Share

ตอนที่ 3/1

last update Tanggal publikasi: 2026-08-12 15:24:12

ปลายเดือนห้าของปีถัดมา...

เมฆฝนสีเทาหนาแน่นปกคลุมเหนือเมืองเทียนตู เมืองหลวงแห่งอาณาจักรต้าเฉิง สายฝนโปรยกระหน่ำต่อเนื่องมาหลายวันจนแทบไม่เห็นแสงอาทิตย์ พื้นลานหินภายในตำหนักชินอ๋องชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำฝน เสียงหยดน้ำตกกระทบชายคาดังสม่ำเสมอไม่ขาดสาย

ภายในสวนด้านหลังตำหนัก แปลงผักและสมุนไพรที่ได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถันเริ่มมีน้ำขัง ใบผักหลายชนิดเอนลู่ไปตามแรงฝน ขณะที่ต้นสมุนไพรซึ่งใกล้ถึงเวลาเก็บเกี่ยวกลับเสี่ยงต่อการเน่าเสีย หากฝนยังไม่หยุดตกในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ผลผลิตที่นางเฝ้าทะนุถนอมมาตลอดหลายเดือนคงสูญเปล่า

หลัวเย่หลียืนอยู่ใต้ชายคา ระหว่างมือกำร่มกระดาษน้ำมันไว้แน่น ดวงตาคู่งามทอดมองแปลงผักเบื้องหน้าด้วยความเสียดาย

"ฝนตกเช่นนี้ต่อไป อีกไม่นานรากคงชื้นเกินไปเสียหมด"

จูอิงยืนกางร่มอยู่ด้านหลัง รีบกล่าวปลอบผู้เป็นนาย

"พระชายาอย่าทรงกังวลเลยเพคะ เมื่อฝนหยุด พวกบ่าวจะช่วยกันฟื้นแปลงผักใหม่"

หลัวเย่หลีเพียงพยักหน้าเบา ๆ แม้จะเข้าใจดีว่าธรรมชาติเป็นสิ่งที่มิอาจฝืนได้ แต่ความรู้สึกเสียดายก็ยังคงอยู่

ผลผลิตเหล่านั้นมิใช่ของล้ำค่าในสายตาผู้อื่น ทว่าสำหรับนาง ทุกต้นล้วนเกิดจากแรงกายและเวลาที่ค่อย ๆ ดูแลมาตลอดหลายเดือน

เดิมทีนางเป็นเพียงคุณหนูสามแห่งจวนติ้งเป่ยโหวในแคว้นเป่ยฉี ใช้ชีวิตเรียบง่ายท่ามกลางเมืองชายแดนอันหนาวเหน็บ การเพาะปลูกในดินแดนทางเหนือมิใช่เรื่องง่าย ทุกเมล็ดพันธุ์และทุกกำมือของอาหารล้วนมีคุณค่า นางจึงเติบโตมาพร้อมกับการรู้จักประหยัด อดออม และเห็นคุณค่าของแรงงานมาตั้งแต่วัยเยาว์

กระทั่งเมื่อปีก่อน ชีวิตของนางกลับเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิง

จากคุณหนูสามผู้ไม่เป็นที่จับตามอง กลายเป็นพระชายาเอกแห่งตำหนักชินอ๋อง พระชายาของหลี่หลงเฟย พระอนุชาร่วมพระราชมารดาของฮ่องเต้ บุรุษผู้ทรงอำนาจเป็นรองเพียงฮ่องเต้และหรงไท่เฮา

กาลเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว

จากเด็กสาววัยสิบสี่ปีผู้เดินเข้าสู่เมืองหลวงอย่างหวาดหวั่น บัดนี้หลัวเย่หลีผ่านพิธีปักปิ่นแล้ว นางเติบโตเป็นสตรีวัยแรกแย้มอย่างสมบูรณ์ ความงดงามยิ่งเพิ่มพูนขึ้นตามวัย ทั้งกิริยาสงบนุ่มนวลและนิสัยอ่อนโยนยิ่งทำให้ผู้คนในเมืองหลวงกล่าวขานถึงพระชายาชินอ๋องอยู่ไม่น้อย

สตรีชั้นสูงจำนวนมากต่างลอบอิจฉาโชคชะตาของนาง

มิใช่เพียงเพราะได้อภิเษกกับบุรุษผู้สูงศักดิ์ หากยังเป็นเพราะตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ชินอ๋องไม่เคยรับอนุหรือสาวงามเข้าจวนแม้แต่คนเดียว

ตำหนักชินอ๋องยังคงมีพระชายาเพียงผู้เดียว

แม้แต่จูอิงและจูลี่ สาวใช้ติดตัวจากจวนเดิมซึ่งต่างมีรูปโฉมสะคราญ ก็ไม่เคยได้รับสายตาในเชิงชู้สาวจากผู้เป็นนายแม้แต่ครั้งเดียว

อย่างไรก็ตาม หลัวเย่หลีกลับไม่เคยใส่ใจเสียงเล่าลือเหล่านั้น

สำหรับนาง การมีชื่อเสียงหรือเป็นที่อิจฉาของผู้คน มิได้ทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปมากนัก

ทุกเช้า นางยังคงตื่นแต่รุ่งสาง ออกตรวจสวนผัก ดูแลแปลงสมุนไพร เก็บเมล็ดพันธุ์ ทดลองปลูกพืชชนิดใหม่ และเมื่อมีผลผลิตเหลือใช้ ก็ให้คนของตำหนักนำออกไปจำหน่ายยังตลาด โดยบันทึกรายรับรายจ่ายด้วยตนเองอย่างละเอียด

ต่อมาเมื่อได้อาศัยอยู่ในเมืองหลวงเป็นเวลานาน หลัวเย่หลีก็เริ่มสนใจศาสตร์การปรุงเครื่องหอมและเครื่องประทินผิว เพราะสมุนไพรหลายชนิดที่ปลูกไว้สามารถนำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ได้ นางจึงเชิญช่างทำเครื่องหอมผู้มีชื่อเสียงมาถ่ายทอดความรู้ และใช้เวลาว่างศึกษาตำรับต่าง ๆ อย่างตั้งใจ

กิจวัตรอันเรียบง่ายเหล่านี้ทำให้นางค่อย ๆ มีสหายสตรีวัยเดียวกันเพิ่มขึ้น หลายคนต่างชื่นชอบที่พระชายาชินอ๋องมิได้ถือตัว ทั้งยังเต็มใจแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องสมุนไพร เครื่องหอม และการดูแลผิวพรรณกับทุกคน

ส่วนชีวิตแต่งงานของนางก็ผ่านไปอย่างสงบ

ตลอดปีที่ผ่านมา หลี่หลงเฟยแทบไม่มีเวลาอยู่ตำหนัก เพราะหลังเสร็จสิ้นพิธีอภิเษกไม่นาน พระองค์ต้องนำทัพลงใต้ปราบโจรสลัดบริเวณชายฝั่งแคว้นหยางโจวอยู่หลายเดือน เมื่อสถานการณ์สงบลง ก็ได้รับพระบัญชาให้เดินทางต่อไปควบคุมงานก่อสร้างเขื่อนและระบบชลประทานในแคว้นซีโจวอีกเกือบหนึ่งปี

ข่าวคราวที่ส่งกลับมายังตำหนักล้วนเกี่ยวกับภารกิจราชการ การจัดการบ้านเมือง และความเป็นอยู่ของราษฎร

ไม่เคยมีข่าวเรื่องสตรีหรือความสัมพันธ์กับหญิงใดให้หลัวเย่หลีต้องกังวลใจแม้แต่ครั้งเดียว

ถึงกระนั้น นางก็ไม่เคยด่วนสรุปว่าพระสวามีเป็นบุรุษสมบูรณ์แบบ เวลาเพียงหนึ่งปีสั้นเกินกว่าจะมองเห็นหัวใจของผู้คนได้ทั้งหมด

หลัวเย่หลีเพียงหวังว่า วันหนึ่งเมื่อทั้งสองมีโอกาสใช้ชีวิตร่วมกันมากกว่านี้ นางคงได้รู้จักบุรุษผู้เป็นสามีอย่างแท้จริง

กาลเวลาล่วงผ่านไปอย่างรวดเร็ว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ใต้อาณัติท่านอ๋องทมิฬ    ตอนจบ (6)

    เสียงครวญครางผสานไปกับเสียงคำรามกึกก้อง ยิ่งในจังหวะที่กายอวบอั๋นถูกสลับตำแหน่งให้ขึ้นไปขยับขับอยู่ด้านบน แล้วนางปล่อยผมยาวสลวยสะบัดพลิ้วไปมา แหงนเงยใบหน้าเชิด ห่อปากด้วยความเสียวซ่านสุดชีวิต ช่างเป็นภาพอันงดงามที่กระชากความรู้สึกของบุรุษวัยฉกรรจ์จนสติเขาเตลิดยิ่งนางโยกคลึงบดสะโพกส่ายโยกไหวมิผิดจากที่เขากระทำต่อนาง หลี่หลงเฟยเขากลับยิ่งรู้สึกว่าเขาช่างเป็นบุรุษผู้มีโชคดีเหลือเกิน เรือนร่างงามนุ่มนิ่มนี้มีความสุขมอบให้เขาอย่างใจกว้างเขาจึงเอื้อมมือไปยึดที่สะโพกขาวกลมกลึง ก่อนเร่งซอยกระแทกถี่ยิบขึ้นไปหานางเสียเอง ยิ่งเขาอัดกระแทกผลักดันเสยขึ้นไปร่องรักของภรรยาสาวนั้น ก็ยิ่งตอดรัดดูดดึงดุ้นแข็งขึง จนทำให้เขาไม่สามารถทนทานได้อีกต่อไป"โอ้ว…ซี้ด…เมียรักของข้า ท่านพี่เฟยทนไม่ไหวแล้ว ร่องของเมียรักช่างเอามันเหลือเกิน โอ้ว…โอ้ว…"ท่อนลำถูกอัดกระแทกรุนแรงและเร็วรี่"อา…อา…อา…ทะ…ท่านพี่…หลี่หลงเฟย…กรี๊ด…"ทั้งสองกายเกร็ง ร่างกระตุกสั่นไหว ก่อนจะปลดปล่อยน้ำรักแตกกระจายโดยพร้อมเพรียงกันพระชายาคนงามรู้สึกสุขสมอย่างสุดขีด ร่างอวบอั๋นนั้นสั่นกระตุกถี่ระรัวอย่างเนิ่นนาน ก่อนที่นางจะทิ้งกายลงกอดเกี

  • ใต้อาณัติท่านอ๋องทมิฬ    ตอนจบ (5)

    "พระชายา…จะช่วยรับทั้งชีวิตของหลี่หลงเฟยเอาไว้ได้หรือไม่?"ดวงตาทรงดอกท้อหวานซึ้งมองประสานกับดวงตาคมเข้มที่ก็หวานซึ้งมิต่างกัน"ที่ยินยอมรั้งอยู่ข้างกายท่านมาสี่หนาว ถามจากใจ…พระสวามีท่านมิแจ้งใจจริงหรือ?"หากจะกล่าวว่าจอมทัพเช่นหลี่หลงเฟยนั้นเป็นบุรุษร้ายกาจ มากมายเล่ห์ คิดวางแผนเดินหมากอย่างรอบคอบเป็นฉากเป็นตอนมาจวบจนถึงบทสุดท้าย ที่ทุกผู้ล้วนสุขสมหวังกันไปทุกทางเกรงว่าภรรยาพยัคฆ์นางคงยืนอยู่เหนือเมฆา เฝ้ามองบุรุษที่ตนแอบรักเล่นบท 'คนเลว' อย่างสนุกสนานมาเสียสี่หนาวเสียแล้ว"เจ้า…อาหลีน้อย…เจ้ามันร้าย…ฮึ…ฮ่า…ฮ่า…แสบกว่าพยัคฆ์ก็ภรรยาพยัคฆ์นี่เอง"…เป็นครั้งแรกที่หลี่หลงเฟยรู้สึกสะใจต่อการถูกสตรีรังแก!...ซึ่งในใต้หล้านี้เกรงว่าจะมีนางเดียวที่ทำได้ นาง…หลัวเย่หลี…พระชายาตัวหอมแห่งตำหนักชินอ๋องผู้นี้เท่านั้น!จากนั้นหลัวเย่หลีนางก็ถูกจอมทัพร้ายกาจรังแกด้วยท่อนลำยิ่งใหญ่ ที่กดกระแทกผลักดันจนใบหน้าสราญนั้นบิดเบี้ยวด้วยความจุกแน่นปนเปไปกับความเสียวซ่านยิ่งเขาเริ่มกดกระแทกท่อนลำแกร่งเข้าออกอย่างรวดเร็วและรุนแรงขึ้นตามลำดับ ชนิดเข้าจนลึกสุดก่อนจะถูกถอนออกมาจนเกือบสุด จนปลายหัวหยักเกือบจะหล

  • ใต้อาณัติท่านอ๋องทมิฬ    ตอนจบ (4)

    แม้หัวใจจะเต้นแรงเสียจนแทบหลุดออกจากอก แต่นางก็ยังโน้มกายลงไป ประทับจุมพิตแผ่วเบาที่ปลายคางของเขา ก่อนจะค่อย ๆ ไล่ริมฝีปากลงมาตามลำคอแกร่ง แวะหยุดเหนือแผ่นอกกำยำซึ่งกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจเมื่อระลึกได้ว่าก่อนหน้านี้เขาเคยเอาใจนางเช่นไร หลัวเย่หลีจึงพยายามทำตามสิ่งที่เพิ่งจดจำมาอย่างเก้กัง แม้ทุกการเคลื่อนไหวยังเต็มไปด้วยความประหม่า แต่ความตั้งใจของนางกลับชัดเจนกว่าสิ่งใดทุกครั้งที่ริมฝีปากนุ่มแตะแผ่วลงบนผิวกายของเขา หรือปลายลิ้นสัมผัสอย่างระมัดระวัง เสียงครางทุ้มต่ำก็ดังลอดออกมาจากลำคอของหลี่หลงเฟยโดยไม่อาจกลั้นไว้ได้ยิ่งได้ยินเช่นนั้น หลัวเย่หลีก็ยิ่งทั้งอาย ทั้งอยากรู้ว่าตนทำได้ถูกหรือไม่ จึงช้อนสายตาขึ้นมองสีหน้าของพระสวามีเป็นระยะ ราวกับกำลังเฝ้ารอคำชื่นชมจากเขาหลี่หลงเฟยยกมือขึ้นลูบศีรษะนางอย่างอ่อนโยน ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า คล้ายกำลังปลอบโยนให้คลายความประหม่า"เจ้าก็เพียงใช้ปลายลิ้นแตะทักทายเสียก่อน จากนั้นค่อย ๆ ทำไปตามจังหวะของตนเอง ไม่ต้องรีบร้อน เพียงอ่อนโยนและระวังอย่าให้ฟันโดนก็พอ"แม้พระสวามีจะสอนเพียงครั้งเดียว แต่นักเรียนผู้ตั้งใจอย่างหลัวเย่หลีกลับจดจำ

  • ใต้อาณัติท่านอ๋องทมิฬ    ตอนจบ (3)

    หลัวเย่หลีในยามนี้ถูกความเสียวซ่านเข้าครอบงำ จนเรือนร่างอวบอิ่มบิดไหวอย่างเร่าร้อน เพลิงราคะที่หลี่หลงเฟยค่อย ๆ จุดขึ้นราวกับกำลังเผาผลาญนางให้หลอมละลาย ริมฝีปากงามเผยอปล่อยเสียงครางแผ่วพร่าไม่ขาดสาย ขณะมือน้อยลูบไล้ไปตามเรือนร่างกำยำของพระสวามีหนุ่มอย่างลืมตัว"อา...หลี่หลงเฟย...หลี่หลงเฟย...""อา...คนดี...เรียกอีก...เรียกข้าว่า 'หลี่หลงเฟย' อีก...ยิ่งเรียกทุกคราวที่ท่านพี่เข้าหาเจ้า ข้าก็ยิ่งชอบ"เพียงได้ยินนางเอ่ยนามตน หลี่หลงเฟยก็ถอนริมฝีปากออก พลางเอ่ยบอกความต้องการด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ก่อนจะก้มลงซุกไซ้ ลูบไล้ และขบจุมพิตไปทั่วเรือนกายอวบอิ่ม ราวกับไม่มีส่วนใดของร่างงามที่จะรอดพ้นจากการปรนนิบัติของเขาจากนั้นเขาจึงก้มลงซุกใบหน้าที่ซอกคอขาวผ่อง ไล่จุมพิตและโลมไล้อย่างอ้อยอิ่ง จนหลัวเย่หลีเกร็งกายด้วยความสั่นไหว เสียงครวญครางหวานพร่าหลุดออกจากริมฝีปากอีกครั้ง"อา...อูย...พะ...พอก่อน...หลี่หลงเฟย...พอก่อน...ซี้ด..."ทันใดนั้นหลี่หลงเฟยก็คลายการกักแขนทั้งสองข้างของนางเสียจนหลัวเย่หลีเผลอโล่งใจ คิดว่าพระสวามีผู้ร้ายกาจคงยอมปรานีแล้วทว่าความหวังนั้นกลับอยู่ได้เพียงชั่วอึดใจ เมื่อเขาทรุ

  • ใต้อาณัติท่านอ๋องทมิฬ    ตอนจบ (2)

    ดวงตากลมโตของหลัวเย่หลีพร่าพรายไปด้วยความอ่อนโยน นางทอดมองพระสวามีด้วยความรักอย่างไม่คิดปิดบัง"เป็นของข้า ด้วยความเต็มใจเถิด อาหลีน้อยของท่านพี่เฟย"สิ้นคำกล่าว หลี่หลงเฟยยกมือขึ้นประคองแผ่นหลังของนางไว้แน่น สายตาคมเข้มทอดมองสตรีตรงหน้าราวกับนางเป็นสมบัติล้ำค่าที่เขาหวงแหนที่สุดหลัวเย่หลีเผยอริมฝีปาก สูดลมหายใจแผ่วเบา ก่อนจะยกมือขึ้นโอบลำคอของพระสวามีไว้แน่น พลางซบใบหน้าลงกับบ่ากว้างอย่างไว้วางใจ"อื้อ...ท่านพี่..."หลี่หลงเฟยลูบศีรษะนางเบา ๆ พลางยิ้มอย่างอ่อนโยน"ราตรีนี้ท่านพี่จะมอบความสุขให้เจ้า จะรักเจ้าให้สาสม"คำกล่าวนั้นทำให้หลัวเย่หลีเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความรัก ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างแผ่วเบา แล้วซบกลับลงสู่อ้อมกอดของบุรุษผู้เป็นทั้งพระสวามีและที่พักพิงของหัวใจอีกครั้ง“เจ้ายินยอมหรือไม่อาหลีน้อย”เขาพึมพำถามนางแผ่วเบา ทว่าใบหน้ายังคงซุกไซ้อยู่กับร่องอกอวบอิ่ม ปลายลิ้นตวัดเลียลูบไล้วนเวียนอยู่เหนือฐานทรวงผ่านเนื้อผ้า ก่อนจะย้อนกลับมาดูดยอดปทุมถันสีแดงก่ำด้วยความกระหาย จนเกิดเสียงแผ่วดัง...จุ๊บ...จ๊าบ...กลิ่นหอมและรสหวานของกายสาวแรกรุ่นยิ่งปลุกเร้าความคลั่งไคล้ ย

  • ใต้อาณัติท่านอ๋องทมิฬ    ตอนจบ (1)

    หลัวเย่หลีกะพริบตาเรียกสติ ก่อนจะเข้าใจคำถามของอีกฝ่ายอย่างถ่องแท้ นางใช้เวลาไตร่ตรองอยู่ครู่ใหญ่ และในที่สุดก็ได้คำตอบให้กับหัวใจของตนเอง"เชิญกล่าวเพคะ""ตลอดเวลาที่ผ่านมา ถึงข้าไม่เคยเอ่ยคำว่ารักกับเจ้า แต่ข้าแสดงออกไม่ชัดเจนหรือ ว่าข้ารักเจ้า ข้ายกย่องเจ้า มีเจ้าเป็นภรรยา เป็นสตรีเพียงผู้เดียวในดวงใจ ข้ารู้ว่าข้าผิดที่ไม่ยอมบอกความจริง ข้าผิดที่รวบรัดเจ้า ข้าผิดทุกทาง แต่ทั้งหมดที่ข้าทำก็เพราะข้ารักเจ้า อาหลีน้อย ข้ามิใช่คนดีก็จริง แต่ความรักที่ข้ามีให้เจ้ามันจริงแท้ที่สุด หรือสี่ฤดูหนาวที่พวกเราเป็นสามาภรรยากันมา เจ้าไม่เคยมองเห็นความรักและความจริงใจของคนเลวผู้นี้เลยหรือ"ดวงตาของจอมทมิฬที่ทอดมองมายังนางในยามนี้ เปี่ยมไปด้วยความรัก หากก็แฝงความน้อยใจอยู่ไม่น้อยหลัวเย่หลีทบทวนทุกสิ่งอีกครั้ง จึงเริ่มเข้าใจว่า ที่ผ่านมานางมิใช่มองไม่เห็น เพียงแต่เพราะเขาเคยเป็นว่าที่อดีตพี่เขยของนาง แม้ลึก ๆ จะเผลอมีใจ แต่ความละอายกลับทำให้นางพยายามบังคับตนเองให้มองข้ามทุกความรู้สึกนั้นมาตลอด"หรือความผิดนี้ เจ้ามิอาจอภัยให้สามีผู้นี้ได้เลย"จะเป็นไปได้อย่างไรกันถึงนางจะมิใช่สตรีเฉลียวฉลาดนัก แต่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status