Masukร้านอาหารLL
"สั่งได้เลยนะครับ"
"คุณกินเหมือนกับฉันหรือคะ ถึงได้ให้ฉันสั่ง?"
"อ่า...ก็คิดว่าน่าจะกินด้วยกันได้ อีกอย่างอาหารร้านนี้อร่อยทุกเมนูครับ ผมรับประกันได้เลย"
"......" เธอพยักหน้าตอบรับ จากนั้นก็หยิบเมนูอาหารมาเปิดดู สั่งอาหารกับพนักงานไปอยู่ 3-4 อย่าง ในเมื่อเขาการันตีว่าอร่อยขนาดนี้ เธอก็ไม่ได้เลือกของที่ตัวเองชอบกินมาทั้งหมดหรอก
"บอกตามตรงนะครับ ผมเพิ่งรู้ว่าคุณพิชา เป็นลูกสาวคนเดียวของเจ้าสัวภาณุ"
"ไปอยู่ไหนมาคะถึงไม่รู้"
"ผมรู้ว่าเจ้าสัวท่านมีลูกสาว แต่ผมไม่เคยเห็นหน้าคุณพิชชามาก่อนก็เลยไม่รู้ ถ้าเจอกันข้างนอกก่อนที่ท่านเจ้าสัวจะพามาแนะนำ ผมก็คงไม่รู้จัก"
"......" เธอเงียบใส่เขา
"เห็นว่าคุณพิชาไปเรียนต่างประเทศมา ไปเรียนอยู่ที่ไหนเหรอครับ?"
"อังกฤษค่ะ"
"เก่งมากเลยนะครับ"
"ขอบคุณค่ะ"
"เอ่อ..."
"อยากรู้อะไรอยากถามอะไรก็ถามมาเถอะค่ะ ไม่ต้องกลัวฉันคิดมากหรอก ฉันไม่ใช่คนคิดมากอะไรขนาดนั้น"
"ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมแค่อยากชวนคุย กลัวว่าบรรยากาศมันจะเสีย แต่ผมก็ดันเป็นคนชวนคุยไม่เก่งซะด้วยสิ"
"นั่งเงียบๆ ก็ไม่เป็นอะไรค่ะ ฉันเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรเหมือนกัน"
"ครับ"
.
.
ไม่นานนักอาหารที่เราสองคนสั่งไปก่อนหน้านี้ก็มาเสิร์ฟตรงหน้า ก็ดูน่ากินดีเหมือนกันนะ หน้าตาอาหารดูสวยงามหน้ากินไม่น้อยเลย
"เอ่อ...คุณพิชา"
"ไม่ต้องตกใจค่ะ ฉันแค่ไม่กินหอมแดง ก็เลยเขี่ยออก"
"อ๋อ..."
"ถ้าในอาหารมีกลิ่นฉันพอรับได้ แต่ฉันไม่กินเป็นชิ้นเลยฉันไม่ชอบ"
"ครับ"
เรื่องกินฉันก็ไม่ใช่คนเรื่องมากอะไรขนาดนั้นหรอก จะมีแค่บางอย่างเท่านั้นแหละที่ฉันค่อนข้างเรื่องมาก และถ้าเลือกได้ขอไม่กินจะดีกว่า
"อร่อยหรือเปล่าครับ"
"อื้อ รสชาติดีเลยนะคะเนี่ย"
"เห็นไหมครับผมบอกแล้ว ดีใจนะครับที่เห็นคุณชอบแบบนี้"
"ดูคุณเป็นคนเอาใจผู้หญิงเก่งนะคะเนี่ย ฉันคงไม่ใช่คนแรกใช่ไหม ที่คุณพามาร้านอาหาร แล้วแนะนำดีขนาดนี้"
"เอ่อ...คงปฏิเสธว่าไม่ใช่ก็คงไม่ได้สินะครับ ความจริงผม.."
"ไม่ต้องอธิบายอะไรก็ได้ค่ะ ฉันไม่ได้ใส่ใจขนาดนั้นหรอก มันเป็นเรื่องปกติ อย่าไปคิดมากเลยค่ะ"
"แต่ผมไม่อยากให้คุณเข้าใจผิด ผมพาผู้หญิงมาร้านอาหาร ส่วนใหญ่ก็เป็นลูกค้า บางครั้งก็เป็นเพื่อนที่มากันเป็นกลุ่ม แต่ถ้ามากันสองต่อสอง ไม่เคยครับ"
"ทำไมคุณต้องพยายามอธิบายด้วยล่ะคะ กลัวว่าฉันจะเข้าใจผิดอะไรขนาดนั้น ฉันไม่ได้คิดมากหรอกค่ะ"
"แหะๆ คุณพิชาทานเนื้อไหมครับ?"
"ค่ะ"
"ถ้าอย่างนั้นลองเนื้ออันนี้นะครับ รสชาติดีเลย คุณน่าจะชอบ"
"ขอบคุณค่ะ"
เขาดูแลเอาใจใส่ดีนะเทคแคร์ดีมากๆ เลย แถมดูสุภาพละมุนละไมไปหมด ผู้ชายอะไรจะเพอร์เฟคได้ขนาดนี้ แต่ไอ้ความเพอร์เฟคจนผู้หญิงอย่างฉันรู้สึกชอบขึ้นมาได้เนี่ย มันก็น่ากลัวเหมือนกันนะ ถ้าเขาไม่ใช่หุ้นส่วนบริษัทของคุณพ่อ ฉันก็คงมองว่าเขาเป็นผู้ชายหน้าม่อคนนึง ที่เข้าหาผู้หญิงเพียงเพื่อต้องการสิ่งตอบแทน
ไม่รู้อะไรทำให้ฉันคิดแบบนั้น แต่ฉันคิดจริงๆ ไม่ว่าเราจะทำอะไร ไม่ว่าใครจะทำอะไร ต่างก็ต้องการสิ่งตอบแทนกันอยู่แล้ว ใช่ไหมล่ะ
.
.
เวลาต่อมา
หลังจากกินข้าวกันอิ่มเราก็มานั่งจิบกาแฟกันที่ร้านคาเฟ่กันต่อ ร้านนี้อยู่ในบริษัทพอดี ถึงเวลาทำงานแล้วก็ขึ้นไปได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาขับรถ
"คุณพิชาเรียนด้านนี้มาโดยตรง เดี๋ยวก็ขึ้นรับตำแหน่งแทนท่านเจ้าสัวใช่ไหมครับ?"
"ฉันยังไม่คิดถึงเรื่องนั้นหรอกค่ะ ความจริงฉันยังไม่ได้คิดเลยด้วยซ้ำ ว่าฉันจะทำงานอะไร ฉันมาทำงานที่บริษัทนี้ เพราะฉันยังไม่รู้ว่าฉันจะทำอะไรต่อ ฉันไม่ได้อยากสานต่ออะไรหรอกค่ะ แต่มันก็เลี่ยงไม่ได้"
"ก็จริงครับ"
"แล้วคุณล่ะคะ ทำงานอะไร เพราะก่อนหน้าเห็นคุณพ่อบอกว่า คุณจะมาประจำตำแหน่งชั่วคราว"
"อ๋อ...ผมมีบริษัทอีกที่นึงน่ะครับ แต่มาทำงานที่นี่ เพราะอยากเรียนรู้ประสบการณ์ จากการทำงานที่อื่น"
"เป็นถึงเจ้าของบริษัทแล้วนะคะ ยังต้องเรียนรู้อะไรอีก?"
"เรียนรู้เอาไว้ก็ไม่เสียหายนี่ครับ อย่างน้อยการได้ทำงานกับคุณพิชา ก็ทำให้ผมได้รู้อะไรหลายอย่างเลย"
"ยกตัวอย่างเช่น การเรื่องมากในการทำงานเหรอคะ"
"หืม...ไม่จริงนะครับ"
"พูดมาตามตรงเถอะค่ะ ฉันไม่ใช่คนซีเรียสอะไรกับคำพูดหรอก ใครๆ ก็พูดกับฉันแบบนี้แหละ เรื่องมาก ชอบสั่งงานเยอะ นิดๆ หน่อยๆ ก็ไม่ได้ เหอะ! นึกแล้วก็ตลกนะคะ"
"ครับ?" เขาทำหน้างง คงคิดว่าฉันจะโกรธสินะถ้าได้ยินอะไรแบบนี้แล้ว ไม่เลย พวกเขามีสิทธิ์ที่จะคิด ตราบใดที่การทำงานยังดีอยู่ และตั้งใจทำงาน ฉันก็จะไม่เป็นนางมารร้ายในสายตาของใครๆ แต่ถ้าทำตัวไม่ดี ไม่เหมาะสมในที่ทำงาน ก็จะเป็นเหมือนพวกสามคนที่เพิ่งโดนไล่ออกไป
"ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้แหละค่ะ ได้ยินคนพวกนั้นพูดแบบนี้แล้ว ฉันนึกตลกตัวเองน่ะค่ะ"
"ผมว่าทำแบบนี้ก็ดีนะครับ อย่างที่คุณพิชาเคยบอกเอาไว้เลย ผิดพลาดแค่ตัวเดียว นั่นหมายถึงทั้งบริษัท ถ้ามันผิดมาตั้งแต่ต้น มันก็จะผิดมาตลอดเลย"
"ฉันเรียนรู้การทำงานมาจากที่ต่างประเทศน่ะค่ะ แต่เขาก็ไม่ได้เนี๊ยบอะไรกันขนาดนี้หรอก มันเป็นนิสัยของฉันเองด้วยมากกว่า ที่ไม่ชอบอะไรครึ่งๆ กลางๆ ไม่ชอบอะไรที่มันไม่เรียบร้อย"
"ครับ"
"คุณอาจจะยังมองไม่เห็นปัญหาร้ายแรงของเรื่องนี้ แต่ถ้าเมื่อไหร่มันมีปัญหาเกิดขึ้น แล้วบริษัทเสียหาย คุณจะนึกถึงตรงนี้เอง"
"อ่าครับ ถ้าอย่างนั้นระหว่างที่ผมทำงานอยู่ที่นี่ผมจะตั้งใจทำงานและดูคุณพิชาเป็นตัวอย่างเป็นอย่างดีเลยครับ"
"หึหึ คุณอายุเท่าไหร่กันเนี่ย ทำไมพูดเหมือนเด็กเลย"
"เอ่อ..."
ให้ตายสิ ดันพูดอะไรกำกวมไปอีกแล้ว ฉันไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นอย่างนั้น
"ฉันหมายถึงคุณเหมือนเด็กที่เพิ่งหัดทำงานใหม่น่ะ ไม่เหมือนเจ้าของบริษัทที่คุณบอกเลย ดูคุณไม่ค่อยมีประสบการณ์"
"ฮ่ะฮ่ะ ครั้งแรกเลยนะครับเนี่ย ที่โดนพูดแบบนี้ใส่ หน้าชาเหมือนกันแฮะ"
"คุณทำให้ฉันคิดแบบนั้นเอง ก็ฉันไม่รู้จักคุณนี่"
"ไม่เป็นอะไรหรอกครับ ผมไม่ซีเรียสหรอก"
"......"
เช้าวันต่อมาของอีกวัน"ลูกล่ะ ทำไมไม่ลงมากินข้าวสักที จะได้ออกไปทำงานกัน""ไปดื่มตั้งแต่เมื่อคืน ยังไม่กลับค่ะ""อะไรนะ! แล้วนี่โทรตามแล้วหรือยัง?""ไม่ได้โทรค่ะ แต่ลูกบอกเอาไว้แล้ว ถ้าเมาไม่มากก็กลับได้ แต่ถ้าเมามากก็จะเปิดโรงแรมนอนใกล้ๆ""ให้ตายสิ ทำตัวเหลวไหลจริงๆ""ลูกเครียดเลยออกไปดื่ม เหลวไหลตรงไหนคะ ที่ผ่านมาลูกก็ทำงานให้คุณมาโดยตลอด""เหลวไหลตรงที่เป็นผู้หญิงแล้วออกไปดื่มคนเดียวนี่แหละ ถ้าเกิดอะไรไม่ดีขึ้นมาจะทำยังไง?""......" คุณหญิงไม่ได้ตอบกลับอะไรสามี เพราะเธอเบื่อที่จะต้องพูดหรือตอบคำถามอะไรกับคนที่อคติแบบนี้ ตอนนี้ขวัญพิชชาไม่ใช่เด็กเหมือนแต่ก่อนแล้ว เธอบรรลุนิติภาวะ และเธอก็เก่งมากพอที่จะสามารถเอาตัวรอดได้ก็แค่เชื่อมั่นในตัวลูก ปล่อยลูกให้ได้ออกไปปลดปล่อยบ้างมันจะเป็นอะไรไป..ผ่านไปสักพัก~"นี่คุณหญิงคอยดูลูกด้วยนะ ถ้าพิชากลับมาแล้ว โทรบอกผมด้วย หรือถ้ายังไม่กลับมายังไง ก็ต้องโทรบอกผม""ห่วงด้วยเหรอคะ ปกติฉันไม่เห็นคุณจะสนใจอะไรแบบนี้เลย""อย่ามายอกย้อนผมนะ!""เหอะ! เดี๋ยวนี้คนในครอบครัว ทำอะไรก็ผิดไปหมดเลยสินะ ฉันไม่อยากคุยกับคุณแล้ว อยากจะทำอะไรก็เชิญตามสบาย""...
บ้านเจ้าสัวภานุวัฒน์"หยุดเดี๋ยวนี้นะพิชา หยุดและคุยกับพ่อเดี๋ยวนี้ อย่าเดินหนีพ่อ!""......" ขณะที่กำลังเดินกลับเข้ามาในบ้าน เธอก็ถูกผู้เป็นพ่อนั้นเรียกเสียงดังยกใหญ่ตั้งแต่หน้าบ้านมาแล้ว แต่เธอก็ไม่ยอมหยุดเลย จนกระทั่งกำลังจะก้าวขึ้นบันได น้ำเสียงที่เกรี้ยวกราดของคนเป็นพ่อทำให้เธอต้องหยุดชะงัก"อย่าเดินหนีพ่อแบบนี้นะ ลงมาคุยกันเดี๋ยวนี้!""เกิดอะไรขึ้นคะ คุณภาณุ พิชา" ผู้เป็นแม่เดินออกมาดู เพราะได้ยินเสียงดังอ้าวของผู้เป็นสามี"คุณดูลูกสาวของคุณสิ ทำนิสัยแย่มากเลยนะ" กำลังตำหนิลูกสาว ที่บอกว่ารักนักรักหนา ต่อหน้าภรรยา"เกิดอะไรขึ้นลูก?""ไม่น่ามาถามพินะคะว่าเกิดอะไรขึ้น ถามคุณพ่อเองจะดีกว่าว่าทำอะไรไว้ อย่ามาโทษคนอื่นหน่อยเลยค่ะ ทุกสิ่งทุกอย่างมันก็มาจากความมักมากของตัวเองนั่นแหละ!""พิชา!!""อย่าพูดแบบนั้นสิลูก เอาล่ะ ใครสักคนก็ได้ บอกมาทีว่ามันเกิดอะไรขึ้น?" เพราะอยู่แต่บ้านจึงไม่ได้รับรู้เรื่องโลกภายนอกอะไรเลย ไม่รู้เลยว่าสามีและลูกสาวไปเจออะไรมาบ้าง"วันนี้คุณพ่อทำผิดสัญญาค่ะ สัญญาที่บอกว่า จะไม่พาผู้หญิงคนไหนมาในพื้นที่ของเรา""คุณภาณุ...""เรื่องนั้นผมอธิบายได้ แต่สิ่งที่ลูกสา
ช่วงบ่ายหลังจากนั่งพักอยู่ที่คาเฟ่ร้านกาแฟกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราสองคนก็กลับขึ้นมาทำงานของตัวเองกันต่อ ฉันเห็นรถของคุณพ่อจอดอยู่ที่เดิม แปลว่าคุณพ่อไม่ได้ออกไปกินข้าวข้างนอกสินะ"มีอะไรหรือเปล่าคะ?" ฉันถามคุณหิรัญ เพราะก่อนหน้านั้นเขาบอกว่าเขาจะไปหาคุณพ่อที่ห้องทำงาน แต่ผ่านไปไม่ถึงนาทีเขาก็เดินกลับออกมาแล้ว"ไม่มีอะไรหรอกครับ แต่ท่านเจ้าสัวมีแขกอยู่ ผมก็เลยไม่อยากเข้าไปรบกวน""???" ฉันไม่ได้ตอบอะไรแต่งงอยู่ คุณพ่อเนี่ยนะมีแขกเวลานี้ ไม่เห็นบอกเลยว่าวันนี้ใครจะมาหา"เอ่อคุณพิชาครับ เมื่อกี้ท่านเจ้าสัวฝากมาบอกว่า ให้คุณพิชาไปเอาเอกสารอีกบริษัทนึงครับ แล้วก็ให้ผมเป็นคนขับรถไปให้""ฉันเนี่ยนะ ต้องไปเอาเอกสาร?"ที่ถามเพราะปกติถ้ามีเอกสารจะต้องส่ง พนักงานที่บริษัทนั้นจะเป็นฝ่ายเอาเอกสารมาส่งเอง ไม่จำเป็นต้องให้คนของบริษัทนี้ไปเอา โดยเฉพาะฉัน ที่มันไม่ได้มีหน้าที่อะไรตรงนี้เลย"ครับ เห็นว่าเป็นเอกสารสำคัญ ตอนนี้ท่านก็ติดธุระคุยกับแขกอยู่ครับ เลยไม่สามารถไปเอาได้""......" ฉันพยักหน้าตอบรับ ก่อนจะออกไปพร้อมกับคุณหิรัญลงไปที่ด้านล่างด้วยกัน แต่ฉันรู้สึกแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้"ขึ้นรถสิครับ""รอ
ร้านอาหารLL "สั่งได้เลยนะครับ""คุณกินเหมือนกับฉันหรือคะ ถึงได้ให้ฉันสั่ง?""อ่า...ก็คิดว่าน่าจะกินด้วยกันได้ อีกอย่างอาหารร้านนี้อร่อยทุกเมนูครับ ผมรับประกันได้เลย""......" เธอพยักหน้าตอบรับ จากนั้นก็หยิบเมนูอาหารมาเปิดดู สั่งอาหารกับพนักงานไปอยู่ 3-4 อย่าง ในเมื่อเขาการันตีว่าอร่อยขนาดนี้ เธอก็ไม่ได้เลือกของที่ตัวเองชอบกินมาทั้งหมดหรอก"บอกตามตรงนะครับ ผมเพิ่งรู้ว่าคุณพิชา เป็นลูกสาวคนเดียวของเจ้าสัวภาณุ""ไปอยู่ไหนมาคะถึงไม่รู้""ผมรู้ว่าเจ้าสัวท่านมีลูกสาว แต่ผมไม่เคยเห็นหน้าคุณพิชชามาก่อนก็เลยไม่รู้ ถ้าเจอกันข้างนอกก่อนที่ท่านเจ้าสัวจะพามาแนะนำ ผมก็คงไม่รู้จัก""......" เธอเงียบใส่เขา"เห็นว่าคุณพิชาไปเรียนต่างประเทศมา ไปเรียนอยู่ที่ไหนเหรอครับ?""อังกฤษค่ะ""เก่งมากเลยนะครับ""ขอบคุณค่ะ""เอ่อ...""อยากรู้อะไรอยากถามอะไรก็ถามมาเถอะค่ะ ไม่ต้องกลัวฉันคิดมากหรอก ฉันไม่ใช่คนคิดมากอะไรขนาดนั้น""ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมแค่อยากชวนคุย กลัวว่าบรรยากาศมันจะเสีย แต่ผมก็ดันเป็นคนชวนคุยไม่เก่งซะด้วยสิ""นั่งเงียบๆ ก็ไม่เป็นอะไรค่ะ ฉันเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรเหมือนกัน""ครับ"..ไม่นานนักอาหารที่
เวลาต่อมา ณ. บริษัทภานุวัฒน์จำกัด ในขณะที่ใครต่อใครนั้นไม่สามารถรับมือกับความเนี๊ยบในการทำงานของขวัญพิชชาได้ แต่ทว่าเขาคนนี้กลับรับมือเธอได้อย่างน่าประหลาด เธอเป็นคนที่ตรงไปตรงมา ไม่หักไม่งอไม่อ่อนข้อให้ใครทั้งนั้น กับเรื่องการทำงานทุกอย่างต้องเรียบร้อย เธอจะไม่ปล่อยผ่านแม้มันจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ตามแต่ทว่าด้วยความตรงไปตรงมาของเธอก็กลับทำให้ใครหลายคนไม่พอใจเช่นกันฟึ่บ~แผ่นเอกสารถูกวางลงตรงหน้าของหญิงสาวขณะที่เธอนั้นกำลังก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ เธอชำเลืองตาขึ้นมองเห็นแค่หัวข้อของแผ่นกระดาษก็พอจะเข้าใจแล้วว่ามันคืออะไร"เสร็จแล้วเหรอคะ?""เปล่า ผมแค่ไปแก้เล็กๆ น้อยๆ มาให้น่ะ แค่นี้ก็น่าจะได้แล้วใช่ไหม""ที่ฉันบอกว่าให้ไปแก้มา คือแก้ทั้งหมดค่ะ ไม่ใช่แก้เฉพาะจุด ฉันไม่ชอบการขีดฆ่าแล้วเอาปากกาเขียนทับ มันดูไม่เรียบร้อย""แต่ว่ามันก็...""ทำงานนะคะ ไม่ใช่เล่นขายของ นี่มันบริษัทใหญ่ ตัวเลขผิดพลาดแค่จุดเดียว เสียหายได้หลายล้านเลยนะคะ""เอิ่บ...โอเคครับ เดี๋ยวผมจะไปแก้ทั้งหมดมาให้""เชิญค่ะ"ใครที่บอกว่าเธอเลือกปฏิบัติสั่งงานหนักๆเฉพาะพนักงานในบริษัท ไม่เป็นความจริงเลย แม้กระทั่งหิรัญผู
บริษัทภานุวัฒน์จำกัด หลังจากจัดการเรื่องวุ่นวายออกไปได้ฉันก็ใช้ชีวิตตามปกติ เรื่องผู้หญิงของคุณพ่อไม่มีมาให้กวนใจอีกเลย คงเพราะฉันมาอยู่ใกล้ขึ้นล่ะมั้งเลยไม่กล้า เพราะไม่อย่างนั้นฉันคงได้ระเบิดลงจนใครๆ ก็ขวัญเสียกันแน่ๆก๊อกๆๆ ~"ขวัญพิชชา พ่อขอเข้าไปได้หรือเปล่า?""เข้ามาได้ค่ะ"คุณพ่อเดินเข้ามาในห้องทำงานของฉัน และก็พาใครก็ไม่รู้มาด้วย เขาเป็นผู้ชายยังหนุ่มยังแน่นอยู่เลย แถมหน้าตาดีด้วย"มีอะไรหรือเปล่าคะ?""พ่อพาคนมาแนะนำให้รู้จักน่ะ คนนี้ชื่อคุณกฤษฎิ์หิรัญ หรือว่าคุณหิรัญ เขามีหุ้นอยู่ในบริษัทของเราด้วยน่ะ""อ๋อ สวัสดีค่ะ""ครับ""นี่ลูกสาวของผมเองนะครับ ทำความรู้จักกันไว้ เพราะยังไงเดี๋ยวก็ต้องได้เจอกันบ่อยๆ""ค่ะ"ฉันตอบโดยที่ตัวเองยังก้มหน้าทำงานอยู่ ก็ดูไร้มารยาทแหละ แต่ฉันไม่ได้อยากทำความรู้จักกับใคร ตั้งแต่มาที่นี่ฉันก็ก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเอง ไม่ได้สนใจว่าใครจะเป็นยังไง นอกซะจากไม่มาวุ่นวายกับฉันก่อน เหมือนกับสามคนนั้นที่โดนไล่ออกไป"พิชา..""คะ?""เงยหน้าคุยกันก่อนสิลูก""คุณพ่อจะให้พิ คุยอะไรกับเขาล่ะคะ?""เอิ่บ...""ก็ถ้าไม่มีอะไรจะพูดกัน ก็แยกย้ายกันไปทำงานเถอะค่ะ""







