Share

บทที่ 1.3

last update publish date: 2026-03-25 15:31:27

“เอาละพวกเจ้าก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนเถิด”

“ท่านพ่อ”

เขาแทบจะถอนหายใจออกมาอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงบุตรสาวคนที่สี่เรียก “เจ้าว่ามา”

“ในเมื่อเกิดเรื่องแล้ว ชื่อเสียงของข้าก็นับว่าถูกกล่าวถึงไปทั่ว จะอย่างไรข้าก็คงรั้งอยู่ในเมืองหลวงไม่ได้ ในช่วงนี้ข้าอยากไปอยู่ที่จวนของท่านลุงสักพักเจ้าค่ะ”

ซ่งเทียนเลิกคิ้ว “เจ้าคิดจะออกจากเมืองหลวง?” นางก็ยังมีเรื่องที่ทำให้เขาประหลาดใจอยู่เสมอ

“เจ้าค่ะ หลังงานแต่งพี่รองข้าก็ปักปิ่นแล้ว ข้าอยากฉวยโอกาสนี้จัดงานเงียบๆ จากนั้นก็ไปอยู่ที่จวนของท่านลุงอวี่ ได้ยินมาว่าที่นั่นมีสำนักศึกษาที่มีชื่อเสียง มิสู้ข้ารั้งอยู่ที่นั่นหาโอกาสเข้าศึกษาสักสองสามปีค่อยกลับมา ถึงตอนนั้นที่นี่ก็คงไม่มีใครจำข้าได้”

ฟังดูเป็นอีกวิธีแก้ปัญหาที่ยอดเยี่ยมอีกครั้ง แต่ไม่รู้เพราะอะไรเขาพลันรู้สึกว่านี่อาจเป็นแผนการที่นางวางเอาไว้แล้วตั้งแต่แรก??

“จวินเอ๋อร์เจ้าบอกพ่อมาตามตรง เจ้าไม่อยากแต่งงานถึงเพียงนี้?”

นางยิ้ม “สตรีอย่างไรก็ต้องออกเรือน เพียงแต่ข้าหวังว่าตัวข้าจะสามารถมีทางเลือกมากกว่าการถูกชี้นิ้วเลือกเจ้าค่ะ ข้ารู้ว่าท่านพ่อท่านแม่ไม่มีทางบังคับข้า แต่เรื่องครั้งนี้ก็ได้พิสูจน์แล้วว่าแม้ท่านกับท่านแม่ไม่บังคับ ถึงอย่างนั้นก็ยังมีเรื่องที่ไม่คาดฝันและไม่อาจจัดการอยู่ดี”

เขาถึงกับอึ้งงันกับสิ่งที่บุตรสาวของเขาคิด สิ่งที่นางเพิ่งพูดเขาเองก็เข้าใจและเห็นด้วย สมรสพระราชทานเป็นเรื่องไม่คาดฝันและไม่อาจจัดการจริงๆ...

“ท่านพ่อ ข้ารู้ว่าท่านมิใช่ขุนนางที่กระหายในอำนาจ ไม่ฝักใฝ่กับชื่อเสียง เงินทอง และอิทธิพลในราชสำนัก ถึงอย่างนั้นก็มิใช่ขุนนางทุกคนจะเป็นเช่นท่าน”

ซ่งเทียนมองบุตรสาวของตนนิ่งนาน นึกไม่ถึงว่าอายุเพียงสิบสี่บุตรสาวของตนจะคิดได้ถึงขึ้นนี้... “เอาเถิด ให้เจ้าเป็นคนตัดสินใจ อย่างไรเสียตลอดมาเจ้าก็แสดงให้เห็นแล้วว่าการตัดสินใจของเจ้านั้นรอบคอบเสมอมา”

“ลูกขอบคุณท่านพ่อเจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นพ่อให้ปรึกษากับแม่ของเจ้า ส่งจดหมายไปบอกกล่าวทางนั้น หากพวกเขาตอบรับพ่อจะให้คนล่วงหน้าไปเตรียมการ เจ้าอยากเข้าเรียนก็จะได้เรียนในสำนักศึกษา”

“เจ้าค่ะ”

“จวินเอ๋อร์”

นางชะงักและกะพริบตามองเขา ซ่งเทียนยิ้มให้บุตรสาวด้วยสายตาอ่อนโยน “ในบรรดาพี่น้องทั้งหมด เจ้าเป็นคนที่คิดและตัดสินใจอะไรรอบคอบรัดกุมเสมอ พ่อรู้ว่าเจ้าไม่ต้องการแต่หากมีวันใดเจ้าเกิดเรื่อง จำเอาไว้เสมอว่าเจ้ามีพ่อเป็นถึงขุนนางขั้นสอง”

รอยยิ้มกว้างของบุตรสาวทำให้ซ่งเทียนรู้สึกมีความสุข เขารู้ว่านางเติบโตแล้ว รู้ว่านางเป็นคนฉลาดและไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่น ทว่าถึงอย่างไรนางก็คือบุตรสาวของเขา ซ่งเทียน...

“ลูกจำเอาไว้แล้วท่านพ่อไม่ต้องกังวล”

“อืม ไปเถิด”

เพิ่งเดินออกมาจากห้องโถงจะกลับเรือน พี่ชายสองคนของนางก็ยืนรออยู่ก่อนแล้ว “พี่ใหญ่ พี่สาม”

“เจ้าจะไปจากเมืองหลวง?”

นางพยักหน้า “หากยังไม่ไปอีกหลังปักปิ่นที่นี่จะเต็มไปด้วยแม่สื่อ หากยังอยู่ในเมืองหลวงอาจยังต้องเจอกับปัญหาเช่นในครั้งนี้ เลี่ยงยากมากเพราะท่านพ่อกับท่านแม่ถูกเชิญไปงานเลี้ยงบ่อยครั้ง สมรสพระราชทานอาจตกลงมาบนศีรษะข้าได้ทุกเมื่อ”

ซ่งเหรินส่ายหน้า “คิดหรือว่าหลบอยู่ที่หวงซานแล้วเจ้าจะรอดจากสมรสพระราชทาน”

“ไม่รอดแน่นอน” นางถอนหายใจจากนั้นออกเดิน สองฝั่งซ้ายขวามีพี่ชายทั้งสองคนเดินขนาบ “ยืดเวลาได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น ไม่แน่ว่าที่หวงซานข้าอาจเจอบุรุษที่หัวอ่อนว่านอนสอนง่าย แต่งเขาเข้าจวนตระกูลซ่งอยู่อย่างสงบเรียบง่าย ท่านคิดว่าอย่างไร”

ซ่งหลีหัวเราะพรวด “เจ้าวางแผนจะไปหาสามีที่หวงซาน??”

ด้านหน้าบ่าวไพร่เดินสวนกันให้วุ่นวาย ซ่งจวินหนิงขมวดคิ้ว “พี่ใหญ่นั่นอะไร”

“เจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า เจ้าจะไปหวงซานเจ้าห้าก็ต้องเก็บของน่ะสิ”

“แต่ข้าจะออกไปใช้ชีวิต” นางมุ่นคิ้วหนักกว่าเดิม

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ใช่...ข้าร้ายกาจ แล้วอย่างไร   บทที่ 8.3 จบ

    “ข้ายังไม่ได้เรียนรู้เรื่องหลายๆ เรื่องจากท่านเลย ท่านสอนสั่งศิษย์พี่ตั้งหลายปี ข้าเพิ่งมาได้สองปีเอง อยู่ต่ออีกหน่อยนะเจ้าคะ”ปีต่อมานางกล่าวว่า“อาจารย์ ข้าตั้งครรภ์แล้ว หากท่านไปผู้ใดจะเป็นคนสอนบุตรของข้าเล่าเจ้าคะ หากเขาเป็นบุตรชายท่านก็ได้ศิษย์คนที่สิบพอดี”ปีถัดๆ มาอีกปีนางกล่าวว่า“อาจารย์ข้าตั้งครรภ์บุตรอีกคนแล้ว คนนี้ต้องเป็นบุตรสาวที่เหมือนข้าแน่นอน ท่านไม่รับนางเป็นศิษย์ไม่ได้นะ”“เจ้าหลอกข้าไม่ได้แล้ว ไปตามสามีของเจ้ามา! ข้าจะยกตำแหน่งปราชญ์หลวงให้เขาแล้ว! ข้าไม่เชื่อว่ายกตำแหน่งให้เขาแล้ว เขาจะไม่ให้ข้าอยู่ที่นี่สั่งสอนบุตรของเขา! ข้าไม่เป็นปราชญ์ ไม่เป็นอาจารย์แล้ว ข้าจะเป็น...ท่านปู่”งานเลี้ยงฉลองในวังหลวงฮ่องเต้ส่งเทียบเชิญมายังสำนักศึกษาจิ้นสิง ท่านปราชญ์หลวงและฮูหยินจะต้องไปร่วมงาน สองสามีภรรยาจับจูงบุตรชายและบุตรสาวไปร่วมงานเลี้ยงปีนี้บุตรชายอายุได้ห้าขวบปี บุตรสาวอายุได้สามขวบปี ท่านอาจารย์สวีเหยียนลู่อายุมากจึงไม่สะดวกเดินทาง เขารั้งรออยู่ที่สำนักศึกษาโดยมีศิษย์หลายคนคอยอยู่ดูแลใกล้ชิดเว่ยจิ่นหยางมือหนึ่งอุ้มบุตรสาว มือหนึ่งจับจูงมือของผู้เป็นฮูหยิน ส่วนซ่งจวิน

  • ใช่...ข้าร้ายกาจ แล้วอย่างไร   บทที่ 8.2

    ที่ชื่นชมก็มองว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นที่สตรีจะได้แสดงความกล้าหาญที่ไม่ชอบก็กล่าวว่าซ่งจวินหนิงก็ยังเป็นสตรีที่ร้ายกาจไร้ยางอาย กล้าส่งเกี้ยวไปแต่งเขยเข้าจวน เกรงว่าชาตินี้คงไม่มีสตรีใดกล้าทำเช่นนางอีกแล้ว!!ในห้องหอเว่ยจิ่นหยางถูกมอมสุราจนใบหน้าแดงซ่าน รอยยิ้มของเขาทำให้ซ่งจวินหนิงถอนหายใจ “ดื่มเข้าไปมากเลยหรือ”“มากสิ เพราะข้ามีความสุข”“มีความสุขมากสินะ”“มากที่สุด ไม่เคยมีความสุขเช่นนี้เลยตลอดชีวิต”นางกอดเขาให้เขาพิงไหล่ “เว่ยจิ่นหยาง”“หืม”“ข้าจะทำให้ชีวิตนี้ท่านไม่ต้องเหงาอีกเลย อาจจะไม่มีความสุขในทุกๆ วัน อาจมีเรื่องให้ทะเลาะกันบ้าง เห็นไม่ตรงกันบ้าง แต่ข้ารับรองข้าจะไม่ไปไหน จะยืนอยู่ตรงนี้เคียงข้างท่าน จนกว่าจะถึงวันที่ข้ากับท่านถูกพรากจากกันด้วยลมหายใจ”เขาเงียบไปนานมาก สองมือกุมมือนางแน่น “หนิงหนิง”“หืม”“ข้ารักเจ้า รักตั้งแต่เมื่อไหร่ข้าเองก็ไม่รู้ กว่าจะรู้เจ้าก็ค่อยๆ เข้ามาในชีวิตข้า ทำให้ข้ายอมพ่ายแพ้อย่างหมดใจ ทั้งที่ข้าไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตข้าจะสามารถคาดหวัง หรือมีผู้ใดเข้ามาเติมเต็ม เจ้า...เป็นทุกอย่างในชีวิตที่ข้าปรารถนา”“ได้ ข้าจะเป็นทุกอย่างในชีวิตที่ท่านปรารถนา

  • ใช่...ข้าร้ายกาจ แล้วอย่างไร   บทที่ 8.1 บทส่งท้าย

    พี่ชายของนางอ้าปากค้าง “นี่ใช่สินบนหรือไม่” เขากล่าวมองเซาปิ่งในมือ สามพี่น้องล้วนมีคนละชิ้น เซาปิ่งร้อนๆ ที่หูเยี่ยนเจาซื้อให้“หนิงหนิงทำไมเจ้ามีสองชิ้น”“ข้าจะเอาไปฝากศิษย์พี่หก เอาละตอนนี้พวกเราไม่ติดค้างกันแล้ว ท่านก็...ใช้ชีวิตต่อไปให้ดี”หูเยี่ยนเจามองสามพี่น้องเดินจากไปด้วยสายตาเทิดทูน ทั้งหมดนั้นอยู่ในสายตาของเว่ยอวี้เฟิงทั้งสิ้น เขามองคนสองคนที่หมุนตัวเดินเคียงข้างกันไปข้างหน้า หญิงสาวเงยหน้ามองชายหนุ่ม สนทนากันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง หัวเราะกับคำตอบของอีกฝ่าย เงาของทั้งสองทอดลงไปบนถนนด้านหลัง เคียงข้างกันไปจน...สุดสายตา“ข้า...พานพบช้าไปสินะ”เว่ยอวี้เฟิงได้แต่พึมพำกับตัวเองเสียงเบา เขาหมุนตัวเดินไปยังฝั่งตรงข้ามกับทิศทางที่คนทั้งสองเดินไป คนละเส้นทาง คนละเป้าหมาย ไม่มีทางเวียนมาบรรจบกัน...ท่านปราชญ์แซ่สวีในที่สุดก็ประกาศปลดเกษียณตัวเอง เขาส่งต่อการดูแลสำนักศึกษาจิ้นสิงให้เว่ยจิ่นหยาง หลังจากนั้นชายหนุ่มก็ประกาศหมั้นหมายและกำหนดฤกษ์แต่งเข้าจวนตระกูลซ่งผู้คนแตกตื่น ไม่ว่าผู้ใดล้วนคาดไม่ถึงว่าเว่ยจิ่นหยางจะแต่งเข้าจวนฮูหยิน หลายคนรอดูท่าทีของอัครมหาเสนาบดี ทว่ากลับไม่มีความ

  • ใช่...ข้าร้ายกาจ แล้วอย่างไร   บทที่ 7.8

    เฉินเจี๋ยหลิงหยุดชะงักถลึงตามองนางด้วยสายตาเกลียดชัง “ซ่งจวินหนิงเจ้ามันสตรีร้ายกาจไร้ยางอาย!!”“ใช่...ข้าร้ายกาจ แล้วอย่างไร”นางกล่าวเสียงเรียบจ้องตากับท่านหญิงสูงศักดิ์นิ่ง “อย่างน้อยสตรีร้ายกาจเช่นข้าก็ไม่เคยเสแสร้งแกล้งทำตัวอ่อนแอ ทว่าลับหลังกลับกล้าลงมือวางยาปลุกกำหนัดบุรุษ”เฉินเจี๋ยหลิงมองไปรอบๆ ใบหน้าของนางขาวซีด “เจ้า...เจ้าพูดเหลวไหลอะไร!”“ข้ากล้าทำก็กล้ารับ ทำไม...หรือท่านหญิงผู้สูงศักดิ์ไม่กล้ายอมรับในสิ่งที่ทำ? ข้าขอเตือนหากกล้าเข้าใกล้เว่ยจิ่นหยางอีก อย่าหาว่าข้า...สตรีร้ายกาจผู้นี้ไม่สมกับฉายาที่พวกเจ้ายัดเยียดให้ ถึงตอนนั้นท่านไม่รู้หรอกว่าข้าจะเปิดโปงความไร้ยางอายของผู้ใดบ้าง!!”นางกล่าวจบก็ก้าวเดินฉับๆ เข้าไปหาอีกฝ่ายจนเฉินเจี๋ยหลิงถอยกรูด “อย่าเข้ามานะ!”“ทางที่ดีท่านกลับไปเสียเถิด รอขึ้นเกี้ยวแต่งออกไปอย่างมีเกียรติ อย่ามาโวยวายที่นี่ อย่ามารบกวนฮองเฮาอีก ทำสิ่งใดก็ต้องรับผลของการกระทำนั้น หากยังไม่ยอมรับแล้วมีคนขุดคุ้ยขึ้นมา ท่านคิดหรือว่าฝ่าบาทจะทรงนิ่งเฉย ที่เรื่องออกมาเป็นเช่นนี้ไม่คิดบ้างหรือว่าเพราะฝ่าบาททรงเห็นแก่ฮองเฮา”เฉินเจี๋ยหลิงชะงักดวงตาแดงก่ำ “แต่ข

  • ใช่...ข้าร้ายกาจ แล้วอย่างไร   บทที่ 7.7

    “ใช่แล้ว ศิษย์พี่แปดท่านเคยกิน?”“เคยกินเมื่อนานมาแล้ว ตอนนี้ไม่ได้ออกไปข้างนอก ไม่รู้ว่ายังอยู่อีกหรือไม่”“อร่อยหรือไม่เจ้าคะ”“อร่อยมาก รสดีเหมือนเดิม ขอบใจเจ้ามาก มาวันนี้เพราะจะกลับหวงซานกระมัง”“เจ้าค่ะ”“ดีแล้ว รั้งอยู่นานก็มีแต่เรื่องน่าปวดหัว อีกอย่างป่านนี้อาจารย์คงเป็นกังวลแล้ว แม้ศิษย์พี่สามของเจ้าส่งข่าวไปโดยตรงเพราะกลัวอาจารย์คิดมาก แต่เห็นพวกเจ้าสองคนกลับไปอาจารย์คงดีใจ อาจารย์ชรามากแล้วให้พวกเจ้ารั้งอยู่ข้างกายข้ากับศิษย์พี่สามก็สบายใจ” “ศิษย์พี่แปดเจ้าคะ...ข้าไม่ได้ทำให้ท่านลำบากใจกระมัง”“หมายถึงเรื่องไหวหยางอ๋อง?”นางพยักหน้า “ข้าต้องลำบากใจเรื่องใดเล่า เขาก็มิใช่จะมีสิทธิ์ปลดข้าจากตำแหน่งฮองเฮา ข้าก็ไม่ใช่ว่าต้องอาศัยเพียงตระกูลเฉินถึงได้ขึ้นเป็นฮองเฮานี่ เขาไม่ออกรบข้าไปเองก็ย่อมได้ ข้ากลัวเสียที่ไหน”ซ่งจวินหนิงขมวดคิ้วอีกฝ่ายหัวเราะคว้ามือนางไปจับ “ไม่ต้องกังวล สถานการณ์ตอนนี้อย่างไรก็ต้องเกิด อัครมหาเสนาบดีเกี่ยวดองกับไหวหยางอ๋อง พวกเขายังคิดว่าอิทธิพลในมือไม่มากพออีกหรือ หากมากกว่านี้ก็ก่อกบฏได้แล้ว”“ศิษย์พี่แปด!...” นางมองไปรอบๆ โล่งใจที่ไม่มีใครได้ยิน“กล

  • ใช่...ข้าร้ายกาจ แล้วอย่างไร   บทที่ 7.6

    คุณหนูตระกูลเสี้ยวทั้งสองคล้ายไม่เคยพานพบสตรีที่กล้าเปิดโปงผู้อื่นตรงๆ แถมยังกล้ากล่าวจากปากตัวเองว่าเป็นคนร้ายกาจไร้ยางอายอีก พวกนาง...แทบจะกระทึบเท้า “ไร้การอบรม!”“ต้องการร้องเรียนหรือไม่ ฝากจดหมายร้องเรียนไปถึงอาจารย์ของข้าได้นะ ข้ากำลังจะกลับหวงซานพอดี อาจารย์ของข้าเป็นคนใจกว้างยอมรับการร้องเรียนจากคนนอกเสมอ”สตรีทั้งสองนางชะงักตกใจจนหน้าซีด... มันผู้ใดกล้าร้องเรียนท่านปราชญ์แซ่สวี มันผู้นั้นมิเท่ากับเป็นศัตรูของบัณฑิตทั้งแคว้นหรือ!เรื่องที่เกิดขึ้นในวังหลวงครั้งก่อน บัณฑิตมากมายต่างส่งจดหมายร้องเรียนซ่งจวินหนิง กล่าวว่านางเป็นสตรีไร้ยางอาย ไม่คู่ควรกับเว่ยจิ่นหยาง ท่านปราชญ์กลับประกาศออกมา‘ข้าเป็นอาจารย์ของซ่งจวินหนิง หากศิษย์ร้ายกาจไร้ยางอาย ข้าผู้เป็นอาจารย์ย่อมต้องรับผิดชอบ หากเห็นควรตามคำร้องเรียนศิษย์ข้า ตัวข้าจะลาออกจากการดูแลสั่งสอนบัณฑิตในสำนักศึกษาจิ้นสิง พาศิษย์รักของข้ากลับไปอยู่บ้านนอก ไม่กลับเข้ามาเมืองหลวง ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวของแคว้นฉินอีก!!!’หลังจากนั้นบัณฑิตที่เคยเขียนจดหมายร้องเรียน ทุกคนล้วนไปคุกเข่าขอร้องไม่ให้ท่านปราชญ์แซ่สวีทำอย่างที่ประกาศ จบลงตรงผ

  • ใช่...ข้าร้ายกาจ แล้วอย่างไร   บทที่ 5.4

    ฮองเฮาคว้ามือซ่งจวินหนิง “อย่าลืมนะ เจ้าต้องแวะมาก่อนกลับหวงซาน”“เพคะหม่อมฉันจะมา หม่อมฉันสัญญา” นางยิ้มให้ฮองเฮา “มาแน่ๆ จะเอาแอบของอร่อยจากข้างนอกมาฝากด้วย” ดังนั้นฮองเฮาจึงปล่อยมือนางด้วยรอยยิ้ม ตอนทั้งสองเดินออกมาก็พบเฉินเจี๋ยหลิงกับสหายสองคนท่านหญิงผู้สูงศักดิ์ปราดเข้าไปขวางเว่ยจิ่นหยาง “ช้า

  • ใช่...ข้าร้ายกาจ แล้วอย่างไร   บทที่ 3.2

    เขาหัวเราะ “กังวลหน่อยก็ดี ชื่อเสียงของเจ้าตอนนี้ถือว่าน่ากังวลไม่น้อย แม้ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งปราชญ์ แต่ใจคนนั้นยากหยั่งถึง ที่ใจคอคับแคบก็มาก ที่ไม่เปิดโอกาสให้ผู้อื่นแก้ไขก็มี ในเมื่อเลือกแล้วว่าจะแบกรับ ดังนั้นก็ต้องอยู่กับมันให้ถึงที่สุด”หญิงสาวเข้าใจดี “ข้าถือคติที่ว่าไม่ยุ่งกับข้า ข้าก็จะ

  • ใช่...ข้าร้ายกาจ แล้วอย่างไร   บทที่ 2.5

    ศพคนสองคนถูกนำออกไปแล้ว สภาพภายในตัวบ้านเละเทะเหมือนเกิดการต่อสู้ ตู้ไม้พังกองรวมกันอยู่หน้าเตียง ซากที่เหลือของตู้กองสุมกัน เรียกความสนใจของนางให้นั่งลงซ่งจวินหนิงหยิบสองสามชิ้นมาประกอบกันบนพื้น ข้างๆ มีรอยเลือด มีดสั้นที่ใช้ก่อเหตุถูกเก็บไปแล้ว มองไปยังหน้าต่างที่ถูกเปิดทิ้งเอาไว้ สามารถมองออกไป

  • ใช่...ข้าร้ายกาจ แล้วอย่างไร   บทที่ 2.3

    ...เขาที่อยู่ในเหตุการณ์กลายเป็นพยานที่ทำให้ตระกูลเสี้ยวน้ำท่วมปาก ไม่เพียงไม่อาจทำตามแผนการเดิมที่จะรับทั้งสองคนเข้าจวน แต่ยังโดนทุบตีแบบเสียเปล่า แถมต้องรับคุณหนูรองเป็นฮูหยินเอกเพียงคนเดียวโดยไม่อาจเลี่ยง“นางทำอย่างไรขอรับ”“นางส่งคนไปหลอกข้ากับคนตระกูลหยวนไปที่หน้าหอนางโลม ข้าหลงกลนางลงจากรถม้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status