LOGINผู้อื่นย้อนอดีตข้ามภพเข้าไปอยู่ในร่างของคุณหนูจวนนั้นจวนนี้ นาง...ซ่งจวินหนิงกลับลืมตาขึ้นมาในร่างของทารกแรกเกิด!!! จากผู้กองสาวที่วันๆ เอาแต่วิ่งไล่จับคนร้าย วันนี้ต้องกลายมาเป็นคุณหนูสี่จวนขุนนางใหญ่ แน่นอนว่าซ่งจวินหนิงไม่ใช่สตรีที่จะถูกตีกรอบให้อยู่ภายใต้ สามคล้อยตาม สี่คุณธรรม หนทางใดนำพานางให้ไปสู่อิสระนางล้วนไม่ลังเล!!! ชื่อเสียงฉาวโฉ่...แล้วอย่างไร สตรีร้ายกาจ...แล้วอย่างไร ชีวิตนี้ขอเพียงไม่ตกอยู่ในวังวนของความวุ่นวาย ทั้งอำนาจ ชื่อเสียง และการถูกบีบบังคับ ขอเพียงได้อยู่อย่างสงบสุข ห่างไกลจากเรื่องเหล่านั้น นางล้วนไม่แยแส ถึงอย่างนั้นผู้ใดจะรู้ว่ามีบุรุษหนึ่งมองนางได้อย่างทะลุปรุโปร่ง เขา...เว่ยจิ่นหยาง บุรุษที่ยิ่งได้รู้จักนางก็ยิ่งอยากปกป้องเขาจากความโดดเดี่ยว!!!
View More“ข้ายังไม่ได้เรียนรู้เรื่องหลายๆ เรื่องจากท่านเลย ท่านสอนสั่งศิษย์พี่ตั้งหลายปี ข้าเพิ่งมาได้สองปีเอง อยู่ต่ออีกหน่อยนะเจ้าคะ”ปีต่อมานางกล่าวว่า“อาจารย์ ข้าตั้งครรภ์แล้ว หากท่านไปผู้ใดจะเป็นคนสอนบุตรของข้าเล่าเจ้าคะ หากเขาเป็นบุตรชายท่านก็ได้ศิษย์คนที่สิบพอดี”ปีถัดๆ มาอีกปีนางกล่าวว่า“อาจารย์ข้าตั้งครรภ์บุตรอีกคนแล้ว คนนี้ต้องเป็นบุตรสาวที่เหมือนข้าแน่นอน ท่านไม่รับนางเป็นศิษย์ไม่ได้นะ”“เจ้าหลอกข้าไม่ได้แล้ว ไปตามสามีของเจ้ามา! ข้าจะยกตำแหน่งปราชญ์หลวงให้เขาแล้ว! ข้าไม่เชื่อว่ายกตำแหน่งให้เขาแล้ว เขาจะไม่ให้ข้าอยู่ที่นี่สั่งสอนบุตรของเขา! ข้าไม่เป็นปราชญ์ ไม่เป็นอาจารย์แล้ว ข้าจะเป็น...ท่านปู่”งานเลี้ยงฉลองในวังหลวงฮ่องเต้ส่งเทียบเชิญมายังสำนักศึกษาจิ้นสิง ท่านปราชญ์หลวงและฮูหยินจะต้องไปร่วมงาน สองสามีภรรยาจับจูงบุตรชายและบุตรสาวไปร่วมงานเลี้ยงปีนี้บุตรชายอายุได้ห้าขวบปี บุตรสาวอายุได้สามขวบปี ท่านอาจารย์สวีเหยียนลู่อายุมากจึงไม่สะดวกเดินทาง เขารั้งรออยู่ที่สำนักศึกษาโดยมีศิษย์หลายคนคอยอยู่ดูแลใกล้ชิดเว่ยจิ่นหยางมือหนึ่งอุ้มบุตรสาว มือหนึ่งจับจูงมือของผู้เป็นฮูหยิน ส่วนซ่งจวิน
ที่ชื่นชมก็มองว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นที่สตรีจะได้แสดงความกล้าหาญที่ไม่ชอบก็กล่าวว่าซ่งจวินหนิงก็ยังเป็นสตรีที่ร้ายกาจไร้ยางอาย กล้าส่งเกี้ยวไปแต่งเขยเข้าจวน เกรงว่าชาตินี้คงไม่มีสตรีใดกล้าทำเช่นนางอีกแล้ว!!ในห้องหอเว่ยจิ่นหยางถูกมอมสุราจนใบหน้าแดงซ่าน รอยยิ้มของเขาทำให้ซ่งจวินหนิงถอนหายใจ “ดื่มเข้าไปมากเลยหรือ”“มากสิ เพราะข้ามีความสุข”“มีความสุขมากสินะ”“มากที่สุด ไม่เคยมีความสุขเช่นนี้เลยตลอดชีวิต”นางกอดเขาให้เขาพิงไหล่ “เว่ยจิ่นหยาง”“หืม”“ข้าจะทำให้ชีวิตนี้ท่านไม่ต้องเหงาอีกเลย อาจจะไม่มีความสุขในทุกๆ วัน อาจมีเรื่องให้ทะเลาะกันบ้าง เห็นไม่ตรงกันบ้าง แต่ข้ารับรองข้าจะไม่ไปไหน จะยืนอยู่ตรงนี้เคียงข้างท่าน จนกว่าจะถึงวันที่ข้ากับท่านถูกพรากจากกันด้วยลมหายใจ”เขาเงียบไปนานมาก สองมือกุมมือนางแน่น “หนิงหนิง”“หืม”“ข้ารักเจ้า รักตั้งแต่เมื่อไหร่ข้าเองก็ไม่รู้ กว่าจะรู้เจ้าก็ค่อยๆ เข้ามาในชีวิตข้า ทำให้ข้ายอมพ่ายแพ้อย่างหมดใจ ทั้งที่ข้าไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตข้าจะสามารถคาดหวัง หรือมีผู้ใดเข้ามาเติมเต็ม เจ้า...เป็นทุกอย่างในชีวิตที่ข้าปรารถนา”“ได้ ข้าจะเป็นทุกอย่างในชีวิตที่ท่านปรารถนา
พี่ชายของนางอ้าปากค้าง “นี่ใช่สินบนหรือไม่” เขากล่าวมองเซาปิ่งในมือ สามพี่น้องล้วนมีคนละชิ้น เซาปิ่งร้อนๆ ที่หูเยี่ยนเจาซื้อให้“หนิงหนิงทำไมเจ้ามีสองชิ้น”“ข้าจะเอาไปฝากศิษย์พี่หก เอาละตอนนี้พวกเราไม่ติดค้างกันแล้ว ท่านก็...ใช้ชีวิตต่อไปให้ดี”หูเยี่ยนเจามองสามพี่น้องเดินจากไปด้วยสายตาเทิดทูน ทั้งหมดนั้นอยู่ในสายตาของเว่ยอวี้เฟิงทั้งสิ้น เขามองคนสองคนที่หมุนตัวเดินเคียงข้างกันไปข้างหน้า หญิงสาวเงยหน้ามองชายหนุ่ม สนทนากันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง หัวเราะกับคำตอบของอีกฝ่าย เงาของทั้งสองทอดลงไปบนถนนด้านหลัง เคียงข้างกันไปจน...สุดสายตา“ข้า...พานพบช้าไปสินะ”เว่ยอวี้เฟิงได้แต่พึมพำกับตัวเองเสียงเบา เขาหมุนตัวเดินไปยังฝั่งตรงข้ามกับทิศทางที่คนทั้งสองเดินไป คนละเส้นทาง คนละเป้าหมาย ไม่มีทางเวียนมาบรรจบกัน...ท่านปราชญ์แซ่สวีในที่สุดก็ประกาศปลดเกษียณตัวเอง เขาส่งต่อการดูแลสำนักศึกษาจิ้นสิงให้เว่ยจิ่นหยาง หลังจากนั้นชายหนุ่มก็ประกาศหมั้นหมายและกำหนดฤกษ์แต่งเข้าจวนตระกูลซ่งผู้คนแตกตื่น ไม่ว่าผู้ใดล้วนคาดไม่ถึงว่าเว่ยจิ่นหยางจะแต่งเข้าจวนฮูหยิน หลายคนรอดูท่าทีของอัครมหาเสนาบดี ทว่ากลับไม่มีความ
เฉินเจี๋ยหลิงหยุดชะงักถลึงตามองนางด้วยสายตาเกลียดชัง “ซ่งจวินหนิงเจ้ามันสตรีร้ายกาจไร้ยางอาย!!”“ใช่...ข้าร้ายกาจ แล้วอย่างไร”นางกล่าวเสียงเรียบจ้องตากับท่านหญิงสูงศักดิ์นิ่ง “อย่างน้อยสตรีร้ายกาจเช่นข้าก็ไม่เคยเสแสร้งแกล้งทำตัวอ่อนแอ ทว่าลับหลังกลับกล้าลงมือวางยาปลุกกำหนัดบุรุษ”เฉินเจี๋ยหลิงมองไปรอบๆ ใบหน้าของนางขาวซีด “เจ้า...เจ้าพูดเหลวไหลอะไร!”“ข้ากล้าทำก็กล้ารับ ทำไม...หรือท่านหญิงผู้สูงศักดิ์ไม่กล้ายอมรับในสิ่งที่ทำ? ข้าขอเตือนหากกล้าเข้าใกล้เว่ยจิ่นหยางอีก อย่าหาว่าข้า...สตรีร้ายกาจผู้นี้ไม่สมกับฉายาที่พวกเจ้ายัดเยียดให้ ถึงตอนนั้นท่านไม่รู้หรอกว่าข้าจะเปิดโปงความไร้ยางอายของผู้ใดบ้าง!!”นางกล่าวจบก็ก้าวเดินฉับๆ เข้าไปหาอีกฝ่ายจนเฉินเจี๋ยหลิงถอยกรูด “อย่าเข้ามานะ!”“ทางที่ดีท่านกลับไปเสียเถิด รอขึ้นเกี้ยวแต่งออกไปอย่างมีเกียรติ อย่ามาโวยวายที่นี่ อย่ามารบกวนฮองเฮาอีก ทำสิ่งใดก็ต้องรับผลของการกระทำนั้น หากยังไม่ยอมรับแล้วมีคนขุดคุ้ยขึ้นมา ท่านคิดหรือว่าฝ่าบาทจะทรงนิ่งเฉย ที่เรื่องออกมาเป็นเช่นนี้ไม่คิดบ้างหรือว่าเพราะฝ่าบาททรงเห็นแก่ฮองเฮา”เฉินเจี๋ยหลิงชะงักดวงตาแดงก่ำ “แต่ข
เขาหัวเราะ “กังวลหน่อยก็ดี ชื่อเสียงของเจ้าตอนนี้ถือว่าน่ากังวลไม่น้อย แม้ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งปราชญ์ แต่ใจคนนั้นยากหยั่งถึง ที่ใจคอคับแคบก็มาก ที่ไม่เปิดโอกาสให้ผู้อื่นแก้ไขก็มี ในเมื่อเลือกแล้วว่าจะแบกรับ ดังนั้นก็ต้องอยู่กับมันให้ถึงที่สุด”หญิงสาวเข้าใจดี “ข้าถือคติที่ว่าไม่ยุ่งกับข้า ข้าก็จะ
ศพคนสองคนถูกนำออกไปแล้ว สภาพภายในตัวบ้านเละเทะเหมือนเกิดการต่อสู้ ตู้ไม้พังกองรวมกันอยู่หน้าเตียง ซากที่เหลือของตู้กองสุมกัน เรียกความสนใจของนางให้นั่งลงซ่งจวินหนิงหยิบสองสามชิ้นมาประกอบกันบนพื้น ข้างๆ มีรอยเลือด มีดสั้นที่ใช้ก่อเหตุถูกเก็บไปแล้ว มองไปยังหน้าต่างที่ถูกเปิดทิ้งเอาไว้ สามารถมองออกไป
...เขาที่อยู่ในเหตุการณ์กลายเป็นพยานที่ทำให้ตระกูลเสี้ยวน้ำท่วมปาก ไม่เพียงไม่อาจทำตามแผนการเดิมที่จะรับทั้งสองคนเข้าจวน แต่ยังโดนทุบตีแบบเสียเปล่า แถมต้องรับคุณหนูรองเป็นฮูหยินเอกเพียงคนเดียวโดยไม่อาจเลี่ยง“นางทำอย่างไรขอรับ”“นางส่งคนไปหลอกข้ากับคนตระกูลหยวนไปที่หน้าหอนางโลม ข้าหลงกลนางลงจากรถม้
ห่างจากจวนตระกูลอวี่ไปสองมุมถนน ร้านเครื่องเขียนตระกูลอวี่ บัณฑิตทั้งหลายเองก็กำลังกล่าวถึงคุณหนุสี่ตระกูลซ่งผู้โด่งดัง“ได้ยินมาว่านางอยากเข้าเรียนในสำนักศึกษา ข้าว่านางอยากหลบเสียงนินทามากกว่า”“ข้าเคยพบนางครั้งหนึ่ง นางก็ดูเป็นคนสุขุม นึกไม่ถึงว่าจะเป็นคนใจร้อนลงมือรวดเร็วถึงเพียงนี้”“แต่ข้าได้












reviews