INICIAR SESIÓNถึงแม้ว่าคริมาจะหายไปกับกริชดนัยนานเกือบสองชั่วโมง แถมด้วยเพื่อนรักของเธอก็กลับมาในสภาพสวมชุดว่ายน้ำแบบแขนยาว หน้าตาดูเพลียๆ กันทั้งคู่ แต่ฟ้ารุ้งก็ทำไม่รู้ไม่ชี้ ไม่ท้าวความด้วยว่าทำไมกริชดนัยถึงได้อุ้มพาหลานสาวหายไปแบบนั้น
เธอโบกไม้โบกมือเรียกทั้งสองคนไปรับประทานแตงโมเย็นๆ ด้วยกัน สีหน้าของกริชดนัยดูขัดเขินเล็กน้อย เมื่อถูกฟ้ารุ้งจ้องด้วยสายตาแบบรู้ทัน เขาหลบตาเธอและบอกปฏิเสธไม่รับประทานด้วย บอกว่าจะลงไปเล่นน้ำ
“ออกกำลังมา อย่าไปไกลนะคะอากริช เดี๋ยวเป็นตะคริวค่า”
เสียงที่ดังไล่หลัง เล่นเอาเขาสะดุ้งแต่ก็ทำเป็นไม่ได้ยิน ว่ายน้ำแก้เขินเสียอย่างนั้น เด็กบ้านั่น...จะต้องรู้เรื่องเขากับคริมามากแน่ๆ
“ไปโน่นแล้ว หึ...ฉลามงับขาดทีเถิ้ด จะได้ไม่รังแกยัยวี่อีก เอ...หรือว่าเอาแค่หัวโหม่งโขดหินตรงนั้นให้สมองเสื่อมจะได้กลายเป็นคนใหม่ไปเลย”
“ยัยฟ้า”
คริมาทำเสียงครวญแต่แล้วก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้กับฟ้ารุ้งที่ค้อนกริชดนัยไปพลาง บ่นพึมพำไปพลางแบบนั้น
“ยัยวี่...เธอควรจะทำให้หึง แล้วก็ตึงบ่อยๆ นะ อากริชของเธออะจะได้รู้ตัว”
“หืม...”
“อย่ามาทำหน้าแบ้วไร้เดียงสานะยัยวี่ ไม่รู้เหรอว่าอากริชน่ะหึงเธอ”
“เขา...หึงเราเหรอ”
“เออก็หึงสิยะ เราน่ะแกล้งทำเสียงดังเพราะรู้ว่าเค้าอยู่ตรงที่นั่งนั่น” ฟ้ารุ้งชี้มือชี้ไม้ประกอบ
“ก็เลยแกล้งพูดดังๆ ว่าจะถ่ายรูปเธอไปลงสื่อเรียกเอฟซี ได้เรื่องเลยล่ะ ลุกพรวดพราดลืมตัวมาอุ้มเธอหายเข้าห้องไปเป็นชั่วโมงแบบนั้น ไปทำอะไรกันเหรอคะยัยวี่ อย่าบอกนะว่าอากริชให้เธอหาหงอกให้เหรอ? หายกันไปนานขนาดนั้น”
“บ้า...”
หน้าแดงแบบปิดอาการไม่มิด แล้วก็ก้มหน้างุด ฟ้ารุ้งเลยย่นจมูกพร้อมกับถอนใจเฮือก
“ยัยวี่ เธอต้องทำให้เขาหึงบ่อยๆ จะได้รู้ว่าเขาอะรักเธอ”
“เขาไม่ได้รักเราสักหน่อย...”
คริมาตอนนี้ใจแปลบ เมื่อนึกถึงประโยคนั้นในคืนหนึ่งของกริชดนัย
ฉันเกลียดเธอ...
หน้างามนั้นเศร้าสลดลงในทันที เพื่อนรักเห็นดังนั้น ก็ถอนใจและแตะมือเพื่อนเบาๆ
“ยัยวี่ เธอเชื่อฉันเถอะ อากริชน่ะอย่างน้อยก็ต้องหลงเธอแหละ ไม่หลงไม่ชอบจะหึงได้ไง จริงไหม? ฉะนั้นไหนๆ ก็ไหนๆ เธอก็รักเค้า...ก็ทำให้เขารักสิยัยวี่”
คริมามองไปทางท้องทะเลที่กริชดนัยยังคงว่ายน้ำลิ่วๆ ไปยังโขดหินที่เห็นอยู่ลิบๆ
เฮ้อ...
แล้วจะทำแบบไหนละให้เขารักน่ะ
คริมาได้แต่ตั้งคำถามตัวเอง...
หญิงสาวไม่รู้หรอกว่า เธอไม่ต้องทำอะไร อยู่เฉยๆ แบบนี้กริชดนัยคนที่ปากบอกว่าเกลียด แต่หัวใจกลับรู้สึกอีกทาง ก็รู้สึกถลำร่วงลงหลุมเสน่หาลึกลงไปทุกวัน
................................................................................................................................................................
เวลาวันหยุดช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน เวลาสนุกผ่อนคลายของคริมาที่ได้อยู่กับเพื่อนรัก วีรพลเองได้สังเกตอะไรระหว่างคริมากับอาเลี้ยงของเธอได้หลายอย่าง จนสุดท้ายเขาก็ลองเลียบๆ เคียงๆ ถามไถ่บุตรสาวดู
ฟ้ารุ้งนั้นกลัดกลุ้มเรื่องเพื่อนรักเป็นทุนเดิม แต่พอบิดาถามแบบนี้ตอนแรกก็ไถลไปคุยเรื่องอื่น เพราะมันเป็นเรื่องความลับของเพื่อน แถมเป็นเรื่องไม่ดี เกิดเผลอหลุดปากเล่าไปจะทำให้เพื่อนเสียหายในสายตาของบิดา
เฮ้อ...
เพื่อนรักของเธอคือเด็กดีมาตลอด มาแปดเปื้อนเพราะอีตาอากริชอะไรนี่แท้ๆ
วีรพลนั้นรู้จักลูกสาวของตนเองดี ฉะนั้นถ้าเขาอยากจะรู้ความลับในใจลูกจริงๆ มันจึงไม่ยากที่เขาจะแง้มมันออกมาให้ได้
ยิ่งความลับนั้นดูท่าจะเกี่ยวข้องกับคริมา เด็กสาวที่เขานึกชอบอีก เขาก็ยิ่งอยากจะรู้
คืนนั้นฟ้ารุ้งก็ดื่มไวน์กับบิดาในช่วงมื้อเย็น บิดาขยันรินให้เธอ ขณะที่เธอเองก็ดื่มเพลิน รู้ตัวอีกทีก็เมาแล้วเรียบร้อย
“มีอะไรอยากจะคุยกับพ่อหรือเปล่า เกี่ยวกับเรื่องของหนูวี่”
“คุยไปแล้วพ่อจะช่วยวี่ได้ไหมละคะ”
“ก็ลองพูดมาสิ หนูวี่เดือดร้อนอะไร”
“เรื่อง...” หญิงสาวสั่นหน้า
“ไม่เล่าดีกว่าค่ะ พ่อขา...มันพูดยากมาก”
“เรื่องของหนูวี่กับนายกริชนั่นหรือเปล่า”
ลองยิงดู ว่ามันจะเข้าเป้าไหม ยังไงผู้ใหญ่ก็คือผู้ใหญ่ผู้อาบน้ำร้อนมาก่อน
พอบิดายิงเข้าเป้าแบบนั้น ภาษากายก็แสดงออกมาในทันที เจ้าตัวสะดุ้งตกใจและหน้าซีดเล็กน้อย ตาเบิกขึ้นนิดๆ
“พ่อก็พอจะรู้หรอก...”
“พ่อรู้แล้วหรือคะ ว่าสองคนนั่นเป็นอะไรกันมากกว่าอาเลี้ยงกับหลาน”
“หืม...”
หนนี้คิ้วของบิดาขมวดมุ่น ใจของเขาหายวาบเลยทีเดียว ราวกับหัวใจถูกทิ่มเอาให้เจ็บๆ คันๆ
“ก็...รู้แล้ว”
“ทำไมผู้ใหญ่ถึงรู้ไปหมดเลยนะ” ฟ้ารุ้งถอนใจเฮือก
“หนูปิดแทบตายแหนะ อึดอัดมากด้วย สงสารยัยวี่ อีตาบ้านั่นมีเงื่อนไข....เงื่อนไขที่แบบ ละครมากๆ และหนูก็งงมากด้วย ยัยวี่อะรักเค้าแหละเลยยอมแบบนั้น ห้าปีนะคะพ่อ สองคนนี่เค้าทำสัญญากันไว้แบบนั้น ว่ายัยวี่จะยอมเป็นเมียตาอากริชนี่ห้าปี แล้วก็...ค่อยยุติสัญญาคืนสถานะเดิมให้”
“มันไม่ยุติธรรมกับหนูวี่เลยนะ”
“ไม่ยุติธรรมเลยค่ะ ตาอากริชก็น่าจะชอบๆ ยัยวี่อยู่ถึงได้ดูหัวร้อนเวอร์ หึงยัยวี่เวอร์ หึงยันพ่อด้วย”
“อ้อ...”
วีรพลเองหนนี้เป็นฝ่ายสะดุ้งแหละ เพราะกลัวลูกสาวรู้ความนัย ว่าเขาเองก็แอบชอบสาวคราวลูกอย่างคริมา
“หนูอยากจะหาผู้ชายมาให้ยัยวี่มากๆ”
“หืม...จะเอามาทำไมล่ะตัวแสบ”
“ก็...ถ้ายังไงถึงเวลา หรืออาจจะก่อนเวลา ถ้าอากริชปล่อยยัยวี่จริงๆ เฮ้อ...ยัยวี่ก็ควรจะมีคนดามใจ หรือไม่ถ้าผู้ชายคนที่ว่ารักยัยวี่จริงๆ แล้วทำให้ยัยวี่รักมากกว่าอากริชอะไรนี่ก็ยิ่งดีเลยนะคะพ่อ ฟ้าสงสารเพื่อนอะ ดอกไม้ไม่ควรจะไปอยู่ในมือมาร”
“หึๆ ลูกสาวพ่อ สำบัดสำนวนแท้ๆ”
“พ่อช่วยฟ้าคิดหน่อยสิคะ ว่าเราจะไปหาผู้ชายที่ว่ามาจากไหนดี”
แบบนี้...ก็เข้าทาง
เขายิ่งรู้ก็ยิ่งสงสาร และชอบคริมาเป็นทุนเดิม ไม่รู้ลึกๆ ถึงกติกาของคนสองคนนั่นหรอก แต่...มันไม่เสียหายนี่ถ้าเขาจะเสนอตัว
“ฟ้าสเปคให้เพื่อนไหมล่ะ ว่าจะต้องเป็นยังไง”
“เฮ้อ...สถานะของยัยวี่แบบนั้น หนูว่าสเปคยังไงก็ได้ ขอให้มีฐานะมั่นคง แหม...ว่าจะยังไงก็ได้ล่ะ ชักจะไม่อยากยังไงก็ได้แหะ อยากได้คนมั่นคงพร้อมจะดูแลยัยวี่ เอาแบบรวยกว่าตากริชนั่นยิ่งดีค่ะ หึ...ทำเอาเป็นเรื่องเงินมากดดันดีนัก ต้องให้แฟนใหม่ยัยวี่ฟาดไปเลยค่ะพ่อ”
“ถ้าพ่อนี่อยู่ในพิจารณาของเราได้ไหมล่ะ ยัยฟ้า”
บิดาพูดเปรย เล่นเอาลูกสาวนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะขมวดคิ้วแล้วหันขวับมองหน้าท่าน ที่พอลูกสาวทำท่าแบบนั้นก็ยิ้มเขินๆ หน้าของเขาเริ่มมีสีเรื่อขึ้นอย่างละอายใจ
“เอ่อ...ถือเสียว่าพ่อพูดเล่นก็แล้วกัน”
“เอ...พ่อเป็นช้อยส์ที่ดีมากเลยนะคะว่าไป”
“หืม...”
นี่ลูกสาวเขาเมาหรือเปล่านี่ วีรพลหัวเราะแล้วเอามือลูบผมแก้เขิน ฟ้ารุ้งเขยิบเข้านั่งใกล้ท่านก่อนที่จะเพ่งมองหน้าของบิดา จะว่าไปแล้ว...เธอก็ไม่ได้รังเกียจหรอกนะ ถ้าบิดาจะมีคนรักใหม่และถ้าคนนั้นเป็นเพื่อนรักของเธอด้วย เธอรับได้แหละ แถมยังสนิทใจมากด้วย
“พ่อเอาจริงๆ นะคะ พ่อชอบยัยวี่ หนูไม่ขัดนะ”
“คือ...”
“ตกลงว่าพ่อเสนอตัวนะคะ ฟ้าสนับสนุนให้จีบยัยวี่ ตอนแรกฟ้ากะจะไปคุยกับน้าภัทร แต่คุณพ่อเสนอตัวมาแบบนี้ ฟ้ายินดีค่ะ”
“เอาจริงหรือลูก มายุพ่อแบบนี้”
ใจของวีรพลตอนนี้ชื้นขึ้นมาทันทีเมื่อลูกสาวสนับสนุนแบบนี้
“เอาจริงสิคะ ลุยเลยไหมคะ ฟ้ายินดีเป็นฝ่ายกองเชียร์”
วีรพลหัวเราะ แล้วลูบหัวลูกสาว ไม่ได้ตอบรับอะไร แต่ฟ้ารุ้งคิดนำไปไกลล่ะตอนนี้
ถ้าเกิดว่าเพื่อนไม่ทำให้นายกริชดนัยหึงจนตึง แล้วยอมรับเสียดีๆ ว่ารักคริมา เธอก็จะทำเองแหละ บิดาร่วมมือด้วยแบบนี้ มองได้สองแง่คือถ้าเกิดว่ากริชดนัยยอมรับใจตัวเอง เพื่อนของเธอก็จะสมหวังไปเสีย แฮปปี้แหละ
แต่ถ้าเกิดว่าคริมาหันมามามองวีรพลจริงจังเธอก็จะได้เพื่อนรักมาเป็นครอบครัว ก็ยิ่งแฮปปี้ไปกันใหญ่
มีแต่ทางได้ไม่มีเสียเลยงานนี้
“เรื่องอะไร แอบมีอะไรโกหกอาไม่สารภาพอีกหรือเปล่า? วี่แอบไปรักใคร”เขาแกล้งว่า คริมาย่นจมูกน้อย แล้วเอ่ยพึมพำเบาๆ “วี่จะไปรักใครได้อีกล่ะคะ นอกจาก...”“นอกจากอาหรือเปล่าครับ”คริมามองสบตาเขา แล้วก็หน้าแดงก่ำ เธอไม่พูดตอบ แต่ซุกหน้ากับอกเขา ทำท่าจะไม่พูดต่อเอาเสียดื้อๆ กริชดนัยหัวเราะหึๆ น้องปากแข็ง...ทั้งที่ถ้าเกิดว่าอ้อนเขาบ่อยๆ บอกรักเขาบ่อยๆ คนมีใจอยู่แล้วอย่างกริชดนัยคงไม่วายบอกรักตอบไปหรอก แต่นี่...ไม่ใช่เลยถ้าเกิดว่าคริมาเหมือนแม่จริงๆ เธอคงไม่เป็นแบบนี้ลูกไม้ไกลต้น...อาจจะเพราะการถูกหล่อหลอมมากระมัง อาจจะเพราะความคิดอ่านไม่ได้ถูกมารดาครอบงำ ทำให้คริมาเป็นลูกไม้ ที่ถูกลมแห่งความดีพัดไปไกลต้นไม้อย่างพัดชา“อื้อ...ทำไมเงียบล่ะ ไหนบอกว่ามีเรื่องอะไรจะคุยด้วย ตกลงว่าจะสารภาพอะไร”“มันไม่ใช่สารภาพ มันเป็นเรื่องที่วี่ไม่เคยพูดกับอากริชมากกว่า เป็นเรื่องที่วี่ไม่มีโอกาสได้พูด...ไม่รู้ว่าอากริชจะมองว่าวี่แก้ตัวไหม แต่...วี่รู้ว่าอากริชโกรธเกลียดวี่เพราะเรื่องนี้ เรื่องเมื่อหกปีที่แล้ว”“ไหนพูดสิ” เขาจะให้เธอพูดให้ฟังให้หมด ก่อนจะบอกว่าจริงๆ แล้วเขาไม่เหลือความโกรธและเกลียด
คริมาหันมามองเพื่อน สีหน้าของเธอไม่สู้ดีเลย ฟ้ารุ้งถอนใจเฮือกก่อนจะแตะแขนเพื่อนรักอย่างให้กำลังใจ“เติมสักสามขวดไหมล่ะยัยวี่จะได้กล้าเข้าบ้าน”“ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก...หรือ...ก็ดีนะ เราควรย้อมใจ...”“ยัยวี่เอ๊ย!” ฟ้ารุ้งจับหน้าเพื่อนแล้วตบแก้มเพื่อนรักเบาๆ ตอนนี้คริมาเหมือนกำลังจะร้องไห้อยู่แล้ว“ทั้งรักทั้งกลัวเค้าสินะ เราน่ะ”“อากริชเสียงดุมากเลย ตอนเราโทรบอกว่าจะให้ฟ้ามาส่ง...แล้วก็บอกว่าให้เรารีบกลับมา มีเรื่องจะต้องคุยกัน”“นี่...ยัยวี่ฉันจะแนะนำอะไรเธอ แบบที่ทำให้อีตาอากริชนั่นหายเคือง ทำตามเรานะรับรองว่าหายชัวร์”“ทำยังไง” คริมาทำตาปริบๆ ฟ้ารุ้งยิ้มทะเล้นก่อนจะกระซิบเสียงพร่าข้างหูเพื่อน“ก็จับอากริชของเธอขึงพืด จัดหนักเสียเลยไง ใช้เซ็กซ์ละลายพฤติกรรมสิยัยวี่”“โอ๊ย...” คริมาผลักเพื่อน ฟ้ารุ้งหัวเราะชอบใจ แล้วเอื้อมไปหยิบเอาถุงขนมที่แวะซื้อก่อนเข้าบ้าน ยัดใส่มือเพื่อน พร้อมกับเอ่ยสำทับ“เอ้า...เอาของหวานให้ตาอากริชนั่นกิน ของหวานจะทำให้อารมณ์ดี เสร็จแล้วก็...” ว่าแล้วก็หัวเราะคิกคัก คริมาสั่นหน้า หน้าของเธอแดงก่ำ “อื้อ...ไม่เอา”“เอาเหอะ...อิอิอิ เราไปก่อนล่ะย
ปาร์ตี้ละลายพฤติกรรมของสองสาว คือเครื่องดื่มค็อกเทลสีสวย แอลกอฮอล์ 5% และผัดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมกรุบกรอบ คริมาที่เหมือนคนหนีแบบเร่งด่วนมา เลยไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย นอกจากกระเป๋าสะพายใบที่เธอใช้ไปมหาวิทยาลัยประจำ โน้ตบุ๊ค เสื้อผ้าอะไรก็ลืมหอบหิ้วมา ตอบไลน์กริชดนัยแล้วเธอก็ปิดโทรศัพท์ เพราะฟ้ารุ้งสั่งให้ปิด ทางนั้นจะได้คิดว่าเธอนอนแล้ว เดี๋ยวตามเช็คอีกแล้วก็จะเห็นว่าฟ้ารุ้งชวนคริมาปาร์ตี้ จะพากันเดือดร้อนเอา“ปิดแหละดี เดี๋ยวอากริชของเธอจะเช็ค เห็นเราปาร์ตี้กินค็อกเทลกัน หนหน้าจะไม่ให้เธอมาอีก จริงสิไหนๆ ก็ไหนๆ ถ้าเหล้าหมด ไปร้านแถวนี้ไหมอะยัยวี่”“ไม่สิ...อะไรกันน่ะยัยฟ้า มาชวนเที่ยวเสียอย่างนั้นแหละ รู้นี่ว่าเราไม่ชอบเที่ยว”“ไปเสียหน่อยจะเป็นอะไร เราจะได้นัดพ่อออกมาด้วย”ฟ้ารุ้งยังไม่ลืมหรอกเรื่องสนับสนุนพ่อให้กับเพื่อน “หืม? คุณวีน่ะเหรอ”“ก็เออสิยะ พ่อเราน่ะยังเฟียสอยู่นะยัยวี่ เธอเห็นว่าพ่อเราแก่เหรอ”ลองถามแบบเลียบๆ เคียงๆ ดู เพื่อนรักเพียงแค่หัวเราะ...เอาเหอะ โอกาสยังมีอีกมาก ค่อยๆ เขยิบเอาก็ได้ เดี๋ยวเพื่อนรักจะตกใจ“ไม่แก่หรอก พ่อของฟ้าอะยังหนุ่ม ยังหล่ออยู่เลย”“
ทนายจารึกสังเกตเห็นสิ่งผิดปรกติระหว่างสองหนุ่มสาวมากมายระหว่างมื้ออาหารเย็นและการสนทนา อาชีพทนายทำให้เขาได้คลุกคลีกับคนหลายประเภท และมีจิตวิทยาในการสังเกตคน ฉะนั้นพิรุธของสองหนุ่มสาวที่แสดงออก ก็ทำให้เขารู้แจ่มชัดว่าสิ่งที่เขาสังหรณ์ไว้เกี่ยวกับกริชดนัยและคริมา คงจะเป็นความจริงเป็นแน่แท้ด้วยอายุอานามก็...ถือว่าเหมาะสมแม้ฝ่ายหญิงจะยังอายุน้อย และเขาก็อยากให้คริมาเรียนให้จบก่อน เขากำลังคิดหาข้อแก้ตัวสวยๆ ไว้ให้กับคนทั้งสอง ถ้าเกิดว่าวันหนึ่งมีงานวิวาห์เกิดขึ้นมา“หนูวี่...ขอบใจมากนะสำหรับอาหารอร่อยๆ มื้อนี้ แล้ว...ยังไงก็เอาสิ่งที่ลุงพูดบอก ไปทำดูล่ะ” ทนายจารึกเอ่ยย้ำก่อนจะขึ้นรถ คริมาพึมพำรับคำ แล้วก้มหน้า...กริชดนัยยืนอยู่ข้างๆ เธอ นึกสงสัยว่าทนายจารึกพูดอะไรกับคริมา “กลับก่อนนะครับคุณกริช ฝากดูแลหนูวี่ด้วย ป้องกันด้วยก็ดีนะครับ ผมอยากจะให้หนูวี่เรียนให้จบก่อน”ประโยคหลังเอ่ย พร้อมกับขยิบตาให้ เล่นเอากริชดนัยและคริมาสะดุ้ง แล้วพากันเสมองไปทางอื่น ทนายจารึกหัวเราะขึ้นเบาๆ แล้วปิดประตูรถ ก่อนจะขับรถออกไปจากบ้านคืนนั้น...คริมานั้นว้าวุ่นเรื่องที่แหวนของขวัญจากเขา ไม่ได้อยู่บนนิ
วันนี้คริมา มาทำงานกับกริชดนัยเพราะเขาลากเธอมาด้วย เนื่องจากที่มหาวิทยาลัยของเธอหยุด เขาบอกว่าขืนไม่พามา เดี๋ยวเพื่อนซี้ของเธอก็จะมาพรากเธอไปจากเขาอีกดูใช้คำเข้า แล้วไหนจะการถูกเอาอกเอาใจอย่างคาดไม่ถึงจากเขา ของขวัญจากเขา...คริมากรีดนิ้วประกายเพชรส่องแสงวูบวาบบนนิ้วนางด้านซ้ายของเธอคนส่วนมากมักจะใส่แหวนแต่งงานหรือแหวนแทนใจจากคนรักไว้ที่นิ้วนี้เขา...คิดอย่างไรถึงได้สวมให้กับเธอที่นิ้วนี้คำถาม...ที่มีคำตอบในใจคนถามอยู่สองอย่าง“น้องวี่คะ เที่ยงนี้ไปกินข้าวด้วยกันไหมคะ บอสน่าจะกลับมาบ่ายบอกว่ายังไม่เสร็จธุระน่ะค่ะ” เสียงทักทำให้หญิงสาวที่กำลังจมกับภวังค์ของตนเองสะดุ้งเล็กน้อย แล้วหันไปยิ้มให้กับต้นเสียง เลขานุการสาวของกริชดนัยนั่นเองเธอขานรับ รัชนีจึงมาทรุดนั่งข้างๆ อยากจะชวนหญิงสาวคุย ตาสะดุดเห็นตรงแหวนวงสวย ก็อุทานออกมา“แหวนสวยจังนะคะน้องวี่ ซื้อใหม่หรือคะ”“เอ่อ...” คริมาหน้าแดงนิดๆ จะอย่างไรเธอก็ยังรักษาคำสัญญาที่เขาตั้งเงื่อนไขไว้อย่างจริงจัง แม้ว่าตอนนี้พอจะมีคนระแคะระคายแล้ว ว่าเธอกับกริชดนัยไม่ใช่แค่อาเลี้ยงกับหลานสาวปรกติแน่นอน คนในบ้านแหละที่สังเกตเห็น และเพื่
กริชดนัยสังเกตได้ถึงความแปลกบางอย่าง คือทุกครั้งที่เขาไปรับคริมาในตอนเย็นเพื่อกลับบ้าน ฟ้ารุ้งกับบิดาของหล่อนก็จะรออยู่ด้วย และมักจะชักชวนพวกเขาไปรับประทานอาหารเย็นด้วยกันเกือบทุกวัน บางวันขนาดว่าเขาปฏิเสธ สองพ่อลูกนั่นก็จะยังตามมาที่บ้านของพวกเขาวีรพลดูสนิทสนมกับคริมามาก มากจนชักจะเกินไปในสายตาของเขาไอ้จะห้ามโต้งๆ ว่าไม่ต้องมาวุ่นวายกับเธอ เขาจะห้ามได้ที่ไหนกัน เพราะลูกสาวของวีรพลเป็นเพื่อนรักกับคริมา สองคนเรียนด้วยกันก็ต้องเจอกันเป็นปรกติ แต่ที่เริ่มไม่ปรกติ คือในวันหยุดสองพ่อลูกนั่นก็มารับคริมาของเขาออกไปข้างนอกเรื่อยยามสนทนากัน บางทีเขาลองเปรยถาม คริมาก็จะเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟังว่าไปทำอะไรมาบ้าง มันยิ่งทำให้เขายิ่งรู้สึกผิดปรกติไอ้หมอนั่นคิดอะไรกับคริมาของเขาแน่นอน แถมเด็กฟ้ารุ้งดูจะสนับสนุนพ่อสุดตัวเสียด้วย“นั่นสร้อยอะไรหรือวี่” เขาทักขณะที่นอนกอดเธอ...ปรกติแล้วคริมาไม่ค่อยใส่เครื่องประดับ มีแค่แหวนที่นิ้วกลางวงเดียวและสร้อยแขนที่เป็นสร้อยทองเส้นเล็กติดตัวที่เขาเห็นตลอด วันนี้เธอมีสร้อยคอสีเงินและห้อยจี้เพชรเม็ดเล็กเป็นรูปหัวใจ ดูแล้วน่าจะเป็นของแท้อยู่บนลำคอขาวผ่อง







