Masukรถซีดานหรูไฟฟ้ากันกระสุนแล่นไปบนถนนทางหลวงในเมืองใหญ่มุ่งหน้าตรงไปที่ลูเธอร์กาสิโนเพื่อให้ทันเข้าประชุม
เพราะความล้าที่สั่งสมมาทั้งคืนเข้าโจมตี เปลือกตาสีอ่อนจึงพับลงหวังจะงีบเอาแรงก่อนเริ่มทำงานต่อในช่วงบ่ายของวัน
ทว่า…
“คุณเนธานโทรมาครับ” มือซ้ายคนสนิทเอ่ยบอกหลังจากมาเฟียหนุ่มพักสายตาได้ไม่นาน
“บอกมันว่าใกล้ถึงแล้ว”
“ครับนายท่าน” เมื่อทำตามคำสั่งเรียบร้อยไทเลอร์จึงหันมามองผู้เป็นนายก่อนจะเอ่ยถามในสิ่งที่ค้างคาใจมาตั้งแต่เมื่อตอนอยู่บ้านตระกูลปลายแถวในปกครองเพราะรู้ดีว่าผู้เป็นนายยังไม่หลับ
“เมื่อกี้…จำเป็นต้องลงมือเองเลยเหรอครับ”
เนื่องจากราฟาเอลเป็นคนที่สุขุมและเปี่ยมไปด้วยอำนาจ หากมีความขัดแย้งเกิดขึ้นก็มักจะจบลงอย่างรวดเร็วด้วยการเจรจาเป็นส่วนใหญ่ เพราะเพียงแค่นายเหนือหัวลูเธอร์ปรายตามอง คู่สนทนาก็พร้อมจะยอมจำนนให้กับอำนาจในมือและอิทธิพลของเขา ในทางตรงกันข้ามหากการเจรจาไม่เป็นผล การใช้ความรุนแรงส่วนใหญ่จะเป็นหน้าที่ผู้ติดตามอย่างตน และมือขวาอย่างเบนจามินในทันที น้อยครั้งที่นายเหนือหัวอย่างราฟาเอลจะลงมือด้วยตัวเอง
คนคนนี้เป็นประเภทหัวเย็น ใจเย็น ตั้งแต่ทำงานใกล้ชิดผู้เป็นนายมาน้อยครั้งมากที่เขาจะได้ใช้ความรุนแรงจัดการปัญหา ทว่าหากนายเหนือหัวหมดความอดทน ความเลือดเย็น เด็ดขาด ไร้ปรานีคือสิ่งที่เขาจะหยิบยื่นให้อีกฝ่าย
เรียกได้ว่าในบรรดาคุณชายตระกูลหลักคนที่ใจเย็นและใช้ความรุนแรงน้อยที่สุดก็คือนายเหนือหัวอย่างราฟาเอล ทว่าทำไมครั้งนี้เขาถึงเลือกที่จะลงมือด้วยตัวเองทั้งที่เป็นเรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านั้น
“แค่จะเพิ่มเชื้อไฟ” น้ำเสียงราบเรียบตอบกลับมาทั้งที่ยังปิดเปลือกตาสีอ่อนหลีกหนีจากความเหนื่อยล้าที่กระบอกตาอยู่
“ไม่ใช่ว่าเหตุผลหลักคือคุณหนูศิรวศินหรอกเหรอครับ” คำถามหยั่งเชิงถูกถามออกไปเรียกรอยยิ้มจาง ๆ ที่มุมปากของคนฟังได้ในทันที
“ยัยนั่นเป็นเหตุผลหลักอยู่แล้ว เพราะเป็น ‘หมาก’ ตัวสำคัญ” แม้ไม่เข้าใจในสิ่งที่ผู้เป็นนายพูดนักทว่าไทเลอร์ก็เลือกที่จะไม่ถามต่อเพื่อให้ผู้เป็นนายได้พักผ่อนก่อนจะต้องลุยงานในช่วงบ่าย
ทว่าใช่ว่ามาเฟียหนุ่มนึกอยากจะหลับก็สามารถหลับได้
ใบหน้าดื้อรั้นกับสายตาที่เอาแต่ก่นด่าสาปแช่งเขาในใจ ฉายซ้ำไปมาในหัวของคนที่กำลังพักสายตาอยู่ กลิ่นหอมเฉพาะตัวที่เขาเพิ่งจะสูดดมไปช่วงเช้ายังคงติดค้างอยู่ที่ปลายจมูกโด่ง สร้างระลอกคลื่นอารมณ์บางอย่างจนทำให้รอยย่นจาง ๆ ปรากฏที่หว่างคิ้วเข้มสองข้าง
แม้ความง่วงจะเริ่มคืบคลานเข้ามา ทว่าภาพคนตัวเล็กกว่ายังคงไม่เลือนหายไปไหน ทุกภาพล้วนเต็มไปด้วยสายตาเกลียดชังที่ส่งมาให้ จะมีก็แต่ตอนที่ยัยเด็กนั่นหลับเท่านั้น ที่เขาไม่ถูกก่นด่าหรือสาปแช่งทางสายตา
เมตตาฉันบ้างได้ไหมคะ
ประโยคเมื่อเช้าผุดขึ้นมาพร้อมกับสายตาที่สะท้อนว่าเขาเป็นอสูรที่เอาแต่ทำร้ายเธอลอยวนเข้ามาอีกครั้ง
หึ
เขาน่ะเหรอไม่เมตตา
ทั้งที่เขาปกป้อง
คุ้มครอง
ช่วยบดบังร่างกายเล็ก ๆ จากสิ่งที่ยัยนั่นหวาดกลัว
แบ่งปันไออุ่นให้ทั้งคืน
ไหนจะยอมเลทประชุมเพื่อคิดบัญชีกับไอ้ชาติชั่วนั่นให้อีก
แล้วแบบนี้ยัยเด็กนั่นเอาอะไรมาบอกว่าเขา…ไม่เมตตา
“ถึงแล้วครับนายท่าน” เสียงเข้มของมือซ้ายคนสนิทเอ่ยบอกทันทีที่รถจอดที่ทางเข้าโรงแรมกาสิโนของตระกูลหลัก ราฟาเอลจึงจัดการสลัดความคิดเมื่อครู่ทิ้งไป ก่อนจะลงจากรถแล้วตรงไปเข้าห้องประชุมทันทีก่อนจะสายไปมากกว่านี้
การประชุมภายในของสี่ตระกูลหลักผ่านไปราวสามชั่วโมง ก่อนที่หัวข้อการประชุมสุดท้ายจะจบลง แล้วทุกคนทยอยกันกลับเหลือเพียงคุณชายทั้งสี่คนที่ยังคงอยู่พูดคุยในบางประเด็นกันต่อ
“เรื่องถึงหูฝั่งนั้นแล้วนะ” มาเฟียนัยน์ตาสีอเมทิสต์เอ่ยเปิดประเด็นทันทีที่เดินมาถึงห้องทำงานส่วนตัวของราฟาเอล
“ไอ้สวะที่มึงเพิ่งเสกรูกระสุนใส่มือไปมันก็เพิ่งไปหาคนสนับสนุนพรรคที่นั่นมาเมื่อเช้า คงไม่พ้นคาบข่าวเรื่องมึงกับคุณหนูตระกูลย่อยไปบอกเพื่อเอาใจไอ้เหี้ยนั่น” คิริลล์เอ่ยต่อพลางยกขาแกร่งขึ้นวางแล้วเอนหลังนอนราบไปบนโซฟา ขณะที่เนธานกำลังจะนั่งส่งผลให้คุณชายรองนัยน์ตาสีเทาลึกลับขมวดคิ้วไม่สบอารมณ์ ทว่าอีกฝ่ายกลับยิ้มกวนประสาทกลับไปไม่มีทีท่าว่าจะกลัวเลยสักนิด
“ไอ้เวร” เสียงทุ้มราบเรียบเอ่ยต่อว่าพลางเดินไปนั่งที่โซฟาฝั่งตรงข้ามแทน เรียกเสียงหัวเราะชอบใจจากคุณชายตระกูลหลักอีกคนที่เดินตามมาหลังสุดอย่างเอื่อย ๆ
“เล่นกันเป็นเด็ก” ชายหนุ่มในชุดนิสิตเอ่ยต่อว่าพลางเดินไปหยิบกีตาร์ที่เจ้าตัวเอามาทิ้งไว้ที่มุมห้องเมื่อหลายเดือนก่อนมาดีดเล่นตามปกติ
“ไม่มีเรียนต่อหรือไง” คราวนี้เป็นคุณชายใหญ่ที่เอ่ยถามพลางหยิบเครื่องดื่มมาวางบริการบรรดาคุณชายทั้งสามที่เป็นทั้งเพื่อน พี่น้องและคนในครอบครัว ด้วยทั้งสี่ตระกูลหลักเกี่ยวข้องนับถือเป็นญาติพี่น้องกัน
“โดด” คุณชายเล็กตระกูลหลักอีกตระกูลอย่างปารัณ ไคเซอร์เอ่ยตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน ก่อนที่นิ้วแข็งแรงของคิริลล์จะดีดไปที่หน้าผากคนเด็กกว่าหนึ่งที เรียกสีหน้าไม่พอใจของปารัณให้ฉายบนใบหน้าคมคายเดี๋ยวนั้น ทว่ากลับไม่ได้โวยวายอะไร คุณชายเล็กทำเพียงแค่ย้ายที่ไปนั่งดีดกีตาร์ตรงเก้าอี้ประจำตำแหน่งประธานของราฟาเอลเท่านั้น
“แล้วมึงจำเป็นต้องเล่นใหญ่ขนาดนั้น?” เนธานที่นั่งเงียบมาสักพักเอ่ยถาม
“เรื่องไหน”
“ลงทุนพาคุณหนูในปกครองข้ามไปโรงพยาบาลในถิ่นศัตรูเหมือนไม่กลัวตาย”
ไม่มีเสียงตอบรับใดจากผู้ที่กำลังถูกสอบสวน คุณชายใหญ่ยังคงไว้ซึ่งใบหน้าเรียบเฉยพลางคลึงแก้วเครื่องดื่มดีกรีแรงในมือราวกับกำลังใช้ความคิด
“ไหนจะจับปืนในรอบปีนั่นอีก”
“สองปีเปล่า” คิริลล์กล่าวเสริม
“ต้นปีกูเพิ่งซ้อมยิงปืนไป พวกมึงอย่าเวอร์ให้มันมาก” คราวนี้คนถูกกล่าวหาเอ่ยค้านพลางยกแก้วน้ำสีอำพันขึ้นจรดริมฝีปากได้รูป
“แต่เสี่ยแม่งร้าย เติมเชื้อไฟไม่พัก พาคุณหนูบ้านนั้นไปตกเหยื่อถึงถิ่น” คิริลล์เอ่ยต่อพลางเบนสายตาไปมองคนที่กำลังนั่งใช้ความคิดฝั่งตรงข้าม
“แล้วฟีดแบคเป็นไง” เนธานเลิกคิ้วคมถาม เพราะเอาจริง ๆ เขาก็ไม่ค่อยชอบใจกับวิธีการของราฟาเอลมากนัก สำหรับเขามันเป็นวิธีที่ทั้งยุ่งยากและเสียเวลาโดยใช่เหตุ
“ก็คงอยากได้จนตัวสั่น ไม่นานหรอกเดี๋ยวหมามันก็มางาบเนื้อในมือกู” ด้วยรู้ดีว่าคนอย่างคู่กรณีไม่ใช่ประเภทที่จะใช้ความคิดนำอารมณ์สักเท่าไหร่ คนที่มีความใจร้อนเป็นที่ตั้งไม่มีทางที่จะชนะใครในสงครามได้ทั้งนั้น
และครั้งนี้ก็เช่นกัน
“มันแค้นนานนะไอ้เวรนี่” คนใจร้อนไม่ต่างจากไอ้เวรที่เขาเอ่ยถึงโพล่งขึ้นมาบ้างหลังจากเงียบฟังสักพัก
“ก็พ่อมึงเล่นปฏิเสธทั้งการร่วมค้า ทั้งน้องสาวที่ตระกูลมันประเคนใส่พานมาให้อย่างไม่ไยดี หักหน้าแบบไม่คิดว่าชาตินี้จะญาติดีกันได้ขนาดนั้น เป็นใครมันก็ต้องแค้น” เนธานเอ่ยอธิบายสาเหตุที่ในรอบหนึ่งปีมานี้ลูเธอร์โดนก่อกวนจากฝ่ายตรงข้ามไม่หยุด
“แต่ก็ไม่เห็นจะเหยียบกูได้สักครั้ง” ริมฝีปากหยักกระตุกยิ้มอย่างผู้เหนือกว่า
“มึงก็ต้องไม่มีจุดอ่อนให้มันแทรกตีนเข้ามา”
“แล้วคนอย่างกูเคยมีเหรอเนธาน” ที่ราฟาเอลพูดไม่เกินจริงนัก เขาทั้งสุขุม เยือกเย็น ใช้สติก่อนอารมณ์ และไม่เคยมีจุดอ่อนให้ศัตรูใช้เป็นช่องโหว่ในการโค่นลูเธอร์ลงได้เลยสักครั้ง
“มันมาฮุบเนื้อที่มึงเอาล่อแล้วจะยังไง ดูยังไงก็วุ่นวายไม่เข้าเรื่อง” คุณชายรองที่ไม่ชอบความยุ่งยากวุ่นวายยิ่งกว่าคุณชายใหญ่เอ่ยถามอีกครั้ง
“เสี่ยเขาเป่าหูยัยคุณหนูไว้แล้วนี่ ว่าฝั่งนั้นฆ่าพ่อแม่เขา ทั้งที่จริง ๆ แล้วตำรวจสรุปคดีเป็นอุบัติเหตุ” เป็นอย่างที่คิริลล์บอก เขาแค่ใช้อำนาจและเศษเงินเพียงเล็กน้อย ก็สามารถหลอกนางทาสของเขาเรื่องการตายของพ่อแม่ได้อย่างง่ายดาย
ทีนี้ก็เหลือแค่…
“มันจะมาแย่งธารเดือนไป ส่วนยัยนั่นก็จะเจ็บปวดอีกเป็นเท่าตัว ที่ถูกคนที่คิดว่าฆ่าพ่อแม่จับทำเมีย กูก็แค่จะใช้ข้ออ้างว่ากูต้องปกป้องคนของตระกูลในปกครองทำลายพวกมัน เพราะคุณชายของพวกมันแย่งคนของกูไป ยิงปืนนัดเดียวได้นกทั้งรัง…หรืออาจจะสอง” เพราะถ้ารวมศิรวศินเข้าไปด้วยแล้วล่ะก็…
รอยยิ้มล้ำลึกปรากฏบนใบหน้าคมคาย เมื่อนึกถึงวันที่ได้บดขยี้พวกที่ชอบนำปัญหามาให้ตน ยิ่งไอ้เวรนั่นคิดว่าธารเดือนเป็นคนรักของเขามันก็จะรีบมาแย่งยัยนั่นไป เพราะธารเดือนจะกลายเป็นจุดอ่อนเดียวของของเขาในความคิดของมันทันที
ทีนี้ก็แค่รอให้เหยื่อตัวใหญ่แสนโง่เง่าเดินมาติดกับหลุมพรางที่สมบูรณ์แบบของเขาก็เท่านั้น
“ราล์ฟที่นาน ๆ เล่นจะเล่นเกมนี่น่ากลัวฉิบหาย ยิงปืนนัดเดียวได้ฆ่าทั้งหมด” คิริลล์ที่ชื่นชอบแผนการของราฟาเอลยิ้มร้าย เมื่อไล่ตามแผนการครั้งนี้ขอคุณชายใหญ่ทัน
“สงสารก็แต่ผู้หญิง” เนธานเอ่ยพลางกระดกน้ำสีอำพันเข้าปากหวังดับความเครียดในการประชุมก่อนหน้า
“ช่วยไม่ได้ ถ้าไอ้เจ้าสัวธานินทร์มันไม่เอาข้อมูลเราไปขาย ลูกสาวมันคงไม่มีจุดจบแบบนี้” น้ำเสียงเย็นเยือกกว่าครั้งไหน ๆ เอ่ยออกมาโดยไร้ซึ่งความเห็นใจใด ๆ เจือปะปนอยู่ในประโยคนั้น
ทว่ากลับมีระลอกคลื่นอารมณ์บางอย่างซัดเข้ามาในอกแกร่งเพียงครู่ ก่อนที่มาเฟียผู้เยือกเย็นจะจัดการสลัดมันทิ้งไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น
อย่างที่เขาเคยบอก
คนในปกครองของลูเธอร์ หน้าที่ของมันคือต้องภักดีไปจนวันตาย
การจะให้เห็นใจครอบครัวที่มันทรยศเป็นสิ่งที่เขาไม่คิดจะทำ
“เลือดเย็นไปเปล่าวะเฮีย” ปารัณที่นั่งเล่นกีตาร์มาตลอดตั้งแต่เริ่มสนทนาเอ่ยถามมาจากโต๊ะทำงานทางด้านหลัง นัยน์ตาสีอำพันลึกลับจึงละจากวิวบนตึกสูงชั้นสามสิบเก้าไปมองคุณชายเล็กก่อนจะเอ่ย
“โลกที่เราอยู่มันเป็นแบบนี้ มึงเองก็ต้องเลือดเย็นให้เป็นปารัณ ถึงจะได้ยืนบนยอดพีระมิดในฐานะผู้นำ”
ฝากกดติดตามนามปากกา Thrymr ด้วยนะคะ
“จูบมันหน่อยค่ะ” ภรรยาคนสวยทำตามคำขออย่างว่าง่าย ริมฝีปากนุ่มบรรจงจุมพิตเบา ๆ ที่ส่วนหยักโค้งฉ่ำเยิ้มอ่า…สัมผัสแผ่วเบา ทะนุถนอม กอปรกับดวงตากลมโตที่ช้อนมองขึ้นมาไม่ว่าจะเห็นภาพนี้กี่ครั้งเขาก็ยังใจเต้นแรงจนแทบบ้าทุกครั้งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเมียเขาเซ็กซี่กว่าผู้หญิงคนไหนที่เคยเจอมา“เอานมทูนหัวมาทำแทนปากสิคะ” สายตาเชื้อเชิญที่เจือไปด้วยความร้อนแรง กอปรกับใบหน้าประณีต คมคายภายใต้แสงเงาสลัวจากดวงไฟดาวน์ไลท์ดวงเล็ก ๆ ตรงหัวเตียง ทำให้มาเฟียหนุ่มดูเซ็กซี่ขึ้นเป็นเท่าตัว“แบบนี้เหรอคะ”“ดีค่ะ อืมมมม” ฝ่ายถูกเอาใจคำรามพร่าในลำคอแกร่งภาพมาเฟียหนุ่มที่เชิดหน้าขึ้นสูดปากระบายความเสียวซ่าน ยิ่งทำให้คนข้างล่างอยากเอาใจ ริมฝีปากเล็ก ๆ จึงจุมพิตที่ส่วนปลายหยักโค้งอีกครั้งก่อนจะเร่งจังหวะรูดรั้งตัวตนอุ่นร้อนที่โอบล้อมไปด้วยเส้นเลือดด้วยหน้าอกนุ่ม“เด็กดี อืมมม…” คนถูกปรนเปรอคำรามต่ำ พลางส่งมือแกร่งไปลูบกลุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนของคนตรงหน้าแผ่วเบา ก่อนที่ท้องนิ้วจะเลื่อนลงมาคลึงที่ยอดอกสีสวยสองข้างเอาใจคนสวยขาของเขาบ้าง“อ๊ะ…” ยิ่งอีกฝ่ายเผยอปากสีสวย ครางหวานเขาก็ยิ่งอยากปริแตกเดี๋ยวนั้น“เสร็จใส่นมทูนหั
“ไปอุ้มโจไซอาห์มานอนด้วย” รอยยิ้มบางของคนรู้ทันผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาคมคายไม่แพ้กัน ก่อนจะลุกขึ้นเดินตามคนเป็นพี่ไปอย่างว่าง่ายหลังจากปารัณอุ้มนายน้อยลูเธอร์ที่กำลังหลับลึกออกจากห้องนอนใหญ่ไปแล้ว ร่างกายสูงใหญ่ของมาเฟียหนุ่มก็เอนลงไปนอนซ้อนหลังคนที่กำลังฝันดีในห้วงนิทรา มืออุ่นแทรกเข้าไปลูบไล้หน้าท้องนวลเนียนของคนรักแผ่วเบา“อื้อออ” คนโดนรบกวนส่งเสียงร้องประท้วงทั้งที่ยังหลับลึก กว่าจะรู้ตัวว่าแพนตี้ตัวบางถูกมือแกร่งรั้งออกไปจากเรียวขาสวย ก็ตอนที่ร่างกายสูงใหญ่แทรกเข้ามากลางกาย“ราล์ฟ…อื้อ” คำพูดเมื่อครู่อันตรธานไป เมื่อริมฝีปากร้อนบดจูบลงมาช่วงชิงเอาทุกสิ่งทุกอย่างกะทันหัน ขณะที่มือแกร่งสองข้างก็แทรกเข้าไปใต้เนื้อผ้า กอบกุมฐานเต้าอวบอิ่มสองข้างอย่างเอาแต่ใจไปพร้อม ๆ กับที่ตัวตนแข็งขืนจงใจเสียดสีส่วนบอบบางกลางกายที่เปลือยเปล่าของคนใต้อาณัติไปด้วยจูบล้ำลึกดำเนินไปโดยที่อีกฝ่ายไม่ปล่อยให้เธอได้มีโอกาสต่อรองราฟาเอลรุกไล่ กวาดต้อนเธอทุกทาง ทั้งเรียวลิ้นร้อนที่แทรกเข้ามาเกี่ยวกระหวัด ฝ่ามืออุ่นที่บีบเคล้นสองเต้าอวบ รวมถึงท่อนเนื้อใต้กางเกงที่เสียดสีกลางกลีบดอกไม้ฉ่ำเยิ้มนั่นทั้งหมดที่เ
7 ปีให้หลัง“ว่าไง” น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยถามคิริลล์ผ่านหูฟังบลูทูท ขณะที่ยืนกอดอกพิงผนังมองเบนจามินประเคนเท้าหนัก ๆ ให้ใครบางคนอยู่กลางโถงบ้านหลังใหญ่ใจกลางย่านเศรษฐกิจหลังหนึ่ง[มึงอยู่ไหนเสี่ย]“มึงก็รู้คิริลล์”[บ้านคู่กรณีเฮียขา?]“อืม”[บอกกูทีว่ามึงไม่ได้กำลังใช้ความรุนแรงจบปัญหา]“กูไม่ได้ใช้” น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยตอบปลายสาย พลางจรดก้นบุหรี่นอกราคาแพงลงบนริมฝีปากได้รูป ก่อนที่เกลียวควันสีขุ่นจะฟุ้งไปในอากาศ[สมกับเป็นมึงเลยราล์ฟ]“แต่เบนจามินใช้”[ฉิบหาย] เสียงสบถจากปลายสายทำให้เรียวคิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อย เพราะคนอย่างคิริลล์ไม่น่าสบถเพียงเพราะเขาใช้กำลังสั่งสอนไอ้พวกเศษสวะไร้สำนึก มีแต่จะเห็นด้วยแล้วร่วมวงเสียมากกว่า“อะไร?” [ขอโทษนะเสี่ย]“เรื่อง?”[คือว่า…พวกกูไม่ได้ตั้งใจ แค่จะมาเรียกขวัญให้เฮียขาเฉย ๆ]“มาสอนอะไรพิเรนทร์ให้ลูกกูสิไม่ว่า เดี๋ยวนะ…” ท้ายประโยคถูกเว้นว่างไว้เมื่อมาเฟียหนุ่มเริ่มคาดเดาสถานการณ์บางอย่างจากคำพูดแปลก ๆ ของคุณชายสามได้[ครับเสี่ย]แม่ง…“บอกกูทีว่าเมื่อกี้ไม่ใช่การล่อซื้อ” [เมียมึงได้ยินทั้งหมดแล้วครับนายเหนือหัว]ฉิบหาย…คฤหาสน์ลูเธอร์แรงกดข่มเ
ราวสามชั่วโมงต่อมาการตรวจร่างกายเบื้องต้นเสร็จสิ้นก่อนที่มาเฟียหนุ่มที่ต้องออกไปสะสางงานด่วนเพิ่งจะกลับเข้าบ้านมา ช่วงขายาวรีบเดินตรงไปหาคนเป็นภรรยาด้วยหัวใจที่ว้าวุ่นกว่าปกติ“เป็นไงบ้างคะ หมอว่าไง” ภาพที่คนตัวเล็กนอนดูหนังเรื่องโปรดด้วยสีหน้าที่ดีขึ้นกว่าเมื่อตอนบ่ายทำให้เขาใจชื้นขึ้นมา ทว่ายังไม่ทันที่จะได้คำตอบจากอีกฝ่ายสูทสีเข้มและเนกไทก็ถูกคนสวยขาช่วยจัดการถอดออกอย่างที่เคยทำ พร้อมกับประทับจุมพิตแผ่วเบาที่แก้มเกลี้ยงเกลาแล้วเปรย“อาบน้ำก่อนนะคะ หนูเตรียมน้ำอุ่นไว้ให้แล้ว”“บอกก่อนว่าทุกอย่างโอเค”“หนูดีขึ้นแล้วค่ะ ไปอาบน้ำก่อนนะแล้วมาดูหนังกัน” นายเหนือหัวลูเธอร์ทำตามที่ภรรยาบอกอย่างว่าง่าย เขาใช้เวลาอาบน้ำคิดทบทวนสิ่งที่ค้างคาใจเกี่ยวกับอาการของคนรัก ทว่าที่สุดแล้วมาเฟียหนุ่มก็สลัดความคิดฟุ้งซ่านออกไปเนื่องจากหมอประจำตระกูลไม่ได้แจ้งอะไรมากไปกว่าภรรยาของเขาพักผ่อนน้อย ความคิดที่ว่าอีกฝ่ายจะเจ็บไข้ได้ป่วยหรือตั้งครรภ์จึงถูกชำระล้างไปพร้อมกับสายน้ำในที่สุดหนังเรื่องโปรดถูกเปิดคลอไป ขณะที่คนสองคนใช้เวลาส่วนตัวด้วยกันบนเตียงกว้าง ทว่าสมาธิที่ควรจะจดจ่ออยู่ที่หนังตรงหน้ากลับถูกรบ
สุสานสายลมเอื่อยของต้นฤดูหนาวพัดเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนให้พลิ้วไปตามแรงลมเบาบาง หญิงสาวหลับตาพริ้มประสานมือเล็กเข้าด้วยกันราวกับกำลังอธิษฐานกับหลุมศพสองหลุมตรงหน้าเป็นครั้งที่สามแล้วที่มาเฟียหนุ่มมองดูดวงหน้าหวานด้านข้างของภรรยาที่หลับตาพริ้มรำลึกถึงผู้ให้กำเนิดทั้งสองแม้ในอดีตผู้ล่วงลับทั้งคู่จะกระทำเรื่องที่ไม่น่าให้อภัยกับตระกูลหลัก ทว่าทุกสิ่งทุกอย่างถูกนายเหนือหัวอย่างเขาทิ้งไว้เบื้องหลังแล้วทั้งหมดตอนนี้สถานะของเขาคือสามีของลูกสาวคนเดียวของคุณพ่อและคุณแม่ผู้ล่วงลับ นอกจากเขาจะสามารถเคารพหลุมศพของคนทั้งคู่ได้อย่างเต็มหัวใจแล้ว เขายังคงรักษาคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้ต่อหน้าผู้ล่วงลับในวันแรกที่มาขออนุญาตดูแลลูกสาวของคนทั้งคู่ได้เป็นอย่างดี“วันนี้คุยกับคุณพ่อคุณแม่นานกว่าทุกปี มีอะไรหรือเปล่าคะ” เสียงแหบทุ้มเอ่ยถามพลางส่งฝ่ามือแกร่งไปลูบศีรษะของภรรยาด้วยความรักใคร่อย่างที่ชอบทำ“เล่าเรื่องทั่วไปน่ะค่ะ แล้วก็…” ท้ายประโยคถูกเว้นว่างไว้เพียงครู่ก่อนที่รอยยิ้มสดใสบริสุทธิ์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของคนตรงหน้าจะถูกส่งมาชโลมใจมาเฟียหนุ่ม“หืม แล้วก็อะไรคะ”“แล้วก็ ขอให้พวกท่านหมดห่วงจริง ๆ
“แรงอีกหน่อยสิคนดี” มันเร้าใจจนเขาอยากจับยัยเด็กอวดดีของเขากระแทกแรง ๆ จนเสร็จสมเดี๋ยวนั้น“แบบนี้…อ๊า เหรอคะ”“อ่า…ยั่วฉิบหาย” ด้วยความมันเขี้ยว กอปรกับแรงอารมณ์ที่โถมซัด คนมากกำลังจึงแกล้งกระแทกสะโพกสวนเอวบางอย่างไม่ผ่อนแรง“อะ…ลึก อื้ออออ” ฝ่ามือแกร่งจับยึดสะโพกนุ่มมือไว้เมื่ออีกฝ่ายทำท่าจะขยับหนี ดวงหน้าหวานที่เคยเชิดขึ้นฟุบลงบนบ่าแกร่ง เสียงครางหวานที่คล้ายเสียงสะอื้นไห้เข้าไปทุกทีดังประสานกับจังหวะเนื้อกระทบเนื้อถี่กระชั้น“อ๊า จะไม่ไหว…แล้…อื้อออ”โพรงอุ่นชื้นที่กระตุกรัดแน่นและถี่ขึ้นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่านางทาสคนโปรดของเขาใกล้จะเสร็จสมเต็มที ทั้งที่เพิ่งจะอวดดีขย่มเขาได้ไม่เท่าไหร่“ข้างในรัดผมแรงขนาดนี้จะเสร็จแล้วเหรอคะ” ฝ่ามือแกร่งข้างหนึ่งกอบกุมข้อมือเล็กสองข้างที่ถูกมัดไว้ ส่วนอีกข้างก็เลื่อนลงไปขยำสะโพกอวบนุ่มมือด้วยความมันเขี้ยว“อ๊ะ…จะ…เสร็จ”“ก็เสร็จสิคะ” น้ำเสียงต่ำพร่าที่มาพร้อมกับท้องนิ้วแกร่งที่เคล้นคลึงลงมาที่จุดรวมความกระสันเหนือกลีบดอกไม้ฉ่ำวาวทำคนบนตักแทบขาดใจ“อื้อออออ” ร่างเล็กกระตุกเกร็งเมื่อข้ามไปแตะขอบความปรารถนาในที่สุด ทว่ายังไม่ทันที่จะได้หอบเอาอากาศเข้าป
ให้ตายเถอะคนคนนี้นี่มัน…ธารเดือนเม้มริมฝีปากแน่นกว่าเดิมพลางหายใจหอบกระชั้น เมื่อความเสียวซ่านแล่นปราดไปทั่วทั้งร่างกายสั่นเทิ้ม ใบหน้าหวานชื้นเหงื่อเชิดขึ้นอย่าลืมตัว หน้าท้องและนิ้วทุกนิ้วหดเกร็งตามแรงอารมณ์ที่ถูกกดข่มไว้ภายในก้านนิ้วร้อนของอีกฝ่ายยังคงรังแกส่วนอ่อนไหวกลางกายของเธอซ้ำ ๆ ทำเอาคน
รถหรูคันใหญ่ที่ภายในกว้างขวางและเป็นส่วนตัวเพราะกระจกชนิดพิเศษ ที่ทั้งกันกระสุนและดำทึบจนคนภายนอกไม่สามารถมองเข้ามาได้ แล่นออกไปตามท้องถนนที่ค่อนข้างโล่งในช่วงเช้าวันหยุดไม่มีเสียงเพลงหรือแม้แต่เสียงข่าวจากวิทยุดังลอดออกมา เพราะโซนคนขับกับห้องผู้โดยสารถูกกั้นด้วยกระจกหนาทึบกันกระสุนไม่ต่างจากกระจกบ
บ้านศิรวศินห้วงเวลาดึกสงัดในคืนฝนเทกระหน่ำเพราะพายุเข้า หญิงสาวที่เหนื่อยล้ามาทั้งวันกำลังดำดิ่งในห้วงความฝัน ภาพครอบครัวที่อยู่พร้อมหน้าฉายวนซ้ำไปมาในหัว ก่อนจะค่อย ๆ เลือนหายไป แล้วแทนที่ด้วยภาพหลุมศพของพ่อแม่ ตอกย้ำว่าผู้เป็นที่รักทั้งสองได้จากเธอไปแล้วจริง ๆร่างสั่นเทิ้มยืนสะอื้นไห้กลางสายฝนเพ
บ้านศิรวศินหลังจากที่ธารเดือนหอบสังขารและจิตใจที่บอบช้ำกลับมาที่บ้านได้ ความเฮงซวยในชีวิตก็ยังไม่หยุดพุ่งเข้าใส่ เบื้องหน้าเธอมีบุคคลคุ้นหน้าคุ้นตานั่งรออยู่ด้วยท่าทีวางอำนาจ ราวกับว่านี่เป็นบ้านของตน“ปล่อยให้ผู้ใหญ่รอมันเสียมารยาทไม่รู้หรือไง” ทันทีที่เห็นหน้าคุณหนูของบ้าน คำพูดค่อนแคะก็ดังแหวกอา




![กรงรักเถื่อนสวาท NC25+ [พระเอกมาเฟีย โหด คลั่งรัก]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


