Compartir

ตอนที่ 2/2

last update Fecha de publicación: 2026-08-11 08:44:09

พระนางทรงพยักพระพักตร์อย่างพอพระทัย เด็กสาวผู้นี้ แม้อายุเพียงสิบสี่ปี แต่กลับไม่ตื่นตระหนกต่อหน้าขุนนางนับร้อย สมกับเป็นว่าที่พระชายาของพระโอรสคนเล็ก

ฮ่องเต้หลี่หลงอี้ทอดพระเนตรพระอนุชา ก่อนตรัสด้วยพระสุรเสียงหนักแน่น

"วันนี้เป็นวันมงคลของราชวงศ์หลี่ ขอให้ชินอ๋องและพระชายาครองรักมั่นคง ช่วยกันดูแลแผ่นดินและรักษาเกียรติของราชวงศ์ตลอดไป"

ชินอ๋องประสานพระหัตถ์ถวายบังคม "กระหม่อมรับพระราชดำรัสพ่ะย่ะค่ะ"

หลัวเย่หลียอบกายลงพร้อมกัน "หม่อมฉันรับพระราชดำรัสเพคะ"

เสียงขันทีใหญ่ประกาศขั้นตอนพิธีดังกังวาน

"คำนับฟ้าดิน!"

"คำนับหรงไท่เฮาและฮ่องเต้!"

"สามีภรรยาคำนับซึ่งกันและกัน!"

คู่บ่าวสาวค่อย ๆ ทำพิธีตามโบราณราชประเพณีอย่างครบถ้วน ท่ามกลางสายตาของขุนนางทั้งราชสำนัก

เมื่อพิธีสุดท้ายเสร็จสิ้น เสียงประทัดนับพันชุดก็ดังสนั่นไปทั่วพระราชวัง เสียงฆ้อง กลอง และดนตรีพิธีบรรเลงพร้อมกัน ขุนนางทั้งบุ๋นและบู๊ต่างลุกขึ้นประสานมือแสดงความยินดี

"ขอถวายพระพรชินอ๋อง"

"ขอถวายพระพรพระชายาชินอ๋อง"

เสียงอวยพรดังกึกก้องไปทั่วท้องพระโรง หลัวเย่หลีค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างแผ่วเบาภายใต้ผ้าคลุมหน้า

นางรู้ดีว่า พิธีอภิเษกได้สิ้นสุดลงแล้ว นับจากนี้เป็นต้นไป นางมิใช่คุณหนูสามแห่งจวนติ้งเป่ยโหวอีกต่อไป

หากคือพระชายาเอกแห่งตำหนักชินอ๋อง สตรีผู้ต้องเคียงข้างพระอนุชาของฮ่องเต้ และก้าวเข้าสู่หน้าที่บทใหม่ที่ไม่อาจหันหลังกลับได้อีกตลอดชีวิต

ค่ำคืนแห่งพิธีมงคลดำเนินมาถึงช่วงสุดท้าย หลังจากเสร็จสิ้นการถวายบังคมฟ้าดิน บรรพชน และรับพระราชทานพรจากฮ่องเต้กับหรงไทเฮาแล้ว ขบวนส่งตัวพระชายาก็ค่อย ๆ เคลื่อนเข้าสู่ตำหนักชินอ๋องท่ามกลางแสงโคมแดงนับร้อยดวง

ภายในห้องหอ กลิ่นกำยานจันทน์หอมอ่อน ๆ ลอยอบอวล เทียนมงคลคู่ส่องแสงนิ่ง เปลวไฟสีทองสะท้อนม่านแพรสีชาดที่ปักลายหงส์เคียงมังกรอย่างวิจิตร

นางกำนัลอาวุโสสองนางก้าวเข้ามาอย่างสงบ แต่ละคนถือถาดเงินประดับลายเมฆมงคล ภายในวางกรรไกรทองคำ ด้ายแดง และกล่องหยกใบเล็กสำหรับเก็บปอยผมของบ่าวสาว

หญิงอาวุโสยอบกายลงก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อม "ทูลชินอ๋อง ทูลพระชายา ถึงเวลาประกอบพิธีผูกผมแล้วเพคะ"

หลี่หลงเฟยพยักพระพักตร์รับโดยมิได้ตรัสสิ่งใด ส่วนหลัวเย่หลีนั่งอย่างสำรวม มือทั้งสองวางซ้อนกันบนตัก แม้จะยังรู้สึกประหม่า แต่กิริยากลับเรียบร้อยสมฐานะพระชายา

นางกำนัลใช้หวีไม้จันทน์ค่อย ๆ สางเส้นผมของทั้งสองให้เรียบลื่น จากนั้นจึงใช้กรรไกรทองคำตัดปลายเส้นผมของแต่ละฝ่ายออกเพียงเล็กน้อยอย่างระมัดระวัง

หญิงอาวุโสรับปอยผมทั้งสองไว้ด้วยสองมือ ก่อนนำมาวางเคียงกัน แล้วค่อย ๆ ใช้ด้ายแดงถักผูกเข้าด้วยกันเป็นปมเดียว

ระหว่างผูก นางกล่าวถ้อยคำอวยพรตามธรรมเนียม

"เส้นผมผูกเป็นหนึ่ง ดุจสองดวงใจผูกเป็นหนึ่ง ขอให้ครองคู่ด้วยความซื่อสัตย์ ร่วมทุกข์ร่วมสุข เคารพและเกื้อกูลกันตราบชั่วชีวิต"

เมื่อผูกเสร็จ ปอยผมทั้งสองถูกบรรจุลงในกล่องหยก ก่อนปิดฝากล่องอย่างแผ่วเบา

"ขอถวายความยินดีต่อชินอ๋องและพระชายาเพคะ"

หลัวเย่หลีมองกล่องหยกใบนั้นเงียบ ๆ ภายในใจเกิดความรู้สึกประหลาด ราวกับชีวิตที่เคยเป็นของตนเพียงผู้เดียว บัดนี้ได้ก้าวเข้าสู่อีกเส้นทางหนึ่งอย่างแท้จริง

จากนั้นนางกำนัลจึงยกถ้วยสุรามงคลขึ้นมาถวาย ทั้งสองรับไว้พร้อมกัน ก่อนแตะขอบถ้วยเบา ๆ ตามธรรมเนียม แล้วจิบเพียงเล็กน้อยเพื่อเป็นสิริมงคล มิได้มีผู้ใดกล่าววาจาใดในระหว่างพิธี

ต่อจากนั้น อาหารมงคลถูกจัดวางบนโต๊ะเตี้ย ไม่ว่าจะเป็นบะหมี่ยืนยาว เกี๊ยวรูปพระจันทร์ และขนมหวานรูปดอกเหมย ทั้งสองรับประทานเพียงเล็กน้อยตามธรรมเนียม เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์และการเริ่มต้นชีวิตคู่

เมื่อพิธีทุกอย่างเสร็จสิ้น นางกำนัลและขันทีต่างยอบกายคารวะ ก่อนถอยออกจากห้องอย่างเงียบเชียบ เหลือเพียงชินอ๋องและพระชายาอยู่ภายในห้องหอที่สว่างด้วยแสงเทียนมงคลเท่านั้น

บรรยากาศกลับเงียบสงบกว่าที่เจ้าสาวทุกคนล้วนคาดคิด หญิงสาวนั่งตัวตรงอยู่บนขอบเตียง ดวงตาคู่งามทอดมองบุรุษเบื้องหน้าด้วยความระแวดระวังปนสับสน

เขายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุขุม หนักแน่น และแฝงไว้ด้วยความอ่อนโยน

“คืนนี้ทุกสิ่งจบแล้วต่อไปเจ้าก็พักผ่อนให้สบายใจเถิด”

หลัวเย่หลีเงยหน้าขึ้นมองอย่างไม่เข้าใจ บุรุษหนุ่มสบตาเจ้าสาว ไม่สินับจากนี้นางคือภรรยาของเขาอย่างตรงไปตรงมา ก่อนกล่าวต่อ

“เจ้าคงเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน ไม่จำเป็นต้องกังวลสิ่งใด ตำหนักหน้าแห่งนี้ เปิ่นหวางยกให้เจ้าเป็นผู้ครอบครองทั้งหมด”

หลัวเย่หลีถึงกับชะงัก หลังฟังคำของพระสวามี ถึงตนจะยังมิได้ปักปิ่นแต่ก็เหลือเวลาเพียงหนึ่งปี ในต้าเฉิงใช่จะไม่เคยมีเจ้าสาวอายุเท่าตน

“ส่วนเปิ่นหวางจะย้ายไปพักที่ตำหนักข้างทิศตะวันออกก่อน”

คำพูดนั้นทำให้นางเบิกตากว้างโดยไม่รู้ตัว มิได้ตกใจ หลัวเย่หลีกำลังยินดี เพราะถึงจะเต็มใจแต่งงานกับเขา ทว่านางกับชินอ๋องก็นับว่าเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน

“จนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม เปิ่นหวางจะไม่ฝืนใจเจ้า”

ประโยคเหล่านี้เรียบง่าย แต่หนักแน่น ทำให้ความตึงเครียดที่เกาะกุมหัวใจของเจ้าสาวตัวน้อยที่ต้องจากบ้านมาไกลนับพันลี้อย่างมิทันได้เตรียมตัวเตรียมใจมาตลอดทั้งหนึ่งเดือนค่อย ๆ คลายลงทีละน้อย

แม้นางจะไม่รู้ว่าบุรุษผู้นี้คิดสิ่งใดอยู่ในใจ แต่การที่เขามอบเกียรติและเว้นระยะให้ตนเช่นนี้ ก็ทำให้หลัวเย่หลีอดรู้สึกโล่งใจไม่ได้ หลังกล่าวจบ หลี่หลงเฟยก็หันไปทางประตูตำหนักก่อนเอ่ยเรียกเสียงเรียบ

“ฉู่กงกง”

ไม่นานขันทีวัยกลางคนก็รีบก้าวเข้ามา ค้อมกายคารวะอย่างนอบน้อม

“กระหม่อมอยู่นี่พ่ะย่ะค่ะ”

“ต่อจากนี้เจ้ารับผิดชอบดูแลพระชายา หากมีสิ่งใดขาดตกบกพร่อง เปิ่งหวางจะถามหาเจ้าคนแรก”

“กระหม่อมรับบัญชา”

จากนั้นเขาจึงเอ่ยอีกครั้ง “เจียงหมัวมัว” หัวหน้านางกำนัลผู้มากประสบการณ์ของตำหนักชินอ๋องมาสองปีก็ก้าวเข้ามารับคำสั่งภายในห้องหอ

“หม่อมฉันอยู่นี่เพคะ”

“ดูแลพระชายาให้ดีที่สุด เรื่องอาหาร เครื่องใช้ เสื้อผ้า และความเป็นอยู่ทั้งหมด ให้จัดเตรียมตามฐานันดรศักดิ์ของนาง หากผู้ใดกล้าละเลยหรือไม่ให้เกียรติ นำตัวมาพบเปิ่นหวางทันที”

“หม่อมฉันรับบัญชาเพคะ”

เมื่อกำชับทุกอย่างเรียบร้อย เขาจึงหันกลับมามองเจ้าสาวอีกครั้ง แววตาสงบนิ่งไร้การคุกคาม

“คืนนี้เจ้าพักผ่อนเถิด”

กล่าวจบ บุรุษหนุ่มก็หมุนกายเดินออกจากตำหนักหออย่างไม่รีรอ ท่ามกลางความเงียบงันที่ปกคลุมทั่วทั้งห้อง บานประตูไม้บานหนาหนักค่อย ๆ ปิดลง

เมื่อแน่ใจว่าไม่มีผู้ใดอยู่ในห้องอีกแล้ว จูอิงกับจูลี่ สาวใช้ติดตามมาจากบ้านเดิมเจ้าสาวทั้งสองคน จึงแอบหันมาสบตากันเงียบ ๆ ทั้งคู่ต่างถอนหายใจออกมาพร้อมกันราวกับนัดหมายไว้เพราะผู้เป็นดังท้องฟ้าและเจ้าชีวิตคนใหม่ทั้งพวกตนและคุณหนูสามที่ทั้งสองติดตามมิได้เลวร้ายดังที่หวาดกลัว

“โล่งอกจริง ๆ...” จูอิงพึมพำขึ้นเป็นคนแรก

จูลี่พยักหน้า สีหน้าที่ตึงเครียดมาตลอดทั้งเดือนนับตั้งแต่เดินทางออกจากเป่ยฉีคลี่คลายลง

“ก่อนเข้าวัง ข้ายังกังวลว่าคืนแรกคุณหนูสามจะต้องลำบากเสียอีก”

ทั้งสองเหลือบมองผู้เป็นนาย เห็นหญิงสาวยังนั่งนิ่งอยู่บนเตียง ดวงตาคู่งามทอดมองไปยังประตูที่เพิ่งปิดลง คล้ายยังไม่หายจากความประหลาดใจ

ค่ำคืนแต่งงานซึ่งนางคิดว่าจะเต็มไปด้วยความอึดอัด กลับจบลงด้วยความสงบอย่างเหนือความคาดหมาย และภาพของบุรุษผู้เดินออกจากห้องหอโดยไม่แตะแม้ชายแขนเสื้อของนาง ก็ยังคงติดอยู่ในความคิดไม่เลือนหาย

แต่เป็นเช่นนี้ช่างดียิ่ง...

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • ใต้อาณัติท่านอ๋องทมิฬ    ตอนจบ (6)

    เสียงครวญครางผสานไปกับเสียงคำรามกึกก้อง ยิ่งในจังหวะที่กายอวบอั๋นถูกสลับตำแหน่งให้ขึ้นไปขยับขับอยู่ด้านบน แล้วนางปล่อยผมยาวสลวยสะบัดพลิ้วไปมา แหงนเงยใบหน้าเชิด ห่อปากด้วยความเสียวซ่านสุดชีวิต ช่างเป็นภาพอันงดงามที่กระชากความรู้สึกของบุรุษวัยฉกรรจ์จนสติเขาเตลิดยิ่งนางโยกคลึงบดสะโพกส่ายโยกไหวมิผิดจากที่เขากระทำต่อนาง หลี่หลงเฟยเขากลับยิ่งรู้สึกว่าเขาช่างเป็นบุรุษผู้มีโชคดีเหลือเกิน เรือนร่างงามนุ่มนิ่มนี้มีความสุขมอบให้เขาอย่างใจกว้างเขาจึงเอื้อมมือไปยึดที่สะโพกขาวกลมกลึง ก่อนเร่งซอยกระแทกถี่ยิบขึ้นไปหานางเสียเอง ยิ่งเขาอัดกระแทกผลักดันเสยขึ้นไปร่องรักของภรรยาสาวนั้น ก็ยิ่งตอดรัดดูดดึงดุ้นแข็งขึง จนทำให้เขาไม่สามารถทนทานได้อีกต่อไป"โอ้ว…ซี้ด…เมียรักของข้า ท่านพี่เฟยทนไม่ไหวแล้ว ร่องของเมียรักช่างเอามันเหลือเกิน โอ้ว…โอ้ว…"ท่อนลำถูกอัดกระแทกรุนแรงและเร็วรี่"อา…อา…อา…ทะ…ท่านพี่…หลี่หลงเฟย…กรี๊ด…"ทั้งสองกายเกร็ง ร่างกระตุกสั่นไหว ก่อนจะปลดปล่อยน้ำรักแตกกระจายโดยพร้อมเพรียงกันพระชายาคนงามรู้สึกสุขสมอย่างสุดขีด ร่างอวบอั๋นนั้นสั่นกระตุกถี่ระรัวอย่างเนิ่นนาน ก่อนที่นางจะทิ้งกายลงกอดเกี

  • ใต้อาณัติท่านอ๋องทมิฬ    ตอนจบ (5)

    "พระชายา…จะช่วยรับทั้งชีวิตของหลี่หลงเฟยเอาไว้ได้หรือไม่?"ดวงตาทรงดอกท้อหวานซึ้งมองประสานกับดวงตาคมเข้มที่ก็หวานซึ้งมิต่างกัน"ที่ยินยอมรั้งอยู่ข้างกายท่านมาสี่หนาว ถามจากใจ…พระสวามีท่านมิแจ้งใจจริงหรือ?"หากจะกล่าวว่าจอมทัพเช่นหลี่หลงเฟยนั้นเป็นบุรุษร้ายกาจ มากมายเล่ห์ คิดวางแผนเดินหมากอย่างรอบคอบเป็นฉากเป็นตอนมาจวบจนถึงบทสุดท้าย ที่ทุกผู้ล้วนสุขสมหวังกันไปทุกทางเกรงว่าภรรยาพยัคฆ์นางคงยืนอยู่เหนือเมฆา เฝ้ามองบุรุษที่ตนแอบรักเล่นบท 'คนเลว' อย่างสนุกสนานมาเสียสี่หนาวเสียแล้ว"เจ้า…อาหลีน้อย…เจ้ามันร้าย…ฮึ…ฮ่า…ฮ่า…แสบกว่าพยัคฆ์ก็ภรรยาพยัคฆ์นี่เอง"…เป็นครั้งแรกที่หลี่หลงเฟยรู้สึกสะใจต่อการถูกสตรีรังแก!...ซึ่งในใต้หล้านี้เกรงว่าจะมีนางเดียวที่ทำได้ นาง…หลัวเย่หลี…พระชายาตัวหอมแห่งตำหนักชินอ๋องผู้นี้เท่านั้น!จากนั้นหลัวเย่หลีนางก็ถูกจอมทัพร้ายกาจรังแกด้วยท่อนลำยิ่งใหญ่ ที่กดกระแทกผลักดันจนใบหน้าสราญนั้นบิดเบี้ยวด้วยความจุกแน่นปนเปไปกับความเสียวซ่านยิ่งเขาเริ่มกดกระแทกท่อนลำแกร่งเข้าออกอย่างรวดเร็วและรุนแรงขึ้นตามลำดับ ชนิดเข้าจนลึกสุดก่อนจะถูกถอนออกมาจนเกือบสุด จนปลายหัวหยักเกือบจะหล

  • ใต้อาณัติท่านอ๋องทมิฬ    ตอนจบ (4)

    แม้หัวใจจะเต้นแรงเสียจนแทบหลุดออกจากอก แต่นางก็ยังโน้มกายลงไป ประทับจุมพิตแผ่วเบาที่ปลายคางของเขา ก่อนจะค่อย ๆ ไล่ริมฝีปากลงมาตามลำคอแกร่ง แวะหยุดเหนือแผ่นอกกำยำซึ่งกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจเมื่อระลึกได้ว่าก่อนหน้านี้เขาเคยเอาใจนางเช่นไร หลัวเย่หลีจึงพยายามทำตามสิ่งที่เพิ่งจดจำมาอย่างเก้กัง แม้ทุกการเคลื่อนไหวยังเต็มไปด้วยความประหม่า แต่ความตั้งใจของนางกลับชัดเจนกว่าสิ่งใดทุกครั้งที่ริมฝีปากนุ่มแตะแผ่วลงบนผิวกายของเขา หรือปลายลิ้นสัมผัสอย่างระมัดระวัง เสียงครางทุ้มต่ำก็ดังลอดออกมาจากลำคอของหลี่หลงเฟยโดยไม่อาจกลั้นไว้ได้ยิ่งได้ยินเช่นนั้น หลัวเย่หลีก็ยิ่งทั้งอาย ทั้งอยากรู้ว่าตนทำได้ถูกหรือไม่ จึงช้อนสายตาขึ้นมองสีหน้าของพระสวามีเป็นระยะ ราวกับกำลังเฝ้ารอคำชื่นชมจากเขาหลี่หลงเฟยยกมือขึ้นลูบศีรษะนางอย่างอ่อนโยน ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า คล้ายกำลังปลอบโยนให้คลายความประหม่า"เจ้าก็เพียงใช้ปลายลิ้นแตะทักทายเสียก่อน จากนั้นค่อย ๆ ทำไปตามจังหวะของตนเอง ไม่ต้องรีบร้อน เพียงอ่อนโยนและระวังอย่าให้ฟันโดนก็พอ"แม้พระสวามีจะสอนเพียงครั้งเดียว แต่นักเรียนผู้ตั้งใจอย่างหลัวเย่หลีกลับจดจำ

  • ใต้อาณัติท่านอ๋องทมิฬ    ตอนจบ (3)

    หลัวเย่หลีในยามนี้ถูกความเสียวซ่านเข้าครอบงำ จนเรือนร่างอวบอิ่มบิดไหวอย่างเร่าร้อน เพลิงราคะที่หลี่หลงเฟยค่อย ๆ จุดขึ้นราวกับกำลังเผาผลาญนางให้หลอมละลาย ริมฝีปากงามเผยอปล่อยเสียงครางแผ่วพร่าไม่ขาดสาย ขณะมือน้อยลูบไล้ไปตามเรือนร่างกำยำของพระสวามีหนุ่มอย่างลืมตัว"อา...หลี่หลงเฟย...หลี่หลงเฟย...""อา...คนดี...เรียกอีก...เรียกข้าว่า 'หลี่หลงเฟย' อีก...ยิ่งเรียกทุกคราวที่ท่านพี่เข้าหาเจ้า ข้าก็ยิ่งชอบ"เพียงได้ยินนางเอ่ยนามตน หลี่หลงเฟยก็ถอนริมฝีปากออก พลางเอ่ยบอกความต้องการด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ก่อนจะก้มลงซุกไซ้ ลูบไล้ และขบจุมพิตไปทั่วเรือนกายอวบอิ่ม ราวกับไม่มีส่วนใดของร่างงามที่จะรอดพ้นจากการปรนนิบัติของเขาจากนั้นเขาจึงก้มลงซุกใบหน้าที่ซอกคอขาวผ่อง ไล่จุมพิตและโลมไล้อย่างอ้อยอิ่ง จนหลัวเย่หลีเกร็งกายด้วยความสั่นไหว เสียงครวญครางหวานพร่าหลุดออกจากริมฝีปากอีกครั้ง"อา...อูย...พะ...พอก่อน...หลี่หลงเฟย...พอก่อน...ซี้ด..."ทันใดนั้นหลี่หลงเฟยก็คลายการกักแขนทั้งสองข้างของนางเสียจนหลัวเย่หลีเผลอโล่งใจ คิดว่าพระสวามีผู้ร้ายกาจคงยอมปรานีแล้วทว่าความหวังนั้นกลับอยู่ได้เพียงชั่วอึดใจ เมื่อเขาทรุ

  • ใต้อาณัติท่านอ๋องทมิฬ    ตอนจบ (2)

    ดวงตากลมโตของหลัวเย่หลีพร่าพรายไปด้วยความอ่อนโยน นางทอดมองพระสวามีด้วยความรักอย่างไม่คิดปิดบัง"เป็นของข้า ด้วยความเต็มใจเถิด อาหลีน้อยของท่านพี่เฟย"สิ้นคำกล่าว หลี่หลงเฟยยกมือขึ้นประคองแผ่นหลังของนางไว้แน่น สายตาคมเข้มทอดมองสตรีตรงหน้าราวกับนางเป็นสมบัติล้ำค่าที่เขาหวงแหนที่สุดหลัวเย่หลีเผยอริมฝีปาก สูดลมหายใจแผ่วเบา ก่อนจะยกมือขึ้นโอบลำคอของพระสวามีไว้แน่น พลางซบใบหน้าลงกับบ่ากว้างอย่างไว้วางใจ"อื้อ...ท่านพี่..."หลี่หลงเฟยลูบศีรษะนางเบา ๆ พลางยิ้มอย่างอ่อนโยน"ราตรีนี้ท่านพี่จะมอบความสุขให้เจ้า จะรักเจ้าให้สาสม"คำกล่าวนั้นทำให้หลัวเย่หลีเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความรัก ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างแผ่วเบา แล้วซบกลับลงสู่อ้อมกอดของบุรุษผู้เป็นทั้งพระสวามีและที่พักพิงของหัวใจอีกครั้ง“เจ้ายินยอมหรือไม่อาหลีน้อย”เขาพึมพำถามนางแผ่วเบา ทว่าใบหน้ายังคงซุกไซ้อยู่กับร่องอกอวบอิ่ม ปลายลิ้นตวัดเลียลูบไล้วนเวียนอยู่เหนือฐานทรวงผ่านเนื้อผ้า ก่อนจะย้อนกลับมาดูดยอดปทุมถันสีแดงก่ำด้วยความกระหาย จนเกิดเสียงแผ่วดัง...จุ๊บ...จ๊าบ...กลิ่นหอมและรสหวานของกายสาวแรกรุ่นยิ่งปลุกเร้าความคลั่งไคล้ ย

  • ใต้อาณัติท่านอ๋องทมิฬ    ตอนจบ (1)

    หลัวเย่หลีกะพริบตาเรียกสติ ก่อนจะเข้าใจคำถามของอีกฝ่ายอย่างถ่องแท้ นางใช้เวลาไตร่ตรองอยู่ครู่ใหญ่ และในที่สุดก็ได้คำตอบให้กับหัวใจของตนเอง"เชิญกล่าวเพคะ""ตลอดเวลาที่ผ่านมา ถึงข้าไม่เคยเอ่ยคำว่ารักกับเจ้า แต่ข้าแสดงออกไม่ชัดเจนหรือ ว่าข้ารักเจ้า ข้ายกย่องเจ้า มีเจ้าเป็นภรรยา เป็นสตรีเพียงผู้เดียวในดวงใจ ข้ารู้ว่าข้าผิดที่ไม่ยอมบอกความจริง ข้าผิดที่รวบรัดเจ้า ข้าผิดทุกทาง แต่ทั้งหมดที่ข้าทำก็เพราะข้ารักเจ้า อาหลีน้อย ข้ามิใช่คนดีก็จริง แต่ความรักที่ข้ามีให้เจ้ามันจริงแท้ที่สุด หรือสี่ฤดูหนาวที่พวกเราเป็นสามาภรรยากันมา เจ้าไม่เคยมองเห็นความรักและความจริงใจของคนเลวผู้นี้เลยหรือ"ดวงตาของจอมทมิฬที่ทอดมองมายังนางในยามนี้ เปี่ยมไปด้วยความรัก หากก็แฝงความน้อยใจอยู่ไม่น้อยหลัวเย่หลีทบทวนทุกสิ่งอีกครั้ง จึงเริ่มเข้าใจว่า ที่ผ่านมานางมิใช่มองไม่เห็น เพียงแต่เพราะเขาเคยเป็นว่าที่อดีตพี่เขยของนาง แม้ลึก ๆ จะเผลอมีใจ แต่ความละอายกลับทำให้นางพยายามบังคับตนเองให้มองข้ามทุกความรู้สึกนั้นมาตลอด"หรือความผิดนี้ เจ้ามิอาจอภัยให้สามีผู้นี้ได้เลย"จะเป็นไปได้อย่างไรกันถึงนางจะมิใช่สตรีเฉลียวฉลาดนัก แต่

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status