Share

เข้าวัง

last update publish date: 2026-03-24 05:16:53

          “ทำตามที่เจิ้งกั๋วกงว่า แม้ตระกูลหลิงจะมีความผิด แต่ก็มีคุณงามความดีเช่นกัน ข้าจะลดขั้นหลิงเหยียนจากขุนนางขั้นสามเป็นขุนนางขั้นหก และลงโทษให้อยู่แต่ในจวนเป็นเวลาครึ่งปี มีใครจะคัดค้านอีกไหม!”

          ขุนนางใหญ่ทั้งหลายต่างก้มหน้าไม่ยอมปริปปากออกมาสักคำ ทำให้ขุนนางชั้นผู้น้อยไม่กล้าออกหน้าท้วงติง เรื่องลงโทษหลิงเหยียนถึงได้จบลงโดยปราศจากเสียงคัดค้าน

          ที่เรือนใหญ่เต็มไปด้วยเหล่าคนรับใช้เข้านอกออกในกันจ้าละหวั่น ตามธรรมเนียมหากเจ้าของจวนเสียชีวิตผู้สืบทอดจะต้องย้ายมาอยู่ที่นี่แทนที่เจ้าของเดิม

          “ฮูหยิน ข้าวของของนายท่านจะให้เอาไปไว้ที่ใดหรือเจ้าคะ”

          “เอาไว้ที่เรือนจงชุ่ยก็แล้วกัน ของใช้ส่วนตัวและสมบัติของท่านพ่อให้ย้ายไปเก็บไว้ที่นั่นให้หมดเลย”

          “เจ้าค่ะ”

          เมื่อเรื่องนี้ดังเข้าหูเถียนไฉ่หงนางรีบรุดเดินมาที่นี่ด้วยสีหน้าไม่พอใจที่ลูกสะใภ้ได้ทีรีบไล่นางให้ไปอยู่ที่อื่น โดยที่นางไม่ได้เต็มใจ

          “สามีเจ้ารู้เรื่องนี้หรือไม่ เจ้าถึงกับรีบย้ายของของท่านพี่ออกจากเรือนใหญ่กลัวผู้คนไม่รู้หรืออย่างไรว่าตัวเองคือนายหญิงสกุลหลิง”

          “ท่านแม่กล่าวเกินไปแล้ว ข้าเพียงแค่ทำตามหน้าที่ ของใช้ส่วนตัวรวมถึงสิ่งของต่าง ๆ ของท่านแม่ข้ายังไม่ได้ให้คนย้ายออกไปก็ถือว่าให้เกียรติมากพอแล้ว”

          “นี่เจ้า!”

          “ท่านเลือกมาเถิดเจ้าค่ะ ว่าจะไปอยู่ที่เรือนใด หากท่านมัวแต่รีรอไม่รีบบอก ข้าจะคิดว่าท่านจะย้ายออกไปอยู่ข้างนอกก็แล้วกัน”

          “หลิวอวี้เหม่ย!” เถียนไฉ่หงเรียกนางเสียงกึกก้องอย่างไม่ไว้หน้า

          “ตอนนี้สามีข้ากลับมาแล้ว ข้าไม่จำเป็นต้องคอยปรนนิบัติท่านประหนึ่งทาสอีกต่อไปที่ผ่านมาหากไม่ใช่เพราะท่านพ่อสั่งเอาไว้ว่าให้คอยดูแลท่าน มีหรือที่ข้าจะยอมก้มหัวให้ท่านรังแก”

          นางไม่จำเป็นต้องเก็บงำความรู้สึกของตัวเองไว้ในใจอีกต่อไป และยิ่งไม่ได้สนใจความสัมพันธ์ระหว่างมารดาสามีกับลูกสะใภ้ ตัวนางเองไม่ใช่สตรีสามัญทั่วไปที่จะมารังแกกันได้ง่าย ๆ เบื้องหลังของตระกูลหลิวยังมีเจิ้งกั๋วกงอยู่ ตราบใดที่ไม่ได้ทำเรื่องชั่วช้าผิดกฏหมายเพียงแค่นี้ตัวนางก็ไม่ต้องเกรงกลัวผู้ใดอีก

          “ข้าจะรอดูว่าหลิงเหยียนจะจัดการเจ้าเช่นไร”

          อวี้เหม่ยยืนดูบ่าวรับใช้ขนย้ายของออกจากเรือนเกือบครึ่งวันถึงเสร็จสิ้น จนเวลาบ่ายแก่สามีของนางได้กลับมาถึงจวน

          “เจ้ามารอข้าอย่างนั้นหรือ”

           “ไม่ใช่เช่นนั้นหรอกเจ้าค่ะ ข้าแค่มาตรวจดูความเรียบร้อยของเรือนใหญ่เท่านั้น”

          “ที่นี่มีอะไรงั้นหรือ”

          “ข้าให้บ่าวรับใช้ย้ายของของท่านพี่มาไว้ที่นี่จนหมดแล้ว”

          “เจ้าว่ายังไงนะ!” เขาเผลอพูดเสียงดัง ทำให้หญิงสาวสะดุ้ง

          “ข้าให้คนย้ายของมาที่เรือนใหญ่แล้วเจ้าค่ะ”

          “เจ้าทำแบบนี้ทำไมกัน ไม่รู้หรือว่าท่านพ่อรักเรือนแห่งนี้ยิ่งเสียกว่าอะไร”

          “นี่ท่านตำหนิข้าหรือเจ้าคะ ข้าเพียงแค่ทำตามธรรมเนียมปฎิบัติ ตอนนี้ท่านพ่อได้จากไปแล้วจะช้าหรือเร็วท่านก็ต้องย้ายมาอยู่ที่นี่อยู่ดีไม่ใช่หรือ”

          “อวี้เหม่ย” เขาถอนหายใจราวกับรู้สึกเบื่อหน่าย แล้วเรียกชื่อนาง

          “ข้าทำอันใดผิดไปงั้นหรือ”

          “เจ้า...ไม่ได้ทำอะไรผิด เพียงแต่เจ้าจัดการเรื่องละเอียดอ่อนพวกนี้เร็วเกินไป ข้ายังทำใจไม่ได้ที่ต้องสูญเสียท่านพ่อแล้วมีหรือที่ข้าจะอยากย้ายมาอยู่ที่นี่แทนที่ท่าน”

          “ข้าผิดเองที่ไม่ได้คิดให้รอบคอบจนทำให้ท่านรู้สึกไม่ดี” เอ่ยด้วยน้ำเสียงน้อยใจ ตั้งแต่พวกเขามีใจคิดตรงกันทั้งคู่ไม่เคยทะเลาะกันแม้สักครั้ง ไม่แปลกถ้านางจะรู้สึกเสียใจกับคำพูดเมื่อครู่ของคนรัก

          “ข้าก็ผิดเช่นกันที่เผลอพูดเสียงดังใส่เจ้า” ว่าพลางจับมือของนางเอาไว้ ทำให้คนที่อารมณ์บูดบึ้งเริ่มรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง

          “แล้วจะให้ทำอย่างไรดี ของก็ย้ายมาจนหมดแล้ว”

          “ไม่ต้องย้ายกลับแล้ว”

          “ข้าได้ยินบ่าวในจวนบอกว่าท่านเข้าวัง มีเรื่องใดเกิดขึ้นรึไม่”

          หลิงเหยียนพยักหน้า เขาไม่คิดจะปิดบังเรื่องที่ถูกลดตำแหน่งกับถูกองค์ฮ่องเต้ลงโทษให้อยู่แต่ในจวนเป็นความลับ

          “ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร ข้าแค่ถูกลดตำแหน่งน่ะ”

          “ลดตำแหน่งงั้นหรือ ทำไมฝ่าบาทถึงได้ทำแบบนี้ ท่านกับท่านพ่อไปออกรบจนได้ชัยชนะกลับมาแล้วทำไมถึง...”

          “อันที่จริงก็มีสาเหตุ เป็นเพราะท่านพ่อหลงเชื่อคำลวงของพวกศัตรูทำให้พาทหารไปตายนับหมื่นคน ไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าจะถูกลงโทษ”

          “ท่านพ่อทำผิดเรื่องนี้ข้าเข้าใจ เพียงแต่เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับท่านที่ไหนกัน หรือจะบอกว่าเป็นเพราะท่านเป็นลูกชายของเขา ถึงได้ถูกลงโทษแทนบิดาที่ตายไปแล้วอย่างนั้นหรือ ถ้าเป็นเหมือนที่ข้าว่ามันไม่น่าขันไปหน่อยหรืออย่างไร”

          แม่ทัพหนุ่มอมยิ้มประหนึ่งได้ฟังคำพูดขบขัน ทำให้ร่างบางมองเขาด้วยสีหน้าจริงจัง

          “ถูกฝ่าบาทลงโทษก็ดี ข้าจะได้มีเวลาอยู่กับเจ้า”

          “ถ้าท่านพี่พูดแบบนี้ แล้วข้าจะกล้าเอ่ยอันใดเล่า” ตอบด้วยน้ำเสียงเอียงอาย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ใบหย่านี้มอบแด่ท่าน    เจ้าสาว(จบ)

    เมื่อเรื่องที่เกิดขึ้นที่จวนสกุลฟู่ดังเข้าหูชินอ๋อง เขาไม่รีรอที่จะมาหาหญิงสาวถึงที่จวน แม้ว่าจะมีงานมากมายให้สะสาง แต่เขาให้ความสำคัญกับเรื่องของนางมากที่สุด “ท่านอ๋อง มาได้ยังไงกัน” ฟางซินทำหน้าตกใจ เมื่อเห็นชายหนุ่มยืนกอดอกมองอยู่หน้าเรือนนอน เวลานี้ค่ำมืดแล้ว มีผู้ใดบ้างนอกจากนางที่จะออกมารับแขกเช่นนี้ “ห่างกันยังไม่พ้นวัน ผู้ใดจะรู้ว่าเจ้าจะเนื้อหอมจนพวกแมลงสาปจากตระกูลต่าง ๆ ตามมาตอมถึงที่จวน” “พวกแมลงสาปที่ว่าคงไม่ได้หมายถึง...” “ข้าหมายถึงพวกขุนนางที่ส่งแม่สื่อมาสู่ขอเจ้า”ครั้นได้ยินคำพูดนี้ของคนตรงหน้า นางถอนหายใจราวกับปลงตก “แล้วไม่ดีหรือเจ้าคะ” “นี่เจ้าแกล้งไม่รู้หรืออย่างไร ว่าข้ารู้สึกกับเจ้าเช่นไร” เอ่ยพลางขยับตัวมาประชิดร่างบาง “ข้าขอพูดตามตรง ถึงแม้ตระกูลฟู่จะเป็นตระกูลขุนนาง ทว่าตอนนี้เหลือเพียงข้ากับซานเฉิง ข้าไม่ต้องการแต่งไปเป็นอนุของผู้ใด หากต้องกลายเป็นชายารองของท่าน ข้าขอออกเรือนกับบุรุษที่ได้รักคงดีเสียกว่า” “แล้วใครบอกเจ้า ว่าข้าจะให้เจ้าเป็นแค่ชายารอง” เขายิ้มบอกแล้วรวบเอวนางเข้าส

  • ใบหย่านี้มอบแด่ท่าน    แม้จะอยากเอ่ยปากไล่

    หลายวันมานี้นางอยู่ที่จวนชินอ๋อง หากจะกลับจวนของตนก็ไม่อาจทำเช่นนั้นได้ เหตุเพราะชายหนุ่มให้ลูกน้องของเขาตามติดนางทุกฝีก้าว ราวกับว่ากลัวนางจะหนีจากเขาไปเสียอย่างนั้น “พวกท่านทั้งสอง ไม่มีงานทำหรือเจ้าคะ ทำไมถึงได้เอาแต่ตามติดข้า” “เป็นคำสั่งของท่านอ๋อง” เทียนบอกนาง “หากไม่ใช่เพราะท่านอ๋องเป็นคนสั่ง มีหรือข้าจะอยากเสียเวลามาทำเรื่องพวกนี้” น้ำเสียงประชดประชันของเทียนหมิงเอ่ยเหมือนดั่งเคย แม้ปากเขาจะพูดจาเช่นนี้ แต่การกระทำกลับมิใช่คนโฉด จะว่าไปแล้วตั้งแต่เกิดเรื่องครั้งก่อนนางยังไม่ได้เอ่ยขอบคุณที่เขาช่วยเหลือเอาไว้ “แม้ท่านจะปากดี แต่ข้าจะทำเป็นไม่ได้ยินก็แล้วกัน เรื่องคราวก่อนต้องขอบคุณท่านที่ช่วยเหลือ มิเช่นนั้นข้าคงไม่รู้ว่าตัวเองจะเป็นเช่นไร บางทีข้าอาจไม่มีหน้ามายืนอยู่ที่เมืองหลวงนี้อีก” ฟางซินถือโอกาสขอบคุณเขา “เรื่องนั้นข้าแค่เดินผ่านไปเห็นเข้าถึงได้ช่วยเจ้าเอาไว้” “พี่เทียนหมิง ในเมื่อนางขอบคุณ ท่านก็รับเอาไว้เถิด ทำไมถึงต้องต่อล้อต่อเถียงด้วยล่ะขอรับ” เทียนอ้ายที่ยืนฟังอยู่พูดแทรกพร้อมกับส่ายหัวระอากับพฤต

  • ใบหย่านี้มอบแด่ท่าน    เกือบถูกทำร้าย

    ม่านตาของนางสะท้อนกับแสงแดดที่สาดส่องเข้ามาด้านใน ทำให้ฟางซินลืมตาตื่นขึ้นมาช่วงเช้าของอีกวันพร้อมกับกลิ่นหอมอ่อน ๆ แสนคุ้นเคย “นี่ข้ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน” “เจ้าตื่นแล้วหรือ” เฉินเฟยหลงถามขึ้น เมื่อเห็นว่าร่างบางนั่งอยู่บนเตียงนอนของตัวเอง เขาเพิ่งออกไปเอาถังน้ำอุ่นกับยามาให้นาง ที่แขนของฟางซินมีรอยขีดข่วนเล็กน้อย หากปล่อยทิ้งไว้เกรงว่าอาจเกิดเป็นรอยแผลเป็นได้ ด้วยความเป็นห่วงเขาถึงได้ให้คนไปจัดเตรียมยาไว้ให้ “ท่านอ๋อง ท่านพาข้ามาที่นี่ทำไมหรือ” “เจ้าจำอะไรไม่ได้รึ เมื่อคืนเจ้าเกือบถูกอวี้หลานทำร้าย นางคิดทำให้เจ้าแปดเปื้อน ข้าไม่อยากจะคิดว่าถ้าหากเทียนหมิงไปช่วยเจ้าไม่ทัน จะเกิดเรื่องอะไรขึ้น” “เมื่อคืน ข้าแค่เดินไปส่งแม่นางโม่วหลันที่เรือนรับรอง ไม่ได้เจอท่านหญิงอวี้หลานเหมือนที่ท่านเอ่ย” “นางสมรู้ร่วมคิดกับอวี้หลานเพื่อทำร้ายเจ้า แต่เจ้าไม่ต้องกลัว ข้าจะไม่มีวันให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก” “เป็นเพราะนางไม่ได้เป็นพระชายาของท่าน นางถึงได้คิดมาทำร้ายข้าเช่นนี้” ฟางซินกล่าวโทษเขากลาย ๆ เพราะได้ยินมาบ้างว่าเขาไปขอยกเลิกพ

  • ใบหย่านี้มอบแด่ท่าน    กรรมตามสนอง

    ตั้งแต่นางกลับจวนมาได้กำจัดหมิ่นเยว่เป็นคนแรก โดยการโบยนางเสร็จก็ขายนางไปเป็นทาสที่หอนางโลมใกล้ชายแดน เมื่อจัดการเรื่องภายในจวนเข้าที่เข้าทางแล้ว ถึงเวลาที่ต้องเอาคืนสองแม่ลูกนั่น ฟางซินสั่งให้บ่าวรับใช้ทั้งชายหญิงไปรื้อค้นเรือนนอนของพวกนางจนเละเทะไม่เหลือชิ้นดี "นี่พวกเจ้าทำอะไร!" ลู่จิ่งอี้ที่เข้ามาเห็นพอดีได้ถามขึ้นเสียงดัง "พวกเราแค่ทำตามคำสั่งคุณหนู หลีกไป!" เอ่ยจบได้ผลักนางจนล้มลงไปอีกทาง ไม่นานนักฟางซินได้เดินเข้ามา "ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าจะสั่งให้คนมาทำลายห้องนอนของข้า หลานข้า บอกข้าสิว่าเจ้าไม่ได้เป็นคนสั่ง" ลู่จิ่งอี้เอ่ยทันทีที่เห็นร่างบาง "ใครหลานเจ้ากัน" ว่าพลางตบหน้าของสตรีย่างวัยชราสองที ในอดีตนางเคยถูกตบเช่นนี้ หากนางจะเอาคืนบ้างก็ถือว่าสมควร "เจ้ากล้าตบหน้าข้าหรือ" "มากกว่าตบข้าก็ทำได้" "นี่เจ้าคิดจะทำอะไร" "ส่งเสื้อผ้าให้นางเสีย แล้วไล่ให้ไปอยู่ที่ท้ายจวน ที่ ๆ ข้าเคยอยู่ จำไว้ถ้าไม่ครบสามวันอย่าได้ให้อาหารนางกับลูก ไม่เว้นแม้แต่หมั่นโถว ใครขัดคำสั่งข้า ข้าจะไม่ละเว้นแ

  • ใบหย่านี้มอบแด่ท่าน    ปล่อยข่าว

    “เรื่องนี้ข้าเป็นพยานได้นะขอรับ ว่าแม่นางฟู่เป็นคนลงมือตบตีท่านหญิง” “ข้าไม่ได้ถามความเห็นเจ้า” “เรียนท่านอ๋อง กัวกงกงมาขอรับ” “เขามาที่นี่ทำไมกัน” “เรื่องนี้เห็นบอกว่าเกี่ยวกับการพระราชทานสมรสของท่านกับท่านหญิง” ฟู่ฟางซินกับเทียนอ้ายที่เดินตามหลังมาได้ยินประโยคนี้เข้า จากที่จะขอเข้าพบชายหนุ่ม ฟางซินตัดสินใจเดินกลับห้องของตัวเองแทนพร้อมกับความรู้สึกเจ็บปวดที่อกข้างซ้าย แม้จะเตรียมใจเอาไว้แล้วว่าไม่ช้าหรือเร็ว เขากับท่านหญิงก็ต้องแต่งงานกันอยู่ดี แต่ทำไมหัวใจของนางถึงได้รู้สึกหน่วงเช่นนี้กัน “ท่านพี่ ร้องไห้ทำไมหรือขอรับ” ซานเฉิงเข้ามาเห็นพี่สาวร้องได้จึงได้เอ่ยถามด้วยความเป้นห่วง ก่อนใช้นิ้วโป้งปาดน้ำตาให้ “พี่แค่คิดถึงจวน พวกเรากลับจวนกันดีหรือไม่” นางโกหกน้องชาย “ขอรับ” ฟู่ฟางซินเก็บข้าวของบางส่วนกลับจวนไปพร้อมกับบอกให้เทียนอ้ายส่งของที่เหลือกลับมาให้นางทีจวนภายหลัง กลับจวนครั้งนี้มีคุณชายเทียนอ้ายมาส่ง นางกับน้องชาย ลี่ผิงและจื่อหรงที่ขอติดตามมาด้วยได้เดินทางมาถึงที่จวนสกุลฟู่ที่บัดน

  • ใบหย่านี้มอบแด่ท่าน    ไม่อาจทนฟัง

    ทันทีที่ท่านหญิงอวี้หลานทราบข่าวเข้าว่าชินอ๋องอาศัยอยู่กับสตรีคนหนึ่ง ทั้งที่แต่ก่อนไม่เคยแม้แต่เฉียดเข้าใกล้หญิงใด ถึงแม้จะให้สตรีปรนนิบัติบนเตียง แต่ไม่เคยยกพวกนางเหล่านั้นขึ้นเป็นสนมหรือชายารอง “ท่านหญิง เหตุใดท่านถึงร้อนใจนักล่ะเจ้าคะ” “เจ้าจะไม่ให้ร้อนใจได้อย่างไร ข้าได้ยินมาว่าท่านอ๋องให้สตรีนางหนึ่งมาอยู่ที่นั่นด้วย” จนกระทั่งลงจากรถม้าที่หน้าจวนชินชินอ๋องจึงได้รีบสาวเท้าเดินขอเข้าพบว่าที่สามีเป็นการด่วน ทว่าระหว่างทางกลับได้พบสตรีนางหนึ่ง หน้าตาของนางดงามหมดจรด “เห็นทีคงเป็นเจ้ากระมัง” นางว่าพร้อมกับเดินเข้ามาใกล้ฟางซิน “ท่านพูดเรื่องอะไรกัน” “ข้าคือว่าที่พระชายาของชินอ๋อง คิดว่าเจ้าคงได้ยินมาบ้างว่าอีกไม่นานข้ากับท่านอ๋องจะแต่งงานกัน” “ที่แท้ท่านคือท่านหญิงอวี้หลาน” “รู้ก็ดีแล้วนี่ แล้วทำไมถึงยังหน้าด้านมาอยู่ที่นี่อีก ข้าถามบ่าวในจวนแล้วเจ้าเป็นลูกสาวของใต้เท้าฟู่ ในเมื่อฮ่องเต้คืนจวนให้เจ้าแล้ว ทำไมถึงไม่กลับไปเสียที” “ท่านรู้จักข้าด้วยอย่างนั้นหรือ” “ในเมืองหลวงนี

  • ใบหย่านี้มอบแด่ท่าน    ถึงเวลายอมรับความจริง

    โจวอันหรงตั้งใจมอบปิ่นหยกสีขาวสะอาดตานำไปมอบให้สามีที่จะเข้าพบองค์ฮ่องเต้ในวันรุ่งขึ้น แต่ดันเห็นอนุอิ่นและชายหนุ่มพูดคุยหยอกล้อกันอยู่ผ่านทางหน้าต่างที่เปิดกว้างอยู่ มิวายต้องให้บ่าวรับใช้ไปรายงาน“เรียนนายท่าน ฮูหยินขอพบขอรับ”“ให้นางเข้ามา” พอได้ยินเสียงแว่วมาจากด้านใน นางถึงได้ถือวิสาสะเดินเข้า

  • ใบหย่านี้มอบแด่ท่าน    คาดโทษ

    “แล้วอย่างไรเล่า ข้าคงไม่ลดตัวลงไปทำตัวเช่นนั้นเพื่อให้บุรุษผู้หนึ่งพึงพอใจเหมือนกับเจ้า แต่ข้าคงลืมไปกระมังว่าพื้นเพเจ้ามิใช่คนชั้นสูงถึงได้ไร้ความเหนียมอายที่จะรบกวนผู้อื่นเช่นนี้” ทันทีที่ได้ยินประโยคเมื่อครู่ของฮูหยินสาว สตรีชั้นสูงที่นั่งอยู่ถึงกับยกยิ้มพึงพอใจในคำตอบ“น่าแปลกใจยิ่งนักที่สตรีส

  • ใบหย่านี้มอบแด่ท่าน    กลับมายังที่ของตัวเอง

    “รอข้านานไหมเจ้าคะ” “ไม่หรอก” ตอบพร้อมจับมือเล็กเอาไว้ ต่อหน้าคนมากมายความสัมพันธ์ระหว่างเขากับสตรีผู้นี้ดูรักใคร่ลึกซึ้ง ขณะเดียวกับที่ความสัมพันธ์กับฮูหยินเอกย่ำแย่ ขากลับจากสกุลจ้าวร่างสูงเอาแต่นั่งเงียบไม่พูดจา ทำให้จ้าวซูลี่อดถามขึ้นมาไม่ได้ว่า “ท่านโหว

  • ใบหย่านี้มอบแด่ท่าน    สงสัย

    “หากเป็นดังที่เจ้าว่าข้าก็เบาใจ มารดาของเจ้ามีนิสัยเจ้าวิตกกังวลมาตั้งแต่เด็ก ๆ พ่ออย่างข้าถึงต้องคอยเอาใจใส่นางมากกว่าลูกคนอื่น” “ท่านพ่อจะถามอวี้เหม่ยเรื่องใดหรือขอรับ” ใต้เท้าหลิวแทรกขึ้น “ระยะนี้สามีเจ้าเป็นยังไงบ้าง เขาดูแลเจ้าดีรึไม่” “ท่านตาไม่ต้องกังว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status