Masukกลิ่นไอดินหลังฝนตกที่ฟุ้งกระจายคละเคล้าเข้ากับกลิ่นปูนของสิ่งก่อสร้าง และถนนสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย ต่างจากบรรยากาศภายในรถหรูที่มาเฟียหนุ่มเพิ่งเข้ามานั่ง
แม้ใบหน้าคมคายหล่อเหลาของราฟาเอลจะเรียบนิ่งปราศจากคลื่นอารมณ์ ทว่าบรรยากาศรอบตัวเขากลับเต็มไปด้วยแรงกดดันบางอย่างที่ทั้งน่าหวาดหวั่นและน่าเกรงกลัวไปพร้อมกัน
“เบาหน่อยเสี่ย อากาศกำลังดีแท้ ๆ” เสียงแหบทุ้มเอ่ยทำลายความเงียบพร้อมกับที่นัยน์ตาสีอเมทิสต์เหลือบมองเพื่อนสนิทครู่หนึ่ง ก่อนจะเบนกลับไปมองที่พื้นถนนเบื้องหน้าเช่นเดิม
“ได้เรื่องว่าไงบ้าง”
“ก็พล็อตน้ำเน่า คุณหนูตระกูลปลายแถว พ่อแม่ตายกะทันหันญาติพี่น้องเลยตามรุมทึ้งจะฮุบสมบัติ” ข้อมูลเบื้องต้นที่เจ้าตัวสั่งให้ลูกน้องไปรวบรวมมาถูกรายงานด้วยน้ำเสียงไม่จริงจังนักตามนิสัยกวน ๆ ของคุณชายตระกูลหลักอีกตระกูลอย่าง คิริลล์ บุราณีพิพัฒน์
“งั้นเหรอ” นัยน์ตาสีอำพันดุดันเบนออกไปมองนอกหน้าต่างรถที่กำลังแล่นด้วยความเร็วไปบนถนนที่ทอดยาวเบื้องหน้า
ภาพหญิงสาวตัวคนเดียวที่สั่นระริกต่อหน้าเขาเมื่อไม่กี่นาทีก่อนฉายวนกลับเข้ามาในหัว สร้างคลื่นอารมณ์บางอย่างในนัยน์ตาคมคู่นั้นก่อนจะถูกเจ้าตัวสลัดออกไปอย่างไม่ไยดี
“จะเป็นเจ้าชายขี่ม้าขาวหรือไง” คำถามตรงไปตรงมาของคิริลล์ทำให้มุมปากหยักของราฟาเอลยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยตอบ
“เจ้าชายก็เหี้ย”
ในสายตาคนอื่นแม้กระทั่งตัวเอง เขาไม่ได้ใกล้เคียงเลยกับคำว่าเจ้าชาย
โดยเฉพาะคนในแวดวงสังคมธุรกิจใต้ดิน ต่างรู้กันดีว่าคุณชายใหญ่ลูเธอร์ไม่ต่างจากอสูรร้าย และอสูรร้ายอย่างเขาก็เกลียดคนที่สร้างปัญหาให้เขามากที่สุด
“เป็นอสูรก็ไม่ตรงสูตรสำเร็จนิยายน้ำเน่าดิ”
“กูไม่ได้ใจดี…” ประโยคถูกเว้นว่างไว้พร้อมกับที่มุมปากหยักของคนฟังยกยิ้ม เมื่อไล่ตามความคิดของนายเหนือหัวลูเธอร์ทัน
“…และความเมตตาก็ไม่คู่ควรกับเศษสวะอย่างพวกมัน” น้ำเสียงเย็นยะเยือกเอ่ยออกมา พร้อมกับที่นัยน์ตาสีอำพันเบนกลับมามองถนนเบื้องหน้า
คิริลล์รู้ดีว่าการที่ราฟาเอลยอมยื่นมือเข้าไปแทรกแซงปัญหาภายในตระกูลอื่นอย่างที่ไม่เคยทำคืออะไร และการปล่อยตระกูลที่ตอนนี้มีแต่เหลือบไรที่รังแต่จะคอยสร้างปัญหาให้ตระกูลอื่นในอนาคตเป็นสิ่งที่ผู้นำไม่ควรเพิกเฉย
แม้ปัญหาจะยังไม่มาถึงตัวโดยตรง ทว่าหากปล่อยไว้คนโลภมากอาจจะนำปัญหาภายนอกเข้ามา จนสร้างความยุ่งยากให้เขาในภายหลัง การเก็บกวาดทำความสะอาดจึงเป็นสิ่งที่ผู้นำควรทำ
“สั่งคนให้ไปรวบรวมหลักฐานมาให้ครบ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบอีกครั้ง
“ไม่ฆ่าทิ้งซะงั้น”
“สภาจะเพ่งเล็ง”
“สนทำไมแค่สภา” นัยน์ตาสีอเมทิสต์เหลือบมองคุณชายใหญ่เพียงครู่ก่อนจะเบนกลับมามองถนนเบื้องหน้าเพื่อขับรถต่อ
“มึงก็รู้ว่ากูไม่สน…”
คิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อยก่อนที่รอยยิ้มบางจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายขี้เล่น เมื่อได้ฟังประโยคถัดมาจากอีกฝ่าย
“…เอิกเกริกไปคนที่จะโดนรุมคือยัยนั่น”
“อ่า ถนอมก่อนแล้ว 'เชือด' ทีหลัง…”
“…”
“…โคตรเลือดเย็นเลยว่ะราล์ฟ” คนถูกกล่าวหากระตุกยิ้มมุมปากก่อนจะเอ่ยต่อ
“ไปจัดการตามที่บอก”
รถยุโรปกันกระสุนสุดหรูเข้ามาจอดที่คลับชื่อดังใจกลางเมืองของหนึ่งในตระกูลหลักที่มีลูเธอร์เป็นหุ้นส่วน ก่อนที่การ์ดจะเปิดประตูรถให้ผู้เป็นนายทั้งสองลง แล้วเดินเปิดทางตรงไปยังไพรเวตโซนที่มีไว้เฉพาะเจ้าของกับหุ้นส่วนเท่านั้น
ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออก พร้อมกับช่วงที่ขายาวของมาเฟียนัยน์ตาสีอเมทิสต์เดินตรงเข้าไป ต่างจากอีกคนที่เดินเลี่ยงออกไปเพื่อรับโทรศัพท์
[เรียบร้อยครับนายท่าน] มือขวาคนสนิทเอ่ยรายงานภารกิจที่ได้รับมอบหมายทันทีที่เจ้านายรับโทรศัพท์
“อืม เหลือแค่คนที่คุณหนูไว้ใจนอกนั้นไล่ออกให้หมด”
[ครับ]
“ห้ามใครหน้าไหนเข้าถ้าฉันหรือคุณหนูไม่อนุญาต”
[ครับ]
“แล้วก็อย่าตามติดจนทำให้เขารู้สึกอึดอัด”
[ครับนายท่าน]
สิ้นสุดบทสนทนาช่วงขาแกร่งก็ก้าวเข้าไปในห้องที่มีบรรดาคุณชายจากตระกูลหลักทั้งสี่ตระกูลมารวมตัวกัน เพื่อคุยเรื่องงานและสังสรรค์ในวันสุดสัปดาห์ตามปกติ
หัวข้อสนทนาเกี่ยวกับงานดำเนินไปพร้อมกับที่ไวน์ราคาแพงถูกกระดกลงคอครั้งแล้วครั้งเล่า มือแกร่งคลึงแก้วในมือพลางเบนสายตาไปมองที่หน้าจอมือถือ เมื่อมีข้อความจากลูกน้องคนสนิทส่งมา
เบนจามิน : คุณธารเดือนขอคอนแทกต์นายท่านครับ
นัยน์ตาสีอำพันที่ก่อนหน้าสงบนิ่งปรากฏระลอกคลื่นอารมณ์บางอย่าง ก่อนที่มือแกร่งจะพิมพ์ข้อความตอบกลับไป
ราฟาเอล : ให้เขามาขอเอง
เบนจามิน : รับทราบครับ
ไวน์พรีเมี่ยมปีเก่าถูกกระดกลงคอรวดเดียวจนหมด ราวกับมาเฟียหนุ่มต้องการดับอารมณ์บางอย่าง ที่กำลังปะทุขึ้นในจิตสำนึกส่วนลึก
ภาพคนตัวเล็กกว่านัยน์ตาหม่นแสงที่หอบเอาศักดิ์ศรีมากองตรงหน้าเขา ยังคงลอยวนรบกวนจิตใจซ้ำ ๆ
อ่า จริง ๆ เลย
มาเฟียหนุ่มปิดเปลือกตาลงช้า ๆ อย่างใจเย็น มือแกร่งยังคงคลึงแก้วเครื่องดื่มไปมาหวังระบายอารมณ์บางอย่าง เพราะกลัวว่าถ้าปล่อยไว้การประชุมอย่างไม่เป็นทางการครั้งนี้จะล่ม
“คุณหนูบ้านนั้นเอาอะไรมาล่ออสูรออกจากรัง” เสียงกระซิบของคิริลล์ดังขึ้นที่ข้างหู ก่อนที่เปลือกตาสีอ่อนจะเปิดขึ้นช้า ๆ แล้วตามมาด้วยคำสั่งเสียงเข้มดุ
“หุบปาก”
“หึ”
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
เบนจามิน : ถึงแล้วครับนายท่าน
ข้อความจากมือขวาคนสนิทที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอสมาร์ตโฟนเรียกความสนใจของมาเฟียหนุ่มให้หันไปมอง
มือแกร่งกดส่งข้อความตอบกลับไปพลางหันไปบอกบรรดาคุณชายตระกูลหลักที่ยังนั่งสังสรรค์กันต่อ หลังจบการประชุมอย่างไม่เป็นทางการ
“กูมีธุระด่วน ขอตัว” มือแกร่งหยิบสูทราคาแพงขึ้นมาสวมพลางก้าวขาเดินไปสองสามก้าว ก่อนจะหยุดแล้วหันมากล่าวเสียงเรียบ
“แล้วก็…ไม่มีใครตายไม่ต้องโทรมา” จบประโยคราฟาเอลก็เดินขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นสิบเอ็ดที่เป็นหนึ่งในชั้นส่วนตัวของเหล่าคุณชายตระกูลหลัก แน่นอนว่าชั้นสิบเอ็ดทั้งชั้นเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเขา
ประตูบานใหญ่เปิดออกพร้อมกับที่ร่างสมส่วนของมาเฟียหนุ่มเดินเข้ามา มุมปากหยักยกยิ้มเพียงครู่ก่อนจะกลับมาเหยียดตรงตามเดิมในวินาทีต่อมา ขาแกร่งเดินตรงไปยังโซฟากลางห้องโถงที่มีร่างบอบบางของคุณหนูตระกูลในปกครองนั่งรออยู่ก่อน
“สวัส…” เสียงหวานเอ่ยได้เพียงครึ่งประโยค เมื่อมือแกร่งยกขึ้นเป็นเชิงบอกว่าไม่จำเป็นต้องพิธีรีตองอะไรมากมาย
มาเฟียหนุ่มหย่อนตัวลงนั่งบนโซฟาฝั่งตรงข้ามแล้วเอ่ยถาม
“ลำบากไหมธารเดือน” คิ้วสีอ่อนย่นเข้าหากันเล็กน้อยเพราะความงุนงงที่มีต่อคำถามที่จู่ ๆ คนตรงหน้าก็โยนมาให้
ท่าทีของมาเฟียหนุ่มในเวลานี้ไม่ต่างจากครั้งแรกที่เธอเจอ สงบนิ่งทว่าแฝงไปด้วยกลิ่นอายกดดันคู่สนทนาได้อย่างน่าหวาดหวั่น
เธอไม่รู้ว่าคุณชายใหญ่ลูเธอร์ต้องการคำตอบแบบไหน
แม้จะใช้สมองคิดเท่าไหร่ก็ไม่อาจคาดเดาและไล่ตามความคิดของเขาได้ทัน
“คำถามของฉันมันตอบยากนักหรือไง” เสียงแหบทุ้มเอ่ยถามเป็นครั้งที่สองพ่วงด้วยนัยน์ตาสีอำพันเยือกเย็น ที่ยังไม่ละไปไหนตั้งแต่เริ่มสนทนา
“ฉันไม่เข้าใจคำถามค่ะ”
เหตุผลที่เธอมาที่นี่ก็เพื่อจะขอบคุณและขอช่องทางการติดต่อเขาด้วยตัวเองตามที่เขาบอกผ่านเบนจามินมา ทว่าตอนนี้เธอกลับต้องมานั่งรับมือกับแรงกดดันจากเขาไม่ต่างจากเมื่อตอนหัวค่ำ
คนคนนี้ทั้งน่ากลัวและรับมือยาก
นั่งห่างกันขนาดนี้แรงกดดันจากอีกฝ่ายยังลามเลียแผดเผาเธอได้เพียงแค่ใช้สายตาคมดุสีอำพันคู่นั้นมองมา
“ฉันหมายถึงเรื่องที่ตระกูลไร้ผู้นำกะทันหัน”
ได้ยินดังนั้นธารเดือนจึงแอบผ่อนลมหายใจเฮือกหนึ่งด้วยความโล่งอก เธอเผลอคิดว่าเขาจะมีจุดประสงค์น่ากลัวพ่วงมากับคำถาม ที่แท้คุณชายใหญ่ลูเธอร์ก็แค่มีน้ำใจให้คนตัวเล็ก ๆ อย่างเธอก็เท่านั้น
“ลำบากค่ะ”
“งั้นเหรอ…”
วาบ
จบประโยคความเย็นยะเยือกแปลกประหลาดก็ค่อย ๆ คืบคลานเข้ามาโอบล้อมร่างกายบอบบางจากข้างหลัง ก่อนจะลุกลามไปทั่วทุกเส้นประสาทในร่างกายแล้วแช่แข็งเธอไว้ในประโยคถัดมา
“เสียใจกับเธอจริง ๆ แต่พ่อเธอมันสมควรตาย”
ในปกครองมาเฟีย
“จูบมันหน่อยค่ะ” ภรรยาคนสวยทำตามคำขออย่างว่าง่าย ริมฝีปากนุ่มบรรจงจุมพิตเบา ๆ ที่ส่วนหยักโค้งฉ่ำเยิ้มอ่า…สัมผัสแผ่วเบา ทะนุถนอม กอปรกับดวงตากลมโตที่ช้อนมองขึ้นมาไม่ว่าจะเห็นภาพนี้กี่ครั้งเขาก็ยังใจเต้นแรงจนแทบบ้าทุกครั้งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเมียเขาเซ็กซี่กว่าผู้หญิงคนไหนที่เคยเจอมา“เอานมทูนหัวมาทำแทนปากสิคะ” สายตาเชื้อเชิญที่เจือไปด้วยความร้อนแรง กอปรกับใบหน้าประณีต คมคายภายใต้แสงเงาสลัวจากดวงไฟดาวน์ไลท์ดวงเล็ก ๆ ตรงหัวเตียง ทำให้มาเฟียหนุ่มดูเซ็กซี่ขึ้นเป็นเท่าตัว“แบบนี้เหรอคะ”“ดีค่ะ อืมมมม” ฝ่ายถูกเอาใจคำรามพร่าในลำคอแกร่งภาพมาเฟียหนุ่มที่เชิดหน้าขึ้นสูดปากระบายความเสียวซ่าน ยิ่งทำให้คนข้างล่างอยากเอาใจ ริมฝีปากเล็ก ๆ จึงจุมพิตที่ส่วนปลายหยักโค้งอีกครั้งก่อนจะเร่งจังหวะรูดรั้งตัวตนอุ่นร้อนที่โอบล้อมไปด้วยเส้นเลือดด้วยหน้าอกนุ่ม“เด็กดี อืมมม…” คนถูกปรนเปรอคำรามต่ำ พลางส่งมือแกร่งไปลูบกลุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนของคนตรงหน้าแผ่วเบา ก่อนที่ท้องนิ้วจะเลื่อนลงมาคลึงที่ยอดอกสีสวยสองข้างเอาใจคนสวยขาของเขาบ้าง“อ๊ะ…” ยิ่งอีกฝ่ายเผยอปากสีสวย ครางหวานเขาก็ยิ่งอยากปริแตกเดี๋ยวนั้น“เสร็จใส่นมทูนหั
“ไปอุ้มโจไซอาห์มานอนด้วย” รอยยิ้มบางของคนรู้ทันผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาคมคายไม่แพ้กัน ก่อนจะลุกขึ้นเดินตามคนเป็นพี่ไปอย่างว่าง่ายหลังจากปารัณอุ้มนายน้อยลูเธอร์ที่กำลังหลับลึกออกจากห้องนอนใหญ่ไปแล้ว ร่างกายสูงใหญ่ของมาเฟียหนุ่มก็เอนลงไปนอนซ้อนหลังคนที่กำลังฝันดีในห้วงนิทรา มืออุ่นแทรกเข้าไปลูบไล้หน้าท้องนวลเนียนของคนรักแผ่วเบา“อื้อออ” คนโดนรบกวนส่งเสียงร้องประท้วงทั้งที่ยังหลับลึก กว่าจะรู้ตัวว่าแพนตี้ตัวบางถูกมือแกร่งรั้งออกไปจากเรียวขาสวย ก็ตอนที่ร่างกายสูงใหญ่แทรกเข้ามากลางกาย“ราล์ฟ…อื้อ” คำพูดเมื่อครู่อันตรธานไป เมื่อริมฝีปากร้อนบดจูบลงมาช่วงชิงเอาทุกสิ่งทุกอย่างกะทันหัน ขณะที่มือแกร่งสองข้างก็แทรกเข้าไปใต้เนื้อผ้า กอบกุมฐานเต้าอวบอิ่มสองข้างอย่างเอาแต่ใจไปพร้อม ๆ กับที่ตัวตนแข็งขืนจงใจเสียดสีส่วนบอบบางกลางกายที่เปลือยเปล่าของคนใต้อาณัติไปด้วยจูบล้ำลึกดำเนินไปโดยที่อีกฝ่ายไม่ปล่อยให้เธอได้มีโอกาสต่อรองราฟาเอลรุกไล่ กวาดต้อนเธอทุกทาง ทั้งเรียวลิ้นร้อนที่แทรกเข้ามาเกี่ยวกระหวัด ฝ่ามืออุ่นที่บีบเคล้นสองเต้าอวบ รวมถึงท่อนเนื้อใต้กางเกงที่เสียดสีกลางกลีบดอกไม้ฉ่ำเยิ้มนั่นทั้งหมดที่เ
7 ปีให้หลัง“ว่าไง” น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยถามคิริลล์ผ่านหูฟังบลูทูท ขณะที่ยืนกอดอกพิงผนังมองเบนจามินประเคนเท้าหนัก ๆ ให้ใครบางคนอยู่กลางโถงบ้านหลังใหญ่ใจกลางย่านเศรษฐกิจหลังหนึ่ง[มึงอยู่ไหนเสี่ย]“มึงก็รู้คิริลล์”[บ้านคู่กรณีเฮียขา?]“อืม”[บอกกูทีว่ามึงไม่ได้กำลังใช้ความรุนแรงจบปัญหา]“กูไม่ได้ใช้” น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยตอบปลายสาย พลางจรดก้นบุหรี่นอกราคาแพงลงบนริมฝีปากได้รูป ก่อนที่เกลียวควันสีขุ่นจะฟุ้งไปในอากาศ[สมกับเป็นมึงเลยราล์ฟ]“แต่เบนจามินใช้”[ฉิบหาย] เสียงสบถจากปลายสายทำให้เรียวคิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อย เพราะคนอย่างคิริลล์ไม่น่าสบถเพียงเพราะเขาใช้กำลังสั่งสอนไอ้พวกเศษสวะไร้สำนึก มีแต่จะเห็นด้วยแล้วร่วมวงเสียมากกว่า“อะไร?” [ขอโทษนะเสี่ย]“เรื่อง?”[คือว่า…พวกกูไม่ได้ตั้งใจ แค่จะมาเรียกขวัญให้เฮียขาเฉย ๆ]“มาสอนอะไรพิเรนทร์ให้ลูกกูสิไม่ว่า เดี๋ยวนะ…” ท้ายประโยคถูกเว้นว่างไว้เมื่อมาเฟียหนุ่มเริ่มคาดเดาสถานการณ์บางอย่างจากคำพูดแปลก ๆ ของคุณชายสามได้[ครับเสี่ย]แม่ง…“บอกกูทีว่าเมื่อกี้ไม่ใช่การล่อซื้อ” [เมียมึงได้ยินทั้งหมดแล้วครับนายเหนือหัว]ฉิบหาย…คฤหาสน์ลูเธอร์แรงกดข่มเ
ราวสามชั่วโมงต่อมาการตรวจร่างกายเบื้องต้นเสร็จสิ้นก่อนที่มาเฟียหนุ่มที่ต้องออกไปสะสางงานด่วนเพิ่งจะกลับเข้าบ้านมา ช่วงขายาวรีบเดินตรงไปหาคนเป็นภรรยาด้วยหัวใจที่ว้าวุ่นกว่าปกติ“เป็นไงบ้างคะ หมอว่าไง” ภาพที่คนตัวเล็กนอนดูหนังเรื่องโปรดด้วยสีหน้าที่ดีขึ้นกว่าเมื่อตอนบ่ายทำให้เขาใจชื้นขึ้นมา ทว่ายังไม่ทันที่จะได้คำตอบจากอีกฝ่ายสูทสีเข้มและเนกไทก็ถูกคนสวยขาช่วยจัดการถอดออกอย่างที่เคยทำ พร้อมกับประทับจุมพิตแผ่วเบาที่แก้มเกลี้ยงเกลาแล้วเปรย“อาบน้ำก่อนนะคะ หนูเตรียมน้ำอุ่นไว้ให้แล้ว”“บอกก่อนว่าทุกอย่างโอเค”“หนูดีขึ้นแล้วค่ะ ไปอาบน้ำก่อนนะแล้วมาดูหนังกัน” นายเหนือหัวลูเธอร์ทำตามที่ภรรยาบอกอย่างว่าง่าย เขาใช้เวลาอาบน้ำคิดทบทวนสิ่งที่ค้างคาใจเกี่ยวกับอาการของคนรัก ทว่าที่สุดแล้วมาเฟียหนุ่มก็สลัดความคิดฟุ้งซ่านออกไปเนื่องจากหมอประจำตระกูลไม่ได้แจ้งอะไรมากไปกว่าภรรยาของเขาพักผ่อนน้อย ความคิดที่ว่าอีกฝ่ายจะเจ็บไข้ได้ป่วยหรือตั้งครรภ์จึงถูกชำระล้างไปพร้อมกับสายน้ำในที่สุดหนังเรื่องโปรดถูกเปิดคลอไป ขณะที่คนสองคนใช้เวลาส่วนตัวด้วยกันบนเตียงกว้าง ทว่าสมาธิที่ควรจะจดจ่ออยู่ที่หนังตรงหน้ากลับถูกรบ
สุสานสายลมเอื่อยของต้นฤดูหนาวพัดเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนให้พลิ้วไปตามแรงลมเบาบาง หญิงสาวหลับตาพริ้มประสานมือเล็กเข้าด้วยกันราวกับกำลังอธิษฐานกับหลุมศพสองหลุมตรงหน้าเป็นครั้งที่สามแล้วที่มาเฟียหนุ่มมองดูดวงหน้าหวานด้านข้างของภรรยาที่หลับตาพริ้มรำลึกถึงผู้ให้กำเนิดทั้งสองแม้ในอดีตผู้ล่วงลับทั้งคู่จะกระทำเรื่องที่ไม่น่าให้อภัยกับตระกูลหลัก ทว่าทุกสิ่งทุกอย่างถูกนายเหนือหัวอย่างเขาทิ้งไว้เบื้องหลังแล้วทั้งหมดตอนนี้สถานะของเขาคือสามีของลูกสาวคนเดียวของคุณพ่อและคุณแม่ผู้ล่วงลับ นอกจากเขาจะสามารถเคารพหลุมศพของคนทั้งคู่ได้อย่างเต็มหัวใจแล้ว เขายังคงรักษาคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้ต่อหน้าผู้ล่วงลับในวันแรกที่มาขออนุญาตดูแลลูกสาวของคนทั้งคู่ได้เป็นอย่างดี“วันนี้คุยกับคุณพ่อคุณแม่นานกว่าทุกปี มีอะไรหรือเปล่าคะ” เสียงแหบทุ้มเอ่ยถามพลางส่งฝ่ามือแกร่งไปลูบศีรษะของภรรยาด้วยความรักใคร่อย่างที่ชอบทำ“เล่าเรื่องทั่วไปน่ะค่ะ แล้วก็…” ท้ายประโยคถูกเว้นว่างไว้เพียงครู่ก่อนที่รอยยิ้มสดใสบริสุทธิ์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของคนตรงหน้าจะถูกส่งมาชโลมใจมาเฟียหนุ่ม“หืม แล้วก็อะไรคะ”“แล้วก็ ขอให้พวกท่านหมดห่วงจริง ๆ
“แรงอีกหน่อยสิคนดี” มันเร้าใจจนเขาอยากจับยัยเด็กอวดดีของเขากระแทกแรง ๆ จนเสร็จสมเดี๋ยวนั้น“แบบนี้…อ๊า เหรอคะ”“อ่า…ยั่วฉิบหาย” ด้วยความมันเขี้ยว กอปรกับแรงอารมณ์ที่โถมซัด คนมากกำลังจึงแกล้งกระแทกสะโพกสวนเอวบางอย่างไม่ผ่อนแรง“อะ…ลึก อื้ออออ” ฝ่ามือแกร่งจับยึดสะโพกนุ่มมือไว้เมื่ออีกฝ่ายทำท่าจะขยับหนี ดวงหน้าหวานที่เคยเชิดขึ้นฟุบลงบนบ่าแกร่ง เสียงครางหวานที่คล้ายเสียงสะอื้นไห้เข้าไปทุกทีดังประสานกับจังหวะเนื้อกระทบเนื้อถี่กระชั้น“อ๊า จะไม่ไหว…แล้…อื้อออ”โพรงอุ่นชื้นที่กระตุกรัดแน่นและถี่ขึ้นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่านางทาสคนโปรดของเขาใกล้จะเสร็จสมเต็มที ทั้งที่เพิ่งจะอวดดีขย่มเขาได้ไม่เท่าไหร่“ข้างในรัดผมแรงขนาดนี้จะเสร็จแล้วเหรอคะ” ฝ่ามือแกร่งข้างหนึ่งกอบกุมข้อมือเล็กสองข้างที่ถูกมัดไว้ ส่วนอีกข้างก็เลื่อนลงไปขยำสะโพกอวบนุ่มมือด้วยความมันเขี้ยว“อ๊ะ…จะ…เสร็จ”“ก็เสร็จสิคะ” น้ำเสียงต่ำพร่าที่มาพร้อมกับท้องนิ้วแกร่งที่เคล้นคลึงลงมาที่จุดรวมความกระสันเหนือกลีบดอกไม้ฉ่ำวาวทำคนบนตักแทบขาดใจ“อื้อออออ” ร่างเล็กกระตุกเกร็งเมื่อข้ามไปแตะขอบความปรารถนาในที่สุด ทว่ายังไม่ทันที่จะได้หอบเอาอากาศเข้าป
บริษัทตระกูลศิรวศินเป็นเวลาเกือบครึ่งปีหลังจากที่งานวิวาห์ระหว่างนายเหนือหัวลูเธอร์กับคุณหนูตระกูลศิรวศินผ่านพ้นไป นี่เป็นครั้งแรกที่สามีอย่างราฟาเอลยอมปล่อยให้ภรรยาเข้าบริษัทมาทำงานก่อนหน้านั้นเขาให้คนในปกครองที่วางใจได้จัดการทุกอย่างในบริษัทแทนทั้งหมด โดยที่เขาจะเป็นคนควบคุมดูแลอีกที โดยมาเฟียห
“มะ…ไม่ไหวแล้ว…เสร็จมากกว่านี้…ไม่…อื้อออออ” ท้ายประโยคถูกแทนที่ด้วยเสียงครางหวานก่อนที่ร่างบางจะกระตุกเกร็งปลดปล่อยธารใสแห่งความสุขสมออกมาอีกครั้งดวงหน้าหวานส่ายไปมาเมื่อแรงเสียดสีที่จุดอ่อนไหวภายในยังคงดำเนินต่อไปซ้ำ ๆ ลาดไหล่แกร่งของเขาถูกปลายเล็บจิกระบายลึกขึ้นขณะที่นัยน์ตารื้นหยาดน้ำใสมองขอคว
จบประโยคใบหน้าคมคายก็โน้มเข้ามาใกล้ ก่อนจะครอบครองริมฝีปากของคนเด็กกว่าเอาไว้ทั้งหมด จากจุมพิตแผ่วเบาในตอนแรกค่อย ๆ หนักหน่วงขึ้นเรื่อย ๆ คล้ายจะดูดกลืนวิญญาณของอีกฝ่ายไปด้วยราวกับความเจ็บปวดบริเวณบาดแผลอันตรธานจนสิ้น เมื่อคนเด็กกว่ายอมให้เขาล่วงล้ำเข้าไปชิมความหอมหวานที่เขาแสนจะคิดถึง เรียวลิ้นร้
ช่วงเย็นของวันเดียวกันกว่าครึ่งค่อนวันที่กลุ่มผู้ติดตามของนายเหนือหัวลูเธอร์ถูกสั่งให้มาทำความสะอาดบ่อจระเข้น้ำจืดขนาดใหญ่ ที่ผู้คนต่างลือกันว่านายหนือหัวเลี้ยงไว้เพื่อสังหารใครก็ตามที่ทรยศหรืออยากลองดีกับตระกูล บ้างก็ว่าเขาเลี้ยงไว้ทำลายหลักฐานจำพวกซากศพที่ถูกกลุ่มลูเธอร์สังหารจากภายนอกทว่าแท้จร







