Masukเวลาต่อมา ณ. บริษัทภานุวัฒน์จำกัด
ในขณะที่ใครต่อใครนั้นไม่สามารถรับมือกับความเนี๊ยบในการทำงานของขวัญพิชชาได้ แต่ทว่าเขาคนนี้กลับรับมือเธอได้อย่างน่าประหลาด เธอเป็นคนที่ตรงไปตรงมา ไม่หักไม่งอไม่อ่อนข้อให้ใครทั้งนั้น กับเรื่องการทำงานทุกอย่างต้องเรียบร้อย เธอจะไม่ปล่อยผ่านแม้มันจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ตาม
แต่ทว่าด้วยความตรงไปตรงมาของเธอก็กลับทำให้ใครหลายคนไม่พอใจเช่นกัน
ฟึ่บ~
แผ่นเอกสารถูกวางลงตรงหน้าของหญิงสาวขณะที่เธอนั้นกำลังก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ เธอชำเลืองตาขึ้นมองเห็นแค่หัวข้อของแผ่นกระดาษก็พอจะเข้าใจแล้วว่ามันคืออะไร
"เสร็จแล้วเหรอคะ?"
"เปล่า ผมแค่ไปแก้เล็กๆ น้อยๆ มาให้น่ะ แค่นี้ก็น่าจะได้แล้วใช่ไหม"
"ที่ฉันบอกว่าให้ไปแก้มา คือแก้ทั้งหมดค่ะ ไม่ใช่แก้เฉพาะจุด ฉันไม่ชอบการขีดฆ่าแล้วเอาปากกาเขียนทับ มันดูไม่เรียบร้อย"
"แต่ว่ามันก็..."
"ทำงานนะคะ ไม่ใช่เล่นขายของ นี่มันบริษัทใหญ่ ตัวเลขผิดพลาดแค่จุดเดียว เสียหายได้หลายล้านเลยนะคะ"
"เอิ่บ...โอเคครับ เดี๋ยวผมจะไปแก้ทั้งหมดมาให้"
"เชิญค่ะ"
ใครที่บอกว่าเธอเลือกปฏิบัติสั่งงานหนักๆเฉพาะพนักงานในบริษัท ไม่เป็นความจริงเลย แม้กระทั่งหิรัญผู้ถือหุ้นส่วนหนึ่งของบริษัทเองก็โดนไม่ต่างกัน
.
.
แกร๊ก~
"เป็นยังไงบ้างล่ะ หืม..." เจ้าสัวภาณุเอ่ยถาม
"ก็ดีครับ"
"เหนื่อยหน่อยนะที่ต้องรับมือกับลูกสาวของฉันน่ะ"
"ก็ไม่เหนื่อยขนาดนั้นหรอกครับ ทำไมท่านเจ้าสัวถึงคิดว่าผมต้องเหนื่อยด้วยล่ะครับ"
"ขวัญพิชชาน่ะเป็นลูกสาวคนเดียวของฉัน ถูกเลี้ยงอย่างทะนุถนอมเอาอกเอาใจมาตั้งแต่เด็กๆ ก็เลยกลายเป็นเด็กที่ค่อนข้างเอาแต่ใจ"
"ผมไม่ได้คิดว่าเธอเอาแต่ใจเลยนะครับ เธอแค่เป็นคนที่มีระเบียบกับงาน"
"งั้นเหรอ หึหึ คงมีแค่เธอสินะที่คิดแบบนี้"
"ลองมองดูดีๆ จะเข้าใจนะครับ เธอไม่ใช่คนเอาแต่ใจ ไม่ใช่คนใจร้ายอะไรเลย ก็แค่คนที่ตั้งมั่นมีระเบียบกับงาน เป็นคนแข็งๆ ก็เท่านั้นเองครับ"
"ส่วนนึงก็คงเป็นเพราะฉันด้วยแหละ เมื่อก่อนแกอ่อนโยนจะตายไป น่ารักสดใส ไม่ใช่คนแข่งทื่อแบบนี้"
"อย่าโทษตัวเองเลยครับ"
ก็คงมีแค่เขาเนี่ยแหละที่เป็นคนนอกแล้วมองว่าเธอไม่ใช่คนไม่ดีอะไรเลย ถึงคนในครอบครัวจะรู้ดีว่าเธอนั้นไม่ใช่คนย่ำแย่อะไร แต่คนภายนอกนั้นก็ไม่ได้รู้ดี
ก๊อกๆๆ
"เข้ามาได้"
พอได้ยินเสียงอนุญาตจากคนด้านใน ชายหนุ่มก็รีบเปิดประตูแล้วเดินเข้าไปข้างในทันที
"ผมเอางานมาส่งครับ"
"เอาวางไว้ก่อนค่ะฉันยังไม่มีเวลาตรวจ"
"นี่ก็ใกล้จะเที่ยงแล้วเราไปหาอะไรกินกันไหมครับ"
"ก็แค่ใกล้ แต่ยังไม่เที่ยงเลย อีกอย่างฉันหากินเองได้ค่ะ ร้านอาหารแถวนี้มีเยอะ"
"......" คำตอบของเธอเล่นเอาเขาไปต่อไม่เป็นเลยเหมือนกัน เพราะไม่คิดว่าจะได้รับคำตอบแบบนี้
"ฉันหมายถึงฉันกินแถวนี้ได้น่ะค่ะ ก็ถ้าคุณอยากกินด้วย ก็ลงไปซื้อพร้อมกัน แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา"
"โอเคครับ แต่ที่ผมหมายถึง คือชวนคุณพิชชาออกไปทานอาหารข้างนอกครับ ที่ร้านอาหาร"
"......" เธอนิ่งไปไร้การตอบกลับ เขาเป็นคนแรกเลยที่กล้าชวนเธอออกไปหาของกิน คนอื่นไม่มีใครกล้าเลยสักคนเดียว แต่ถ้ามีจริงๆ เธอก็จะเป็นคนจำพวกชอบปฏิเสธและหลีกเลี่ยง ที่จะสนิทหรือคุยกับใครถ้าไม่เกี่ยวกับเรื่องงาน
"ร้านอาหารอยู่ไม่ไกลหรอกครับ เป็นร้านประจำของผมเอง อาหารอร่อยมาก"
"ค่ะ ฉันตกลง"
ไม่รู้ว่าทำไมถึงตกลง แต่มันก็ไม่ได้เสียหายอะไรนี่นา ก็แค่ไปนั่งกินข้าวด้วยกัน มันไม่ใช่เรื่องน่าเสื่อมเสียเลย
.
ก๊อกๆๆ~
"เข้ามาได้ค่ะ"
"ลูกสาวกลางวันนี้ไปกินข้าวกับพ่อไหม เดี๋ยวพ่อพาไปกินร้านอร่อย อยู่ไม่ไกลนี้เอง อาหารอร่อยมาก แถมมีแต่ของโปรดลูกทั้งนั้นด้วย"
"พอดีว่าพิมีนัดแล้วค่ะ คงไปกับคุณพ่อไม่ได้ คุณพ่อก็หาคนอื่นไปด้วยสิคะ คงไม่ใช่เรื่องยาก"
"หืม...เดี๋ยวนี้ลูกสาวของพ่อมีนัดกับคนอื่นแล้วเหรอเนี่ย"
"......" เธอไม่ได้ตอบอะไรกลับไป และก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเลยกับลูกเล่นของคนเป็นพ่อ เพราะเธอไม่ได้มองพ่อที่แสนอบอุ่นของเธอเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว ต่อให้พ่อจะพยายามทำตัวเหมือนเดิมกับเธอก็ตาม
"พิชา..."
"มีนัดกับผมเองครับเจ้าสัว ผมเป็นคนชวนคุณพิชาออกไปทานข้าวข้างนอกเองครับ ถ้าเจ้าสัวไม่ว่าอะไร..."
"ไม่มีใครว่าอะไรหรอกค่ะ ฉันโตแล้วบรรลุนิติภาวะแล้ว ฉันมีสิทธิ์ตัดสินใจในเรื่องของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องรอให้ใครมาตัดสิน"
"พ่อก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่นา เอาสิ ไปกินข้าวกันเลย เดี๋ยวพ่อกลับไปกินข้าวที่บ้านดีกว่า"
"......" คำพูดนั้นน่ะเหรอ เธอไม่เชื่อแม้แต่นิดเดียวเลย คนอย่างพ่อเธอน่ะเหรอจะกลับบ้านได้ นี่ขนาดเธอกลับมาอยู่ที่บ้านแล้ว พ่อของเธอยังกลับบ้านบ้างไม่กลับบ้างเลย แล้วจะเอาอะไรมาน่าเชื่อถือ กับคำพูดแค่นี้
"อ่า...ถ้าอย่างนั้นพ่อไม่กวนแล้วนะ อีกยี่สิบนาทีจะพักเที่ยง ไปพักได้แล้วล่ะ"
"......" เธอไม่ได้ตอบอะไร และก็ไม่ได้สนใจเรื่องเวลาขนาดนั้นด้วย ถ้ามันยังไม่หมดเวลา เธอก็จะยังไม่เลิกทำงาน
.
.
เวลาต่อมา...12:05น.
ตึก ตึก ตึก
ทั้งสองกำลังเดินลงไปที่รถพร้อมกัน เพราะกำลังจะออกไปกินข้าว ตามที่นัดกันเอาไว้ก่อนหน้านี้
"ปกติคุณพิชชา ไม่ค่อยออกไปทานข้าวตามร้านอาหารเลยเหรอครับ?"
"นานๆ ครั้งค่ะ ถ้าไปกับครอบครัว แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยไปแล้ว"
"อ๋อ..."
"แล้วคุณล่ะคะ ออกไปทานบ่อยเหรอ ถึงได้รู้ว่ามันอร่อย"
"ก็...บอกว่าร้านประจำ ก็น่าจะออกไปทานบ่อยนะครับ แหะๆ"
"......" เธอหันมองหน้าเขา
"เอ่อ...ผมไม่ได้จะพูดกวนเลยนะครับ ผมหมายถึง มันเป็นร้านประจำน่ะครับ อาจจะไม่ได้บ่อยขนาดนั้น แต่ถ้าเลือกได้ว่าจะกินร้านไหน ผมเลือกร้านนี้ครับ"
"ฉันแค่มอง ยังไม่ได้ว่าอะไรเลยนะคะ ทำไมต้องร้อนตัวขนาดนั้น"
"ก็เพราะมองนี่แหละครับ คุณทำผมกลัวนะครับเนี่ย"
"กลัวทำไมคะ ฉันไม่ใช่ผีสักหน่อย แค่มองหน้าฉันไม่ได้จะควักไส้คุณออกมากินนะ"
"สายตาของคุณน่ากลัวจะตาย คุณไม่รู้ตัวเหรอครับ?"
"ไม่"
"ลองยิ้มบ้างสิครับ"
"ฉันไม่ชอบยิ้ม"
"แต่มันดูสดใสดีนะครับ"
"แล้วเห็นฉันเป็นคนสดใสขนาดนั้นเลยหรือไง"
"ปะ เปล่าครับ"
เช้าวันต่อมาของอีกวัน"ลูกล่ะ ทำไมไม่ลงมากินข้าวสักที จะได้ออกไปทำงานกัน""ไปดื่มตั้งแต่เมื่อคืน ยังไม่กลับค่ะ""อะไรนะ! แล้วนี่โทรตามแล้วหรือยัง?""ไม่ได้โทรค่ะ แต่ลูกบอกเอาไว้แล้ว ถ้าเมาไม่มากก็กลับได้ แต่ถ้าเมามากก็จะเปิดโรงแรมนอนใกล้ๆ""ให้ตายสิ ทำตัวเหลวไหลจริงๆ""ลูกเครียดเลยออกไปดื่ม เหลวไหลตรงไหนคะ ที่ผ่านมาลูกก็ทำงานให้คุณมาโดยตลอด""เหลวไหลตรงที่เป็นผู้หญิงแล้วออกไปดื่มคนเดียวนี่แหละ ถ้าเกิดอะไรไม่ดีขึ้นมาจะทำยังไง?""......" คุณหญิงไม่ได้ตอบกลับอะไรสามี เพราะเธอเบื่อที่จะต้องพูดหรือตอบคำถามอะไรกับคนที่อคติแบบนี้ ตอนนี้ขวัญพิชชาไม่ใช่เด็กเหมือนแต่ก่อนแล้ว เธอบรรลุนิติภาวะ และเธอก็เก่งมากพอที่จะสามารถเอาตัวรอดได้ก็แค่เชื่อมั่นในตัวลูก ปล่อยลูกให้ได้ออกไปปลดปล่อยบ้างมันจะเป็นอะไรไป..ผ่านไปสักพัก~"นี่คุณหญิงคอยดูลูกด้วยนะ ถ้าพิชากลับมาแล้ว โทรบอกผมด้วย หรือถ้ายังไม่กลับมายังไง ก็ต้องโทรบอกผม""ห่วงด้วยเหรอคะ ปกติฉันไม่เห็นคุณจะสนใจอะไรแบบนี้เลย""อย่ามายอกย้อนผมนะ!""เหอะ! เดี๋ยวนี้คนในครอบครัว ทำอะไรก็ผิดไปหมดเลยสินะ ฉันไม่อยากคุยกับคุณแล้ว อยากจะทำอะไรก็เชิญตามสบาย""...
บ้านเจ้าสัวภานุวัฒน์"หยุดเดี๋ยวนี้นะพิชา หยุดและคุยกับพ่อเดี๋ยวนี้ อย่าเดินหนีพ่อ!""......" ขณะที่กำลังเดินกลับเข้ามาในบ้าน เธอก็ถูกผู้เป็นพ่อนั้นเรียกเสียงดังยกใหญ่ตั้งแต่หน้าบ้านมาแล้ว แต่เธอก็ไม่ยอมหยุดเลย จนกระทั่งกำลังจะก้าวขึ้นบันได น้ำเสียงที่เกรี้ยวกราดของคนเป็นพ่อทำให้เธอต้องหยุดชะงัก"อย่าเดินหนีพ่อแบบนี้นะ ลงมาคุยกันเดี๋ยวนี้!""เกิดอะไรขึ้นคะ คุณภาณุ พิชา" ผู้เป็นแม่เดินออกมาดู เพราะได้ยินเสียงดังอ้าวของผู้เป็นสามี"คุณดูลูกสาวของคุณสิ ทำนิสัยแย่มากเลยนะ" กำลังตำหนิลูกสาว ที่บอกว่ารักนักรักหนา ต่อหน้าภรรยา"เกิดอะไรขึ้นลูก?""ไม่น่ามาถามพินะคะว่าเกิดอะไรขึ้น ถามคุณพ่อเองจะดีกว่าว่าทำอะไรไว้ อย่ามาโทษคนอื่นหน่อยเลยค่ะ ทุกสิ่งทุกอย่างมันก็มาจากความมักมากของตัวเองนั่นแหละ!""พิชา!!""อย่าพูดแบบนั้นสิลูก เอาล่ะ ใครสักคนก็ได้ บอกมาทีว่ามันเกิดอะไรขึ้น?" เพราะอยู่แต่บ้านจึงไม่ได้รับรู้เรื่องโลกภายนอกอะไรเลย ไม่รู้เลยว่าสามีและลูกสาวไปเจออะไรมาบ้าง"วันนี้คุณพ่อทำผิดสัญญาค่ะ สัญญาที่บอกว่า จะไม่พาผู้หญิงคนไหนมาในพื้นที่ของเรา""คุณภาณุ...""เรื่องนั้นผมอธิบายได้ แต่สิ่งที่ลูกสา
ช่วงบ่ายหลังจากนั่งพักอยู่ที่คาเฟ่ร้านกาแฟกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราสองคนก็กลับขึ้นมาทำงานของตัวเองกันต่อ ฉันเห็นรถของคุณพ่อจอดอยู่ที่เดิม แปลว่าคุณพ่อไม่ได้ออกไปกินข้าวข้างนอกสินะ"มีอะไรหรือเปล่าคะ?" ฉันถามคุณหิรัญ เพราะก่อนหน้านั้นเขาบอกว่าเขาจะไปหาคุณพ่อที่ห้องทำงาน แต่ผ่านไปไม่ถึงนาทีเขาก็เดินกลับออกมาแล้ว"ไม่มีอะไรหรอกครับ แต่ท่านเจ้าสัวมีแขกอยู่ ผมก็เลยไม่อยากเข้าไปรบกวน""???" ฉันไม่ได้ตอบอะไรแต่งงอยู่ คุณพ่อเนี่ยนะมีแขกเวลานี้ ไม่เห็นบอกเลยว่าวันนี้ใครจะมาหา"เอ่อคุณพิชาครับ เมื่อกี้ท่านเจ้าสัวฝากมาบอกว่า ให้คุณพิชาไปเอาเอกสารอีกบริษัทนึงครับ แล้วก็ให้ผมเป็นคนขับรถไปให้""ฉันเนี่ยนะ ต้องไปเอาเอกสาร?"ที่ถามเพราะปกติถ้ามีเอกสารจะต้องส่ง พนักงานที่บริษัทนั้นจะเป็นฝ่ายเอาเอกสารมาส่งเอง ไม่จำเป็นต้องให้คนของบริษัทนี้ไปเอา โดยเฉพาะฉัน ที่มันไม่ได้มีหน้าที่อะไรตรงนี้เลย"ครับ เห็นว่าเป็นเอกสารสำคัญ ตอนนี้ท่านก็ติดธุระคุยกับแขกอยู่ครับ เลยไม่สามารถไปเอาได้""......" ฉันพยักหน้าตอบรับ ก่อนจะออกไปพร้อมกับคุณหิรัญลงไปที่ด้านล่างด้วยกัน แต่ฉันรู้สึกแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้"ขึ้นรถสิครับ""รอ
ร้านอาหารLL "สั่งได้เลยนะครับ""คุณกินเหมือนกับฉันหรือคะ ถึงได้ให้ฉันสั่ง?""อ่า...ก็คิดว่าน่าจะกินด้วยกันได้ อีกอย่างอาหารร้านนี้อร่อยทุกเมนูครับ ผมรับประกันได้เลย""......" เธอพยักหน้าตอบรับ จากนั้นก็หยิบเมนูอาหารมาเปิดดู สั่งอาหารกับพนักงานไปอยู่ 3-4 อย่าง ในเมื่อเขาการันตีว่าอร่อยขนาดนี้ เธอก็ไม่ได้เลือกของที่ตัวเองชอบกินมาทั้งหมดหรอก"บอกตามตรงนะครับ ผมเพิ่งรู้ว่าคุณพิชา เป็นลูกสาวคนเดียวของเจ้าสัวภาณุ""ไปอยู่ไหนมาคะถึงไม่รู้""ผมรู้ว่าเจ้าสัวท่านมีลูกสาว แต่ผมไม่เคยเห็นหน้าคุณพิชชามาก่อนก็เลยไม่รู้ ถ้าเจอกันข้างนอกก่อนที่ท่านเจ้าสัวจะพามาแนะนำ ผมก็คงไม่รู้จัก""......" เธอเงียบใส่เขา"เห็นว่าคุณพิชาไปเรียนต่างประเทศมา ไปเรียนอยู่ที่ไหนเหรอครับ?""อังกฤษค่ะ""เก่งมากเลยนะครับ""ขอบคุณค่ะ""เอ่อ...""อยากรู้อะไรอยากถามอะไรก็ถามมาเถอะค่ะ ไม่ต้องกลัวฉันคิดมากหรอก ฉันไม่ใช่คนคิดมากอะไรขนาดนั้น""ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมแค่อยากชวนคุย กลัวว่าบรรยากาศมันจะเสีย แต่ผมก็ดันเป็นคนชวนคุยไม่เก่งซะด้วยสิ""นั่งเงียบๆ ก็ไม่เป็นอะไรค่ะ ฉันเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรเหมือนกัน""ครับ"..ไม่นานนักอาหารที่
เวลาต่อมา ณ. บริษัทภานุวัฒน์จำกัด ในขณะที่ใครต่อใครนั้นไม่สามารถรับมือกับความเนี๊ยบในการทำงานของขวัญพิชชาได้ แต่ทว่าเขาคนนี้กลับรับมือเธอได้อย่างน่าประหลาด เธอเป็นคนที่ตรงไปตรงมา ไม่หักไม่งอไม่อ่อนข้อให้ใครทั้งนั้น กับเรื่องการทำงานทุกอย่างต้องเรียบร้อย เธอจะไม่ปล่อยผ่านแม้มันจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ตามแต่ทว่าด้วยความตรงไปตรงมาของเธอก็กลับทำให้ใครหลายคนไม่พอใจเช่นกันฟึ่บ~แผ่นเอกสารถูกวางลงตรงหน้าของหญิงสาวขณะที่เธอนั้นกำลังก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ เธอชำเลืองตาขึ้นมองเห็นแค่หัวข้อของแผ่นกระดาษก็พอจะเข้าใจแล้วว่ามันคืออะไร"เสร็จแล้วเหรอคะ?""เปล่า ผมแค่ไปแก้เล็กๆ น้อยๆ มาให้น่ะ แค่นี้ก็น่าจะได้แล้วใช่ไหม""ที่ฉันบอกว่าให้ไปแก้มา คือแก้ทั้งหมดค่ะ ไม่ใช่แก้เฉพาะจุด ฉันไม่ชอบการขีดฆ่าแล้วเอาปากกาเขียนทับ มันดูไม่เรียบร้อย""แต่ว่ามันก็...""ทำงานนะคะ ไม่ใช่เล่นขายของ นี่มันบริษัทใหญ่ ตัวเลขผิดพลาดแค่จุดเดียว เสียหายได้หลายล้านเลยนะคะ""เอิ่บ...โอเคครับ เดี๋ยวผมจะไปแก้ทั้งหมดมาให้""เชิญค่ะ"ใครที่บอกว่าเธอเลือกปฏิบัติสั่งงานหนักๆเฉพาะพนักงานในบริษัท ไม่เป็นความจริงเลย แม้กระทั่งหิรัญผู
บริษัทภานุวัฒน์จำกัด หลังจากจัดการเรื่องวุ่นวายออกไปได้ฉันก็ใช้ชีวิตตามปกติ เรื่องผู้หญิงของคุณพ่อไม่มีมาให้กวนใจอีกเลย คงเพราะฉันมาอยู่ใกล้ขึ้นล่ะมั้งเลยไม่กล้า เพราะไม่อย่างนั้นฉันคงได้ระเบิดลงจนใครๆ ก็ขวัญเสียกันแน่ๆก๊อกๆๆ ~"ขวัญพิชชา พ่อขอเข้าไปได้หรือเปล่า?""เข้ามาได้ค่ะ"คุณพ่อเดินเข้ามาในห้องทำงานของฉัน และก็พาใครก็ไม่รู้มาด้วย เขาเป็นผู้ชายยังหนุ่มยังแน่นอยู่เลย แถมหน้าตาดีด้วย"มีอะไรหรือเปล่าคะ?""พ่อพาคนมาแนะนำให้รู้จักน่ะ คนนี้ชื่อคุณกฤษฎิ์หิรัญ หรือว่าคุณหิรัญ เขามีหุ้นอยู่ในบริษัทของเราด้วยน่ะ""อ๋อ สวัสดีค่ะ""ครับ""นี่ลูกสาวของผมเองนะครับ ทำความรู้จักกันไว้ เพราะยังไงเดี๋ยวก็ต้องได้เจอกันบ่อยๆ""ค่ะ"ฉันตอบโดยที่ตัวเองยังก้มหน้าทำงานอยู่ ก็ดูไร้มารยาทแหละ แต่ฉันไม่ได้อยากทำความรู้จักกับใคร ตั้งแต่มาที่นี่ฉันก็ก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเอง ไม่ได้สนใจว่าใครจะเป็นยังไง นอกซะจากไม่มาวุ่นวายกับฉันก่อน เหมือนกับสามคนนั้นที่โดนไล่ออกไป"พิชา..""คะ?""เงยหน้าคุยกันก่อนสิลูก""คุณพ่อจะให้พิ คุยอะไรกับเขาล่ะคะ?""เอิ่บ...""ก็ถ้าไม่มีอะไรจะพูดกัน ก็แยกย้ายกันไปทำงานเถอะค่ะ""







