ภรรยาวิปลาส

ภรรยาวิปลาส

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-20
ภาษา: Thai
goodnovel18goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
5บท
2views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

นางวิปลาสเช่นนั้น ใครจะอยากตบแต่งกับนางกันเล่า! ใครบ้ากว่ากัน? กด1.คนบ้า กด 2.คนที่ตกหลุมรักคนบ้า : P

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

อารัมภบท

ดินร่วนซุยถูกตักขึ้นมากลบฝังร่างอันไร้วิญญาณที่อยู่ใน

โลงศพไม้ ซึ่งถูกวางเอาไว้อยู่ในหลุมดินที่ขุดลึกพอประมาณ คนที่อยู่ในโลงศพคือ ฮูหยินฟางเข่อซินผู้เป็นภรรยาเอกของท่านแม่ทัพเผิงเฟยฉีแห่งมณฑลพายัพ (ตะวันตกเฉียงเหนือ)

นางถึงแก่อนิจกรรมด้วยวัยเพียงยี่สิบเอ็ดปีด้วยโรคประหลาดที่หมอก็ยังไม่ทราบสาเหตุ

“ฮือ ฮือ ฮือ ต้านแม่~” ข้างหลุมศพมีเด็กน้อยวัยสองขวบนามว่าเผิงเฟยเมี่ยวนางคือบุตรีของฮูหยินฟางเข่อซิน เด็กน้อยถูกทิ้งเอาไว้ให้สามีไว้ดูต่างหน้าเสมือนเป็นตัวแทนของนาง เด็กน้อยคุกเข่าร่ำไห้โฮข้างหลุมศพมารดาสะอึกสะอื้นปริ่มว่าจะขาดใจ และข้างกันนั้นมีอนุกงเจียวจินอุ้มบุตรสาววัยเพียงแปดเดือนนามว่าเผิงเฟยจูไว้ในอ้อมอก

“จินเอ๋อร์ต่อไปนี้คงต้องฝากเมี่ยวเอ๋อร์ให้เจ้าช่วยอบรมดูแลต่อด้วย” เผิงเฟยฉีหันไปเอ่ยกับอนุภรรยาด้วยน้ำเสียงทุ้มทว่าปะปนไปด้วยความเศร้าโศก

“เจ้าค่ะท่านพี่”

อนุกงเจียวจินค้อมศีรษะรับคำสั่ง นางเป็นบุตรีของเสนาบดีกงเจียวฝูซึ่งเป็นผู้จงรักภักดีตระกูลเก่าแก่อยู่ใต้อาณัติของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน บิดาของนางสังกัดกรมยุทธนาการกระทรวงกลาโหม ทั้งคู่แต่งงานกันส่วนหนึ่งเพื่อคานอำนาจมิให้สกุลเผิงมีอำนาจมากเกินไป เพราะเกรงว่าจะเป็นภัยในภายภาคหน้าได้

ถึงแม้ว่าไปราวหนึ่งเดือนที่ภรรยาจากไป แม่ทัพเผิงเฟยฉีก็ยังอยู่ในความโศกเศร้ามิคลายด้วยว่าฮูหยินฟางเข่อซินเป็นภรรยาสุดที่รักของเขา เขาจ่อมจมอยู่ในความทุกข์และความเศร้าไปทุกขณะ มีเพียงสุราเป็นเพื่อนพอได้คลายความเศร้าโศกยามนี้

ฟางเข่อซินเป็นเพียงแค่บุตรของพ่อค้าวาณิชสามัญชนแต่เขาก็รักและเทิดทูนนางและยกให้เป็นฮูหยินเอก เขาตกหลุมรักนางตั้งแต่แรกพบยามเมื่อออกลาดตระเวณในหมู่บ้านใกล้ชายแดนและสุดท้ายก็ตกลงปลงใจและไปสู่ขอนางมาอยู่ร่วมเรียงเคียงหมอนด้วยกันในที่สุด

อนุกงเจียวจินเดินเข้ามาในห้องนอนของสามีก็เห็นว่าเขากำลังยกสุราขึ้นมาดื่มไม่เลิก

“ท่านพี่ หยุดดื่มสุราก่อนเถิดเจ้าค่ะ” นางเดินไปคว้าจอกสุรามาออกจากมือเขา

“อย่าขัดใจข้า!”

“ตอนนี้ท่านแม่ทัพไท่จื่อหยวนและครอบครัวมาเยี่ยมท่านพี่เข้าค่ะ” นางรีบบอก ไท่จื่อหยวนคือเพื่อนรุ่นพี่คนสนิทของเขาเป็นแม่ทัพประจำทางมณฑลบูรพา (ทิศตะวันออก) ทั้งคู่เคยเคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมกันออกรบเพื่อบ้านเมืองเป็นเสมือนเพื่อนตาย และยังให้คำมั่นสัญญากันเอาไว้ด้วยว่าจะให้บุตรของทั้งสองตระกูลเป็นทองแผ่นเดียวกัน

ไท่จื่อซวน ไท่จื่อหาน ไท่จื่อหาว อายุสิบขวบ แปดขวบ และห้าขวบตามลำดับพร้อมกับฮูหยินหลี่ชุนเหลียนและบ่าวในจวนเดินตามแม่ทัพไท่จื่อหยวนมาเป็นขบวนเพื่อตรงไปยังเรือนรับรองในจวนสกุลเผิง

รอไม่นานเผิงเฝยฉีก็เดินเข้ามาในเรือนรับรอง สองแม่ทัพโผเข้ากอดกัน ยามอดีตเคยกรีดเลือดสาบานเป็นพี่น้องร่วมรบกันมานมนาน ยามนี้คงเป็นช่วงเวลาที่ลำบากของเผิงเฝยฉีด้วยว่าภรรยาของเขาต้องมาเสียชีวิต หากไท่จื่อหยวนไม่ดูดำดูดีก็คงมิได้

“ท่านแม่ ข้าอยากออกไปเล่นข้างนอกขอรับ” ไท่จื่อซวนบุตรชายคนโตกระซิบกระซาบกับมารดา บรรยากาศตอนนี้มีแค่ผู้ใหญ่ที่สนทนากันพวกเขาอยู่ก็ฟังไม่รู้เรื่องอยู่ดี

“อย่างนั้นก็พาน้องๆ ของเจ้าออกไปด้วยกัน”

“ขอรับ” เขาพยักหน้ารับคำ

ฮูหยินหลี่ชุนเหลียนพยักหน้ากับสาวใช้คนสนิท พวกนางก็มาพาคุณชายทั้งสามออกไป

ใต้ต้นจามจุรีในสวนพฤกษาสำหรับพักผ่อนหย่อนใจซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเรือนรับรอง เด็กน้อยวัยสองขวบนั่งเล่นตุ๊กตาอยู่ มีบ่าวรับใช้วัยสิบสามปีนามว่าฟางซิ่วถงซึ่งเป็นบ่าวรับใช้ผู้ติดตามจากสกุลฟางมาคอยดูแลฟางเข่อซินจวบจนนางถึงแก่อนิจกรรม หลังจากนั้นฟางซิ่วถงก็รับหน้าที่ดูแลบุตรีของเจ้านายต่อ

“แดดเริ่มแรงแล้วเจ้าค่ะ บ่าวว่าเราเข้าไปในเรือนกันเถิดเจ้าค่ะ ประเดี๋ยวผิวคุณหนูจะไหม้เอาได้นะเจ้าคะ” เด็กน้อยส่ายหน้าหวือปฏิเสธ นางอยากจะนั่งอยู่ตรงนี้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนหน้านั้นเผิงเฟยเมี่ยวก็มักจะมานั่งเล่นตรงนี้กับมารดาอยู่เป็นประจำ นางคิดถึงวันวานยามที่มีมารดาอยู่เคียงข้าง ฟางซิ่วถงได้แต่ระบายลมหายใจออกมาอย่างอ่อนใจ

“คุณหนูเจ้าคะ ท่านแม่ของคุณหนูไปสบายแล้ว อยู่บนฟ้านั่น ท่านแม่จะคอยเฝ้ามองคุณหนู” เผิงเฟยเมี่ยวเงยหน้ามองท้องฟ้าสีครามสดใสอย่างเหม่อลอย มีเมฆสีขาวเหมือนปุยนุ่นลอยฟูฟ่องอยู่เต็มท้องนภา

“ต้านแม่ อยู่บนนั้น จริงๆ หรือพี่ซิ่วถง?”

“จริงเจ้าค่ะ” นางพยักหน้ารับ ตั้งแต่ที่มารดามาล้มตายไป คุณหนูตัวน้อยของนางก็เปลี่ยนไปจากเด็กที่เคยร่าเริงก็เปลี่ยนเป็นเก็บตัวไม่ค่อยสุงสิงกับใคร เป็นเพราะยังสะเทือนใจที่มารดามาจากไปเช่นนี้ นางรู้สึกเวทนาคุณหนูตัวน้อยของนางนัก

“เอ๊ะ นั่นใช่คนที่จะมาเป็นเจ้าสาวของพี่ใหญ่ใช่หรือไม่?” ไท่จื่อหานน้องชายคนรองเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับชี้นิ้วไปยังต้นจามจุรีที่มีคนสองคนนั่งอยู่

“ข้าอยากเห็น” ไท่จื่อหาวน้องชายคนสุดท้องโพล่งคำขึ้นมาด้วยท่าทีตื่นเต้น พวกเขารู้มาว่าสองตระกูลเป็นดองกันคนที่จะต้องแต่งงานและออกเรือนไปก่อนก็ต้องเป็นพี่ชายคนโตนั่นเอง

“อย่าพูดพล่อยไป วันข้างหน้ายังไม่รู้แน่” ไท่จื่อซวนสวนคำขึ้นมา

“ไม่รู้ได้อย่างไร อย่างไรพี่ก็ต้องแต่งงานก่อนใครอยู่แล้ว อาหาวพวกเราไปดูใกล้ๆ กันเถอะ” เขาเอ่ยยิ้มๆ ว่าแล้วก็ดึงมือน้องชายคนเล็กไท่จื่อหาววิ่งลิ่วไป ไท่จื่อซวนพี่ใหญ่และบ่าวรับใช้อีกสองคนจำต้องวิ่งตามหลังน้องๆ ไปอย่างเสียมิได้

ทั้งสามคนมีนิสัยที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง ไท่จื่อซวนพี่ชายใหญ่เขาสนใจอ่านตำรา ไท่จื่อหานสนใจเรื่องการต่อสู้และฝึกวรยุทธิ์เหมือนบิดา ส่วนคนเล็กไม่สนใจทั้งบุ๋นและบู๊ เขาชอบความสำราญ ร้องรำทำเพลง แต่งโคลงกลอน ดูมหรสพมากกว่า

“นี่! เจ้าน่ะ” ไท่จื่อหานโพล่งคำขึ้น

พรึ่บ!

ทั้งนายทั้งบ่าวหันขวับมาอย่างพร้อมเพรียงกัน เด็กหญิงตัวน้อยมองเด็กชายสามคนด้วยท่าทีหวาดระแวงนางกอดตุ๊กตาผ้าที่มารดาเย็บไว้ในอกแน่น

“พวกเจ้าเป็นใคร เข้ามาที่นี่ได้อย่างไร!” บ่าวรับใช้รีบถาม ก่อนที่บ่าวที่ตามหลังมาจะช่วยไขข้อข้องใจ

“คุณชายทั้งสามเป็นบุตรของท่านแม่ทัพไท่จื่อหยวน นี่คือคุณชายไท่จื่อซวน ไท่จื่อหาน และไท่จื่อหาว” บ่าวรับใช้สาวแนะนำให้ตามลำดับ ฟางซิ่วถงนึกขึ้นได้ว่าแท้จริงแล้วหนึ่งในสามคนนี้จะต้องมีใครคนหนึ่งที่ต้องแต่งงานกับคุณหนูน้อยของนางในวันข้างหน้าตามที่ผู้ใหญ่ทั้งสองตระกูลตกลงกันไว้นี่เอง

นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นหน้าค่าตาคุณชายทั้งสามคน เพราะพวกเขาไม่เคยมาที่จวนมาก่อน มีแค่เพียงแม่ทัพไท่จื่อ หยวนเท่านั้นที่แวะมาเยี่ยมเยียนเป็นบางครั้งบางคราว

เด็กชายทั้งสามคนกะพริบตาปริบมองเด็กน้อยตรงหน้าตาปริบๆ อย่างตื่นตะลึง เด็กหญิงตัวน้อยผิวขาวราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ แก้มป่องแดงระเรื่อ ตากลมโตราวกับตุ๊กตาที่มีชีวิต...

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
5
อารัมภบท
ดินร่วนซุยถูกตักขึ้นมากลบฝังร่างอันไร้วิญญาณที่อยู่ในโลงศพไม้ ซึ่งถูกวางเอาไว้อยู่ในหลุมดินที่ขุดลึกพอประมาณ คนที่อยู่ในโลงศพคือ ฮูหยินฟางเข่อซินผู้เป็นภรรยาเอกของท่านแม่ทัพเผิงเฟยฉีแห่งมณฑลพายัพ (ตะวันตกเฉียงเหนือ) นางถึงแก่อนิจกรรมด้วยวัยเพียงยี่สิบเอ็ดปีด้วยโรคประหลาดที่หมอก็ยังไม่ทราบสาเหตุ“ฮือ ฮือ ฮือ ต้านแม่~” ข้างหลุมศพมีเด็กน้อยวัยสองขวบนามว่าเผิงเฟยเมี่ยวนางคือบุตรีของฮูหยินฟางเข่อซิน เด็กน้อยถูกทิ้งเอาไว้ให้สามีไว้ดูต่างหน้าเสมือนเป็นตัวแทนของนาง เด็กน้อยคุกเข่าร่ำไห้โฮข้างหลุมศพมารดาสะอึกสะอื้นปริ่มว่าจะขาดใจ และข้างกันนั้นมีอนุกงเจียวจินอุ้มบุตรสาววัยเพียงแปดเดือนนามว่าเผิงเฟยจูไว้ในอ้อมอก“จินเอ๋อร์ต่อไปนี้คงต้องฝากเมี่ยวเอ๋อร์ให้เจ้าช่วยอบรมดูแลต่อด้วย” เผิงเฟยฉีหันไปเอ่ยกับอนุภรรยาด้วยน้ำเสียงทุ้มทว่าปะปนไปด้วยความเศร้าโศก “เจ้าค่ะท่านพี่”อนุกงเจียวจินค้อมศีรษะรับคำสั่ง นางเป็นบุตรีของเสนาบดีกงเจียวฝูซึ่งเป็นผู้จงรักภักดีตระกูลเก่าแก่อยู่ใต้อาณัติของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน บิดาของนางสังกัดกรมยุทธนาการกระทรวงกลาโหม ทั้งคู่แต่งงานกันส่วนหนึ่งเพื่อคานอำนาจมิให้สกุลเ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-20
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 1 สตรีวิปลาสที่ไม่มีผู้ใดต้องการ
วันเดือนปีผันผ่านเคลื่อนคล้อย อะไรๆ ก็ย่อมเปลี่ยนแปลงไป เด็กหญิงเติบใหญ่เป็นสาววัยแรกแย้มอายุได้สิบแปดปีบริบูรณ์มีข่าวแพร่สะพัดจากสกุลเผิงเล่าลือมาเป็นระยะว่าเผิงเฟยเมี่ยวสติไม่สมประกอบนับตั้งแต่ที่มารดาเสียไป พฤติกรรมของนางก็ค่อยๆ เปลี่ยนไปราวกับคนละคน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้สกุลไท่ผัดผ่อนเรื่องแต่งงานออกไปเรื่อยๆ ไม่จื่อหยวนวางจดหมายจากสกุลเผิงที่อ่านจบแล้วในมือลง เขาส่งมาทวงถามเรื่องสัญญาการแต่งงานของสองตระกูลที่เคยตกลงกันไว้“ท่านพี่ ข้าไม่ยอมให้ลูกชายของเราแต่งกับบุตรสาวคนโตของสกุลเผิงหรอกนะเจ้าคะ ท่านพี่ก็รู้ว่านางสติไม่สมประดี ถ้าให้ลูกชายคนโตเราไปแต่งกับสตรีสติวิปลาสเช่นนั้น รู้ถึงไหนอายไปถึงนั่น ท่านก็รู้ว่าตอนนี้เขาเป็นข้าราชการสังกัดกรมพระคลังแล้ว อีกหน่อยก็คงได้เลื่อนตำแหน่งเป็นเสนาบดีเป็นแน่” หลี่ชุนเหลียนเปรยกับสามี“จะทำอย่างไรได้ในเมื่อเป็นคำสัญญาระหว่างตระกูลวที่จะให้บุตรสกุลเผิงและสกุลไท่เป็นทองแผ่นเดียวกัน”“อย่างนั้นก็ให้บุตรสาวคนรองของสกุลเผิงแต่งแทนไม่ดีกว่าหรือเจ้าคะ ข้าได้ยินมาว่านางก็งามไม่แพ้พี่สาวมิหนำซ้ำยังเก่งงานบ้านงานเรือนนัก และท่านตาของนางก็ยังเป็น
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-20
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 1/2 สตรีวิปลาสที่ไม่มีผู้ใดต้องการ
“เชิญท่านพ่อพูดเถิดขอรับ” ไท่จื่อซวนพี่ใหญ่มีลักษณะสุขุม และเคร่งขรึมเป็นการเป็นงานที่สุดเอ่ยขึ้น“อย่างที่ลูกๆ ทราบกันดีว่า พ่อกับท่านอาเผิงเคยกรีดเลือดสาบานกันว่าจะให้ทั้งสองตระกูลเป็นทองแผ่นเดียวกัน บัดนี้เมี่ยวเอ๋อร์ก็อายุได้สิบแปดปีบริบูรณ์แล้ว พ่อก็อยากจะให้...เอ่อ อาซวนเจ้าเป็นบุตรชายคนแรกของตระกูลย่อมเป็นเจ้าที่จะต้องออกเรือนก่อน”“ท่านพี่เจ้าคะ!” หลี่ชุนเหลียนโพล่งคำ ทว่าถูกสามียกมือขึ้นทักท้วงขึ้นมาให้นางสงบปากสงบคำลงเสีย เพราะเรื่องนี้เขาจะเป็นคนสนทนากับลูกเองไท่จื่อซวนสงบนิ่งราวภูผาใหญ่สูงตระหง่าน ก่อนที่จะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบทุ้ม“หากเป็นอย่างนั้น ลูกก็คงต้องตบแต่งเพราะเป็นคำสั่งของท่านพ่อ จะให้ลูกเป็นบุตรอกตัญญูได้อย่างไร”“โถ่ลูกแม่” หลี่ชุนเหลียนส่ายหน้ารู้สึกสงสารลูกชายนัก เขาเป็นคนที่เชื่อฟังคำสั่งของบิดา และมักจะไม่ชอบมีปากมีเสียงและไม่อยากขัดใจ“ท่านพ่อจะให้พี่ใหญ่แต่งจริงๆ หรือขอรับข้าได้ข่าวมาว่าบุตรีคนโตของตระกูลเผิงนางสติไม่สมประกอบนะขอรับ พูดไปแล้วก็น่าเสียดายจริงๆ” ไท่จื่อหาวน้องชายคนสุดท้องเอ่ยขึ้นด้วยความน่าเสียดาย เพราะเขาเคยเห็นนางตอนวัยเยาว์
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-20
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 2/1 แผนการอันแยบยล
ณ เมืองต้าเฉิง มณฑลพายัพ...ต้าเฉิงเป็นเมืองหลวงของมณฑลพายัพ ไท่จื่อหานมารับตำแหน่งใหม่เป็นสารวัตรหัวหน้ากองปราบที่เมืองแห่งนี้ความจริงแล้วเขาก็ยังไม่มีแนวทางที่จะทำให้สกุลเผิงยอมเปลี่ยนใจในเรื่องวิวาห์ แต่เพื่อให้ครอบครัวคลายความกังวลใจลงจึงบอกออกไปเช่นนั้นก่อน แต่ก็คิดว่าคงหาหนทางได้ไม่ยากเป็นแน่ อย่างไรแล้ว เมื่อมาถึงมณฑลพายัพทั้งทีก็ต้องไปเยี่ยมเยียนสกุลเผิงเพื่อดูท่าทีของแม่ทัพเผิงเสียหน่อยในเรือนรับรองสกุลเผิง ชายหนุ่มกับชายวัยฉกรรจ์นั่งสนทนากันอย่างเป็นกันเอง“ท่านอาเผิงสบายดีนะขอรับ”“สบายดี ได้ข่าวว่าเจ้ามารับตำแหน่งหัวหน้ากองปราบที่นี่หรือหลานชาย” เผิงเฟยฉีเอ่ยถามเขากลับ“ขอรับ ข่าวมาไวเสียจริงนะขอรับ”“ข้ายินดีกับเจ้าด้วย เออแหนะ ไม่เจอกันเสียนาน เจ้าเติบใหญ่ หล่อเหลาเอาการเอางานเสียแล้ว ถ้าข้าจำไม่ผิดเจ้าเป็นบุตรคนรองของพี่จื่อหยวนใช่หรือไม่ แค่ก แค่ก” เผิงเฟยฉีเอ่ยจบก็กระแอมไอขึ้นมา เขายกมือขึ้นทุบที่หน้าอก ใบหน้าเขาดูซีดเซียวอิดโรย ร่างกายก็ดูทรุดโทรมลงไปมากทีเดียว ที่บอกว่าสบายดีนั้นก็คงจะพูดปดกระมัง“ท่านอาจำได้แม่นทีเดียวขอรับ ว่าแต่ท่านอาไม่สบายหรือขอรับ”
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-20
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 2/2 แผนการอันแยบยล
ไท่จื่อหานเดินออกจากเรือนรับรองเมื่อสนทนาธุระกันจบแล้ว มองออกไปยังสวนพฤกษาภายในจวน เป็นภาพเดิมๆ ราวกับย้อนเวลากลับไปเมื่อสมัยเด็กอีกครั้ง ภาพที่เด็กน้อยนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ที่บัดนี้ต้นไม้ต้นนั้นกลายเป็นต้นไม้ใหญ่แตกกิ่งก้านสาขาให้ร่มเงา เขาเดินเข้าไปหานางช้าๆฟางซิ่วถงหันมาเห็นเข้าพอดี นางกระซิบกระซาบเอ่ยกับคุณหนูของนาง “คุณหนูเจ้าคะ คุณชายรองมาเจ้าค่ะ” แล้วก็คลานถอยหลังออกมาและลุกขึ้นยืนห่างออกมาเพียงเล็กน้อยนางยืนก้มหน้าสงบเสงี่ยมตามธรรมเนียมที่บ่าวจะไม่ยุ่งเรื่องของเจ้านาย เผิงเฟยเมี่ยวเอี้ยวศีรษะปรายเพียงหางตามองจากนั้นก็หันกลับไปตามเดิมไท่จื่อหานจึงได้เดินอ้อมไปอีกด้านเพื่อไปอยู่ข้างหน้าของนาง นางก็ขยับกายเบี่ยงหลบแล้วก็หันหลังกลับให้เขาตามเดิม“เหตุใดจึงต้องทำเป็นหลบหน้าหลบตา” เขาโพล่งคำขึ้น“คุณหนูเป็นเช่นนี้เจ้าค่ะ หากไม่สนิทสนมกับผู้ใดก็จะไม่สบตาและไม่อยากสนทนาด้วยเจ้าค่ะ” ฟางซิ่วถงรีบบอก“อ่อ เป็นอย่างนั้นหรอกหรือ”อย่างนั้นก็คงต้องสร้างความสัมพันธ์เพื่อให้สนิทสนมกันเสียก่อนสินะ เขาเดินอ้อมไปยืนอยู่ข้างหน้านางอีกครั้งแล้วย่อกายลงนั่ง พอนางจะเบี่ยงกายหนีก็ถูกเขาใช้ฝ่ามา
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-20
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status