เข้าสู่ระบบวันนี้คริมา มาทำงานกับกริชดนัยเพราะเขาลากเธอมาด้วย เนื่องจากที่มหาวิทยาลัยของเธอหยุด เขาบอกว่าขืนไม่พามา เดี๋ยวเพื่อนซี้ของเธอก็จะมาพรากเธอไปจากเขาอีก
ดูใช้คำเข้า แล้วไหนจะการถูกเอาอกเอาใจอย่างคาดไม่ถึงจากเขา ของขวัญจากเขา...
คริมากรีดนิ้วประกายเพชรส่องแสงวูบวาบบนนิ้วนางด้านซ้ายของเธอ
คนส่วนมากมักจะใส่แหวนแต่งงานหรือแหวนแทนใจจากคนรักไว้ที่นิ้วนี้
เขา...คิดอย่างไรถึงได้สวมให้กับเธอที่นิ้วนี้
คำถาม...ที่มีคำตอบในใจคนถามอยู่สองอย่าง
“น้องวี่คะ เที่ยงนี้ไปกินข้าวด้วยกันไหมคะ บอสน่าจะกลับมาบ่ายบอกว่ายังไม่เสร็จธุระน่ะค่ะ”
เสียงทักทำให้หญิงสาวที่กำลังจมกับภวังค์ของตนเองสะดุ้งเล็กน้อย แล้วหันไปยิ้มให้กับต้นเสียง เลขานุการสาวของกริชดนัยนั่นเอง
เธอขานรับ รัชนีจึงมาทรุดนั่งข้างๆ อยากจะชวนหญิงสาวคุย ตาสะดุดเห็นตรงแหวนวงสวย ก็อุทานออกมา
“แหวนสวยจังนะคะน้องวี่ ซื้อใหม่หรือคะ”
“เอ่อ...” คริมาหน้าแดงนิดๆ จะอย่างไรเธอก็ยังรักษาคำสัญญาที่เขาตั้งเงื่อนไขไว้อย่างจริงจัง แม้ว่าตอนนี้พอจะมีคนระแคะระคายแล้ว ว่าเธอกับกริชดนัยไม่ใช่แค่อาเลี้ยงกับหลานสาวปรกติแน่นอน คนในบ้านแหละที่สังเกตเห็น และเพื่อนสนิทที่เธอเล่าความลับให้ฟังก็เป็นเพียงคนเดียวที่คริมาเผยความลับให้ได้รับรู้
“ค่ะ เพิ่งได้มา” เธออ้อมแอ้มตอบแบบนั้น รัชนีเอ่ยขอชมแหวนบอกว่าชอบดีไซน์ของมัน คริมาเลยถอดให้อีกฝ่ายหนึ่งได้ดูชัดๆ อย่างไม่คิดอะไร
“พอดีนิ้วของพี่เลยอะค่ะน้องวี่” รัชนีอุทานแล้วเหยียดนิ้วให้กับคริมาดู จริงๆ แล้วมันคับไปเสียด้วยซ้ำแต่เธอก็ยัดมันเข้าไปจนได้ เธออยากได้เครื่องประดับเป็นของขวัญให้ตัวเอง เป็นแหวนสักวงพอดี เลยขอยืมคริมามาลองดูและก็ทดลองสวมดู
“สวยมากๆ เลยนะคะ เพชรนี่กี่กะรัตอะคะ พี่จะได้ไปซื้อตามรอยบ้าง”
“กระรัตหนึ่งค่ะ”
“ประมาณเท่าไหร่คะน้องวี่ พี่จะได้เก็บเงิน”
คริมาเม้มปากเล็กน้อย เธอจำราคาของแหวนวงนี้ได้ดีเลยล่ะ...จึงบอกราคาไป รัชนีทำตาเบิกโตแล้วอุทานออกมาอย่างตื่นเต้น
“อู้หู...คนที่ให้ของขวัญน้องวี่นี่จะต้องเป็นคนสำคัญมากเลยนะคะแบบนี้ โอ๊ย...พี่ต้องถอดคืนแล้วล่ะค่ะ ไม่กล้าเอามาลองใส่นาย แต่...อุ๊ย...มันถอดไม่ออกค่ะน้องวี่” หน้าของคริมาซีดเลยทันที เมื่อรัชนีพูดแบบนั้น
“อะไรนะคะ ถอดไม่ออกเลยหรือคะพี่รัช”
“ถอดไม่ออกค่ะ” รัชนีว่า...แล้วทำหน้านิ่ว “อุ๊ย...เจ็บมากค่ะ”
คริมามีสีหน้าเครียดขึ้นมาเลยทันที รัชนีเอ่ยปลอบว่าเธอจะพยายามกลับไปถอดที่บ้าน จะอย่างไรจะรีบถอดแหวนวงสำคัญมาคืนให้กับคริมาให้ได้
สองสาวไปรับประทานอาหารด้วยกัน คริมามีสีหน้ากังวลและมองที่นิ้วของรัชนีตลอด...เธอกลัว ว่ากริชดนัยจะไม่พอใจ เพราะเขาบอกไว้ว่าเขาเป็นคนเดียวที่มีสิทธิ์ถอดแหวนวงนี้ออกจากนิ้วของเธอ
“ยังไงพี่ก็จะรีบถอดมาคืนไม่อุ๊บอิ๊บแน่นอนค่ะ” รัชนีว่า เธอเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะให้เป็นแบบนี้ มองหน้าของคริมาอย่างขอลุแก่โทษ
“พี่ต้องขอโทษมากๆ นะคะน้องวี่ ไม่น่า...เอามาลองเลย ของแพงของสำคัญแบบนี้ด้วย”
“ค่ะ ฝากพี่รัชด้วยนะคะ ช่วยวี่ด้วย...คงไม่ถึงขนาดต้องตัดแหวนนะคะ”
เธอพูดเสียงละห้อย รู้มาว่าถ้าแหวนถอดไม่ออกอาจจะต้องตัดออก ถ้าเป็นอย่างนั้น...ถึงขนาดนั้น มันก็คงจะไม่ดีแน่ๆ
“คงไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ เอางี้เดี๋ยวพี่เลี้ยงข้าวกลางวันมื้อนี้เอง เป็นการขอโทษน้องวี่ที่ทำให้เครียด”
รัชนีว่า ถึงกระนั้นคำยืนยันว่าแหวนจะถอดออกโดยไม่เสียหายแน่ๆ ก็ไม่ได้ทำให้คริมาสบายใจเลยสักนิด
พอตกบ่าย กริชดนัยก็กลับมาหลังจากที่เขาไปธุระกับทนายจารึกมา ทนายจารึกกลับเข้าออฟฟิศมาพร้อมกับกริชดนัยด้วย เขาแวะทักทายคริมา พูดคุยกับหญิงสาวอย่างเอ็นดู
“เย็นนี้ไปกินข้าวเย็นที่บ้านด้วยกันสิครับ”
กริชดนัยเอ่ยชวน ทนายจารึกสบช่องเขานั้นนึกห่วงคริมาเป็นทุนเดิม เพราะรู้ว่ากริชดนัยนึกเคืองหญิงสาวอยู่มาก เป็นโอกาสที่จะได้ไปพูดคุยและสังเกตเรื่องของสองคนนี้ด้วย
“เอาสิ...หนูวี่จะทำอะไรให้ลุงกินเย็นนี้เอ่ย”
“คุณลุงอยากกินอะไรล่ะค่ะ”
คริมาถามกลับ ตอนนี้กริชดนัยกลับไปที่ห้องทำงาน โดยทิ้งให้คริมาได้พูดคุยสนทนากับทนายจารึก
“อืม...ให้ลุงเลือกได้เลยใช่ไหม” ทนายจารึกทำท่าคิดแล้วเอ่ยหยอกเธอ
“ถ้าลุงอยากจะกินสักสามสี่อย่าง หนูวี่ก็จะกรุณาทำให้หรือเปล่าจ๊ะ”
“ได้สิคะ...”
คริมาหัวเราะ ทนายจารึกสังเกตว่าหน้าตาของเธอดูสดใส เปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวลขึ้น เธอดูสดชื่นขึ้นมากกว่าตอนที่เสียพ่อเลี้ยงและมารดาใหม่ๆ ก็พอจะโล่งใจไปเปราะหนึ่ง กริชดนัยเองจากการชวนคุย ชวนซักเรื่องของคริมา น้ำเสียงของเขายามเอ่ยถึงเธอก็ไม่ได้แข็งกระด้างมาก กลับอ่อนลงเสียด้วยซ้ำ
หรือว่าสองคนนี้...
“ลุงล้อเล่นล่ะ หนูวี่ทำอะไรลุงก็กินได้หมดแหละ เพราะมันอร่อยทุกอย่าง”
“อืม...เอาเป็นแกงเผ็ดเป็ดย่างไหมคะ เดี๋ยววี่จะให้ป้านาเตรียมของไว้ กลับไปทำแป๊บเดียวเองค่ะ”
“โอ...เย็นนี้จะต้องเป็นมื้ออร่อยของลุงอีกมื้อแน่ๆ หนูวี่ทำกับข้าวเองทุกวันหรือเปล่า”
“บางมื้อน่ะค่ะ แต่ส่วนมากวี่ก็ทำครัวเองเสียเป็นส่วนใหญ่”
“เอ...ไม่แปลกใจหรอกว่าทำไมคุณกริชถึงได้ดูมีเนื้อมีหนังมากขึ้น เพราะฝีมือทำกับข้าวของหนูวี่แน่ๆ”
คริมาเพียงแค่หัวเราะ หน้าของเธอแดงเรื่อขึ้นมาเมื่อเขาเอ่ยถึงกริชดนัย นัยน์ตาก็ดูเป็นประกาย คนแก่วัยกว่าลองเลียบๆ เคียงๆ และสังเกตเกี่ยวกับสิ่งที่เขาสงสัย
“เขาดีกับหนูวี่มากขึ้นแล้วใช่ไหมลูก”
น้ำเสียงนั้นเอื้ออาทร คริมาพยักหน้าพร้อมกับยิ้มสดใสให้กับเขา
“ค่ะ...กับอากริช เรา...ไม่ได้มีเรื่องอะไรกันแล้ว”
“ดีแล้ว...คุณกริชน่ะมีเรื่องเคืองใจกับหนูมันเป็นเหมือนปมที่จะต้องคลี่ออก ลุงอยากจะให้หนูคลายปมนั้นเสีย”
“คะ?”
คริมามองหน้าของทนายจารึก เธอเองก็รู้สึกว่าเขาโกรธเคืองเธอ...อาจจะเพราะเรื่องเมื่อหกปีก่อน ที่ฝังใจเขานัก และเธอเองก็ไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องเหล่านั้น ไม่เคยได้แก้ตัว...อธิบายใดๆ กับเขา
“ลุงว่า...”
จารึกแตะมือของคริมา ตอนนี้เขากับเธออยู่ในห้องรับรองเพียงลำพัง
“คุยกับคุณกริชเสียนะหนูวี่ บอกเล่าให้หมด...ลุงเชื่อว่าอะไรต่อมิอะไรมันจะดีขึ้น อย่าปล่อยให้ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับตัวหนูมันผ่านไป อย่าปล่อยให้คุณกริชคิดไปเอง อย่าใช้การกระทำพิสูจน์เสียทั้งหมด ให้ใช้คำพูดบ้างนะหนูวี่”
“หนู...จะ...จะพยายามค่ะ”
คริมารับปากอ้อมแอ้ม หนักอกไปหมด เธอไม่อยากรื้อฟื้นเรื่องนั้นขึ้นอีกเลย กลัวว่าจะกลายเป็นการแก้ตัว กลัวว่าจะเป็นการกวนน้ำให้ขุ่น จะทำให้เขายิ่งเกลียดเธอ...
“เราหนีกลับไปที่บ้านกันก่อนไหม ลุงจะพาหนูจ่ายตลาดเอง เดี๋ยวลุงไปขอคุณกริชให้”
คริมายิ้มตอบและพยักหน้ารับ ทนายจารึกลุกขึ้นจากโซฟาและชวนเธอไปหากริชดนัยด้วยกัน
เขาอนุญาต คริมานั้นเอามือหลบ...พยายามไม่ให้เขาเห็นว่านิ้วของเธอว่างเปล่า เนื่องจากแหวนของเธอ อยู่ที่รัชนีตอนนี้เพราะทางนั้นยังถอดไม่ออก
เธอหวังว่ารัชนีจะไม่พูดอะไรกับกริชดนัยนะ
“เรื่องอะไร แอบมีอะไรโกหกอาไม่สารภาพอีกหรือเปล่า? วี่แอบไปรักใคร”เขาแกล้งว่า คริมาย่นจมูกน้อย แล้วเอ่ยพึมพำเบาๆ “วี่จะไปรักใครได้อีกล่ะคะ นอกจาก...”“นอกจากอาหรือเปล่าครับ”คริมามองสบตาเขา แล้วก็หน้าแดงก่ำ เธอไม่พูดตอบ แต่ซุกหน้ากับอกเขา ทำท่าจะไม่พูดต่อเอาเสียดื้อๆ กริชดนัยหัวเราะหึๆ น้องปากแข็ง...ทั้งที่ถ้าเกิดว่าอ้อนเขาบ่อยๆ บอกรักเขาบ่อยๆ คนมีใจอยู่แล้วอย่างกริชดนัยคงไม่วายบอกรักตอบไปหรอก แต่นี่...ไม่ใช่เลยถ้าเกิดว่าคริมาเหมือนแม่จริงๆ เธอคงไม่เป็นแบบนี้ลูกไม้ไกลต้น...อาจจะเพราะการถูกหล่อหลอมมากระมัง อาจจะเพราะความคิดอ่านไม่ได้ถูกมารดาครอบงำ ทำให้คริมาเป็นลูกไม้ ที่ถูกลมแห่งความดีพัดไปไกลต้นไม้อย่างพัดชา“อื้อ...ทำไมเงียบล่ะ ไหนบอกว่ามีเรื่องอะไรจะคุยด้วย ตกลงว่าจะสารภาพอะไร”“มันไม่ใช่สารภาพ มันเป็นเรื่องที่วี่ไม่เคยพูดกับอากริชมากกว่า เป็นเรื่องที่วี่ไม่มีโอกาสได้พูด...ไม่รู้ว่าอากริชจะมองว่าวี่แก้ตัวไหม แต่...วี่รู้ว่าอากริชโกรธเกลียดวี่เพราะเรื่องนี้ เรื่องเมื่อหกปีที่แล้ว”“ไหนพูดสิ” เขาจะให้เธอพูดให้ฟังให้หมด ก่อนจะบอกว่าจริงๆ แล้วเขาไม่เหลือความโกรธและเกลียด
คริมาหันมามองเพื่อน สีหน้าของเธอไม่สู้ดีเลย ฟ้ารุ้งถอนใจเฮือกก่อนจะแตะแขนเพื่อนรักอย่างให้กำลังใจ“เติมสักสามขวดไหมล่ะยัยวี่จะได้กล้าเข้าบ้าน”“ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก...หรือ...ก็ดีนะ เราควรย้อมใจ...”“ยัยวี่เอ๊ย!” ฟ้ารุ้งจับหน้าเพื่อนแล้วตบแก้มเพื่อนรักเบาๆ ตอนนี้คริมาเหมือนกำลังจะร้องไห้อยู่แล้ว“ทั้งรักทั้งกลัวเค้าสินะ เราน่ะ”“อากริชเสียงดุมากเลย ตอนเราโทรบอกว่าจะให้ฟ้ามาส่ง...แล้วก็บอกว่าให้เรารีบกลับมา มีเรื่องจะต้องคุยกัน”“นี่...ยัยวี่ฉันจะแนะนำอะไรเธอ แบบที่ทำให้อีตาอากริชนั่นหายเคือง ทำตามเรานะรับรองว่าหายชัวร์”“ทำยังไง” คริมาทำตาปริบๆ ฟ้ารุ้งยิ้มทะเล้นก่อนจะกระซิบเสียงพร่าข้างหูเพื่อน“ก็จับอากริชของเธอขึงพืด จัดหนักเสียเลยไง ใช้เซ็กซ์ละลายพฤติกรรมสิยัยวี่”“โอ๊ย...” คริมาผลักเพื่อน ฟ้ารุ้งหัวเราะชอบใจ แล้วเอื้อมไปหยิบเอาถุงขนมที่แวะซื้อก่อนเข้าบ้าน ยัดใส่มือเพื่อน พร้อมกับเอ่ยสำทับ“เอ้า...เอาของหวานให้ตาอากริชนั่นกิน ของหวานจะทำให้อารมณ์ดี เสร็จแล้วก็...” ว่าแล้วก็หัวเราะคิกคัก คริมาสั่นหน้า หน้าของเธอแดงก่ำ “อื้อ...ไม่เอา”“เอาเหอะ...อิอิอิ เราไปก่อนล่ะย
ปาร์ตี้ละลายพฤติกรรมของสองสาว คือเครื่องดื่มค็อกเทลสีสวย แอลกอฮอล์ 5% และผัดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมกรุบกรอบ คริมาที่เหมือนคนหนีแบบเร่งด่วนมา เลยไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย นอกจากกระเป๋าสะพายใบที่เธอใช้ไปมหาวิทยาลัยประจำ โน้ตบุ๊ค เสื้อผ้าอะไรก็ลืมหอบหิ้วมา ตอบไลน์กริชดนัยแล้วเธอก็ปิดโทรศัพท์ เพราะฟ้ารุ้งสั่งให้ปิด ทางนั้นจะได้คิดว่าเธอนอนแล้ว เดี๋ยวตามเช็คอีกแล้วก็จะเห็นว่าฟ้ารุ้งชวนคริมาปาร์ตี้ จะพากันเดือดร้อนเอา“ปิดแหละดี เดี๋ยวอากริชของเธอจะเช็ค เห็นเราปาร์ตี้กินค็อกเทลกัน หนหน้าจะไม่ให้เธอมาอีก จริงสิไหนๆ ก็ไหนๆ ถ้าเหล้าหมด ไปร้านแถวนี้ไหมอะยัยวี่”“ไม่สิ...อะไรกันน่ะยัยฟ้า มาชวนเที่ยวเสียอย่างนั้นแหละ รู้นี่ว่าเราไม่ชอบเที่ยว”“ไปเสียหน่อยจะเป็นอะไร เราจะได้นัดพ่อออกมาด้วย”ฟ้ารุ้งยังไม่ลืมหรอกเรื่องสนับสนุนพ่อให้กับเพื่อน “หืม? คุณวีน่ะเหรอ”“ก็เออสิยะ พ่อเราน่ะยังเฟียสอยู่นะยัยวี่ เธอเห็นว่าพ่อเราแก่เหรอ”ลองถามแบบเลียบๆ เคียงๆ ดู เพื่อนรักเพียงแค่หัวเราะ...เอาเหอะ โอกาสยังมีอีกมาก ค่อยๆ เขยิบเอาก็ได้ เดี๋ยวเพื่อนรักจะตกใจ“ไม่แก่หรอก พ่อของฟ้าอะยังหนุ่ม ยังหล่ออยู่เลย”“
ทนายจารึกสังเกตเห็นสิ่งผิดปรกติระหว่างสองหนุ่มสาวมากมายระหว่างมื้ออาหารเย็นและการสนทนา อาชีพทนายทำให้เขาได้คลุกคลีกับคนหลายประเภท และมีจิตวิทยาในการสังเกตคน ฉะนั้นพิรุธของสองหนุ่มสาวที่แสดงออก ก็ทำให้เขารู้แจ่มชัดว่าสิ่งที่เขาสังหรณ์ไว้เกี่ยวกับกริชดนัยและคริมา คงจะเป็นความจริงเป็นแน่แท้ด้วยอายุอานามก็...ถือว่าเหมาะสมแม้ฝ่ายหญิงจะยังอายุน้อย และเขาก็อยากให้คริมาเรียนให้จบก่อน เขากำลังคิดหาข้อแก้ตัวสวยๆ ไว้ให้กับคนทั้งสอง ถ้าเกิดว่าวันหนึ่งมีงานวิวาห์เกิดขึ้นมา“หนูวี่...ขอบใจมากนะสำหรับอาหารอร่อยๆ มื้อนี้ แล้ว...ยังไงก็เอาสิ่งที่ลุงพูดบอก ไปทำดูล่ะ” ทนายจารึกเอ่ยย้ำก่อนจะขึ้นรถ คริมาพึมพำรับคำ แล้วก้มหน้า...กริชดนัยยืนอยู่ข้างๆ เธอ นึกสงสัยว่าทนายจารึกพูดอะไรกับคริมา “กลับก่อนนะครับคุณกริช ฝากดูแลหนูวี่ด้วย ป้องกันด้วยก็ดีนะครับ ผมอยากจะให้หนูวี่เรียนให้จบก่อน”ประโยคหลังเอ่ย พร้อมกับขยิบตาให้ เล่นเอากริชดนัยและคริมาสะดุ้ง แล้วพากันเสมองไปทางอื่น ทนายจารึกหัวเราะขึ้นเบาๆ แล้วปิดประตูรถ ก่อนจะขับรถออกไปจากบ้านคืนนั้น...คริมานั้นว้าวุ่นเรื่องที่แหวนของขวัญจากเขา ไม่ได้อยู่บนนิ
วันนี้คริมา มาทำงานกับกริชดนัยเพราะเขาลากเธอมาด้วย เนื่องจากที่มหาวิทยาลัยของเธอหยุด เขาบอกว่าขืนไม่พามา เดี๋ยวเพื่อนซี้ของเธอก็จะมาพรากเธอไปจากเขาอีกดูใช้คำเข้า แล้วไหนจะการถูกเอาอกเอาใจอย่างคาดไม่ถึงจากเขา ของขวัญจากเขา...คริมากรีดนิ้วประกายเพชรส่องแสงวูบวาบบนนิ้วนางด้านซ้ายของเธอคนส่วนมากมักจะใส่แหวนแต่งงานหรือแหวนแทนใจจากคนรักไว้ที่นิ้วนี้เขา...คิดอย่างไรถึงได้สวมให้กับเธอที่นิ้วนี้คำถาม...ที่มีคำตอบในใจคนถามอยู่สองอย่าง“น้องวี่คะ เที่ยงนี้ไปกินข้าวด้วยกันไหมคะ บอสน่าจะกลับมาบ่ายบอกว่ายังไม่เสร็จธุระน่ะค่ะ” เสียงทักทำให้หญิงสาวที่กำลังจมกับภวังค์ของตนเองสะดุ้งเล็กน้อย แล้วหันไปยิ้มให้กับต้นเสียง เลขานุการสาวของกริชดนัยนั่นเองเธอขานรับ รัชนีจึงมาทรุดนั่งข้างๆ อยากจะชวนหญิงสาวคุย ตาสะดุดเห็นตรงแหวนวงสวย ก็อุทานออกมา“แหวนสวยจังนะคะน้องวี่ ซื้อใหม่หรือคะ”“เอ่อ...” คริมาหน้าแดงนิดๆ จะอย่างไรเธอก็ยังรักษาคำสัญญาที่เขาตั้งเงื่อนไขไว้อย่างจริงจัง แม้ว่าตอนนี้พอจะมีคนระแคะระคายแล้ว ว่าเธอกับกริชดนัยไม่ใช่แค่อาเลี้ยงกับหลานสาวปรกติแน่นอน คนในบ้านแหละที่สังเกตเห็น และเพื่
กริชดนัยสังเกตได้ถึงความแปลกบางอย่าง คือทุกครั้งที่เขาไปรับคริมาในตอนเย็นเพื่อกลับบ้าน ฟ้ารุ้งกับบิดาของหล่อนก็จะรออยู่ด้วย และมักจะชักชวนพวกเขาไปรับประทานอาหารเย็นด้วยกันเกือบทุกวัน บางวันขนาดว่าเขาปฏิเสธ สองพ่อลูกนั่นก็จะยังตามมาที่บ้านของพวกเขาวีรพลดูสนิทสนมกับคริมามาก มากจนชักจะเกินไปในสายตาของเขาไอ้จะห้ามโต้งๆ ว่าไม่ต้องมาวุ่นวายกับเธอ เขาจะห้ามได้ที่ไหนกัน เพราะลูกสาวของวีรพลเป็นเพื่อนรักกับคริมา สองคนเรียนด้วยกันก็ต้องเจอกันเป็นปรกติ แต่ที่เริ่มไม่ปรกติ คือในวันหยุดสองพ่อลูกนั่นก็มารับคริมาของเขาออกไปข้างนอกเรื่อยยามสนทนากัน บางทีเขาลองเปรยถาม คริมาก็จะเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟังว่าไปทำอะไรมาบ้าง มันยิ่งทำให้เขายิ่งรู้สึกผิดปรกติไอ้หมอนั่นคิดอะไรกับคริมาของเขาแน่นอน แถมเด็กฟ้ารุ้งดูจะสนับสนุนพ่อสุดตัวเสียด้วย“นั่นสร้อยอะไรหรือวี่” เขาทักขณะที่นอนกอดเธอ...ปรกติแล้วคริมาไม่ค่อยใส่เครื่องประดับ มีแค่แหวนที่นิ้วกลางวงเดียวและสร้อยแขนที่เป็นสร้อยทองเส้นเล็กติดตัวที่เขาเห็นตลอด วันนี้เธอมีสร้อยคอสีเงินและห้อยจี้เพชรเม็ดเล็กเป็นรูปหัวใจ ดูแล้วน่าจะเป็นของแท้อยู่บนลำคอขาวผ่อง







![[NC30+] โบตั๋นผลิบานกลางใจคุณชายหยวน (ยุค 80s) [PWP]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)