Home / โรแมนติก / ใต้เงาหนามกุหลาบ / ตอนที่ 7 ตั้งคำถามจากคนที่จากไป /2

Share

ตอนที่ 7 ตั้งคำถามจากคนที่จากไป /2

เย็นวันนั้น เมลดาในชุดเดรสสีดำเรียบหรูแต่ดูภูมิฐาน เธอใส่แว่นดำบิ๊กไซส์เพื่อปกปิดดวงตาที่บวมเปล่งจากการร้องไห้อย่างหนักมาทั้งวัน เธอหอบดอกไม้ช่อใหญ่มาที่สุสานเงียบสงัด

เธอนั่งลงหน้าหลุมศพของแม่ด้วยร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรง และทรุดฮวบลงบนผืนหญ้า มือที่สั่นเทาลูบไล้ไปตามรูปภาพของหญิงสาวที่หน้าตาคล้ายเธอด้วยความคิดถึงจับใจ นี่คือสถานที่เดียวที่เธอจะได้ระบายความทุกข์ทั้งหมดที่มี

"แม่คะ... หนูเหนื่อยจังเลย" เสียงของเมลดาแหบพร่า

"หนูพยายามปกป้องเขา แต่เขายิ่งเกลียดหนูมากขึ้นทุกวัน พ่อกับพี่ชายเขากลายเป็นปีศาจไปแล้วค่ะแม่ ถ้าหนูไปอยู่กับแม่ตอนนี้ แม่จะยอมให้หนูอยู่ด้วยไหมคะ หนูไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว...ฮึกกๆ"

เธอซบหน้าลงกับแท่นหินเย็นเฉียบ สะอื้นไห้จนตัวโยนในที่ที่ไม่มีใครเห็น ความอ่อนแอที่ถูกสะกดกลั้นไว้ต่อหน้าโลกภายนอกระเบิดออกมาจนหมดสิ้น เธอเล่าทุกอย่างให้แม่ฟัง เล่าถึงความรักที่ต้องแลกด้วยชีวิต และความเสียสละที่ไม่มีใครเคยมองเห็น

"แต่หนูจะไม่ยอมค่ะแม่ สิ่งที่พ่อกับพี่เมฆทำ พวกเขาต้องชดใช้ เมย์จะขัดขวางทุกวิถีทาง ถึงเมย์จะต้องตายก็ตามค่ะแม่"

หลังจากออกจากสุสาน เมลดาไปห้างสรรพสินค้าเพื่อขายกระเป๋าใบสุดท้ายที่พอจะมีมูลค่า เธอโอนเงินทั้งหมดให้นักสืบย้ำว่าต้องได้หลักฐานที่ชัดเจนที่สุดเพื่อล้มล้างพ่อและพี่ชายให้ได้

ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะเดินออกจากห้าง สายตาก็ปะทะเข้ากับภริชและเนตรทราย ทั้งคู่กำลังเดินเคียงข้างกันกระหนุงกระหนิงเหมือนคู่รักข้าวใหม่ปลามัน เมลดาใจสั่นระรัว

เธอรีบกระชับแว่นดำให้แน่นขึ้น ก้มหน้าลงต่ำเพื่อเดินผ่านพวกเขาไปให้เร็วที่สุด และพยายามกลืนก้อนแข็งในลำคอ เธอไม่อาจจะเข้าไปทักพวกเขาได้เช่นเคย เพราะมีภารกิจต้องทำ แต่ในใจนั้นแตกสลายสิ้นดี

แต่ทว่า น้ำตามันกลับไม่รักดี มันไหลพรากออกมาจากใต้กรอบแว่นหยดลงบนพื้นทางเดิน เธอไม่อาจบังคับมันได้อย่างเช่นเคย มันเจ็บปวดไปหมด เธอรีบก้มหน้าเดินไปอย่างเงียบที่สุด ไม่มีเวลาแล้ว เธอต้องรีบทุกฝีก้าวเพื่อที่จะต้องนำหน้าพ่อและพี่

ภริชหยุดชะงัก เขารู้สึกถึงรังสีบางอย่างที่คุ้นเคย เมื่อหันไปเห็นหญิงสาวชุดดำที่เดินก้มหน้าก้มตาจากไปจนไหล่แทบจะชนกัน ก็เห็นว่าเป็นเขา ทำเป็นเมินได้ยังไง เกินไปแล้ว ดีเหมือนกัน เขาคิดในใจ

ซึ่งสวนทางกับจิตใจของเขา ในวันที่เมลดาเย็นชาไม่ทักทาย จิตใจของเขากลับไม่สงบสุข เขาอยากรู้ว่าเธอเป็นอะไร ทำอะไร หรือว่ากำลังวางแผนอาละวาดอะไรเขาอีก

เขารู้สึกว้าวุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก เมลดาที่เขาเคยรู้จักต้องพุ่งเข้ามาอาละวาด ต้องเข้ามาด่าทอ แต่วันนี้เธอกลับนิ่งเฉยราวกับธาตุอากาศ เขาเดินเคียงข้างไปกับเนตรทราย ที่ก็จ้องมองเขาแปลกๆ อยู่ๆเขาก็หยุดและหันมาพูดกับทราย

"ทราย รอตรงนี้แป๊บนึงนะ" ภริชรีบบอกเนตรทรายแล้วเดินกึ่งวิ่งตามเมลดาไป เนตรทรายมองดูภริชแล้ว ก็คิดในใจ ถึงคุณจะบอกว่าเกลียดเมลดา แต่สายตาของคุณไม่เคยปล่อยเมลดาไปได้เลย เนตรทรายมองตามหลังภริช

ภริชก้้าวเท้ายาวๆเดินเข้าไปคว้าข้อมือเธอไว้ได้ทันที่หน้าบันไดหนีไฟแล้วกระชากเธอเข้าไปข้างในซึ่งไร้ผู้คน

เมลดาพยายามดิ้นหนีด้วยแรงทั้งหมดที่มี แต่ร่างกายที่ขาดสารอาหารและบอบช้ำไม่มีทางสู้แรงเขาได้ ภริชดันร่างเธอเข้ากับผนังปูนเย็นเยียบ ร่างกายของเขาแนบชิดกับเธอจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัว

"หายหัวไปไหนมาหลายวัน เมลดา วางแผนชั่วอะไรอยู่อีกงั้นเหรอ?" ภริชพ่นคำร้ายกาจใส่หน้าเธอ แววตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น และใช้ร่างใหญ่ของตัวเองแนบไปกับลำตัวเพื่อไม่ให้เธอดิ้นอีก

เมลดาเลือกที่จะนิ่ง เธอไม่เถียง ไม่ด่ากลับเหมือนทุกที เธอเพียงแค่เงยหน้าขึ้นมองเขาผ่านเลนส์แว่นสีเข้ม เสียงที่เขาด่าและต่อว่าเธอต่างๆนานา แต่เธอกลับไม่ได้ฟังและพลางคิดในใจ ดีจัง... ได้มองหน้าเขาใกล้ๆ แบบนี้ คงเป็นครั้งสุดท้ายแล้วสินะเมลดานี่คงเป็นโอกาสเดียวและโอกาสครั้งสุดท้ายที่จะได้ใกล้เขาขนาดนี้ และมองเขาใกล้ๆแบบนี้ เสียงในใจดังขึ้น

เมลดาอยากจะจ้องมองเขาแบบนี้ให้นาน เพราะเธอก็ไม่อาจจะรู้ได้ว่า แผนการช่วยเขาครั้งนี้ เธอจะรอดจากเงื้อมมือของพ่อและพี่ชายได้หรือไม่

ภริชเบียดร่างของตัวเองชิดกับเมลดาอีกจนไม่เหลือช่องว่าง ในขณะที่เมลดาตกอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเอง

"พูดสิ ใบ้กินหรือไง หรือว่าใช้เงินหมดจนไม่มีแรงด่าคนแล้ว?"

ภริชที่เห็นท่าทางเฉยชาของเธอเริ่มหงุดหงิด เขาเอื้อมมือไปถอดแว่นดำของเธอออกอย่างแรง

"อย่าถอดนะ!"

เมลดาพยายามเบือนหน้าหนี แต่ไม่ทันแล้ว ภริชชะงักไปราวกับถูกแช่แข็ง เมื่อเห็นดวงตาที่บวมช้ำอย่างหนักและรอยคราบน้ำตาที่ยังไม่แห้งสนิทบนใบหน้าซีดเซียวของเธอ หัวใจของภริชกระตุกวูบอย่างที่เขาไม่เคยเป็นมาก่อน

"คุณ... ร้องไห้ทำไม?" น้ำเสียงของเขาอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว

เมลดาสะบัดตัวออกจากการเกาะกุม เธอรีบคว้าแว่นกลับมาสวมแล้วเชิดหน้าขึ้นทั้งที่ตัวยังสั่น ทำตัวให้เหมือนทุกครั้งเพื่อกลบเกลื่อน

"ร้องไห้เหรอคะ เปล่าค่ะ..ตาฉันอักเสบฉันมาหาหมอ ใช่สิเห็นแบบนี้แล้วคุณคงสมเพชฉันมากสินะที่เห็นฉันสภาพนี้"

"เมลดา ผม..." เขานิ่งไป ครั้งนี้รู้สึกเหมือนว่าเมลดากำลังโกหก

"กลับไปหาเนตรทรายเถอะค่ะภริช" เธอพูดเสียงเรียบเย็นแต่สั่นเครือ

"อย่ามาเสียเวลากับคนอย่างฉันเลย ฉันมีธุระอีกหลายอย่างต้องทำ"

เมลดาเชิดหน้าอย่างผยอง และหมุนตัวเปิดประตูบันไดหนีไฟแล้ววิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ภริชยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นด้วยความรู้สึกประหลาดที่กัดกินหัวใจ

เขามองมือตัวเองที่เพิ่งสัมผัสตัวเธอ เธอตัวเย็นเฉียบและผอมบางจนน่ากลัว ใบหน้าซีดเซียวเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง คำพูดที่เย็นชาไร้ความรู้สึกนั่น เหมือนไม่ใช่ตัวตนของเธอ

เกิดอะไรขึ้นกับเมลดากันแน่ และทำไมคำที่เธอพูดเหมืือนมีอะไรแอบแฝง ถึงฟังดูเหมือนเธอจะไม่มาเจอเขาอีก เขายกมือขึ้นทาบหน้าอกข้างซ้ายที่รู้สึกถึงความวูบโหวงในใจ

ภริชไม่รู้เลยว่า ภายใต้แว่นดำและท่าทางทระนงนั้น เมลดากำลังแบกรับแผนการฆาตกรรมและทำลายครอบครัวของเขา ที่ครอบครัวเธอเตรียมไว้ และเธอกำลังจะใช้ชีวิตตัวเองเข้าแลกเพื่อยุติเรื่องราวทั้งหมดนี้เพียงลำพัง

จบตอนที่ 7/2

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ใต้เงาหนามกุหลาบ   ตอนที่ 52 (ตอนจบ)ให้ตัดใจจากเขามันยากจริงๆ

    เมลดาใช้เวลาในกรุงเทพฯ สองสามวันแรกอย่างเรียบง่าย เธอจงใจหลีกเลี่ยงการไปในที่ที่อาจจะเจอภริช จนกระทั่งวันหนึ่ง แสงดาวพาเธอไปทานข้าวที่ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่งโดยอ้างว่าอยากฉลองที่เธอกลับมา แต่ทว่าโลกมันกลมเกินกว่าที่คิด เมื่อเธอเดินเข้าไปในร้าน เธอก็พบกับภริชที่กำลังนั่งคุยงานอยู่กับกลุ่มนักธุรกิจ หัวใจของเมลดาเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ เธอแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นและเดินผ่านโต๊ะของเขาไป แต่สิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกหน่วงในใจคือ ภริชเองก็เห็นเธอ แต่เขากลับทำหน้านิ่งเฉย ทำเหมือนไม่รู้จักกัน และทำเป็นมองไม่เห็นเธอแม้แต่ตอนที่เดินสวนกันเพื่อไปเข้าห้องน้ำ เขาก็ไม่แม้แต่จะพยักหน้าทักทาย ความรู้สึกน้อยใจที่ไม่ได้เตรียมใจไว้จู่โจมเมลดาอย่างกะทันหัน เธอสั่งอาหารมาทานได้ไม่กี่คำก็เริ่มนั่งเหม่อ "เป็นอะไรไปจ๊ะ นั่งทำหน้ามุ่ยเชียว อาหารไม่ถูกปากเหรอ" แสงดาวถามพลางอมยิ้ม "เปล่า" เมลดาตอบสั้นๆ "อ้อ... หรือว่าน้อยใจใครบางคนที่ไม่ยอมทัก" แสงดาวแกล้งแทงใจดำ "ก็แกเองไม่ใช่เหรอเมย์ ที่เป็นคนเลือกทางนี้เอง เป็นคนบอกเขาเองว่าขออิสระ" "อย่างน้อยก็ควรจะทักทายกันตามประสาคนรู้จักบ้างสักนิดก็ยังดี" เมลดาบ่นพึมพำออกมา

  • ใต้เงาหนามกุหลาบ   ตอนที่ 51 ให้ตัดใจจากเขามันยากจริงๆ/1

    ที่สนามบินนานาชาติชวนให้รู้สึกถึงการเริ่มต้นใหม่ เมลดาเดินก้าวออกมาจากประตูผู้โดยสารขาเข้าด้วยท่วงท่าที่มั่นใจและผ่อนคลายกว่าปีที่ผ่านมามาก เธอสวมชุดเดรสผ้าฝ้ายสีอ่อนดูสบายตา ใบหน้าที่เคยซูบซีดบัดนี้ดูมีน้ำมีนวลและสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไกลออกไปเธอเห็นร่างที่คุ้นเคยของแสงดาวที่ยืนโบกมือหยอยๆ พร้อมรอยยิ้มกว้างที่เห็นมาแต่ไกล เมลดาเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวก่อนจะเร่งฝีเท้าเข้าไปหาเพื่อนรัก ทั้งคู่โผเข้ากอดกันกลมกลางโถงผู้โดยสาร ความรู้สึกโหยหาและมิตรภาพที่ยาวนานถูกส่งผ่านอ้อมกอดนั้น แสงดาวผละออกมาสำรวจเพื่อนสาวตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาพินิจพิจารณา "เป็นยังไงบ้างยายเมย์ ไปใช้ชีวิตสงบสยบความเคลื่อนไหวมาหนึ่งปีเต็ม ค้นพบความสุขที่แท้จริงหรือยังจ๊ะ" แสงดาวถามแกมหยอกตามนิสัย "แกก็พูดไปเรื่อยแสงดาว ฉันแค่ไปอยู่บ้านแม่ ไปดูแลสวนกุหลาบ ไม่ได้ไปจำศีลในถ้ำที่ไหนสักหน่อย" เมลดาตอบพลางหัวเราะเบาๆ ท่าทางของเธอดูผ่อนคลายอย่างที่แสงดาวไม่เคยเห็นมาก่อนตลอดสิบปีที่ผ่านมา แสงดาวมองเพื่อนรักด้วยความรู้สึกปิติลึกๆ ในใจ เมลดาในวันนี้ดูเหมือนคนที่เป็นอิสระจากพันธนาการทุกอย่างจริงๆ แววตาที่เคยมีความกัง

  • ใต้เงาหนามกุหลาบ   ตอนที่ 50 ขอโอกาสอีกครั้ง/2

    เมลดาไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธในทันที เธอเพียงแต่ยิ้มบางๆ แล้วมองกลับไปที่ท้องทะเล "ให้เวลาเป็นเครื่องตัดสินเถอะค่ะภริช ตอนนี้ฉันแค่ต้องการไปให้ถึงเชียงดาว ไปหาทุ่งกุหลาบที่แม่ทิ้งไว้ให้ฉัน" เชียงดาว, จังหวัดเชียงใหม่ อากาศที่เชียงดาวเย็นสบายและบริสุทธิ์กว่ากรุงเทพฯ มาก เมลดาเดินทางมาถึงบ้านไม้หลังเก่าที่โอบล้อมด้วยภูเขาตามแผนที่และที่อยู่ในคลิปวิดีโอที่แม่ทิ้งไว้ให้ เธอทำตามคำแนะนำทุกขั้นตอนจนกระทั่งได้รับกุญแจบ้านมาครอบครอง เมื่อประตูรั้วเปิดออก สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าทำให้เธอถึงกับน้ำตาคลอ ทุ่งดอกกุหลาบสามสี ทั้งสีแดง สีขาว และสีเหลือง ปลูกสลับกันอย่างสวยงามบานสะพรั่งเต็มพื้นที่ กลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยมาตามลมประทะใบหน้า เมลดาเดินเข้าไปท่ามกลางดงดอกไม้เหล่านั้น เธอเริ่มใช้เวลาอยู่ที่นี่อย่างจริงจัง ความรู้สึกโศกเศร้าที่มีเริ่มเบาบางลงเหมือนได้อยู่ใกล้ชิดกับแม่ในทุกๆ วัน เวลาหนึ่งปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว เมลดาใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายที่เชียงดาว เธอเรียนรู้วิธีการดูแลสวนกุหลาบอย่างประณีต ดอกกุหลาบที่แม่เลือกมาปลูกไว้เป็นสายพันธุ์ที่ไม่มีหนามแหลมคมเหมือนกุหลาบทั่วไป เธอสามารถสัมผัสกลีบดอกและก้านข

  • ใต้เงาหนามกุหลาบ   ตอนที่ 49 ขอโอกาสอีกครั้ง/1

    บรรยากาศภายในห้องพักฟื้นที่โรงพยาบาลดูผ่อนคลายลงกว่าหลายสัปดาห์ก่อนมาก เมลดาเริ่มมีสีเลือดฝาดบนใบหน้า แม้ร่างกายจะยังซูบผอมแต่ดวงตาที่เคยเลื่อนลอยเริ่มกลับมามีประกายแห่งชีวิตอีกครั้ง ภริชและละอองดาว รวมถึงแสงดาว ต่างแวะเวียนมาดูแลเธออย่างไม่ขาดสาย ทุกคนพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อชดเชยช่วงเวลาที่เลวร้าย แต่ความเงียบสงบและท่าทีที่เรียบนิ่งของเมลดากลับเป็นสิ่งที่ทำให้ภริชรู้สึกกังวลใจมากที่สุด เขารู้ดีว่าเมลดารักเขามาทั้งชีวิต เธอใช้ชีวิตเพื่อเขามาโดยตลอด ยอมกระทั่งให้ตัวเองถูกตราหน้าว่าเป็นคนผิดเพียงเพื่อให้เขาปลอดภัย ข้อนี้คือความจริงที่หนักแน่นจนเขาไม่อาจโต้แย้งได้ และเมื่อเธอเอ่ยปากขอ อิสระมันจึงเป็นคำขอที่เขารู้สึกว่าใจร้ายที่สุด แต่เขาก็มีสิทธิ์น้อยที่สุดที่จะปฏิเสธมัน ในวันที่เธอได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล ภริชตัดสินใจพาเมลดาไปที่บ้านพักริมทะเลแห่งหนึ่ง เขาอยากให้เสียงคลื่นและลมทะเลช่วยเยียวยาจิตใจที่บอบช้ำของเธอ และอยากใช้เวลาช่วงสุดท้ายก่อนที่เธอจะไปจากเขาเพื่อยืนยันความรู้สึกในใจ เมลดายืนนิ่งอยู่บนหาดทรายขาว สายลมพัดเส้นผมยาวสลวยของเธอให้ปลิวไสวไปตามแรงลม เธอมองออกไปที่เส

  • ใต้เงาหนามกุหลาบ   ตอนที่ 48 ขออิสระ/2

    เธอรวบรวมพละกำลังที่มีเพียงน้อยนิด ขยับมือปัดแจกันพลาสติกข้างเตียงจนตกลงพื้นดัง เคร้ง! แสงดาวสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที เมื่อเห็นดวงตาที่คุ้นเคยกำลังจ้องมองมา แสงดาวก็ปล่อยโฮออกมาด้วยความดีใจ "เมย์! แกฟื้นแล้ว! แกกลับมาหาฉันแล้ว!" ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ภริชและละอองดาวรีบเร่งมาที่โรงพยาบาลทันทีที่ทราบข่าว เมื่อผลักประตูเข้าไป เห็นเมลดานั่งพิงหัวเตียงด้วยใบหน้าที่ซูบซีด ภริชไม่รอช้า เขาโผเข้ากอดเธอแน่นราวกับจะหลอมรวมร่างเธอไว้ในใจ "ในที่สุดคุณก็กลับมา... เมย์ ผมรักคุณนะ! พวกเรารู้ความจริงหมดแล้ว ผมจะจัดงานแต่งงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ผมจะแต่งงานกับคุณนะเมย์!" ภริชพูดรัวด้วยความปิติ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหวัง แต่ทว่า... เมลดากลับนั่งนิ่งงัน แววตาของเธอว่างเปล่าและเย็นชาราวกับคนละคน "แม่ผมก็อนุญาตแล้วนะเมย์ ท่านอยากให้เราคบกันจริงๆ" ภริชยังคงพยายามสื่อสาร ขณะที่ละอองดาวเดินเข้ามาจับมือเธอไว้ "น้าเข้าใจผิดไปหมด น้าขอโทษนะน้องเมย์" ภริชจ้องมองใบหน้าหญิงสาวที่เขาเฝ้ารอมาตลอด "เมย์... ถ้าคุณอยากได้อะไร เพียงแค่คุณบอกมา ผมจะทำให้คุณได้หมดทุกอย่าง ไม่ว่าอะไรก็ตาม" เมลดาสบตาภริชช้าๆ ก่อนจะเปล

  • ใต้เงาหนามกุหลาบ   ตอนที่ 47 ขออิสระ/1

    ความเศร้าที่เคยปกคลุมห้องผู้ป่วยพิเศษเริ่มจางหายไป เปลี่ยนเป็นความเงียบสงัดที่เต็มไปด้วยความหวังอันริบหรี่ ภริช ในสภาพที่ผ่ายผอมลงไปถนัดตา นั่งอยู่ข้างเตียงของ เมลดา มาเนิ่นนานหลายสัปดาห์ เขาไม่เคยปล่อยให้เธอต้องเผชิญกับความมืดมิดเพียงลำพังอีกต่อไป งานเอกสารกองโตถูกย้ายมาไว้ที่มุมห้องพยาบาล เพื่อที่เขาจะได้เงยหน้าขึ้นมาสบตากับร่างที่แน่นิ่งได้ทุกวินาที ในทุกๆ วัน ภริชจะบรรจงเช็ดตัวทำความสะอาดร่างกายให้เมลดาอย่างอ่อนโยน เขาไม่เคยนึกรังเกียจแม้เพียงนิด กลับกัน เขากลับรู้สึกผิดทุกครั้งที่สัมผัสโดนรอยแผลเป็นจางๆ ตามเนื้อตัวของเธอ รอยแผลที่เขาเคยละเลยและมองข้ามไปอย่างเลือดเย็น "เมย์ครับ... วันนี้ข้างนอกอากาศดีมากเลยนะ" ภริชเอ่ยพลางนวดเฟ้นกล้ามเนื้อแขนขาให้เธอตามคำแนะนำของแพทย์ "ตื่นขึ้นมาฟังผมเล่าเรื่องงานหน่อยสิ ผมทำพลาดไปหลายอย่างเลยนะถ้าไม่มีคุณคอยกวนประสาทแบบวันก่อนๆ... ตื่นมาด่าผมก็ได้ ผมยอมคุณทุกอย่างแล้ว" เขาโน้มตัวลงจุมพิตที่หน้าผากของเธอเบาๆ ก่อนจะไปทำงาน และทำเช่นเดียวกันเมื่อกลับมาถึง ชายหนุ่มผู้จองหองในวันวาน บัดนี้เหลือเพียงชายผู้อดทนรอคอยปาฏิหาริย์ด้วยหัวใจที่แตกสลาย

  • ใต้เงาหนามกุหลาบ   ตอนที่ 27 หรือจะเป็นพฤติกรรมจำแลง/1

    ภริชยังนอนหลับสนิทอยู่ที่โซฟา ซึ่งตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว ป้าคณาเข้ามาหาเธอ และบอกเธอเกี่ยวกับอาการเจ็บป่วยของเจ้านาย และบอกกับเมลดาว่า คุณภริชจะต้องอยู่ต่อที่นี่อีกสามถึงสี่วันวัน ให้เธอดูแลเขาอย่างใกล้ชิด ห้ามขัดใจเขา เมลดาพยักหน้าตอบ เมื่อเช้านี้เธอยังคิดอยู่เลยว่าเย็นนี้เขาคงจะได้กลับไปแล้ว แต่นี

  • ใต้เงาหนามกุหลาบ   ตอนที่ 10 เดิมพันทั้งชีวิต/3

    ภริชเขาอยากพิสูจน์ว่าเมลดาแกล้งช่วยเนตรทรายเพื่อเอาตัวรอด หรือเธอเป็นอย่างที่เนตรทรายบอกจริงๆ และเขาจะใช้เวลาต่อจากนี้ ขยี้ศักดิ์ศรีของคุณหนูผู้สูงส่งให้จมดิน เพื่อให้แน่ใจว่าเธอจะไม่แว้งมากัดเขาได้อีก และไม่คิดแก้แค้น เมลดาไม่ได้ตอบโต้ เธอเพียงพยักหน้าเบาๆ ชดใช้งั้นเหรอต่อให้ต้องชดใช้ด้วยชีวิต..

  • ใต้เงาหนามกุหลาบ   ตอนที่ 9 เดิมพันทั้งชีวิต /2

    เมลดามองผู้หญิงตรงหน้าด้วยแววตาที่สั่นไหว ทราย... เธอก็รักเขามากขนาดนี้เลยเหรอ ภริชคงเจอคนที่เหมาะสมแล้วล่ะ เธอคิด จากนั้นเมลดารีบก้มลงกระซิบข้างหูเนตรทราย "เงียบ..แล้วฟังฉันนะทราย ฉันไม่ได้มาฆ่าเธอ ฉันมาช่วย พกมือถือเครื่องนี้ไว้ ฉันกดเบอร์ตำรวจค้างไว้แล้ว เดี๋ยวพอภริชมาถึง ให้เธอทำตามที่ฉันบอก

  • ใต้เงาหนามกุหลาบ   ตอนที่ 8 เดิมพันทั้งชีวิต /1

    ในงานกาล่าดินเนอร์ระดับมหาเศรษฐีไม่ได้ทำให้หัวใจของเมลดาอบอุ่นขึ้นแม้แต่นิดเดียว เธอสวมชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มขรึม ยืนหลบอยู่ในมุมมืดมองดู ภริช ที่เดินเคียงข้างเนตรทรายออกงานอย่างสง่างาม ทั้งคู่ดูเหมือนกิ่งทองใบหยกที่ใครเห็นก็ต้องอิจฉา ความเจ็บช้ำเกาะกินอยู่ภายในใจ แต่ทว่าวันนี้คือวันที่ต้องตัดสิน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status