูเหมาะกับนิ้วเรียวสวยของคริมา
“สวยมากเลยค่ะ เหมาะกับนิ้วของคุณผู้หญิงมากเลย”
พนักงานรีบเชียร์ คริมานั้นเกรงใจเขามากด้วยราคาของมันและก็ตื่นเต้นมากด้วยเพชรส่องแสงละลานตาไปหมดจนเธอเลือกไม่ถูก เมื่อเขาเลือกให้เองแบบนี้เธอก็ถือว่ามันเป็นของขวัญจากเขา เธอจึงมองหน้าเขาแล้วพยักหน้า
“ถ้าอากริชว่าดี วี่ก็ชอบค่ะ”
“หึๆ เอาที่ชอบจริงๆ สิ ชอบไหม อย่าตามใจอา”
“ชอบค่ะ ชอบมาก แต่ว่ามันแพง...”
“บอกว่าอย่าไปสนเรื่องถูกแพง อาอยากให้ อามีปัญญาให้เมียอา”
เขาพูดคำว่าเมีย เน้นเสียงด้วย พนักงานที่กำลังเก็บถาดแหวนถึงกับมองหน้าพวกเขาแล้วแอบยิ้มอย่างเขินๆ น่าอิจฉาน้องคนนี้จริงๆ แฟนดูน่ารักมาก พามาเลือกเพชรไว้ใส่เล่นแบบนี้
“วี่ต้องใส่ทุกวันนะ ห้ามถอด”
“ขอบคุณนะคะ” คริมาไหว้เขา แต่เขาตบลงเบาๆ ที่หน้าอกของตัวเอง
“มาขอบคุณตรงนี้สิครับ”
เขาว่าคริมารีบสั่นหน้า เพราะเขิน เรื่องอะไรเธอจะทำอย่างนั้นกันเล่า...คนเยอะจะตายไป กริชดนัยเห็นน้องทำยืนตัวแข็งก็เป็นฝ่ายดึงน้องมากอด และหอมฟอดใหญ่เสียเองพร้อมกับกระซิบเสียงทุ้ม
“เด็กดื้อ ขัดคำสั่งอา คืนนี้วี่จะต้องโดนทำโทษ”
คำพูดนั้นยิ่งทำให้เธอหน้าแดงและผลักเขาออก กริชดนัยยิ้มอย่างมีความสุขและล้วงหยิบเอาบัตรเครดิตส่งให้กับพนักงานที่ยืนอมยิ้มอยู่
เขาบอกให้พนักงานไม่ต้องเอาแหวนใส่กล่อง และสวมให้กับเธอเลย พร้อมกับเอ่ยย้ำ ว่าถ้าจะถอดออก คนถอดจะต้องเป็นเขาเท่านั้นที่มีสิทธิ์
คริมามองที่นิ้วของตัวเองขณะที่เดินกับเขา แหวนเพชรส่งประกายระยับงามจับตาเธอ หญิงสาวลอบถอนใจ มันปลื้มที่เขาทำแบบนี้ แต่ลึกๆ มันก็ปะปนเคลือบไว้ด้วยความทุกข์
เธอมีเวลาแบบนี้อีกแค่ห้าปี คริมาได้แต่บอกตัวเองอย่างเจียมตนและเศร้าสร้อย ในวันที่เขาคืนอิสรภาพให้เธอ เธอก็จะคืนทุกสิ่งให้เขาเช่นกัน
“เรื่องอะไร แอบมีอะไรโกหกอาไม่สารภาพอีกหรือเปล่า? วี่แอบไปรักใคร”เขาแกล้งว่า คริมาย่นจมูกน้อย แล้วเอ่ยพึมพำเบาๆ “วี่จะไปรักใครได้อีกล่ะคะ นอกจาก...”“นอกจากอาหรือเปล่าครับ”คริมามองสบตาเขา แล้วก็หน้าแดงก่ำ เธอไม่พูดตอบ แต่ซุกหน้ากับอกเขา ทำท่าจะไม่พูดต่อเอาเสียดื้อๆ กริชดนัยหัวเราะหึๆ น้องปากแข็ง...ทั้งที่ถ้าเกิดว่าอ้อนเขาบ่อยๆ บอกรักเขาบ่อยๆ คนมีใจอยู่แล้วอย่างกริชดนัยคงไม่วายบอกรักตอบไปหรอก แต่นี่...ไม่ใช่เลยถ้าเกิดว่าคริมาเหมือนแม่จริงๆ เธอคงไม่เป็นแบบนี้ลูกไม้ไกลต้น...อาจจะเพราะการถูกหล่อหลอมมากระมัง อาจจะเพราะความคิดอ่านไม่ได้ถูกมารดาครอบงำ ทำให้คริมาเป็นลูกไม้ ที่ถูกลมแห่งความดีพัดไปไกลต้นไม้อย่างพัดชา“อื้อ...ทำไมเงียบล่ะ ไหนบอกว่ามีเรื่องอะไรจะคุยด้วย ตกลงว่าจะสารภาพอะไร”“มันไม่ใช่สารภาพ มันเป็นเรื่องที่วี่ไม่เคยพูดกับอากริชมากกว่า เป็นเรื่องที่วี่ไม่มีโอกาสได้พูด...ไม่รู้ว่าอากริชจะมองว่าวี่แก้ตัวไหม แต่...วี่รู้ว่าอากริชโกรธเกลียดวี่เพราะเรื่องนี้ เรื่องเมื่อหกปีที่แล้ว”“ไหนพูดสิ” เขาจะให้เธอพูดให้ฟังให้หมด ก่อนจะบอกว่าจริงๆ แล้วเขาไม่เหลือความโกรธและเกลียด
คริมาหันมามองเพื่อน สีหน้าของเธอไม่สู้ดีเลย ฟ้ารุ้งถอนใจเฮือกก่อนจะแตะแขนเพื่อนรักอย่างให้กำลังใจ“เติมสักสามขวดไหมล่ะยัยวี่จะได้กล้าเข้าบ้าน”“ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก...หรือ...ก็ดีนะ เราควรย้อมใจ...”“ยัยวี่เอ๊ย!” ฟ้ารุ้งจับหน้าเพื่อนแล้วตบแก้มเพื่อนรักเบาๆ ตอนนี้คริมาเหมือนกำลังจะร้องไห้อยู่แล้ว“ทั้งรักทั้งกลัวเค้าสินะ เราน่ะ”“อากริชเสียงดุมากเลย ตอนเราโทรบอกว่าจะให้ฟ้ามาส่ง...แล้วก็บอกว่าให้เรารีบกลับมา มีเรื่องจะต้องคุยกัน”“นี่...ยัยวี่ฉันจะแนะนำอะไรเธอ แบบที่ทำให้อีตาอากริชนั่นหายเคือง ทำตามเรานะรับรองว่าหายชัวร์”“ทำยังไง” คริมาทำตาปริบๆ ฟ้ารุ้งยิ้มทะเล้นก่อนจะกระซิบเสียงพร่าข้างหูเพื่อน“ก็จับอากริชของเธอขึงพืด จัดหนักเสียเลยไง ใช้เซ็กซ์ละลายพฤติกรรมสิยัยวี่”“โอ๊ย...” คริมาผลักเพื่อน ฟ้ารุ้งหัวเราะชอบใจ แล้วเอื้อมไปหยิบเอาถุงขนมที่แวะซื้อก่อนเข้าบ้าน ยัดใส่มือเพื่อน พร้อมกับเอ่ยสำทับ“เอ้า...เอาของหวานให้ตาอากริชนั่นกิน ของหวานจะทำให้อารมณ์ดี เสร็จแล้วก็...” ว่าแล้วก็หัวเราะคิกคัก คริมาสั่นหน้า หน้าของเธอแดงก่ำ “อื้อ...ไม่เอา”“เอาเหอะ...อิอิอิ เราไปก่อนล่ะย
ปาร์ตี้ละลายพฤติกรรมของสองสาว คือเครื่องดื่มค็อกเทลสีสวย แอลกอฮอล์ 5% และผัดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมกรุบกรอบ คริมาที่เหมือนคนหนีแบบเร่งด่วนมา เลยไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย นอกจากกระเป๋าสะพายใบที่เธอใช้ไปมหาวิทยาลัยประจำ โน้ตบุ๊ค เสื้อผ้าอะไรก็ลืมหอบหิ้วมา ตอบไลน์กริชดนัยแล้วเธอก็ปิดโทรศัพท์ เพราะฟ้ารุ้งสั่งให้ปิด ทางนั้นจะได้คิดว่าเธอนอนแล้ว เดี๋ยวตามเช็คอีกแล้วก็จะเห็นว่าฟ้ารุ้งชวนคริมาปาร์ตี้ จะพากันเดือดร้อนเอา“ปิดแหละดี เดี๋ยวอากริชของเธอจะเช็ค เห็นเราปาร์ตี้กินค็อกเทลกัน หนหน้าจะไม่ให้เธอมาอีก จริงสิไหนๆ ก็ไหนๆ ถ้าเหล้าหมด ไปร้านแถวนี้ไหมอะยัยวี่”“ไม่สิ...อะไรกันน่ะยัยฟ้า มาชวนเที่ยวเสียอย่างนั้นแหละ รู้นี่ว่าเราไม่ชอบเที่ยว”“ไปเสียหน่อยจะเป็นอะไร เราจะได้นัดพ่อออกมาด้วย”ฟ้ารุ้งยังไม่ลืมหรอกเรื่องสนับสนุนพ่อให้กับเพื่อน “หืม? คุณวีน่ะเหรอ”“ก็เออสิยะ พ่อเราน่ะยังเฟียสอยู่นะยัยวี่ เธอเห็นว่าพ่อเราแก่เหรอ”ลองถามแบบเลียบๆ เคียงๆ ดู เพื่อนรักเพียงแค่หัวเราะ...เอาเหอะ โอกาสยังมีอีกมาก ค่อยๆ เขยิบเอาก็ได้ เดี๋ยวเพื่อนรักจะตกใจ“ไม่แก่หรอก พ่อของฟ้าอะยังหนุ่ม ยังหล่ออยู่เลย”“
ทนายจารึกสังเกตเห็นสิ่งผิดปรกติระหว่างสองหนุ่มสาวมากมายระหว่างมื้ออาหารเย็นและการสนทนา อาชีพทนายทำให้เขาได้คลุกคลีกับคนหลายประเภท และมีจิตวิทยาในการสังเกตคน ฉะนั้นพิรุธของสองหนุ่มสาวที่แสดงออก ก็ทำให้เขารู้แจ่มชัดว่าสิ่งที่เขาสังหรณ์ไว้เกี่ยวกับกริชดนัยและคริมา คงจะเป็นความจริงเป็นแน่แท้ด้วยอายุอานามก็...ถือว่าเหมาะสมแม้ฝ่ายหญิงจะยังอายุน้อย และเขาก็อยากให้คริมาเรียนให้จบก่อน เขากำลังคิดหาข้อแก้ตัวสวยๆ ไว้ให้กับคนทั้งสอง ถ้าเกิดว่าวันหนึ่งมีงานวิวาห์เกิดขึ้นมา“หนูวี่...ขอบใจมากนะสำหรับอาหารอร่อยๆ มื้อนี้ แล้ว...ยังไงก็เอาสิ่งที่ลุงพูดบอก ไปทำดูล่ะ” ทนายจารึกเอ่ยย้ำก่อนจะขึ้นรถ คริมาพึมพำรับคำ แล้วก้มหน้า...กริชดนัยยืนอยู่ข้างๆ เธอ นึกสงสัยว่าทนายจารึกพูดอะไรกับคริมา “กลับก่อนนะครับคุณกริช ฝากดูแลหนูวี่ด้วย ป้องกันด้วยก็ดีนะครับ ผมอยากจะให้หนูวี่เรียนให้จบก่อน”ประโยคหลังเอ่ย พร้อมกับขยิบตาให้ เล่นเอากริชดนัยและคริมาสะดุ้ง แล้วพากันเสมองไปทางอื่น ทนายจารึกหัวเราะขึ้นเบาๆ แล้วปิดประตูรถ ก่อนจะขับรถออกไปจากบ้านคืนนั้น...คริมานั้นว้าวุ่นเรื่องที่แหวนของขวัญจากเขา ไม่ได้อยู่บนนิ
วันนี้คริมา มาทำงานกับกริชดนัยเพราะเขาลากเธอมาด้วย เนื่องจากที่มหาวิทยาลัยของเธอหยุด เขาบอกว่าขืนไม่พามา เดี๋ยวเพื่อนซี้ของเธอก็จะมาพรากเธอไปจากเขาอีกดูใช้คำเข้า แล้วไหนจะการถูกเอาอกเอาใจอย่างคาดไม่ถึงจากเขา ของขวัญจากเขา...คริมากรีดนิ้วประกายเพชรส่องแสงวูบวาบบนนิ้วนางด้านซ้ายของเธอคนส่วนมากมักจะใส่แหวนแต่งงานหรือแหวนแทนใจจากคนรักไว้ที่นิ้วนี้เขา...คิดอย่างไรถึงได้สวมให้กับเธอที่นิ้วนี้คำถาม...ที่มีคำตอบในใจคนถามอยู่สองอย่าง“น้องวี่คะ เที่ยงนี้ไปกินข้าวด้วยกันไหมคะ บอสน่าจะกลับมาบ่ายบอกว่ายังไม่เสร็จธุระน่ะค่ะ” เสียงทักทำให้หญิงสาวที่กำลังจมกับภวังค์ของตนเองสะดุ้งเล็กน้อย แล้วหันไปยิ้มให้กับต้นเสียง เลขานุการสาวของกริชดนัยนั่นเองเธอขานรับ รัชนีจึงมาทรุดนั่งข้างๆ อยากจะชวนหญิงสาวคุย ตาสะดุดเห็นตรงแหวนวงสวย ก็อุทานออกมา“แหวนสวยจังนะคะน้องวี่ ซื้อใหม่หรือคะ”“เอ่อ...” คริมาหน้าแดงนิดๆ จะอย่างไรเธอก็ยังรักษาคำสัญญาที่เขาตั้งเงื่อนไขไว้อย่างจริงจัง แม้ว่าตอนนี้พอจะมีคนระแคะระคายแล้ว ว่าเธอกับกริชดนัยไม่ใช่แค่อาเลี้ยงกับหลานสาวปรกติแน่นอน คนในบ้านแหละที่สังเกตเห็น และเพื่
กริชดนัยสังเกตได้ถึงความแปลกบางอย่าง คือทุกครั้งที่เขาไปรับคริมาในตอนเย็นเพื่อกลับบ้าน ฟ้ารุ้งกับบิดาของหล่อนก็จะรออยู่ด้วย และมักจะชักชวนพวกเขาไปรับประทานอาหารเย็นด้วยกันเกือบทุกวัน บางวันขนาดว่าเขาปฏิเสธ สองพ่อลูกนั่นก็จะยังตามมาที่บ้านของพวกเขาวีรพลดูสนิทสนมกับคริมามาก มากจนชักจะเกินไปในสายตาของเขาไอ้จะห้ามโต้งๆ ว่าไม่ต้องมาวุ่นวายกับเธอ เขาจะห้ามได้ที่ไหนกัน เพราะลูกสาวของวีรพลเป็นเพื่อนรักกับคริมา สองคนเรียนด้วยกันก็ต้องเจอกันเป็นปรกติ แต่ที่เริ่มไม่ปรกติ คือในวันหยุดสองพ่อลูกนั่นก็มารับคริมาของเขาออกไปข้างนอกเรื่อยยามสนทนากัน บางทีเขาลองเปรยถาม คริมาก็จะเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟังว่าไปทำอะไรมาบ้าง มันยิ่งทำให้เขายิ่งรู้สึกผิดปรกติไอ้หมอนั่นคิดอะไรกับคริมาของเขาแน่นอน แถมเด็กฟ้ารุ้งดูจะสนับสนุนพ่อสุดตัวเสียด้วย“นั่นสร้อยอะไรหรือวี่” เขาทักขณะที่นอนกอดเธอ...ปรกติแล้วคริมาไม่ค่อยใส่เครื่องประดับ มีแค่แหวนที่นิ้วกลางวงเดียวและสร้อยแขนที่เป็นสร้อยทองเส้นเล็กติดตัวที่เขาเห็นตลอด วันนี้เธอมีสร้อยคอสีเงินและห้อยจี้เพชรเม็ดเล็กเป็นรูปหัวใจ ดูแล้วน่าจะเป็นของแท้อยู่บนลำคอขาวผ่อง







