Masukธีทัตอุ้มไปส่งเธอในห้องน้ำเพื่อให้ชำระร่างกาย จนกระทั่งเธอทำอะไรเสร็จแล้วเปิดประตูออกมา เขารีบไปประคองให้มานั่งบนเตียง
“เดี๋ยวพี่จะออกไปซื้อยามาให้นะ ขอโทษที่พี่ลืมตัวทำพู่เดือดร้อน” “พี่ธี..ถ้าเขาแอบไขห้องหนูอีกแล้วรู้ว่าเรามีอะไรกัน หนูต้องโดนแน่ๆ แล้วนี่ยังเจ็บอยู่ ถ้าเขาทำอะไรหนูรับไม่ไหวหรอก” “พี่มีวิธี หนูรอแป๊บนึง พี่ไปร้านขายยานอกนี้ก่อนนะ” ธีทัตรีบบึ่งออกไปซื้อยาคุมฉุกเฉินมาให้ แล้วจัดการขนหมอนและผ่าห่มมาให้เธอนอนที่ห้องรับแขก โซฟาเข้ามุมขนาดใหญ่รูปตัวแอลพอที่จะนอนสองคนได้ เขานั่งเปิดโน้ตบุ้คทำงานอะไรไป โดยมีสาวน้อยที่นอนอยู่ส่งยิ้มให้ “พี่จะมานอนค้างที่นี่ทุกวันที่พู่อยู่ แล้วก็..พี่จะเคลียร์เรื่องส่วนตัวให้เรียบร้อยระหว่างที่รอพู่อายุสิบแปด เข้ามหาวิทยาลัยเมื่อไหร่ เราคงต้องคุยกันจริงจังอีกทีว่าต้องอยู่ที่ไหน แต่ไม่ใช่ที่นี่” “ค่ะ เพราะถ้าแม่ท้องบวกกับมีน้อง พู่น่าจะเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว จะได้หาเรื่องไปอยู่หอไม่ก็บ้านพ่อ” “ไม่อยากอยู่กับพี่เหรอ?” พรรณนาราได้ยินคำถามนี้ เธอขยับตัวนอนหันหลังเข้าพนักผิงโซฟาพร้อมกับถอนหายใจแรง “เอ้า..ไหงงั้นล่ะ?” “ให้ทุกอย่างมันถูกต้องกว่านี้ก่อนค่ะ เราอย่าบอกใครเรื่องนี้ พี่ธีสัญญาได้มั้ยคะ?” “โอเค..ได้” เที่ยงคืนครึ่ง ชรันและพิชามญช์ก็กลับมา พอเห็นรถยนต์ของลูกชายเท่านั้น เขาถึงกับแอบเดาว่าธีทัตน่าจะมาหาพรรณนาราแน่นอน “อุ๊ย คุณธีมาตอนไหนเนี่ย?” ชรันไม่สนใจที่ภรรยาพูด เขารีบเดินนำเข้าไปในบ้านก็เจอสาวน้อยนอนหลับปุ๋ย โดยที่ธีทัตนั่งทำงานอยู่ใกล้ๆ “ทำไมมากลางค่ำกลางคืนไม่บอกล่วงหน้า” “ต้องบอกล่วงหน้าด้วยเหรอครับ? ผมไปเที่ยวกับเพื่อนไม่ไกลที่นี่แล้วเมานิดหน่อย ไม่อยากขับรถกลับบ้านเลยแวะพักที่นี่ น้องพู่เห็นผมมาก็เลยคุยกัน รู้ว่าอยู่คนเดียวในบ้าน ผมก็เลยให้เธอนอนที่นี่ ผมอยู่เป็นเพื่อนน้องได้” “ตอนนี้ทุกคนกลับมาแล้ว จะนอนทำไมห้องรับแขก ปลุกน้องพู่ไปนอนที่ห้องสิ” พิชามญช์ไม่สนใจจะอยู่ฟัง เธอเดินขึ้นบันไดไปก่อนเพื่อพักผ่อน ซึ่งธีทัตเองเห็นถึงความห่างเหินและไม่ใส่ใจลูกของเธอ เขาเข้าใจทันทีว่าเธอรู้เห็นเป็นใจกับพ่อของเขาตามคำบอกเล่าของพรรณนารา “ไม่ต้องปลุกน้องหรอกครับ หลับสนิทจนขนาดเราคุยกันยังไม่ตื่น น้องบอกผมว่านอนน้อยมาหลายวัน” ชรันถึงกับร้อนวาบไปทั้งตัว พลางคิดว่าเธอจะเล่าอะไรมากกว่านี้ให้ลูกชายของเขาฟังหรือเปล่า “เด็กสมัยนี้ติดโซเชี่ยลไม่หลับไม่นอน ดูแต่โทรศัพท์ก็แบบนี้ แล้วแต่ละกัน..อยากนอนปวดหลังตรงนี้ละก็นะ” ธีทัตแค่ยิ้มเล็กๆไม่ตอบอะไร ก้มหน้าดูโน้ตบุ้ค ส่วนชรันที่ขัดใจก็จำเป็นต้องเดินกลับขึ้นไปบนห้อง พรรณนาราลืมตาแล้วเอ่ยปากขอบคุณที่เขาช่วยเธอให้รอดตัวในคืนนี้ “ขอบคุณนะคะ” “คืนพรุ่งนี้พู่ต้องอยู่อีกคืน พี่จะมานะ” “ห้ามเกินสองทุ่มนะคะ หนูกลัว” “พี่สัญญา” ชรันที่หงุดหงิด เขานอนไม่หลับเพราะคิดถึงแต่เรือนร่างของพรรณนาราและระแวงว่าสองคนนั้นทำอะไรกันหรือเปล่า เขาลุกออกจากเตียง เดินลงบันไดไปแอบดูก็เห็นว่าธีทัตและพรรณนาราต่างคนต่างหลับอยู่บนโซฟา จึงกลับไปที่ห้องแล้วเริ่มเล้าโลมพิชามญช์ให้ปรนนิบัติเพื่อดับความต้องการของเขาแทนลูกสาว 6.30 พรรณนารารีบขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปโรงเรียนและลงมาปลุกธีทัตที่งัวเงียตื่น แต่พอเห็นว่าเธอเตรียมตัวจะออกไปเรียนก็ทำเขาตื่นตัวทันที “นี่กี่โมงแล้วน้องพู่? พี่จะไปส่งเอง” “ค่ะ หนูอยากออกบ้านตอนนี้เลย” “ป่ะ พี่ล้างหน้าก็พอละ เดี๋ยวไปอาบน้ำที่บ้านเอา” จากนั้นทั้งคู่ก็ออกจากบ้านไปด้วยกันโดยไม่สนใจจะกินมื้อเช้า นั่นทำให้พอถึงเวลาที่ชรันลงมาห้องรับประมานอาหารในเวลาต่อมาถึงกับไม่พอใจ “พิชา ลูกสาวคุณสนิทกับธีมากเกินไป ตัวแค่นี้เริ่มติดผู้ชายแล้วนะ อย่าลืมว่าถ้าหนูพู่ทำตัวไม่เป็นเด็กดี ที่เราคุยกันจะเป็นโมฆะทั้งหมด” “ค่ะ แล้วพิชาจะคุยกับลูกเอง” ลึกๆในใจของพิชามญช์ตอนนี้นอกจากจะเกลียดแม่บ้านสาวที่ลอบคบชู้กับสามีไม่พอ ยังเริ่มเกลียดขี้หน้าลูกในไส้ตัวเองด้วยอีกคน คืนนี้จะเป็นคืนสุดท้ายของสัปดาห์นี้ที่จะนอนค้างบ้านแม่ ทำให้พรรณนาราต้องรักษาเนื้อรักษาตัวให้รอดพ้นจากพ่อเลี้ยงและเธอจะได้สบายใจไปอีกสามวัน มื้อเย็นที่ชวนอึดอัดทำให้เธอไม่เจริญอาหารบวกกับไม่สบายตัวจากกิจกรรมเมื่อคืนกับธีทัต เมื่อไหร่พี่ธีจะมานะ..แม่กับเขาก็ทำท่าทางน่ากลัวพิกล.. “พู่ กินเสร็จแม่มีเรื่องจะคุยด้วยนะ” “ค่ะ หนูอิ่มพอดี หนูรอที่ห้องรับแขกนะคะ” “ไปรอที่ห้องของตัวเอง แม่ต้องการคุยแบบส่วนตัว” “หนูไม่อยากอยู่ในห้องนั้น” “ทำไม? แม่บอกว่าไงก็ตามนั้นสิ” “งั้นแม่พิมพ์แชทมาก็ได้ค่ะถ้าอยากส่วนตัว แต่หนูจะไม่ขึ้นไปบนห้องตอนนี้” พรรณนารารีบลุกจากเก้าอี้ เดินเร็วๆออกไปที่สนามหญ้าข้างบ้าน เธอรีบแชทหาธีทัตเพื่อเร่งให้เขามาหา “พี่ธี แม่กับเขาท่าทางน่ากลัวยังไงไม่รู้ พี่อยู่ที่ไหนคะ? รีบมาได้มั้ย?” “พี่กินข้าวกับแม่เสร็จแล้ว กำลังจะไปหานะ” ธีทัตโกหกแม่ว่าต้องไปทำโครงการวิจัยเพื่อจบการศึกษากับเพื่อนอาจจะกลับดึก ซึ่งแม่ก็ไม่ได้สงสัยหรือถามอะไรอีก พรรณนาราไปนั่งเล่นในสวนเล็กๆข้างบ้าน ชรันจึงตามมาคุยด้วย “หวังว่าหนูพู่จะจำได้นะว่าถ้าไม่ทำตัวดีๆ แม่หนูจะไม่ได้อะไรเลย” “คุณจดทะเบียนสมรสกับแม่แล้ว ถ้ามีชู้แล้วหลักฐานชัดเจน คุณต่างหากที่ต้องจ่ายให้แม่ แล้วถ้าหย่ากันโดยที่แม่ไม่ได้ทำอะไรผิด คุณก็ต้องจ่ายอยู่ดี..ไม่ใช่เหรอ?” “อ้อ…ใครสอนให้พูดแบบนี้กันนะ” “อินเตอร์เน็ตเยอะแยะไปค่ะ เพราะหนูชอบดูโซเชี่ยล” เธอพูดโดยไม่มองเขา ท่าทางหยิ่งผยองและเฉยชา “อาจะไม่ถือสาเด็กสาวที่ท่าทางจองหองหรอกนะ แต่จะบอกอะไรอย่างหนึ่ง เงินน่ะ..ทำให้ขาวเป็นดำหรือดำเป็นขาวก็ได้ อย่าคิดว่าทะเบียนสมรสที่แม่หนูถือมันจะใช้ขู่อาได้” “แม่คงแค่อยากได้ความมั่นคงในชีวิตก็เท่านั้นเอง จริงๆคุณรวยอยู่แล้ว ก็แค่ให้เงินแม่ไปก็จบ ไม่ต้องจดทะเบียนให้ยุ่งยาก แต่เพราะคุณกับแม่มีดีลกันโดยใช้ชีวิตหนูเป็นสินค้าแลกเปลี่ยน อย่าคิดว่าหนูจะไม่กล้าบอกพ่อนะ หนูไม่สนหรอกเรื่องอับอายอะไร อย่างมากก็ไปเรียนต่อต่างประเทศ” “อยากเห็นแม่บังเกิดเกล้าต้องไปอยู่บ้านเช่าแบบสิ้นไร้ไม้ตอกก็ตามใจ” ชรันโกรธจนหน้าสั่นแล้วเดินกลับเข้าไปในบ้าน พิชามญช์ที่รออยู่ห่างๆเพื่อให้สามีพูดจบก็เดินเข้ามาหาลูกสาวต่อ “พู่ แม่ขอร้องเถอะ อย่าให้แม่ต้องไม่เหลืออะไรเลย แค่ทำดีกับเขามันยากตรงไหน? แม่ก็อาจจะท้องด้วย น้องของลูกนะ” “แม่ใช้หนูเพื่อกำจัดพี่ฟ้ากับเพื่อผลประโยชน์ที่จะได้จากสามีใหม่ มีแม่ที่ไหนทำแบบนี้กับลูกตัวเองบ้าง?” “จะพูดเสียงดังทำไม? ห๊ะ!” “กลัวเพื่อนบ้านได้ยินเหรอคะว่าคนบ้านนี้ขายลูกกิน” พิชามญช์ปรี่เข้ามาบีบคอลูกสาวที่จับแขนของเธอแน่น พรรณนาราไม่ร้องและจ้องตาเขม็ง จนเริ่มหายใจไม่ออกจึงใช้เล็บจากสองมือกดแล้วจิกลากข่วนแขนแม่ของเธอเป็นรอยริ้วจนเลือดซิบ แม่ของเธอเจ็บจึงยอมปล่อย “นังลูกคนนี้นี่! เกิดมาก็ใช้หนี้บุญคุณฉันซะ!” “หนูไม่เคยขอให้เกิดมาสักหน่อย โดยเฉพาะกับแม่ที่เป็นแม่มด” พรรณนาราวิ่งหนีไปที่ห้องของคุณป้าแม่บ้านที่อยู่กับสามีคนขับรถ เธอเคาะประตูรัวๆด้วยน้ำตาไหลอาบแก้ม จนทั้งสองที่เปิดประตูมาเห็นแบบนั้น จึงได้พาเธอมาหลบในห้อง “หนูพู่..คอทำไมเป็นแบบนั้น? เกิดอะไรขึ้นคะ?” “บ้านนี้มีแต่คนน่ากลัวค่ะ” ทั้งสองมองหน้ากันด้วยสีหน้าที่วิตกกังวล พรรณนาราทรุดนั่งลงบนพื้นห้อง โทรหาธีทัตด้วยเสียงที่สะอึกสะอื้น “พี่จะถึงแล้ว อยู่ห้องนั้นอย่าออกไปไหน เข้าใจมั้ย?” พิชามญช์ตามมาเคาะห้องของป้าแม่บ้านพร้อมกับพูดเสียงดัง “ป้า ป้า! ออกมาทำแผลให้ฉันทีซิ แล้วมันอยู่ในนั้นใช่มั้ย? ออกมาเดี๋ยวนี้นะ นังเด็กบ้า!” สองสามีภรรยามองหน้ากัน แล้วคุยกันเบาๆว่าให้พรรณนาราไปอยู่ในห้องน้ำก่อน “หนูพู่คะ ไปอยู่ในห้องน้ำ ล็อกประตูซะนะ อย่าออกมา” เธอพยักหน้าด้วยความกลัวจนตัวสั่นและรีบเข้าไปอยู่ในนั้น ส่วนป้าแม่บ้านก็รีบไปเปิดประตู “คุณผู้หญิง เดี๋ยวป้าไปเอาชุดปฐมพยาบาลทำแผลให้ค่ะ ไปในบ้านกันเถอะค่ะ” “มันอยู่ในนั้นใช่มั้ย? พู่กัน! ออกมา!” “คุณผู้หญิงคะ หนูพู่ก็เจ็บที่คอ ปล่อยเด็กมันไปเถอะค่ะ ป้าขอร้องเถอะนะคะ ป้ารู้ว่าเป็นแค่แม่บ้าน ถือว่าป้าขอนะคะ” ป้ายกมือไหว้เจ้านายที่อายุอ่อนกว่าถึง 15 ปี นั่นทำให้พิชามญช์สะบัดหน้าเดินนำไปพร้อมกับบ่นอย่างเกรี้ยวกราด “ดูสิ แขนฉัน..แบบที่คุณรันเห็นคงไม่ปลื้มแล้วสิ เด็กเวรนี่ทำผิวฉันเป็นรอยเลือดออก” ……………………………………⚔️🎍🌛ฟ้าเดินตรงมาหาที่ประตูรั้ว ชรันมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าพร้อมกับส่งเสียงจิ๊จ๊ะให้ทันทีเชิงประชดประชัน “มาอยู่ที่นี่เองเหรอ ดูดีขึ้นเป็นกองเลยนะ หนูพู่เอาเธอมาชุบเลี้ยงอย่างดีเพื่อให้มาใส่ร้ายฉันล่ะสิ อย่าลืมว่าฉันเลี้ยงดูเธอมากี่ปีแล้วล่ะฟ้า? ตอนนี้กลับปีกกล้าขาแข็ง” “เลี้ยงดูหรือล่อลวงให้รัก? เอาเงินฟาดหัวเพื่อให้เด็กเมื่อวานซืนอย่างฟ้าไปไหนไม่รอด ถ้าฟ้ายังงมงายกับคุณอยู่ก็คงไม่พ้นเป็นแม่บ้านสนองตัณหาคุณตลอดไป น้องพู่ทำให้ฟ้าได้เรียนหนังสือต่อ นู่น..บนนั้น..ห้องนอนที่ฟ้าไม่เคยคิดว่าจะได้มีแบบคนอื่นมาตลอดชีวิต มีคนคอยดูแลให้คุณค่า ฟ้าจะปกป้องน้องพู่ทุกอย่างที่คนอย่างฟ้าพอจะทำได้” “อยากเป็นเมียพ่อหนูพู่ล่ะสิ หาที่เกาะใหม่ได้แล้วสินะ” “เพราะคุณไปทำลูกสาวเขานี่” “พิชาต่างหากที่ยกหนูพู่ให้เป็นเมียฉันอีกคน” “ไม่มีแม่คนไหนทำแบบนั้นกับลูกตัวเองหรอก กลับไปเถอะค่ะ ทุกอย่างปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมายดีที่สุด” ฟ้าหันหลังกลับเข้าไปในบ้านทันที ส่วนชรันที่กำหมัดแน่นได้ตรงกลับบ้านแล้วนั่งดื่มอย่างบ้าคลั่ง ธีทัตทำงานอย่างขยันขันแข็ง ไปรับพรรณนาราแล้วถึงห้องก็ยังนั่งทำงานต่อ นอนหลับดึกๆดื่นๆจ
ชรันกลับถึงบ้านก็ไม่เป็นอันกินอันนอนหลังจากโดนลูกเลี้ยงสาวถอนหงอกเสียอย่างไม่เป็นท่า เขาเจ็บใจที่ถูกหลอกว่านอนกับเธอมาตลอด เสียเงินไปเยอะแยะมากมาย ซื้อรถซื้อของให้นับไม่ถ้วน จริงสิ..ฉันโดนแอบถ่ายในบ้านหลังนี้ แสดงว่ามีกล้องซุกซ่อนอยู่หลายจุดแน่นอน…เขาตรงไปที่ห้องนอนแม่บ้านที่เคยเป็นห้องของฟ้า ก่อนจะยกให้เด็กสาวคราวลูกได้อยู่เพื่อปรนเปรอสวาทให้ เมื่อรื้อค้นอย่างถี่ถ้วนก็พบกล้องที่ซ่อนไว้ใต้โต๊ะเครื่องแป้ง จากนั้นเมื่อไปที่ห้องทำงานก็พบเช่นกันโดยวางซ่อนไว้ในช่องหลืบของโซฟาที่ใช้นั่งเล่นในห้อง ชรันเขวี้ยงมันลงบนพื้นอย่างโมโหสุดขีด เขาแน่ใจว่าเป็นพิชามญช์ที่ทำทั้งหมดและเริ่มประสาทกินกับความคิดที่ว่าในบ้านนี้มีอีกกี่จุดที่มีกล้องคอยบันทึกทุกอย่างในเวลาที่เขาชะล่าใจว่าเธอไม่อยู่บ้านเลยทำอะไรก็ได้ ในตอนนี้สิ่งที่เขาจะต้องจัดการคือควบคุมสติและปรึกษาทนายเพื่อให้รอดพ้นจากวิกฤตของชีวิตฉันไม่พร้อมจะสูญเสียชีวิตในตอนที่อายุขนาดนี้เด็ดขาด..ส่วนเธอ..พิชามญช์ ฉันจะไม่ปล่อยเธอไปง่ายๆหรอก.. ณัฐวีย์ที่รับรู้ว่าชรันติดต่อมาหาว่าที่ภรรยาของเขา นั่นทำให้เขาย้ายเธอและลูกชายให้ไปอยู่ที่คอนโดของพรรณนาราท
Pacific Gateways Co., Ltdในตอนสายของวัน พนักงานของบริษัทต้องแปลกใจ เมื่อมีกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาขอพบชรัน จากนั้นได้กรูกันเข้าไปในห้องทำงานของเขาและเชิญให้ไปสถานีตำรวจเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งแน่นอนว่าชรันฉลาดพอที่จะไม่ให้ปากคำอะไรที่จะมัดตัวเขาได้นอกจากขอให้การในชั้นศาลเท่านั้นและต้องการใช้ทนายให้พูดแทน เขายื่นประกันและถูกปล่อยตัวให้กลับบ้าน ความคั่งแค้นในใจ พยายามคิดหาแต่ว่าทำไมผู้หญิงสามคนถึงรวมหัวกันแจ้งความเขา แล้วเด็กสาวที่เลี้ยงไว้อยู่ๆก็หายไปติดต่อไม่ได้กลับไปโผล่อยู่กับฟ้าและพรรณนาราได้ยังไง คลิปต่างๆที่จะมัดตัวเขาของทั้งสามคนมาจากไหน? จากใคร? ได้มายังไง? ชรันคิดได้แค่อย่างเดียวเท่านั้นคือ พิชามญช์มีสายโทรเข้าปลายสายที่รู้อยู่แล้วว่าเขาจะต้องสงสัยเธอจนได้ พิชามญช์แค่รับสายแล้วทำน้ำเสียงปรกติเหมือนไม่รู้เรื่องอะไร“พิชา..วันนี้ตำรวจมากันที่บริษัทผม มีทนายความมายื่นแจ้งความให้ผู้หญิงสามคน ลูกสาวคุณเป็นหนึ่งในนั้นด้วย มีอะไรจะพูดมั้ย? อย่าลืมว่าคุณยกพู่กันให้ผมเอาเอง”“ฉันเลี้ยงแต่ลูกอยู่ในห้องตั้งแต่คืนที่จับได้ว่าคุณเอากับอดีตภรรยาคุณธี ใครจะจัดการอะไรเรื่องแบบนี้
แบมซื้ออาหารและน้ำเข้ามาให้ชรันที่บ้าน เธอย่างกรายเข้าไปในตัวบ้านที่เงียบจนวังเวง เขาที่นั่งรออยู่แล้วได้รีบเดินมาต้อนรับ “แม่บ้านไม่มีสักคนเหรอคะ?” “เหลือป้าแม่บ้านกับคนขับรถ พอดีสั่งไว้ว่าไม่ต้องทำอาหารเผื่อเพราะตอนแรกคิดว่าจะไปนั่งดื่มข้างนอก แต่รู้สึกเพลียเลยไม่ออกไปน่ะ” ชรันทำมือว่าให้ตามเขาไปที่ห้องรับประทานอาหาร ซึ่งเตรียมจานช้ามช้อนส้อมแก้วน้ำไว้แล้ว “หนูแบมนั่งคุยกับอาสักพักสิ จะถามเรื่องพิชาหน่อย” “เอ่อ..ค่ะ แต่หนูไม่กินนะคะ พอดีทานมาแล้ว” เขารินน้ำผลไม้ให้เธอแล้วไปนั่งฝั่งตรงข้าม เริ่มต้นถามว่าไปเจอพิชามญช์ที่ไหน ต่อด้วยคุยกันเรื่องคดี เรื่องลูกชายทั้งสองคน ไม่นานนักแบมเริ่มมีอาการง่วงซึมแต่ก็ยังรู้สึกตัวบ้าง เขารีบเข้าไปโอบเธอให้ลุกขึ้นแล้วประคองเดินไปนั่งพักที่โซฟาห้องรับแขก “คุณอา..ทำไม?..” แบมพูดถามได้แค่นั้นเท่าที่สติยังพอมีเหลือก่อนจะเริ่มพูดไม่รู้เรื่อง ชรันจึงปล่อยเธอไว้ก่อนจะเดินไปปิดประตูบ้านล็อกเอาไว้ ปิดไฟและปิดผ้าม่านจนหมด เหลือเพียงความมืดสลัวในบ้านที่กว้างขวางนี้เท่านั้น แบมที่สะลึมสะลือเพราะชรันไม่ได้ใช้ยากับเธอมากนัก ก็เพราะเขายังอยากให้เ
ธีทัตลงจากรถอ้อมไปเปิดประตูฝั่งของพรรณนาราแล้วดึงแขนเธอให้ออกมาแล้วเปิดประตูด้านหลังดันตัวเธอเข้าไป“พี่ธี..ไม่เอานะ พาหนูกลับบ้าน”“ใจดีให้ก็ดื้อ ปั่นหัวพี่สนุกไหมพู่กัน..”เขาเข้ามานั่งข้างๆจับแขนเธอที่ดันแผ่นอกบังคับให้นอนลงไปที่เบาะหลัง เริ่มต้นซุกไซร้ไปที่กลางลำตัวเธอแล้วเลิกกระโปรงสั้นขึ้นจนเห็นแพนตี้ลูกไม้แนบเนื้อตัวจิ๋ว“พูด..พี่เป็นใครสำหรับพู่”เขาจับคอเธอแม้จะไม่ได้บีบแน่นแต่ก็ทำให้เธอตื่นเต้นหายใจหอบจนตัวโยน ส่วนอีกมือเริ่มซุกซนใช้นิ้วแหวกชั้นในเข้าไปลูบคลึงส่วนสงวนจนเจ้าตัวสั่นสะท้าน“ถ้าหนูไม่พูดล่ะ”“ยั่วให้พี่โมโหเหรอ?”“เปล่า หนูชอบเวลาพี่หึง”“เพราะรักถึงหวง แล้วถ้าชอบให้หึงก็ยอมรับมาว่าเป็นเมียพี่..”“ขนาดนี้แล้วทำไมต้องพูดคะ คำพูดสำคัญกว่าการกระทำรึไง?”“พี่ไม่นอนกับใครถ้าไม่รัก”เขาปลดเข็มขัดและรูดซิปลงด้วยมือเดียว ก่อนจะจับแท่งลำนั้นสอดใส่เข้าไปในช่องทางรักที่รัดติ้ว โดยที่เธอยังใส่แพนตี้อยู่“อึก..อื้อออ”“ร่างกายหนูบอกว่ารักพี่นะ..สุดๆ..”แรงขมิบเป็นจังหวะถี่ๆส่งสัญญาณแทนคำพูดของหญิงสาวแต่นั่นมันยังไม่พอสำหรับเขา“อาา..แรงอีก..”สองขาที่เกร็งและรัดเอวแน่น ธีทัต
ฟ้าได้เอากระเป๋าเสื้อผ้ามารอที่บ้านภัทราวุธตั้งแต่บ่าย เธอตื่นเต้นที่จะได้อยู่กับน้องสาวที่รักและเอ็นดู โดยจะได้มีห้องส่วนตัวติดกับห้องของพรรณนารา ส่วนธีทัตได้รับการไหว้วานจากณัฐวีย์ให้ไปรับลูกสาวที่มหาวิทยาลัยแทนคนขับรถเพราะยุ่งกันอยู่ “ช่วงนี้พี่จะได้อยู่กับพู่ทุกวันตอนเย็นเลยล่ะ เพราะคุณพ่อหนูคงต้องเฝ้าภรรยานานเลย” “แล้วแต่เถอะค่ะ” “เอ้า ไม่ดีใจเหรอ?” “แม่ถีบหัวทุกคนให้พ้นทางได้แล้ว หนูคงไม่มีอะไรต้องห่วงหรอก” “พู่..อย่าพูดแบบนั้นสิ ไม่น่ารักเลย” “หนูเป็นแบบนี้ พี่จะไม่รักก็ได้นะ” พรรณนารากล่าวแบบหยิ่งๆ แต่ธีทัตกลับมองว่านี่คือความดื้อดึงที่เขาชอบ “พ่อกับแม่กลับมาอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัว คิดในแง่ดีหน่อยสิ” “ตั้งแต่หนูเกิดมา แม่กับหนูก็แข่งกันแย่งความรักจากพ่อมาตลอด แม่ไม่เคยอยากได้ลูกสาว ทำไมไม่ให้หมอเลือกเพศตั้งแต่แรกก็จบ” “ไม่พูดเรื่องนี้ดีกว่า เปลี่ยนเรื่องเนอะ พี่พาหนูไปกินอะไรอร่อยๆข้างนอกดีกว่าไหม?” เธอส่ายหน้าแล้วว่าจะกินที่บ้าน “หนูนัดกับเพื่อนจะไปเที่ยวกันคืนนี้ แบบ..ชิลๆตามประสาเพื่อนฝูง เดี๋ยวเพื่อนมารับตอนสามทุ่ม” ธีทัตตาเขียวขึ้นมาทันทีตามปร







