Masukเช้าวันต่อมาของอีกวัน
"ลูกล่ะ ทำไมไม่ลงมากินข้าวสักที จะได้ออกไปทำงานกัน"
"ไปดื่มตั้งแต่เมื่อคืน ยังไม่กลับค่ะ"
"อะไรนะ! แล้วนี่โทรตามแล้วหรือยัง?"
"ไม่ได้โทรค่ะ แต่ลูกบอกเอาไว้แล้ว ถ้าเมาไม่มากก็กลับได้ แต่ถ้าเมามากก็จะเปิดโรงแรมนอนใกล้ๆ"
"ให้ตายสิ ทำตัวเหลวไหลจริงๆ"
"ลูกเครียดเลยออกไปดื่ม เหลวไหลตรงไหนคะ ที่ผ่านมาลูกก็ทำงานให้คุณมาโดยตลอด"
"เหลวไหลตรงที่เป็นผู้หญิงแล้วออกไปดื่มคนเดียวนี่แหละ ถ้าเกิดอะไรไม่ดีขึ้นมาจะทำยังไง?"
"......" คุณหญิงไม่ได้ตอบกลับอะไรสามี เพราะเธอเบื่อที่จะต้องพูดหรือตอบคำถามอะไรกับคนที่อคติแบบนี้ ตอนนี้ขวัญพิชชาไม่ใช่เด็กเหมือนแต่ก่อนแล้ว เธอบรรลุนิติภาวะ และเธอก็เก่งมากพอที่จะสามารถเอาตัวรอดได้
ก็แค่เชื่อมั่นในตัวลูก ปล่อยลูกให้ได้ออกไปปลดปล่อยบ้างมันจะเป็นอะไรไป
.
.
ผ่านไปสักพัก~
"นี่คุณหญิงคอยดูลูกด้วยนะ ถ้าพิชากลับมาแล้ว โทรบอกผมด้วย หรือถ้ายังไม่กลับมายังไง ก็ต้องโทรบอกผม"
"ห่วงด้วยเหรอคะ ปกติฉันไม่เห็นคุณจะสนใจอะไรแบบนี้เลย"
"อย่ามายอกย้อนผมนะ!"
"เหอะ! เดี๋ยวนี้คนในครอบครัว ทำอะไรก็ผิดไปหมดเลยสินะ ฉันไม่อยากคุยกับคุณแล้ว อยากจะทำอะไรก็เชิญตามสบาย"
"......"
.
.
หลังจากนั้นเจ้าสัวภาณุก็นั่งรถมาที่ทำงานเหมือนอย่างเคย
"สวัสดีครับเจ้าสัว"
"อื้ม สวัสดี"
"คุณ..."
"วันนี้พิชาไม่มาหรอก เห็นแม่เขาบอกว่าออกไปดื่มตั้งแต่เมื่อคืนแล้วป่านนี้ยังไม่กลับเข้าบ้านเลย วันนี้ทั้งวันก็คงไม่มาทำงานหรอก เอาเป็นว่าเธอทำงานทั้งหมดไว้ก่อน ไว้รอพิชาเขากลับมาทำงานแล้วค่อยเอาให้เขา"
"ขอโทษนะครับ เรื่องเมื่อวาน"
"ฉันเองก็ต้องขอโทษนายเหมือนกันสินะ ที่ทำให้นายโดนไปด้วย"
"ไม่เป็นไรครับ"
"เอาล่ะไปทำงานเถอะ"
"ครับ"
วันนี้เป็นวันทำงานที่แสนเงียบเหงา เพราะปกติพิชาจะต้องนั่งอยู่ตรงหน้าของเขา และขะมักเขม้นอยู่กับงานของเธอเอง ปกติเงยหน้าขึ้นไปก็จะต้องมองเห็นเธอที่กำลังก้มหน้าทำงานอยู่ แต่วันนี้กลับไม่เจอเธอเหมือนอย่างเคย มันเลยรู้สึกแปลกไปหมด
คงเป็นเพราะเรื่องเมื่อวาน ทะเลาะกันอยู่ที่นี่อีกและเธอก็คงกลับไปทะเลาะกับพ่อของเธอที่บ้านอีกรอบ ถ้าเขาเดาไม่ผิดน่ะนะ
หิรัญถอนหายใจออกมาอย่างแรง เขารู้สึกไม่ชินเลย และก็บอกไม่ถูกว่ามันเป็นความรู้สึกอะไร แต่การที่เงยหน้าขึ้นมาแล้วมองเห็นพิชานั่งทำงานอยู่เขารู้สึกสบายใจมากกว่า พอเธอมาหายไปแบบนี้แล้ว เขารู้สึกไม่ดีเอาซะเลย
.
.
สองวันถัดมา
คนที่บ้านของเจ้าสัวภานุวัฒน์ เริ่มกระวนกระวายอยู่ไม่เป็นสุขโดยเฉพาะผู้เป็นแม่ เพราะสองวันแล้วที่ลูกสาวไม่กลับบ้าน และเธอก็ติดต่อไม่ได้ ไม่รู้ว่าเธอหายออกไปที่ไหน ทำเอาคนเป็นพ่อนั้นถึงกับต้องโร่แจ้งความคนหายเอาไว้
"เพราะคุณนั่นแหละ ปล่อยให้ลูกไป แล้วนี่ลูกหายไปไหนก็ไม่รู้ ถ้าลูกเป็นอะไรขึ้นมานะ...คุณโดนดีแน่"
"ลูกฉัน ฉันก็ห่วงไม่ต่างจากคุณหรอก อย่ามาทำตัวเป็นพ่อที่แสนดีตอนนี้หน่อยเลย ที่ลูกต้องเครียด อยู่ไม่เป็นสุข จนต้องออกไปดื่ม มันก็เป็นเพราะใครกันล่ะ!"
"อย่ามาโทษผมนะ!"
"ความผิดของคนอื่นใหญ่เท่าภูเขา แต่มองเห็นความผิดของตัวเองเล็กเท่ามด!"
"!!!!"
ทั้งสองยื่นถกเถียงกัน และทะเลาะกันอยู่ยกใหญ่เกี่ยวกับเรื่องที่พิชาหายตัวออกไป ไร้การติดต่อกลับ
จากคนที่เคยคุยดีกันไม่ทะเลาะกันเคารพและให้เกียรติกัน ตอนนี้มันไม่เป็นอย่างนั้นอีกแล้ว คุณหญิงจากที่ทนเงียบมาโดยตลอด ก็เริ่มมีปากเสียงกล้าถกเถียงและโต้แย้ง กล้าที่จะตอกย้อนกลับไป ว่าทุกอย่างที่มันเกิดขึ้น ไม่ใช่ความผิดของตัวเองหรือลูก แต่เป็นความผิดของผู้ชายมักมากหลายใจต่างหาก
และถึงจะทะเลาะกันแค่ไหน แต่ลูกก็ยังคือคนสำคัญที่สุดในชีวิตอยู่ดี
ครอบครัวมันดูไม่เป็นครอบครัวมาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่มัธยมที่พิชาต้องเห็นพ่อของเธอมีผู้หญิงคนอื่น จนกระทั่งเวลาผ่านล่วงเลยมาจนถึงปัจจุบันนี้ ก็ร่วม 10 ปีได้แล้วล่ะ
ทุกอย่างมันร้าวราน ร้าวฉานมาตั้งแต่ตอนนั้นอยู่แล้ว ถึงตอนนี้ถ้าจะมีอะไรเกิดขึ้นอีก เธอก็ไม่ตกใจอะไรแล้วล่ะ และก็จะไม่ร้องไห้ เพราะเธอมีสติมากพอที่จะรับมือ การร้องไห้คือการอ่อนแอต่อหน้าคู่ต่อสู้
.
.
เวลาต่อมา
คลิก~
พิชา : พิสบายดีนะคะ ไม่ได้เป็นอะไร ไม่ได้ไม่สบาย ตอนนี้อยากอยู่คนเดียวเงียบๆ ค่ะ
"ลูกส่งข้อความมาหาแล้ว บอกว่าไม่ได้เป็นอะไร ยังสบายดี แต่ยังอยากอยู่คนเดียว"
"ทำไมลูกถึงไม่ส่งข้อความหาผม?"
"ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอคะ"
คุณหญิงพูดแค่นั้นก่อนจะเดินออกไป ตอนแรกที่เดินมาหาก็แค่จะบอกว่า ขวัญพิชชาส่งข้อความตอบกลับมาแล้วก็เท่านั้นเอง จะได้เลิกเป็นห่วง และก็จะได้เลิกรอคอยสักที
"เดี๋ยวก่อนคุณหญิง"
"อะไรคะ? จะตามหาเรื่อง ที่ลูกไม่ยอมส่งข้อความหาเหรอคะ เรื่องนี้ฉันคงให้คำตอบไม่ได้หรอกค่ะ แต่คิดว่าคุณก็น่าจะรู้อยู่แล้ว ว่าเป็นเพราะอะไร เพราะฉะนั้น อย่ามาเค้นเอาอะไรจากฉันเลยค่ะ ไม่มีอะไรจะพูดทั้งนั้น!"
"ลูกได้บอกไหม ว่าจะกลับตอนไหน กลับเมื่อไหร่"
"ไม่ได้บอกหรอกค่ะ แต่ฉันก็คิดว่ามันก็ดีนะคะ ให้ลูกไปอยู่ที่อื่นนานๆ จะได้ไม่ต้องมาเห็นภาพบาดตาบาดใจ!"
"นี่คุณเป็นอะไรของคุณเนี่ย หยุดพูดจาหาเรื่องผมสักทีได้ไหม เรื่องวันนั้นผมก็อธิบายแล้วไง ว่าผมไม่ได้เป็นคนพามา!"
"จะยังไงก็แล้วแต่ คุณควรบอกกล่าวกับผู้หญิงของคุณให้หมด ว่าไม่ควรมาที่นั่น สัญญาก็เป็นสัญญา เลี้ยงลูกมาเองกับมือ น่าจะรู้ดีนะคะว่าลูกเป็นคนนิสัยยังไง"
"......."
"อ้อ...แล้วก็ไม่ต้องมานั่งเฝ้า คอยถามแล้วนะคะ คุณอยากทำอะไรคุณก็ไปเถอะ อย่ามาทำให้ฉันอึดอัดเลย"
"เดี๋ยวนี้คุณรำคาญสามีตัวเองแล้วเหรอ?"
"สามี? สามีของฉันเหรอคะ ใช่เหรอ กินมั่วขนาดนี้ ฉันนึกว่าสามีสาธารณะซะอีก"
"คุณหญิง!"
"เมื่อก่อนฉันก็ยอมรับนะคะว่าฉันเสียใจ แต่นี่มันก็ผ่านมานานมากแล้ว ฉันไม่รู้สึกอะไรแล้วล่ะค่ะ ไม่เจ็บแล้วด้วย"
"......"
เช้าวันต่อมาของอีกวัน"ลูกล่ะ ทำไมไม่ลงมากินข้าวสักที จะได้ออกไปทำงานกัน""ไปดื่มตั้งแต่เมื่อคืน ยังไม่กลับค่ะ""อะไรนะ! แล้วนี่โทรตามแล้วหรือยัง?""ไม่ได้โทรค่ะ แต่ลูกบอกเอาไว้แล้ว ถ้าเมาไม่มากก็กลับได้ แต่ถ้าเมามากก็จะเปิดโรงแรมนอนใกล้ๆ""ให้ตายสิ ทำตัวเหลวไหลจริงๆ""ลูกเครียดเลยออกไปดื่ม เหลวไหลตรงไหนคะ ที่ผ่านมาลูกก็ทำงานให้คุณมาโดยตลอด""เหลวไหลตรงที่เป็นผู้หญิงแล้วออกไปดื่มคนเดียวนี่แหละ ถ้าเกิดอะไรไม่ดีขึ้นมาจะทำยังไง?""......" คุณหญิงไม่ได้ตอบกลับอะไรสามี เพราะเธอเบื่อที่จะต้องพูดหรือตอบคำถามอะไรกับคนที่อคติแบบนี้ ตอนนี้ขวัญพิชชาไม่ใช่เด็กเหมือนแต่ก่อนแล้ว เธอบรรลุนิติภาวะ และเธอก็เก่งมากพอที่จะสามารถเอาตัวรอดได้ก็แค่เชื่อมั่นในตัวลูก ปล่อยลูกให้ได้ออกไปปลดปล่อยบ้างมันจะเป็นอะไรไป..ผ่านไปสักพัก~"นี่คุณหญิงคอยดูลูกด้วยนะ ถ้าพิชากลับมาแล้ว โทรบอกผมด้วย หรือถ้ายังไม่กลับมายังไง ก็ต้องโทรบอกผม""ห่วงด้วยเหรอคะ ปกติฉันไม่เห็นคุณจะสนใจอะไรแบบนี้เลย""อย่ามายอกย้อนผมนะ!""เหอะ! เดี๋ยวนี้คนในครอบครัว ทำอะไรก็ผิดไปหมดเลยสินะ ฉันไม่อยากคุยกับคุณแล้ว อยากจะทำอะไรก็เชิญตามสบาย""...
บ้านเจ้าสัวภานุวัฒน์"หยุดเดี๋ยวนี้นะพิชา หยุดและคุยกับพ่อเดี๋ยวนี้ อย่าเดินหนีพ่อ!""......" ขณะที่กำลังเดินกลับเข้ามาในบ้าน เธอก็ถูกผู้เป็นพ่อนั้นเรียกเสียงดังยกใหญ่ตั้งแต่หน้าบ้านมาแล้ว แต่เธอก็ไม่ยอมหยุดเลย จนกระทั่งกำลังจะก้าวขึ้นบันได น้ำเสียงที่เกรี้ยวกราดของคนเป็นพ่อทำให้เธอต้องหยุดชะงัก"อย่าเดินหนีพ่อแบบนี้นะ ลงมาคุยกันเดี๋ยวนี้!""เกิดอะไรขึ้นคะ คุณภาณุ พิชา" ผู้เป็นแม่เดินออกมาดู เพราะได้ยินเสียงดังอ้าวของผู้เป็นสามี"คุณดูลูกสาวของคุณสิ ทำนิสัยแย่มากเลยนะ" กำลังตำหนิลูกสาว ที่บอกว่ารักนักรักหนา ต่อหน้าภรรยา"เกิดอะไรขึ้นลูก?""ไม่น่ามาถามพินะคะว่าเกิดอะไรขึ้น ถามคุณพ่อเองจะดีกว่าว่าทำอะไรไว้ อย่ามาโทษคนอื่นหน่อยเลยค่ะ ทุกสิ่งทุกอย่างมันก็มาจากความมักมากของตัวเองนั่นแหละ!""พิชา!!""อย่าพูดแบบนั้นสิลูก เอาล่ะ ใครสักคนก็ได้ บอกมาทีว่ามันเกิดอะไรขึ้น?" เพราะอยู่แต่บ้านจึงไม่ได้รับรู้เรื่องโลกภายนอกอะไรเลย ไม่รู้เลยว่าสามีและลูกสาวไปเจออะไรมาบ้าง"วันนี้คุณพ่อทำผิดสัญญาค่ะ สัญญาที่บอกว่า จะไม่พาผู้หญิงคนไหนมาในพื้นที่ของเรา""คุณภาณุ...""เรื่องนั้นผมอธิบายได้ แต่สิ่งที่ลูกสา
ช่วงบ่ายหลังจากนั่งพักอยู่ที่คาเฟ่ร้านกาแฟกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราสองคนก็กลับขึ้นมาทำงานของตัวเองกันต่อ ฉันเห็นรถของคุณพ่อจอดอยู่ที่เดิม แปลว่าคุณพ่อไม่ได้ออกไปกินข้าวข้างนอกสินะ"มีอะไรหรือเปล่าคะ?" ฉันถามคุณหิรัญ เพราะก่อนหน้านั้นเขาบอกว่าเขาจะไปหาคุณพ่อที่ห้องทำงาน แต่ผ่านไปไม่ถึงนาทีเขาก็เดินกลับออกมาแล้ว"ไม่มีอะไรหรอกครับ แต่ท่านเจ้าสัวมีแขกอยู่ ผมก็เลยไม่อยากเข้าไปรบกวน""???" ฉันไม่ได้ตอบอะไรแต่งงอยู่ คุณพ่อเนี่ยนะมีแขกเวลานี้ ไม่เห็นบอกเลยว่าวันนี้ใครจะมาหา"เอ่อคุณพิชาครับ เมื่อกี้ท่านเจ้าสัวฝากมาบอกว่า ให้คุณพิชาไปเอาเอกสารอีกบริษัทนึงครับ แล้วก็ให้ผมเป็นคนขับรถไปให้""ฉันเนี่ยนะ ต้องไปเอาเอกสาร?"ที่ถามเพราะปกติถ้ามีเอกสารจะต้องส่ง พนักงานที่บริษัทนั้นจะเป็นฝ่ายเอาเอกสารมาส่งเอง ไม่จำเป็นต้องให้คนของบริษัทนี้ไปเอา โดยเฉพาะฉัน ที่มันไม่ได้มีหน้าที่อะไรตรงนี้เลย"ครับ เห็นว่าเป็นเอกสารสำคัญ ตอนนี้ท่านก็ติดธุระคุยกับแขกอยู่ครับ เลยไม่สามารถไปเอาได้""......" ฉันพยักหน้าตอบรับ ก่อนจะออกไปพร้อมกับคุณหิรัญลงไปที่ด้านล่างด้วยกัน แต่ฉันรู้สึกแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้"ขึ้นรถสิครับ""รอ
ร้านอาหารLL "สั่งได้เลยนะครับ""คุณกินเหมือนกับฉันหรือคะ ถึงได้ให้ฉันสั่ง?""อ่า...ก็คิดว่าน่าจะกินด้วยกันได้ อีกอย่างอาหารร้านนี้อร่อยทุกเมนูครับ ผมรับประกันได้เลย""......" เธอพยักหน้าตอบรับ จากนั้นก็หยิบเมนูอาหารมาเปิดดู สั่งอาหารกับพนักงานไปอยู่ 3-4 อย่าง ในเมื่อเขาการันตีว่าอร่อยขนาดนี้ เธอก็ไม่ได้เลือกของที่ตัวเองชอบกินมาทั้งหมดหรอก"บอกตามตรงนะครับ ผมเพิ่งรู้ว่าคุณพิชา เป็นลูกสาวคนเดียวของเจ้าสัวภาณุ""ไปอยู่ไหนมาคะถึงไม่รู้""ผมรู้ว่าเจ้าสัวท่านมีลูกสาว แต่ผมไม่เคยเห็นหน้าคุณพิชชามาก่อนก็เลยไม่รู้ ถ้าเจอกันข้างนอกก่อนที่ท่านเจ้าสัวจะพามาแนะนำ ผมก็คงไม่รู้จัก""......" เธอเงียบใส่เขา"เห็นว่าคุณพิชาไปเรียนต่างประเทศมา ไปเรียนอยู่ที่ไหนเหรอครับ?""อังกฤษค่ะ""เก่งมากเลยนะครับ""ขอบคุณค่ะ""เอ่อ...""อยากรู้อะไรอยากถามอะไรก็ถามมาเถอะค่ะ ไม่ต้องกลัวฉันคิดมากหรอก ฉันไม่ใช่คนคิดมากอะไรขนาดนั้น""ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมแค่อยากชวนคุย กลัวว่าบรรยากาศมันจะเสีย แต่ผมก็ดันเป็นคนชวนคุยไม่เก่งซะด้วยสิ""นั่งเงียบๆ ก็ไม่เป็นอะไรค่ะ ฉันเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรเหมือนกัน""ครับ"..ไม่นานนักอาหารที่
เวลาต่อมา ณ. บริษัทภานุวัฒน์จำกัด ในขณะที่ใครต่อใครนั้นไม่สามารถรับมือกับความเนี๊ยบในการทำงานของขวัญพิชชาได้ แต่ทว่าเขาคนนี้กลับรับมือเธอได้อย่างน่าประหลาด เธอเป็นคนที่ตรงไปตรงมา ไม่หักไม่งอไม่อ่อนข้อให้ใครทั้งนั้น กับเรื่องการทำงานทุกอย่างต้องเรียบร้อย เธอจะไม่ปล่อยผ่านแม้มันจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ตามแต่ทว่าด้วยความตรงไปตรงมาของเธอก็กลับทำให้ใครหลายคนไม่พอใจเช่นกันฟึ่บ~แผ่นเอกสารถูกวางลงตรงหน้าของหญิงสาวขณะที่เธอนั้นกำลังก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ เธอชำเลืองตาขึ้นมองเห็นแค่หัวข้อของแผ่นกระดาษก็พอจะเข้าใจแล้วว่ามันคืออะไร"เสร็จแล้วเหรอคะ?""เปล่า ผมแค่ไปแก้เล็กๆ น้อยๆ มาให้น่ะ แค่นี้ก็น่าจะได้แล้วใช่ไหม""ที่ฉันบอกว่าให้ไปแก้มา คือแก้ทั้งหมดค่ะ ไม่ใช่แก้เฉพาะจุด ฉันไม่ชอบการขีดฆ่าแล้วเอาปากกาเขียนทับ มันดูไม่เรียบร้อย""แต่ว่ามันก็...""ทำงานนะคะ ไม่ใช่เล่นขายของ นี่มันบริษัทใหญ่ ตัวเลขผิดพลาดแค่จุดเดียว เสียหายได้หลายล้านเลยนะคะ""เอิ่บ...โอเคครับ เดี๋ยวผมจะไปแก้ทั้งหมดมาให้""เชิญค่ะ"ใครที่บอกว่าเธอเลือกปฏิบัติสั่งงานหนักๆเฉพาะพนักงานในบริษัท ไม่เป็นความจริงเลย แม้กระทั่งหิรัญผู
บริษัทภานุวัฒน์จำกัด หลังจากจัดการเรื่องวุ่นวายออกไปได้ฉันก็ใช้ชีวิตตามปกติ เรื่องผู้หญิงของคุณพ่อไม่มีมาให้กวนใจอีกเลย คงเพราะฉันมาอยู่ใกล้ขึ้นล่ะมั้งเลยไม่กล้า เพราะไม่อย่างนั้นฉันคงได้ระเบิดลงจนใครๆ ก็ขวัญเสียกันแน่ๆก๊อกๆๆ ~"ขวัญพิชชา พ่อขอเข้าไปได้หรือเปล่า?""เข้ามาได้ค่ะ"คุณพ่อเดินเข้ามาในห้องทำงานของฉัน และก็พาใครก็ไม่รู้มาด้วย เขาเป็นผู้ชายยังหนุ่มยังแน่นอยู่เลย แถมหน้าตาดีด้วย"มีอะไรหรือเปล่าคะ?""พ่อพาคนมาแนะนำให้รู้จักน่ะ คนนี้ชื่อคุณกฤษฎิ์หิรัญ หรือว่าคุณหิรัญ เขามีหุ้นอยู่ในบริษัทของเราด้วยน่ะ""อ๋อ สวัสดีค่ะ""ครับ""นี่ลูกสาวของผมเองนะครับ ทำความรู้จักกันไว้ เพราะยังไงเดี๋ยวก็ต้องได้เจอกันบ่อยๆ""ค่ะ"ฉันตอบโดยที่ตัวเองยังก้มหน้าทำงานอยู่ ก็ดูไร้มารยาทแหละ แต่ฉันไม่ได้อยากทำความรู้จักกับใคร ตั้งแต่มาที่นี่ฉันก็ก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเอง ไม่ได้สนใจว่าใครจะเป็นยังไง นอกซะจากไม่มาวุ่นวายกับฉันก่อน เหมือนกับสามคนนั้นที่โดนไล่ออกไป"พิชา..""คะ?""เงยหน้าคุยกันก่อนสิลูก""คุณพ่อจะให้พิ คุยอะไรกับเขาล่ะคะ?""เอิ่บ...""ก็ถ้าไม่มีอะไรจะพูดกัน ก็แยกย้ายกันไปทำงานเถอะค่ะ""







