Masukเช้าวันต่อมาของอีกวัน
"ลูกล่ะ ทำไมไม่ลงมากินข้าวสักที จะได้ออกไปทำงานกัน"
"ไปดื่มตั้งแต่เมื่อคืน ยังไม่กลับค่ะ"
"อะไรนะ! แล้วนี่โทรตามแล้วหรือยัง?"
"ไม่ได้โทรค่ะ แต่ลูกบอกเอาไว้แล้ว ถ้าเมาไม่มากก็กลับได้ แต่ถ้าเมามากก็จะเปิดโรงแรมนอนใกล้ๆ"
"ให้ตายสิ ทำตัวเหลวไหลจริงๆ"
"ลูกเครียดเลยออกไปดื่ม เหลวไหลตรงไหนคะ ที่ผ่านมาลูกก็ทำงานให้คุณมาโดยตลอด"
"เหลวไหลตรงที่เป็นผู้หญิงแล้วออกไปดื่มคนเดียวนี่แหละ ถ้าเกิดอะไรไม่ดีขึ้นมาจะทำยังไง?"
"......" คุณหญิงไม่ได้ตอบกลับอะไรสามี เพราะเธอเบื่อที่จะต้องพูดหรือตอบคำถามอะไรกับคนที่อคติแบบนี้ ตอนนี้ขวัญพิชชาไม่ใช่เด็กเหมือนแต่ก่อนแล้ว เธอบรรลุนิติภาวะ และเธอก็เก่งมากพอที่จะสามารถเอาตัวรอดได้
ก็แค่เชื่อมั่นในตัวลูก ปล่อยลูกให้ได้ออกไปปลดปล่อยบ้างมันจะเป็นอะไรไป
.
.
ผ่านไปสักพัก~
"นี่คุณหญิงคอยดูลูกด้วยนะ ถ้าพิชากลับมาแล้ว โทรบอกผมด้วย หรือถ้ายังไม่กลับมายังไง ก็ต้องโทรบอกผม"
"ห่วงด้วยเหรอคะ ปกติฉันไม่เห็นคุณจะสนใจอะไรแบบนี้เลย"
"อย่ามายอกย้อนผมนะ!"
"เหอะ! เดี๋ยวนี้คนในครอบครัว ทำอะไรก็ผิดไปหมดเลยสินะ ฉันไม่อยากคุยกับคุณแล้ว อยากจะทำอะไรก็เชิญตามสบาย"
"......"
.
.
หลังจากนั้นเจ้าสัวภาณุก็นั่งรถมาที่ทำงานเหมือนอย่างเคย
"สวัสดีครับเจ้าสัว"
"อื้ม สวัสดี"
"คุณ..."
"วันนี้พิชาไม่มาหรอก เห็นแม่เขาบอกว่าออกไปดื่มตั้งแต่เมื่อคืนแล้วป่านนี้ยังไม่กลับเข้าบ้านเลย วันนี้ทั้งวันก็คงไม่มาทำงานหรอก เอาเป็นว่าเธอทำงานทั้งหมดไว้ก่อน ไว้รอพิชาเขากลับมาทำงานแล้วค่อยเอาให้เขา"
"ขอโทษนะครับ เรื่องเมื่อวาน"
"ฉันเองก็ต้องขอโทษนายเหมือนกันสินะ ที่ทำให้นายโดนไปด้วย"
"ไม่เป็นไรครับ"
"เอาล่ะไปทำงานเถอะ"
"ครับ"
วันนี้เป็นวันทำงานที่แสนเงียบเหงา เพราะปกติพิชาจะต้องนั่งอยู่ตรงหน้าของเขา และขะมักเขม้นอยู่กับงานของเธอเอง ปกติเงยหน้าขึ้นไปก็จะต้องมองเห็นเธอที่กำลังก้มหน้าทำงานอยู่ แต่วันนี้กลับไม่เจอเธอเหมือนอย่างเคย มันเลยรู้สึกแปลกไปหมด
คงเป็นเพราะเรื่องเมื่อวาน ทะเลาะกันอยู่ที่นี่อีกและเธอก็คงกลับไปทะเลาะกับพ่อของเธอที่บ้านอีกรอบ ถ้าเขาเดาไม่ผิดน่ะนะ
หิรัญถอนหายใจออกมาอย่างแรง เขารู้สึกไม่ชินเลย และก็บอกไม่ถูกว่ามันเป็นความรู้สึกอะไร แต่การที่เงยหน้าขึ้นมาแล้วมองเห็นพิชานั่งทำงานอยู่เขารู้สึกสบายใจมากกว่า พอเธอมาหายไปแบบนี้แล้ว เขารู้สึกไม่ดีเอาซะเลย
.
.
สองวันถัดมา
คนที่บ้านของเจ้าสัวภานุวัฒน์ เริ่มกระวนกระวายอยู่ไม่เป็นสุขโดยเฉพาะผู้เป็นแม่ เพราะสองวันแล้วที่ลูกสาวไม่กลับบ้าน และเธอก็ติดต่อไม่ได้ ไม่รู้ว่าเธอหายออกไปที่ไหน ทำเอาคนเป็นพ่อนั้นถึงกับต้องโร่แจ้งความคนหายเอาไว้
"เพราะคุณนั่นแหละ ปล่อยให้ลูกไป แล้วนี่ลูกหายไปไหนก็ไม่รู้ ถ้าลูกเป็นอะไรขึ้นมานะ...คุณโดนดีแน่"
"ลูกฉัน ฉันก็ห่วงไม่ต่างจากคุณหรอก อย่ามาทำตัวเป็นพ่อที่แสนดีตอนนี้หน่อยเลย ที่ลูกต้องเครียด อยู่ไม่เป็นสุข จนต้องออกไปดื่ม มันก็เป็นเพราะใครกันล่ะ!"
"อย่ามาโทษผมนะ!"
"ความผิดของคนอื่นใหญ่เท่าภูเขา แต่มองเห็นความผิดของตัวเองเล็กเท่ามด!"
"!!!!"
ทั้งสองยื่นถกเถียงกัน และทะเลาะกันอยู่ยกใหญ่เกี่ยวกับเรื่องที่พิชาหายตัวออกไป ไร้การติดต่อกลับ
จากคนที่เคยคุยดีกันไม่ทะเลาะกันเคารพและให้เกียรติกัน ตอนนี้มันไม่เป็นอย่างนั้นอีกแล้ว คุณหญิงจากที่ทนเงียบมาโดยตลอด ก็เริ่มมีปากเสียงกล้าถกเถียงและโต้แย้ง กล้าที่จะตอกย้อนกลับไป ว่าทุกอย่างที่มันเกิดขึ้น ไม่ใช่ความผิดของตัวเองหรือลูก แต่เป็นความผิดของผู้ชายมักมากหลายใจต่างหาก
และถึงจะทะเลาะกันแค่ไหน แต่ลูกก็ยังคือคนสำคัญที่สุดในชีวิตอยู่ดี
ครอบครัวมันดูไม่เป็นครอบครัวมาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่มัธยมที่พิชาต้องเห็นพ่อของเธอมีผู้หญิงคนอื่น จนกระทั่งเวลาผ่านล่วงเลยมาจนถึงปัจจุบันนี้ ก็ร่วม 10 ปีได้แล้วล่ะ
ทุกอย่างมันร้าวราน ร้าวฉานมาตั้งแต่ตอนนั้นอยู่แล้ว ถึงตอนนี้ถ้าจะมีอะไรเกิดขึ้นอีก เธอก็ไม่ตกใจอะไรแล้วล่ะ และก็จะไม่ร้องไห้ เพราะเธอมีสติมากพอที่จะรับมือ การร้องไห้คือการอ่อนแอต่อหน้าคู่ต่อสู้
.
.
เวลาต่อมา
คลิก~
พิชา : พิสบายดีนะคะ ไม่ได้เป็นอะไร ไม่ได้ไม่สบาย ตอนนี้อยากอยู่คนเดียวเงียบๆ ค่ะ
"ลูกส่งข้อความมาหาแล้ว บอกว่าไม่ได้เป็นอะไร ยังสบายดี แต่ยังอยากอยู่คนเดียว"
"ทำไมลูกถึงไม่ส่งข้อความหาผม?"
"ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอคะ"
คุณหญิงพูดแค่นั้นก่อนจะเดินออกไป ตอนแรกที่เดินมาหาก็แค่จะบอกว่า ขวัญพิชชาส่งข้อความตอบกลับมาแล้วก็เท่านั้นเอง จะได้เลิกเป็นห่วง และก็จะได้เลิกรอคอยสักที
"เดี๋ยวก่อนคุณหญิง"
"อะไรคะ? จะตามหาเรื่อง ที่ลูกไม่ยอมส่งข้อความหาเหรอคะ เรื่องนี้ฉันคงให้คำตอบไม่ได้หรอกค่ะ แต่คิดว่าคุณก็น่าจะรู้อยู่แล้ว ว่าเป็นเพราะอะไร เพราะฉะนั้น อย่ามาเค้นเอาอะไรจากฉันเลยค่ะ ไม่มีอะไรจะพูดทั้งนั้น!"
"ลูกได้บอกไหม ว่าจะกลับตอนไหน กลับเมื่อไหร่"
"ไม่ได้บอกหรอกค่ะ แต่ฉันก็คิดว่ามันก็ดีนะคะ ให้ลูกไปอยู่ที่อื่นนานๆ จะได้ไม่ต้องมาเห็นภาพบาดตาบาดใจ!"
"นี่คุณเป็นอะไรของคุณเนี่ย หยุดพูดจาหาเรื่องผมสักทีได้ไหม เรื่องวันนั้นผมก็อธิบายแล้วไง ว่าผมไม่ได้เป็นคนพามา!"
"จะยังไงก็แล้วแต่ คุณควรบอกกล่าวกับผู้หญิงของคุณให้หมด ว่าไม่ควรมาที่นั่น สัญญาก็เป็นสัญญา เลี้ยงลูกมาเองกับมือ น่าจะรู้ดีนะคะว่าลูกเป็นคนนิสัยยังไง"
"......."
"อ้อ...แล้วก็ไม่ต้องมานั่งเฝ้า คอยถามแล้วนะคะ คุณอยากทำอะไรคุณก็ไปเถอะ อย่ามาทำให้ฉันอึดอัดเลย"
"เดี๋ยวนี้คุณรำคาญสามีตัวเองแล้วเหรอ?"
"สามี? สามีของฉันเหรอคะ ใช่เหรอ กินมั่วขนาดนี้ ฉันนึกว่าสามีสาธารณะซะอีก"
"คุณหญิง!"
"เมื่อก่อนฉันก็ยอมรับนะคะว่าฉันเสียใจ แต่นี่มันก็ผ่านมานานมากแล้ว ฉันไม่รู้สึกอะไรแล้วล่ะค่ะ ไม่เจ็บแล้วด้วย"
"......"
เวลาต่อมาพิชาท้องใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ ตามช่วงเวลา ณ ตอนนี้ก็เจ็ดเดือนได้แล้วล่ะ เธอได้ลูกชายด้วยล่ะนะตอนนี้เธอไม่ได้ออกไปทำงานเพราะท้องใหญ่มากแล้ว เลยต้องยกงานให้หิรัญเป็นคนดูแลก่อน ส่วนเธอก็อยู่ที่บ้านพร้อมกับแม่ของเธอที่ย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันแล้ว เพราะหย่าขาดจากพ่อของเธอเรียบร้อยแล้ว เรื่องนี้เองก็กินเวลาไม่น้อยเหมือนกันเลยนะ กว่าทุกอย่างจะจบลงได้น่ะตอนนี้เธอไม่ได้โกรธ เกลียดใครแล้วล่ะ เพราะเลือกที่จะปล่อยวางแล้ว เธอไม่อยากแบกมันเอาไว้ สุดท้ายแล้วก็มีแค่เธอที่ต้องเจ็บเรื่องเมียน้อย เธอเองก็ไม่ได้ชอบอะไรหรอก แต่ปล่อยวางเพราะตอนนี้พ่อของเธอก็เป็นคนนอกครอบครัวไปแล้ว ส่วนเรื่องครอบครัวเธอเองเธอจะดูแลให้ดีที่สุดจะไม่ให้ประวัติมันซ้ำรอยอย่างแน่นอน.........."พักบ้างสิลูกพิชา วันๆ นั่งดูแต่แท็ปเล็ตงาน เดี๋ยวก็เวียนหัวหรอก" ผู้เป็นแม่พูดขึ้น พร้อมกับวางจานผลไม้ที่เตรียมมาให้ลงตรงหน้าของเธอ"แค่นี้เองค่ะคุณแม่ สบายมาก แค่นั่งแล้วเอานิ้วจิ้มเอง""เรานี่มันดื้อจริงๆ เลยนะ คอยดูเถอะ ลูกมันจะดื้อตาม""คุณแม่อ่า""กินผลไม้สิ แม่ปอกมาให้""ขอบคุณค่ะ คุณแม่เองก็เหมือนกันนะคะ พักบ้าง ไม่ต้องคอยทำ
สองวันถัดมา"อ้วก อ้วก อ้วก""พ่อครับมาหรือยัง พี่พิชาเหมือนจะไม่ไหวเลย"( พ่อกำลังรีบขับรถครับ คุณคอยดูพี่พิชาไว้ก่อนนะ เดี๋ยวพ่อก็ถึงแล้ว )"ครับพ่อ"วันนี้เป็นวันหยุดก็จริง แต่หิรัญมีงานด่วนก็เลยออกไปแต่เช้า แต่แล้วก็ต้องรีบกลับเพราะลูกชายโทรหาพร้อมกับบอกว่าพิชาไม่สบาย เธอกำลังโก่งคออ้วกอยู่ในห้องน้ำไม่ยอมออกมาซักที สภาพร่างกายก็ดูเหมือนว่าจะแย่แล้วด้วย หิรัญก็เลยต้องเลื่อนงานและรีบกลับอย่างเร่งดวนเพราะเป็นห่วงภรรยาจนกระทั่งเขากลับมาถึงบ้าน"คุณครับ!""พี่พิชาอยู่ในห้องครับ ออกมาแล้ว แต่นอนหลับอยู่ครับ""ครับ"หิรัญรีบเข้าไปหาภรรยาในห้องทันที เห็นเธอกำลังนอนขดอยู่บนเตียง อาการดูไม่สู้ดีเท่าไหร่ด้วย"พิชาครับ คุณไหวไหม?""อือ คุณหิรัญ..." เธอปรือตามองอย่างงงๆ คิดว่าตัวเองตาฝาดไปหรือเปล่าที่ได้เห็นเขา แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่ เพราะเขากำลังประคองเธอขึ้นมาบนอก"ไปหาหมอกันนะครับ""อือ...ฉันไม่มีแรง""คุณเป็นอะไรไปครับ""ไม่รู้สิคะ จู่ๆ ก็อ้วกแต่เช้าเลย หมดแรงยังไงก็ไม่รู้ด้วย""หรือว่าคุณจะท้องครับ""ท้อง?" เป็นการตกใจที่เสียงแผ่วมากๆ เพราะเธอหมดแรงแล้วจริงๆ"นั่นสิครับ อาการคุณมันฟ้อง ผ
หลายเดือนต่อมาพอเสร็จสิ้นงานแต่งทั้งสองก็ย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันอย่างถาวร กลายเป็นสามีภรรยาที่อยู่ด้วยกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย พิชาไม่ได้ทำหน้าที่แม่บ้าน เพราะเธอเองก็มีงานที่ต้องทำ ไหนจะร้านอาหารที่เพิ่งจะเปิดตัวได้ไม่นานเธอเองก็ต้องคอยแวะเวียนเข้าไปดูแลแต่ในครอบครัวก็ไม่ได้แย่อะไร ทุกคนรักกันดีไม่ได้มีปัญหา เจ้าคุณก็เป็นเด็กดีมาก ไม่มีเรื่องอะไรมาให้ต้องหนักใจเลยร้านอาหารขวัญพิชชา"คุณพิชาครับ มีคนมาหาครับ""ใครคะ?""ผมเองก็ไม่ทราบครับ แต่เป็นเด็ก""......" พอได้ยินอย่างนั้นเธอก็รีบเดินออกไปทันที เพราะเธอรู้ว่าใครมา แต่เธอไม่คิดว่าเจ้าคุณจะมาที่นี่ในเวลาแบบนี้และนี่ก็เป็นครั้งแรกด้วยที่เจ้าตัวมา ไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไรหรือเปล่า"เจ้าคุณมีอะไรหรือเปล่า?""ไม่มีครับพอดีผมเลิกเรียน โทรหาพ่อแล้วแต่พ่อติดประชุม พ่อบอกให้มาที่ร้านของพี่พิชาก่อน""อ๋อ มานั่งลงก่อนสิเดี๋ยวพี่หาอะไรให้กิน แล้วกลับพร้อมกับพี่ก็ได้ไม่ต้องรอพ่อเรามารับหรอก จะได้ไม่ต้องวนไปวนมา""ครับ"เพราะร้านอาหารมันเพิ่งจะเปิดตัว อะไรๆ มันจึงค่อนข้างจะวุ่นวายด้วย แต่ก็ไม่ได้ลำบากอะไรขนาดนั้น เพราะเธอมีทุกอย่างพร้อมแล้ว"นี่ค
"แต่งงานกับผมนะครับพิชา""!!!!" ฉันยืนอึ้งตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ฉันกำลังถูกเขาขอแต่งงานงั้นเหรอ มันเรื่องจริงใช่ไหม ฉันไม่ได้ฝันไปใช่หรือเปล่า เรื่องแต่งงานมันเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากนะสำหรับฉัน"คิดอะไรอยู่ครับ ผมไม่ได้พูดเล่นนะครับ""ฉะ ฉันไม่คิดไม่ฝันว่ามันจะเป็นเรื่องจริง คือฉัน..." ให้ตายสิ ฉันพูดอะไรไม่ออกเลย ตื่นเต้นจนมือสั่นไปหมด เพิ่งเคยตื่นเต้นแบบนี้เป็นครั้งแรกเลยด้วย"แต่งงานกับผมนะครับ ให้ผมได้ดูแลคุณในฐานะสามีที่ถูกต้องตามกฎหมาย""ตะ ตกลงค่ะ ฉันตกลง" ฉันรีบตอบออกไป เพราะกลัวว่าตัวเองจะมัวแต่ยืนอึ้งไม่ได้ตอบกลับเขาแหวนถูกสวมเข้ามาในนิ้วของฉัน เคยเห็นเหมือนกันนะการขอแต่งงานแบบนี้น่ะ แต่ฉันก็ไม่คิดว่าจะได้เจอกับตัวเอง ดูเหมือนว่าเขาจะเตรียมการเรื่องพวกนี้มาหมดแล้ว และฉันก็ไม่รู้เรื่องมาก่อนเลยด้วย"นี่คุณชวนฉันมาเที่ยวที่นี่ เพื่อเรื่องนี้โดยเฉพาะเลยเหรอคะ?""ครับ""......""แต่เรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับเจ้าคุณนะครับ เขาเป็นคนวางแผนให้ผมเอง""หืม..." ฉันมองไปที่เจ้าคุณ"เจ้าคุณอยากให้ผมขอคุณแต่งงาน ก็เลยช่วยจัดการเรื่องงานตรงนี้ให้ วางแผนให้""ขอบคุณนะครับเจ้าคุณ"
เวลาต่อมาหลังจากที่ผ่านเรื่องวุ่นวายมาเราสองคนก็กลับมาเริ่มต้นกันใหม่ มันเป็นฉันเองแหละที่ไม่มีความเชื่อใจในตัวของเขา ฉันผิดเองที่เอาแต่ใจร้อนและตัดสินเขา ในขณะที่เขากำลังพยายามบอกความจริง แต่ฉันกลับไม่เชื่อเลยสักนิด กลับไปเชื่อผู้หญิงคนนั้นมากกว่าแต่ก็นะผู้หญิงมาร้องไห้อ้อนวอนขอสามีคืน เพราะสงสารลูก อยากให้เขากลับไป ฉันเข้าใจสถานการณ์แบบนี้ก็เลยสงสาร และก็ไม่ได้คิดอะไรเลย เป็นผู้หญิงเหมือนกันแท้ๆ แต่ก็ไม่คิดว่าจะมีมารยาได้มากขนาดนี้แต่ก็ต้องขอบคุณแหละ ที่เผยธาตุแท้ออกมาให้เห็น เพราะไม่อย่างนั้นฉันก็คงไม่ฉุกคิด และก็คงโง่เชื่อแบบนั้นไปตลอด..หมับ!~"คิดอะไรอยู่ครับ เงียบเชียว?""ตกใจหมดเลยค่ะ มาไม่ให้ซุ่มไม่ให้เสียงเลย""ตกใจทำไมครับ ผมไม่ใช่ผีสักหน่อย""......""คิดอะไรอยู่ล่ะครับ ถึงได้เหม่อลอยไม่รู้ว่าผมเดินมา""ก็เรื่องที่เกิดขึ้นแหละค่ะ" พูดจบฉันก็หันกลับไปหาเขา พอมองหน้าเขาฉันก็หัวเราะออกมาเล็กน้อย "ฉันนี่โง่จังเลยนะ""ทำไมว่าตัวเองแบบนั้นล่ะครับ""ฉันโง่ที่ไม่ยอมเชื่อคุณไง แต่ฉันก็ไม่คิดว่า ผู้หญิงแบบนั้นก็จะมีมารยาเหมือนกัน แสดงละครเอาซะฉันเชื่อจนหมดใจเลย""คุณไม่ได้โง่สั
บ้านของกฤษณ์หิรัญพิชาเดินเข้าไปอย่างเชื่องช้า เพราะเธอไม่ได้บอกเขามาก่อนว่าเธอจะกลับมา และก็ไม่คิดด้วยว่าวันปกติทำงานอย่างนี้ เขาจะอยู่ที่บ้านพอเดินเข้าไปถึงในตัวบ้าน เธอก็ได้เห็นเด็กคนนึงกำลังนั่งเล่นอยู่ ทันทีที่ได้มองหน้ากัน เธอก็รู้ได้ทันทีว่าเด็กคนนี้คือใคร ในรูปมองว่าเหมือนแล้วตัวจริงเหมือนกว่าอีก"พี่สาว มาหาใครครับ?""เอ่อคือ..." ที่บอกว่าไม่ค่อยถูกกับเด็กน่ะเรื่องจริงนะ ไม่รู้จะรับมือยังไง ในหัวในความคิดคือเด็กจะชอบร้องไห้งอแง เอาแต่ใจเอาแต่อารมณ์ พอไม่ได้ดั่งใจขึ้นมาก็โวยวาย"ให้ผมไปตามพ่อให้ไหมครับ?""ฉัน...""เจ้าคุณครับใครมา เราคุยกับใครอยู่พ่อได้ยินเสียง" เสียงของหิรัญดังมาก่อนที่เจ้าตัวจะเดินตามเสียงมาติดๆ เขาที่ได้เห็นเธอก็มีท่าทีตกใจ ก่อนจะรีบเดินเข้ามาหา"คุณพิชา""เอ่อฉัน...ฉันมา""???""นะ นี่ลูกของคุณเหรอ?" เธอเปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อกลบเกลื่อนน้ำเสียงอึกอักของตัวเองในตอนนี้ ถ้ายังยืนกรานจะคุยเรื่องเดิม มีหวังเธอได้พูดไม่ออกแน่ๆ"ครับ นี่เจ้าคุณครับ ลูกชายของผมเอง พอดีผม...""ไม่ต้องพูดหรอก ฉันพอจะรู้มาบ้างแล้ว""คะ ครับ รู้ได้ยังไงครับ!?""เด็กคนนี้ชื่ออะไรเหรอ เจ
บ้านเจ้าสัวภานุวัฒน์"หยุดเดี๋ยวนี้นะพิชา หยุดและคุยกับพ่อเดี๋ยวนี้ อย่าเดินหนีพ่อ!""......" ขณะที่กำลังเดินกลับเข้ามาในบ้าน เธอก็ถูกผู้เป็นพ่อนั้นเรียกเสียงดังยกใหญ่ตั้งแต่หน้าบ้านมาแล้ว แต่เธอก็ไม่ยอมหยุดเลย จนกระทั่งกำลังจะก้าวขึ้นบันได น้ำเสียงที่เกรี้ยวกราดของคนเป็นพ่อทำให้เธอต้องหยุดชะงัก"อ
ช่วงบ่ายหลังจากนั่งพักอยู่ที่คาเฟ่ร้านกาแฟกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราสองคนก็กลับขึ้นมาทำงานของตัวเองกันต่อ ฉันเห็นรถของคุณพ่อจอดอยู่ที่เดิม แปลว่าคุณพ่อไม่ได้ออกไปกินข้าวข้างนอกสินะ"มีอะไรหรือเปล่าคะ?" ฉันถามคุณหิรัญ เพราะก่อนหน้านั้นเขาบอกว่าเขาจะไปหาคุณพ่อที่ห้องทำงาน แต่ผ่านไปไม่ถึงนาทีเขาก็เดินก
ร้านอาหารLL "สั่งได้เลยนะครับ""คุณกินเหมือนกับฉันหรือคะ ถึงได้ให้ฉันสั่ง?""อ่า...ก็คิดว่าน่าจะกินด้วยกันได้ อีกอย่างอาหารร้านนี้อร่อยทุกเมนูครับ ผมรับประกันได้เลย""......" เธอพยักหน้าตอบรับ จากนั้นก็หยิบเมนูอาหารมาเปิดดู สั่งอาหารกับพนักงานไปอยู่ 3-4 อย่าง ในเมื่อเขาการันตีว่าอร่อยขนาดนี้ เธอก็
เวลาต่อมา ณ. บริษัทภานุวัฒน์จำกัด ในขณะที่ใครต่อใครนั้นไม่สามารถรับมือกับความเนี๊ยบในการทำงานของขวัญพิชชาได้ แต่ทว่าเขาคนนี้กลับรับมือเธอได้อย่างน่าประหลาด เธอเป็นคนที่ตรงไปตรงมา ไม่หักไม่งอไม่อ่อนข้อให้ใครทั้งนั้น กับเรื่องการทำงานทุกอย่างต้องเรียบร้อย เธอจะไม่ปล่อยผ่านแม้มันจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อ







